source head กว่าจะเป็นเฮดว้าก (end)

ตอนที่ 3 : past

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,387
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 100 ครั้ง
    21 ก.พ. 59

3

คนเราจะใช้ชีวิตอย่างสุขสงบได้ภายในอุณหภูมิ36องศาจริงๆใช่ไหม เคยมีคนวิจัยแล้วใช่ไหม ทำไมผมรู้สึกเหมือนจะละลายเลย

ผมยกมือขึ้นมาพัดลมร้อนๆเข้าหน้า ทั้งๆที่มีร่มเงาของต้นไม้คอยช่วยบังแดด แต่รังสีความร้อนก็ยังแผดเผาผิวผมอยู่ดี สุดท้ายผมก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออกอีกครั้ง

ตู้ดตู้ดดตู้ดดด

เป็นแบบนี้มาสามครั้งแล้ว

ถ้าผมนั่งรอแค่ห้าหรือสิบนาทีผมก็พอเข้าใจ แต่นี้ผมนั่งรอพี่เตชินท์มาครึ่งชั่วโมงแล้ว ซึ่งความอดทนในตัวผมมันก็มีน้อยนิดจนติดดินเลยนะ นั่งรอท่ามกลางอุณหภูมิขนาดนี้ ได้นานขนาดนั้น ก็เก่งจะแย่!

ตู้ดตู้ดดตู้ดดด

ครั้งที่สี่แล้วทุกคน

ผมโยนโทรศัพท์ไว้แถวนั้นอย่างหงุดหงิด ยิ่งอากาศร้อนก็ยิ่งทำให้ทุกอย่างพังไปหมด ตอนนี้ผมอยากกลับหอไปอาบน้ำ เปิดแอร์ และนอนยาวๆไปถึงพรุ่งนี้เลย

ก่อนที่ทุกอย่างในความคิดผมจะหยุดลง เมื่อเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น

พี่อยู่ไหนแล้วครับผมโพล่งออกไปทันทีที่กดรับ

นี้คุณอยู่ไหนแล้วทำไมโดยถามกลับวะเนี่ย

สนามบาสครับถ้าจะไปตึกสถาปัตย์ยังไงก็ต้องผ่านสนามบาสนะครับ และเพื่อความนัดเจอที่สะดวกและชัดเจน พวกเราเลยมักนัดเจอที่นี้ ไม่ว่าจะคณะเดียวกันหรือต่างคณะก็ตาม

คุณนั่งรอมานานขนาดไหนแล้วเนี่ยผมยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู

‘43นาทีครับและบวกเลขเสร็จสรรพ โอ้ยนี้ผมนั่งรอมานานขนาดนี้แล้วเหรอ

คุณจะบ้าเหรอ คุณควรกลับตั้งแต่10นาทีแรกแล้วด้วยซ้ำ

อ้าวเป็นคำเดียวที่ผมพอจะคิดออก

เฮ้อ ผมโดนอาจารย์เรียกด่วนนะ ตอนแรกก็คิดว่าจะแค่แปบเดียว แต่ตอนนี้มันน่าจะนานแล้วแหละ ผมก็นึกว่าคุณกลับไปแล้ว

โหย ผมจะรู้ได้ไงอ่ะ ขืนผมกลับไปก่อนแล้วพี่มา ผมก็โดนลงโทษดิพี่เตชินท์ถอนหายใจมาตามสายอีกครั้ง

วันนี้ยกเลิกนัดล่ะกัน

แล้วพี่เลิกกี่โมงเหรอครับ

ไม่แน่ใจ แต่น่าจะเย็นๆแหละ

งั้นเราเจอกันเย็นๆก็ได้

‘...’ พี่เตชินท์ไม่ได้ตอบกลับมา เล่นเอาผมชะงักไปเลย ผมไม่รู้ว่าพี่เขากำลังคิดว่าจะเอาดีหรือไม่ดี หรือไม่ได้ยินที่ผมพูด หรืออะไร

งั้นวันนี้5โมง ร้านกาแฟนะครับผมเลยจัดการนัดเองซะเลย

คุณอยู่ห้องไปเถอะ เดี๋ยวถ้าผมกลับแล้ว ผมไปเคาะบอกคุณเองผมชะงักไปเลย ดูเป็นความมีน้ำใจที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นอ่ะ

ตอบแทนที่ผมให้คุณรอเกือบชั่วโมงอ้ออออออออ

โอเคครับ ชั้น6ห้อง02นะหลังจากจบบทสนทนาพี่เตชินท์ก็วางสายไป ส่วนผมก็แบกร่างโชกเหงื่อกลับห้อง

ได้อาบน้ำแล้วสินะ

 

หลังจากวันที่นัดเจอกัน พี่เตชินท์ก็ดูจะเรียนหนักขึ้นมา จนยกเลิกนัดไป2ครั้งต่อจากนั้น ดังนั้นครั้งนี้จึงเป็นนัดครั้งที่4 แม้เราจะเจอกันแค่ครั้งแรกครั้งเดียวก็ตาม เพราะแบบนั้นผมเลยไม่อยากพลาดนัดครั้งไหนอีกแล้ว ยิ่งใกล้เวลาเปิดเทอมเข้าไปทุกที โดยที่ผมยังแทบจะไม่รู้อะไรเกี่ยวกับการว้ากเลยมันยิ่งทำให้ผมหวั่นใจมากขึ้น ถ้าปรับนิดปรับหน่อยแล้วมันเจอกันได้ ผมก็โอเคนะครับ

