source head กว่าจะเป็นเฮดว้าก (end)

ตอนที่ 35 : congrats

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,901
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    27 พ.ค. 59

34

ง่วงโว้ย!!เสียงตะโกนพร้อมกับเสียงตบหน้าที่ตามมาไม่ได้ทำให้ผมสะทกสะท้านสักเท่าไหร่ ผมเพียงแค่ยิ้มแหย่ๆให้งานตรงหน้าและทำงานต่อโดยไม่ได้คิดจะตอบอะไรพี่ครีม เจ้าของเสียงตะโกนเมื่อกี้กลับไป

ทุกอย่างมันเท่าทวีคูณมากเลยครับ

ไม่ใช่แค่พี่ครีม ผมเองตอนง่วงมากๆก็ต้องตะโกนระบายออกมา รวมถึงเสียงแว่วๆจากห้องข้างๆที่มักจะตะโกนอะไรสักอย่างอยู่บ่อยๆเหมือนกัน

การกินข้าวบ้านพี่ติณห์เหมือนเป็นมื้ออาหารสั่งลาที่ดีที่สุดไปแล้ว

เพราะตั้งแต่มื้อนั้นก็ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องผมเลยครับ ถ้ารู้ก่อนจะกินตุนไว้เยอะๆเลยพูดจริง

พี่ติณห์มาส่งผมเสร็จ ผมก็ทำงานต่อเลย หลังจากคำนวณทุกอย่างผ่านหัวแล้วผมต้องเร่งระดับหนึ่งเลยมันถึงจะเสร็จทัน ตั้งแต่เย็นเมื่อวานจนเช้าวันนี้ ล่วงเลยมาเย็นอีกรอบ ผมยังไม่ได้หยุดพักเลยครับ

การหยุดพักอย่างเดียวในวันนี้คือการแวะไปเข้าห้องน้ำเท่านั้นครับ

และแน่นอนว่าการทำตัวเหมือนชาร์ตพลังมาแบบนี้ของผมแม่งส่งผลร้ายต่อร่างกายแน่นอนอยู่แล้ว อันดับแรกเลย มันสูบพลังผมมากกว่าปกติหลายเท่า ทำให้ผมยิ่งง่วง ยิ่งหิว ยิ่งอ่อนเพลียมากกว่าปกติ เอะอะตาก็จะปิดๆอย่างเดียวเลย แต่ผมยังนอนไม่ได้ หวังว่าร่างกายจะฟังผมบ้าง

ผมเปลี่ยนพู่กัน ตั้งสติกับมือสั่นๆอึดใจหนึ่งก่อนที่จะลงมือระบายสีต่อ

พรุ่งนี้ก่อน3ทุ่มพวกผมต้องคืนห้องใต้ดิน และเอางานไปตั้งใต้ตึก สำหรับงานรับปริญญาในวันเสาร์นี้ ซึ่งพวกผมก็ตกลงกันผ่านสายตาแล้วว่า เราจะคืนห้องตอน2ทุ่ม55นาทีล่ะกัน

ตอนนั้นจะทำเสร็จรึยังก็ไม่รู้เหอะ!

หิวข้าว วาไปแดกข้าวกันนนพี่ครีมตกลงมานอนที่นี้แล้ว แน่ล่ะครับ โค้งสุดท้ายขนาดนี้ แค่วินาทียังมีค่าเลย

พี่ไปก่อนเลยไม่ใช่ว่าไม่หิวนะ แต่ไม่อยากเสียเวลาไปเลย

แดกก่อนเหอะ ถ้ามึงเป็นห่าไรไปไม่มีใครว่างพาไปโรงพยาบาลนะเว้ยผมขำ ผมว่าพี่ครีมพูดจริงเลยอ่ะ ถึงผมล้มพับไปตรงนี้ ทุกคนคงปล่อยให้ผมนอนอยู่แบบนั้นและทำงานของตัวเองต่อ

ผมกินดึกๆได้พี่ผมพูดต่อ ยังคงโฟกัสที่การลงสีอยู่

งั้นเดี๋ยวกูซื้อมาเผื่อ มึงกินไรตอนนี้โครตอยากกินพิซซ่าอ่ะ

ไข่เจียวก็ได้ผมหันมาตอบพี่ครีม ถึงจะอยากกินพิซซ่าขนาดไหน แต่ไว้ก่อนล่ะกันนะ

เคพี่ครีมทำท่าโอเคให้ผมและแยกออกไป คงไปชวนไอ้ปิกกับไอ้วิดนั้นแหละ ส่วนผมก็หันกลับมาทำงานต่อ

นี้เป็นการโหมงานที่ติดTop 5ของชีวิตผมเลย ปกติไม่ว่าจะงานมากมายขนาดไหน ผมก็ยังกินข้าวครบ3มื้อนะ (อาจจะผิดเวลาไปหน่อย) แต่ครั้งนี้เนี่ย ผมคิดภาพมันไม่เสร็จไม่ได้จริงๆ เพราะทุกส่วน ทุกตารางนิ้วของภาพมีความหมายมาก ดังนั้นผมจะไม่ยอมให้ส่วนไหนเป็นการทำแบบผ่านๆแน่

ถ้ามันจะต้องทำชุ่ยๆ ผมยอมลบภาพออกครึ่งหนึ่งยังดีกว่า

แต่ผมจะไม่ลบหรอกนะ ผมจะทำให้ทัน

ช่วงโหมงานหนักๆจนแทบไม่ได้กินข้าวครั้งหนึ่งที่ผมจำได้ขึ้นใจคือตอนปี2 ส่วนหนึ่งเพราะผมยังจัดสรรเวลาไม่ดีพอด้วยแหละ

มันเป็นช่วงไฟนอลที่รู้ๆกันว่าเป็นช่วงเดือดของพวกผม จำได้เลยว่าพี่โก้ ปู่รหัสรุ่น95ของผม แบ่งงานธีสิสส่วนหนึ่งให้ผมช่วยทำ ไอ้ช่วยมันก็ต้องช่วยอยู่แล้วครับ แต่ผมรู้สึกว่างานที่พี่โก้แบ่งให้ผมมันเยอะไป ผมจึงทำแบบชุ่ยๆและไปสนใจไฟนอลโปรเจคของตัวเองมากกว่า วันที่เอางานไปให้พี่โก้ จำได้เลยว่าเขามองงานของผมแค่แปบเดียว ก่อนที่จะเงยหน้ามามองผมและพูดว่า

