source head กว่าจะเป็นเฮดว้าก (end)

ตอนที่ 44 : specify; 1-1 return

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,141
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    25 มิ.ย. 59

1-1

Special part V

TIN

ทำไมต้องบ้านเราด้วยอ่ะแม่!ผมไม่ได้ตั้งใจจะพูดเสียงดังขนาดนั้น แต่พอเห็นท่าทีเห็นดีเห็นงามของคนทั้งบ้านโดยไม่มีใครคิดจะหันมาถามผมสักคำ ผมจึงอดที่จะแว้ดออกไปไม่ได้

แล้วทำไมจะเป็นบ้านเราไม่ได้ล่ะติณห์แต่แทนที่แม่จะตอบคำถามผม กลับทำหน้าตาไม่เข้าใจใส่ผมซะงั้น

บ้านเราห้องเต็มหมดล่ะนะ จะให้ไปนอนที่ไหนตลอดบทสนทนานี้ผมพยายามอย่างมากที่จะไม่หันไปมองคนที่แม่กอดแขนไว้แน่น

เต็มตรงไหนล่ะ นอนห้องน้องติณห์ยังได้เลย ห้องใหญ่ขนาดนั้น

ไม่ได้! ห้องติณห์ไม่ได้ผมรีบแย้งเข้าไปใหญ่ คราวนี้ทุกคนมองผมอย่างงุนงง ก็แน่ล่ะปฏิเสธเสียงแข็งขนาดนี้ผมเคยทำที่ไหนกัน

ติณห์พึ่งย้ายของกลับมาจากหอเองนะ ของเต็มห้องจนติณห์เองไม่รู้จะเดินตรงไหนเลยเมื่อทุกคนเอาแต่มองผมนิ่งๆ ผมจึงต้องหยิบยกเหตุผลที่มองยังไงก็เข้าใกล้คำว่าแถมาพูดอีกครั้ง ซึ่งเมื่อผมพูดจบ ไอ้เต็นท์ที่ยืนอยู่ข้างๆก็ระเบิดเสียงขำออกมาทันที

ไม่เป็นไรหรอก เรายังมีห้องรับรองแขกอยู่ไงแม่ยังคงหันไปพูดกับคนข้างๆด้วยรอยยิ้ม

ห้องรับรองแขกที่กลายเป็นห้องเก็บของมา5-6ปีแล้วเนี่ยนะ

เดี๋ยวแม่เข้าไปทำความสะอาดนิดหน่อย ก็อยู่ได้แล้วจ๊ะ

แต่แม่เป็นภูมิแพ้นะอย่าลืมแม่ตวัดสายตามามองผมอย่างไม่พอใจทันทีที่ผมเอาแต่ขัด

โหยยยยยแม่ ไอ้ติณห์มันพูดขนาดนี้ก็ความหมายว่ามันไม่อยากให้แม่เอาไอ้เปี๊ยกนี้กลับไปนอนบ้านเราไงเต็นท์ที่เลิกขำได้พูดขึ้นมาในที่สุด

ย้อนกลับไปเมื่อ2ชั่วโมงที่แล้ว

หลังจากที่ผมรับช่อดอกไม้จากวาเสร็จ ทุกๆอย่างรอบข้างที่พร้อมใจกันหยุดเดินก็กลับมาเดินด้วยความรวดเร็วมากกว่าเก่า เพราะเมื่อคนในละแวกนั้นเห็นว่าคนที่อยู่ข้างๆผมคือวา ก็พร้อมใจกันกรูเข้ามาหา ทั้งยังยิงคำถามมากมายใส่วาจนผมเองยังงงแทน และอยู่ๆพี่บัณฑิตที่เป็นตัวเอกของงานก็ถูกเตะออกมานอกวง ปล่อยให้วากลายเป็นพระเอกตัวจริงที่มักจะมาช้าสุดซะงั้น

สรุปคือผมยังไม่ได้คุยกับวาสักคำเลยครับ

แต่ไม่รู้เพราะว่าวาหล่อขึ้นกว่าเดิม ท่าทางที่เป็นผู้ใหญ่ขึ้น หรือชุดที่เข้ากับวาโครตๆ บวกกับส่วนสูงที่เพิ่มมากขึ้นจนผมแปลกใจ ไหนจะสีผิวที่ขาวขึ้นกว่าเดิม

เออนั้นแหละ เอาเป็นว่าทั้งหมดนั้น

มันทำให้ผมไม่กล้าพูดกับวาซะงั้น มันแปลกๆและทำตัวไม่ถูกเลยด้วยซ้ำ แค่เขาทำท่าหาโอกาสจะคุยกับผม ผมก็ต้องรีบหยิบเรื่องอะไรมาคุยกับเพื่อน ทำให้ตัวเองไม่ว่างพอที่จะคุยกับเขา กลายเป็นไอ้ติณห์โง่ๆคนหนึ่งไปเลย แต่ผมยังไม่พร้อมคุยจริงๆ

ส่วนหนึ่งเพราะหัวใจที่ไม่ได้เต้นรัวเร็วแบบนี้มานานกำลังแข่งกันสูบฉีดจนผมไม่แน่ใจว่ามันลามให้หน้าผมแดงไปแล้วรึเปล่า แต่การที่หัวใจผมกลับมาเต้นแรงเพียงแค่เห็นเขาเท่านั้น