เป็นเหตุผลให้ผมนั่่งรอพี่เตชินท์เกือบชั่วโมง

ผมเปิดแอร์เป็นอย่างแรกหลังจากถึงห้อง อาบน้ำสระผม และทิ้งตัวนอนแผ่ลงบนเตียง

เหลืออีก3อาทิตย์ก่อนเปิดเทอม เพื่อนๆที่มีหน้าที่ในกิจกรรมต่างๆกำลังจะกลับมาในอาทิตย์หน้า และก่อนที่จะถึงวันนั้น ผมก็มีนัดไปทะเลกับไอ้พีท เอาจริงๆพอกลับมาจากไปทะเลก็คงต้องจัดการเรื่องรับน้องยิงยาวไปจนถึงเปิดเทอมเลยนี้นะ แล้วผมจะเอาเวลาที่ไหนไปสูบความรู้จากพี่เตชินท์ล่ะ คงต้องอาศัยเก็บเกี่ยวช่วงนี้ให้ได้เยอะๆเท่านั้นแหละ

รู้ตัวอีกทีหนังตาผมมันก็เริ่มหนักๆขึ้นมาอีกแล้ว จริงๆคือช่วงนี้นอนตอนบ่ายบ่อยมากกกก และพอกลางคืนก็จะตาค้างครับ ผมก็ไม่อะไรมากหรอกนะ เพราะถ้าผมจะนอนเนี่ย จะเวลาไหนยังไงก็หลับอยู่ดี แค่กลัวว่าถ้าเปิดเทอมแล้วไปง่วงในคลาสภาคบ่ายจะลำบาก ผมเลยพยายามฝืนตาไว้

วิธีที่จะทำให้ตาผมกลับมาสว่างอีกครั้ง คือการดูหนังครับ

ผมดูหนังได้แทบทุกประเภท ยกเว้น หนังผี ที่แตะไม่ได้เลย ยอมรับเลยว่าผมป๊อดระดับหนึ่ง พอดูอะไรพวกนี้แล้วจะจำครับ ภาพนี้จะติดตาไปอีกนานเลยครับ ผมเลยเลือกที่จะไม่ดูมันซะเลย

ผมหยิบดีวีดีขึ้นมาเปิดโดยไม่ได้สนใจมากนักว่ามันจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร ผมชอบซื้อดีวีดีเก็บไว้ ด้วยความที่ซื้อเองจึงมั่นใจมากว่าจะไม่มีหนังผีหลุดออกมาแน่ พอว่างๆก็หยิบขึ้นมาดู เป็นแบบนี้แหละครับ

ผมดำดิ่งไปสู่หนังทันทีที่หนังเริ่ม ทุกอย่างในหัวผมนี้อินไปจนสุดทาง รู้ตัวอีกที น้ำตาก็ไหลออกมาแล้ว

นี้มันหนังดราม่านี้ว้า!

ผมสะอื้นอยู่หน้าทีวีอย่างไม่สนใจอะไรนัก เอาจริงๆแค่หนักโรแมนติกคอมเมดี้ที่ตอนหลังดราม่านิดหน่อย ผมยังร้องไห้เลย นับอะไรกับหนังธีมดราม่าแบบนี้

เรื่องย่อประมาณว่า เป็นช่วงสงครามของญี่ปุ่น มีหมาพันธุ์ชิบะอินุตัวหนึ่ง อาศัยอยู่กับครอบครัวอย่างมีความสุข แต่พอเข้าสู่ช่วงสงคราม ครอบครัวก็ต้องอพยพไปอยู่ในสถานที่ปลอดภัย โดยห้ามนำหมาไปด้วย

ผมร้องไห้ตั้งแต่ประชุมเรื่องแผนการสงครามอ่ะ

ผมชะงักเมื่อได้ยินเสียงอะไรขัดขึ้น หันไปกดpauseและหยิบโทรศัพท์ที่เป็นต้นเหตุของเสียงนั้นมากดรับ

พี่วาาาาาเสียงใสๆดังมาตามสายพร้อมๆกับหน้าจอที่ปรากฏภาพของเจ้าของเสียงขึ้น

ไงวีผมยิ้มกว้างออกไปเมื่อเห็นหน้าของฝ่ายนั้นชัดเจน วีริน น้องสาววัย7ขวบของผมกำลังฉีกยิ้มกว้างคืนมาให้ผม

ทำไมไม่กลับบ้านนนนนนและเธอก็ส่งเสียงใสๆของเธอกลับมาพร้อมกับปากบุ้ยๆ

ตั้งแต่สอนเล่นfreetimeก็ไม่เคยโทรมาแบบปกติเลยแหะ

พี่มีเรียนไง แม่ไม่ได้บอกเหรอผมพาดพิงชื่อแม่ออกไปเพราะรู้ว่าวีไม่กล้างอแงกับแม่หรอก

แม่บอก แต่พี่วาบอกแล้วว่าจะกลับ

พี่ขอโทษ มันกะทันหันไง

พูดงี้ได้ไง แล้ววีจะเล่นกับใครอ่ะ!

