source head กว่าจะเป็นเฮดว้าก (end)

ตอนที่ 37 : lets go on a trip

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,004
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 26 ครั้ง
    1 มิ.ย. 59

36

ผมไม่ได้กลับบ้านมาสักพักเหมือนกันเนอะ

ความรู้สึกที่จะได้กลับบ้านมันเลยค่อนข้างดีต่อใจอยู่ไม่น้อย

เพราะแบบนั้นเราเลยใช้เวลาเก็บข้าวของน้อยกว่าที่คิดไว้พอสมควร รวมถึงจองตั๋วเครื่องบินและโทรบอกแม่เรียบร้อย แม่ถึงกับถามว่า ไปทำอะไรไว้ เลยครับ ถึงได้รีบกลับนัก แต่ผมก็ตอบกลับไปว่า คิดถึงแม่ไง ก่อนที่จะโดนแม่ตอบกลับมาว่า ฉันไม่เคยสอนให้แกโกหกนะวา แต่ก็เอาเถอะ สุดท้ายเราก็มาถึงเพชรบูรณ์โดยสวัสดิภาพ แม้จะเริ่มเย็นแล้วก็ตาม

ผมกับพี่ติณห์นั่งรอลุงดนัยมารับอยู่ที่คิวรถตู้ ความจริงบ้านผมอยู่ไม่ใกล้จากที่นี้เท่าไหร่ แต่ไอ้จะให้เดินไปมันก็จะลำบากหลังที่ต้องแบกกระเป๋าไปสักหน่อย และการนั่งรอลุงดนัยเลิกงานก็ไม่ได้ลำบากลำบนอะไรมากเกิน ผมกับพี่ติณห์เลยตกลงที่จะรอในที่สุด

คุณรู้วิธีไปภูทับเบิกจริงๆใช่ไหมเนี่ยพี่ติณห์ถามซ้ำขึ้นมาอีกครั้ง ดูเหมือนพี่ติณห์จะให้ใครสักคนในรุ่นไปสอนคลาสที่เหลือแทนแล้วเดี๋ยวจะแบ่งให้30%อะไรประมาณนี้แหละ พี่เขาถึงมากับผมได้

รู้ดิ ผมเคยไปนะตอน13อ่ะ แน่นอนว่าผมจะไม่บอกพี่ติณห์หรอก เดี๋ยวไปถามข้อมูลจากแม่เพิ่มก็ไปได้เองแหละ

บ้านผมเนี่ยอยู่ในเมืองสุดๆเลยนะ เขาค้อก็เหมือนอีกฟากหนึ่งของบ้านผมเลย ใครจะไปได้บ่อยๆล่ะ

แต่น่าจะไปได้นะ

ไม่เกินความสามารถหรอก

วา!!พี่ติณห์เลิกถามเรื่องวิธีเดินทางเพราะมีเสียงหนึ่งเรียกชื่อผมซะก่อน

คร้าบบบผมขานรับลุงดนัยและสะพายกระเป๋าขึ้นหลังก่อนที่จะตรงไปที่รถ

หวัดดีครับ

จะไปเขาค้อกันใช่ไหมภูทับเบิกกับเขาค้อก็ที่เดียวกันแหละครับ

ครับผมตอบรับ แม่คงเล่าให้ฟังแล้วนั้นแหละ

เอารถออกไปขับบ้างก็ดีนะ

ผมก็ว่างั้นแหละครับ ถ้าแม่ให้เอาออกไป

ให้อยู่แล้วสิ ไม่ให้จะไปกันยังไงล่ะลุงดนัยตอบพร้อมเสียงหัวเราะ

ลุงก็รู้ว่าแม่ผมพีคขนาดไหน ช่วยพูดด้วยนะครับ

ฮ่าๆ ได้เลยจริงๆทริปนี้ผมตั้งใจจะขับรถไปเอง ไหนๆก็มีใบขับขี่ล่ะครับ ควรออกไปใช้บ้าง แต่แม่ผมน่ะสิ ไม่ค่อยชอบให้ผมขับรถเองเท่าไร บอกว่าผมไม่ชำนาญทาง แถมยังไม่ค่อยได้ขับรถ เดี๋ยวประสบอุบัติเหตุขึ้นมาจะทำไง

ดังนั้นรถคันเก่งที่คุณย่าซื้อให้จึงจอดโง่ๆในโรงรถบ้านผมมานานแล้ว

บางครั้งลุงดนัยก็จะเอาออกไปขับบ้างเพราะถ้าปล่อยมันไว้เฉยๆ คงได้สนิมจับ ขับไม่ได้จริงๆแน่ๆ รถคันนี้ย่าผมซื้อให้ตั้งแต่ผมสอบใบขับขี่ได้ใหม่ๆล่ะครับ ตอนนั้นผมกับแม่ ไม่สิ เรียกได้ว่าทั้งบ้านช็อคกันมาก แม้กระทั่งพ่อผมเองก็ตาม เพราะพ่อผมไม่มีน้องสักที ผมก็เหมือนเป็นหลานคนเดียวของคุณย่าไปโดยชอบธรรม เขาก็คงอยากซื้ออะไรให้หลานเขาบ้าง