มันทำให้ผมประหม่า

อย่างน้อยๆผมขอเวลากลับไปควบคุมหัวใจก่อนได้ไหมแล้วค่อยคุยกับเขา แต่นี้อะไร พองานใกล้เลิก ทุกๆคนเริ่มทยอยกลับ วาก็พูดขึ้นมาว่า กูยังไม่รู้จะไปนอนไหนเลย ทั้งๆที่วาพูดกับพีทและพาร์ท แต่แม่ผมดันได้ยิน หันไปถามอย่างห่วงใยว่า อ้าวไม่ได้จองห้องไว้เหรอจ๊ะ ซึ่งวาก็ตอบว่า ครับแม่ วาคืนหอไปแล้วอ่ะ และถ้าจะให้กลับบ้านตอนนี้ก็ไม่รู้จะถึงเมื่อไร พูดจบก็เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่มืดครึ้มเตรียมจะปล่อยสายฝนลงมาในไม่ช้า ถ้าคำว่ากลับบ้านของวามันหมายถึงกลับบ้านที่เพชรบูรณ์ ผมว่าก็คงลำบากอยู่ที่เขาจะกลับบ้านตอนนี้ แต่ถึงจะกังวลนิดหน่อยว่าเขาจะไปนอนที่ไหนคืนนี้

แต่ไม่ต้องบ้านผมได้ไหมล่ะ!

แม่ก็เอ็นดูวาจนออกปากชวนให้ไปนอนบ้านโดยไม่สนใจหน้าตาเหวอสุดๆของผมเลยสักนิด

บอกว่าขอเวลาหน่อยไง!

ติณห์ไม่อยากให้วาไปนอนที่บ้านเหรอลูกแม่ถามขึ้นมาเมื่อเต็นท์พูดจบ ในใจผมกำลังร่ำร้องว่า ใช่! แต่เมื่อกวาดสายตามองพ่อที่มองมา ไอ้เต็นท์ที่ยังคงยิ้มขำแต่ก็ยังมองตรงมาที่ผม ไหนจะแม่ที่มองมาอย่างสงสัย และวาที่ยืนให้แม่ผมกอดแขนโดยไม่คิดจะสะบัดออกก็กำลังมองผม ยิ่งมีพีท พาร์ท ปาย หลิว แจน เนฟ เมฆ และใครอีกหลายคนที่ยังหลงเหลืออยู่ก็ล้วนแต่มองมาที่ผมจนคำสั้นๆในหัวผมไม่สามารถพูดออกมาได้อย่างใจคิด

ติณห์..ไม่ได้..ผมติดอ่างขึ้นมาทันที

เอางี้ มึงรังเกียจที่จะให้ไอ้วาไปนอนบ้านรึเปล่าเต็นท์ที่นั่งฟังอยู่นานคงหมดความอดทนขึ้นมาถึงได้พูดขึ้นและหันมาถามผม

บ้า! จะรังเกียจทำไมคำว่ารังเกียจมันร้ายแรงมากเลยนะ ผมจึงรีบตอบเต็นท์กลับไปทันที

งั้นให้วาไปนอนบ้านเราก็ได้ เรื่องห้องเดียวค่อยว่ากันอีกทีล่ะกัน ที่นี้เรากลับบ้านกันได้รึยัง ผมหิวล่ะสรุปเสร็จสรรพไอ้เต็นท์ก็ลุกขึ้นและเดินนำไปก่อน ส่งผลให้พ่อและแม่ต้องเดินตามไป

แล้วบ้านพีท..แต่ผมยังคงไม่เดินไปไหน เพียงแค่หันไปถามพีทที่ยืนอยู่ไม่ไกลแทน

บ้านผมไม่ได้หรอกครับพี่เตชินท์ ญาติผมมาเต็มบ้านเลย เนอะพาร์ทเนอะท้ายประโยคศอกน้องที่ยืนอยู่ข้างๆไปด้วย

ใช่เลยครับพี่ คนแน่นเลยอ่ะ ถ้าพี่ไม่รังเกียจไอ้วาก็ฝากดูแลมันด้วยนะครับพาร์ทก็ดันรับมุขอีกไง พูดจบพร้อมยิ้มพิมพ์ใจที่ทำให้ผมอ้าปากพะงาบๆอย่างไม่รู้จะพูดอะไรดี

ไอ้ติณห์!! ไปยัง กูหิวเต็นท์ตะโกนมาจากรถจนผมต้องละสายตาจากน้องๆไปที่มัน

เออๆสรุปผมก็เถียงอะไรไม่ได้ใช่ไหมเนี่ย น้องๆยกมือไหว้ผมนิดหน่อย

พรุ่งนี้เจอกันนะพี่เตชินท์เนฟที่ยืนอยู่ด้วยพูดส่งท้ายขึ้นมา ซึ่งผมก็โบกมือรับคำปัดๆ ก่อนที่จะลากขาหนักๆให้กลับไปที่รถ ทิ้งตัวลงนั่งโดยพยายามไม่หันไปมองคนที่นั่งเบาะหลัง