เอาน่า ปิดเทอมเดียวเอง

ปิดเทอมมันตั้งนานนะ แล้วปกติพี่วาก็กลับแค่ตอนปิดเทอม อย่างนี้เมื่อไหร่พี่วาจะมาเล่นกับวี พี่วาผิดคำสัญญา!และเธอก็เริ่มงอแงครับ ข้อเสียของการมีน้องเด็กขนาดนี้ก็คือการโวยวายของเธอนี้แหละ ผมยกมือขึ้นมาเกาหัวทันทีเมื่อวีเริ่มงอแงใส่ผม

งั้นเดี๋ยวหยุดยาวนี้ พี่กลับบ้านล่ะกันวีหุบปากทันทีเมื่อผมพูดแบบนั้น

หยุดยาวเมื่อไหร่เหรอคะ

ไม่รู้ดิพอผมตอบแบบนั้น วีก็วิ่งออกจากห้องไป โดยไม่ลืมที่จะหยิบไอแพดที่ใช้คุยกับผมออกไปด้วย

แม่ค่ะ! หยุดยาวต่อไปมันวันไหนเหรอวีวิ่งลงมาชั้นล่างและวิ่งตรงเข้าไปในห้องครัว ก่อนที่จะเจอกับแม่ที่กำลังหั่นอะไรสักอย่างอยู่

มาฆบูชามั้งลูกแม่ตอบกลับมาโดยที่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองด้วยซ้ำ

วันที่เท่าไหร่เหรอวีถามต่อ

อื้ม วันจันทร์นี้ไง

พี่วาจะกลับบ้านวันจันทร์นี้เนอะได้คำตอบเรียบร้อย เธอก็หันมาบอกผมทันที

แต่เดี๋ยว... หยุดยาวแม่งเร็วขนาดนี้เลยเหรอ

วาเหรอแม่หันขวับมาทันทีที่วีพูดจบ เมื่อเห็นผม แม่ก็โบกมีดในมือใส่ผมซะงั้น

ใจเย็นแม่ผมโพล่งออกไป แม่ขำและลดมีดลง

พี่วา สรุปจันทร์นี้นะ พี่วาก็กลับตั้งแต่วันศุกร์เลยเนอะ

วี แม่บอกแล้วไงว่าอย่าไปบังคับพี่เขา

พี่วาบอกวีเองค่ะแม่ว่าจะกลับหยุดยาวนี้

แต่พี่วาเขามีเรียน วีจะให้พี่เขาเทียวไปเทียวมาเหรอลูก

ไม่รู้ล่ะ พี่วาบอกวีแล้ว พี่วาห้ามผิดสัญญาผมเกาหัวอีกครั้ง

วี!นั้นไง ตามพล็อต

ไม่เป็นไรหรอกแม่ เดี๋ยววากลับบ้านก็ได้ผมโพล่งออกไปก่อนที่แม่จะดุวีจนร้องไห้ เจ้าตัวเล็กหันมายิ้มให้ผม

พี่วาพูดแล้วนะ

คร้าบบบบแม่ถอนหายใจออกมาทันที

วีไปช่วยพ่อลดน้ำที่สนามสิลูก ขอแม่คุยกับพี่วาหน่อยวียอมพยักหน้าและส่งไอแพคให้แม่

พ่อค่ะ วีมาช่วยส่งท้ายด้วยเสียงของเธอ แม่ตั้งไอแพดไว้บนโต๊ะและหันไปหั่นสิ่งที่ผมรู้แล้วว่าเป็นต้นหอมอีกครั้ง

กลับได้เหรอวา อย่าไปตามใจวีมันมากนักสิ เดี๋ยวก็เสียคนหมด

บอกไปแล้วนี้แม่ว่าจะกลับ ก็ต้องได้แหละแม่วางมีดลงและหันมามองผม

ฉันพูดอยู่ว่าอย่าตามใจมันมากสรรพนามที่ใช้ตามปกติหลุดออกมาจากปากแม่ทันที

โหยแม่ เอาเหอะ กลับได้แม่ส่ายหัวหน่ายๆใส่ผมและหันไปหยิบหมูมาหั่นต่อ

แล้วนี้แกมีปัญหาอะไรรึเปล่าผมเลิกคิ้ว

ไม่มีนะ สุขสบายดี

แล้วทำไมตาบวมผมชะงัก เออว่ะ ผมร้องไห้มานี้นะ

ดูหนังอ่ะ โครตดราม่าแม่ขำกับคำตอบของผม

ร้องไห้เพราะดูหนังอีกแล้วเหรอ อะไรจะเซนซิทีฟเบอร์นั้นพอแม่ขำ ผมก็พลอยขำไปด้วย

เรื่องปกติเหอะ

แล้วตังพอใช้รึเปล่า

พออออ เหลือเฟือ ไม่ต้องโอนมาล่ะนะแม่เชิดใส่ผมนิดหน่อย

ตังเหลือใช้อ่ะ ก็เลยโอนให้ลูกใช้หน่อย

เกลียดดดดดดผมบ่นออกไปทันที แต่แม่แค่ขำกลับมาเท่านั้น เธอหันไปล้างมือและนั่งลงคุยกับผมแบบจริงจัง

มีอะไรจะเม้าท์ไหมผมระเบิดเสียงขำออกมาทันทีกับคำถามนั้นของแม่

ถ้าถามว่าผมกับแม่สนิทกันขนาดไหน เราสนิทกันมากกกกก มากที่สุดที่จะเป็นได้ แม่เป็นคนแรกที่ผมจะเลือกโทรหาถ้ามีเรื่องอยากบ่น เป็นคนแรกที่ผมเล่าให้ฟังเมื่อผมตกหลุมรักใคร เป็นคนแรกที่ผมจะหาประเด็นมาเม้าท์เสมอ แม่เป็นทุกอย่างสำหรับผม ไม่ว่าจะเพื่อน พี่ และคนที่ผมรัก

