source head กว่าจะเป็นเฮดว้าก (end)

ตอนที่ 49 : specify; 1-5 work+you

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,952
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 31 ครั้ง
    3 ก.ค. 59

1-5

การทำงานที่รับผิดชอบเสร็จหมดแล้ว บวกกับการโทรไปยืนยันนัดในวันพรุ่งนี้กับคุณเลขาเรียบร้อย ผมก็เหมือนยกภูเขาออกจากอก ค่อนข้างแน่ใจว่าคุณมินจะไม่สั่งแก้อะไรอีก ซึ่งก็หมายความว่าหมดหน้าที่ของผมแล้วววว ผมก็จะเหลือวันว่างๆแบบเต็มวันหนึ่งวัน ถึงแม้มันจะแค่วันเดียวแต่ก็ขอบคุณมากแล้วจริงๆ

มันคืออะไรอ่ะผมงับอะไรนักก็ไม่รู้ที่พี่ติณห์ยื่นมาให้ใส่ปากโดยไม่รู้ด้วยซ้ำครับว่าคืออะไร

เพราะเมื่อคืนพี่ติณห์อุตสาห์ลงทุนลงแรงในการช่วยผมแก้บ้านคุณมิน เช้านี้ผมเลยออกมาส่งแม่เป็นเพื่อนพี่ติณห์ ระหว่างทางกลับเราจึงแวะตลาดแถวๆนั้นและก็กวาดซื้อของกินไปตุนไว้

แป้งหยอดผมยังคงขมวดคิ้ว

แป้งเดียวกับแป้งโตเกียวอ่ะ เอามาทาเนย แล้วก็ย่าง

อ้อออผมพยักหน้ารับ และงับอีกชิ้นที่พี่ติณห์ป้อนเข้าปาก

น้ำอะไรดีวาเราสองคนมาหยุดยืนอยู่หน้าร้านน้ำปั่นก่อนที่พี่ติณห์จะหันมาถามผม

ผมเอาน้ำแดงล่ะกันพี่ติณห์ขำ และเลื่อนมือมาโยกหัวผม

ผมว่าล่ะเขาว่างั้น ก่อนที่จะเดินเข้าไปซื้อน้ำ

วา!!ผมสะดุ้งเมื่อมีมือตะปบเข้าที่ไหล่พร้อมเสียงเรียกที่ตะโกนใส่หูผมเลย

ตกใจหมดดดเมื่อหันกลับมาและเห็นว่าคนตรงหน้าคือเพลง ผมก็อดที่จะบ่นไม่ได้

ขวัญอ่อนเชียวนะเธอ

คนบอบบางก็แบบนี้แหละเพลงกลอกตาทันที

เออแล้วไอ้พีทมันบอกแกยังผมเลิกคิ้ว

บอกเรื่องไรวะ

กินเลี้ยงพรุ่งนี้ไง ไหนว่ากลับมาไม่นาน ไม่คิดจะออกมาสังสรรค์กับเพื่อนกับฝูงบ้างเลยรึไง

พรุ่งนี้กี่โมงอ่ะขอคิดก่อนนะว่าว่างไหม

เย็นๆแหละพรุ่งนี้คงคุยงานกับคุณมินเสร็จตั้งแต่บ่ายแล้วมั้ง

มีใครไปบ้าง

ก็คนกันเองทั้งนั้น ฉัน แทน ชิน พีท พาร์ท ปาย หลิว แล้วก็พวก97 99 100 และก็101บางคนอ่ะ ฉันไม่แน่ใจเท่าไหร่ผมพยักหน้ารับ

เออเดี๋ยวไปไหนๆก็กลับมาแล้ว จะไม่ไปสังสรรค์กับเพื่อนเลยมันก็ดูเสียเที่ยวจริงๆนั้นแหละ

นี่แกมากับใครอ่ะเพลงมองซ้ายมองขวาก่อนที่จะถามขึ้นมา

พี่ติณห์เมื่อผมตอบจบ เธอก็หลิ่วตาใส่ผมทันที

ยังไงๆ ดีกันแล้วเหรอผมไหวไหล่ ไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่มมากว่านั้น

แล้วเธอมากับใคร

ก็มากับแฟนฉันสิย่ะเพลงตอบ พร้อมทำหน้าเหนือๆใส่ผม

แฟนแกนี่คนไหนวะ คนเดิมป่ะเพลงถึงกับฟาดมือใส่แขนผมเลย

เออ! คนเดิมนั้นแหละเสริมประโยคนั้นของเพลงด้วยการที่คนที่ผมกำลังพาดพิงถึง เดินเข้ามาหาเพลง

พี่วาหวัดดีครับแทนไทยกมือไหว้ผมด้วยรอยยิ้มกว้าง ตอนแรกมันชะงักไปนิดหนึ่งเลยล่ะตอนเห็นผม

ยังคบกันอยู่อีกเหรอวะ

โหยพี่ อย่าพูดงั้นดิ นี่ก็หวิดเลิกมาหลายรอบล่ะแทนไทบ่น

แกนั้นแหละเงียบไปเลยแทนเพลงหันไปค้อนแทนไท และพี่ติณห์ที่อาสาไปซื้อน้ำก็เดินกลับมาพอดี

หวัดดีค่ะเพลงยกมือไหว้พี่ติณห์ รวมถึงแทนไทที่เคี้ยวขนมจนเต็มแก้มก็ยกมือไหว้พี่ติณห์ด้วย

ชวนพี่เตชินท์ไปด้วยนะเว้ยเพลงหันมาบอกผม ซึ่งผมก็พยักหน้ารับแกนๆ

งั้นไว้เจอกัน ฉันไปล่ะ พี่เตชินท์หวัดดีค่าท้ายประโยคเพลงหันไปพูดกับพี่ติณห์ก่อนที่จะยกมือไหว้และแยกออกไป

ชวนไรอ่ะพี่ติณห์หันมาถามผมเมื่อเพลงและแทนเดินออกไปแล้ว

พรุ่งนี้เย็นมีปาร์ตี้พี่ติณห์พยักหน้ารับ

อ้อ เห็นไอ้เมฆมันพูดอยู่นะ

ไปก็ดีเหมือนกันเนอะ นี่เรายังแทบไม่ได้ไปไหนเลยอยู่แค่บ้านพี่ติณห์นี่แหละครับ

นั้นดิ.. เออวา! นี่คุณไม่กลับบ้านเหรอพี่ติณห์คงพึ่งนึกขึ้นได้เพราะเขาเบิกตากว้างอย่างตกใจสุดๆ ส่วนผมแค่รับแก้วน้ำแดงมาดูดและตอบเขากลับไป

