source head กว่าจะเป็นเฮดว้าก (end)

ตอนที่ 45 : specify; 1-2 its been a long day

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,953
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    27 มิ.ย. 59

1-2

คุณวรมินทร์คะ บอสพร้อมแล้วค่ะ

ขอบคุณครับถึงแม้ในหัวผมจะมีคำถามมากมายเกี่ยวกับเรื่องเวลาที่เลยไปกว่าเวลานัดตั้งหลายชั่วโมง แต่สิ่งที่ผมทำได้มีเพียงแค่หยิบกระเป๋าคู่ใจและของทั้งหมดที่เตรียมมาพรีเซนต์ทุกอย่างขึ้นมาถือไว้ในอ้อมแขน ก่อนที่จะก้าวขาเข้าไปในห้องที่ผมรอเข้ามาตั้งแต่เช้า โดยไม่ลืมหันไปขอบคุณพี่เลขาที่อุตสาห์เปิดประตูไว้ให้

นั่งก่อนสิจ๊ะการที่คนที่ผมรอเป็นผู้หญิงไม่ได้ทำให้ผมตกใจซะเท่าไหร่ เอาจริงนะ ตอนนี้ผมโครตเหนื่อย และผมไม่มีแรงจะใส่ฟิลกับทุกอย่างในชีวิตหรอก

ผมแค่อยากรับผิดชอบงานให้เสร็จ และกลับไปนอนสักตื่น

ผมเริ่มเลยนะครับผมยิ้มทางธุรกิจให้ผู้หญิงท่าทางภูมิฐานตรงหน้า ซึ่งเธอกำลังยกมือขึ้นมาผสานและมองหน้าผมอย่างตั้งใจ

เกินไปซะด้วยซ้ำ

เดี๋ยวสิ แนะนำตัวก่อนเธอว่างั้นและยิ้มด้วยรอยยิ้มที่คงมั่นใจมากๆว่าร้อยทั้งร้อยของผู้ชายไม่มีทางปฏิเสธยิ้มแบบนี้ของเธอได้

วรมินทร์นะครับ เป็นสถาปนิกจากAFU ที่merlyขอไปเธอทำหน้าไม่พอใจนิดหน่อยเมื่อผมพูดจนจบ

ทำไมแนะนำตัวสั้นจังเลยล่ะโอเค.. นี้ไม่ใช่ลูกค้ารายแรกหรอกที่ผมเจอแบบนี้

คุยงานกันก่อนไหมครับ แล้วผมจะแนะนำตัวยาวๆให้ฟังเธอขำนิดหน่อยก่อนที่จะขยับไปนั่งพิงเก้าอี้ด้วยท่าทางชิลๆ

วรมินทร์เหรอ..ชื่อเล่นล่ะ

วาครับถึงเธอจะยังถามเรื่องประวัติของผมอยู่ แต่จากที่มีประสบการณ์อยู่บ้าง ผมจึงหยิบของทุกอย่างที่เตรียมมาขึ้นมากางบนโต๊ะ

เธอรู้ไหมว่าฉันชื่ออะไรแต่ยังไม่ทันที่ผมจะได้พูดอะไร เธอก็ถามขึ้นมาซะก่อน

คุณมินตราผมตอบ ผมนั่งรอหน้าห้องมา3ชั่วโมงล่ะนะ เชื่อเถอะว่าผมได้ยินคุณเลขารับสายและพูดประโยคว่า คุณมินตราติดประชุมค่ะ เดี๋ยวเลิกประชุมจะติดต่อกลับนะคะ ประมาณห้ารอบเป็นอย่างต่ำ ดังนั้นไม่ผิดแน่นอน

ชื่อเล่นสิเธอท้วงเบาๆ แต่นั้นเล่นเอาผมใบ้กินทันที

ผมจะไปรู้ได้ไงวะ

ผมไม่จำเป็นต้องรู้หรอกมั้งครับผมไม่ได้พูดในเชิงว่ามันไม่สำคัญ แต่ผมพูดในเชิงที่บอสใหญ่ของบริษัทอาหารเสริมชื่อดังอย่างmerly ไม่มีความจำเป็นต้องแนะนำตัวกับเด็กทุนอย่างผมต่างหาก

จำเป็นสิ นี่..เธอหล่อมากเลยนะ สนใจมาเป็นพรีเซนเตอร์ให้productใหม่ของฉันไหมผมยิ้มแหย่ๆทันที ถ้าปกติผมคงจะกลอกตาและดึงเข้าเรื่องงาน แต่อะไรหลายๆอย่างที่ผมเรียนรู้มา มันทำให้ผมรู้ว่าการแสดงกิริยาท่าทางอะไรเพียงเล็กน้อย มันสามารถส่งผลระยะยาวต่อผมได้เลยล่ะ

โอเคๆไม่แกล้งล่ะ งั้นฉันเรียกเธอว่าวาล่ะกันนะ จะได้คุยกันง่ายๆ ส่วนเธอก็เรียกฉันว่าคุณมินก็ได้จ๊ะผมพยักหน้ารับ นี้ถือเป็นสัญญาณที่ดีของการเริ่มงานนะ