แต่ไม่ต้องถึงกับรถก็ได้นะ

ไปเรียนผมก็ไม่ได้ใช้อยู่ดี

จะบ่นเขาก็ไม่ได้ด้วยครับ เขาจะน้อยใจเอา ผมเลยจำต้องรับรถไว้ และปล่อยมันนอนนิ่งๆที่บ้านไว้ก่อน รอเรียนจบผมจะเอาไปขับจริงๆสักที

บ่นไปบ่นมาผมก็มาถึงบ้านแล้วเนี่ย

พี่วาาาาาเสียงใสๆของวีดังเข้ามาทันทีที่รถจอดสนิท

ว่าไงคร้าบบบเมื่อผมก้าวลงจากรถ วีก็กระโดดกอดผมทันที

อยู่ยาวเลยป่ะคะผมอุ้มเธอขึ้นก่อนที่เธอจะถามออกมา

ยังไม่แน่ใจเลยอ่ะผมตอบกว้างๆไว้ก่อน ตามปกติวีจะต้องแว้ดที่ผมตอบไม่เคลียร์แต่ครั้งนี้สายตาเธอทอดมองไปด้านหลังผม

พี่เตชินท์!!พอเธอเห็นคนอีกคนที่มากับผม เธอก็เรียกหาทันที

ลืมพี่เลยนะวีสุดท้ายผมก็ต้องส่งวีให้พี่ติณห์อุ้มแต่โดยดี

หมาหัวเน่ามากเลยอ่ะ

ไม่ได้หนีอะไรมาจริงๆใช่ไหมแม่ที่พึ่งเดินเข้ามา รับไหว้พี่ติณห์และหันมาพูดกับผมทันที

หนีอะไรล่ะแม่ ไม่มีแม่มองผมแบบจับผิดสักพักก่อนที่จะถอนหายใจออกมา

ไม่ได้หนีก็ดี เข้าบ้านก่อนสิจ๊ะประโยคหลังแม่หันไปคุยกับพี่ติณห์ ตอนนี้ผมพึ่งเห็นว่าวีกำลังเปลี่ยนเป็นขึ้นหลังพี่ติณห์แทนแล้ว

เดี๋ยวผมถือให้ก็ได้ครับดูความพระเอก... รู้อีกทีก็อาสาถือของแทนพี่ติณห์ล่ะ

โอเค~” พี่ติณห์ตอบรับอย่างเริงร่า ก่อนที่จะเดินเข้าบ้านไปพร้อมกับแม่ผม และวีที่อยู่บนหลัง

หัวผมเน่าจริงๆใช่ไหมเนี่ย!

บ้านของผมเป็นบ้านสองชั้น มีระเบียงสองที่คือหน้าบ้านกับที่ห้องผม 3ห้องนอน 3ห้องน้ำ 1ห้องครัว 1ห้องนั่งเล่น และ1ห้องกินข้าว โดยรวมมันก็เป็นบ้านหลังหนึ่งที่ไม่โดดเด่นอะไร แม้แม่จะเนรมิตหน้าบ้านเป็นสวนดอกไม้ย่อมๆของแม่ก็ตาม

บ้านหลังนี้จริงๆแล้วเป็นบ้านพ่อกับแม่ผมนะครับ มันถูกสร้างตอนผมเกิดได้ไม่กี่ปี หลังจากพ่อเลิกกับแม่ก็เลยยกบ้านหลังนี้ให้แม่ เพราะยังไงผมก็ต้องอยู่กับแม่อยู่ดี ส่วนลุงดนัยพึ่งย้ายเข้ามาอยู่หลังจากแต่งงานกับแม่ แต่เพราะตั้งแต่แรกมันเป็นบ้านของพ่อกับแม่ผมเลยติดบ้านหลังนี้มาก และมันก็มีที่ๆสร้างมาเพื่อผมเยอะมาก ทุกปิดเทอมผมจึงต้องกลับบ้าน (ยกเว้นปิดเทอมที่แล้ว) ส่วนบ้านยายกับตาผมก็อยู่ไม่ใกล้จากบ้านหลังนี้นัก แค่ไม่กี่กิโลเมตรเท่านั้น วันไหนว่างมากๆผมก็ไปนั่งเล่นนอนเล่นบ้านยายก็มีครับ

ไม่เหมือนห้องคุณอ่ะแม่บอกให้ผมพาพี่ติณห์มาเก็บของก่อน ผมกับพี่ติณห์จึงได้อยู่ตามลำพังอีกครั้ง

ใช่ป่ะ ตอนนั้นผมยังไม่มีสิทธิ์ออกแบบอะไรเลยครับห้องผมก็เหมือนห้องอื่นๆในบ้านแหละครับ แค่กระเบื้องสีครีมกับผนังสีครีม ก็ไม่ใช่ผมแล้วอ่ะ