อือ คงไม่กลับอ่ะ

ทำไมอ่ะ มาถึงนี่ล่ะนะ ไม่กลับไปหาแม่หน่อยเหรอพี่ติณห์ศอกแขนผมเบาๆ

ถ้ากลับบ้าน แค่เดินทางก็วันหนึ่งล่ะนะ และนี่ผมเหลือเวลาอีกแค่2วันเอง จะเอาเวลาที่ไหนกลับบ้านล่ะตอนนี้ผมเข้าใจคุณค่าของเวลามากๆเลยครับ เพราะเวลาทุกนาทีของผมมีค่ามากจริงๆ

แต่ว่า..

ไม่เป็นไรหรอก ผมไม่ได้ตั้งใจจะกลับมาหาแม่อยู่แล้วคุยกันไม่นาน เราก็มาถึงรถแล้ว และหน้าที่ขับรถกลับก็เป็นของผมครับ

แล้วคุณตั้งใจไว้ว่าอะไรพี่ติณห์ผุดเข้ามานั่งในรถเมื่อผมสตาร์ทรถ

ผมตั้งใจกลับมางานรับปริญญาพี่ไงพี่ติณห์ขมวดคิ้วมุ่นทันที

บ้าไปแล้วเหรอวาพี่ติณห์ในตอนนี้ดูพร้อมเข้ามาหักคอผมทุกเมื่อเลยครับ

ผมไม่ได้บ้านะ ผมแค่ไม่สามารถทำอะไรพร้อมๆกันได้ทีล่ะหลายอย่าง ผมอยากกลับมางานรับปริญญาพี่ ผมก็เลยต้องรับงานเพื่อที่จะได้กลับไทย และเพราะผมรับงานมาแล้วผมก็ต้องรับผิดชอบ ดังนั้นผมจะเอาเวลาที่ไหนกลับบ้านล่ะครับ

คุณก็ไม่จำเป็นต้องกลับมางานรับปริญญาผมก็ได้นี่ผมหยุดมือที่กำลังจะสตาร์ทรถและหันไปมองคนที่นั่งอยู่ข้างๆทันที พี่ติณห์ไม่ได้มองตรงมาที่ผม เขาเบือนสายตามองกระจกข้างที่ไม่เห็นจะมีอะไรให้มองสักอย่าง

ผมจะไม่มาได้ไง งานรับปริญญาไม่ได้มีบ่อยๆนะผมเลื่อนมือไปประคองหน้าพี่ติณห์

โทษอะไรตัวเองอีกล่ะผมถาม เมื่อเห็นสายตาเป็นกังวลคู่นั้น

โครตรู้สึกผิดเลยอ่ะพี่ติณห์ก็ยังคงเป็นพี่ติณห์จริงๆ

ไม่ต้องรู้สึกผิดหรอก ผมคุยกับแม่อยู่ตลอด และแม่ก็รู้ด้วยว่ากลับมาหาพี่ เดี๋ยววันที่ผมกลับเขาก็มาส่ง ก็ได้เจอกันอยู่ดีแหละพี่ติณห์กำลังจะอ้าปากเถียงผม

คุ้มจะตายแล้วเนี่ย ได้กลับมางานรับปริญญาพี่ ได้กลับมาคบกัน..ผมโครตพอใจแล้วครับพี่ติณห์บุ้ยปากใส่ผมแทนที่จะเถียง

คุณพูดแบบนี้แล้วผมจะเถียงยังไงงงงผมขำ จุ๊บปากเขาเบาๆก่อนที่จะหันมาขับรถเพื่อกลับบ้านสักที

บรรยากาศภายในรถกลับมาเป็นแบบเดิมอีกครั้ง เสียงเพลงคลอเบาๆและแอร์เย็นๆ ในขณะที่รอสัญญาณไฟแดงผมก็นึกอะไรขึ้นมาได้

พี่ติณห์

ว่าไฟเขียวแล้ววว

ไปดูหนังกันพี่ติณห์ไม่ได้ตอบในทันที แต่ผมไม่ได้หันไปมองจึงไม่รู้ว่าเขาทำหน้ายังไงอยู่ และผมก็ใกล้บ้านพี่ติณห์เข้าไปทุกทีล่ะครับ

ชวนไปเดทป่ะเนี่ยพี่ติณห์ถามขึ้นหลังจากผมเลี้ยวเข้าซอยบ้านพี่ติณห์เรียบร้อย

อื้ม ชวนไปเดทพี่ติณห์ขำเมื่อผมยอมรับง่ายๆ

ไปดิผมจอดรถก่อนที่จะขยับเข้าไปใกล้โดยที่พี่ติณห์ไม่ได้ตั้งตัว

มีคนชวนไปเดทก็ไปง่ายๆแบบนี้เลยเหรอ

ถามทำไม อยากรู้..หรือว่าหึงร้ายป่ะล่ะ!

มันเกี่ยวกับหึงตรงไหนเนี่ย

งั้นแสดงว่าไม่หึง ถ้าผมจะรับคำชวนไปเดทของใครต่อใครหัวคิ้วผมม่นเข้าหากันทันที

หึงดิ โครตหึง พอใจยังพี่ติณห์ยิ้มกว้างทันที เขาคว้าคอผมไปกอดก่อนที่จะกดจูบเบาๆที่ริมฝีปากผม

พอใจมากเขาถอดริมฝีปากออกก่อนที่จะตอบกลับมา เมื่อพี่ติณห์รุกมาขนาดนี้ผมจะทำอะไรได้ล่ะครับ นอกจากข้ามไปที่นั่งฝั่งพี่ติณห์และกดเบาะลง

เฮ้ยเดี๋ยวๆๆพี่ติณห์ดันหน้าอกผมไว้เมื่อผมกำลังจะโถมตัวเข้าหาเขา

พี่พลาดล่ะผมพูดแค่นั้น คว้าแขนพี่ติณห์ที่ดันหน้าอกผมไว้ด้วยมือเดียวก่อนที่จะโน้มตัวเข้าไปกดจูบที่ริมฝีปากของคนตรงหน้า

