source head กว่าจะเป็นเฮดว้าก (end)

ตอนที่ 38 : determine

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,633
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    4 มิ.ย. 59

37

เวลาแห่งความสุขมักจะผ่านไปเร็วจริงๆแหละ

สิ่งที่จะตามมาหลังจากใช้พลังงานไปกับความสุขเรียบร้อยแล้วก็คือเหนื่อยนั้นเองครับ ขอกลับมาชาร์ตพลังอีกสักหน่อยก่อนแล้วค่อยแพลนทริปต่อไปนะ

ตอนนี้ผมกลับบ้านแล้วครับ ขอสรุปทริป3วัน2คืน @ ภูทับเบิก ของพวกผมสั้นๆล่ะกัน

วันแรกเป็นวันแห่งการเดินทางครับ และคืนนั้นก็อย่างที่รู้ๆกัน (เยส!) วันที่สองเราตื่นกันสายๆ ออกไปเที่ยวตอน11โมง สถานที่ที่เราไปคือพระตำหนักเขาค้อ อุทยานแห่งชาติเขาค้อ อนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ ปิดท้ายด้วยวัดพระธาตุผาแก้ว ขากลับก็แวะดูพระอาทิตย์ตกและก็กลับที่พักครับ วันที่3เราตั้งใจตื่นกันตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อที่จะได้ดูพระอาทิตย์ขึ้นกันอีกครั้ง และก็ขอขอบคุณนาฬิกาปลุกที่ปลุกพวกผมได้สำเร็จ เราจึงได้ดูพระอาทิตย์ขึ้นในวันสุดท้ายของทริปรวมถึงได้ดูทะเลหมอกด้วย กลับมาเอาของ check out แวะซื้อของฝากก็ตรงกลับมาบ้านเลย

กว่าจะถึงบ้านก็เย็นแล้วครับ ผมที่อาสาขับรถคนเดียวแบบยิงยาว (นอกจากวันแรกที่สลับกับพี่ติณห์แล้ววันที่เหลือผมขับเองหมดเลยครับ) ถึงกับปวดหลังขึ้นมาเลย บนเขามันก็ขับลำบากล่ะนะ นี้เล่นขับคนเดียวแบบยาวนานขนาดนี้เลย

ตรงนี้เหรอ

ช่ายยยเพราะปวดหลังโครตๆ พี่ติณห์จึงต้องรับหน้าที่นวดหลังให้ผมไป แม้จะใกล้คำว่ากดมากกว่าคำว่านวดก็ตามที

เจ็บ!ผมบ่นเมื่อพี่ติณห์กดซะเต็มแรงเลย นี้ผมให้นวดให้หายเจ็บ ไม่ได้ให้นวดให้ช้ำขึ้นนะ

ผมบอกแล้วว่าผมนวดไม่เป็นพี่ติณห์หยุดมือที่นวดหลังผมทันที เพราะผมกำลังพลิกไปพลิกมาเพื่อให้ความเจ็บลดลงอยู่ครับ

กินยาน่าจะคุ้มกว่าให้ผมนวดอีกพี่ติณห์ทุบหลังผมเบาๆอีกหนึ่งทีก่อนที่เขาจะขยับออกไป

ผมก็ว่างั้นอ่ะผมทุบหลังเบาๆอีกสองสามครั้งก่อนที่จะผุดลุกขึ้นนั่งบ้าง

เรามาแบ่งของฝากกันเถอะผมพยักหน้ารับ เรามาถึงก็กินข้าวเย็นเลยครับ เสร็จแล้วก็อาบน้ำ ก่อนที่ผมจะให้พี่ติณห์นวดให้นี้แหละ

ของฝากนี้เราซื้อมาrandomมาก เพราะของส่วนมากถ้ายิ่งซื้อเยอะก็ยิ่งราคาถูก เราจึงหยิบมารวมๆกันเลย ไม่ว่าจะตุ๊กตาไม้ น้ำหอม พวงกุญแจ หรือหมวก ผมซื้อหมวกชาวเขามาให้วีด้วยครับ เหมาะกับเธอมากเลย

ตุ๊กตาไม้คนล่ะ5 น้ำหอมคนล่ะอัน พวงกุญแจคนล่ะ5 หมวกคนล่ะ2ใบพี่ติณห์แจกแจง ก่อนที่เขาจะเริ่มหยิบจากพวงกุญแจก่อน พอเห็นพี่ติณห์เลือกพวงกุญแจ ผมจึงหันมาเลือกตุ๊กตาไม้ก่อน

ใช้เวลาไม่นานของฝากที่ถูกเทจนเต็มเตียงก็ถูกแบ่งออกเป็น2ฝั่ง

ส่วนรูป เราหยิบกันคนล่ะรูปล่ะกันพี่ติณห์หยิบตลับใส่รูปออกมา

จะบอกว่าเราถ่ายรูปโพลาลอยด์กันไปเยอะมากกกกๆ และพี่ติณห์ก็เอาฟิล์มไปเยอะมากๆ ผมว่าเราถ่ายไปเป็นสิบๆรูปเลยด้วยซ้ำ ทั้งรูปวิว รูปของกิน รูปคู่ รูปเดี่ยว ถ่ายไปเยอะมากๆเลย

เหลือ2รูปพี่ติณห์หยิบกล้องขึ้นมาดูหลังจากวางรูปทั้งหมดคว่ำลงบนเตียงและนับได้38รูปถ้วน

ผมบอกแล้วว่าถ่ายไปเยอะมากๆ

“1 2..” หลังจากเช็คฟิล์มที่เหลือเสร็จ พี่ติณห์ก็ยกกล้องขึ้นและมองมาที่ผมทันที ผมยิ้มหวานให้กล้อง หลังจากรูปออกมา ผมก็รับกล้องมาบ้างและถ่ายพี่ติณห์อีกรูปหนึ่ง