ผมเริ่มเลยนะครับผมขออนุญาตเธออีกครั้ง ซึ่งคราวนี้เธอผายมือเป็นเชิงตามสบายทันที

ถ้าตามโจทย์ที่ผมได้มา คุณจะสร้างเรือนหอใช่ไหมครับคุณมินพยักหน้า

ใช่จ๊ะ เราจะแต่งกันต้นปีหน้า แต่แม่ฉันอยากให้เราจัดการเรื่องบ้านให้เรียบร้อยก่อน

คุณมีแบบบ้านที่ตั้งใจจะทำอยู่แล้วรึเปล่าครับ ถ้ายังไม่มี ผมเสนอได้นะเธอทำหน้านึกแต่ก็เลื่อนมือมารับแบบที่ผมส่งให้เธอดูอยู่ดี

ยังไงดีล่ะ สามีฉันน่ะ เขาอยากให้ฉันดูแลเรื่องเรือนหอไปเลย เขาบอกว่าเขายังไงก็ได้ แต่ฉันอยากให้เขาได้เลือกบ้างนะเธอพูดในขณะที่กวาดสายตามองแบบไปด้วย

งั้นแบบนี้ ฉันขอยืมไปให้สามีดูนะผมยิ้ม

เชิญเลยครับ

ส่วนฉันเอง มันก็มีอะไรบางอย่าง ที่ฉันอยากให้มีอยู่ในบ้านนะ แบบmust be” ผมกระชับดินสอในมือทันที

ว่ามาได้เลยครับคุณมินยิ้มให้ผม ขยับมาเท้าแขนกับโต๊ะและเริ่มบอกสิ่งที่เธออยากได้ทีล่ะอย่าง

 

ผมคิดว่าผมใช้เวลาคุยกับคุณมินไม่นานนะ จนหันมามองเวลาอีกทีมันล่วงเลยจน5โมงเย็นนั้นแหละที่ผมพึ่งรู้ตัวว่าเราใช้เวลาไปประมาณหนึ่งแล้ว

จริงๆมันควรที่จะเสร็จตั้งแต่บ่าย2ล่ะครับ เพราะเรานัดเจอตอน7โมง ผมอุตสาห์นัดตั้งแต่เช้าเพื่อจะหลีกเลี่ยงการประชุมอะไรก็แล้วแต่ของคุณมิน แต่เธอก็ดันมาติดประชุมตอนผมมาถึงพอดี แล้วผมจะทำอะไรได้ล่ะครับนอกจากนั่งรอ กว่าเธอจะประชุมเสร็จก็11โมงแล้ว คุยงานไปได้แปบเดียวก็ต้องพักกินข้าวเที่ยงอีก โชคดีหน่อยที่คุณมินยอมกินไปด้วยและคุยงานไปด้วย (เลี้ยงข้าวผมด้วย) และเราก็กลับมาคุยงานกันอีกครั้ง กว่าจะเสร็จก็5โมงเย็นเลยเนี่ย

แล้วนี้กลับยังไงเราเพราะคุยงานกันมาทั้งวัน เราเลยสนิทกันแล้วครับ

รถเมล์ครับ

งั้นเดี๋ยวไปส่งผมส่ายหัวทันที

ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมกลับได้

ฉันเป็นคนกักตัวเธอไว้จนเย็นขนาดนี้ให้ฉันไปส่งเถอะผมกำลังจะอ้าปากเถียงอีกครั้ง ถ้าคนขับรถที่ควบตำแหน่งบอดี้การ์ดของคุณมินไม่ได้มองผมตาขวาง เหมือนกำลังบอกผมเป็นนัยๆว่าอย่าปฏิเสธนายเขาได้ไหม

ผมกลับเองได้จริงๆครับผมทำเป็นมองไม่เห็นและหันไปยืนยันคำเดิมกับคุณมิน

เอาน่า มีคนไปส่ง ไม่เสียค่ารถไม่ดีเหรอคราวนี้เธอไม่รอให้ผมปฏิเสธซ้ำอีกครั้ง เพราะเธอคว้าคอผมไปกอดและเดินนำออกไป

ถือว่าไม่เปลืองค่ารถล่ะกัน

แต่การที่มีผู้โดยสารเพียงแค่2คนภายในรถตู้ก็ทำให้บรรยากาศอึดอัดระดับหนึ่งเลยนะ

วาไปเรียนที่AFUเมื่อไรเหรอคุณมินคงสัมผัสได้ถึงความน่าอึดอัดที่โรยตัวอย่างช้าๆจึงถามขึ้น

ปีที่แล้วครับ

ก็แปบเดียวเองนะ แสดงว่าเก่งมากเลยดิ AFUถึงได้ยอมป้อนงานให้

ไม่หรอกครับ มันต้องทะเยอทะยานนะผมตอบแค่นั้นดดยไม่คิดจะอธิบายอะไรเพิ่มเติมออกไปอีก

