source head กว่าจะเป็นเฮดว้าก (end)

ตอนที่ 40 : special part III

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,817
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    10 มิ.ย. 59

39

TIN

เมื่อวานแม่จำได้ว่าติณห์กลับมาเร็วมากเลยนะผมชะงักมือที่กำลังชงกาแฟตรงหน้าเป็นแม่ที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม

ใช่ครับผมมาถึงบ้านตอน3-4ทุ่มเองมั้ง

แต่ติณห์ดูเพลียๆนะลูก

เหรอครับ

จ๊ะ เหมือน... คนไม่ได้นอนทั้งคืนผมเกือบสำลักกาแฟที่ยกขึ้นมาจิบแล้ว แม่ผมมีความสามารถในการจับผิดผมกับเต็นท์จริงๆแหละ

หลับสบายดีนะแม่ผมตอบพร้อมยิ้มแฉ่งใส่เธอ แม้ความจริงแล้ว...

ผมจะยังข่มตาหลับไม่ได้เลยก็ตาม

แม่ว่าวันนี้ติณห์พักดีกว่า พึ่งกลับมาจากไปเที่ยว คงเหนื่อยแย่เลยสิแม่ยิ้มให้ผมบางๆและหันไปสนใจไข่ดาวตรงหน้า

เพราะช่วงนี้ปิดเทอมแล้ว ภารกิจแต่ล่ะวันของผมจึงกลายเป็นการส่งแม่ไปโรงเรียนและรับกลับบ้าน ดังนั้นแม้จะอยากนอนยาวๆขนาดไหนก็ต้องปลุกตัวเองตั้งแต่เช้าตรู่อยู่ดี เรื่องของเรื่องคือบ้านผมมีรถ3คัน ของแม่คันหนึ่ง พ่อคันหนึ่ง และก็ของไอ้เต็นท์ ปกติมันก็จะพอใช้พอดี แต่ช่วงนี้ผมกลับมาอยู่บ้าน ถ้าไม่มีรถออกไปไหนคงเดินทางลำบาก จึงต้องเอารถแม่มาใช้ แลกกับการไปรับ-ส่งเธอที่โรงเรียนด้วย

ผมก็ไม่ค่อยได้ออกไปไหนหรอกครับ แค่มีรถติดบ้านไว้เผื่อมีเหตุฉุกเฉินอะไร

ดังนั้นบ้านผมตอนกลางวันจึงไม่มีใครอยู่นอกจากผมเลยครับ

แม่ไปได้นะ?”

ได้สิ แม่ไปเองมาตลอดเลยนะแม่คุยกับผมโดยที่ตายังมองไข่ดาวอยู่เลยครับ ผมก็เพลียๆอยู่เหมือนกัน ไม่ต้องไปส่งแม่ก็ดี จะได้นอนพักสักหน่อย ยังไม่ได้นอนสักตื่นเลยเนี่ยยย

อกหักเหรอวะเต็นท์ที่พึ่งลงมาจากชั้นสอง หยิบแซนวิชตรงหน้าผมใส่ปากและหันมาพูดกับผม

มันก็แค่ชวนผมคุยตามปกติ

แต่แม่งแทงใจผมชะมัด

เปล่าผมไม่ได้อกหักซะหน่อย... ไปหักอกเขาต่างหาก

ไหนใครมันบอกว่าคนบอกเลิกไม่เจ็บวะ

เหรอ..เต็นท์ดึงแก้วกาแฟจากมือผมไปกิน พอผมเงยหน้าไปมองมันก็เจอฝ่ายนั้นมองหน้าผมก่อนแล้ว เรายืนจ้องตากันอยู่สักพักก่อนที่ผมจะเบือนสายตาหนี

ผมยังไม่อยากเล่า

งั้นติณห์ขึ้นไปนอนก่อนนะแม่

จ้าาาเมื่อได้คำขานรับจากแม่ ผมก็ตบบ่าเต็นท์2-3ที ก่อนที่จะวิ่งขึ้นห้องมา

เมื่อไหร่หัวสมองผมจะเลิกคิดถึงคนๆหนึ่งสักที แบบนี้ไม่ว่าผมจะง่วงขนาดไหน ผมก็ไม่สามารถหลับได้เลย

วาจะเป็นยังไงบ้างนะ

เดิมทีตั้งแต่ที่ผมรู้จักวาตอนปี2 ผมก็รู้อยู่แล้วว่าวาเป็นคนเก่งมาก แต่ไม่ค่อยแสดงออกว่าเก่งเท่าไหร่ จะทำตัวนิ่งๆซะมากกว่า ถ้าให้ทำโพลเลือกคนที่เก่งจริงๆในคณะ ผมเอาหัวเป็นประกันเลยว่ายังไงวาก็ต้องติดอันดับ เพราะทุกคนยอมรับและรู้มาโดยตลอดว่าวาเนี่ย เก่งของจริง

ผมเองเคยอิจฉาไอ้เมฆที่ได้วาเป็นน้องรหัสด้วยซ้ำ เพราะน้องคงช่วยงานได้เยอะเลย และก็ช่วยได้เยอะจริงๆครับ หลายครั้งที่งานของเมฆโดนแก้ใหม่เพราะวาบอก แต่พอแก้และเอาไปส่งก็ได้Aไปนอนกอดเลยล่ะ

วาน่ะ born to be Architect

ตอนเห็นงานของวาที่งานรับปริญญาของ96 ผมยอมรับว่าผมตกใจระดับหนึ่งเลย มันรวบรวมทั้งศาสตร์และศิลป์ออกมาดีมากๆ เป็นงานที่ไม่ว่าใครก็คงสะดุดตาและหยุดมอง ซึ่งพิสูจน์ได้จากคนที่เขามาชมวามากมายในวันนั้น วาทำงานนั้นด้วยตัวเอง100%เลยล่ะสำหรับผม ถึงแม้พวกผมจะไปช่วยทำอยู่บ้างในโค้งสุดท้าย แต่พวกผมก็แค่ระบายสีตามแบบที่วาวาดไว้อยู่แล้ว มันจึงออกมาสมบูรณ์ขนาดนั้น

มันคงไม่แปลกอะไรที่จะไปเตะตาคุณแอนดริว จนวาได้ทุนมา

วาได้ทุนไปอังกฤษ ได้ไปเรียนที่AFU ผมเอง ไม่ค่อยรู้เรื่องมหาลัยในอังกฤษเท่าไร (ผมอยากไปอเมริกามากกว่า) แต่ผมก็ยังรู้จักAFUเลย เพราะเขาขึ้นชื่อด้านสถาปัตย์มากจริงๆ พอคิดแบบนั้น...