ทำไงดีวะเนี่ยยยยยย

ที่แย่ยิ่งกว่าคือผมต้องคีพลุคทำตัวนิ่งเฉยเหมือนไม่รู้สึกอะไร แม้เมื่อกี้จะหลุดเถียงแทบแย่จนดูมีพิรุธโครตๆไปแล้วก็ตาม แต่เพราะไม่อยากให้หลุดท่าทางฮาๆอะไรออกไปอีก หรือแม้แต่ใครชวนคุยก็ไม่อยากคุย ผมจึงหยิบหูฟังขึ้นมาเสียบกับโทรศัพท์และใส่หูทันที แถมยังแสร้งมองวิวข้างนอกอย่างสนใจมากๆ

ตอนนี้ผมนั่งอยู่บนรถเต็นท์ โดยมีวานั่งอยู่ที่เบาะหลัง ส่วนรถคันข้างหน้าคือรถของพ่อกับแม่ ผมก็ไม่เข้าใจหรอกว่าทำไมวาถึงได้มานั่งคันนี้แทนที่จะไปนั่งกับพ่อแม่ แต่การที่รู้ว่าขยับตัวนิดเดียวก็ตกอยู่ในเป้าสายตาวาได้ทำให้ผมต้องยกหูฟังขึ้นมาใส่เลย

มึงต้องไปเรียนนานเท่าไรนะอยู่ๆเต็นท์ก็พูดขึ้นมา ส่งผลให้ไอ้คนแอคติ้งฟังเพลงแต่ไม่ได้เปิดเพลงแบบผมหูผึงขึ้นมาทันที

“2ปีอ่ะเฮียวาตอบ แค่เสียงของวา แค่ประโยคสั้นๆแค่นั้นยังทำให้ใจที่กลับมาสงบเริ่มเต้นเร็วขึ้นอีกครั้ง โอ้ยยยยยยนี้ผมเป็นบ้าอะไรไปเนี่ย

นี้มึงไปมาสองปีแล้วเหรอวะ

ยังดิ ผมไปมาไม่ถึงปีเลยมั้งไม่ใช่ล่ะ.. วาไปมา1ปี2เดือนแล้วเหอะ

แล้วทำไมมึงรีบกลับวะนั้นเป็นคำถามที่ผมก็อยากรู้คำตอบเหมือนกัน เพราะผมรู้อยู่แล้วไงว่ากำหนดกลับของวามันยังไม่ถึง และเขาพึ่งเดินมาแค่ครึ่งทางเท่านั้นเอง ดังนั้นการที่จะมาเจอเขาวันนี้จึงไม่อยู่ในหัวผมเลยสักนิด แต่อยู่ๆวาก็โผล่มา โผล่มาโดยไม่ให้ผมตั้งตัวและเตรียมใจสักนิด

กลับมางานรับปริญญาไงคราวนี้เสียงหัวใจที่ดังจนน่ารำคาญกลับเงียบกริบ งานรับปริญญา..ของผม...งั้นเหรอ

ของไอ้ติณห์อ่ะนะ?” ผมรู้สึกรักเต็นท์ก็วันนี้

ในขณะที่ผมรอคำตอบจากวา รถก็ขับมาถึงบ้านซะก่อน ทำไมบ้านผมมันอยู่ใกล้ขนาดนี้! สุดท้ายวาก็ไม่ได้ตอบคำถามนั้นจนได้

ผมอาจจะคิดเข้าข้างตัวเองไปหน่อยก็ได้ เพราะ97เองก็มีแต่รุ่นพี่ที่สนิทกับวาทั้งนั้น เขาอาจจะแค่ตั้งใจมาหาทุกคนอยู่แล้ว ไม่ใช่เฉพาะผมสักหน่อย

นั้นสินะ...

หูลู่เลยนะมึงผมหันไปมองเต็นท์ที่เข้ามาประชิดตัวผมตอนไหนก็ไม่แน่ใจ

หูลู่อะไรของมึงผมหันไปบ่นมัน ซึ่งแม่งก็หลิ่วตาใส่ผมซะงั้น

รู้อยู่แก่ใจนะไอ้น้องมันว่างั้นและตบบ่าผมสองทีก่อนที่จะเดินนำเข้าบ้านไป

ผมเกลียดมันว่ะ

 

วากินอะไรมารึยังลูก

แล้วนี้เดินทางมาเหนื่อยไหม

ใครมาส่งเหรอ

คำถามนานาจิตตังจากแม่ผมถูกส่งไปให้วาแบบไม่เสียเวลาหยุดพักให้วาตอบสักข้อ ส่งผลให้ผมมองแม่ที่กำลังหาน้ำหาท่าให้วากินด้วยตาขีดๆ

ถ้าได้กลิ่นเหม็นๆก็คงจะเป็นกลิ่นเน่าของหัวผมนี้แหละ

แม่ ติณห์ขึ้นไปนอนนะ จะกินข้าวแล้วปลุกด้วยผมบอกแม่ซึ่งแม่ก็ยิ้มรับและหันไปคุยกับวาต่อ

เออให้มันได้แบบนี้ดิ

นอน! นอนเท่านั้น

แต่ฟ้าคงไม่อยากให้ผมหนีความจริงด้วยการนอนเท่าไหร่ เพราะหลังจากข่มตาหลับได้2ชั่วโมง ร่างกายก็สั่งให้ผมตื่นพร้อมเหงื่อท่วมตัวจนผมนึกว่าไปนอนตากฝนมา ผมลุกขึ้นนั่ง เสยผมที่พึ่งไปตัดมาไม่นานขึ้นไปลวกๆ