แต่ก็มีความเป็นคุณอยู่นะพี่ติณห์กวาดสายตามองรอบห้องและหันมาบอกผมอีกครั้ง

ผมขี้เกียจเกินกว่าจะแก้ใหม่แล้วอ่ะจริงๆผมก็อยากลงสีผนังใหม่ หรือตกแต่งอะไรมากกว่านี้ แต่มันขี้เกียจจริงๆครับ ผมจึงปล่อยมันไว้แบบนี้แหละ

ตอนเด็กๆน่ารักกกกพี่ติณห์พุ่งไปยังกรอบรูปกรอบเดียวบนหัวเตียงผม

น่ารักอ่ะดิ ต่างกับตอนนี้ลิบลับเลยเนอะตอนเด็กๆผมน่ารักจริงๆครับ ดูเป็นเด็กว่านอนสอนง่ายสุดๆ แล้วดูตอนนี้สิ

ต่างกับตอนนี้ แต่ตอนนี้ก็ไม่แย่นะผมเลิกคิ้ว

ชมก็ชมครับไม่ได้บอกว่าไม่แย่ผมติณห์ละสายตาจากกรอบรูปและหันมามองหน้าผม

ไม่ได้ชม พูดเฉยๆใช่เหรอออออออ ผมแสร้งพยักหน้าแบบโครตไม่เชื่อใส่พี่ติณห์ ก่อนที่จะรับโทรศัพท์ที่พี่ติณห์โยนมาอย่างงงๆ

ถ่ายรูปหน่อยพี่ติณห์พูดแค่นั้น และยกกรอบรูปผมขึ้นมาบังหน้าไว้ ผมขำ แต่ก็ยอมถ่ายรูปให้แต่โดยดี

ก๊อกๆ

กินข้าวได้แล้วนะจ๊ะแม่เข้ามาในห้องทันทีที่เคาะเสร็จ นี้แหละแม่ผม

คร้าบบบพี่ติณห์ขานรับพร้อมรอยยิ้ม

รูปวาเหรอจ๊ะ แม่มีเต็มเลยนะ น้องติณห์อยากดูไหม

อยากครับแม่

เดี๋ยวๆ มาเรียกกินข้าวไม่ใช่เหรอผมรีบขัดขึ้นไปทันที แม่คงเห็นที่พี่ติณห์ถือกรอบรูปผมอยู่นั้นแหละ

หิวรึยัง ถ้ายังไปดูรูปก่อนก็ได้

ยังไม่หิวเลยครับพี่ติณห์นี้รีบเลยนะ!

 

เราออกเดินทางสู่ภูทับเบิกกันตั้งแต่เช้ามืด ถึงแม้แม่จะอนุญาตให้เอารถออกมาได้ และบอกวิธีเดินทางโดยละเอียด แต่มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรผมเลยสักนิด

สิ่งที่ช่วยผมได้คือ google maps

ขอบคุณใครก็ตามที่ผลิตสิ่งนี้ขึ้นมา

และเพราะเห็นว่าเป็นเส้นทางที่ผมคุ้นเคย (ตรงไหนวะ) พี่ติณห์จึงให้ผมเป็นคนขับ ส่วนตัวเองก็นอนตั้งแต่ยังไม่ออกจากปากซอยบ้านผมเลย เหตุผลส่วนหนึ่งเพราะว่าเมื่อคืนเรานั่งเล่นกับวีจน3ทุ่ม พอแม่ไล่วีไปนอน ผมก็มานั่งฟังวิธีไปจากแม่อีก ไปๆมาๆก็นั่งคุยเรื่องสัพเพเหระกันซะงั้น จน5ทุ่มก็แยกย้ายกันไปนอน แต่ก็ไม่ได้นอนอีกนั้นแหละครับเพราะแม่ดันเอาอัลบั้มรูปมากองไว้ให้พี่ติณห์ดู

เท่านั้นแหละ เราก็นั่งดูรูปและพูดคุยกันไปเรื่อยเปื่อย รู้ตัวอีกทีก็ตี2แล้ว กว่าจะได้นอนก็กินเวลาเข้าไปอีก

ทั้งนี้ทั้งนั้นพวกผมต้องตื่นตี4

สภาพผมตอนนี้จึงไม่ต่างอะไรจากซอมบี้สักเท่าไหร่ และด้วยความง่วงที่กัดกินผมสุดๆ ผมจึงแวะร้านกาแฟเป็นว่าเล่นเลยครับ

กาแฟคุณผมผงกหัวจากการฟุบนอนกับโต๊ะและรับกาแฟมาจากพี่ติณห์

ไหวไหมเนี่ย เดี๋ยวผมขับให้ก็ได้นะผมดูดน้ำเข้าไปอึกใหญ่ก่อนที่จะสไลด์กุญแจรถไปให้พี่ติณห์

ดีเลย ผมโครตง่วงผมตอบและฟุบตัวลงกับโต๊ะอีกครั้ง

“6โมงแล้วเหรอเสียงพึมพำของพี่ติณห์ ทำให้ผมเงยหน้ามองฟ้า ฟ้าเริ่มสว่างขึ้นมาล่ะครับ