แว่บหนึ่งในหัวผมก็คิดขึ้นมาได้ว่า วาคงอยากไปเรียนที่AFUอยู่แล้ว

แล้วผมจะเอาตัวเองไปเป็นเหตุผลหนึ่งให้เขาไม่ได้ไปได้ไง

ดิ่งดอง

ผมหยุดความคิดและหันไปมองหาโทรศัพท์ที่กำลังร้องอยู่

ว่า

นึกว่าตายไปล่ะเพื่อนกูเสียงร่าเริงของเมฆดังตามสายมา

ยังเว้ย นี้กูกลับมาบ้านล่ะ

เออดี ไปอยู่นู้นกูคิดว่ามึงตาย โทรไปก็ไม่มีสัญญาณผมขำนิดหน่อย มันเป็นทริปที่ผมไม่ได้คุยกับใครเลยจริงๆนะ

ไม่รู้ว่าอาจารย์ต้นโทรมาได้ไง

มึงอยู่บ้านใช่ป่ะ กูอยู่แถวๆบ้านมึงพอดี กูแวะไปนะเป็นเรื่องปกติที่บางทีเมฆก็มานั่งเล่นนอนเล่นที่บ้านผมด้วยเหตุผลที่ทั้งเหงา และทะเลาะกับเจ๊มายด้วย

เออเมื่อผมขานตอบ เมฆก็กดวางสายไปทันที

บางทีไอ้เมฆมาอยู่เป็นเพื่อนอาจจะลดอาการฟุ้งซ่านของผมลงบ้าง

 

จารย์อยากให้เธอไปคุยกับวรมินทร์..

วาตัดสินใจแล้ว ผมเปลี่ยนใจเขาไม่ได้หรอกครับ

จารย์รู้แล้ว ถึงได้มาขอเธอไง..เตชินท์

 

แต่ตอนนี้เมฆยังไม่มาผมถึงยังออกจากโหมดนี้ไม่ได้สินะ

เป็นอีกครั้งที่บทสนทนาสั้นๆของผมกับอาจารย์ต้นเด้งไปเด้งมาอยู่ในหัวผม ผมได้ยินประโยคนี้มาไม่ต่ำกว่าสิบครั้งต่อวัน มันตอกย้ำบอกตัวเองซ้ำๆว่าผมเป็นหนึ่งในคนที่ผลักวาออกไป

ผม...เป็นคนทำให้ทุกอย่างเป็นแบบนี้

ผมไม่มีแม้แต่สิทธิ์จะเรียกร้องให้มันกลับมาเหมือนเดิมด้วยซ้ำ

ผมไม่รู้ว่าอาจารย์ต้นรู้เรื่องผมกับวาได้ยังไง แต่เขาคงรู้เรื่องความสัมพันธ์ของเราอยู่ระดับหนึ่งเลยล่ะ เขาจึงจงใจให้ผมเป็นคนเปลี่ยนใจวา ให้ผมเป็นคนคุยกับวา เพราะมันน่าจะเป็นโอกาสครั้งสุดท้าย และการที่เขาขอให้ผมเป็นคนทำ ก็แสดงว่าเขามั่นใจเกินครึ่งว่าผมจะทำสำเร็จ

มั่นใจกว่าตัวผมเองด้วยซ้ำมั้ง

อาจารย์ต้นเรียกผมไปคุยตั้งแต่เช้าวันต่อมาหลังจากงานรับปริญญา ตอนนั้นผมยังตัดสินใจไม่ได้หรอกครับ แต่ผมแค่อยากให้เรามีช่วงเวลาดีๆด้วยกันอีกสักครั้ง

จึงตกลงไปเที่ยวกับวา

แต่ใครจะรู้บ้างว่าการที่ในหัวผมต้องคิดเรื่องนี้ตลอดเวลา มันจึงเป็นทริปที่อึดอัดที่สุดในชีวิตผม ไม่ว่าเราจะอยู่ใกล้กันขนาดไหน ทำอะไรด้วยกันขนาดไหน ในใจผมลึกๆก็อดคิดไม่ได้จริงๆว่านี้อาจจะเป็นครั้งสุดท้าย

คิดแค่นั้นมันก็โครตแย่แล้ว

ถึงจะแบบนั้นแต่วาทำให้ทุกอย่างดีมากจริงๆ อย่างน้อยๆผมว่าผมก็ทำสำเร็จในจุดที่ตั้งใจจะสร้างความทรงจำดีๆ

เพราะมันสวยงามมากจริงๆ

แม้จะเป็นครั้งสุดท้ายก็ตาม

ติ๊งต่องๆๆๆ

มึงก็ยังกดออดทีเดียวไม่เป็นเหมือนเดิม กูได้ยินแล้วโว้ยผมพุ่งตัวออกจากห้องมาเปิดประตูให้ไอ้เมฆ เพราะเสียงกดออดที่โครตรัวนี้มันน่ารำคาญมากกกกกเลยนะ

กูกลัวมึงไม่ได้ยินไงอากาศมันร้อนพูดจบมันก็เดินเข้าบ้านผมอย่างชิลๆ ชิลเกินไปด้วย บ้านมึงรึไงงง

ของฝากกูอ่ะ

มึงเลือกเอา อยากได้อะไรก็หยิบไปผมตอบมันปัดๆและทิ้งตัวลงนอนอีกครั้ง

กูจะนอนนะมึง เงียบๆด้วย

เออเมฆตอบ ก่อนที่ผมจะได้ยินเสียงเปิดคอม คงเล่นเกมส์มั้ง

ถึงยังไงผมก็ต้องนอนบ้าง เรื่องทั้งหมดเอาไว้พอตื่นแล้วค่อยว่ากันล่ะกัน

ผมใช้สมองมากไปแล้วจริงๆ

 

เออออ กูบอกว่ากูไปๆ เหล้าฟรีนะ ใครจะพลาดร่างกายสั่งให้ผมลืมตาขึ้นเมื่อมีเสียงดังรบกวนโสตประสาท

อ่าๆผมผุดลุกขึ้นนั่งและยกมือขึ้นมาขยี้ตา ในหัวคิดคำด่าอย่างน้อยสิบคำไว้ด่าไอ้เมฆตอนมันวางสาย