ทำไมมันร้อนขนาดนี้ มันอบอ้าวไปหมด เป็นอากาศก่อนที่ฝนจะตกจริงๆแหละ ซึ่งผมไม่ชอบเลยแหะ

ถ้าถามว่าทำไมผมไม่เปิดแอร์ ช่วงนี้ผมกลับมาอยู่บ้านแล้วครับ กลับมาอยู่จริงจัง แบบขนของออกจากหอหมดแล้ว และการกลับมาอยู่บ้านเนี่ย อะไรที่ประหยัดได้ก็ช่วยๆกันไปครับ อย่างแอร์เนี่ยที่บ้านผมจะเปิด2ทุ่ม ตอนนี้พึ่ง6โมงเท่านั้น หมดสิทธิ์เปิดเลยครับ

เชี่ย! มึงเล่นเก่งอะไรขนาดนี้วะเสียงที่มักจะดังแว่วมาจากห้องข้างๆดูจะดังมากกว่าปกติซะอีก

เก่งอะไรล่ะพี่ ผมเล่นบ่อยมากกว่าเสียงของวาดังแว่วตอบมา

เดี๋ยวนะ... อย่าบอกว่าขึ้นมาเล่นเกมส์กับเต็นท์

อย่างที่รู้กันว่าเต็นท์มันทำงานบริษัทแล้ว แต่ช่วงนี้มันค่อนข้างมีปัญหากับที่ทำงานนะครับ วิธีแก้ปัญหาของเต็นท์ก็คือเล่นเกมส์เนี่ยแหละ เล่นมันทุกเกมส์ ตั้งแต่เกมส์โทรศัพท์ เกมส์เพลย์ ยันเกมส์ออนไลน์เลย ซึ่งเกมส์ออนไลน์มันก็จะนัดเล่นพร้อมเพื่อนในคณะแหละครับ และทุกครั้งที่เต็นท์เล่นเกมส์เนี่ย เสียงจะดังมากจนเลยมาห้องผมทุกที ถ้าดังมากจนนอนไม่ได้ ผมก็จะแวะไปด่ามัน แต่ส่วนมากก็ทนเอาแหละครับ ผมรู้ว่ามันเครียดกับที่ทำงานระดับหนึ่งเลย

จริงๆแล้วเต็นท์มันก็ชวนผมไปเล่นด้วยนะครับ แต่ผมมันเป็นพวกเล่นเกมส์แล้วติดนะสิ จึงเล่นแค่เกมส์ในโทรศัพท์นิดหน่อยเท่านั้น ผมจึงไม่ได้ไปเล่นกับเต็นท์ แต่ถ้าใครว่างๆและพอจะเล่นกับมันได้ มันก็จะชวนเล่นตลอดเลยนะ

และวาก็คงเป็นเหยื่อคนล่าสุดของมัน

ไม่ใช่แค่เล่นบ่อยแล้ว มึงเก่งเลยเนี่ยยยยยเสียงเต็นท์ยังคงดังผ่านเข้ามา

รู้ตัวอีกทีผมก็ลุกจากเตียงและพุ่งไปห้องเต็นท์แล้ว

มึงปากที่อ้าปากทักมันปกติเงียบลงเมื่อไอเย็นจากห้องเต็นท์ทำให้คิ้วผมขมวดเข้าหากันทันที

มีไรเต็นท์กดpauseเกมส์และหันมาหาผม ข้างๆเป็นวาที่เปิดโน๊ตบุ๊ครอเล่นเกมส์ต่ออยู่

เปิดแอร์เหรอวะผมพึ่งบอกไปใช่ไหมว่ายังไม่ถึงเวลาเปิดแอร์และการที่เต็นท์เปิดและผมต้องทนร้อนเนี่ย ผมทนไม่ได้!

เออ ก็กูมีแขกคำตอบของมันเล่นเอาคิ้วผมกระตุกทันที กฎเปิดแอร์ของเราจะถูกอนุโลมก็ต่อเมื่อมีแขกนะครับ และไอ้เต็นท์ก็กำลังหยิบยกวาเป็นแขกมันซะงั้น

อยู่ๆก็นับมันเป็นแขกมึงเฉยเลยนะ!

มึงมีไรเต็นท์ถามซ้ำเมื่อผมนิ่งไป

กูไม่แดกข้าวนะ ไม่ต้องปลุกผมตอบมัน ก่อนที่จะปิดประตูอย่างแรงโดยไม่สนใจเสียงโวยวายของไอ้เจ้าของห้องที่ตามมา

กลับมาถึงห้องผมก็กดเปิดแอร์โดยไม่สนใจว่าตอนนี้มันจะกี่โมง ล็อคประตู กระโดดลงเตียงและหยิบหูฟังมาเปิดเพลงให้ดังกลบเสียงห้องข้างๆทันที

เป็นอะไรก็ไม่รู้แหละ

แต่หงุดหงิดว่ะ

 

เมื่อห้องเย็นแล้วผมก็นอนนนนนยาวจนตื่นขึ้นมาอีกทีตอนตี2 อาการปวดเมื่อยจากการเดินไปเดินมาและถือของทั้งวันเริ่มทุเลาลง ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาตอบข้อความจากอินสตราแกรม ทวิตเตอร์และไลน์ ก่อนที่จะวางมันลงที่เดิมและผุดลุกขึ้นนั่ง

