source head กว่าจะเป็นเฮดว้าก (end)

ตอนที่ 26 : beloved

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,641
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 48 ครั้ง
    3 พ.ค. 59

26

แม่จะมาทำไมไม่บอกก่อนนนนนหลังจากช็อคไปสักพักผมก็โพล่งออกไป

แกนั้นแหละ ทำไมไม่รับสายฉัน ถึงกับปิดเครื่องใส่ฉันเลยนะ ไอ้ลูกคนนี้พูดไปก็ฟาดมือใส่แขนผมไปด้วย

เจ็บบบบบผมวิ่งหลบฝ่ามืออรหันต์อุตลุด ก่อนที่จะไปหลบภัยเป็นหลังพี่ติณห์

ปิดเครื่องใส่อะไรล่ะ โทรศัพท์อยู่ไหนยังไม่เห็นเลยเนี่ยผมใช้พี่ติณห์เป็นโล่กำบังและเถียงแม่กลับไป

ไม่รู้ล่ะ! เพราะแกไม่รับโทรศัพท์ลุงดนัยของแกเลยบ่นฉันซะหูชา มาให้ตีเดี๋ยวนี้ตอนนี้เลยกลายเป็นผมเกาะไหล่พี่ติณห์ไว้และก็เหวี่ยงหลบแม่ไปด้วย ดูชุลมุนโครตๆ

สวัสดีครับสงครามของผมกับแม่คงดำเนินไปอีกนาน ถ้าพี่ติณห์ไม่ยกมือไหว้แม่ผมขัดขึ้นมาก่อน

หวัดดีจ๊ะน้องติณห์ ตัวจริงหล่อกว่าในเฟสไทม์อีกนะแม่ยิ้มพิมพ์ใจให้พี่ติณห์ซึ่งต่างจากยิ้มให้ผมลิบลับอ่ะจริงๆ

ขอบคุณครับพี่ติณห์ตอบกลับไปและยกมือขึ้นมาเกาหัว คงจะงงไปหมดแล้วแน่ๆ

นี้ใครมาส่งอ่ะแม่หลังจากจบสงครามกันแล้วผมก็ยกกระเป๋าของแม่ที่วางแอ้งแม้งอยู่หน้าห้องเข้ามาในห้อง

ลุงดนัยไงผมเบ้ปาก ปกติแม่ผมจะเรียกพ่อเลี้ยงของผมว่าคุณดนัยนะครับ ยกเว้นแต่ตอนงอนๆที่จะเรียกว่าลุงดนัยเหมือนผม เป็นการประชดประชันนั้นแหละ

ทะเลาะกันเหรอ

นิดหนึ่ง เขาบ่นฉันเป็นชุดเลยวา เรื่องที่แกไม่รับโทรศัพท์ บอกว่าถ้าแกไม่อยู่ห้องขึ้นมาฉันจะทำยังไง จะอยู่ยังไง บลาๆๆตอนนี้ผมพึ่งสังเกตว่าแม่ซื้อของมาเยอะแยะเต็มไปหมดและกำลังวางมันลงบนโต๊ะโดยมีพี่ติณห์ช่วยถืออีกแรง

มันก็จริงของเขาอ่ะ ถ้าวาไม่อยู่ห้อง แม่จะทำไงผมถามกลับไป

แกต้องอยู่เท่านั้นแล้วดูคำตอบคุณเธอ

เอ่อ... งั้นผมขอตัวก่อนนะครับผมกับแม่หยุดเถียงกันและหันกลับไปที่พี่ติณห์ ถ้าผมเป็นพี่ติณห์คงมึนไปหมด อยู่ๆแม่ผมก็มา แถมยังมาเถียงกับผมซะยกใหญ่ และถ้าจะให้ยืนฟังผมคุยกับแม่ไปเรื่อยๆมันคงจะไม่ใช่วิสัยของพี่ติณห์ ขอแยกกลับก่อนน่าจะดีที่สุด

เอางั้นเหรอเพราะเข้าใจดีผมเลยถามต่อไป ซึ่งพี่ติณห์ก็พยักหน้ารับงึกๆ

เดี๋ยวสิ อยู่กินข้าวเย็นด้วยกันก่อนแม่เสนอขึ้นมา

จริงด้วย เห็นแม่ผมอย่างนี้ทำอาหารอร่อยนะจบประโยคผม แม่ก็ตีแขนผมเข้าอีกหนึ่งที

ถ้าไม่รบกวน...