เจอกันมึง

กูบอกให้มึงเงียบๆไงผมบ่นมันทันทีที่เมฆกดวางสาย

เฮ้ยโทษทีว่ะ มันไม่ได้ยินอ่ะเมฆตอบผมจบมันก็เดินไปรินน้ำดื่มอย่างชิลสุดๆ

กลับบ้านมึงได้ล่ะ

โหยไรวะตินติน แปบดิ เน็ตบ้านมึงโครตเร็วเลยจริงผมกลอกตาทันที กูได้นอนไปแปบเดียวเองเนี่ยยยย

วันจันทร์มึงไปป่ะวะเมฆหาของกินภายในตู้เย็นผมก่อนที่จะถามขึ้น วันจันทร์... คืออีก3วันต่อจากนี้สินะ

ไปไหนวะ

งานเลี้ยงผมขมวดคิ้ว งานเลี้ยงไรวะ

อ้อ ปาร์ตี้ของ96ป่ะเมฆชะงักก่อนที่จะหันมามองหน้าผม

มุขเหรอเพื่อนผมขมวดคิ้วหนักขึ้นทันที

มุขไรวะ ไม่ใช่ปาร์ตี้96เหรอนี้พึ่งตื่นด้วยเนี่ย งงหนักเข้าไปใหญ่ เมฆหันมามองผมตรงๆ มันเลิกหาของกินในตู้เย็นก่อนที่จะทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงข้างๆผม

มึงพูดจริงเหรอวะเมฆเงียบสักพักก่อนที่จะพูดออกมาอีกครั้ง

มึงอึ้งอะไรวะเมฆงงไปหมดแล้วเนี่ยยยยยย

กูอึ้งที่มึงไม่รู้ผมกระพริบตาปริบๆ ท่าทางเมฆดูจริงจังมากจนผมต้องจริงจังตามมัน

สรุปงานอะไร บางทีกูอาจจะรู้แต่ลืมช่วงนี้ในหัวผมมีเรื่องที่จำและไม่สามารถลบออกได้แค่เรื่องเดียวซะด้วย

งานเลี้ยงวันจันทร์นี้

“...คืองานเลี้ยงส่งวา

อีกครั้งที่หัวผมขาวโพลนไปหมด

งานเลี้ยงส่ง หมายความว่าวาตกลงไปอังกฤษแล้วสินะ จะพูดว่ามันเร็วไปก็คงไม่ใช่ จริงๆแล้วมันไม่ได้เร็วไปด้วยซ้ำ หรือจะพูดว่าผมตกใจที่วาตัดสินใจไปก็ไม่ใช่อีก ผมรู้อยู่แล้วว่าวาต้องตัดสินใจไป ในเมื่อผมที่เป็นเหตุผลเบื้องต้นที่ทำให้วาปฏิเสธไปครั้งแรกพูดขนาดนั้น ยังไงครั้งนี้วาก็คงไม่ปฏิเสธอยู่แล้ว

ก็แสดงว่าผมคิดเอาไว้อยู่แล้วสิว่าวาต้องไป และต้องรวดเร็วขนาดนี้

ดังนั้นผมก็ไม่ควรตกใจอะไรจนสมองว่างเปล่าขนาดนี้สิ

กูเลยงงที่มึงไม่รู้เนี่ยเมฆพูดอะไรพึมพำต่อโดยที่ผมไม่ได้รับฟัง

ผมควรดีใจใช่ไหม? ในที่สุดวาก็ตัดสินใจไปอย่างที่ผมต้องการแล้ว ผมควรจะแสดงความดีใจกับเขา ยืนมองเขาประสบความสำเร็จจากตรงนี้ คอยเป็นห่วงเขาจากที่ไกลๆ วาไม่ชอบอากาศหนาวเท่าไหร่ ถ้าต้องไปอยู่อังกฤษที่อากาศหนาวแบบนั้นเขาจะต้องลำบากแน่ๆ บางทีผมน่าจะซื้อเสื้อโค้ทให้เขาสักตัวก่อนเขาจะไป

ผมควรจะรู้สึกแบบนี้ ควรคิดแบบนี้ใช่ไหม

แต่ทำไมหัวใจมันไม่ทำตามคำสั่งเลยวะ

ติณห์..มึงร้องไห้ทำไมวะไม่น่าเชื่อว่าประโยคนั้นของเมฆสามารถผ่านเข้ามาในหัวขาวๆของผมได้ สัญชาตญาณสั่งให้ผมเลื่อนมือไปลูบหน้าเบาๆ ก่อนที่จะสัมผัสได้ถึงหยดน้ำที่กำลังไหลรินออกมาจากดวงตา

ผมร้องไห้ทำไม...

ผมไม่ควรร้องไห้ หยุดร้องเดี๋ยวนี้นะ

แต่ยิ่งผมพยายามเช็ดน้ำตาออกด้วยมือทั้งสองข้างขนาดไหน น้ำตาที่ไหลเพียงไม่กี่หยดก็แย่งกันไหลออกมา จนผมหมดแรงที่จะเช็ด และเลือกที่จะซบหน้าลงกับมือทั้งสองข้างเพื่อปล่อยให้มันระบายทุกอย่างออกมา

ผมกับวามีเรื่องหนึ่งที่ต่างกัน วาเป็นคนเจ้าน้ำตามาก เป็นคนที่น้ำตาเสกได้สุดๆ ไม่ว่าจะทำอะไรเล็กน้อยขนาดไหน วาก็สามารถร้องไห้ออกมาได้เสมอ

ต่างกับผม

ผมเป็นคนไม่ค่อยร้องไห้ ผมแทบจะไม่ร้องไห้เลยด้วยซ้ำ ร้องไห้ครั้งสุดท้ายของผมคือตอนที่แม่หกล้มในห้องน้ำตอนผมอยู่ม.4 นั้นล่าสุดของผมแล้วจริงๆ ด้วยความที่ผมไม่ค่อยร้องไห้สักเท่าไหร่ ผมจึงมักจะจำเหตุการณ์ที่ผมร้องไห้ได้ทุกครั้ง

จากที่ผมจำได้ทั้งหมด

ไม่มีการร้องไห้ครั้งไหนของผมที่ผมร้องไห้หนักขนาดนี้มาก่อน

เชี่ย มึงร้องไห้แบบนี้จะให้กูทำไงอ่ะไอ้เมฆคงจะเหวอจริงๆอย่างที่น้ำเสียงสั่นๆของมันบอก มันส่งทิชชูให้ผมก่อนที่จะปล่อยให้ความเงียบเข้าครอบงำ