ถ้ามึงทำให้มันเสร็จๆไป กูจะไม่จบนะ

ทั้งๆที่ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับผมเลย แต่ประโยคนั้นพร้อมกับแววตาของพี่โก้ทำให้ผมขอพี่เขาทำใหม่ ยังนึกโทษตัวเองอยู่เลยว่าผมมันโครตไม่มีความรับผิดชอบ พี่โก้เป็นรุ่นพี่ที่มีเหตุผล และผมเคารพรักมากๆคนหนึ่ง พี่โก้ไม่เคยโยนงานหนักเกินไปให้น้อง ไม่เคยดุ ไม่เคยว่า ซ้ำยังคอยพาไปเลี้ยงบ่อยๆ แต่เหตุผลที่งานธีสิสในส่วนของผมมันเยอะ เพราะตัวงานมันใหญ่มาก และส่วนของผมก็ไม่ได้ต่างจากที่พี่เกล พี่เมฆ หรือไอ้แจนได้เลย แต่ผมกลับทำแบบขอไปที รู้สึกแย่ต่อตัวเองมากเลยอ่ะ

แต่สุดท้ายผมก็ทำงานทั้งหมดได้เสร็จทันเวลา โดยแลกกับการกินข้าวมื้อดึกวันล่ะมื้อ และนอนวันล่ะไม่เกิน2ชั่วโมง

ถึงแบบนั้นผมก็ไม่เสียใจหรอกนะที่ขอพี่โก้ทำใหม่ ถ้าพี่เขาวางใจให้ผมช่วยงานแล้ว ผมก็ควรจะทำให้เต็มที่ดิ

นึกถึงพี่โก้ผมก็อดจะนึกถึงน้องรหัสของพี่เขาขึ้นมาไม่ได้ เห็นพี่เมฆสนิทกับผมขนาดไหน หรือผมสนิทกับไอ้แจนขนาดไหน ก็เทียบไม่ได้เลยกับพี่โก้สนิทกับพี่เกล พี่เกลนี้ได้ชื่อว่าเป็นเด็กปั้นของพี่โก้เลยนะ ตอนพี่เกลปี1 เขาเคยคิดที่จะซิ่วไปเรียนอย่างอื่นเพราะเรียนสถาปัตย์ไม่ไหว พี่โก้พูดประโยคหนึ่งว่า ไม่เรียนถาปัตย์แล้วจะเรียนอะไร คิดว่าตัวเองมีความสามารถรอบด้านขนาดนั้นเลยเหรอ ทั้งๆที่เป็นคำถามเชิงเหยียดหยาม แต่พี่เกลก็ได้กลับไปคิดใหม่และฮึดที่จะเรียนสถาปัตย์อีกครั้ง

จนตอนนี้พี่เกลก็เรียนจบแล้ว

เพราะความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นมากของพวกผม ผมจึงอยากทำงานชิ้นนี้ แทนความสัมพันธ์ที่สวยงามและตอบแทนความมุมานะจนเรียนจบของพี่ๆทุกคน

แม้เหนื่อยจนแทบตาย แต่แค่คิดภาพสายรหัส0022 ตั้งแต่รุ่น95 (เผลอๆ94อาจจะมาด้วย) ยันรุ่น100 มายืนยิ้มถ่ายรูปอยู่หน้าผลงานของผม ผมก็มีแรงฮึดขึ้นมาอีกครั้ง

เสียดายที่เป็นฮึดระยะสั้นมากๆแค่หันมามองงานที่เหลืออีกโครตเยอะแม่งก็ปลิวหายไปกับสายลมแล้ว

ครืด

ผมปลายตาไปมองโทรศัพท์ที่วางไว้ที่พื้นกำลังสั่นเพราะมีคนโทรเข้าก่อนที่จะกระโดดลงจากเก้าอี้ที่ยืนอยู่และสไลด์รับสายนั้น

เป็นไง

เหนื่อยจะตายอยู่แล้วพี่ติณห์เสียงแหบซะจนผมต้องเอื้อมมือไปหยิบน้ำมาดื่มเลย

เสียงจะตายจริงๆอ่ะ

บอกแล้วว่าจะตายผมส่ายหัวไล่ความมึน แค่ก้มมาหยิบโทรศัพท์จำเป็นต้องหน้ามืดไหมอ่ะ

ให้ไปช่วยไหมให้ทายว่าถ้าผมพูดตกลงแค่คำเดียวพี่ติณห์ก็จะตรงดิ่งมานี้เลย และเพราะแบบนั้นผมถึงได้หันนาฬิกาข้อมือสีเทาคู่ใจเรือนใหม่ขึ้นมาดูเวลา

พรุ่งนี้มีสอนใช่ป่ะผมเลือกที่จะถามกลับไปอีกครั้ง ตอนนี้จะ6โมงล่ะครับ ถ้ามาตอนนี้กว่าจะได้กลับคงดึกเลย เผลอๆไม่ได้กลับด้วย

มี แต่ให้ผมไปช่วยเหอะ อยู่ห้องใต้ดินใช่ป่ะผมได้ยินเสียงกุกกักมาจากปลายสาย

ไม่เป็นไรพี่ติณห์ ผมทำได้ทำได้บ้าบออะไรล่ะ

ใครเชื่อก็บ้าแล้ววา อีก5นาทีเจอกันพี่ติณห์พูดแค่นั้นและตัดสายไปเลย ผมยืนงงๆอีกสักพักก่อนที่จะทิ้งตัวลงนั่งพักสักหน่อย

จะว่าไปไอ้ปิกก็บอกเหมือนกันว่าจะขนเพื่อนมาช่วยงานวันนี้ ห้องมันอาจจะเสียงดังสักหน่อย ถ้าไอ้ปิกชวนเพื่อนมา ไอ้วิดก็ต้องชวนเหมือนกันแน่ๆ พี่ครีมไปซื้อข้าวกับพวกมันไม่รู้จะเอาด้วยรึเปล่า และผมเองก็รับปากกับใครไปตั้งหลายคนว่าถ้าไม่ไหวจะโทรตามให้มาช่วย