ไม่ได้ตั้งใจจะรู้จุดอ่อนของคนตรงหน้าหรอกนะ แต่ผ่านมาหลายคืนเข้า หลายรอบเข้า ผมก็พอจะรู้ว่าอะไรที่ทำให้พี่ติณห์ยอมอ่อนข้อ จนถึงขนาดไม่สามารถปฏิเสธผมได้

แต่ผมไม่บอกหรอก

เป็นความลับ

ติ๊งต่อง

ผมแน่ใจว่าผมพร้อมฆ่าใครก็ตามที่มากดออดตอนนี้ พี่ติณห์สะดุ้งและผละผมออกทันที

ผิดบ้านมั้งแต่เพราะไม่มีเสียงออดดังขึ้นมาอีก ผมถึงได้ชิ่งพูดออกไป และงับหัวไหล่ของพี่ติณห์เบาๆ

ไม่ใช่ล่ะวา บ้านผมนี่แหละพี่ติณห์พยายามจะดิ้นให้หลุดจากอ้อมกอดผม

ติ๊งต่อง

โว้ยยยยยใครมาวะ อยากตายใช่ไหมเนี่ย

ลุกเลย บอกแล้วว่าบ้านผมพี่ติณห์ทุบไหล่ผมเบาๆ

ติ๊งต่อง

รู้แล้วๆ

เดี๋ยวผมรั้งพี่ติณห์ไว้เมื่อเขาตั้งท่าจะออกไปดู ก่อนที่จะเลื่อนสายตาต่ำลงเป็นเชิงบอกว่าทำไม

คุณแม่งโครตเร็วอ่ะพี่ติณห์บ่น แต่สำหรับผมนั้นเป็นคำชมนะ

เดี๋ยวผมไปดูให้ก่อนล่ะกันผมเสยผมลวกๆ ไม่รอให้พี่ติณห์ตอบอะไรกลับมา เพราะผมออกเดินไปยังประตูรั้วแล้ว โดยปล่อยให้พี่ติณห์จัดการกับเสื้อผ้าตัวเองไปก่อน

ขาที่ก้าวเดินอย่างรวดเร็วชะลอความเร็วลง เมื่อผมพบรถตู้คันสีดำสนิท ยี่ห้อเดียวกับที่ผมนั่งมาหลายวัน แต่เพราะสีรถที่แตกต่างกับทะเบียนรถที่ไม่เหมือนเดิม ทำให้ผมรู้ว่าไม่ใช่เจ้าของรถคันเดิม

คุณวรมินทร์อยู่ที่นี่รึเปล่าครับผมหยุดอยู่หน้าประตูรั้วก่อนที่ผู้ชายในชุดสูทจะเกาะรั้วและถามผมออกมา

วา! ใครมาอ่ะพี่ติณห์ที่พึ่งจัดการกับตัวเองเสร็จ วิ่งเข้ามาหาผม

รู้จักเหรอเขาหยุดยืนข้างผม ก่อนที่จะกระซิบถามผม

เอาจริงก็ไม่รู้จักหรอกครับ แต่สังหรณ์ใจแปลกๆ

คุณคือคุณวรมินทร์เหรอผู้ชายคนเดิมถามขึ้นมาอีกครั้งและหันมามองผม

มีธุระอะไรเหรอครับผมถามกลับ

คุณอดิรุจอยากพบนะครับผมขมวดคิ้วทันที สาบานเลยว่าในชีวิตไปเคยรู้จักคนชื่ออดิรุจมาก่อน และทำไมเขาต้องอยากมาเจอผมด้วยวะ

คุณอดิรุจเป็นสามีคุณมินตราครับคนๆเดิมพูดอธิบายเพิ่มเติม อาจจะเพราะว่าหน้าผมดูไม่เข้าใจมากๆล่ะมั้ง

มีอะไรจะคุยกับผมเหรอครับถึงจะยังไม่เข้าใจเท่าไร แต่ผมก็เลือกที่จะถามต่อไป ในขณะที่คุณคนเดิมกำลังจะอ้าปากตอบผม ประตูรถก็เปิดออก ปรากฏร่างของผู้ชายอีกคน ที่จากแค่ดูก็รู้แล้วว่าคงเป็นเจ้าคนนายคนแน่ๆ เขาถอดสูทนอกออก ส่งให้คุณน้าที่คุยกับผมและหันมามองผม

ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันคุยเองผมยังคงยืนอยู่ที่เดิม รวมถึงพี่ติณห์ก็ยังอยู่ข้างๆไม่ขยับไปไหน

จะไม่เชิญฉันเข้าบ้านหน่อยเหรอวรมินทร์

 

ทำไมอยู่ๆถึงกลายเป็นผมนั่งอยู่บนโต๊ะรับแขกบ้านพี่ติณห์ โดยมีแขกที่ชื่ออดิรุจที่ผมพึ่งรู้เมื่อกี้นั่งอยู่ตรงข้าม แถมไม่ไกลยังมีคนขับรถและคุณน้าที่ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าเป็นเลขาคุณอดิรุจนั่งอยู่บนโต๊ะกินข้าว ส่วนพี่ติณห์ก็กำลังนำน้ำผลไม้มาให้ผมกับคุณอดิรุจ และแยกไปนั่งรอที่โต๊ะกินข้าว

แต่แทนที่คุณอดิรุจจะรีบพูดธุระของเขามา เขากลับกำลังจิบน้ำผลไม้อย่างสบายใจ ด้วยท่าทางสบายอารมณ์มากๆ จนผมตามไม่ทัน แต่เพราะนั่งตรงข้ามกันแบบนี้ผมถึงได้พิจารณาเขาดีๆ จากการคาดคะเนของผม คิดว่าอายุน่าจะไม่เกิน40 เป็นคนหน้าคมๆดุๆมีหนวดนิดหน่อย โดยรวมก็ถือเป็นคนหน้าตาดีเหมือนกันนะ

มีอะไรก็รีบพูดมาเถอะครับสุดท้ายผมก็ต้องเป็นคนแรกที่เปิดบทสนทนา

มีธุระเหรอ ทำไมรีบจังฝ่ายนั้นว่างั้นและเลิกคิ้วใส่ผม

มันไม่ใช่เวลางานของผมนะครับ คุณน่าจะเข้าใจคุณอดิรุจทำหน้าที่พอจะสื่อออกมาได้ว่าหูยยยและพยักหน้าช้าๆ