โทษทีว่ะผมปล่อยให้ตัวเองร้องไห้อีกสักพักก่อนที่จะพูดออกไป พอเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นไอ้เมฆที่หน้าซีดเผือดนั่งอยู่ตรงหน้าผม

มึงโอเคนะติณห์สายตาที่โครตเป็นห่วงและเหงื่อเม็ดโตที่ผุดออกมาทำให้ผมรู้สึกผิดขึ้นมาทันที

ไม่อ่ะ..แต่เพราะคนๆนี้คือเมฆ ผมจึงเลือกที่จะพูดความจริงออกไป

มึงเคยรู้เรื่องนี้มาก่อนป่ะวะผมพยักหน้ารับ

รู้ดิว่ะ จะไม่รู้ได้ไงเมฆเงียบ มันแค่รอให้ผมพูดต่อเท่านั้น

ตอนแรกวาตัดสินใจว่าจะไม่ไป แต่กูนี้แหละ บอกให้เขาคิดใหม่..บอกให้เขาไป สุดท้ายเขาก็ไปจริงๆด้วย กูควรจะยินดีกับเขานะเว้ย แต่กูทำไม่ได้จริงๆว่ะ แล้วถ้าจะให้กูเป็นตัวถ่วงที่รั้งเขาไว้..กูก็ทำไม่ได้เหมือนกัน

“...วาต้องเห็นแก่ตัวบ้าง มันถูกแล้วแหละเมฆถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ทันทีที่ผมพูดจบ

เรื่องนี้ไว้ก่อน กูจะบอกว่ากูช็อคมากที่มึงร้องไห้ ตั้งแต่รู้จักกับมึงมา4ปี มึงไม่เคยร้องไห้สักแอะ แต่กูพูดแค่นิดเดียว น้ำตานี้ไหลพรากเลยนะมึงผมขำฝืนๆใส่มัน

มึงแค่4ปี ตัวกูเองไม่ได้ร้องไห้มาตั้ง7ปีล่ะนะมันแปลกมากที่สุดท้ายผมร้องไห้ออกมา ผมไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ แต่มันคงถึงขีดสุดของสภาพจิตใจของผมแล้วจริงๆ

สุดท้ายวาก็เลือกที่จะปล่อยมือผมเหมือนกัน

แสดงว่ามันไม่ธรรมดาเลยนะเว้ย ทำให้มึงร้องไห้ได้เนี่ยเมฆเลื่อนมือมาตบบ่าผมเบาๆก่อนที่มันจะมองหน้าผมนิ่งๆอีกสักพัก

กูว่าคนที่ควรจะเห็นแก่ตัวบ้างไม่ใช่วา... แต่คือมึงนั้นแหละ มึงไม่ได้อยากให้เขาไป มึงไม่จำเป็นต้องเอาชีวิตของใครมาคิดแทนนะติณห์ มึงไม่อยากให้มันไป มึงก็แค่พูดว่าไม่อยากให้มันไป ไม่เห็นจะต้องไปคิดเลยว่าถ้ามึงพูดแบบนั้นแล้ววาจะรู้สึกยังไง จะตัดสินใจยังไง มึงเป็นห่วงมันมากจนสุดท้ายแล้วมึงต้องมานั่งร้องไห้เนี่ยนะ? แล้วมึงจะต้องรู้สึกผิดต่อตัวเองไปอีกนานแค่ไหนวะ ต้องโทษตัวเองไปถึงเมื่อไรเมฆบ่นด้วยสายตาเบื่อหน่ายผมถึงที่สุด

อย่างน้อยรู้สึกผิดต่อตัวเองยังดีกว่ารู้สึกผิดต่อความฝันของวานะคราวนี้เมฆถอนหายใจอีกเฮือกใหญ่ใส่ผม

แล้วนี้มึงจะเอาไงต่อผมถอนหายใจใส่เมฆคืนไปบ้าง

มึงอย่าพึ่งถามได้ไหม ถ้ากูคิดออกคงไม่นั่งร้องไห้หรอก

ปล่อยให้หัวผมขาวๆแบบนี้ไปอีกสักพักเถอะนะ

 

ผมต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ

ผมมองตัวเองในกระจกก่อนที่จะถอนหายใจใส่ตัวเองอีกครั้ง

ทั้งๆที่คิดย้ำไปย้ำมาตั้งหลายรอบ แต่พอเอาเข้าจริงแล้วผมก็ยังไม่มั่นใจในการตัดสินใจของตัวเองเลย

ผมควรไปงานเลี้ยงส่งวาจริงๆใช่ไหมเนี่ย

เหตุผลที่ผมตัดสินใจที่จะไปเพราะผมไม่รู้ว่านี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่เราได้เจอกันรึเปล่า ถึงแม้ครั้งล่าสุดที่เราเจอกันมันจะเป็นฉากจบที่สวยงามมากพอแล้ว แต่ผมก็อยากเห็นหน้าเขาอีกสักครั้งก่อนที่เขาจะไป อย่างน้อยๆได้เห็นเขาคุยกับคนอื่น ยิ้มให้คนอื่น ผมก็พอใจแล้วจริงๆ เพราะแบบนั้น ผมเลยตัดสินใจที่จะไป และคิดว่าคงอยู่ในงานไม่นานหรอก แค่ได้เห็นวาสักพัก ผมก็จะออกมาเอง

ดังนั้นก็ไม่ต้องลังเลแล้วไอ้ติณห์ แค่ไปเห็นหน้าเขาเป็นครั้งสุดท้ายเท่านั้นเอง

จริงๆผมพึ่งตกลงกับตัวเองว่าจะไปงานเลี้ยงส่งวาได้เมื่อตอนบ่ายๆเอง ไอ้เมฆเองก็ยังไม่รู้เลยครับว่าผมจะไป แต่ผมก็ตั้งใจไปไม่นานอยู่แล้ว คงไม่ต้องบอกก่อนหรอก

ผมสูดหายใจเข้าลึกๆก่อนที่จะออกรถไปยังสถานที่จัดงาน

วาไม่ได้แม้แต่จะชวนผมด้วยเหอะ ถ้าเห็นผมอยู่ในงานเขาจะไม่พอใจรึเปล่านะ? คงไม่ขนาดนั้นหรอกใช่ไหม เราไม่ใช่ว่าจะคุยกันไม่เคลียร์สักหน่อย เราเข้าใจกันดีแล้ว เขาก็คงไม่ได้ติดใจอะไรแล้วแหละ แต่ถ้าไม่ติดใจอะไรแล้ว ทำไมเขาไม่คิดจะโทรมาชวนผมบ้าง? แต่ถ้าให้วาโทรมาชวนผมจริงๆ ผมจะกล้ากดรับสายรึเปล่าก็ไม่รู้