ก็มีอยู่นะ

ว่ามา

แม่เล่ามาก่อนดิ ลุงดนัยเป็นไงผมถามถึงคนอีกคนในบ้าน

ก็ดี ช่วงนี้ก็งานหนักนิดหน่อย ฉันต้องไปรับวีที่โรงเรียนด้วยแหละ ถ้าแกกลับบ้านฉันก็คงไม่ต้องไปแล้วผมส่ายหัวคืนไป

นี้ไม่คิดจะถามบ้างเหรอว่าลูกเรียนเป็นไง

เออๆ เรียนเป็นไงแปลไทยเป็นไทยว่าถ้าผมไม่พูด แม่ก็ไม่ถามหรอกครับ

เหนื่อย ซัมเมอร์มันควรหยุดป่ะแม่ ไม่ควรต้องเรียนเลยอ่ะ

แล้วทำไมอยู่ๆลงล่ะ ปกติไม่เห็นเคยลง

มีเหตุผลนิดหน่อย เออแม่ วาได้เป็นเฮดว้ากด้วยแหละแม่เลิกคิ้ว

คืออะไรอ่ะ

แม่รู้จักพี่ว้ากใช่ป่ะล่ะ ก็แบบนั้นแหละ แต่เฮดว้ากเป็นหัวหน้าของว้ากอีกที

จริงป่ะเนี่ยผมพยักหน้ารัวๆ

ใครเขาเลือกแกเนี่ย แล้วแกไม่ไปร้องไห้ใส่น้องเหรอ

ก็กลัวอยู่เนี่ย แต่คงไม่หรอกมั้งจะพยายามไม่ให้เป็นแบบนั้นนะ

ไปว้ากน้อง อย่าให้น้องมาว้ากแกนะผมขำ

จะพยายาม พี่คนที่เทรนให้สเปคแม่เลยดิแม่ตาลุกวาวขึ้นมาทันที ไม่ค่อยเลยยยยย

ใครอ่ะ

พี่เตชินท์อ่ะแม่อย่างที่บอกว่าผมเล่าทุกเรื่องให้แม่ฟัง รวมถึงเล่าถึงคนอื่นให้แม่ฟังด้วย จะติดก็แต่แม่จำได้รึเปล่าเท่านั้น

เตชินท์ไหนนั้นไง

เตชินท์ที่เคยบอกว่าเขาว้ากแล้วโครตเท่อ่ะแม่ทำหน้านึกตาม

ที่เขาว้ากวาตอนวาเป็นพี่เนียน พี่เขารุ่น97อ่ะ

อ้ออออ พอจะจำได้ล่ะ

นั้นแหละ เขาสไตล์แม่ปลื้มเลย

อยากเห็นเลยยย

วาก็อยากให้แม่เห็น มาหาวาดิ

หรือฉันจะขึ้นไปรับแกที่มหาลัยดี แต่คุณดนัยเขาไม่ค่อยว่างนะ

ถ้าไม่ว่างก็ไม่ต้องมาหรอกแม่ เดี๋ยววาส่งรูปให้ดูคราวนี้เป็นแม่ที่พยักหน้ารัวๆกลับมา

ติ๊งต่อง

ผมเลื่อนสายตาไปยังประตู

มีคนมาหาเหรอแม่ถามออกมา คงจะได้ยินเสียงออดเหมือนกันนั้นแหละ

พี่เตชินท์แน่เลยอ่ะ แม่อย่าพึ่งวางนะพูดจบผมก็ออกวิ่งไปที่ประตูและเปิดออกทันที เป็นดังคาดเมื่อคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นเป็นพี่เตชินท์จริงๆ ผมยิ้มกว้างและหันหน้าจอโทรศัพท์ให้พี่เขาดู

นี้แหละพี่เตชินท์

ห้ะพี่เตชินท์หันมามองผมอย่างงุนงง

คนนี้เหรอ สเปคจริงแหละ

ใช่ป่ะ วาบอกแล้ว

วา อะไรเนี่ยพี่เตชินท์ถามซ้ำอีกครั้ง

นี้แม่ผมครับแต่เหมือนคำอธิบายของผมจะยังไม่พอ เพราะพี่เตชินท์ยังคงงงและขมวดคิ้วมุ่ยอยู่ดี

ชื่อเตชินท์ใช่ไหมลูกเสียงแม่ดังตามสายขึ้นมา ทำให้พี่เตชินท์ไม่มีโอกาสได้ยิงคำถามอะไรใส่ผมอีก

ครับขนาดตอบแม่ผมแล้ว พี่เขายังดูงงๆอยู่เลย

แม่ฝากวาด้วยนะ วาน่ะ มันบ่อน้ำตาตื้น จะเอามันไปว้ากอะไรใครเขาก็ช่วยมันด้วย

โหยแม่ วาทำได้ผมยืนยันกับแม่อีกครั้ง

เออๆ จะคอยดู งั้นแม่วางล่ะนะผมพยักหน้ารับ

คร้าบ เจอกันนะผมบอกลา และพี่เตชินท์ที่ยืนข้างๆก็ยกมือไหว้แม่ผมอย่างงงๆเหมือนเคย ก่อนที่หน้าจอจะดับลง

แม่วางสายไปแล้ว แต่ก็ยังไม่มีใครพูดอะไรออกมา

เข้าห้องก่อนไหมครับผมหันไปเชิญพี่เตชินท์และเดินนำเข้าไปในห้องก่อน ซึ่งพี่เตชินท์ก็เดินตามมาแต่โดยดี

ผมเดินเข้ามาในห้องได้ก็เดินไปปิดทีวีและหันมามองพี่เตชินท์ที่ทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงผม

นั้นแม่คุณเหรอวา

ใช่ครับ

นั้นคือคุณคุยกับแม่เหรอนี้ไม่ใช่ครั้งแรกหรอกครับ ผมโดยคำถามประมาณนี้มานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว

ใช่ครับพี่เตชินท์เลิกคิ้วเหมือนอยากให้ผมพูดอะไรต่อ แต่พูดอะไรล่ะ... พอผมทำหน้างงๆกลับไปพี่เตชินท์ก็ถอนหายใจออกมาซะงั้น

“คุณไม่เป็นไรใช่ไหม”

“ใช่ครับ ผมจะต้องเป็นอะไรอ่ะ”

“ตาคุณ...” เวร ตาผมคงบวมโครตๆแล้วสินะถึงได้โดยทักแล้วทักอีก

“ดูหนังแล้วร้องไห้นะครับ”

“...” พี่เตชินท์มองผมนิ่งๆเหมือนกำลังหาความจริงว่าผมพูดจริงรึเปล่า

“จริงๆครับ” ผมเลยย้ำอีกที พี่เตชินท์หลุดขำออกมา แต่พี่เขาเหมือนจะนึกขึ้นมาได้เลยพยายามกลั้นขำไว้

“หาอะไรมาประคบซะนะคุณ มันบวมมาก” ฮืออออออออออออออ ผมพยักหน้ารับและเดินไปส่องกระจกแถวนั้น เออ มันบวมจริงแหละ สภาพงงๆแบบนี้ด้วยแล้วยิ่งเหมือนคนโดนมรสุมชีวิตเข้าไปใหญ่

คุณกินข้าวรึยังจนพี่เตชินท์ถามขึ้นมาอีกครั้ง ผมส่ายหัว เอาแต่คุยกับแม่เนี่ย

คุณจะลงไปซื้อหรือกินที่นี้

ซื้อครับ ผมทำอาหารไม่เป็นพี่เตชินท์พยักหน้ารับ

งั้นเราลงไปเลยไหมผมพยักหน้ารับบ้าง

พี่เตชินท์ทำอาหารไม่เป็นเหรอครับผมล็อคห้องและหันไปคุยกับพี่เตชินท์อีกครั้ง

อืม เก่งแต่ซื้อกินอ่ะ

เหมือนผมเลย ตอนแรกที่จะมาอยู่หอนะ แม่ผมเป็นห่วงแทบแย่ กลัวจะอดตายพี่เตชินท์ขำออกมา

แม่ผมด้วย แต่คิดผิดล่ะ ซื้อกินก็ไม่ได้ลำบากอะไร แทบกินเยอะด้วย

ถูก! เรากำลังช่วยแม่ค้าซื้อของไง ช่วยเพิ่มรายได้ให้เขา

เออ ทำไมผมคิดไม่ได้นะเราเดินคุยกันเรื่อยเปื่อยจนออกมานอกหอและมุ่งตรงไปหน้าปากซอย อยู่ๆบรรยากาศมันก็เงียบขึ้นมา จะใช้คำว่าอยู่ๆก็คงไม่ได้แหละมั้ง ผมว่าทุกครั้งเลย ตอนแรกจะมีประเด็นคุยแต่สักพักก็จะเงียบกริบ... เช่นครั้งนี้

คุณดูสนิทกับแม่ดีนะผมแปลกใจนิดหน่อยที่วันนี้พี่เตชินท์มักจะชวนคุยอยู่เรื่อย

ใช้คำว่าโครตเลยก็ได้ครับ อาจเพราะผมกับแม่อายุไม่ห่างกันมากด้วยมั้งพี่เตชินท์เลิกคิ้วใส่ผม

แม่ท้องผมตอนอายุ16นะครับ เพราะแม่พลาดกับพ่อที่เป็นเพื่อนแม่เอง พอแม่รู้ว่ามีผมแม่ก็ลาออกจากโรงเรียนเพื่อมาเลี้ยงผมโดยเฉพาะ แรกเริ่มเลย พ่อกับแม่คบกันหลังจากที่มีผม แต่มันเหมือนกับเพื่อนก็คือเพื่อนอ่ะครับ แม่กับพ่อเลยเลิกกันพี่เตชินท์พยักหน้ารับตอนผมพูดไปด้วย

แต่ก็ไม่ได้โกรธเกลียดอะไรกันนะครับ แม่บอกผมเสมอว่าพ่อกับแม่รักวานะ แต่พ่อกับแม่แค่ไม่ได้รักกัน หลังจากเลิกกัน แม่ก็กลับไปอยู่กับยาย พ่อก็กลับไปเรียนตามปกติ สุดท้ายพ่อผมก็เรียนจนจบ ตอนนั้นผมก็6ขวบพอดี พ่อโอนตังให้ผมทุกเดือนแถมยังพาผมไปเที่ยวบ่อยๆอีก เราใช้ชีวิตด้วยวงจรนั้นมาตลอดจนผม10ขวบพี่เตชินท์ยังคงไม่มีปฏิกิริยาอะไรนอกจากพยักหน้ารับแต่ผมรู้ว่าพี่เขาตั้งใจฟังอยู่

แม่ผมเจอคนใหม่นะครับ แม่กังวลมากว่าผมจะไม่โอเค แต่ผมก็บอกแม่ไปว่าโอเค สุดท้ายแม่ก็คบกับคนนั้นแบบจริงจัง 3ปีต่อจากนั้นก็แต่งงานกัน และมีลูกสาวคนหนึ่ง