ตอนนี้ผมเข้าใกล้คำว่าไม่ไหวรึยังนะ

ผมวางทิฐิลงและเงยหน้ามองงานตรงหน้าอีกครั้ง ยอมรับว่าหลังจากน็อคไปตอนงานเฟรชชี่เกมส์ตอนนั้น ผมก็ค่อนข้างซีเรียสกับลิมิตของร่างกายตัวเองมาก ถ้าผมน็อคไปและต้องลำบากใครต่อใคร ไม่ได้มาดูผลงานที่เสร็จสมบูรณ์ หรือทำให้แม่ต้องมาตัดพ้อที่ดูแลผมได้ไม่ดี

ผมก็ไม่อยากให้มันเป็นแบบนั้น

ผมมองรายชื่อเพื่อนมากมายในโทรศัพท์ก่อนที่จะตัดสินใจโทรออก

ว่าไงมายเฟรนน้ำเสียงเริงร่าสมกับเป็นมันทำให้ผมอดที่จะขำออกมาไม่ได้

อยู่ไหนวะพีท ช่วยงานหน่อยดิ

 

นี้คงเป็นวันแรกในรอบไม่รู้นานเท่าไหร่ที่ห้องใต้ดินตึกสถาปัตย์เนืองแน่นไปด้วยผู้คนและเสียงดังอื้ออึงขนาดนี้

พี่ติณห์เป็นคนแรกที่มาถึง มาถึงปุ๊บก็เลื่อนมือมาอังหน้าผากผมปั๊บ ปากก็ถามไถ่ว่า กินข้าวรึยัง นอนบ้างรึยัง ทำไมหน้าซีดขนาดนี้ หรือแม้แต่ถามว่าอาบน้ำรึยัง ด้วยความเก็บแต้มมามากพอของผม ผมจึงเลี่ยงที่จะไม่ตอบคำถามทั้งหมด และบอกพี่ติณห์ว่าผมโทรบอกให้เพื่อนมาช่วยด้วยนะ ซึ่งพี่ติณห์ก็ยิ้มกว้างพร้อมด้วยประโยคหนึ่งที่ผมขำแทบแย่ว่า รักตัวเองสักทีนะ

พี่ครีม ไอ้ปิก และไอ้วิด กลับมาหลังจากนั้นไม่นาน ทุกคนเองก็ขอกำลังเสริมไปแล้วเรียบร้อยหลังจากนั่งตะลุยงานด้วยตัวเองกว่า24ชั่วโมงและไม่คิดว่าจะทำต่อไปรอด

นั่งทำงานรอไปพลางๆทุกคนที่ผมโทรตามก็มากันพร้อมหน้า

คนแรกที่ผมโทรไปคือพีท แน่นอนล่ะ เพื่อนสนิทคนเดียวตลอดกาลของผม แม่งมาถึงพร้อมขนมขบเคี้ยวเต็มที่ แถมยังคุยจ้อว่าไปเที่ยวมา ขนมนี้ก็ของฝากนะอย่างอื่นไม่มีให้แล้ว คนต่อไปที่ผมโทรตามคือปาย เพราะรับปากกับเธอไว้ว่าถ้าไม่ไหวจริงๆจะโทรตามเธอแน่นอน และโยนหน้าที่โทรตามหลิวให้พีทจัดการ ปิดท้ายด้วยการโทรตามพี่รหัสอย่างพี่เมฆและน้องรหัสอย่างไอ้แจน

แต่ไอ้แจนดันมาถึงด้วยการพ่วงพิ้งค์มาด้วย (ผมถามว่าพาพิ้งค์มาด้วยได้ไง มันก็เฉไฉไปมาไม่ยอมตอบครับเลยโดนผมโบกหัวไปหนึ่งที) สรุปกำลังพลของผมประกอบไปด้วย พี่ติณห์ พี่เมฆ พีท หลิว ปาย แจน พิ้งค์ และผม ยังไม่รวมกองทัพของพี่ครีมด้วย ห้องใต้ดินจากที่เคยใหญ่ก็เล็กขึ้นมาทันตา

เราเริ่มงานไปด้วยพูดคุยไปด้วย ความเงียบสงบจากลาผมไปตั้งแต่คิดที่จะขอกำลังเสริมล่ะครับ

วา!! อันนี้ลงสีเลยนะ

โอเค แบบอยู่บนโต๊ะนะหลิวทำท่าโอเคและหยิบแบบขึ้นมาดู ผมจึงหันกลับมาลงสีตรงหน้าอีกครั้ง

วา ผสมสีเลยเนอะ

เอาเลยๆผมหันไปตอบปายต่อ นี้แหละข้อเสีย ผมรู้สึกว่างานผมมันควรจะเดินมากกว่านี้ป่ะวะ แต่อย่างน้อยๆก็มีคนช่วยทำอ่ะเนอะ

วา!! ยืมคัตเตอร์หน่อยพี่ครีมที่ตะโกนมาจากอีกฟากหนึ่งทำให้ผมต้องหันซ้ายหันขวาหาคัตเตอร์

เอาเลยพี่! แต่มันอยู่ไหนไม่รู้นะผมเริ่มงงที่คนเยอะขึ้นมาล่ะนะ ผมมองพี่สักคนจากฝั่งพี่ครีมที่มาเดินหาคัตเตอร์ทางด้านผมอยู่สักพักก่อนที่จะละสายตากลับมาที่งาน แต่สายตาก็ดันไปหยุดกับคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้และระบายสีในส่วนของเขาอยู่

พี่ติณห์ตั้งใจทำงานมากซะจนผมนึกว่างานเขาเลย

ผมที่อยู่สูงกว่าจึงหันพู่กันไปป้ายแขนเขา พี่ติณห์สะดุ้งและเงยหน้ามองผมอย่างงงๆ ไม่คิดจะด่าผมสักคำเลยด้วยซ้ำ

ขอบคุณที่มานะครับผมพูดออกไปเบาๆ พี่ติณห์ยิ้มรับและเลื่อนพู่กันมาป้ายแขนผมบ้าง

ตั้งใจทำงานหน่อยครับคุณ งานรีบครับงานรีบแถมยังมากวนผมอีกตั้งหาก ผมขำและหันมาทำงานต่อ