ความคิดในหัวผมตีกันวุ่นวายไปหมด และยิ่งมันวุ่นวายขนาดไหนผมก็ยิ่งอยากจะหันรถกลับและยกเลิกความตั้งใจที่จะเห็นหน้าเขาอีกครั้งไปซะให้หมด และผมก็คงจะทำแบบนั้นแล้ว ถ้าผมไม่ได้รู้ตัวอีกทีตอนที่กำลังเลี้ยวรถเข้าจอด

มันใกล้บ้านผมไปไหมเนี่ยยยยย

ผมยังตกลงกับตัวเองไม่ได้เลยนะว่าควรมาไหมก็ถึงงานซะล่ะ

เฮ้ยไอ้ติณห์!ผมสะดุ้งเฮือกเมื่อเสียงเรียกดังมาพร้อมกับเสียงเคาะกระจก

พี่เรียกเบาๆก็ได้ผมยอมก้าวลงจากรถเพื่อออกมาคุยกับพี่เกล

ก็เห็นมึงนั่งนิ่งเลย นึกว่าหลับพี่เกลพูดติดตลกและคว้าคอผมไปกอด

กูว่ากูมาช้าล่ะนะ มึงยังมาช้ากว่ากูอีกผมตั้งใจออกจากบ้านช้าๆนะครับ ประวิงเวลาจนมันล่วงเลยเวลานัดมาร่วมชั่วโมงแล้ว

ผมติดธุระนิดหน่อยพี่เกลพยักหน้ารับและเขาก็ออกเดินโดยกอดคอผมไว้อย่างนั้น

พระเอกก็ต้องมาทีหลังอยู่แล้วป่ะวะ วามันคงไม่ว่าหรอกพูดมาถึงตรงนี้ผมก็ชะงักไปนิดหน่อย พี่เกลเป็นลุงรหัสวานี้ว้า ขืนเข้าไปพร้อมกับพี่เกลได้เจอวาแน่ๆเลยดิ

พี่เกล ผมไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคิดได้แบบนั้นผมก็รีบโพล่งออกไปและแงะตัวเองออกจากแขนพี่เกลทันที

อะไรของมึงวะ มาถึงก็ปวดฉี่ซะล่ะ ไม่ไปทักทายเจ้าของงานก่อนเหรอผมส่ายหัวพรืดทันที แต่ผมไม่คิดจะพูดออกไปหรอกนะว่าไม่ได้ตั้งใจจะให้วาเห็นหน้าผมอยู่แล้ว ผมแค่จะมาสอดส่องเขาเฉยๆ

พี่ไปก่อนเลยๆเมื่อผมยืนยันแบบนั้นพี่เกลก็พยักหน้ารับก่อนที่จะเดินผ่านฝูงชนเข้าไป

ดูเหมือนวาจะเหมาทั้งร้านเพื่องานปาร์ตี้นี้เลยนะ ดูลงทุนมากจนผมแอบตกใจ แต่ทุนที่วาได้เป็นทุน100%รวมทุกอย่างเลยนี้นะ จะเสียเงินกับการเลี้ยงพี่น้องเพื่อนก่อนไปคงไม่ลำบากอะไร และถ้าผมเองก็คงทำแบบนี้เหมือนกัน

ผมกวาดสายตามองผู้คนที่ต่างเต้นตามจังหวะเพลงEDMที่ผมเห็นแว่บๆว่าคนเปิดเพลงไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นหนึ่งในน้องรุ่น98นั้นแหละ บรรยากาศงานที่ควรจะเศร้าโศก สั่งอาหารมากินพร้อมกับความเศร้าหมองจึงไม่มีเลยสักนิด บรรยากาศตอนนี้เข้าใกล้กับคำว่าปาร์ตี้และผับเข้าไปทุกทีด้วยซ้ำ ยิ่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ถูกเสิร์ฟอยู่ตลอดเวลาแล้วผมยิ่งแน่ใจเข้าไปใหญ่มาวาจงใจให้มันออกมาครึกครื้นแบบนี้

โหมดลาจากแบบเศร้าๆคงไม่ใช่สไตล์ของวาสักเท่าไหร่

ผมกวาดสายตามองรอบๆงานผ่านแสงสีเสียงอยู่สักพักก่อนที่จะล้มเลิกความตั้งใจที่จะหาเจ้าของงาน เพราะไม่ว่าจะเพ่งสายตามองขนาดไหนผมก็ยังไม่เห็นวี่แววของวาเลย บางทีผมอาจต้องอาศัยถามจากคนใกล้ตัวเขา

แต่ตอนนี้ผมขอเข้าห้องน้ำไปสงบจิตสงบใจก่อนล่ะกัน

ภายในห้องน้ำเงียบกว่าข้างนอกเยอะเลย งานก็พึ่งเริ่มไม่นาน คงไม่มีใครอยากนอนกอดคอห่านตั้งแต่งานเริ่มไม่เท่าไรหรอก ผมหยุดที่อ่างล้างหน้า เปิดน้ำล้างมือและทอดมองตัวเองในกระจก ยังคงคิดอยู่ว่าจะตามหาวายังไงไม่ให้เขาเห็นผมดี จริงๆแล้วผมมีขอที่จะฝากให้เขาด้วย

แล้วทำไมเมื่อกี้ผมไม่ฝากพี่เกลไปวะ

ผมจิ๊ปากใส่ตัวเองอย่างหงุดหงิด และกดปิดน้ำ ยังไงถ้าไม่มีหนทางจริงๆผมฝากไอ้เมฆไปก็ได้ว่ะ แต่ก่อนอื่นผมคงต้องโทรถามมันก่อนว่ามันอยู่ตรงไหน

ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากด ในจังหวะนั้นประตูห้องน้ำที่ปิดอยู่เพียงห้องเดียวก็ถูกเปิดออก