ตอนนี้น้องสาวผมอายุ8ขวบ แม่ผมก็กลับไปเรียนจนได้วุฒิปวสมา และก็เปิดร้านจัดดอกไม้อย่างที่อยากทำ ลุงดนัยก็รับราชการ ส่วนพ่อผมพึ่งได้เจอหญิงคนใหม่ไม่นาน และผมก็ได้ไปกินข้าวกับเขามาแล้วด้วย คนนี้คงจริงจังแล้วมั้งผมพูดจนจบและหันไปมองพี่เตชินท์ พี่เตชินท์เองก็กำลังมองหน้าผมอยู่ ด้วยสายตาเป็นห่วงของพี่เขาทำให้ผมระบายยิ้มออกมา

ส่วนผมก็เป็นนิสิต คณะสถาปัตย์ปี3 แฮปปี้แอนดิ้งพี่เตชินท์ส่ายหัวกับท่าทางดี๊ด๊าเกินเหตุของผมก่อนที่พี่เขาจะวางมือแหมะลงบนหัวผม

คุณเข้มแข็งกว่าที่ผมคิดนะ... ผมคิดไม่ออกเลยว่าถ้าเป็นผม มันจะย่ำแย่ขนาดไหนผมบุ้ยปากใส่พี่เตชินท์

ไม่หรอกครับ พี่ก็เข้มแข็งจะตายพอเรามายืนคุยกันแบบจริงจังแบบนี้ผมก็พึ่งสังเกตว่า...

เดี๋ยวนะ พี่สูงกว่าผมอีกอ่ะผมก็ไม่ได้เตี้ยกว่ามากหรอกครับ อาจจะสักประมาณ5เซน

ใช่ดิ ผมเป็นพี่คุณนี้

แค่ปีเดียวเนี่ยนะพอรู้ว่าพี่เตชินท์ยังสูงกว่าผมอีก มันทำให้ผมเสียเซลฟ์นิดๆแหะ

ผมภูมิใจใน178เซนติเมตรของผมมากเลยนะ

ช่างมันเถอะครับ พี่เล่าเรื่องของพี่ให้ผมฟังบ้างดิผมบอกปัด พยายามจะไม่สนใจส่วนต่างแค่เล็กน้อยนั้น บางทีปีหน้าผมอาจจะสูงกว่าพี่เตชินท์ก็ได้

บ้านผมเหรอ ทั่วไปมาก

ทั่วไปยังไง ผมอยากรู้พี่เตชินท์ทำหน้านึกเมื่อโดนผมคะยั้นคะยอ

ก็... มีพ่อ แม่ แล้วก็พี่ชายผมอีกคนหนึ่ง

พี่เตชินท์มีพี่ชายด้วยเหรอครับความรู้ใหม่ไปอี๊ก

อื้ม พี่ผมชื่อเต็นท์นะ เราห่างกัน2ปี มันเรียนวิศวะ IE ตอนนี้ก็จบและได้งานในบริษัทอะไรสักอย่างนี้แหละ แม่ผมเป็นครู ส่วนพ่อผมเป็นผู้พิพากษาผมมองพี่เตชินท์ตอนเล่าไปด้วย ผมไม่เห็นว่ามันจะทั่วไปตรงไหน เพราะทุกเรื่องที่พี่เขาเล่าล้วนเป็นความรู้ใหม่ของผม

และผมก็สนใจมันมากด้วย

ชีวิตผมมันก็เรียบๆอ่ะนะ ตื่นเช้า ไปเรียน เลิกเรียนก็กลับบ้าน เพราะแม่ผมเป็นครูมัธยมปลายอยู่แล้ว ผมเลยไม่ค่อยได้ไปเรียนพิเศษเหมือนคนอื่นเท่าไหร่ จะเรียนก็แต่ติวเข้าสถาปัตย์เนี่ยแหละ ถ้าเนื้อหาหลักๆในชีวิตผมเลย คงเป็นเพราะพ่อผมเป็นผู้พิพากษามั้ง เราเลยย้ายบ้านกันเป็นว่าเล่น กว่าจะตัดสินใจสร้างบ้านที่กรุงเทพผมก็อยู่มาเกือบจะทุกจังหวัดแล้ว

จริงดิ พี่เคยไปเพชรบูรณ์ป่ะ

เคยดิ ตอนป.4มั้งผมตาลุกวาวขึ้นมาทันที

พี่พูดจริงเหรอ!

ใช่ คุณอยู่เพชรบูรณ์เหรอผมพยักหน้ารัวๆส่งกลับไป

ผมนึกว่าคุณเป็นคนกรุงเทพซะอีก

ใครๆก็คิดแบบนั้นแหละครับ ตอนพี่อยู่เพชรบูรณ์พี่เรียนที่ไหนอ่ะพี่เตชินท์ทำหน้านึกอีกครั้ง ตอนนี้ผมกับพี่เตชินท์เดินมาจนถึงร้านข้าวแล้ว เป็นโชคดีที่คนไม่ค่อยเยอะมาก

พี่เตชินท์กินอะไรดีผมถามและมองหาช่องทางแทรกตัวเข้าไปสั่งป้าด้วย

แล้วแต่คุณเลยคำตอบของพี่เตชินท์ทำให้ผมหันไปมองหน้าพี่เขา

สลับกันไง ครั้งที่แล้วคุณก็กินตามที่ผมสั่งไม่รู้ทำไมผมถึงหลุดยิ้มออกมา

ผมแทรกตัวเข้าไปสั่งข้าวกับป้าและเดินออกมายืนรอข้างพี่เตชินท์อีกครั้ง

เออคุณ ผมจำได้ล่ะว่าผมเรียนที่ไหน

ที่ไหนเหรอครับ

พ.ล.ล.อ่ะ

เฮ้ย!พี่เตชินท์ชะงักไปเลยเมื่อผมแหกปากออกมา รู้สึกตัวอีกทีผมก็รีบยกมือขึ้นมาปิดปาก ก็มันตกใจอ่ะ

ที่เดียวกับผมเลยเมื่อทุกคนรอบๆเริ่มหันกลับไป ผมก็หันกลับมาคุยกับพี่เตชินท์ต่อ

จริง?