เราหยุดดูพระอาทิตย์ขึ้นก่อนไหมจริงๆเราเข้าใกล้ภูทับเบิกล่ะนะ ขับอีกไม่นานคงจะถึงที่พักที่จองไว้ แต่เพราะทริปนี้ไม่มีการแพลนอะไรทั้งนั้นครับ อยากหยุดตรงไหนก็หยุด อยากไปก็ไป ผมจึงไม่เห็นเหตุผลที่เราต้องเร่งให้ถึงที่พักสักหน่อย

จุดชมวิวมันอยู่ตรงไหนอ่ะผมตอบคำถามของพี่ติณห์โดยการกวาดสายตามองหาพี่พนักงานที่อยู่ใกล้ที่สุด

พี่คร้าบ! จุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นที่ใกล้ที่สุดอยู่ตรงไหนเหรอครับ

ไม่รู้ก็ต้องถามสิจริงไหม

 

ถึงการเปลี่ยนมาให้พี่ติณห์ขับจะหมายถึงการเปิดโอกาสให้ผมนอน แต่พอเอาเข้าจริงแล้วมีพี่ติณห์คอยคุยเป็นเพื่อน ความรู้สึกง่วงก็เริ่มหายไป ผมจึงกลายเป็นแผนที่จำเป็นที่คอยบอกทางจากgoogle mapsให้พี่ติณห์อีกที

เพราะช่วงที่เรามาเป็นช่วงโลว์ซีซั่น รถจึงไม่ได้เยอะจนเกินไป ยิ่งเริ่มขึ้นเขาแบบนี้ผมรู้สึกเหมือนมาเที่ยวอยู่คันเดียวเลยอ่ะ บวกกับอากาศบนเขามันเย็นสบาย เราจึงลดกระจกลงปล่อยให้สายลมจากข้างนอกพัดผ่านเข้ามาแทน คอลเบาๆกับเสียงเพลงจากตัวรถ

เป็นการฮีลลิ่งที่โครตดี

“google mapsบอกว่าอีก500เมตรเลี้ยวขวานะครับ

โอเค~” ตอนนี้ภายในรถนี้อบอวลไปด้วยความอารมณ์ดีสุดๆ ผมหยิบกล้องที่วางอยู่ไม่ใกล้มาถ่ายรูปพี่ติณห์ก่อนรูปแรกเลย

เอาอีกรูปๆเจ้าตัวขอมาขนาดนี้ผมจะทำอะไรได้ล่ะครับนอกจากกดถ่ายให้อีกรูป

ผมเอาโพลาลอยด์มาด้วยนะพี่ติณห์พูดขึ้นมา

จริงดิ ไหนอ่ะ

ในกระเป๋าพี่ติณห์ตอบพร้อมพยักพเยิดไปทางกระเป๋าที่วางอยู่เบาะหลัง ผมเอื้อมมือไปหยิบกระเป๋านั้น ควานหากล้องโพลาลอยด์ในกระเป๋าอยู่สักพักก่อนที่จะเจอ

“1... 2...” ผมยื่นกล้องโพลาลอยด์ออกไปจนสุดแขน พยายามจะถ่ายให้เห็นทั้งผมและพี่ติณห์ก่อนที่จะกดถ่าย

พอถ่ายด้วยโพลาลอยด์ ขนาดพึ่งถ่ายเมื่อกี้ภาพยังดูเก่าเลยผมรอให้ภาพขึ้นมา ผมชอบโพลาลอยด์มากเลยนะ ชอบที่เราสามารถให้รูปกับคนที่มาด้วยได้ทันที และการที่มันมีรูปเดียวก็เสริมความพิเศษมากขึ้นด้วย

รูปนี้พี่เอาไปล่ะกันเนอะภาพในรูปขึ้นจนชัดเจนแล้วผมถึงได้หันไปบอกพี่ติณห์

เดี๋ยวดิ เก็บไว้ก่อน วันสุดท้ายเราค่อยมาแบ่งกันพี่ติณห์พูดจบก็ตบที่กระเป๋าเบาๆ ผมจึงหาตลับใส่รูปในกระเป๋าใบเดิมและใส่รูปแรกลงไป

ได้เลยจริงๆได้รูปไหนผมก็โอเคหมดแหละ

ความทรงจำทั้งนั้น

ตรงนี้ป่ะ จุดชมวิวที่เขาบอกผมละสายตาจากกล้องและเงยหน้ามองตามที่พี่ติณห์ชี้

ผมว่าใช่

ข้อดีของการมาขึ้นเขาคืออากาศดีนี้แหละครับ เป็นการหลบหนีความร้อนแรงจากแดดของประเทศเรา แม้ตอนที่ผมมานี้มันจะเข้าฤดูฝนบ้างแล้วก็ตาม แต่จากที่ขับมาฝนก็ยังไม่ตกเลยนะครับ ถือว่าโชคดีมาก