ผมไม่เคยเล่าชีวิตที่นู้นของผมเลยสินะ

มันเหนื่อยมากครับ

นี้เป็นคำๆแรกที่ผมคิดออกเมื่อนึกถึงช่วงปีที่ผ่านมา

จริงๆแล้วตอนยื่นเรื่องให้AFUนะ ฉันไม่คิดว่าจะได้เด็กไทยหรอก แต่ตอนนายตอบตกลงนะ ฉันดีใจมากกกก ยังไงก็อยากให้คนไทยออกแบบให้อยู่ดีอ่ะคุณมินพูดต่อมาอีก เป็นที่รู้กันว่าAFUนะมีชื่อเสียงอยู่ระดับหนึ่งถึงมาก ดังนั้นใครๆก็ต่างอยากจ้างงานเด็กที่นี่ เป็นการส่งเสริมการศึกษาของเด็กไปด้วยในตัว แต่ตอนยื่นเรื่องจ้างไปจะไม่สามารถเลือกได้ว่าจะได้สถาปนิกคนไหนมาทำงาน เพราะพวกเราก็ต้องมาสู้กันอีกที กว่าผมจะได้อันนี้มานี่เหนื่อยเลยครับ

ผมก็ดีใจเหมือนกันครับที่ได้กลับไทยผมพึมพำเบาๆ ก่อนที่รถตู้จะมาจอดหน้าบ้านพอดี

ขอบคุณนะครับคุณมิน อีก2วันเจอกันนะครับเธอยิ้มกว้าง ก่อนที่รถจะขับออกไป

ผมยกนาฬิกาข้อมือดูเวลาอีกครั้ง ตอนนี้6โมงกว่าจะครับ ความรถติดนี้

ออกเช้ากลับเย็นเลยนะมึงเสียงทักทายของเฮียดังออกมาก่อนที่ผมจะเห็นหน้าเขาอีกครับ

ก็ทำงานอ่ะเฮียผมตอบ วางกระเป๋าลงโซฟาที่เป็นทั้งเตียงและที่เก็บของของผมช่วงคราว ก่อนที่จะยกมือขึ้นบิดขี้เกียจอย่างปวดเมื่อย

กินข้าวมารึยังจ๊ะเสียงของแม่ดังเข้ามาในโสตประสาทผม จากที่ผมกำลังจะหันไปตอบก็ชะงักไปเมื่อเห็นคนที่ยืนอยู่ในครัวกับคนอีกคน

ไอ้คนนี้อีกล่ะ

ผมเห็นมันครั้งแรกตอนงานรับปริญญาของพี่ติณห์เมื่อวาน ไม่ได้คิดไปเองด้วยว่าไอ้เด็กนี่อยู่ไม่ห่างตัวพี่ติณห์เลย และวันนี้มันก็โผล่มาอยู่บ้านพี่ติณห์เฉย

หรือว่าจะเป็นแฟน

พี่ติณห์แทบจะไม่คุยกับผมเลย แถมยังคอยหลบหน้าผมตลอดเวลา จะให้ผมคิดยังไงล่ะ ถ้าไม่ใช่เพราะเขามีแฟนอยู่แล้วและไม่อยากให้แฟนต้องเป็นกังวล

เราตกลงกันชัดเจนว่าต่างฝ่ายต่างมีสิทธิ์ไปเจอคนใหม่ได้ และผมเองก็คบๆเลิกๆมาก็หลายคน ถ้าพี่ติณห์จะเริ่มใหม่กับใครสักคนก็คงไม่แปลก และด้วยความที่เป็นพี่ติณห์ ยังไงเขาก็ไม่มีทางนอกใจแฟนอยู่แล้ว ไม่แม้แต่จะทำให้เขาลำบากใจ

ถึงได้เมินผมบ่อยๆสินะ

มึงทันป่ะวะเฮียเดินมาขวางสายตาผมไว้ก่อนที่จะพูดขึ้น

ทันอะไรอ่ะ

ไอ้เนฟไงคิ้วผมกระตุกขึ้นมาเลย

ชื่อเนฟเหรอเฮียพยักหน้ารับ

ปี1ของถาปัตย์ปีนี้เฮียอธิบายเพิ่ม

รุ่น101สินะ

101นี้ผมแทบจะไม่รู้จักใครเลยครับ รู้จักคนเดียวคือไอ้แพน น้องรหัสไอ้กิต ที่มันอุตสาห์พามาแนะนำตัวเมื่อวาน

รหัสอะไรอ่ะถึงผมจะไม่รู้จัก101เลย แต่ผมแน่ใจว่ารู้จัก100ทุกคน ดังนั้นผมอยากรู้ว่าไอ้เด็กเนฟนี้มันน้องรหัสใคร

ไม่รู้ดิ.. เนฟ! รหัสไรวะท้ายประโยคเฮียตะโกนถามเนฟที่อยู่ในครัว

“0043ครับฝ่ายนั้นตะโกนกลับมา คำตอบมันเล่นเอาผมชะงักไปเลย

รหัสเดียวกับพิ้งค์

ไอ้นี่น้องรหัสพิ้งค์เหรอ!

เป็นแฟนพี่ติณห์เหรอครับผมหันมาถามเฮียตรงๆ

ให้มันชัดๆไปเลยมา!