ผมก็อยากจะนอนต่อนะ แต่ท้องมันหิวว่ะ

ผมลูบท้องปอยๆก่อนที่จะตัดสินใจเดินลงไปหาอะไรกิน

การกินข้าวมื้อดึกกลายเป็นเรื่องปกติสำหรับผมไปแล้ว วันๆหนึ่งผมกินข้าววันล่ะสี่มื้อเลยมั้ง และการที่ตอนเย็นไม่ได้กินข้าว ก็ทำให้ผมยิ่งหิวจนอดที่จะหาอะไรกินไม่ได้ เอาจริงแล้วผมก็ใช้พลังงานวันนี้ไปเยอะเลยนะ แต่ตอนเย็นดันหงุดหงิดจนไม่รู้สึกหิวนะสิ

ความหัวร้อนของผมโดยดับจนมอดไปหมดล่ะครับ คิดดูแล้วก็ขำตัวเองเหมือนกันที่หงุดหงิดกับเรื่องเล็กๆน้อยๆ มันถือว่าเป็นเรื่องเล็กๆน้อยรึเปล่านะ... แต่การที่วาเอาแต่สนใจคนนู้นคนนี้โดยไม่สนใจผมเนี่ย

มันทำให้ผมหงุดหงิด

แต่ก็ช่างเถอะ

ขาที่กำลังก้าวลงบันไดของผมชะงักไปเมื่อเห็นแสงไฟจากชั้นล่าง ตอนแรกผมเข้าใจว่าพ่อกับแม่อาจจะลืมปิดไฟ แต่เมื่อสังเกตดีๆผมก็เห็นว่ามีคนๆหนึ่งกำลังจับจองโต๊ะกินข้าวในการทำอะไรสักอย่าง

วาสินะ

วาคงเลือกนอนห้องนั่งเล่นแน่ๆ

หัวผมเริ่มหมุนทันทีว่าควรกลับขึ้นห้องหรือลงไปหาอะไรกินอย่างที่ตั้งใจดี แต่วาก็นั่งหันหลังให้ผม และห้องครัวมันก็ติดกับบันไดแค่นี้เอง ถ้าผมก้าวเร็วๆเบาๆก็คงไม่เป็นไร

ความหิวชนะทุกสิ่งจริงๆครับ

ผมก้าวเดินด้วยความเงียบเชียบ บวกกับปิดประตูด้วยมือที่เบาที่สุด ก่อนที่จะเปิดไฟห้องครัวขึ้นมา ตอนแรกผมตั้งใจจะต้มมาม่านะ แต่พอรู้ว่าวานั่งอยู่ไม่ไกลจากตรงนี้ ผมจึงเลือกที่จะหยิบพวกขนมปังหรือขนมขบเคี้ยวต่างๆที่พอจะอยู่ท้องบ้างไปแทน ตบท้ายด้วยโอวัลตินสักแก้ว ผมหันไปหยิบแก้วที่ใช้ประจำและเริ่มชงโอวัลตินทันที

พี่ติณห์

เพล้ง

เสียงเรียกไม่ได้ดังมากเลยด้วยซ้ำ แต่มันเป็นจังหวะเดียวกับที่ผมกำลังหมุนตัวเพื่อเอาแก้วไปเติมน้ำพอดี ผมจึงตกใจจนเผลอปล่อยแก้วหลุดมือไป

เป็นอะไรไหมครับวาประชิดตัวผมทันทีเมื่อเห็นว่าผมทำแก้วแตก ทั้งยังดึงผมออกจากตรงนั้นด้วย

ผมไม่เป็นไรผมตอบวากลับ และขยับตัวออกจากแขนวา

เดี๋ยวผมเก็บให้นะครับวาปล่อยมือจากตัวผมและทรุดตัวลงเก็บเศษแก้วทันที

เฮ้ยไม่เป็นไร ผมทำแตกเอง เดี๋ยวผมเก็บเองผมรีบทรุดตัวนั่งยองๆและเก็บเศษแก้วบ้างทันที

ผมเป็นคนทำให้พี่ตกใจจนปล่อยแก้วแตก ให้ผมทำเถอะครับวายังคงไม่ยอม แต่ผมไม่ได้ฟัง ยังคงเก็บเศษแก้วต่อไป

เดี๋ยวก็โดนบาดหรอกครับวาคว้ามือผมไว้ ก่อนที่จะดุผมตามมา แค่เสียงก็รู้แล้วว่าตั้งใจดุ จนผมต้องเงยหน้าไปมองเขาเลย

ห้ามดื้อ..ผมขอล่ะวามองตรงมาที่ผมก่อนที่จะบอกผมด้วยน้ำเสียงที่ตั้งใจจะออดอ้อนมากกว่าดุผมเหมือนตอนแรก

และผมจะทำอะไรได้ล่ะครับ นอกจากขยับหนีให้วาได้ทำเอง

ผมแพ้..แพ้ทุกอย่างเลย ตั้งแต่น้ำเสียง สายตา ท่าทางเป็นห่วงที่เห็นได้ชัดเจน หรือแม้แต่กลิ่นอายของเขาก็ตาม ผมแพ้ให้ทุกอย่างจนไม่รู้จะเอาชนะได้ยังไง ทำไมการกลับมาของวาครั้งนี้มันดูเหนือกว่าผมไปหมด