จริง ผมต้องเคยเจอพี่แน่เลยพี่เตชินท์ส่ายหัวหน่ายๆกลับมา

โรงเรียนไม่ได้มีเด็กแค่หลักร้อยนะคุณ หลักพันนะหลักพัน

แต่ผมมั่นใจมากนะว่าต้องเคยเจอพี่พี่เตชินท์ยังคงส่ายหัวอยู่

พี่คอยดู ผมจะหาหลักฐานให้ดูว่าเราเคยรู้จักกัน

 

"คุณต้องจริงจังขนาดนั้นเลยเหรอวาหลังจากกลับมาจากซื้อข้าว ผมก็หยิบโน้ตบุ๊คมาเปิดและเอาฮาร์ดดิสมาเสียบทันที ลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าตัวเองต้องกินข้าว และด้วยท่าทางจริงจังสุดๆของผม ทำให้พี่เตชินท์ทักขึ้นมาทั้งๆที่กำลังตักข้าวเข้าปากอยู่

จริงจังสิครับ ผมพูดจริงๆนะที่เราเคยรู้จักกัน

อ่าๆ ผมเชื่อล่ะ กินข้าวเถอะผมเบ้ปากใส่พี่เตชินท์

พี่อย่าเชื่อแต่ปากสิครับ เดี๋ยวผมหาแปบเดียวพูดจบผมก็กดดูรูปทีล่ะรูปแม้จะมีเป็นพันๆรูปก็ตาม

คุณเซพรูปไว้ในฮาร์ดดิสตั้งแต่เกิดเลยเหรอ

ตอนแรกก็ไม่หรอกครับ แต่มีครั้งหนึ่งบ้านผมไฟไหม้ ภาพผมตอนเด็กๆหายหมดเลย ผมเลยเอารูปมาสแกนใส่ฮาร์ดดิสไว้หมดเลยผมตอบพี่เตชินท์ไปก็กวาดสายตาดูรูปไป พี่เตชินท์เลิกสนใจผมและหันกลับไปกินข้าวแล้ว ส่วนผมก็ตั้งใจหารูปต่อไป

ตอนนั้นพี่เหมือนตอนนี้ป่ะรูปตั้งเยอะครับ เริ่มลายตาล่ะ

ตอนนั้นผมอ้วนอ่ะ

อ้วนขนาดไหนเหรอครับ

ก็... สูงประมาณ130เซน หนัก70มั้งโอ้โห ผมเริ่มเปลี่ยนเป้าหมายไปหาคนอ้วนๆแทน

ตอนนั้นผิวดำด้วย พึ่งย้ายมาจากภูเก็ตตัวอ้วน... ผิวดำ...

พี่ต้องไม่เชื่อแน่!พี่เตชินท์หันกลับมามองผม

คุณอย่าบอกนะว่าเจอ?” ผมพยักหน้ารัวๆกลับไป พี่เตชินท์ผุดลุกขึ้นและเดินมาดูรูปในคอมผมทันที

นี้ไม่ใช่ผมเว้ย

อ้าว หรือเราจะไม่เคยเจอกันจริงๆ... แปลกอ่ะ ผมตอนประถมรู้จักแทบจะทั้งโรงเรียนเลยนะ

ผมอยู่ปีเดียวเองนะคุณ แล้วผมมากลางคันด้วย เพื่อนก็ไม่มี แถมยังโดนแกล้งอีก คุณจะไม่รู้จักก็ไม่แปลกมั้งก็แปลกอยู่ดี... ผมตอบในใจและหันกลับมาเลื่อนดูรูปต่อ แต่ไม่ได้จริงจังเท่าครั้งแรก อาจจะเพราะว่าผมเริ่มรู้สึกไม่แน่ใจแล้วก็ได้

เดี๋ยวนะ!ผมสะดุ้งเมื่ออยู่ๆพี่เตชินท์ก็ตะโกนขึ้นมา เขาคว้าเมาส์จากมือผมไป และกดเปิดรูปหนึ่งขึ้นมา

นี้ผมอ่ะ

ห้ะ!ผมมองตามนิ้วของพี่เตชินท์ที่ชี้ไปยังคนที่มุมรูป พูดง่ายๆคือเขาคนนั้นดันบังเอิญมาอยู่ในเฟมพอดีนั้นแหละ ในภาพเป็นวันกีฬาสี ผมลงแข่งบาสและก็กำลังแอคท่าถ่ายรูปอยู่ในสนาม ส่วนมุมๆก็มีพี่เตชินท์อยู่

นี้พี่เหรอผมกดซูมไปยังพี่เตชินท์ ไม่ได้ดูแย่อย่างที่คิดแหะ เป็นเด็กอ้วนๆแก้มเยอะๆที่ผิวคล้ำๆนิดหน่อย แต่ถ้าแพ่งดีๆก็มีแววเหมือนพี่เตชินท์แหะ

ขี้เหร่ใช่ป่ะ

ไม่นะ น่ารักดี

คุณโกหกไม่เก่งเลยนะวา

ผมพูดจริงๆผมยังคงมองพี่เตชินท์ในรูปอยู่ ไม่ได้แย่จริงๆนะ...