ด้วยสัญชาตญาณหรืออะไรก็ไม่รู้แหละทำให้ผมหันไปมองคนที่พึ่งออกมาจากห้องน้ำทันที

ผมหยุดสายตาที่เงาสะท้อนจากกระจกของคนๆนั้น ซึ่งเขาก็กำลังมองผมผ่านกระจกอีกทีหนึ่ง เราสบตาผ่านกระจกอยู่แบบนั้น ตอนนี้แม้แต่เสียงเพลงที่รอดผ่านประตูเข้ามาก็เงียบไปหมดในความคิดของผม มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวเร็วจนแทบจะออกมาจากอกเท่านั้นที่ดังรบกวนความคิดผม

คนในงานมีเป็นร้อย และมันก็เป็นใครก็ได้ที่มาเข้าห้องน้ำในเวลานี้

ทำไมต้องเป็นวา

ผมไม่รู้ว่าเวลาล่วงเลยไปนานเท่าไหร่แล้ว แต่ผมกับวาก็ยังคงสบตากันแบบนั้นโดยไม่มีใครคิดจะหลบก่อน ในความคิดของวาผมไม่รู้นะ เขาอาจจะแค่สงสัยว่าผมมาทำไม หรือผมมาได้ยังไง แต่ในหัวผมที่ผมไม่กล้าหันหน้าหนี

เพราะผมกลัวว่าจะไม่ได้สบตาเขาอีก

วาอยู่ในชุดปกติที่ดูดีมากเป็นพิเศษเมื่อคนสวมใส่คือวา ใบหน้ายังคงเหมือนครั้งล่าสุดที่เราเจอกัน อาจจะติดเพียงดวงตาที่ดูบวมๆและดูซีดเซียวมากกว่าเก่า อาจจะเพราะต้องจัดการเตรียมอะไรหลายๆอย่างก่อนที่จะไป แววตาลึกๆมีความรู้สึกเหนื่อยอยู่บ้าง ผมอยากจะถามเขาออกไปว่า มีอะไรให้ผมช่วยรึเปล่า แต่ผมไม่รู้จริงๆว่าตัวเองควรพูดออกไปไหม ผมจะไปช่วยเขาในฐานะอะไรล่ะ

ในเมื่อเราเลิกกันแล้ว

และผมก็เป็นคนบอกเลิกเขาเองด้วยซ้ำ

ครืนนนนน

เสียงโทรศัพท์ที่มักจะถูกตั้งให้สั่นดังขัดความคิดของผมไว้ วาเลื่อนมือไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดรับ ส่วนผมก็หันมาล้างมืออีกครั้ง

อยู่ห้องน้ำ เดี๋ยวออกไปแล้วเนี่ยวาเดินมาล้างมือที่อ่างล้างหน้าข้างๆผม

อะไรของมึงพีททท เออๆกูออกไปล่ะวาพูดกับปลายสายที่น่าจะเป็นพีทสั้นๆ ก่อนที่เขาจะเดินออกไป

โดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองผมอีกครั้ง

แค่นี้ก็คงมากพอแล้วสำหรับสิ่งที่ผมตั้งใจจะทำในวันนี้

บางทีผมคงต้องออกไปจากสายตาของเขาสักที

ออกไปโดยไม่หันกลับมาอีก

อย่างที่วาทำ

 

ผมจำต้องเดินกลับเข้าไปในงานอีกครั้ง เพราะยังไงของที่ผมเตรียมมาผมก็อยากจะให้วาให้ได้ ผมไม่อยากเสียเวลาตั้งหลายชั่วโมงไปกับการจ้องมองมันนิ่งๆอีกแล้ว และถึงผมจะโทรบอกให้ไอ้เมฆออกมาเอายังไง มันก็ไม่ยอมออกมาเอาครับ ทั้งยังพูดไม่ค่อยรู้เรื่อง ผมจึงต้องเดินไปหามันที่โต๊ะจนได้

ไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้ายที่เมฆไม่ได้นั่งโต๊ะเดียวกับวา แต่มันก็นั่งอยู่ไม่ไกลจากโต๊ะของวานัก ภายในโต๊ะมีเมฆ พี่เกล พี่เป้อ พี่ดิน ไอ้ว่าน และไอ้อิฐ นั่งอยู่ ผมตรงเข้าไปนั่งที่ที่เว้นว่างอยู่ ยังไม่ทันนั่งดีๆเลยด้วยซ้ำ เครื่องดื่มสีอำพันก็ถูกส่งให้ผมทันที

และก็ไม่รู้ว่าเป็นโชคดีหรือโชคร้ายอีกนั้นแหละเพราะที่นั่งของผมมองเห็นโต๊ะของวาพอดี

โต๊ะของวาตั้งอยู่กลางร้าน วานั่งหันหลังให้ผม เขานั่งอยู่ตรงกลางกำลังขำอะไรสักอย่างอยู่ ข้างๆเป็นพีท ถัดจากพีทคือหลิวและปาย ตามด้วยแจน รวมถึงเด็กคณะวิศวะ ถ้าผมจำไม่ผิดเป็นเพื่อนสนิทของวาสมัยมัธยมที่ชื่อกัน และเพื่อนของกันที่ชื่อจัมโบ้ บนโต๊ะเป็นการต่อกันของ2โต๊ะ โต๊ะหนึ่งวางกล่องของขวัญที่น่าจะมีคนเอามาให้วา ส่วนอีกโต๊ะถูกวางเรียงรายไปด้วยแอลกอฮอล์หลากหลายยี่ห้อที่เยอะจนผมอดที่จะหวั่นใจไม่ได้ กับวาน่ะ ผมรู้ว่าเขาคอแข็ง คงไม่ถึงกับเมามายดูแลตัวเองไม่ได้หรอก แต่ผมกลัวว่าเขาจะง่วงจนงอแงไม่กลับบ้านมากกว่า

ผมเลิกสนใจวาและยกน้ำตรงหน้าขึ้นดื่ม

ผมเกลียดที่ตัวเองจำรายละเอียดปลีกย่อยและอุปนิสัยเล็กๆน้อยๆของวาได้เสมอ ทั้งๆที่ผมเคยพยายามอย่างมากที่จะจำมันได้ แต่อยู่ๆผมก็ได้รู้ว่าสิ่งเหล่านั้นซึมซับเข้ามาเรื่อยๆโดยที่ผมไม่รู้ตัวเลย