เหมือนวากำลังก้าวขึ้นไปโดยที่ผมยังอยู่ที่เดิม

ผมดูห่วยๆยังไงไม่รู้แหะ

ผมคืนให้เพราะมัวแต่ยืนเหม่อคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ผมเลยไม่รู้เลยว่าวาหันไปชงโอวัลตินแก้วใหม่ให้ผมตอนไหน

ขอบใจผมรับแก้วโอวัลตินมาก่อนที่จะหันหลังกลับทันที ผมไม่อยากพ่ายแพ้อะไรต่อเขาอีกแล้ว

รีบหนีคงดีที่สุด

พี่ติณห์ครับแต่เพราะเสียงของวานั้นแหละที่ทำให้ผมชะงักเท้า

ลองชิมดูก่อนไหม ผมไม่รู้ว่ามันอร่อยรึเปล่าวาเดินมาหยุดต่อหน้าผม ก่อนที่จะปลายตามองโอวัลตินในมือผมเป็นเชิงบอกว่าหมายถึงอะไร

ผมกินได้ผมตอบกลับไป

ลองชิมดู..นะครับวายื่นหน้าเข้ามาใกล้แก้วโอวัลติน ซึ่งมันอยู่ในระดับสายตาของผมพอดี ก่อนที่เจ้าตัวจะช้อนสายตามองผมและพูดออกมา

อืมผมหลบสายตาลูกแกะที่ดูน่ากลัวเกินกว่าแกะของวา ก่อนที่จะยกขึ้นจิบแต่โดยดี ส่วนหนึ่งก็อยากให้มันจบๆไปนั้นแหละ

เป็นไงบ้างอ่ะวาถามขึ้นมาทันทีที่ผมลดแก้วลง

ผมว่าใส่น้ำตาลอีกหน่อยก็ได้มั้งจริงๆมันดูจืดไปหมดเลยครับ ผมรู้สึกได้เพียงแค่รสชาติจางๆของโอวัลตินเท่านั้นเอง พอผมพูดแบบนั้นวาก็หันไปหยิบน้ำตาลมาใส่ทันที

โอเคยังผมยกขึ้นดื่มอีกครั้ง

โอเคล่ะก็โอเคกว่าตอนแรกแหละ วายิ้มกว้างอย่างโล่งอกออกมาเมื่อผมบอกว่ามันโอเค ซึ่งท่าทางแบบนั้นมันทำให้ผมอยากจะดึงแก้มเขาสักทีจริงๆ แต่สิ่งที่ผมทำกลับเป็นเพียงแค่หันไปหยิบขนมและตั้งท่าจะเดินออกไปเท่านั้น

พี่ติณห์

อะไรอีกล่ะคราวนี้ผมหันกลับไปถามเขา ทั้งๆที่ผมจะก้าวพ้นห้องครัวออกมาอยู่ล่ะนะ

ฮ่าๆ ผมแค่จะบอกว่า..ฝันดีนะครับวาขำผมก่อนที่จะพูดต่อมาและยิ้มให้ผมอีกครั้ง

อืม..คุณด้วยผมหันหลังกลับ ก่อนที่จะสาวเท้าขึ้นห้องโดยไม่คิดจะหันไปมองอีก

แค่บอกฝันดี แค่นี้หัวใจต้องเต้นเร็วขนาดนี้เลยเหรอ

วันนี้หัวใจที่ไม่ได้เต้นมานาน

กลับมาทำหน้าที่จนคุ้มเลยล่ะ

 

เป็นอีกวันที่ผมต้องตื่นแต่เช้าเพื่อออกไปส่งแม่ จากตอนแรกๆที่อิดออดแทบแย่กว่าจะขุดตัวเองออกมาจากเตียงได้ ก็กลายเป็นเรื่องปกติที่ร่างกายสามารถตื่นได้เอง เพราะการตื่น7โมงมันก็ไม่ได้เช้าอะไรมากมาย และถ้าทำงานเมื่อไหร่ก็คงต้องตื่นประมาณนี้แหละ ฝึกไว้ก่อนก็ดี

สรุปคือเรื่องตื่นเช้าไม่ใช่ปัญหาสำหรับเช้านี้

สิ่งที่เป็นปัญหาคือการก้าวลงไปชั้นล่างต่างหาก

ให้ผมลงไปชั้นล่างก็เหมือนลงไปหาวาเลยนะ

ก๊อกๆ

แม่ถามว่าเสร็จยังผมสะดุ้งเมื่อเสียงเคาะประตูดังมาพร้อมกับเสียงของเต็นท์

เออ เดี๋ยวลงไปแล้วจะไม่ลงไปก็ไม่ได้ไง บ้านผมดันมีประตูอยู่ชั้นแรกทั้งหมดซะด้วย

เอาว่ะ! ผมเป็นเจ้าของบ้านนะเว้ย

แต่ถึงจะตกลงกับตัวเองแบบนั้น ผมก็ยังก้าวด้วยความช้าและเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อที่จะเห็นก่อนว่าเขาอยู่ตรงไหน จะได้เตรียมตัวรับมือทันไง

แม่ เต็นท์เอาไข่สุกๆนะน่าแปลกที่ทั้งบ้านผมก็ยังคงมีแค่คนในบ้านที่คุ้นเคย พ่อนั่งรออยู่ที่โต๊ะ เต็นท์ยืนอยู่ข้างๆแม่ในครัว และแม้ผมจะพยายามกวาดสายตาขนาดไหน ก็ไม่เจอวาอยู่ดี