เมื่อความวุ่นวายผ่านไปสัก2-3ชั่วโมง ทุกคนก็เริ่มรู้ว่าควรทำอะไรยังไง และมุ่งมั่นต่อหน้าที่ของตัวเองมากขึ้น ผมระบายรูปต่ออีกสองส่วนและบิดขี้เกียจอีกครั้ง

ปวดหลังเลยแหะ

ทั้งๆที่คิดว่าผ่านไปแค่2-3ชั่วโมง แต่พอเห็นเวลาจริงๆที่ใกล้5ทุ่มเข้าไปทุกที ผมก็รู้เลยว่าตัวเองคาดการณ์เวลาผิดไปเยอะเลย และยังทำงานได้ช้าไปเยอะเลยด้วย แต่พอกวาดสายตามองรอบๆในงานส่วนที่คนอื่นๆทำ

มันก็ดำเนินไปเยอะกว่าที่ผมคนเดียวจะทำไหวแหละ

แจน เราว่าสีแดงดีกว่าเงียบพูดคุยไม่ดังมากของพิ้งค์ทำให้ผมปลายตาไปมอง

เราว่าส้มเถอะแจนเถียง

แดงงงง ส้มมันดรอปเนี่ยพิ้งค์ระบายสีส้มลงในกระดาษและยื่นให้แจนดู

เออแดงก็แดงสุดท้ายแจนก็ยอมแพ้และลงสีแดงแต่โดยดี

รู้สึกได้ถึงความกลัวมาถึงนี้เลยครับ

ผมหยุดสนใจสองคนนั้นและหาวออกมาวอดใหญ่

นอนพักได้นะเสียงปายทำให้ผมหันไปหาเธอ

ไม่เป็นไรหรอก ไหวอยู่ปายบุ้ยปากใส่ผม

ใครจะไปเชื่อ แทบจะมีตัวอักษรขึ้นอยู่บนหน้าผากอยู่แล้วว่า ง่วง!ผมขำ

ก็ง่วง แต่ไหวอยู่เรียกเพื่อนมาช่วยก็เกรงใจจะแย่ล่ะครับ จะให้ทุกคนมารับผิดชอบและผมไปนอนได้ไง

ให้มันถ่างตาทำไปเถอะปาย แลกกับเวลานอนของพวกเราไงประโยคประมาณนี้ต้องมาจากพีทอยู่ล่ะครับ

กูก็ถ่างตาทำอยู่นี้ไงครับเพื่อนนนนผมตอบมันกลับไป

พี่วา! ช่วยตอกตะปูหน่อยดิผมหันไปหาไอ้วิดที่พึ่งเปิดประตูเข้ามา เมื่อไม่กี่วันก่อนผมไปช่วยมันตอกตะปูมาครับ เพราะมันเองตอกเองไม่ตรง ตอนนี้เลยกลายเป็นหน้าที่ผมไปล่ะ

เดี๋ยวพี่ตอกให้ก็ได้พี่ติณห์ที่ยืนอยู่แถวนั้นหันไปบอกวิด ผมเห็นไอ้วิดพยักหน้างึกๆและพูดอะไรต่ออีกสักพัก ก่อนที่ผมจะหาวออกมาอีกรอบ

ปึก

อะดรีนาลีนเป็นฮอร์โมนที่จะหลั่งเมื่ออยู่ในเหตุการณ์ฉุกเฉิน อย่างเช่น ไฟไหม้และยกของใหญ่ๆได้เฉย หรือยาที่ยงพัลฉีดก่อนที่จะกระโดดลงน้ำก็คืออะดรีนาลีน (Yongpalเป็นซีรี่ส์เกาหลีที่ผมนั่งดูเป็นเพื่อนแม่ครับ สนุกมาก) ผมไม่เคยรู้สึกว่าร่างกายหลั่งอะดรีนาลีนมากมายขนาดนี้จนเมื่อกี้

ภาพที่พี่ติณห์จับตะปูและไอ้วิดเป็นคนตอกเหมือนเป็นภาพสโลโมชั่นในหัวผม แค่ไอ้วิดเป็นคนตอกก็ดูสุ่มเสี่ยงมากล่ะนะ พอมันลงมือตอกบวกกับเสียงที่ดังออกมา ผมก็วิ่งตรงไปยังจุดนั้นทันที

ทำไมไม่ระวังวะ!!รู้ตัวอีกทีผมก็คว้ามือพี่ติณห์ พร้อมกับสำรวจนิ้วโป้งที่โดนค้อนตอกลวกๆและหันไปด่าไอ้วิดแล้ว

ขอโทษครับพี่วิดหน้าซีดไปเลย มันเองก็ดูตกใจมาก

เจ็บ!!แต่เจ้าของมือที่ผมประคองอยู่นี้ก็คงเจ็บไม่น้อยพี่ติณห์แหกปากโวยวายและกระโดดไปมาเพื่อลดความเจ็บ แต่ผมก็ยังคงจับมือเขาไว้เพื่อป้องกันไม่ให้เขาเหวี่ยงมือไปชนอะไรเข้าและหันมาสังเกตนิ้วเขาอีกครั้ง

ขอน้ำแข็งหน่อยผมหันไปบอกพิ้งค์ที่ยืนอยู่ไม่ไกลและหันกลับมามองพี่ติณห์อีกครั้ง

ผมเคยเล่นกับวีแบบนี้และวีตอกค้อนโดนนิ้วตัวเองเหมือนกัน วีเล่นร้องไห้จ้าและฟาดผมไม่ยั้ง แม้พี่ติณห์จะโวยวายไม่ต่างกันแต่ก็ดูดีกว่าวีตอนนั้นเยอะ

เจ็บเจ็บเจ็บพี่ติณห์พูดอยู่คำเดียว แม้จะเป็นห่วงขนาดไหน ผมก็อดที่จะขำออกมาอย่างเอ็นดูไม่ได้

ขำอะไรวะ!พี่ติณห์แว้ดใส่ผมทันที

ผมว่าเลือดคั่งไม่เยอะหรอก คงไม่ต้องถึงกับผ่า แต่อาจจะต้องดึงเล็บออกผมสันนิษฐานอาการเบื้องต้นให้พี่ติณห์ฟัง ให้เดาอาการเจ็บชิบหายระลอกแรกคงทุเลาไปบ้างแล้วเพราะเขาเริ่มยืนนิ่งๆและมองนิ้วโป้งที่โดนทำร้ายได้แล้ว

น้ำแข็งๆผมหันไปรับน้ำแข็งจากพิ้งค์และเอามาประคบที่นิ้วพี่ติณห์

ตอกตะปูใส่นิ้วกูทำไมเนี่ยพี่ติณห์หันไปบ่นวิดแบบไม่จริงจังนัก ซ้ำยังยีหัวมันไปมาอีก

“ขอโทษนะครับ” ไอ้วิดนี้ดูตัวเล็กลงไปเฉยๆล่ะครับ

ไม่เป็นไรหรอก เจ็บแปบเดียวเดี๋ยวก็หายทีผมขำอ่ะโวยวายซะ กับไอ้เด็กที่ตอกมือพี่ล่ะดันโอ๋!