ฟิล์มที่เอามาหมดเกลี้ยงเลยพี่ติณห์พูดติดเสียงหัวเราะ สะบัดภาพที่พึ่งออกมาไปด้วย เมื่อมันขึ้นชัดเจน พี่ติณห์ก็คว่ำภาพทั้งสองลงบนเตียง

เป่ายิงฉุบกัน ใครชนะได้หยิบก่อน สลับกันไปเรื่อยๆผมพยักหน้ารับ ยังไงภาพมันก็คว่ำอยู่แล้ว จะหยิบก่อนหยิบหลังไม่สำคัญหรอกครับ และผมก็ไม่ได้ต้องการรูปไหนโดยเฉพาะอยู่แล้ว

อย่างที่บอกว่าทุกรูปเป็นความทรงจำทั้งนั้น

เป่ายิงฉุบ!ผมค้อน พี่ติณห์ก็ค้อน

เป่ายิงฉุบ!คราวนี้เราออกกระดาษทั้งคู่

เป่ายิงฉุบ!ผมค้อน พี่ติณห์กรรไกร

รู้ผลสักที

หยิบก่อนเลยครับคุณพี่ติณห์ผายมือให้ผมนิดหน่อย ผมขำเบาๆและเริ่มหยิบรูปแรก เราสลับกันหยิบไปเรื่อยๆจนรูปทั้ง40รูปโดนแบ่งอยู่ในมือของผมและพี่ติณห์คนล่ะ20รูป เราถึงได้พลิกรูปกลับมาดู

ผมได้รูปแรกว่ะพี่ติณห์พูดขึ้นและหันรูปนั้นมาให้ผมดู เป็นรูปที่เราเซลฟี่กันบนรถวันแรกนั้นแหละ

ผมได้รูปสุดท้ายผมตอบกลับและพลิกรูปให้ฝ่ายนั้นดู รูปสุดท้ายที่พึ่งถ่ายเมื่อกี้เลย เป็นรูปของพี่ติณห์นั้นเอง

และผมก็ยังได้รูปตอนดูพระอาทิตย์ขึ้นวันแรก รูปที่พระตำหนักเขาค้อ และอีกหลายๆรูปที่ล้วนมีค่ากับผมทั้งหมด ผมนั่งมองรูปต่างๆด้วยรอยยิ้มก่อนที่ผมจะเก็บรูปเหล่านั้นใส่กล่องไม้บนหัวเตียง ตอนผมซื้อกล่องนี้มาก็แค่เห็นมันเท่ดีนะครับ แต่ขนาดมันไม่ได้ใหญ่มากจึงไม่ได้เอาไว้ใส่อะไรสักอย่าง โพลาลอยด์นี้เป็นอย่างแรกเลย

ผมกวาดของฝากในส่วนของผมทั้งหมดไปวางบนโต๊ะและผมก็กลับมาทิ้งตัวลงนอนบนเตียง

เหนื่อยครับ ขอนอนก่อนล่ะ

ปิดไฟด้วยนะพี่ติณห์

 

ทำไมผมถึงคาดหวังวันว่างๆ ทั้งๆที่อยู่บ้าน

แม่ปลุกผมกับพี่ติณห์ตั้งแต่7โมง ให้เหตุผลว่าจะเข้าไปเอาดอกไม้ขับไปส่งหน่อย (ปกติแม่ก็ไปเองได้จนผมกลับบ้านเนี่ย) แม่ผมมีความแปลกอยู่อย่างหนึ่ง ถ้าช่วงแรกๆที่ผมกลับบ้าน แม่จะมีงานให้ผมคอยช่วยอยู่ตลอดเวลา แต่ถ้าย่างเข้าอาทิตย์ที่2-3แม่ก็จะเริ่มไม่มีงานอะไรให้ผมช่วยล่ะครับ เหมือนช่วงแรกๆยังเห่อผมอยู่ช่วงหลังๆก็เบื่อแล้วนั้นแหละ

และวันนี้ก็ถือเป็นวันแรกจริงๆที่ผมได้อยู่บ้าน ทั้งยังมีพี่ติณห์เป็นแขกอีกด้วย แม่จะเรียกให้ออกไปเปิดหูเปิดตาก็คงไม่แปลก

โชคดีที่เมื่อคืนนอนตั้งแต่หัวค่ำนะเนี่ย

อย่างที่รู้กันว่าแม่ผมเปิดร้านขายดอกไม้ ช่วงนี้เพิ่มพวกกระบองเพชรและพืชอิ่มน้ำต้นเล็กๆเข้ามาขายด้วยครับ (แม่ผมlove naturalมากนั้นคือความจริง) ร้านของแม่เป็นร้านเล็กๆตั้งอยู่หน้าตลาด จริงๆร้านนี้แม่พึ่งมาเปิดได้ไม่กี่ปีเองครับ แม่ผมตั้งใจจะเปิดร้านขายดอกไม้ตั้งแต่ผมยังไม่เกิดแล้ว แต่พอมีผม มันก็วุ่นๆจนห่างความฝันไป พึ่งได้กลับมาคิดเรื่องร้านดอกไม้เมื่อ5ปีที่แล้ว

ตอนนั้นผมอยู่ม.5 ตอนแม่บอกว่าจะเปิดร้านขายดอกไม้ ผมจึงเป็นตัวตั้งตัวตีในการสนับสนุน และ80%ของแบบร้าน ผมเป็นคนออกแบบร่วมกับพี่สถาปนิกด้วย (ตอนนี้ยังติดต่ออยู่เลย พี่เขาเป็นลูกชายป้าในหมู่บ้านผมเอง)

ร้านของแม่ถือเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจที่ทำให้ผมเรียนสถาปัตย์

เอาไว้ไหนเหรอครับแม่พี่ติณห์ที่หอบช่อดอกไม้มาช่อใหญ่ตะโกนถามแม่

วางไว้นี้เลยก็ได้จ๊ะในขณะที่พี่ติณห์กับผมกำลังขนของเข้าร้าน ผมก็กวาดสายตามองรอบร้านไปด้วย