หรือว่าอยู่ในห้องน้ำ

ผมหันไปมองห้องน้ำก่อนที่หัวคิ้วจะม่นเข้าหากันเมื่อแน่ใจว่าไฟไม่ได้เปิดอยู่

ไปไหนของเขานะ

ติณห์เอาแซนวิชไหมลูกแม่หันมาถามผม

เอาก็ได้ครับบางวันผมจะไปหากินข้างนอกนะครับ แต่วันนี้ไม่มีอารมณ์ กินที่บ้านให้อิ่มๆไปล่ะกัน

มองหาใครผมชะงัก ก่อนที่จะหันมามองเต็นท์ที่ทิ้งตัวลงนั่งข้างๆผม

เปล่า จะให้มองหาใครวะผมยังคงคีพลุคเหมือนเดิม

คีพลุคมากไหมเนี่ย จะไม่คุยกับมันจริงดิเต็นท์ก็ยังเป็นหนึ่งในคนที่มองผมออกเสมอ

กูไม่ได้ไม่คุยกับมันนะเมื่อคืนยังคุยกันอยู่เลยเหอะ

เหรอ.. แล้วไง กลับมาคบกันยัง

มึงพูดไรเนี่ยยยยยผมหันไปด่ามัน โดยที่อดจะปลายตาไปมองแม่ไม่ได้

โหยยยยยเขารู้กันทั้งบ้านล่ะผมก็อยากเถียงนะ แต่ลึกๆก็รู้ว่าเต็นท์พูดถูก ถึงพ่อกับแม่ผมจะไม่เคยพูดเรื่องวากับผมตรงๆ แต่ท่าทางหลายๆอย่างของผมที่เป็นลูกชายแท้ๆของเขา มันคงดูออกไม่ยากนัก

สรุปกลับไปคบกันยังเต็นท์ถามซ้ำเมื่อผมไม่พูดอะไรออกมา

เปล่า คุยยังคุยแค่นิดเดียวเอง

อ้าววววว รอไรอยู่ผมหันไปมองหน้ามัน

“...ไม่รู้ดิ

กูถามมึงจริงๆ มึงชอบไอ้เนฟป่ะเนี่ยผมกลอกตาทันที

เปล่าไอ้เต็นท์หลิ่วตามองผมอย่างจับผิด ส่วนผมก็มองมันกลับโดยไม่คิดจะหลบตา เรื่องเนฟผมบริสุทธิ์ใจจริงๆนะ ผมมองมันเป็นน้องคนหนึ่งที่ดีต่อผมมากๆ ถึงแม้มันจะไม่บริสุทธิ์ใจแต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ผมจะไปทำตัวไม่ดีกับมันซะหน่อย อย่างวันนี้มันก็อุตสาห์พาผมออกไปดูงานบริษัทเพื่อนพ่อที่มันสนิทด้วย ถ้าได้งานที่กรุงเทพจริงๆ ผมคงสบายขึ้นเยอะ

“..ขอเวลากูหน่อยผมพูดต่อจนจบ เต็นท์มองหน้าผมอีกสักพักก่อนที่มันจะละสายตาจากผม มันอาจจะไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่ผมรู้ว่ามันเข้าใจที่ผมพูดแล้ว

นี้ของน้องติณห์ นี้ของเต็นท์แม่วางแซนวิชแฮมไข่ดาวให้ผมกับเต็นท์ก่อนที่เธอจะหยิบแก้วกาแฟตรงหน้าขึ้นดื่ม

แล้วมันไปไหนอ่ะผมหยิบแซนวิชตรงหน้ามางับก่อนที่จะอดถามออกไปไม่ได้

ใครผมจิ๊ปากและหันไปมองเต็นท์อีกครั้ง เรื่องกวนตีนขอให้บอกสินะ

วาเต็นท์แสร้งพยักหน้าเหมือนพึ่งเข้าใจทั้งๆที่เห็นก็รู้ว่ามันจงใจให้ผมพูดชื่อเขาออกมา

แม่บอกว่ามันออกไปตั้งแต่เช้าแล้วอ่ะ ใช่ป่ะแม่ท้ายประโยคเต็นท์หันไปถามแม่ที่นั่งอยู่ตรงข้าม

จ๊ะ ตอนแม่ตื่นมา6โมง น้องวาก็อาบน้ำเสร็จเรียบร้อยล่ะนะ เห็นบอกว่ามีงานเช้า คงกลับดึกๆผมชะงัก

วาบอกว่างานเหรอครับ

ใช่จ๊ะ

งานอะไรอ่ะ วายังเรียนไม่จบเลยนะผมพึมพำ จริงๆผมยังไม่เข้าใจเรื่องที่วากลับมาไทยเท่าไหร่ แต่ก็ยังไม่มีโอกาสได้คุยเลย