กูไม่แน่ใจว่ะ แต่ไอ้เนฟมันจีบติณห์ จีบมาจะปีล่ะ ไม่รู้ติณห์มันใจอ่อนรึยัง แต่มันก็ไม่ได้จะชวนใครมากินข้าวที่บ้านบ่อยๆหรอกนะเฮียพูดอะไรต่ออีกที่ไม่ได้เข้าหูผมเลยสักนิด ประโยคที่ดังในหัวผมมีเพียงแค่ เนฟจีบพี่ติณห์ และไม่รู้ด้วยว่ามันจีบติดรึยัง

จะผิดไหมถ้าผมภาวนาให้พี่ติณห์ใจแข็งอีกสักหน่อย

อย่าพึ่งใจอ่อนให้ใครเลยนะ

ขอร้องล่ะ

เพราะถ้าพี่คบใครแล้วจริงๆ

ผมก็หมดสิทธิ์ที่จะทวงพี่คืนมาแล้ว

 

ผมควงดินสอประจำตำแหน่งในมือก่อนที่จะฟุบตัวลงนอนกับโต๊ะ ในหัวอาจจะมีภาพบ้านคุณมินอยู่แต่ผมขอพักสายตาสักพักเถอะ

ผมหยุดสายตาที่ดินสอในมือ พยายามจะไม่หลับตาลงเพราะถ้าหลับตาได้ผมคงจะหลับยาวเลยแน่ๆ และผมอยากให้งานเดินกว่านี้สักหน่อยถึงจะนอนได้โดยไม่รู้สึกผิดอะไร เหตุผลที่ผมเรียกดินสอไม้ธรรมดาในมือว่าดินสอประจำตำแหน่ง ก็เป็นเพราะ...

ผมหมุนดินสอไม้ในมือ ก่อนที่จะพบกับตัวอักษรแกะสลักที่ปลายด้ามว่า Voramin

ดินสอแท่งนี้ลุงแอนดริวสั่งทำให้ผมหลังจากผมเลื่อนclassได้ และผมก็ใช้มันมาโดยตลอด

ผมวางดินสอแท่งนั้นลง และลากขาไปหาอะไรกินในครัว จริงๆผมก็เกรงใจบ้านพี่ติณห์เหมือนกันนะที่มาอาศัยบ้านเขา แต่ถ้าจะให้ผมอยู่บ้านย่ามันก็ไกลอ่ะ ผมต้องทำงานด้วย ถ้าได้บ้านอยู่ในตัวเมืองหน่อยก็คงสบายกว่า

ดังนั้นขอรบกวนสักพักล่ะกัน

แต่ผมหยิบของบ้านเขากินเฉยๆมันจะไม่ดูน่าเกลียดไปหน่อยเหรอวะ อย่างน้อยผมก็ยังมีจิตสำนึกอยู่บ้างนะ เพราะคิดได้แบบนั้นผมจึงหันไปที่ตู้เย็นและหยิบน้ำออกมาดื่มแทน ในขณะที่หมุนตัวไปหยิบแก้ว สายตาก็หันไปเห็นคนที่กำลังเดินลงมาจากบันไดพอดี

พี่ติณห์ชะงักขาไปเมื่อเห็นผม หันรีหันขวางเหมือนกำลังคิดว่าลงมาดีไหม

แต่สุดท้ายพี่ติณห์ก็ลงมาอยู่ดี

ยังไม่นอนอีกเหรอครับถึงเขาจะมีแฟนใหม่ไปแล้วยังไงก็เถอะ ผมก็ยังอยากคุยกับเขาเหมือนเดิมนะ

อืม แล้วคุณอ่ะ เมื่อคืนก็นอนดึก แถมตื่นซะเช้าเลย วันนี้ไม่รีบนอนเหรอประโยคคำถามแฝงด้วยความเป็นห่วงตามสไตล์ของพี่ติณห์ จะติดก็ตรงที่เขาพูดโดยไม่ได้หันมามองผมนี่แหละ

ผมทำงานนะครับผมตอบกลับไป คราวนี้พี่ติณห์หันมามองผมนิดหน่อยก่อนที่จะหันไปสนใจหม้อน้ำตรงหน้า

ทำงานอะไร.. นี้คุณเรียนจบแล้วเหรอผมอดที่จะยิ้มให้แผ่นหลังของคนข้างๆไม่ได้ อาจจะไม่ได้พูดขึ้นมาตรงๆ แต่มันก็แฝงไปด้วยความอยากรู้ไม่ใช่เหรอ

พี่ติณห์อยากรู้เรื่องของผม

แค่นี้ผมก็ดีใจแล้วววว

ต้มมาม่าเหรอครับผมไม่ได้ตอบแต่ถามกลับไปแทน

อ่าฮะ

เผื่อผมด้วยได้ไหมผมแกล้งยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆเพื่อดูปฏิกิริยาของพี่ติณห์

“..ผมไม่ได้กินมาม่าฝีมือพี่ติณห์มาตั้งนานล่ะนะผมพูดต่อและหันไปมองหน้าคนที่อยู่ใกล้ผมแค่เอื้อม

พี่ติณห์ไม่ได้ตอบผมในทันที เขาสบตากับผมนิ่งๆ เป็นสายตาที่เขาใช้มองผมตลอด

บางที

พี่ติณห์คงยังไม่ได้คบกับเนฟ

ผมได้คำตอบกับตัวเองตอนนั้นเพราะสายตาที่พี่ติณห์ใช้มองผมมันไม่ต่างจากเดิมเลย ไม่เปลี่ยนแปลงเลยสักนิดเดียว สายตาที่ผมหลงใหล และดึงดูดผมที่สุด