พี่เป็นบริการเหรอครับผมสังเกตเห็นถังน้ำข้างๆ

ใช่เมื่อได้รับคำตอบยืนยัน ผมก็หันขวับไปมองพี่เตชินท์เมื่ออยู่ๆก็มีความทรงจำอย่างหนึ่งวิ่งเข้ามาในหัวผม

พี่คือคนที่ผมวิ่งไปขอน้ำป่ะ

น้ำเหรอ...

ครับ ตอนพักเบรกที่ผมวิ่งไปหาพี่แล้วก็ขอน้ำ พี่ให้น้ำเปล่ามา ผมเลยขอน้ำแดงแทน แล้วพี่ก็พูดว่า...

ถ้าอยากกินน้ำแดง ไปซื้อที่โรงอาหารนู้น!ผมกับพี่เตชินท์พูดขึ้นมาพร้อมกันก่อนที่เราจะระเบิดเสียงขำออกมา

เป็นคุณนั้นเอง ผมอยากขอโทษนะ ตอนนั้นผมโดนเพื่อนแกล้งให้เสิร์ฟน้ำคนเดียวอ่ะ

ผมตกใจมากเลยนะ ผมงงมากว่าผมพูดอะไรผิดพี่เตชินท์ขำหนักเข้าไปใหญ่

ประเด็นคือ หลังแข่งเสร็จ ผมก็ไปซื้อน้ำแดงที่โรงอาหารมากินจริงๆนะพี่เตชินท์ยังคงขำอย่างต่อเนื่อง ผมตอนนี้เหมือนฝืนที่ใส่ไฟให้พี่เขาขำ แต่พอเห็นพี่เขาขำสุดเสียงขนาดนี้

ผมก็อยากได้ยินไปนานๆเลย

ช่วงนั้นกินน้ำแดงทุกวันเลยอ่ะพี่เตชินท์ยกมือห้าม เมื่อผมยังคงพูดไม่หยุด

ผมจะตายแล้วเขาว่างั้น ก่อนพยายามจะหยุดขำ

พี่อยู่โรงเรียนผมแค่ปีเดียวสินะครับ

อือ แล้วผมก็ย้ายไปชลบุรีนะ

ผมก็ว่าทำไมตอนปัจฉิมไม่เจอพี่ จะซื้อน้ำแดงให้สักหน่อยพี่เตชินท์ส่ายหัวพัลวัน บนใบหน้ายังคงมีรอยยิ้มอยู่ไม่ขาด

เอางี้ ไว้ผมเลี้ยงน้ำแดงคุณดีกว่า

พี่พูดล่ะนะ!

อืม ถือซะว่าผมให้น้ำแดงที่คุณขอไงคราวนี้เป็นผมเองที่ขำบ้าง

นั้นผมขอตั้งแต่11ปีที่แล้วแล้วนะครับช่วงนั้นผมซื้อน้ำแดงกินทุกวันจนกลายเป็นน้ำโปรดของผมไปแล้วจนจบป.6 ผมก็เริ่มหายห่างจากน้ำแดงไป ก็คงเหมือนพี่เตชินท์ ที่ผมเคยเจอพี่เขามาแล้ว และเราก็ห่างหายกันไป

แต่ไม่ต้องห่วง

ผมจะกลับมากินน้ำแดงอีกครั้งแล้วล่ะ






---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
หวัดดีคร้าบ ยังรอกันอยู่ใช่ไหมมม ใครมันจะไปเชื่อว่าคนที่เคยเหวี่ยงเราจะกลับมาเป็นคนที่เรานับถือเนอะ 5555
เจอกันตอนต่อไปนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 100 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

669 ความคิดเห็น

  1. #582 FaH SaI (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 กันยายน 2560 / 23:07
    นุ่มๆ ละมุนๆ ชอบ
    #582
    0
  2. #549 หมูจีน้อย (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 09:38
    แหมมมม จะกลับไปกินน้ำแดงอีกครั้ง
    ค่าาาา แหมมม ทำไมชั้นจิ้นว่ะ
    55555555
    #549
    0
  3. #443 shin ai2 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2559 / 03:21
    เหตุการณ์คล้ายๆเราเลย ขึ้นปีหนึ่งมีเพื่อนสนิทกลุ่มนึง วันนึงคุยเรื่องโรงเรียนตอนประถมละเพิ่งมารู้ว่าเพื่อนสนิทเรียนที่เดียวกันแต่คนละห้อง แต่เพื่อนสนิทพวกเราคนเดียวกัน
    #443
    0
  4. #306 mybookworm (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2559 / 22:59
    เพราะน้ำแดงจึงพบรัก 555 อยากมุ้งมิ้งแบบนี้บ้างจัง
    แต่ความจำในอดีตเค้าไม่ค่อยจะดีเท่าำหร่ เลยลืมไปหมดล่ะ=///=
    #306
    0
  5. #127 Thedrm. (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 เมษายน 2559 / 08:49
    โอ้ย เราก็ชอบกินน้ำแดงนะ -..- งื้ออออ
    ทำไมมันแลน่ารักๆ
    #127
    0
  6. #6 Helena Kadian (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2559 / 00:33
    กินน้ำแดงบ้างสิ อิอิ
    #6
    0