ฉันขอเรียกเธอว่าวาล่ะกันนะ เหมือนที่ภรรยาฉันเรียกผมพยักหน้ารับ ไม่ได้ซีเรียสกับคำเรียกมากมายอยู่แล้ว

เธอก็เรียกฉันว่ารุจก็ได้ผมเลิกคิ้ว แต่เมื่อเขายังมองตรงมาเหมือนแน่ใจแล้ว ผมถึงได้ยอมพยักหน้ารับ

ครับคุณรุจคุณรุจยิ้มกว้างออกมาอย่างพอใจทันที

ฉันขอดูเรือนหอของฉันหน่อยได้ไหมผมหันไปหยิบโน๊ตบุ๊คมาเปิด โชคดีจริงๆที่ผมแก้งานเสร็จไปหมดแล้ว ก็ไม่มีปัญหาอะไรหรอกถ้าเขาจะขอดูก่อน แต่จะโทรมาบอกก่อนได้ไหมล่ะ อยู่ๆก็บุกมาบ้าน รถตู้ก็ดำ ฟิล์มก็ดำ แถมยังใส่สูทดำมากันหมด มันน่ากลัวไปหน่อยนะ

ผมพึ่งแก้ในส่วนล่าสุดไปเองครับคุณรุจเลื่อนแบบดูไปเรื่อยๆ

นี่ไปคุยกับแม่ยายฉันมาด้วยใช่ป่ะเขาถามโดยที่ไม่ได้เงยหน้ามามองผม

ครับ คุณมินพาไปเมื่อวาน

อ้อ น่าอิจฉาเนอะ เจอกันแปบเดียวเขาก็พาไปหาแม่ซะแล้วผมชะงักเลยครับ

ผมแค่ไปคุยงานครับผมรีบโพล่งออกไป คราวนี้คุณรุจยอมปลายตามามองผม

ฉันแค่ล้อเล่น จะลุกลี้ลุกลนทำไมเนี่ย คิดจริงล่ะนะอ้าวววววว

แต่จะว่าไป.. เธอก็สเปคเมียฉันเลยนะผมเงียบ ไม่คิดจะตอบอะไรกลับไป ก็คุณมินก็พึ่งบอกผมเมื่อวานเองว่าผมสเปคเธอเป๊ะ

ขอเงียบๆดีกว่าครับเดี๋ยวจะกระทบกระเทือนต่อหน้าที่การงาน

สวยดีนะเมื่อผมไม่พูดอะไรออกไป คุณรุจถึงได้กลับมาพูดเรื่องเดิม

อยากให้แก้ตรงไหนบอกได้นะครับถ่อมาถึงนี่คงไม่ได้แค่อยากจะดูงานก่อนหรอก

ไม่ได้อยากให้แก้อะไร..แต่อยากให้เพิ่มผมพยักหน้ารับ คว้าดินสอประจำตำแหน่งมาถือเพื่อเตรียมจดทันที

ฉันอยากได้สระว่ายน้ำผมชะงัก มือไม่ได้จดตามคำพูดของคุณรุจอย่างที่ควรจะเป็น

สระว่ายน้ำเหรอครับผมทวนและเงยหน้าไปมองคุณรุจ

อืมเขาตอบรับและพยักหน้ายืนยันด้วย

คุณมินบอกว่าจะไม่มีทางสร้างสระว่ายน้ำ..เพราะแบบนี้ไงผมถึงได้ชะงัก เราคุยกันตั้งแต่แรกๆเลยด้วยซ้ำ ผมเคยเสนอไปแล้วว่าให้สร้างสระว่ายน้ำในพื้นที่โล่งที่เหลืออยู่ แต่เธอยื่นคำขาดว่าจะไม่มีการสร้างสระว่ายน้ำ แบบห้ามเด็ดขาด และยังเอาแต่ส่ายหัวปฏิเสธรัวๆ ผมเลยจดสระว่ายน้ำเป็นblacklistตั้งแต่วันนั้น แต่อยู่ๆคุณรุจมาขอให้เพิ่มสระว่ายน้ำมันไม่แปลกๆเหรอ

มินบอกด้วยเหรอ นี่ฉันเริ่มหึงเธอกับเมียฉันนิดๆล่ะนะผมส่ายหัวหน่ายทันที

ถ้าไม่อยากให้ฉันหึงเธอจนเป็นอุปสรรคต่องานของเธอนะ ก็เพิ่มสระว่ายน้ำให้ฉันซะผมเลิกคิ้ว

สรุป..ที่คุณมาหาผมถึงนี่ เพราะอยากให้ผมเพิ่มสระว่ายน้ำเข้าไปในบ้านเหรอครับเขาพยักหน้ารับ

สระว่ายน้ำที่เป็นblacklistของคุณมิน..เนี่ยนะ

ตอนนี้อาจจะเป็นblacklistแต่ถ้านายช่วยพูด มินอาจจะเปลี่ยนใจก็ได้ผมถอนหายใจทันที

ขนาดคุณเป็นสามีเธอ เธอยังไม่ฟังเลย แล้วผมเป็นใคร ทำไมคุณมินเขาต้องมาฟังผมด้วย

คิดผิดล่ะไอ้หนู มินน่ะ เขาฟังทุกคนยกเว้นสามีเขาเนี่ยแหละ ยิ่งนายนะ เขาฟังยิ่งกว่าใครทั้งหมดเลย นายไม่รู้หรอกว่า มินเขาคุยโม้เรื่องไหวพริบ ความสามารถ ความอดทน หรือหน้าตาของนายให้ฉันฟังขนาดไหน และถ้าคนพูดกล่อมมินคือนาย ยังไงมินก็ต้องไขว้เขวบ้างแหละ!ผมเหวอทันที

คุณเอาอะไรมามั่นใจเนี่ยยยย

ฉันเอาตำแหน่งสามีของฉันเป็นหลักประกันเลย ฉันรู้จักภรรยาฉันดีผมเงียบ รู้สึกถึงปัญหาที่กำลังจะตามมาเลย