ผมกับพี่ติณห์ลงจากรถและจับจองที่นั่งดูพระอาทิตย์ขึ้นทันที จากที่มองๆดูนี้มีแค่ผมกับอีก2ครอบครัวรอดูพระอาทิตย์ขึ้นเหมือนกัน ตอนนี้ท้องฟ้าก็เริ่มเป็นสีส้มล่ะครับ

ขอโทษนะครับ ถ่ายรูปให้หน่อยได้ไหมครับผมละสายตาจากview finderเมื่อได้ยินเสียงพี่ติณห์

วา!! ถ่ายรูปกันผมวิ่งไปหาพี่ติณห์ทันทีที่พี่ติณห์ควักมือเรียก และเราสองคนก็มาหยุดยิ้มให้กล้องโพลาลอยด์ของพี่ติณห์

ขอบคุณนะคร้าบผมกับพี่ติณห์ขอบคุณคุณลุงคนนั้นก่อนที่เขาจะแยกไป

เขาว่ากันว่าพระอาทิตย์บนเขาจะขึ้นเร็วมากผมกับพี่ติณห์ทิ้งตัวลงนั่ง พี่ติณห์ถึงได้พูดขึ้นมา

ขึ้นเร็วตกเร็วผมตอบกลับก่อนที่พี่ติณห์จะยื่นรูปที่ถ่ายเมื่อกี้ให้ผมดู

เราเหมือนไม่ได้อยู่บนเขาที่อุณหภูมิต่ำกว่า25°เลยอ่ะผมพูด ก็ผมกับพี่ติณห์อยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์แบบโครตชิลอ่ะ

ผมว่าตอนนี้มันก็ยังไม่ค่อยหนาวป่ะ กำลังดีอ่ะผมยื่นรูปคืนให้พี่ติณห์เก็บไว้ก่อนที่จะทอดสายตามองท้องฟ้าสีส้มเบื้องหน้า

ไม่ใช่ดีแค่อากาศหรอกครับจบคำพูดผม พี่ติณห์ก็เลื่อนมือมากุมมือผมไว้ แม้จะบอกว่าอากาศดีแต่มือพี่ติณห์ก็เย็นกว่าที่ผมคิดไว้เยอะเลยนะ ผมผสานมือพี่ติณห์ไว้

ถ้าจะหนาวก็หนาวด้วยกันนี้แหละ

เรานั่งมองฟ้ากันอยู่ไม่นาน พระอาทิตย์ที่เรารอคอยก็ออกมา

เป็นเด็กดีนะผมหันไปมองพี่ติณห์

อยู่ๆมาบอกให้ผมเป็นเด็กดีทำไมเนี่ยพี่ติณห์ขำ เขาเลื่อนมืออีกข้างหนึ่งมาลูบหัวผมเบาๆก่อนที่จะยีมันแรงๆ

ใครๆเขาก็ชอบเด็กดีกันทั้งนั้น เป็นเด็กดีเข้าไว้ เดี๋ยวก็ดีเองอ่ะผมวางมือลงบนหัวพี่ติณห์บ้าง

เป็นเด็กดีเหมือนกันนะครับพี่ติณห์ขำเมื่อโดนผมย้อนกลับแบบนั้น เรายกกล้องมาถ่ายรูปกันอีกสองสามภาพก่อนที่จะมุ่งหน้าสู่ที่พัก

ผมจองที่พักของเพื่อนลุงดนัยไว้ ดังนั้นเขาเลยจัดสรรห้องที่วิวดีสุดๆให้เรา ส่วนหนึ่งเพราะช่วงนี้เป็นช่วงโลว์ซีซั่นอย่างที่บอก เราจึงได้บ้านหลังเล็กของเรามาหลังหนึ่ง

ขอบคุณนะครับผมหันไปขอบคุณพี่ที่พามาส่งอีกครั้ง

ถ้ามีอะไรเรียกใช้ได้เลยนะครับพี่เขายิ้มรับก่อนที่จะแยกออกไป

ห้องโอเคเลยนะพี่ติณห์เป็นคนเดินเข้าไปในห้องก่อน พอได้ยินคำชมแบบนั้นผมก็รีบเดินตามเข้าไปเลย

โอเคแหละผมกวาดสายตามองบ้านไม้หลังเล็ก ภายในก็ประดับด้วยไม้แบบต่างๆ เตียง3ฟุต 2เตียงตั้งอยู่คนล่ะมุมห้อง ผมวางกระเป๋าลงและทิ้งตัวลงนั่งที่เตียงริมหน้าต่าง

เราเอาเตียงมาติดกันเถอะพี่ติณห์ที่ทิ้งตัวนั่งเตียงอีกเตียงหนึ่งหันมามองผม

ไม่ต้องหรอก

ทำไมอ่ะ เอามาติดกันเถอะ

ไม่เอาาา ผมอยากนอนคนเดียว

พูดเหมือนปกตินอนคนเดียวอ่ะพี่ติณห์จิ๊ปากใส่ประโยคนั้นของผม

ก็วันนี้จะนอนคนเดียวไงอ้าวววววดื้อเฉย

ขยับมาเลยพี่ติณห์พี่ติณห์นั่งขัดสมาธิและกอดอก ทั้งยังส่ายหัวช้าๆ

ไม่เอา

งั้นผมขยับเตียงผมไปติดพี่ก็ได้บอกให้ขยับมาก็ไม่ขยับอ่ะคนเรา

วา ผมบอกว่าไม่ต้องไงพี่ติณห์เข้ามาขวางผมที่กำลังผลักเตียงไปหาเขา

ผมเป็นพี่คุณนะนั้นไง พอเถียงไม่ได้ก็งัดมุกนี้มาใช้ตลอด ผมเลิกดันเตียง และขยับไปชิดพี่ติณห์แทน