เอาชั้นเพิ่มไหมแม่เพราะเพิ่มกระบองเพชรเข้ามาขาย มันเลยไม่ค่อยมีที่เก็บของเลย

ได้ก็ดีนะ ว่างๆทำให้ด้วยล่ะกันผมพยักหน้ารับ ถ้าพวกเฟอร์นิเจอร์ไม้ง่ายๆอย่างชั้นวางของ3-4ชั้น โต๊ะ เก้าอี้ ผมก็พอจะทำได้นะ

น้องติณห์แม่วานหยิบกระดาษตรงนั้นให้หน่อยสิจ๊ะ

นี้ครับแม่ผมทิ้งตัวลงนั่งเก้าอี้ติดกับโต๊ะชำแหละดอกไม้ของแม่

มี3ออเดอร์..แม่รับกระดาษมาจากพี่ติณห์และพึมพำเบาๆ ส่วนพี่ติณห์ก็ขยับมานั่งข้างๆผมล่ะครับ

อยากลองทำไหมจ๊ะแม่อ่านกระดาษในนั้นอีกสักพักก่อนที่จะเงยหน้ามามองพี่ติณห์

ผมเหรอครับพี่ติณห์เลิกคิ้ว หันมามองผมและหันกลับไปมองแม่ก่อนที่จะถามออกมา

ใช่จ๊ะ ทำช่อดอกไม้นะพอแม่ผมเอ่ยปากชวนอีกครั้งพี่ติณห์ที่นั่งอยู่ข้างๆผมก็ยืนขึ้นแต่โดยดี

แต่ติณห์ไม่เคยทำเลยนะครับแม่

ผมเคยบอกรึยังว่าผมชอบตอนพี่ติณห์แทนตัวเองด้วยชื่อชะมัด

ไม่เป็นไรหรอกจ๊ะ ไม่ยาก เดี๋ยวแม่สอนนี้ไงแม่ผมว่างั้น ผมจึงยกมือขึ้นมาเท้าคางและมองแม่กับพี่ติณห์

ตัดออกสักคืบหนึ่งนะจ๊ะพี่ติณห์ฟังที่แม่ผมสั่งอย่างตั้งใจก่อนที่จะลงมือตัดก้านออก

แบบนี้เหรอครับ

ใช่จ๊ะ ตัดต่อไปจนหมดช่อเลยนะ น้องติณห์ยังมีเซนส์กว่าไอ้วาอีกแม่พูดจบก็หันมามองผมและส่ายหัวซะงั้น

อ้าวแม่! นี้ลูกไง

วาเนี่ยนะ แม่สอนเท่าไรก็ไม่จำ สอนยังไงก็ทำผิด จนแม่ไม่หวังพึ่งให้มันช่วยอะไรแล้วถึงผมจะหัวศิลป์ขนาดไหนก็ไม่ได้หมายความว่าผมจะถูกกับพวกของสวยๆงามๆต้องใช้ความทะนุถนอมมากๆอย่างจัดดอกไม้นี้หนา ทุกครั้งที่ผมช่วยแม่จัดดอกไม้ ต้องโดนตีมือจนมือแดงเถือกทุกที ไหนจะจับแรงไปบ้างล่ะ ไม่เข้ากันบ้างล่ะ ตัดเยอะไปบ้างล่ะ สุดท้ายผมก็ขอบายกับการจัดดอกไม้และย้ายตัวเองเป็นแผนกแรงงานแทนดีกว่าครับ

วาก็ช่วยทำชั้นแทนนี้ไงงงงผมโวยออกไปนิดหน่อย เรียกเสียงขำจากแม่และพี่ติณห์ได้ทันที

เอาใบนี้วางซ้อนแบบนี้นะจ๊ะแม่หันไปสอนพี่ติณห์ต่อ ผมเองนั่งมองไปมองมาก็เริ่มเบื่อจึงควักโทรศัพท์อกมาเล่นเกมส์ซะหน่อย แต่เกมส์ในเครื่องตัวเองมันก็เล่นบ่อยจนเบื่อแล้วครับ

พี่ติณห์ยืมโทรศัพท์เล่นเกมส์หน่อยดิ

มาหยิบๆพี่ติณห์ตอบผมโดยที่ยังมองแม่ผมพับดอกอะไรอยู่เลย ผมลุกขึ้นไปหยิบโทรศัพท์มาจากพี่ติณห์และกลับมาทิ้งตัวนั่งที่เดิมเพื่อเล่นเกมส์ต่อ เกมส์ในเครื่องพี่ติณห์อาจจะมีไม่เยอะเท่าเครื่องผม แต่เกมส์premiumทั้งนั้นเลยนะ

ดิ่งดอง

ผมชะงักมือที่เล่นเกมส์ไปเมื่อโทรศัพท์ในมือกำลังแผดเสียงและสั่นจากการที่มีคนโทรเข้ามา

พี่ติณห์โทรศัพท์

ใครอ่ะผมก้มมองรายชื่อตรงหน้าอีกครั้ง

พี่ไม่ได้เมมไว้

แม่ผมมั้ง คงเอาโทรศัพท์คนอื่นโทรมาอ่ะ รับให้ทีดิเจ้าของเครื่องเขาว่ามางั้นผมก็สไลด์รับสายในที่สุด

เตชินท์เธอคุยกับวรมินทร์รึยัง จารย์ให้เวลาแค่5วันนะ เธอไม่ลืมใช่ไหม

คนที่โทรมาไม่ใช่แม่พี่ติณห์แน่ๆ เพราะเป็นเสียงผู้ชาย แถมยังคุ้นหูมากจนผมต้องย่นคิ้ว แต่ที่ทำให้ผมนิ่งไปคงจะเป็นเนื้อหาของประโยคที่มีชื่อผมรวมอยู่ด้วย