ลูกค้าของผมมีคนเดียว..ก็คือคุณมิน ดังนั้นผมไม่จำเป็นต้องฟังคุณมันช่วยไม่ได้นี้นา ผมไม่อยากมีปัญหากับคุณมินและผมก็เหลือเวลาอีกไม่มากด้วย อย่าเพิ่มปัญหาให้ผมเลยยย ผมขอล่ะ

ถือว่าฉันขอร้องล่ะกัน แบบนี้จะยอมฟังไหมผมแน่ใจได้เลยว่าผมต้องกำลังเลิกคิ้วอย่างอึ้งๆแน่ๆ คุณรุจผู้เป็นถึงเจ้าของห้างสรรพสินค้าชื่อดังกำลังขอให้ผมช่วยเนี่ยนะ

ผมไม่รับประกันนะว่าจะสำเร็จเป็นอีกครั้งที่ผมแพ้สายตาอ้อนวอน คุณรุจยิ้มกว้างทันทีเมื่อผมพูดแบบนั้น

แค่เธอยอมพูดให้ ฉันก็วางใจขึ้นเยอะแล้ววว นี่ๆ ฉันอยากเพิ่มสระว่ายน้ำตรงนี้สรุปผมคิดถูกหรือคิดผิดเนี่ยยยยย

 

ผมขอโทษนะพี่ติณห์ อุตสาห์พูดสวยหรูว่าจะยกเวลาวันนี้ทั้งวันให้พี่แท้ๆหลังจากคุยกับคุณรุจต่ออีกนิดหน่อยจนเสร็จ ผมก็หันมาแก้แบบทันที อย่างที่บอกว่าผมเหลือเวลาไม่มาก แถมพรุ่งนี้ผมต้องเข้าไปคุยกับคุณมินแล้วด้วย ถ้าจะเสนอเรื่องสระว่ายน้ำก็ควรจะต้องมีแบบจริงๆให้เธอดูควบคู่ไปด้วย

แม้ผมจะไม่แน่ใจเลยสักนิดว่าจะเปลี่ยนใจคุณมินได้

ไม่เป็นไรหรอก คุณก็ไม่ได้ไปไหนซะหน่อยพี่ติณห์ตอบพร้อมระบายรอยยิ้มให้ผมขณะที่กำลังตัดโมอยู่

ปกติเราจะพรีเซนต์โดยใช้โน๊ตบุ๊คใช่ไหมครับ ประมาณว่ามันทันสมัยกว่าและก็สะดวกกว่า แต่ในกรณีที่จะได้เห็นภาพแตกต่างระหว่างมีกับไม่มีชัดเจนที่สุด ผมว่าการทำโมเดลก็ยังดีที่สุดอยู่ดี เพราะอย่างนั้นผมจึงตัดสินใจทำโมเดลในที่สุด

พี่ว่าผมทำถูกไหมพี่ติณห์ปลายตามามองผมนิดหน่อย

มันไม่มีอะไรผิดหรือถูกหรอกวาผมเบ้ปาก

ไม่รู้ดิ ผมรู้สึกว่าผมผิดที่เชื่อฟังคำพูดของคนอื่นมากกว่าลูกค้าที่จ้างผมมา

คุณไม่ได้ทำแบบนั้นซะหน่อย ตอนนี้คุณสร้างบ้านของพวกเขาอยู่นะวา มันก็ต้องเป็นความเห็นของทั้งสองฝ่ายสิ และมันก็เป็นหน้าที่สถาปนิกอย่างเราๆอยู่แล้วที่ต้องหาจุดกึ่งกลางที่เหมาะสมที่สุดของทั้งคู่ให้ได้

“...คุณก็แค่เป็นกระบอกเสียงแทนคุณรุจในการพูดกับคุณมิน แต่คุณมินเขาจะเลือกฟังกระบอกเสียงนี้ไหม หรือเขาจะไม่สนใจ มันก็เป็นสิทธิ์ของเขา คุณทำเต็มที่แล้วพี่ติณห์เอื้อมมือมากุมมือผมไว้ ท่าทางแบบนั้นทำให้ผมยกมืออีกข้างมาเท้าคาง จ้องมองหน้าพี่ติณห์พร้อมรอยยิ้มให้เขา โดยมือข้างนั้นก็คว้ามือพี่ติณห์มาจับไว้จนแน่น

มีพี่ติณห์อยู่ข้างๆอะไรมันก็ดีไปหมดจริงๆ

ผมอยากจะพับเขาใส่กระเป๋ากลับไปอังกฤษกับผมด้วยชะมัด

งั้นหนังคืนนี้ก็เลื่อนไปก่อนเนอะพี่ติณห์พูดขึ้นมาอีก แต่ผมส่ายหัวปฏิเสธทันที

ได้ไงอ่ะ พี่ตกลงไปล่ะนะ จะเบี้ยวเหรอพี่ติณห์ส่ายหัวบ้าง

ก็คุณติดงาน ทำงานให้เสร็จก่อนดีกว่า

งานแก้แปบเดียวเอง ยังไงผมก็จะไปดูหนังเชื่อไหมว่าจากคนที่เดือนหนึ่งดูหนังในโรงอย่างน้อย2เรื่องอย่างผม พอไปเรียนต่อนี้แทบจะไม่ได้ดูเลยจริงๆ หนังเรื่องล่าสุดของผมคือ3เดือนที่แล้วอ่ะ

จองเลยล่ะกัน เอาเรื่องไรดีเพื่อไม่ให้พี่ติณห์ท้วงขึ้นมาอีกผมจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็ครอบเลย

อยากดูเรื่องไหนล่ะ ผมดูได้หมดแหละพี่ติณห์ตอบแค่นั้น คงไม่ได้คิดจะแย้งเรื่องไปดูหนังอีกแล้ว เพราะเขาหันไปตัดโมต่อแล้ว

ผมไม่รู้เลย.. ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหนังเรื่องไหนเข้าอยู่บ้างนี่ผมห่างหายกับการดูหนังไปมากจริงๆ

ผมว่าเรื่องนี้น่าสนุกพี่ติณห์โน้มตัวเข้ามาหาผมก่อนที่จะกดหนังเรื่องหนึ่งขึ้นมา

เรื่องเป็นยังไงอ่ะ

ก็เป็นผู้หญิงติดเกาะอ่ะ ไม่เชิงเกาะด้วย เหมือนโขดหิน แล้วล้อมรอบก็มีฉลามอยู่ผมเลิกคิ้ว