และตอนนี้ผมจะลบมันออกได้ยังไง

ผมจะสนใจเขามากไปล่ะนะ นี้เขายังไม่หันมามองหน้าผมอีกครั้งเลยด้วยซ้ำ

เมฆ กูฝากให้วาด้วยนะผมหยิบกล่องกระดาษสีน้ำตาลขนาดเท่าฝ่ามือออกมาและยื่นให้เมฆ

มึงไม่ไปให้เองวะ มันก็อยู่ตรงนี้เองไอ้ว่านที่นั่งอยู่ด้วยถามออกมา

ไม่อ่ะ พอดีกูรีบไป

ตอนมึงจะออกไปก็ต้องผ่านโต๊ะมันอยู่ล่ะ เอาไปให้มันเองเลยดิ จะเจอกันอีกเมื่อไรก็ไม่รู้นะเว้ย ตอนมันกลับมาเราก็คงเรียนจบแยกย้ายกันหมดล่ะ เผลอๆไม่ได้เจอกันอีกแล้วด้วยอิฐพูดเสริมขึ้นมาอีก แต่ถึงมันจะพูดตามความเป็นจริงแต่ก็ทำให้ผมชะงักไปเลย

วาไปเรียน2ปี ตอนนั้นผมคงจบไปปีหนึ่งแล้ว คงเริ่มทำงานในบริษัทไหนสักแห่ง แค่เพื่อนในสาขาตัวเองจะได้เจอกันอีกรึเปล่ายังไม่รู้เลย และวาผมจะได้เจออีกเหรอ... ผมเลื่อนสายตาหันไปมองวาอีกครั้ง

นี้อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายจริงๆแล้วที่ผมได้เจอเขา

มึงไปเหอะ เดี๋ยวกูเอาไปให้มันเองอาจจะเพราะผมเงียบไปไอ้เมฆถึงได้โพล่งออกมาและหยิบกล่องนั้นไปถือ

เออขอบใจมากว่ะเมฆพยักหน้ารับ

ก่อนไปแดกอีกสักแก้วดิว่ะ เดี๋ยวไม่คุ้มมมมพี่เป้อพูดพร้อมกับส่งอีกแก้วมาให้ผม ผมจะทำยังไงได้ล่ะครับ นอกจากรับมาดื่มให้หมดๆไป

ผมรับแก้วน้ำมาดื่มและเสสายตามองทางอื่นไปด้วย ไม่ได้อยากจะจำได้หรอก แต่ผมก็แน่ใจมากว่าผู้หญิงที่นั่งอยู่ที่โต๊ะหนึ่งทางฝั่งซ้ายคือหวาน แฟนเก่าของวา ข้างๆเธอคือน้องที่ชื่อนิว คณะนิเทศที่ผมกับวาบังเอิญเจอที่ถนนคนเดินเมื่อนานมาแล้ว ผมเองก็ไม่ได้ถามไอ้ว่านอีกว่าได้สานสัมพันธ์อะไรกับน้องเขาต่อรึเปล่า แต่วานี้ผมไม่รู้ว่าไปสนิทกันตอนไหนจนต้องเชิญมางานด้วย

ทีกับผมยังไม่ชวนเลยเนี่ยนะ

ผมไปก่อนนะพี่ หวัดดีครับผมกระแทกแก้วน้ำลงอย่างหงุดหงิด ยกมือไหว้ลาพี่บนโต๊ะก่อนที่จะผละออกมา ผมก็ไม่วายที่จะหันไปมองวาที่โต๊ะเขาอีกครั้ง แต่น่าแปลกที่เขาไม่ได้นั่งอยู่ตรงนั้นแล้ว มีเพียงเพื่อนๆของวานั่งอยู่เท่านั้น

คงเดินไปชนแก้วกับใครมั้ง

ผมหยุดขาที่กำลังก้าวเดินด้วยความรวดเร็ว อีกไม่นานผมก็จะถึงรถอยู่แล้ว แต่ก่อนที่จะถึงลานจอดรถ เป็นที่พักสูบบุหรี่ ซึ่งถูกจัดไว้สวยงามเกินกว่าจะเป็นเพียงที่สูบบุหรี่ ภายในมีคนสองคนนั่งอยู่ข้างๆกัน คงนั่งอยู่ตรงนั้นมาสักพักใหญ่ๆก่อนที่ผมจะเดินเข้ามา และจากท่าทางคงไม่ได้ตั้งใจจะมาสูบบุหรี่ตั้งแต่แรก คงแค่หาที่เงียบๆที่จะคุยกันได้สองคนเท่านั้น

คนแรกเป็นวาอย่างไม่ต้องสงสัย ทั้งท่าทาง น้ำเสียง และเสื้อผ้าที่ใส่ เพียงแค่ผมมองปาดเดียวผมก็รู้แล้วว่าคือวา

ส่วนคนที่นั่งอยู่ข้างๆ เขาหันหลังให้ผม ผมจึงมองหน้าเขาไม่ถนัดนัก ในขณะที่ผมยังคงหยุดเท้าอยู่ตรงนั้นและพยายามเพ่งมองว่าคนอีกคนคือใคร ฝั่งนั้นก็หันมามองวา และทำให้ผมเห็นเสี้ยวหน้าของเขา

ผู้ชายที่หน้าเหมือนพีทอย่างกับแกะนั่งอยู่ตรงนั้น แต่ผมมั่นใจมากว่าพีทยังนั่งอยู่ในงาน

แสดงว่านี้พาร์ทสินะ...

ผมละสายตาทันทีที่รู้ว่าคือวากับพาร์ท ถึงแม้อยากจะอยู่ฟังขนาดไหนว่าเขาคุยอะไรกัน แต่จิตใต้สำนึกก็ร้องเตือนให้ผมเดินออกมา

อีกทั้งผมไม่มั่นใจในหัวใจของตัวเองด้วยว่าพร้อมที่จะรับฟังบทสนทนาของคนทั้งคู่รึเปล่า

เออไหนๆมึงก็จะไปอังกฤษอยู่แล้วใช่ป่ะ ก่อนไปกูขออะไรอย่างหนึ่งดิแต่ไม่รู้ทำไมทั้งๆที่ผมก้าวออกมาแล้ว เสียงของพาร์ทก็ยังดังจนผมได้ยินอยู่ดี

ขออะไรของมึง

เอางี้ สลับกันขอคนล่ะข้อไหม เป็นwith listอย่างสุดท้ายจากกันและกันไงวาขำนิดหน่อยก่อนที่จะตอบกลับไป