เตชินท์เธอได้ยินไหมเนี่ยปลายสายยังคงพูดต่อออกมาเมื่อผมไม่ได้ตอบอะไรกลับไปสักที

ฮัลโหลเตชินท์..ฮัลโหลผมลดโทรศัพท์ในมือลงก่อนที่จะกดตัดสายไป

ผมนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม กำโทรศัพท์ไว้ในมือหัวคิ้วยังคงหม่นเข้าหากัน ผมเริ่มจำได้ลางๆแล้วว่าเสียงของปลายสายเหมือนเสียงของใคร

ใครโทรมาเหรอวาพี่ติณห์ถามขึ้นเมื่อผมไม่พูดอะไรออกมา แต่ผมไม่ได้ตอบในทันที ผมเพียงแค่หันไปมองหน้าพี่ติณห์ มองอยู่แบบนั้นสักพักก่อนที่จะหาเสียงตัวเองเจอและพูดออกไป

พี่มีอะไรจะบอกผมไหมพี่ติณห์ชะงักมือที่กำลังเด็ดใบไม้และเลิกคิ้วใส่ผม

บอกอะไรผมถอนหายใจออกมาก่อนที่จะส่งโทรศัพท์คืนให้พี่ติณห์

วากลับบ้านก่อนนะแม่พูดจบผมก็คว้ากุญแจรถที่วางอยู่ไม่ไกลและเดินออกมาเลย

พี่ติณห์คุยอะไรสักอย่างกับอาจารย์ต้นไว้ อะไรที่ผมคิดออกเพียงแค่อย่างเดียว ผมไม่รู้ว่าเขาตกลงอะไรกันไว้ ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไร ไม่รู้ขนาดว่าพี่ติณห์ตั้งใจจะบอกผมตอนไหน แต่แบบนี้มันไม่เหมือนกับตั้งใจจะปิดบังผมเหรอ

แล้วทำไมต้องปิดบังผมด้วย

ฟังผมก่อนสิวาพี่ติณห์วิ่งตามผมมาได้ทันก่อนที่ผมจะขับรถออกไป

ผมพร้อมฟังพี่มานานแล้วจนวันนี้

ผมไม่ได้สนใจพี่ติณห์และสตาร์ทรถทันที แต่แทนที่ฝ่ายนั้นจะผงะหลบ พี่ติณห์กลับขึ้นมานั่งบนรถซะงั้น

คุณฟังนะ จริงๆแล้..ผมเอื้อมมือไปกดเปิดเพลงและเพิ่มเสียงให้ดังจนไม่ได้ยินเสียงพี่ติณห์และผมก็ขับรถออกมา ถ้าจะนั่งมาด้วยก็ตามใจ แต่ถ้าจะพูดตอนนี้ผมไม่อยากฟัง

ถ้าจะปิดบังก็ปิดบังไปเลย ผมไม่อยากรู้แล้ว

ผมใช้เวลาไม่นานเราก็กลับมาถึงบ้าน พอรถจอดสนิทผมก็สาวเท้าเข้าบ้านทันที

วา ฟังผมก่อนพี่ติณห์วิ่งตามผมมา แต่ผมยังคงเร่งฝีเท้าขึ้นไปที่ห้องให้เร็วที่สุด

วา! บอกให้ฟังก่อนไงทั้งๆที่ผมจะก้าวเข้าไปในห้องอยู่แล้วพี่ติณห์ก็คว้าแขนผมไว้ก่อนที่จะผลักผมจนชิดกำแพงและล็อคผมไว้ด้วยแขนทั้งสองข้าง

คุณโกรธทั้งๆที่ไม่รู้เรื่องไม่ได้นะผมเบือนสายตาหลบทันที อุตสาห์กันแขนไว้ขนาดนี้ล่ะคิดคำพูดได้แค่นี้เหรอ

ปึก

ผมโกรธที่พี่ไม่ยอมบอก ไม่ว่าจะเรื่องอะไรผมก็โกรธผมพลิกให้พี่ติณห์มาอยู่ในตำแหน่งผม ยกแขนทั้งสองข้างมาเท้าผนังด้านหลังไว้ก่อนที่จะพูดออกไป

ผมไม่ได้จะไม่บอก ผมแค่รอจังหวะอยู่ผมหรี่ตา

ผมจะบอกแต่คุณต้องทำข้อตกลงกับผมก่อนผมกลอกตาทันที

พี่บ้าป่ะเนี่ย ผมโกรธพี่อยู่นะพี่ควรรีบๆอธิบายเกินกว่าจะมาสร้างข้อตกลงอะไรป่ะวะ

รู้แล้วว่าโกรธ กำลังจะบอกนี้ไง แต่ตกลงกับผมก่อนผมไม่ทนยืนล็อคพี่ติณห์ให้อารมณ์เสียกว่านี้อีกต่อไป เพราะผมผละตัวออกและพุ่งเข้าไปในห้องทันที ซึ่งพี่ติณห์ก็เดินตามมาแถมยังคว้าไหล่ให้ผมหันกลับไปหาเขา และกุมมือผมทั้งสองข้างไว้อีก

ตกลงก่อนว่าจะไม่หัวร้อน

ไม่ทันล่ะครับตอนนี้หัวผมโครตร้อน

ทำให้มันเย็นเร็ว ผมจะได้เล่าให้ฟังยิ่งพี่พูดแบบนี้มันยิ่งทำให้หัวผมร้อน! ผมพยายามจะดึงมือออกจากมือพี่ติณห์แต่เขาจับมันไว้แน่นมาก

พี่ปล่อยผมเลย ผมไม่อยากรู้แล้วพี่ติณห์ไม่ได้ปล่อยมือผมอย่างที่ผมบอก เขาแค่เปลี่ยนไปรวบมือผมด้วยมือๆเดียว ก่อนที่มืออีกข้างจะเลื่อนมาประคองหน้าผม และโน้มเข้ามาจูบในที่สุด