น่าจะเพราะหน้าวิดมันดูไร้สีเลือดมากๆนั้นแหละ

ขอโทษนะพี่เตชินท์วิดยกมือไหว้พี่ติณห์อีกครั้ง ซึ่งพี่ติณห์ก็โบกมือปัดๆคืนไปให้

ไมเป็นไร อุบัติเหตุอ่ะ มึงไม่ได้ตั้งใจสักหน่อย วาก็พูดอยู่ว่าไม่เป็นไรมาก จริงไหมประโยคสุดท้ายหันมาให้ผมช่วยเสริมอีกแรงครับ

เออ แต่คราวหลังก็ระวังหน่อยนะมึงเห็นหน้ากังวลโครตๆของมันและไม่อยากไปดุมันเลยครับ

ฝากหยิบกล่องปฐมพยาบาลตรงนู้นให้หน่อยดิผมหันไปวานพิ้งค์อีกครั้ง หันกลับมาที่มือที่จับอยู่และเป่าเบาๆที่นิ้วโป้งของฝ่ายนั้น พี่ติณห์ชักมือกลับนิดหน่อยผมถึงได้รู้ตัวว่าทำอะไรลงไป แต่พอผมกวาดสายตามองรอบๆก็ดูไม่มีใครสนใจเลยนะ ผมแกล้งเลิกคิ้วใส่พี่ติณห์ ฝ่ายนั้นจึงทำหน้าดุคืนมาให้

เฮ้ยยยยยดูน่ารักเฉย ผมจึงแกล้งทำเป็นจะเป่ามือเขาอีกครั้ง

กวนตีนพี่ติณห์บ่นผมเป็นครั้งสุดท้ายพร้อมกับตบหัวผมไปหนึ่งทีด้วย อะไรวะ!

ถึงคนแรกเลยนะมึงไอ้พีทที่ไม่รู้ว่ามายืนอยู่ตรงนี้เมื่อไหร่กระซิบข้างหูผม

เจ๋งป่ะล่ะผมตอบมันกลับไปและไหวไหล่กวนตีนมันด้วย ทั้งๆที่พี่ติณห์ไม่ได้อยู่ใกล้ผมเลยนะ แต่แค่เห็นว่าเขาเจ็บ อะดรีนาลีนในร่างผมมันก็หลั่งและส่งให้ผมมายืนอยู่ข้างๆเขาแบบนี้

ขอบคุณนะพิ้งค์พิ้งค์ขานรับค่ายาวๆ และส่งกล่องปฐมพยาบาลให้ผม

มาทำแผลครับคุณผมกับพี่ติณห์แยกออกมาทำแผลข้างนอก เพราะจะได้ล้างแผลด้วย มันดูบวมขึ้นมาแล้ว อีกสักพักคงจะม่วงและดำในที่สุด

เจ็บบบบผมชะงักมือที่กำลังเช็ดแผลด้วยความเบามือสุดๆล่ะนะ

เมื่อกี้ดูไม่ค่อยเจ็บเลยนะพออยู่กันสองคนล่ะดูเจ็บมากๆ

ก็เจ็บ แต่ดูหน้าวิดดิ สงสารมัน

สงสารผมด้วยเลย กระโดดลงมาจากเก้าอี้อย่างเร็ว เจ็บเท้าเลยเนี่ยเหมือนเท้าแพลงไปนิดหน่อยเลยครับ

ใครให้รีบล่ะคำตอบของพี่ติณห์ทำให้ผมเงยหน้าไปมองเขา

ผมเป็นห่วงพี่ไงจบคำผม พี่ติณห์ก็ยิ้มกว้างออกมาทันที เป็นรอยยิ้มที่รู้อยู่แล้วว่าผมจะพูดแบบนี้จึงตั้งใจลองเชิงอะไรประมาณนั้น

ร้ายนะพี่ติณห์พี่ติณห์เลิกคิ้วทำเป็นไม่เข้าใจว่าผมหมายถึงอะไรทันที

แต่คุณตั้งใจวิ่งตรงมาที่ผมมากเลยนะ มันน่าจะมีคนเอะใจอะไรบ้าง..ผมก็ว่างั้นแหละ พอมาคิดๆดูแล้ว ถึงผมกับพี่ติณห์จะไม่เคยพูดว่าคบกันให้ใครต่อใครรู้ แต่เราก็ไม่ได้ปกปิดมากมายอะไรขนาดนั้น ทั้งเรื่องอยู่ด้วยกันบ่อยๆ เรื่องรู้เรื่องของกันและกันมากกว่าคนทั่วไป แล้วไหนจะไปเที่ยวด้วยกันบ่อยๆจนบังเอิญเจอไอ้แจนก็เคยมาแล้ว มันน่าจะมีใครบ้างที่รับรู้ได้ถึงความสัมพันธ์ที่มากกว่าพี่น้องนี้

หรือบางทีทุกคนอาจจะสัมผัสได้นานแล้วแต่ยังไม่เชื่ออยู่ลึกๆรึเปล่า

ตอนที่ผมบอกไอ้พีทก็ยืนยันตั้งหลายครั้งนะกว่ามันจะเชื่อจริงๆ

ชั่งเถอะครับ ผมบอกแล้วว่าผมไม่สนคนทั้งโลกหรอก ผมสนแค่พี่คนเดียวคิดไปก็ปวดหมองเปล่าๆครับ ตอนนี้ขอโฟกัสที่Congrats Projectก่อนดีกว่า