พี่อยากดูมากเลยเหรอถึงกับรู้เรื่องย่อเลยเนี่ย เท่าที่ผมรู้ไอ้คนที่เช็ครอบหนังตลอด และอัพเดตตลอดว่าหนังเรื่องไหนมันเข้าโรงบ้างคือผมนะ

ไม่ได้มากขนาดนั้น แต่ก็น่าสนใจดี อยากรู้ว่าหนังจะเล่าออกมายังไง เรื่องนี้ก็น่าสนุกนะพี่ติณห์ชี้อีกเรื่องหนึ่งในผมดู

พี่ดูชำนาญนะ

เออ ประมาณนั้นแหละ ช่วงหลังๆไม่มีไรทำผมก็ไปดูหนัง

จริงดิ ตั้งแต่เมื่อไรพี่ติณห์บุ้ยปากใส่ผม

ตั้งแต่ที่ไอ้คนบางคนที่ชอบชวนดูหนังมันบินไปอังกฤษนั้นแหละผมขำทันที

แถมก่อนไปยังทิ้งตั๋วหนังไว้ให้ด้วย เลยกลายเป็นว่าตอนผมคิดถึงคุณ ผมก็จะออกไปดูหนัง ให้หนังเป็นเพื่อนแทนผมยิ้ม

แล้วพี่ไปดูme before youมาเปล่าตั๋วหนังรอบ3ทุ่มใบสุดท้ายที่ผมให้พี่ติณห์ก่อนไปคือเรื่องme before youแน่ๆ เพราะวันที่ผมต้องขึ้นเครื่องผมก็ไปดูรอบ3ทุ่มของวันนั้นมาเหมือนกัน

ไป แล้วคุณดันให้ตั๋วมาแค่ใบเดียว ไม่คิดจะให้ผมไปกับเพื่อนกับฝูงเลยรึไงผมส่ายหัวทันที

ผมตั้งใจครับ ผมอยากให้พี่ไปคนเดียว ถ้าใครที่ควรไปกับพี่ ก็มีแต่ผมเท่านั้นแหละ

จะไปแล้วยังจะเจ้ากี้เจ้าการกับผมอีกพี่ติณห์บีบจมูกผมเบาๆ

ผมหวงพี่ ผมผิดด้วยเหรอพี่ติณห์หลบสายตาผมเมื่อผมพูดแบบนั้นและยกมือมาเกาแก้มแก้เก้อนิดหน่อย

สรุปเราดูเรื่องนี้เนอะแถมเปลี่ยนเรื่องทันทีเลยครับ

เขินก็บอกว่าเขินไม่ใช่ทำมาเป็นเปลี่ยนเรื่อง

ติ๊งต่อง

ผมกับพี่ติณห์หันไปมองประตูรั้วทันที

วันนี้วันรับแขกรึไงนะพี่ติณห์ยิ้มแหย่ก่อนที่จะแยกออกไปเปิดประตู ทั้งๆที่มันอาจจะเป็นป้าข้างบ้าน ไปรษณีย์ หรือใครก็ได้ แต่ผมก็เลือกที่จะเดินตามพี่ติณห์เพื่อออกไปดูว่าใครมาอยู่ดี

อะไรของคุณเนี่ยพี่ติณห์หันมามองหน้าผมอย่างงงๆ เมื่อผมเดินเข้าไปหาเขาแถมยังยกแขนกอดคอและดึงเขาเข้ามาประชิดตัวอีกตั้งหาก

ก็คนที่มามันคือไอ้เด็กนั้นไง

ไอ้เด็กเนฟอ่ะ!

หวัดดีครับพี่อย่างน้อยเด็กมันก็มีสัมมาคารวะเหมือนกันนะ

พี่จะไม่ชวนผมเข้าบ้านหน่อยเหรอแต่มันเหมือนแค่ไหว้ผมตามพิธีอ่ะ เพราะพอมันไหว้ผมเสร็จมันก็หันไปพูดกับพี่ติณห์ด้วยน้ำเสียงที่ต่างจากพูดกับผมชัดๆ

จะเปิดศึกใช่ไหม

ได้!!

มีธุระอะไรผมล็อคตัวพี่ติณห์ไว้เมื่อเขาทำท่าจะเปิดประตูให้เนฟและชิ่งถามออกไปทันที

ผมผ่านมาแถวนี้เลยซื้อขนมมาฝากเนฟตอบและชูขนมในมือให้ดูด้วยว่ามันพูดจริง

ผ่านมายังไงถึงได้เข้าซอยมาถึงนี่วะมันจงใจมาหาพี่ติณห์ชัดๆอ่ะ

บ้านยายผมอยู่ซอยนี่ จะให้ผมไปซอยไหนล่ะมันเลิกคิ้วใส่ผม แต่ไอ้ท่าทางของมันนี้เล่นเอาคิ้วผมกระตุกเลย

บ้านยายเนฟอยู่ท้ายซอยอ่ะพี่ติณห์หันมาอธิบายเพิ่ม ซึ่งไม่ควรอธิบายเพิ่มแทนมันเลยอ่ะ ผมยิ่งหน้าแตกไปใหญ่

ผมขอโทษล่ะกันผมตอบแค่นั้น หันหลังกลับ และจ้ำอ้าวเข้าบ้านทันที

หงุดหงิดโว้ย

เนฟซื้อบลูเบอร์รี่ชีสเค้กร้านโปรดคุณมาด้วยแหละพี่ติณห์เดินเข้าบ้านมาพร้อมกับไอ้เนฟในที่สุด และยังชูกล่องกระดาษประจำร้านโปรดของผมให้ดูด้วย

คนอื่นยังไม่กลับเหรอครับเนฟถามขึ้นมา มันไม่เห็นเหรอวะว่าพี่ติณห์เขาคุยกับผมอยู่ (โครตพาลเลยตอนนี้)

อืม กลับเย็นๆกันอ่ะแต่รูปประโยคนั้นของมันก็ทำให้ผมรู้เลยว่าเนฟคงเคยเจอคนในบ้านพี่ติณห์มาแล้ว ก็แน่นอนล่ะ ครั้งล่าสุดที่ผมเจอมัน มันถึงกับมานั่งร่วมโต๊ะกินข้าวเย็นกับบ้านพี่ติณห์เลยนี้นา