พี่จูบผมทำไมเนี่ยยยยยย

และผมมันดันปฏิเสธจูบของพี่ติณห์ไม่ได้ด้วยไง

สุดท้ายก็กลายเป็นผมโอนอ่อนต่อจูบของพี่ติณห์ ผมไม่จูบตอบไม่ได้อ่ะ! ดูเหมือนจะเข้าทางพี่ติณห์เลยเพราะเขาตั้งใจถอยให้ผมรุกเขาเต็มที่ ผมเลื่อนมือไปรั้งที่สะโพกของพี่ติณห์และดึงเข้ามาแนบชิดมากขึ้น ริมฝีปากยังคงละเมียดละไมอยู่แบบนั้น ผมแน่ใจเลยว่าพี่ติณห์รู้อยู่แล้วว่าผมไม่มีทางปฏิเสธจูบของเขาได้เขาถึงเลือกที่จะจูบผมไง

ร้ายนักนะ

แต่จูบของพี่ติณห์ก็ช่วยดับความหัวร้อนของผมได้ มันทำให้ร่างกายที่ร้อนรุ่มด้วยความหงุดหงิดกลับเข้าสู่สภาวะปกติ จริงๆผมก็ไม่ได้โกรธอะไรมากมายขนาดนั้น แต่ผมน้อยใจมากกว่า ไม่รู้ว่าไปตกลงกันตอนไหน ทำไมไม่คิดจะบอกผมเลย ผมก็มีจิตใจนะเว้ย

ผมตั้งใจกัดริมฝีปากพี่ติณห์แรงๆหนึ่งทีเพื่อแสดงให้เขารู้ว่าผมโกรธ พี่ติณห์สะดุ้ง ก่อนที่เขาจะผละริมฝีปากออก และกดจูบซ้ำลงมาอีกสองสามครั้ง

นี้ไงจะบอกแล้วพี่ติณห์กระซิบชิดริมฝีปากผมแบบนั้น

ทำไมผมรู้สึกเหมือนเขากำลังยั่วผมอยู่เลยวะ

ผมผลักพี่ติณห์ให้ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงก่อนที่ผมจะนาบทับไว้

เล่ามาเลยครับ ด่วนๆพี่ติณห์เลื่อนมือมายีหัวผมนิดหน่อย

พูดก่อนว่าจะไม่หัวร้อนผมขำออกมาเบาๆก่อนที่จะพยักหน้า

ผมจะพยายามไม่หัวร้อนนะพี่ติณห์พยักหน้ารับอย่างพอใจก่อนที่เขาจะพูดออกมา

อาจารย์ต้นเขาอยากให้ผมพูดกับคุณเรื่องทุนนะ เขาอยากให้คุณคิดใหม่ผมว่าแล้วเชียว ผมถอนหายใจและผุดลุกขึ้นนั่งในที่สุด

เดี๋ยวผมโทรไปคุยกับอาจารย์ต้นเองครับ ขอโทรศัพท์หน่อยผมยื่นมือขอโทรศัพท์จากพี่ติณห์ แต่พี่ติณห์เพียงแค่ลุกขึ้นนั่งเหมือนผมและวางมือลงบนมือผมเท่านั้น

เขาไม่ได้ตามตื้อให้คุณตอบตกลงนะ คุณเสียโอกาสครั้งแรกไปแล้ว นี้เป็นโอกาสครั้งที่สองผมเลิกคิ้ว มือยังคงกุมมือพี่ติณห์อยู่

ใครจะไปรู้เนอะว่าโอกาสครั้งที่สองมันจะมาเร็วขนาดนี้พี่ติณห์ยิ้มบางๆออกมา

ผมนึกว่ามันจะมาอีกรอบตอนคุณจบซะอีก แต่นี้ห่างกันแค่ไม่กี่วันเอง คืออาจารย์ต้นเขาอยากให้คุณตัดสินใจเรื่องทุนใหม่อีกครั้ง และถ้าครั้งนี้คุณปฏิเสธ มันคงไม่ย้อนกลับมาหาคุณอีกแล้วล่ะผมเผลอบีบมือพี่ติณห์เลยเมื่อฟังมาถึงตรงนี้

ครั้งนี้ผมอยากให้คุณคิดดีๆนะวาผมเงยหน้าสบตากับพี่ติณห์ก่อนที่จะถอนหายใจออกมา

ผมไม่คิดจะเปลี่ยนใจหรอกนะครับ

ถ้าองค์ประกอบของเหตุผลมันเหมือนเดิม คำตอบมันก็ต้องเหมือนเดิมอยู่แล้วล่ะ แต่การตัดสินใจครั้งนี้ ผมอยากให้คุณตัดผมออก

“...ไม่ต้องเอาผมเป็นหนึ่งในองค์ประกอบ ไม่ต้องสนใจว่าถ้าคุณไปเรียนแล้วผมจะอยู่ยังไง จะอยู่กับใคร จะดูแลตัวเองได้ไหม ไม่ต้องสนใจเรื่องนั้นเลย สนใจแค่ถ้าในชีวิตนี้คุณไม่ได้ไป คุณจะเป็นยังไงหัวคิ้วผมขมวดเข้าหากันทันที แม้พี่ติณห์จะพูดกับผมด้วยรอยยิ้มก็ตาม

แต่..

ได้เวลาที่คุณต้องเห็นแก่ตัวบ้างแล้ววา เลิกสนใจคนอื่น เลิกเป็นห่วงคนอื่น เป็นห่วงตัวเองได้แล้ว ไหนคุณลองบอกผมมาสิว่าถ้าตัดเรื่องเรียนต่อออกไป คุณตั้งใจจะทำอะไรผมเงียบ ริมฝีปากเม้มเข้าหากันทันที

พี่ติณห์ดูออกทุกอย่าง

ผมเป็นหนึ่งคนที่วาดฝันชีวิตของตัวเองไว้คร่าวๆตลอด ตั้งแต่เด็กผมตั้งใจจะเข้าโรงเรียนนี้ สายการเรียนนี้ เข้ามหาลัยนี้ เรียนคณะนี้ เรียนจบด้วยเกรดสวยๆสักหน่อย เก็บตังอย่างน้อย1ปี และบินไปเรียนต่อที่อังกฤษ ก่อนที่จะหางานที่น่าสนใจและเหมาะสมกับผมสักงานหนึ่ง ผมวางแผนไว้แบบนั้น และมันเป็นแบบนั้นเสมอมา