แต่พี่ก็เป็นแฟนผมนี้ครับผมยืนจ้องหน้าพี่ติณห์ในระยะประชิดอยู่แบบนั้นก่อนที่เจ้าตัวจะบุ้ยปากและขยับหลบผมแต่โดยดี

คุณเล่นแบบนี้แล้วผมจะทำไงอ่ะพี่ติณห์กลับไปทิ้งตัวลงนั่งที่เดิมและบ่นพึมพำอยู่แบบนั้น ส่วนผมก็แค่ขำและขยับเตียงไปชิดกันในที่สุด

ไม่ต้องทำไงครับ ยอมผมก็พอ

 

เราตั้งใจจะอยู่ที่ภูทับเบิกกัน3วัน2คืนและค่อยกลับบ้านครับ แต่ไม่ได้มีสถานที่จริงจังว่าเราจะไปที่นี้หรือที่โน้น สุดท้ายเราจึงต้องมานั่งหากันว่าไปที่ไหนดี หรือถามเอาจากพี่พนักงานว่าที่ไหนควรไป

ทั้งๆที่ผมกำลังหาสถานที่ท่องเที่ยวอยู่ ไม่รู้ว่าเผลอหลับไปตอนไหนครับ รู้ตอนพี่ติณห์ปลุกขึ้นมาหาอะไรกินนี้แหละ

ผมอยากกินหมูกระทะผมยังคงนอนอยู่ที่เดิมโดยมีพี่ติณห์เปิดเมนูให้ดู

ก็ดีนะ น่าจะอุ่นดี

เอาเลยชุดหนึ่งพี่ติณห์เปิดเมนูดูต่ออีกสักพัก

งั้นเอาพวกมันเทศมาเผาด้วยล่ะกันผมพยักหน้ารับ ภายในห้องมันก็อุ่นอยู่หรอกครับ แต่ถ้าออกไปข้างนอกอากาศคงค่อนข้างหนาวเลยล่ะ

เบียร์2กระป๋องก็พอเนอะผมส่ายหัว

ไม่พอหรอกครับพี่ติณห์เลื่อนมือมาตีหัวผมเบาๆ

พอแล้วววว อย่ากินเยอะ เดี๋ยวผมไปบอกพี่เขาก่อนนะ คุณจะนอนอีกสักพักก็ได้ นี้พึ่ง5โมงเองผมทำท่าโอเคก่อนที่จะมุดเข้าผ้าห่มตามเดิม เรามาถึงที่นี้ตอนสายๆ นั่งหาที่ท่องเที่ยวกันตอนบ่าย เผลอหลับไป ตื่นมาอีกทีก็เย็นแล้ว เป็นหนึ่งวันที่ผ่านไปเร็วมากๆ แต่ผมก็ตั้งใจจะเริ่มเที่ยวพรุ่งนี้อยู่ล่ะครับ บอกแล้วว่าทริปนี้ชิลๆ

เออพี่ติณห์

ว่า

โทรบอกแม่ให้หน่อยดิว่าถึงแล้วผมพูดจบก็โยนโทรศัพท์ให้พี่ติณห์

เค

นอนต่อดีกว่าเรา

 

เมนูที่เราสั่งพร้อมเตาและไม้ขีดมาถึงตอนทุ่มกว่าๆ ผมกับพี่ติณห์เลือกที่จะออกมาย่างกินที่ระเบียงดีกว่าครับ เพราะถ้าย่างในห้อง ห้องคงต้องมีกลิ่นหมูย่างไปอีกหลายวันแน่ พอย้ายร่างออกมานอกห้อง จากเสื้อยืดบางๆก็ต้องหยิบเสื้อกันหนาวที่เตรียมมาใส่สักที จากการคาดคะเนของผมตอนนี้อุณหภูมิคงอยู่ที่หลัก10°แน่ๆ

ถ้าไฟมันดับเราจะทำไงวะพี่ติณห์ที่สังเกตไฟอยู่พูดขึ้นมา เรื่องของเรื่องคือลมมันแรงอยู่นะครับ กลัวจะพัดไฟมอดซะหมด

เราก็จะวิ่งไปขอไม้ขีดใหม่ครับพี่ติณห์ขำก่อนที่จะเลื่อนมือไปอังเตา

คุณว่ามันย่างได้ยัง

ย่างๆไปเถอะครับเดี๋ยวมันก็สุกเพื่อส่งเสริมคำพูดนั้น ผมก็คีบหมูลงไปย่างชิ้นแรกทันที