รู้ตัวอีกทีผมก็ขยับตัวเข้าไปหาเขามากขึ้น ครั้งหนึ่งผมเคยพิสูจน์ทุกอย่างด้วยสิ่งนี้มาแล้ว ครั้งนี้ผมก็จะพิสูจน์ความรู้สึกของผมกับพี่ติณห์ ว่ามันยังเหมือนเดิมอยู่ไหม ด้วยวิธีเดิม

ลมหายใจอุ่นๆของพี่ติณห์ละอยู่ที่ปลายจมูกผม รู้ไหมว่าผมต้องทำยังไงและอะไรหลายอย่างมากกว่าผมจะได้มายืนตรงนี้ กว่าจะได้กลับมาหาเขา และถึงแม้ผมจะไม่พอใจเรื่องพี่ติณห์คบกับคนอื่นขนาดไหน ผมก็ต้องยอมรับว่าก่อนไปเราไม่ได้เป็นอะไรกัน และผมเองก็ไม่ได้ซื่อสัตย์ต่อเขาตลอดเวลา ดังนั้นถ้าผมจะโกรธเขา ผมก็ต้องโกรธตัวเองด้วย

ผมคิดไว้เยอะมาก คิดไปต่างๆนานา และแน่นอนว่าผมคิดไว้เรียบร้อยแล้วว่า ถ้าผมกลับมาและพี่ติณห์มีคนอื่นไปแล้ว ผมจะทำยังไง หลังจากหาคำตอบกับตัวเองมายาวนาน ผมก็ได้คำตอบว่าถ้าพี่ติณห์เลือกแล้วจริงๆ ผมจะเคารพต่อการตัดสินใจของเขา ผมจะไม่ดึงดันแย่งเขากลับมา แต่ถ้าเขายังรอผมอยู่ ยังรู้สึกเหมือนเดิม

ผมจะทำให้เขากลับมา ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม

ดวงตาสีดำขลับแบบพี่ติณห์กลายเป็นสีตาที่หายากมากๆเมื่อผมไปอยู่อังกฤษ ผมเจอแต่ผมตาสีฟ้า ตาสีน้ำข้าว และพวกตาสีอ่อนๆ ตอนแรกผมก็เคยชื่นชมสีตาเหล่านั้น แต่ไม่ว่าจะดวงตากี่คู่ต่อกี่คู่ กี่คนต่อกี่คน ก็เทียบกับดวงตาของคนตรงหน้าผมคนนี้ไม่ได้เลย

ไม่มีดวงตาคู่ไหนที่สวยได้เท่าตาของพี่ติณห์

ยิ่งพี่ติณห์ไม่ได้ขยับตัวหนี ยิ่งทำให้ผมยับยั้งตัวเองไว้ไม่ได้ ผมปล่อยให้ร่างกายของเราขยับเข้าหากันด้วยแรงดึงดูดอ่อนๆระหว่างเรา

ที่มันยังคงอยู่

และมันไม่เคยหายไปไหน

สุดท้ายริมฝีปากของผมก็ประกบลงกับริมฝีปากที่แสนคุ้นเคย

ความอบอุ่นเป็นอย่างแรกที่ผมสัมผัสได้ ก่อนที่มันจะแปรเปลี่ยนเป็นความร้อนแรง

เมื่อผมเริ่มรุกล้ำริมฝีปากอุ่นที่ร้อนขึ้นทุกขณะ พี่ติณห์ที่ยืนรับสัมผัสของผมนิ่งๆก็เริ่มตอบรับจูบของผมในที่สุด อาจจะเพราะเราไม่ได้จูบกันนานมาก มันนานมากจริงๆ จูบครั้งนี้จึงเต็มไปด้วยความอัดอั้นและ ความต้องการอีกฝ่ายที่ปะทุออกมาอย่างไม่อาจกักเก็บต่อไปได้อีกต่อไป

เรียวลิ้นอุ่นต่างเกี่ยวกระหวัดกันอย่างไม่ยอมแพ้ ผมผลักพี่ติณห์จนชนกับโต๊ะข้างหลัง และถึงแม้เสียงมันจะดังขึ้นมาผมก็ไม่ได้สนใจ ผมเลื่อนมือไปรั้งเอวของคนตรงหน้าไว้ เหนี่ยวรั้งให้มันใกล้ชิดกับผมมากขึ้น และเมื่อเราแนบชิดติดกันแบบนี้ เสียงหัวใจที่กำลังแข่งกันเต้นระรัวก็ยิ่งดังเข้าไปใหญ่ พี่ติณห์เลื่อนมือมาเกี่ยวคอผมไว้ ก่อนที่มืออีกข้างจะสอดเข้าไปในเส้นผมของผมและขยุ้มมันไว้ เหมือนเขากำลังหาที่พักพิงร่างกายของเขา เหมือนที่ผมกำลังใช้ร่างกายเขาต่างที่พักเหมือนกัน

แต่ถึงแม้จูบนี้จะสูบพลังมากมายขนาดไหน เราก็ยังคงกดจูบเข้าหากันครั้งแล้ว..ครั้งเล่า โดยที่ไม่รู้ว่ามันจะไปจบตรงไหน นี่เป็นจูบที่ยาวนานที่สุดเท่าที่ผมจะเคยจูบกับใครสักคนจริงๆ แต่ทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจแบบนั้น