กูเล่นกับมึงก็ได้ แล้วมึงจะขออะไรอ่ะพาร์ทเงียบไปสักพักก่อนที่เขาจะตอบกลับไป

จูบกูหน่อยดิ

นั้นเป็นประโยคสุดท้ายที่ผมได้ยินก่อนที่ผมจะเลือกเดินออกมา

โดยไม่ได้หันกลับไปมองอีก







-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ฮัลโหลลลล และแล้วspecial partของพี่ติณห์ก็วนกลับมาอีกครั้งนึง ก็หวังว่าบทนี้จะทำให้ทุกคนเข้าใจพี่ติณห์มากขึ้น (พูดเหมือนเดิมเลย) 5555 ตัดบทนี้ออกไปก็เหลืออีก2บทก็จะจบแล้วสินะ ใจหายยยยอ่ะ ตอนนี้มีแพลนจะเปิดเรื่องใหม่ล่ะ 555 เดี๋ยวถ้าได้ฤกษ์เปิดจะมาบอกอีกทีนะคะ ฝากติดตามเรื่องใหม่กันด้วยนาาา
สุดท้ายก็เรื่องเช็คยอดเหมือนเดิมนะคะ ตอนนี้คิดไว้นิดๆว่าคงไม่ถึงหรอก อาจจะเอาตอนพิเศษมาแต่งลงเว็บเหมือนเดิม แต่คงต้องรอตอนมีฟีลหน่อยนะ 555
เจอกันค่าา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

669 ความคิดเห็น

  1. #660 Silviα✻ (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:16
    จากทุกตอนรู้สึกตอนนี้หน่วงใจที่สุดเลยค่ะ ;_______;
    #660
    0
  2. #458 shin ai2 (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2559 / 21:05
    Wish list แมะ-_-
    #458
    0
  3. #350 subtle'z (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2559 / 14:15
    วาอย่าประชดพี่ติณณ์แบบเน้~
    #350
    0
  4. #349 Helena Kadian (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2559 / 00:30
    พี่ติณชิงทุนคะ. ตามไปง่ายสุด55555
    #349
    0
  5. #348 '$ CB. ชาน เลีย @' (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2559 / 23:02
    เจ็บปวดเเละหน่วงสุดๆเลยอะ เมื่อไหร่จะเคลียร์คะ เห้อมมมมม
    #348
    0
  6. #347 DsnoopyD (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2559 / 18:21
    กลับมาได้หรือเปล่า กลับมาหาฉันทีได้มั้ย
    ฮือ หน่วงไปอีก
    #347
    0
  7. #346 Yasyapper (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2559 / 10:45
    เฮ้ออออออ 
    มันจึงเป็นความรักที่ไม่ถึงกับสุข เป็นความทุกข์ทร่ไม่ถึงกับเศร้า
    #346
    0
  8. #345 mm_yelly (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2559 / 23:27
    คงไม่ใช่แบดเอนดิ้งนะ ฮือออ สงสารพี่ติณห์อ่ะ คือเข้าใจความรู้สึกพี่ติณห์นะเว้ยว่ารักมั้ย ก็รักอ่ะ แต่เขาก็ไม่อยากเป็นตัวถ่วงของวา ไม่อยากให้วายึดติดกับเขาเกินไป ไม่อยากให้ว่าทิ้งโอกาสสำคัญที่ไม่รู้จะมาเมื่อไหร่ด้วย แต่ก็เข้าใจวาว่ายังรักและห่วงพี่ติณห์ที่สำคัญคือยึดมั่นในคำสัญญา ไม่รู้ว่าคู่นี้จะเป็นไงต่อไปแหละ อยากให้มีโมเม้นแบบวากลับมาแล้วมาจีบพี่ติณห์ใหม่ไรงี้ 5555555
    Ps. เรื่องรวมเล่มเราสนใจนะคะไรต์แต่ว่าเราไม่มั่นใจในมันนี่ตัวเองเลยไม่ได้ส่งเมลล์ไปด้วย แต่ยังไงก็สู้สู้นะคะ ฟิคของไรต์แต่งได้สนุกและน่าติดตามมาก อ่านแล้วมันอินแรง -////-
    #keep going-! yeah~
    #345
    0
  9. #344 sakura-chun (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2559 / 22:41
    เป็นครั้งแรกที่หงุดหงิดวามากอ่ะ บอกตรงๆ
    รอๆๆๆ รออยู่นะคะ มันหน่วงงง
    #344
    0
  10. #343 FernGot2Jae (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2559 / 21:45
    วาอ่ะ สงสารตินตินหน่อยสิ มันหน่วงเหลือเกินนน
    #343
    0
  11. #342 Mayyyyyyy (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2559 / 21:27
    หน่วงมากกกกกก รีบมาต่อไวไวนะคะ ฮืออออ
    #342
    0
  12. #340 mangpor43 (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2559 / 21:09
    หน่วงงงง
    #340
    0
  13. #339 Helena Kadian (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2559 / 21:07
    พี่วาอย่าเมินพี่ติณแบบนี้ได้มั้ยยยย
    ปวดจายยยยย
    #339
    0
  14. #338 c_envy (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2559 / 20:45
    โกรธวาได้ไหม...สงสารติณห์มากอ่ะ อยากมาลาดีๆแต่วาดันทำแบบนี้อ่ะ จากกันดีๆได้ไหมล่ะ ถ้าจะทำให้เขาตัดใจไม่รอก็หาวิธีทร่ดีกว่านี้หน่อยสิ เคือง -____-
    #338
    0
  15. #337 noonpanchanok (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2559 / 20:18
    เขาจะกลับมารักกันไหมอ่ะ จะจบแบบแฮปปี้เอนดิ้งป่ะ
    #337
    0
  16. #336 YungSuda (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2559 / 20:03
    หน่วงไปอีกกก
    #336
    0
  17. #335 1 0 1 (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2559 / 19:45
    เอาเข้าไป เอาเข้าไป แทนที่จะได้จากกันดีๆ
    ไม่ไหวแล้ว หน่วงโคตร ;______;
    แล้วพาร์ทอีก โอ๊ยยยยยแม่งเอ้ย
    โมโหวาอ่ะ ทำไมไม่ชวนพี่ติณณ์? คืออย่างน้อยมันก็วันสุดท้าย...
    นี่เข้าข้างวามาตลอดนะ แต่รอบนี้แบบ
    ไม่ไหวละค่ะ อัพต่อพนเลยได้ไหม ฮืออ
    #335
    0
  18. #334 เด็กเกม (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2559 / 19:42
    ตอนนี้หน่วงยิ่งกว่าเดิมอีกทั้งวาทั้งติณห์
    #334
    0