และผมก็ยังไม่พร้อมคุยด้วย

อยากรู้ก็ถามมันดิเต็นท์งับแซนวิชคำสุดท้ายเข้าปากและหันมายักคิ้วกวนตีนผม

เต็นท์ไปทำงานก่อนนะแม่ผมสะบัดหัวไล่เรื่องวา และหันมาสนใจกินแซนวิชตรงหน้าให้หมด

ยังไงก็ไม่รู้แหละ แต่เอาไว้ก่อนล่ะกัน

เออแม่ เดี๋ยวเย็นนี้เนฟมากินข้าวด้วยนะ







-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ทุกคนนนน เรากลับมาแล้ว ก่อนอื่นขออธิบายเรื่องตอนพิเศษก่อน ตอนพิเศษของเรามันจะไม่เหมือนใครนะ มันจะเป็นฟิลแบบว่าภาคย่อยต่อจากภาคหลักที่อัพจบไปแล้วมากกว่า สำหรับภาคย่อยภาคแรกที่จะลง จะเป็นเรื่องต่อจากตอนสุดท้ายที่อัพไปเลย เรื่องต่อว่าวากลับมาได้ยังไง เรียนจบรึยัง และติณห์กับวาจะกลับมาคบกันมั้ย จะเป็นเรื่องราวต่อจากนั้นพอดีเป๊ะ เรายังไม่แน่ใจว่าภาคย่อยภาคแรกนี้จะยาวขนาดไหน (คงไม่เกิน10ตอน) เอาเป็นว่ายังไงก็ฝากติดตามด้วยนะคะ สำหรับเรื่องที่ยังค้างๆคาๆกันอยู่ก็จะเฉลยไปเรื่อยๆเนอะ ใจเย็นๆนาาา
เรื่องต่อไปที่อยากจะบอกคือ พอมาแต่งภาคย่อย1แล้ว ก็มีความรู้สึกอยากแต่ง2 3และ4ต่อไปอีก เชื่อว่าหลายๆคนคงเคยเห็นระบบขายนิยายของเด็กดีไปบ้างแล้ว หลังจากภาคย่อย1จบ เราจะแต่งภาคย่อย2ต่อ แต่ในส่วนของภาคย่อย2จะลงขายนะคะะะ ฝากอุดหนุนกันด้วยนะ 5555
อีกเรื่องที่อยากบอกคือตอนสุดท้ายคอมเม้นต์เยอะมากกกก ขอบคุณมากๆนะคะ ถ้าทุกตอนคอมเม้นต์เยอะแบบนี้ตลอดก็คงดี ฮืออออ
เจอกันครับพ้ม

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

664 ความคิดเห็น

  1. #600 เจ้าชายสีเทา (@sopinpilast) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2561 / 21:00
    กรี๊ดดดดดดด วาาาาาา
    กลับมาคราวนี้เริศมากค่าาาา
    #600
    0
  2. #432 Tiara O. Nalass (@onosaka-miyako) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2559 / 13:06
    เอาเนฟออกไป!!! พี่ตินของน้องวาเท่านั้นนน
    #432
    0
  3. #431 B Specail YKR (@sweet-bb) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2559 / 09:15
    ทำไมสงสารวา เนฟนี่อะไร มาทำไม วาคนเดียวพอแล้ว ทีมวาติณต์นะ เรฟนี่แค่ตัวประกอบก็ไม่ให้ ออกไปปป พี่ติณต์ก็คีพลุคเหลือเกิน วาไม่ง้อแล้วจะขำให้ หงิดพี่ติณต์มากกกก
    #431
    0
  4. #430 mangpor43 (@por2543) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2559 / 19:08
    พี่ติณห์รีบๆคุยกันดี้~~~~ #วาติณต์
    #430
    0
  5. #429 Gen_Bear (@Gen_Bear) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2559 / 18:13
    พี่ติณห์ค่าาา เอาไงแน่ๆถ้าวาเข้าใจผิดนะ บอกตรง #วาติณห์
    #429
    0
  6. #428 DsnoopyD (@linmin) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2559 / 18:06
    ขอแบบปมเคลียร์หมดเป็นพอ อยากรู้ว่าใครจะรุกก่อน โอ้ย><
    #428
    0
  7. #427 Aor Ariyapreechakul (@aorgwen) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2559 / 15:20
    ดีใจจจจจ มีมาต่อล้าวววววว
    #427
    0
  8. #426 gwiwfwt (@wjgift) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2559 / 15:04
    ติณห์อะไรเนี่ยย เนฟนี่ยังไง แล้วจะเอายังไงกับวา ไหนบอกบริสุทธิ์ใจแค่ทำยังงี้ก็เหมือนให้ความหวังเนฟนะ ทำไมติณห์เป็นแบบนี้ เดี๋ยวเราหอบวากลับบ้านเลยยย
    #426
    0
  9. #425 mm_yelly (@mm-maknae) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2559 / 15:02
    โอ้ยยย คิดถึงรุนแรงคือไม่อยากให้จบ 5555555 คู่นี้คืออยากอ่านยาวๆ พี่ติณห์รีบคุยกะวาเหอะ เราไม่อยากให้ค้างคานะนาย ให้เวลาทำใจได้แต่อย่านานนะพี่สงสารวามัน ทำไมเรารู้สึกเหมือนวาจะมีความลับ 5555555
    #425
    0
  10. #424 Not (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2559 / 14:43
    น่าสงสารวานะ ตินแม่งโคตเป็นคนที่ไม่ชัดเจนเลย เนฟเข้ามาก็ลืมวา ถ้าไม่รักวาก็บอกไปตงๆเลย จะยื้อไว้ทำไหม เอาความรุสึกของคนอื่นมาเล่นสนุกหรอ กลับไปเอาเนฟเหอะ สมเพชว่ะ
    #424
    1