ผมก็ไม่มีความคิดที่จะผละเขาออกเลย

เรายังคงแลกเปลี่ยนสัมผัสให้กันและกันอย่างนั้นอีกสักพัก ก่อนที่ความเจ็บที่ริมฝีปากจะทำให้ผมเลือกที่จะผละออกมา

เรื่องของเรื่องคือผมไม่อยากทำให้พี่ติณห์เจ็บนะ

ผมถอดริมฝีปากออก แต่ยังคงจรดหน้าผากของผมกับเขา ปล่อยให้ปากทำหน้าที่หายใจแทนจมูก ทำให้เสียงหอบหายใจของเราทั้งคู่ต่างดังไปพร้อมๆกัน ผมกำชับแขนที่กอดเอวพี่ติณห์ให้ใกล้ขึ้น ตั้งใจให้เขาช้อนสายตาขึ้นมาสบกับผม ก่อนที่ผมจะพูดออกไป

ทำแบบนี้..แฟนไม่ว่าเหรอครับพี่ติณห์ชะงัก หัวคิ้วม่นๆนั้นขยับเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจ

ใครเขาถาม

น้องที่ชื่อเนฟไงเมื่อผมพูดจบ พี่ติณห์ก็ขยับออกห่างจากผมนิดหน่อย เหมือนอยากจะเว้นระยะเพื่อมองหน้าผมให้ชัดขึ้น

ใครบอกคุณว่าผมคบกับเนฟ

ไม่มีใครบอกหรอกครับ ผมเดาล้วนๆผมตอบ และยื่นหน้าเข้าไปหาเขาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้พี่ติณห์ขยับหนี แต่ก็ขยับหนีได้ไม่เท่าไหร่หรอกครับในเมื่อเอวเขายังอยู่ในอ้อมแขนผมแบบนี้

ผมกับเนฟไม่ได้คบกันพี่ติณห์พูดออกมาในที่สุด

ทำไมล่ะครับ เห็นเฮียบอกว่าเนฟมันตามจีบพี่มาเกือบปีแล้ว พี่รออะไรอยู่โอเคยอมรับก็ได้ว่าตั้งใจถามกวนประสาทไปงั้นแหละ พี่ติณห์จูบผมดูดดื่มขนาดนั้น จะให้ผมคิดว่าเขามีใครในใจได้ยังไง ผมรู้ตั้งแต่เขาจูบตอบแล้วว่าพี่ติณห์ยังคงไม่เปลี่ยนจากเดิม

แต่แค่อยากได้ยินชัดๆจากปากเขาเท่านั้น

รอคุณไงไม่รู้เพราะความร้อนจากจูบครั้งล่าสุดของเรายังคงอบอวลอยู่รอบๆ หรือเพราะเขาพ่ายแพ้ต่อสายตาของผม หรือแม้แต่มือร้อนๆที่ผมกอดเอวเขาอยู่ พี่ติณห์ถึงได้พูดออกมาตรงๆ

ผมขอโทษนะครับผมสบตากับฝ่ายนั้นก่อนที่จะพูดขอโทษออกมา

ขอโทษทำไม ไม่ต้องขอโทษพี่ติณห์เลื่อนมือที่ลดลงกลับมากอดคอผมอีกครั้ง แถมยังใช้มันเกี่ยวผมให้เข้าไปหาเขาด้วย

แค่กลับมาหาผม..กลับมาหาผมได้แล้ววาเขาพูดจนจบก่อนที่จะกดริมฝีปากลงมาอีกครั้ง ส่งมอบจูบที่โหยหาผมมากที่สุดเพื่อให้ผมรู้ว่าเขากำลังต้องการอะไร

ครั้งแรกที่ผมเจอพี่ติณห์หลังจากเราไม่เจอกันมานานนับปี เราต่างก็ยังมีกำแพงบางๆที่คอยปกป้องตัวเองอยู่ไม่ต่างกัน ผมเองถึงแม้จะอยากคุยกับเขามากขนาดไหน ผมก็ต้องคิดอยู่ตลอดว่าจะพูดอะไรดี จะชวนคุยอะไรดี เพราะผมไม่อยากให้อะไรก็ตามมันผิดพลาดขึ้นมาอีก และผมรู้ดีว่าพี่ติณห์ตั้งใจเว้นระยะกับผม เหมือนเขากำลังขอเวลาอีกสักหน่อยจากผม จริงๆผมก็ไม่ได้ลำบากอะไรหรอกครับ ผมให้เวลาเขาเสมอ แต่เพราะผมเห็นไอ้เนฟอยู่ข้างเขาวันนี้นี่แหละที่ทำให้ผมเว้นระยะระหว่างเราไม่ได้อีกต่อไป

ผมจะไม่ยอมให้เขาเป็นของใคร

และจูบของเราคงจะช่วยทลายกำแพงในใจของพี่ติณห์และผม จนหมดสิ้นแล้ว

เราต่างกอดกันไว้ในอ้อมแขน และใช้จูบเป็นสื่อแทนความรู้สึกในใจ

แต่แค่ประโยคร้องขอให้ผมกลับมาของพี่ติณห์ ผมก็พร้อมจะมอบทุกอย่างในชีวิตให้เขาแล้วจริงๆ