ไม่ใช่ว่าอาหารเป็นพิษกันหมดนี้ลำบากเลยนะ กว่าจะลงไปถึงพี่ติณห์จะพูดแบบนั้นแต่ก็เริ่มย่างหมูล่ะครับ

บ้านพักที่ผมได้อยู่ริมเขาพอดีเลยครับ จากมุมนี้เห็นวิวระยะไกลได้สบายๆ แม้ตอนนี้จะดึกมากแล้ว ผมก็ยังรู้เลยว่าถ้าตอนที่มีแสงอาทิตย์ส่องมันจะต้องเป็นวิวที่สวยมากแน่ๆ เป็นโชคดีที่เรามาเที่ยวกันหน้าโลว์ซีซั่นสินะ

เราไม่ได้นั่งย่างหมูกระทะแบบนี้มานานขนาดไหนล่ะนะ

ผมนี้โครตนานนนนอ่ะ ตั้งแต่กลับบ้านปิดเทอมปี2มั้งนั้นล่าสุดของผมล่ะครับ

เฮ้ยจริงดิ บ้านผมกินโครตบ่อย วันเกิดเต็นท์ วันเกิดผม วันเกิดพ่อกับแม่ยังกินหมูกระทะเลยผมขำ จริงๆมันเป็นเมนูง่ายๆที่กินกันเป็นครอบครัวได้นี้นะ

แต่ถ้าหมูย่างเกาหลี ล่าสุดก็ที่กินกับพี่พี่ติณห์พยักหน้ารับ

อันนั้นก็ล่าสุดของผม ถ้าอาหารญี่ปุ่นครั้งล่าสุดคงเป็นตอนรวมสายผมเกือบลืมไปล่ะว่าตอนนั้นเรากินอาหารญี่ปุ่นกัน

ผมด้วย พูดไปเหอะ ตอนนั้นผมกินไม่อิ่มด้วย หงุดหงิด... รู้ตัวอีกทีว่าโครตหิวตอนถึงห้องพี่ติณห์ขำออกมาทันที

คิดว่าหงุดหงิดเป็นคนเดียวรึไง ผมก็หงุดหงิด อยากจะท้าคุณต่อยให้มันจบๆไปผมขำบ้าง

ความไม่ชัดเจนมันก็น่าหงุดหงิดแบบนี้แหละเนอะผมพูดออกไปและคีบหมูชิ้นแรกเข้าปาก

แต่ความชัดเจนบางทีก็ไม่ได้ดีหรอกนะคำพูดของพี่ติณห์ทำให้ผมชะงักมือที่กำลังคีบหมูเข้าปาก

ทำไมอ่ะพี่ติณห์ไหวไหล่

ไม่รู้ดิ อะไรที่มันไม่พอดีมันก็ไม่ดีป่ะวะผมยิ่งขมวดคิ้วเข้าไปใหญ่

อ้าวคิ้วผูกโบว์ล่ะคุณ ผมแค่พูดให้มันเท่ๆเฉยๆจะคิดหนักทำไมเนี่ยพี่ติณห์ขำและคีบหมูชิ้นหนึ่งขึ้นมายื่นให้ผม

พี่มาฟีลไหนถึงป้อนผมเนี่ย

 

หลังจากไฟติดไม่นาน หมูกระทะทั้งชุดก็ถูกผมกับพี่ติณห์กวาดเรียบด้วยเวลาไม่นาน ตบท้ายด้วยมันเทศและเบียร์อีกคนล่ะกระป๋อง

ชมวิวกับเบียร์กระป๋องครั้งล่าสุดของผมคือตอนไปพัทยาพี่ติณห์พูดขึ้นมา

ผมก็เหมือนกัน

เออ ตอนนั้นคุณคิดอะไรอยู่ถึงได้ชวนผมไปเดินเล่นตอนตี1” ผมขำ

ไม่รู้ดิ ผมแค่ยังไม่อยากนอน ว่าแต่พี่เหอะ คิดยังไงถึงได้ไปด้วยพี่ติณห์ขำบ้าง

แค่คุณกล้าชวน ผมก็กล้าไปความเงียบเข้าครอบงำหลังจากพี่ติณห์พูดจบ พี่ติณห์ขยับเข้ามานั่งใกล้ผมมากขึ้นจนไหล่เราชนกัน ก่อนที่เขาจะเอนหัวมาซบไหล่ผมไว้ ผมดึงแขนพี่ติณห์มากอดและมือของเราก็เคลื่อนเข้าหากัน จริงๆผมว่าการจับมือเป็นการสื่อสารความรู้สึกที่ดีพอๆกับการจ้องตา

และอบอุ่นไม่ต่างกัน

ทริปต่อไปเราไปไหนกันดีผมถามออกไป ตอนนี้ผมไม่รู้ว่าอีก2วันที่เหลือที่ภูทับเบิกนี้มันจะโอเครึเปล่า แต่แค่มีพี่ติณห์อยู่ข้างๆผมว่ามันก็ไม่มีทางแย่หรอก