แปลกนะผมเลิกคิ้วเมื่อพี่ติณห์พูดออกมา

ผมอาจจะติดเชื้อคุณมาแล้วก็ได้ แต่ผมก็ไม่สนใจหรอกว่าทุกคนจะมองว่ายังไงผมทำแผลให้พี่ติณห์เสร็จเรียบร้อยพอดีถึงได้เงยหน้าไปมองหน้าเขา

“...ผมสนแค่คุณเหมือนกัน

 

"ยอดเยี่ยมไปเลยนะวรมินทร์

ขอบคุณครับจารย์ผมยกมือไหว้ขอบคุณอาจารย์อีกครั้ง อาจารย์มองบอร์ดอันเบ้อเริ่มของผมอีกครั้งก่อนที่จะพยักหน้าและผละออกไปดูงานของคนอื่นต่อ

เผลอแปบเดียวเราก็มาถึงงานรับปริญญาจนได้

ผมไล่ทุกคนกลับไปเมื่อวานตอนบ่ายๆ เพราะทุกคนต่างก็อดหลับอดนอนเพื่องานของผมมามากพอล่ะครับ ส่วนผมเองก็กลับไปเก็บรายละเอียด เติมนู้นเติมนี้จน2ทุ่มครึ่งอาจารย์ก็บอกให้มาย้ายข้าวของออกไปใต้ตึกได้แล้ว

โชคดีที่ตอนอาจารย์มาไล่ที่เนี่ย งานผม100%พอดี

ผมยืนมองบอร์ดนิ่งๆอยู่ตั้ง5นาที คิดว่าจะเพิ่มจะเติมอะไรอีกไหม แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ทำครับ อะไรบางอย่างยิ่งเติมมันก็จะดูเยอะไปจนไม่สวยนะ จึงมานั่งทำป้ายชื่อผลงาน ชื่อคนทำ และThanks toที่ผมเขียนชื่อทุกคนที่มาช่วย รวมถึงลงท้ายว่า #98 หมายถึงรุ่น98ทุกคนด้วย และผม พี่ครีม ไอ้ปิก ไอ้วิด ก็ถือว่าเสร็จสิ้นการรับผิดชอบCongrats Projectของปี96 แต่อาจจะยังไม่สมบูรณ์เท่าไหร่

เพราะถ้าจะให้สมบูรณ์มันต้องให้ผ่านวันนี้ไปซะก่อน

วันรับปริญญาของ96

ผมต้องปลุกตัวเองขึ้นมาตั้งแต่7โมงเช้า อาบน้ำอาบท่า ขนาดเมื่อคืนนอนเร็วก็ยังไม่สามารถลบรอยค้ำใต้ตาที่เก็บสะสมมาได้หมด ผมจึงต้องพึ่งการเซ็ตผมเปิดหน้าผากและยิ้มแย้ม ให้หน้าตาดูผ่องใสขึ้นมาบ้าง

แม้จะง่วงโครตๆก็ตาม

ผมอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำ และกางเกงยีนส์สีเข้ม ผมรู้นะว่าเราไม่ควรดูถูกความร้อนของแดดประเทศเรา แต่ก็ต้องยอมรับจริงๆว่าผมดูดีในเสื้อเชิ้ตสีดำเป็นพิเศษ ผมจึงต้องยอมหยิบมาใส่กันอีกครั้ง

เผื่อมันจะกลมกลืนกับใต้ตาดำๆของผมด้วยไง

และเพราะต้องมาตรวจสอบงานแต่เช้าโครตๆขนาดนี้ พวกพี่สายขี้เกียจของคณะผมก็ยังไม่มีใครมาเลยครับ เห็นกำหนดการบอกว่าเข้าหอประชุมตอน10โมง ให้ทายว่าพวกพี่คงมา8โมงกว่าๆหรือ9โมงนู้นเลยแหละ แต่ผมก็ไม่ยอมเหงาคนเดียวครับ แน่นอนว่าโทรบอกให้พี่ติณห์มาเช้าๆแล้วเรียบร้อย

อยู่ไหนล่ะผมพูดออกไปคำแรกหลังจากฝ่ายนั้นรับสาย

ออกจากบ้านล่ะ อยู่ไหนเนี่ย

นั่งโง่ๆอยู่ใต้ตึกที่แทบจะไม่มีคนเลย

อีกไม่ถึง5นาที

ไปเจอที่หอนะ ร้อนพี่ติณห์ขำตามสายมา

เคๆ เจอกัน

เจอกันครับผมวางสายจากพี่ติณห์และทอดมองผู้คนที่เริ่มมีประปรายไปด้วย แต่ผมจะกลับไปตากแอร์ที่ห้องก่อนครับ ผมตกลงกับตัวเองแล้ว

ในจังหวะที่ผมกำลังลุกขึ้น สายตาก็หันไปเห็นชาวต่างชาติตาสีฟ้าคนหนึ่งกำลังเดินดูงานของพวกเราอยู่ในสูทเต็มยศเลยด้วยแหะ อากาศ32°เนี่ยนะ โอเคใช่ไหมเนี่ย

เขาโอเคไม่โอเคไม่รู้ครับ แต่ผมไม่โอเค กลับห้องดีกว่า

 

ห้องคุณนี้สวรรค์ชัดๆเสียงพี่ติณห์ทำให้ผมเลิกหาของกินและโผล่หัวไปหาเขาแทน

เย็นใช่ไหมล่ะ

สุดๆอ่ะพี่ติณห์ตอบ หน้าดูแดงๆนิดหน่อย อาจจะเพราะตากแดดข้างนอกมา พี่ติณห์อยู่ในเสื้อเชิ้ตสีขาว กับกางเกงยีนส์สีซีด

แตกต่างกับผมสุดฤทธิ์เลยแหะ

วันนี้เรามาธีมblack&whiteเหรอครับพี่ติณห์หันมามองผม (จากที่ยืนอังแอร์อยู่) ก่อนที่จะขำออกมา