จนพี่ติณห์เข้ามา

ความฝันของผมก็เปลี่ยนไป ผมไม่ได้ต้องการเกรดดีๆ งานดีๆ หรือการไปเรียนต่อ ผมแค่ต้องการอยู่กับพี่ติณห์ อะไรก็ได้ที่มีเขาอยู่ข้างๆ

ผมรู้ว่าผมกำลังเอาตัวเองไปผูกติดกับพี่ติณห์ และมันคงไม่ดีแน่

ถ้าให้พูดกันตามความจริง

ภาพที่ผมเอาตัวไปผูกกับพี่ติณห์มันค่อนข้างเลือนลาง

มันไม่มีอะไรชี้เฉพาะได้เลยว่าอีก3ปีต่อจากนี้ผมกับพี่ติณห์จะยังรักกันแบบนี้ เราจะยังเห็นอีกคนสำคัญกว่าตัวเองแบบนี้ เรายังอยากจะใช้เวลาด้วยกันแบบนี้ และถ้าทุกอย่างมันไม่ได้คงไว้แบบนี้ตลอดไปล่ะ ถ้าวันหนึ่งผมกับพี่ติณห์ผิดใจกัน ทะเลาะกัน ไม่เข้าใจ หรือแม้แต่มีคนอื่นจนต้องเลิกรากันขึ้นมา มันคุ้มแล้วเหรอที่ผมทิ้งโอกาสไม่กี่ครั้งในชีวิตไป ทิ้งความฝันที่จะได้ไปเรียนต่อ ได้มีอาชีพที่มั่นคง

มันคุ้มแล้วจริงๆเหรอ

ผมว่าคุณคงมีคำตอบอยู่ในใจอยู่แล้วแหละ ตกตะกอนมันให้ดี คำตอบครั้งนี้มันชี้ชะตาชีวิตคุณเลยนะพี่ติณห์เลื่อนมืออีกข้างหนึ่งมากุมมือผมไว้ เขายังคงยิ้มบางๆให้ผมอยู่

ผมจะทิ้งพี่ไปได้ยังไงถึงจะรู้อยู่แก่ใจว่ามันไม่ดีที่ผมเอาตัวเองไปผูกกับพี่ติณห์มากเกินไป แต่ถ้าจะให้ตัดมันง่ายๆ

มันก็ตัดไม่ขาดซะแล้ว

คุณอย่าคิดว่าคุณทิ้งผมไปดิ ถ้าคิดแบบนั้นมันก็เท่ากับว่าคุณทิ้งทุกคนไปด้วยนะวา แต่คุณไม่ได้จะทิ้งทุกคนไปใช่ไหมล่ะ มันก็ความหมายเดียวกับผมนั้นแหละพี่ติณห์กระชับมือที่จับมือผมอยู่

ผมดูแลตัวเองได้ ผมไม่ใช่เด็กๆแล้วนะ ผมเป็นพี่คุณด้วยซ้ำ คุณไม่จำเป็นต้องอยู่ดูแลผมตลอดเวลาหรอก... อย่าให้ผมเป็นตัวถ่วงคุณเลยผมส่ายหัวทันที

พี่ไม่มีทางเป็นแบบนั้นอย่างน้อยก็ในความคิดผม

พูดตรงๆนะวา ผมไม่คิดว่าอีก3ปีผมจะไปอังกฤษกับคุณได้ผมขมวดคิ้วทันที

"ที่พี่พูดมาทั้งหมดเนี่ย เพราะพี่กลัวว่าจะไม่มีโอกาสให้เราได้ไปด้วยกัน หรือพี่ไม่ได้คิดจะไปอยู่แล้วกันแน่" พี่ติณห์ส่ายหัว

ผมอยากไปนะวา แต่เราก็ต้องยอมรับความจริงว่าโอกาสที่เราจะได้ไปด้วยกัน มันมีไม่ถึง10%ด้วยซ้ำ แล้วทำไมคุณต้องมาเสียสละ เพียงเพราะผมมันห่วยเกินกว่าจะไปยืนข้างคุณตรงนั้นได้วะ

“... ผมไม่อยากทำลายอนาคตคุณผมเลื่อนมืออีกข้างมากุมมือพี่ติณห์ไว้ก่อนที่จะซบหน้าลงไป

ทำไมมันเครียดแบบนี้วะ

ใจหนึ่งผมก็อยากไป ใจหนึ่งผมก็ไม่อยากทิ้งพี่ติณห์ไปเลย ถ้าการที่ผมตัดสินใจไม่ไปเพื่อรักษาความสัมผัสนี้ไว้มันไม่แน่นอนว่าจะไปได้ไกลขนาดไหน มันคงพอๆกับการที่ผมตัดสินใจรักษาโอกาสไว้แต่เลือกตัดความสัมผัสนี้นั้นแหละ

บางทีมือเราก็ไม่ได้แข็งแรงพอที่จะแบกรับทั้งสองอย่าง

มันต้องมีอย่างหนึ่งที่เสียและอีกอย่างที่อยู่

ค่อยๆคิด แต่อย่าเอาความเป็นห่วงผมหรือสถานะของเรามารั้งคุณไว้เลยพี่ติณห์จูบเบาๆที่ขมับผมก่อนที่จะพูดออกมา

และถ้าสถานะมันทำให้คุณรู้สึกลำบาก... คุณจะตัดมันออกอีกอย่างก็ได้นะผมผงกหัวขึ้นทันที มองตรงไปที่ดวงตาพี่ติณห์อย่างไม่เข้าใจ

เราเลิกกันเถอะวา

ประโยคสั้นๆที่ไม่ได้ยาวมากเสียดแทงเข้าไปในทุกโสตประสาทของร่างกายผม และประโยคๆเดิมนั้นยังคงเด้งไปเด้งมาอยู่ในหัวผมแบบนั้น ร่างกายผมชาด้านไปหมด มันสั่งการให้ผมส่ายหัวปฏิเสธเท่านั้น