ไปไหนก็ได้ แค่ไปด้วยกันคำตอบของพี่ติณห์ทำให้ผมกดจูบที่ขมับของฝ่ายนั้นอย่างหมั้นเขี้ยวสุดๆ แต่พี่ติณห์ผงกหัวขึ้นและกดจูบที่ริมฝีปากผมแทน

แค่คนทั่วไป เบียร์กระป๋องเดียวมันไม่มีทางเมาอยู่แล้ว ยิ่งผมกับพี่ติณห์ที่มีดีกรีว่าคอแข็งติดอันดับเนี่ย ไม่มีทางที่เบียร์แค่กระป๋องเดียวจะทำอะไรเราได้ แต่สัมผัสของพี่ติณห์ และทุกๆอย่างที่แสดงออกมันทำให้ผมเผลอคิดไปแว่บหนึ่งว่า พี่ติณห์อาจจะเมาแล้วก็ได้

เพราะมันดูต้องการมากกว่าปกติ

ผมผละริมฝีปากออกเมื่อรู้สึกว่ามันมากเกินกว่าผมจะรับไหว พี่ติณห์ไม่ได้ขยับออกห่างจากผม เขาพยายามจะกดจูบลงมาอีกครั้งเสียด้วย แต่ผมประคองหน้าเขาไว้และจับจ้องไปยังดวงตาคู่นั้น

ผมต้องการความแน่ใจว่าผมไม่ได้คิดไปเองคนเดียว

แววตาสั่นระริกของพี่ติณห์จับจ้องมาที่ผม ไม่ได้แม้แต่จะหลบหนีสักนิดเดียว เหมือนเขาก็ตั้งใจจะสื่อให้ผมรู้เหมือนกัน

เมื่อผมแน่ใจผมถึงได้กดจูบลงไปอีกครั้ง

ผมแน่ใจแล้วว่าพี่ติณห์ไม่ได้ต้องการแค่จูบ

เขาต้องการให้ผมทำมากกว่านั้น







-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
สวัสดีทริปขึ้นเขาของเรา เหตุผลเบื้องต้นที่ต้องเป็นภูทับเบิกเพราะเราเคยไปมาและประทับใจมาก แต่ตอนนั้นเด็กมากจึงไม่แน่ใจว่าอะไรเป็นอะไรสักเท่าไร (พยายามไม่ใส่รายละเอียด) แต่ถ้าอะไรที่พูดแล้วผิดไปขอโทษ ณ ที่นี้เลยนะคะ 555 จากที่คิดๆตอนนี้คงเหลืออีกแค่4ตอนแล้วเนอะ ใจหายเหมือนกันนะะะ เพื่อไม่ให้มันใจหายเกินไปก็ฝากเรื่องรวมเล่มอีกรอบเลยล่ะกันเนอะ 5555
ถ้าได้ตีพิมพ์ จะลงตัวอย่างตอนพิเศษให้อ่านในเว็บด้วยนะคะ 
แม้จากที่คิดๆยอดมันคงไม่ถึงก็ตาม ถ้ายอดไม่ถึง ตอนพิเศษคงไม่ได้แต่งนาาา สุดท้ายถ้าใครสนใจเล่ม ฝากส่งเมลล์ไปที่ nnmfnns@gmail.com ด้วยนะคะ ถ้าอีก4ตอนต่อจากนี้ยอดยังไม่ถึงคิดว่าคงพับเรื่องรวมเล่มไป
อย่าลืมส่งเมลล์ไปจองเล่มนะคะะะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 26 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

669 ความคิดเห็น

  1. #309 JittamasS (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2559 / 20:27
    ทำไมมีกลิ่นมาม่าลอยหล่ะ ..
    #309
    0
  2. #308 mm_yelly (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2559 / 19:02
    เหยยย ไม่ม่าใช่มั้ย ไม่เอานะ คือแบบขอจบแบบชิลล์ๆ ไม่เอาหน่วงก่อนแฮปปี้ .___. เรื่องรวมเล่มเราสนนะ แต่ตังค์ในกระเป๋ามีมั้ยนี่อีกเรื่อง 555555
    #308
    0
  3. #307 The J' (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2559 / 18:23
    มีกลิ่นมาม่างะ=_=
    #307
    0
  4. #304 mangpor43 (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2559 / 22:10
    น่ารัก >////////<
    #304
    0
  5. #303 1 0 1 (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2559 / 21:52
    เบียร์สื่อรัก(?) อุอุ คนอยากจะเมาก็คงจะเมานะวา555555555
    ตอนนี้ก็ยังคงเรื่อยๆเหมือนเดิมค่ะ แต่อ่านแล้วบรรยากาศอบอุ่นมากก
    อ่านแล้วสบายใจ เหมือนเป็นกล้อง cctv ติดตามตัวไป555555555

    ปล.รีบๆไปจองกันเถอะค่ะ.... คืออยากได้ เดี๋ยวยอดไม่ถึงนะ ฮือออออออออ

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 1 มิถุนายน 2559 / 21:54
    #303
    0