ผมซื้อโดนัทที่แม่ชอบมาให้ด้วยนะมันพูดต่อ

เออดีเลย แม่ไม่มีขนมปังกินกับกาแฟพอดีแต่มันจะดูกระหนุงกระหนิงไปป่ะวะ

ว่างอยู่ใช่ป่ะผมโพล่งออกไปทันที หวังจะให้บทสนทนาจบเร็วๆ ซึ่งพี่ติณห์ก็หันมามองผม เมื่อพี่ติณห์หันมามองผมแล้วไอ้เนฟก็ต้องหันมาด้วย

ผมเหรอ?” เนฟถามและเลิกคิ้ว

กูคงคุยกับบลูเบอร์รี่ชีสเค้กมั้งผมแน่ใจมากว่าได้ยินพี่ติณห์ขำ

มาช่วยตัดโมหน่อยผมไม่สนใจเสียงขำของพี่ติณห์และพูดต่อออกไปทันที

ครับผมพูดขนาดนี้ถ้ามันไม่ช่วยผมก็จะไปลากคอมันให้ช่วยอยู่ดี

ผมเอาของไปเก็บก่อนนะพี่ติณห์พูดจบก็เดินเข้าห้องครัวไป

ผมควรฆ่ามันตอนนี้เลยดีไหม

รู้จักกูไหมผมถามมันออกไป

พี่วาไงเนฟตอบโดยที่ยังคงตัดโมตามที่ผมสั่งอยู่

แล้วรู้เรื่องกูกับพี่ติณห์ไหมผมถามต่อ

รู้

รู้ว่าไร

พวกพี่เคยคบกันมันตอบพร้อมกับเงยหน้ามามองผม

อัพเดตข่าวใหม่ด้วยนะ ไม่ใช่แค่เคยเว้ย ตอนนี้กลับมาคบกันแล้วเนฟมองหน้าผมนิ่งๆก่อนที่จะพยักหน้ารับ

อ้อครับแค่นี้เหรอวะ

รู้แล้วก็เลิกมายุ่งวุ่นวายกับพี่ติณห์ได้ล่ะผมเริ่มควบคุมน้ำเสียงไม่ให้แสดงความไม่พอใจออกไปไม่ได้ล่ะนะ

ผมยุ่งวุ่นวายตรงไหน ผมก็แค่ทำเหมือนที่เคยทำ

เหมือนที่เคยทำ? จีบพี่ติณห์อ่ะนะ แต่เขามีแฟนแล้วนะเนฟเงยหน้ามามองผม มันส่ายหัวหน่ายๆก่อนที่จะถอนหายใจออกมา

ถามจริง พี่หึงผมกับพี่ติณห์เนี่ยนะ

เออดิ! ก็มึงไม่บริสุทธิ์ใจอ่ะ

ผมชอบพี่ติณห์นะ แต่ก็ไม่ได้คิดถึงกับจะแย่งคนมีเจ้าของแล้วหรอกทำไมหัวผมถึงรีเพลย์ซ้ำแค่คำว่าผมชอบพี่ติณห์นะ

และพี่ติณห์ก็ไม่ได้พึ่งมีเจ้าของ เขามีเจ้าของมานานแล้ว และเขาไม่เคยเปิดโอกาสให้ผมสักครั้ง ผมก็แค่ดันทุรังไปงั้น ยิ่งพี่กลับมาแบบนี้ผมก็รู้แล้วล่ะว่าพี่ต้องดีกันแล้ว และผมก็หมามันพูดไปเรื่อยๆแถมยังไหวไหล่แบบไม่ซีเรียสนัก

ผมก็แค่แวะมาหา แวะมาพูดคุยในฐานะรุ่นน้อง พี่คงไม่ว่าอะไรใช่ไหม

“..เพราะผมก็ถือเป็นรุ่นน้องพี่ด้วยผมถึงกับหุบปากที่กำลังจะเถียงทันที เนฟยิ้มบางๆให้ผม มันดูเป็นยิ้มที่ไม่เป็นมิตรเท่าไหร่แต่ก็ไม่ได้ดูเลวร้ายอะไรหรอก เหมือนแค่อยากจะยืนยันว่ามันพูดจริงๆ ในจังหวะที่ผมกับเนฟยังคงจ้องตากันอยู่ พี่ติณห์ก็กลับมาที่โต๊ะพร้อมกับจานบลูเบอร์รี่ชีสเค้กและส้อม2อัน

เรื่องพี่ติณห์ผมทำใจไว้ตั้งแต่เนิ่นๆแล้วแหละ และพี่ติณห์ก็พูดย้ำตั้งไม่รู้กี่ครั้งว่าไม่ได้คิดอะไรกับผม แต่ผมก็แค่อาศัยตอนที่พี่เขายังว่างๆขอแทะโลมสักนิดสักหน่อยเท่านั้นเองเนฟพูดต่อ คราวนี้มันพูดโดยมองพี่ติณห์ไปด้วย

พอล่ะเนฟ กวนตีนวามันทำไมเนี่ยพี่ติณห์บ่นก่อนที่จะทิ้งตัวนั่งข้างผม นี่ดีนะที่พี่ติณห์เซนส์ดีพอที่จะนั่งข้างผม ถ้าเขานั่งข้างไอ้เนฟผมจะกัดคอให้

เนฟมันนับถือคุณเป็นไอดอลเลยนะอยู่ๆพี่ติณห์ก็หันมาหาผมและพูดขึ้น

ฮะ? ผมเนี่ยนะ

อ่าฮะ เนฟก็อยากได้ทุนไปAFUเหมือนกัน คุณเลยเป็นไอดอลมันไง

เว่อร์ไปพี่ติณห์ ผมก็แค่ยอมรับว่าพี่เขาเก่งจริงเฉยๆ ไม่ได้ยกเป็นไอดอลอะไรสักหน่อยเนฟรีบพูดขัดออกมา

ให้มันจริง ตอนมึงเข้ามาทักกูครั้งแรกก็เพราะรู้เรื่องที่กูกับวาเคยคบกันไม่ใช่เหรอ แล้วเรื่องจีบกูค่อยตามมาทีหลังด้วยซ้ำเหอะพี่ติณห์พูดต่อ