ไม่! ผมไม่มีทางเลิกกับพี่เหตุผลเดียวที่ผมจะเลิกกับพี่ติณห์คือเราไม่รักกันแล้วเท่านั้น

ซึ่งตอนนี้มันไม่ใช่

ถ้าคุณกลับมาแล้วเรายังรู้สึกเหมือนเดิม เราค่อยกลับมาคบกันก็ยังไม่สายนะผมยังคงส่ายหัวรัวๆเหมือนเดิม

แล้วถ้าตอนนั้นผมยังรักพี่อยู่แต่พี่ไม่ได้รักผมแล้ว ผมจะทำยังไงแค่คิดผมก็รู้สึกปวดหนึบที่หน้าอกข้างซ้ายขึ้นมา

เจ็บที่หัวใจ

แล้วถ้าคุณเจอใครที่ดีและคุณก็รักเขาล่ะ คุณจะให้สถานะนี้มันรั้งคุณไว้ทำไม

ผมไม่มีทางรักคนอื่น

คุณก็บอกว่าคุณไม่มีทางเปลี่ยนใจเหมือนกัน แต่ตอนนี้คุณเริ่มลังเลแล้ว... ใช่ไหมผมจิ๊ปาก รู้สึกไม่พอใจตัวเองขึ้นมาเลย

ถ้าคุณไม่มีใคร และผมไม่มีใคร เราจะกลับมาคบกันอีกผมส่ายหัว แม้มันจะไร้เรี่ยวแรงขนาดไหน

พี่อย่าทำแบบนี้... ผมขอร้องพี่ติณห์สบตากับผมนิ่งๆ แววตาของพี่ติณห์ทำให้ผมรู้ว่าพี่ติณห์ก็เจ็บปวดไม่ต่างกัน

พี่ติณห์ก็เจ็บอยู่ไม่น้อยที่ต้องตัดผมออกไป

ถ้าเรารู้สึกเหมือนกัน เราจะกลับมาคบกันแน่ๆพี่ติณห์บีบมือผมจนแน่นก่อนที่จะคลายออก

คุณอยากให้ผมหายไปสักพักไหม บางทีการที่ไม่มีผม มันอาจทำให้อะไรๆชัดเจนขึ้นผมส่ายหัวจนไม่มีแรงจะส่ายหัวอีกต่อไปแล้ว

ผมรักพี่นะ อย่าทำแบบนี้เลยตอนนี้ผมกำลังอ้อนวอนให้พี่ติณห์เปลี่ยนใจ ทั้งเรื่องเลิก และห่างกันสักพัก

ผมก็รักคุณ แต่บางที... โลกของเราคงขยับเข้าไปในโลกของอีกคนหนึ่งมากเกินไปแล้ว

มันไม่ใช่แค่คุณที่ต้องอยู่ให้ได้ถ้าไม่มีผม ผมเองก็ต้องอยู่ให้ได้ ถ้าไม่มีคุณพี่ติณห์พูดจนจบและเม้มปากไม่ต่างจากผม

ผมอยากให้คุณรู้ไว้ว่าผมเคารพต่อการตัดสินใจของคุณเสมอ ไม่ว่าผลมันจะออกมาเป็นยังไงพี่ติณห์เลื่อนมือมาลูบหัวผมเบาๆ

ทำในสิ่งที่คุณอยากทำเถอะวาพี่ติณห์หยุดมือที่ลูบหัวผม เขาเลื่อนมันลงมาไล้แก้มผมเบาๆ

คุณอาจจะมองไม่เห็นผม แต่มันไม่ได้หมายความว่าไม่มีผมอยู่

“... จำไว้ว่าผมอยู่ข้างๆคุณเสมอ

จบประโยคนั้นผมก็เลื่อนเข้าไปกดจูบที่ริมฝีปากนั้นอีกครั้ง

พี่ติณห์เป็นแบบนั้นมาเสมอ

แม้ไม่ได้อยู่ในสายตา

แต่ไม่เคยหายไปไหน

บางทีอาจจะถึงเวลาที่พี่ติณห์ต้องกลับไปยืนในที่ๆเขาเคยยืน

ที่ๆผมไม่เคยสังเกต ไม่เคยมองหา

แต่วันหนึ่งเราจะโคจรกลับมาเจอกันอีกครั้ง

โชคดีนะวา

ผมจะเฝ้ารอวันที่เราโคจรกลับมาพบกัน







-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
หน่วงมากกกกก เป็นความอึดอัดอย่างถึงที่สุด ฮืออออ จริงๆแล้วรีไรท์บทนี้3รอบ เพราะเพียงแค่ประโยคเดียว เนื้อหาทั้งหมดก็เปลี่ยนไป verแรกจริงๆหน่วงกว่านี้อีก เศร้ามาก แบดมากกก ก็เลยลบเขียนใหม่ดีกว่า verนี้น่าจะเป็นverที่สมบูรณ์ที่สุดของสิ่งที่พี่ติณห์ต้องการจะทำ ตอนนี้ทุกคนอาจจะยังไม่เข้าใจว่าทำไมพี่ติณห์ถึงได้เลือกทำแบบนี้ แต่อีกไม่นานจะเจอบทของพี่ติณห์เร็วๆนี้แน่ๆค่ะ สำหรับตอนนี้ถ้าใครจะด่า อนุญาตให้ด่าไรท์แทนพี่ติณห์ได้เลย 5555
พรุ่งนี้ประกาศผลแอดมิชชั่นแล้ว ทุกคนสวดมนต์ให้ไรท์ด้วย 55555
เรื่องรวมเล่มคิดว่าบางทียอดอาจจะไม่ถึง แต่อาจจะแต่งตอนพิเศษลงเว็บก็ได้นะคะ เดี๋ยวดูก่อน 5555 สุดท้ายก็ย้ำเรื่องใครอยากได้เล่มช่วยเมลล์ไปที่ nnmfnns@gmail.com ด้วยนะคะ
และวันนึงเราจะโคจรกลับมาพบกัน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