ไม่รบกวนเลยจ๊ะแม่ตอบก่อนที่พี่ติณห์จะพูดจบ และเธอก็ยกข้าวของเข้าไปในครัว ทิ้งให้ผมกับพี่ติณห์ยืนงงอยู่ที่โต๊ะ ผมนะชินแล้วครับ แม่ผมก็อย่างนี้แหละ แต่พอหันไปเห็นสายตาตื่นๆกับท่าทางทำอะไรไม่ถูกของพี่ติณห์ผมก็อดจะขำออกมาไม่ได้

แม่ผมชิลๆนะครับ พี่ไม่ต้องเกร็งหรอก เธอชอบพี่จะตายพี่ติณห์หันกลับมามองผม สายตาเป็นกังวลสุดๆ ส่วนปากก็เบ้นิดหน่อย

คุณรู้ได้ไงว่าแม่คุณชอบผม มันไม่ดูแปลกๆเหรอที่มาเจอผมอยู่ในห้องคุณแบบนี้ผมส่ายหัวพรืดทันที

เธอไม่คิดมากขนาดนั้นหรอกครับ รู้ซะอีก...พี่ติณห์เลิกคิ้วเมื่อผมไม่พูดต่อ

รู้อะไร

รู้ว่าคนที่อยู่ในห้องผมเป็นคนสำคัญพี่ติณห์กลอกตา ถ้าไม่เกรงใจแม่ที่อยู่ไม่ไกลพี่ติณห์คงด่าผมไปแล้ว แต่ผมพูดจริงๆนี้นา ผมทิ้งตัวลงนั่งกำลังคิดเมนูว่าจะให้แม่ทำอะไรให้กินดี

ว่าแต่แม่คุณมาทำอะไรเหรอพี่ติณห์คงจะไม่เห็นประโยชน์ของการยืนอยู่เฉยๆจึงทิ้งตัวลงนั่งข้างๆผม

ผมก็ไม่รู้ครับ แม่! มาทำอะไรอ่ะประโยคหลังผมตะโกนถามแม่ที่อยู่ในครัว

แกลืมงานแต่งงานเพื่อนที่ฉันเคยบอกไปแล้วใช่ไหมแม่ถามกลับมา

งานแต่งงานไหนลืมไปแล้วจริงๆแหละ

เพื่อนฉันนี้แหละ เขาจะแต่งพรุ่งนี้ล่ะนะแม่ชะโงกหน้ามาคุยกับผมนิดหน่อย

อ้าวเหรอผมตอบรับ อาจจะจำไม่ได้ว่าแม่บอกว่าจะมางานแต่งเพื่อนเมื่อไหร่ แต่จากที่จับใจความดูน่าจะมางานแต่งงานเพื่อนสักคนจึงได้ขึ้นกรุงเทพนั้นแหละ

พรุ่งนี้เช้าแกมีเรียนไหมคราวนี้แม่ถึงกับเดินออกมาคุยกับผมเลยครับ

ไม่มีอ่ะ เรียนบ่าย

งั้นไปเป็นเพื่อนฉันหน่อยนะพูดจบก็ยิ้มหวานส่งมาให้ทันที

อื้มผมยังไงก็ได้อยู่แล้วครับ ไอ้จะให้ปล่อยแม่ไปเองคนเดียวมันก็ยังไงอยู่ แม่เดินกลับเข้าไปในครัวทันทีที่ผมตอบตกลง ส่วนผมก็ไอค่อกแค่กออกมาอีกนิดหน่อย ยังรู้สึกคันๆคออยู่เลย อาจจะไม่ปวดหัวมากแบบตอนแรก และไข้ก็ลดลงไปมากแล้ว แต่อาการคันคอกับคัดจมูกนี้คงใช้เวลาอีกสักพักเลยแหละกว่าจะหาย