ผมกับพี่ติณห์เราต่างต้องมองโลกแห่งความเป็นจริงก่อนเสมอ ทั้งเรื่องที่ผมรับทุน ทั้งเรื่องที่พี่ติณห์ต้องปล่อยให้ผมไป เพราะเราต่างรู้ว่ามันไม่มีอะไรค้ำประกันเลยว่าเราจะอยู่ด้วยกันไปตราบนานเท่านาน และสิ่งที่จะคงอยู่กับเราจริงๆคือความรู้ คือเส้นทางอนาคตที่เราจะได้วาดฝันเอง เพราะแบบนั้นเราจึงแยกกันไปคนล่ะเส้นทาง ต่างเดินไปในทางที่คิดว่าเหมาะสมกับตัวเองที่สุด แต่ใครล่ะจะไปรู้ว่ายิ่งเส้นทางที่เราเลือกมันมีอุปสรรค มันเหนื่อยล้ามากมายขนาดไหน มันก็ยิ่งทำให้เราคิดถึงกัน และการที่เราได้กลับมาเจอกัน มันยิ่งทำให้คำว่าคิดถึงมีค่ามากกว่าเดิมเป็นร้อยเท่าพันเท่า

เพราะคิดถึงจึงกลับมาหา

เพราะคิดถึงจึงไม่อยากทำอะไรไม่ดีกับเขาอีก

เพราะคิดถึงจึงอยากเป็นคนดีของเขาอีกสักครั้ง

และเพราะคิดถึงอีกนั้นแหละ จึงอยากกลับไปยืนที่เดิมที่เคยยืน

ผมยอมรับว่าผมกำลังเหนื่อย ผมเหนื่อยกับเรื่องเรียนและงาน มันถาโถมจนผมไม่แน่ใจว่าผมจะประคองทุกอย่างไปได้ตลอดรอดฝั่งได้ยังไง การกลับมาหาพี่ติณห์ครั้งนี้ก็เหมือนการกดpauseเรื่องพวกนั้นไว้ กลับมาหาคนที่ใจต้องการ

กลับมาเติมพลังให้กับหัวใจ

ยิ่งผมคิดถึงเขามากขนาดไหน วันนี้ผมจะตักตวงจากเขาจนกว่าจะพอใจ

จนกว่าจะหายคิดถึง

ผมผละริมฝีปากออกจากริมฝีปากของพี่ติณห์ เปลี่ยนมาพรมจูบกับใบหน้าที่แสนคิดถึง ซุกไซ้ลงที่ซอกคอ ที่มักจะมีกลิ่นของพี่ติณห์ชัดเจนกว่าที่อื่น กดจูบและกัดเท่าที่อยากทำ ผมโหยหาเขามากจริงๆและแค่จูบมันแทบจะบรรเทาอะไรผมไม่ได้เลย

วาพี่ติณห์สะดุ้งนิดหน่อยเมื่อผมกัดเข้าที่ใบหูของอีกฝ่าย ทั้งยังปล่อยให้ลมหายใจละที่ใบหูอยู่แบบนั้น

เดี๋ยวๆคราวนี้พี่ติณห์พยายามขยับหนีผมด้วย เมื่อผมกำลังเลื่อนต่ำลงเรื่อยๆและเรื่อยๆโดยผมกำลังเลิกเสื้อยืดของพี่ติณห์ขึ้น

ตรงนี้ไม่ได้พี่ติณห์รั้งหน้าผมไว้ก่อนที่จะดึงให้ผมขยับมาอยู่ในระดับสายตาเขาอีกครั้ง ลมหายใจที่ผิดปกติและเหงื่อที่เริ่มซึมตามไรผมทำให้ผมรู้ดีเลยล่ะว่าพี่ติณห์ก็กำลังมีอารมณ์ร่วมอยู่ไม่น้อย

บอกแล้วว่าไม่ให้มาค้างบ้านผมพี่ติณห์ยังคงบ่นออกมา แต่ผมเพียงแค่ขำเบาๆในลำคอและกดจูบที่ขมับของพี่ติณห์ ก่อนที่จะไล้จมูกอยู่โดยรอบ

แล้วทำที่ไหนได้พี่ติณห์เลื่อนมือมาคว้าข้อมือผมไว้เมื่อสัมผัสได้ว่าผมกำลังสอดมือเข้าไปในเสื้อเขา แต่เมื่อผมไล้ปลายนิ้วไปตามแนวกระดูกสันหลังเบาๆ มือที่ควรจะหยุดผมก็ดูจะไร้เรี่ยวแรงขึ้นมา

มันไม่ควรเป็นที่บ้านผมพี่ติณห์สูดหายใจเข้าลึกๆก่อนที่จะตอบผมออกมา

แล้วทำไงอ่ะ เช่าโรงแรมไหมผมผละออกมาถามเขาตรงๆ พูดตรงๆเลยว่าผมหยุดไม่ได้แล้วอ่ะ ให้ขับรถออกไปหาโรงแรมตอนนี้ผมยังโอเคกว่าไม่ได้ทำอีก