664 ความคิดเห็น

  1. #658 Silviα✻ (@rosetea) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:00
    ถ้าวาตัดสินใจไปตั้งแต่โอกาสแรกเราคงได้เห็นโมเม้นรักทางไกลบ้าง แต่ความวาอะเนอะ เจอมาตราการเด็ดขาดจนได้ เอาจริงๆตอนเห็นวาปฎิเสธทุนเพราะติดสัญญากับพี่ตินก็คือแอบกลอกตาไปนิดนึง 555555555 เห็นด้วยกับพี่ติณณ์ว่าวาไม่ควรเอาชีวิต เอาอนาคตมาผูกติดกับคนๆเดียว ถึงตอนนี้จะรักกันแค่ไหนไปได้ดีกันแค่ไหน แต่ก็ไม่มีอะไรยืนยันว่าจะรักกันไปได้ตลอด ข้อตกลงแบบนี้ก็เหมาะสมแล้วหละ ใจวัดใจกันไปเลย
    #658
    0
  2. #519 4Ever_NR (@sweedza) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2559 / 17:11
    จะร้องไห้แล้ว คิดว่าเรื่องนี้ดูฟีลกู๊ด จะไม่มีดราม่าละนะเนี่ย ฮืออ อิน
    #519
    0
  3. #518 4Ever_NR (@sweedza) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2559 / 17:11
    จะร้องไห้แล้ว คิดว่าเรื่องนี้ดูฟีลกู๊ด จะไม่มีดราม่าละนะเนี่ย ฮืออ อิน
    #518
    0
  4. #457 shin ai2 (@konekoshinai2) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2559 / 20:23
    Love nature ไม่ใช่ natural
    #457
    0
  5. #325 DsnoopyD (@linmin) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2559 / 23:57
    อ่านมา2วันนี่ติดงอมแงมเลยอะ ;-;
    #325
    0
  6. #324 B Specail YKR (@sweet-bb) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2559 / 19:34
    ชอบมาก ทั้งที่เราควรดราม้าแต่เราไม่ดราม่า มันมีเหตุผลมาก ไม่งี่เง่า ไรท์แต่งจุดนี้ได้ดีมากๆ ฮือ เลิ้ฟฟฟ
    #324
    0
  7. #323 '$ CB. ชาน เลีย @' (@toon2546) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2559 / 17:19
    มันเจ็บบบบบ โอ้ยยย เศร้าอะหน่วงมากกก
    #323
    0
  8. #322 subtle'z (@29556) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2559 / 12:21
    แอบหน่วงเล็กๆ ฮือออ~
    #322
    0
  9. #321 Fon Chanoknunt (@fooooon) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2559 / 11:02
    นี่คือ เหตุ และ ผล ของคู่นี้ ชอบๆๆๆๆๆๆๆ
    #321
    0
  10. #320 time_alone (@time_alone) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2559 / 07:13
    เศร้าาาาา พี่ติณห์ตอนแรกแค่ชอบพี่ตอนนี้โคตรรักเลย เอาจริงๆนี่เป็นนย.เรื่องแรกๆเลยมั้งที่ไม่งี่เง่าแล้วคุยกันด้วยเหตุผลชอบบบบ
    #320
    0
  11. #319 Yasyapper (@Yasyapper) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2559 / 00:12
    โอ้ยยยยยยยยยย โคตรช็อกตอนพี่ติณห์บอกเลิก
    มันน่าจะมีวิธีอื่นอีกมั้ย ทำไมต้องเลิก ฮือ
    เข้าใจพี่ติณห์ว่าไม่อยากเป็นตัวถ่วงน้องนะ 
    แต่พี่ติณห์ไม่ควรบอกเลิกเลย เสียใจอ่าาาาาา

    แต่ทุกอย่างจะผ่านไปด้วยดีเราเชื่อแบบนั้น....
    #319
    0
  12. #318 Ptonfern (@benzsab79) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2559 / 00:11
    เข้าใจพี่ติณห์นะ แต่ก็สงสารวาด้วย
    #318
    0
  13. #317 cb-hh (@pla-kapong) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2559 / 23:32
    ดราม่าแรงอะไรเบอร์นี้ละะะะ ได้ทุนทั้งคู่ไม่ได้เหรอ 
    #317
    0
  14. #316 Bks Bongkiz (@bkyib) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2559 / 20:52
    เศร้าาาาา
    #316
    0
  15. #315 mangpor43 (@por2543) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2559 / 20:05
    เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #315
    0
  16. #314 Helena Kadian (@mint-fah) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2559 / 18:15
    หน่วง....
    วาติณจืต้องสตรองคะ. กัดผ้า
    #314
    0
  17. #313 SuPSaI (@supsoi) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2559 / 15:56
    ้เข้าใจพี่ติณณ์นะว่าทำไมถึงทำอย่างนี้
    ปลาลิง.เป็นกำลังใจให้ไรท์นะคะขอให้สมหวังนะคะ
    #313
    0
  18. #312 Libby (@natnicha55) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2559 / 15:53
    แปลว่าต้องรอการโคจรมาเจอกันอีกครั้งอย่างนั้นหรอ ฮือออออออ????
    #312
    0
  19. #311 hyukkk2 (@Hyukkk) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2559 / 15:00
    มันเจ็บบบ ทุกการกระทำ ฮือออออออออ
    #311
    0
  20. #310 1 0 1 (@nutchachar) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2559 / 14:45
    ว่าแล้วว่าต้องเป็นอย่างงึ้...
    เอาซะน้ำตาไหลเลยค่ะ แง
    อะไรมันก็ปุบปับไปซะหมด วาตอนนี้คงเซมากๆ
    พี่ติณณ์เองก็ทำแบบที่คิดว่าดีที่สุดแล้ว
    เป็นนิสัยของทั้งคู่จริงๆ
    โคตร..หน่วง ฮือออออออออ
    #310
    0