ธีมbe differentครับพี่ติณห์พูดติดตลกและหันไปตากแอร์ต่อ

งานคุณ100ป่ะเขาถามต่อ

“100ดิ มือชั้นนี้พี่ติณห์ยกนิ้วโป้งให้ก่อนที่จะทิ้งตัวลงนั่งข้างๆผม

ไอ้เต็นท์แม่งจอดรถในมอแล้วให้ผมเดินมา ดูมัน

พี่เต็นท์มาส่งเหรอ

พูดว่ามาส่งก็ดูดีไปอ่ะ มันก็แค่มางานน้องในคณะมันเหมือนกันผมพยักหน้ารับ จริงๆมหาลัยของผมก็ค่อนข้างมีชื่อเสียงระดับหนึ่งเลยนะ การที่ทั้งเฮียและพี่ติณห์ติดที่นี้แสดงว่าเก่งพอตัวเลยล่ะ

ผมเลื่อนมือไปลูบเหม่งพี่ติณห์ วันนี้พี่ติณห์เปิดเหม่งด้วยอ่ะ หาดูยากนะเนี่ย แต่ไม่ถึงกับเปิดจนสุดหรอกครับ แค่เซ็ตผมขึ้นไปบ้าง พี่ติณห์คงรู้ว่าประมาณนี้กำลังดีนั้นแหละ เพราะมันโครตดูดีเลยจริงๆ

ถ่ายรูปกันพี่ติณห์เลิกคิ้ว

คุณกับผมเหรอผมพยักหน้ารับ ก่อนที่จะหยิบเจ้าอูลิมตัวเก่งที่เอาออกมาเช็ดเพื่อจะพาไปงานอยู่แล้วขึ้นมาและวางไว้บนโต๊ะไม่ไกลนัก ผมเลือกที่จะแชร์ไวไฟกับโทรศัพท์และมองจากในโทรศัพท์เอาครับ จะได้รู้ว่ามุมไหนยังไงดี

มุมนี้โครตดีอ่ะ เห็นเราทั้งคู่ทั้งตัวเลยด้วย

เอานะพี่ติณห์ที่ยืนรอผมอยู่พยักหน้ารับ เราขยับเข้ามาใกล้กันและยิ้มให้กับกล้องตรงหน้า

แชะ

ผมเปลี่ยนมากอดคอพี่ติณห์บ้าง

แชะ

คราวนี้พี่ติณห์ล็อคคอผมเลยครับ

แชะ

ผมกดให้พี่ติณห์ตัวเท่าผม

แชะ

แก้มแนบแก้มกันอีกสักรูป

แชะ

Close upแบบหน้าตลกๆต้องมาดิ

แชะ

พี่ติณห์จะยีหัวผมแล้วครับ แต่เดี๋ยวนะ

พี่! ผมเซ็ตผมนานนะพี่ติณห์ชะงักมือก่อนที่จะระเบิดเสียงฮาออกมา ผมก็เลยพลอยขำไปด้วย

แชะ

ผมกับพี่ติณห์เงียบพร้อมกันเลยเมื่อเสียงกล้องขัดขึ้นมา มือผมคงบังเอิญกดโดนนั้นแหละ ผมหันกลับมามองพี่ติณห์และยักไหล่อย่างไม่รู้เหมือนกัน

รูปสุดท้ายล่ะกันพี่ติณห์พยักหน้ารับคำผม

บังเอิญว่าผมคิดท่าให้รูปสุดท้ายของเราแล้ว

ผมเลื่อนมือไปจับมือของคนที่ยืนอยู่ข้างๆ และผสานมือเราเข้าด้วยกัน ไม่รู้ทำไมผมถึงได้หันไปมองพี่ติณห์แทนที่จะยิ้มให้กล้อง และฝ่ายนั้นก็มองตรงมาที่ผม พอผมหันกลับไปหาเขาก็ยิ้มให้ ทำให้ริมฝีปากผมยิ้มตอบกลับไปทันที

แชะ

ผมว่ารูปนี้โอเคนะ

ผมเดินเข้าไปหยิบกล้องและเปิดดูรูปทันที

สำหรับคนถ่ายรูปมายาวนานอย่างผม รูปทุกรูปมันมีความทรงจำและความสวยงามในแบบของมัน เพราะคิดแบบนั้นส่วนมากเลยต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการตัดใจลบภาพใดสักภาพ ยิ่งเป็นภาพผมกับพี่ติณห์ด้วยแล้ว ความคิดที่จะลบนี้ไม่มีอยู่ในหัวผมเลย

เพราะที่สำคัญน่ะ คนในภาพ

ผมจึงแค่เปิดดูพอเป็นพิธีเท่านั้น และรูปที่เราขำให้กัน กับรูปสุดท้ายก็ดูดีโครตๆ

ดูบ้างงงพี่ติณห์โวยขึ้นมาเบาๆเมื่อผมเอาแต่ดูอยู่คนเดียว ผมจึงเดินเข้าไปประชิดเขาและเปิดรูปให้เขาดู

รูปคู่ของผมกับพี่ติณห์มักจะเป็นรูปที่คนอื่นถ่ายให้เป็นส่วนใหญ่ ในงานต่างๆของคณะ อย่างวันสุดท้ายของรับน้อง ไอ้ไม้ก็แชะภาพผมกับพี่ติณห์ไว้พอสมควร ทั้งเผลอและตั้งใจ ผมก็ชอบนะแบบนั้น แต่ก็อยากมีรูปของเราที่ตั้งใจถ่ายด้วยกันบ้าง

ถ้าแบบนั้นยังไม่เคยมีสักครั้งด้วยซ้ำ นี้ถือเป็นครั้งแรกเลยนะ

ผมเลื่อนสายตาจากรูปเป็นพี่ติณห์ที่อยู่ใกล้ในระยะลมหายใจ พี่ติณห์ยังคงสนใจรูปตรงหน้า เลื่อนดูและซูมดูไปเรื่อยอย่างไม่สนใจผมเลยด้วยซ้ำ

อยู่ๆก็นึกขึ้นมาได้ว่าวันแรกที่เข้ามาที่นี้ วันที่โดนว้ากครั้งแรก พวกผู้หญิงในรุ่นผมพากันร้องไห้โฮกันหมด ส่วนพวกผู้ชายก็ซึมไปเลย จะมีก็แต่ผมที่นั่งหน้านิ่งๆเฉยๆ เพราะไม่มีเพื่อนด้วยครับเลยไม่รู้จะทำอะไรดี จึงฟังผ่านหูไปอย่างนั้นเอง หลังจากพี่ว้ากดุด่าและลงโทษจนพอใจ ก็ถึงคิวของพี่สันทนาการ ที่เปรียบเสมือนผู้ปกปักษ์และฟื้นฟูสภาพจิตใจของน้องๆก็เข้ามา