ถ้ายกให้กูเป็นไอดอลก็ไม่ควรจีบแฟนกูป่ะวะผมแว้ดออกไปทันที

โหยพี่ เรื่องชื่นชมมันก็ส่วนชื่นชม เรื่องพี่ติณห์มันก็อีกเรื่องหนึ่งแถมตอนนั้นพวกพี่ก็เลิกกันแล้วด้วย แยกแยะหน่อยดิมือผมนี่ถึงกับลั่นไปตบหัวมันเลยครับ

แยกกบาลมึงอ่ะพี่ติณห์ระเบิดเสียงขำออกมาทันที

ผมถือว่าจีบติดก็กำไร ไม่ติดก็เท่าทุนแค่นั้นแหละเนฟลูบหัวปอยๆและบ่นกลับมา

มึงจะไม่ได้ทั้งกำไรและเท่าทุน แถมจะขาดทุนด้วยผมตอบมันกลับไป

เอาน่า ถือว่าเคลียร์เรื่องเนฟล่ะนะ ผมไม่ได้คิดอะไรกับเนฟ และเนฟก็จะไม่จีบผมแล้ว..ใช่ป่ะท้ายประโยคพี่ติณห์หันไปถามเนฟ

ผมบอกแล้วไงว่าผมไม่ชอบแย่งคนมีเจ้าของมันตอบกลับมาแบบนั้น ส่งผลให้ผมยกนิ้วไปชี้หน้ามันทันที

อย่าให้กูรู้ว่ามึงยังจีบพี่ติณห์อยู่นะ กูจะให้AFUแบนชื่อมึง

โหยยยยเล่นถึงอนาคตเลยเหรอเนฟโอดครวญออกมาอีกสักพัก แต่ทั้งๆที่เราคุยกันไปทำโมไป งานในส่วนที่ผมโยนให้เนฟทำก็เสร็จไปเยอะ จนผมยอมรับในความรวดเร็วของมันจริงๆ และงานที่ออกมาก็ไม่ใช่งานชุ่ยๆด้วย พูดง่ายๆก็คือเป็นคนทำงานเร็วอยู่แล้ว ซึ่งจะเป็นผลดีมากในอนาคตต่อตัวมันเองนั้นแหละ

ตั้งแต่ที่ผมรู้ว่าเนฟเป็นรุ่นน้องรุ่น101 ผมก็ไม่อยากจะจงเกลียดจงชังอะไรมันมากนักเพราะยังไงก็เป็นรุ่นพี่รุ่นน้องกัน และพอมารู้ว่ามันเป็นน้องรหัสพิ้งค์ ผมก็เกลียดมันไม่ลงไปอีก จนวันนี้มันรับปากว่าจะไม่จีบพี่ติณห์แล้ว แถมยังยกให้ผมเป็นไอดอลขนาดนั้น ผมก็ไม่มีความจำเป็นอะไรที่ต้องโกรธเกลียดมันหรอกครับ

มึงอยากได้ทุนไปเรียนที่AFUจริงป่ะวะเมื่อผมถามแบบนั้น เนฟก็หันมามองผมและผมรู้สึกเหมือนเห็นเปลวไฟที่ลุกโชนออกมาจากแววตามันเลย

จริงดิพี่!มันตอบเสียงหนักแน่น

ถ้าอยากไปจริงๆ..กูจะบอกเทคนิคให้

ยังไงมันก็รุ่นน้องนี้นะ







-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ตอนต่อไปจะเป็นตอนสุดท้ายของภาคย่อย1ล่ะนะ หรือก็คือบทสุดท้ายจริงๆแล้วที่จะอัพลงเว็บให้อ่านกันฟรีๆ แต่ถึงอย่างนั้นก็ฝากอุดหนุนภาคย่อยที่ขายด้วยนาา สำหรับภาคย่อย2จะเป็นเนื้อเรื่องหลังจากวาเรียนจบแล้ว เป็นก้าวแรกในการทำงานของวา และติณห์ก็เริ่มก้าวใหม่โดยการเปิดบริษัทกับเต็นท์อย่างที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่แรก แต่ก็รู้กันใช่ไหมว่าก้าวแรกมักยากเสมอ ยังไงก็ฝากให้กำลังใจติณห์และวาด้วยนะ ส่วนภาคย่อย3ยังไม่แน่ใจว่าจะเป็นเรื่องของพาร์ทหรือเรื่องรีโนเวทบ้านติณห์ดี เพราะไม่รู้ว่าทุกคนอยากอ่านเรื่องของพาร์ทกันไหมอ่ะ 
ยังไงก็ฝากติดตามด้วยนะคะ
เจอกันวันอังคารค่าา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 31 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

669 ความคิดเห็น

  1. #605 เจ้าชายสีเทา (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2561 / 22:55
    ชอบตอนวาหึงอ่ะ
    #605
    0
  2. #497 subtle'z (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2559 / 21:35
    อ่ะแหนะวา มีบ่งมีบอกเทคนิคน้าา~
    #497
    0
  3. #496 mangpor43 (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2559 / 21:05
    555556 หนุกๆๆๆ
    #496
    0
  4. #495 D A R K . (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2559 / 19:45
    ขำตอนวาตบหัวเนฟ 55555555 เราอยากอ่านภาคย่อยของพาร์ทนะคะ เราอยากรู้ว่าพาร์ทเป็นยังไงต่อไป ^^
    #495
    0
  5. #494 Helena Kadian (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2559 / 19:36
    รออยู่สัมเม่ออออ
    #494
    0
  6. #493 เกริด้า(๐-*-๐)v (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2559 / 19:31
    อยากอ่านทุกช่วงทุกตอนค่ะ! แต่อย่าดราม่าเกินไปก็พอ ไม่ชอบอะไรที่ปวดใจมากมายน่ะค่ะ และ... ขอe-bookเถอะน๊าาาาาาาาาาาาาาา *ส่งสายตาปิ๊งๆๆ* / อยากรู้ว่ารูปนั้นในวันงานรับปริญญาของพี่ตินตินใช่วาวาดรึเปล่าอ่ะคะ?
    #493
    1
  7. #492 Gen_Bear (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2559 / 18:46
    พาร์ททททททททททททท
    #492
    0