เด็กบ้า จะขับรถออกไปรึไงเพราะผมเลิกวุ่นวายต่อร่างกายพี่ติณห์แล้วเขาถึงได้เสยผมขึ้นไปลวกๆและพูดกับผมดีๆ

ทั้งๆที่เขาแค่เสยผมที่เปียกเหงื่อจนชื้นขึ้นไปลวกๆ แต่ท่าทางนั้นมันโครตเซ็กซี่เลยสำหรับผม

ก็ยังดีกว่าไม่ได้ทำ ผมไม่ไหวล่ะนะผมงอแงเล็กๆใส่ท้ายประโยค ก่อนที่จะคว้ามือของพี่ติณห์มาวางที่หน้าอกและดึงลงเรื่อยๆ

โอเคๆ ยกเว้นแค่ครั้งนี้นะพี่ติณห์หยุดมือตัวเองไว้ทันก่อนที่จะสัมผัสโดนส่วนที่ผมอยากให้เขารู้ว่าทำไมถึงหยุดไม่ได้

หมายถึง?” ผมถามซ้ำ พี่ติณห์ไม่ได้ตอบ แค่คว้ามือผมไปจับ กดปิดไฟ และจูงผมขึ้นไปชั้นบน

ไปห้องผม







-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ถ้าไม่มีเนฟ วาคงไม่รู้สึกว่าต้องทำอะไรสักอย่าง คงปล่อยให้เรื่องยืดเยื้อไปมากกว่านี้ คนเราจะรู้สึกหวงของ ตอนที่ของชิ้นนั้นกำลังจะถูกแย่งไปนั้นแหละ แม้พี่ติณห์จะไม่มีทางไปก็ตาม 555 สำหรับตอนนี้อาจจะเบาใจเรื่องความสัมพันธ์ไปเปราะหนึ่งแล้ว แต่ก็ยังคงมีปัญหาอีกหลายๆข้อที่รอเวลาเฉลยนะคะ
สำหรับภาคย่อนี้จะอัพวันเว้นวันล่ะกันเนอะ
เจอกันค่าาา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

664 ความคิดเห็น

  1. #602 เจ้าชายสีเทา (@sopinpilast) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2561 / 21:19
    เอาเลยยยย ตามสบายจ้าาาาาา
    #602
    0
  2. #490 '$ CB. ชาน เลีย @' (@toon2546) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2559 / 22:27
    โฮ้ยยยยย ดิ้นนนคือดีต่อใจมากกก กรี้ดกร้าดดดด
    #490
    0
  3. #452 สีน้ำ (@re-turn) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2559 / 16:16
    ชวนเข้าห้องด้วยยยยย กรี้ดดดด
    #452
    0
  4. #451 FernGot2Jae (@FernGot2Jae) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2559 / 14:21
    ไปห้องผม~
    หุ้ยยยยยย><
    #451
    0
  5. #444 B Specail YKR (@sweet-bb) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2559 / 06:08
    ฮือออออ นุ้งวาาาาา นุ้งวาาคนดี เรางอนพี่ติณ เราไม่ชอบเนฟ -3-
    #444
    0
  6. #441 Fon Chanoknunt (@fooooon) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2559 / 23:46
    อ้าย ห้องผม น่ารักเฟิ่นเฟ้ออออ ไม่ใช่เรื่องที่จะกลับมาได้ง่ายๆๆๆ สินะ
    #441
    0
  7. #440 summerpooh (@nuttttcha08) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2559 / 23:32
    วากลับมาเติมพลัง เติมไปเยอะๆเลยนะจะได้มีแรงไปสู้กับความจริงที่อังกฤษต่อ
    #440
    0
  8. #439 love yaoi (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2559 / 23:30
    นึกว่าจะ จบไม่สวยซะเเล้วๆ หน่วงอย่างเเรง อิอิ



    #439
    0
  9. #438 mm_yelly (@mm-maknae) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2559 / 22:57
    โหยยย หวีดแรงมาก ฮือออ แกอยากให้รวมเล่มจริงๆอ่ะ โอ้ยคือติด คือรัก คือชอบฟิคเรื่องนี้มากกกกก เราจะไม่ทน อ๊ากกกก วาติณห์คือดียยย์ <3
    #438
    0
  10. #437 DsnoopyD (@linmin) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2559 / 22:27
    ห้องไม่เก็บเสียงไม่ใช่หรอ-..-
    #437
    0
  11. #436 noonpanchanok (@noonpanchanok) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2559 / 22:15
    ต่ออออออออ 
    #436
    0
  12. #435 subtle'z (@29556) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2559 / 21:19
    วาาาาา อยากรู้ต่อไปแล้ววว ><
    #435
    0
  13. #434 mangpor43 (@por2543) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2559 / 20:15
    อร๊ายยยยยยยย เขินอ่ะ อ่าไปยิ้มไป โอ๊ยยยยยยยย เขินแรง!!! >///< รอนะค้าาาาาาา
    #434
    0
  14. #433 Gen_Bear (@Gen_Bear) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2559 / 19:58
    โง้ยยยยยย อยากอ่านตอนต่อไปแร้วววววววว รอนะค่าาาาาา
    #433
    0