มีพี่สันทนาการหน้าถูกแต้มสีใส่มงกุฎกระดาษที่หัวคนหนึ่งเดินเข้ามานั่งคุยกับผม พี่เขาดูป้ายชื่อที่คอและพูดประโยคแรกกับผมว่า

วา ไม่กลัวพี่ว้ากเหรอ

ผมพึ่งนึกได้ตอนนี้ว่าพี่คนนั้นคือ พี่ติณห์

รุ่นพี่คนแรกที่คุยกับผมด้วยท่าทางเป็นมิตร

ผมที่ทำให้ผมเริ่มพูดคุยกับคนอื่น

พี่ติณห์พี่ติณห์เลื่อนสายตามามองผม

ว่า

วันแรกที่ผมเข้ามา ทำไมพี่ถึงเลือกเข้ามาคุยกับผมเหรอครับพี่ติณห์นิ่งไป

พี่เป็นคนที่เดินเข้ามาถามผมว่าผมไม่กลัวพี่ว้ากเหรอพี่ติณห์ยิ้มกว้างขึ้นมา ดูเหมือนจะนึกถึงเหตุการณ์นั้นได้แล้ว

ตอนนั้นมีแต่น้องร้องไห้อ่ะ และหน้าที่ของพวกผมก็คือปลอบน้อง แต่ผมปลอบคนไม่ค่อยเก่ง เห็นคุณนั่งนิ่งเฉยที่สุดล่ะเลยรีบพุ่งเข้าไปหาเลยพูดจบเขาก็ขำนิดหน่อย

ผมไม่คิดฝันเลยว่าพี่คนนั้นจะเป็นคนที่ผมรักจนสุดหัวใจคนนี้

นึกย้อนไปแล้วไม่คิดเลยนะว่าสุดท้ายแล้วเราจะรักกันพี่ติณห์พยักหน้าเห็นด้วยกับประโยคของผม

ผมยังย้ำคิดกับตัวเองทุกวันเลยว่าทุกวันนี้ผมกำลังคบกับนักกีฬาที่ขอน้ำแดงตอนผมหงุดหงิดตอนนั้น เฟรชชี่ที่หน้านิ่งที่สุดในรุ่น รุ่นน้องที่ผมชูชกเรื่องความสามารถสุดๆ คนๆนั้นคือ...คนๆนี้ผมยิ้มออกมาเมื่อพี่ติณห์พูดจนจบ

พูดมาถึงตรงนี้ฉากต่อไปต้องจูบเท่านั้นแหละครับ!

ครืดดดดดดดด

ริมฝีปากของผมจะสัมผัสกับริมฝีปากของพี่ติณห์อยู่แล้ว ถ้าไม่ติดว่าโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะสั่นขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง

สั่นแรงมากจนผมต้องผละออกจากพี่ติณห์เลย

ใครโทรมาวะ!

ผมจิ๊ปากก่อนที่จะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอย่างฉุนเฉียว

พีท

มึงโทรผิดเวลามากพีท

ไร!รับสายด้วยเสียงเหวี่ยงๆแม่งซะเลย

อยู่ไหนนนนได้ยินน้ำเสียงเอะอะจากฝ่ายนั้นผมถึงได้ลดความหงุดหงิดลงนิดหน่อย

หอไอ้พีทน่าจะถึงงานแล้วนะ หรือพี่เกลจะมาแล้ว

มึงรีบมาเลย

ทำไมวะ

อาจารย์ต้นถามหามึงว่ะ ท่าทางจริงจังสัดๆอ่ะ







-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ตรงเวลาพอดีเป๊ะ! มาเร็วด้วย ปกติจะมาช่วงเย็นๆ พึ่งเห็นว่านิยายเราติดTop100ด้วยแหละ (ปรากฎว่าตอนนี้ตกไปแล้ว 555) ขอบคุณมากนะคะ ขอบคุณที่ติดตามเนอะ และหวังว่าจะติดตามไปเรื่อยๆจนรวมเล่มเลยนะ 5555
ขอย้ำเรื่องเช็คยอดอีกครั้ง ถ้าใครที่สนใจให้รวมเล่มรบกวนส่งเมลล์ไปที่ nnmfnns@gmail.com ด้วยนะคะ เพราะถ้าเช็คยอดแล้วยอดไม่ถึงก็คงจะไม่ได้รวมเล่ม หรือว่าถ้าถึงก็จะใช้เมลล์นั้นแหละในการติดต่อเรื่องรายละเอียด
ฝากด้วยนะค่าาา
เจอกันค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

664 ความคิดเห็น

  1. #575 หมูจีน้อย (@sopinpilast) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2560 / 14:07
    เกิดอะไรขึ้นอีกค่ะ!!!!!
    #575
    0
  2. #295 DeltaD (@DeltaD) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2559 / 14:05
    ค่ะ..จริงจังสุดๆ ค้างแบบจริงจังสุดๆเลยค่ะ
    #295
    0
  3. #294 1 0 1 (@nutchachar) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2559 / 19:05
    แม่คะ หนูไม่ไหวแล้วค่ะ ฮือออออ
    เริ่มตั้งแต่ความคูลของวา ตั้งใจทำงานแล้วมีเสน่ห์จังเลย ฮืออออ
    พอมาวาติณณ์นี่พรากหนัก ห่วงเขาจังเลยนะ
    เอาเลยรู้กันให้หมด ฮี่ๆ
    ต่อไปจะกินมาม่ากันหรือเปล่าน่อ.....
    #294
    0
  4. #293 mangpor43 (@por2543) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2559 / 16:47
    ละมุน ^^
    #293
    0
  5. #292 Helena Kadian (@mint-fah) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2559 / 15:54
    อาจารย์เรัยกนี่น่ากลัวนะ55555
    #292
    0
  6. #291 Piriminkub (@Piriminkub) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2559 / 15:49
    วาจะโดนทาบทามให้ไปทำงานกับสองคนนั้นใช่ป่าวววว (เดา) >[]<
    #291
    0