เราต้องไปช่วยแม่คุณทำอาหารไหมพี่ติณห์ถามขึ้นมาอีก นี้เป็นครั้งแรกเลยที่ผมได้ยินประโยคนี้ ปกติพวกเพื่อนผมก็เอาแต่รอกินเท่านั้นแหละครับ

ถ้าพี่อยากช่วยก็ได้ครับพี่ติณห์พยักหน้ารัวๆตอบกลับมาก่อนที่จะเดินเข้าห้องครัวไป

แม่ครับ ให้ผมช่วยอะไรไหม

แม่ผมคงดีใจแย่ที่ได้พี่ติณห์เป็นลูกมือ

 

ติ๊งต่อง

ผมกดออด และรอให้เจ้าของห้อง804มาเปิดประตู

เมื่อวานหลังจากกินข้าวเย็นด้วยกันเสร็จ พี่เมฆก็โทรมาตามพี่ติณห์ไปทำงาน พี่ติณห์จึงขอแยกกลับห้องมาก่อน ผมไม่แน่ใจหรอกว่าพี่เมฆจะยังอยู่ในห้องพี่ติณห์รึเปล่า แต่ผมแค่อยากมาหาพี่ติณห์ และถึงพี่เมฆอยู่ก็ไม่สามารถขวางทางผมได้อยู่แล้ว

ตลอดมื้ออาหารเมื่อวาน แม่เผาผมให้พี่ติณห์ฟังไปตั้งหลายเรื่อง ทั้งเรื่องแอบขโมยขนมกลับมา ความจริงคือผมเด็กเกินกว่าจะรู้ว่าต้องจ่ายเงินนะครับ หรือเรื่องหนีออกจากบ้านไปนอนบ้านสาวตั้ง3วัน ทั้งๆที่อยู่กันตั้งหลายสิบคนนะ และอีกหลายๆเรื่องที่ล้วนแต่เป็นสิ่งที่ผมไม่อยากจะจดจำ แต่ก็ทำให้บรรยากาศเกร็งๆของพี่ติณห์คลายลง และก็ดูจะสนิทกับแม่ผมไปแล้วตอนนี้

เช้าวันนี้ผมต้องตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อไปงานแต่งงานเพื่อนกับแม่ หลังจากแต่งตัวตามที่แม่จัดมาให้เสร็จ ผมก็อยากแวะมาหาพี่ติณห์ซะงั้น ยังไงก็ต้องรอแม่แต่งตัวอยู่ดี แต่เช้าขนาดนี้บางทีพี่ติณห์อาจจะยังไม่ตื่นก็ได้

ผมจะใช้กุญแจสำรองไขเข้าไปเลยก็ได้ครับ เพียงแค่ถ้าบางทีมีเพื่อนพี่ติณห์อยู่ในห้องด้วยมันคงดูไม่ดีเท่าไหร่

ในขณะที่ผมกำลังจะเอื้อมมือไปกดออดอีกครั้ง ประตูก็เปิดออก

พี่ติณห์ดูง่วงๆผมเลยแกล้งยื่นหน้าเข้าไปซะติด จนพี่ติณห์ผงะถอยหลังไปนิดหน่อยเลย

อะไรของคุณพอตั้งสติได้พี่ติณห์ก็พูดออกมา

เพื่อนอยู่เหรอครับเพราะพี่ติณห์ไม่ได้หลีกทางให้ผมเข้าไปในห้อง ผมเลยสันนิษฐานไปก่อน

อืม ยังนอนอยู่เลย เมื่อคืนตี3แหนะพี่ติณห์ตอบและขยี้ตานิดหน่อย

งั้นผมไม่รบกวนดีกว่า แค่จะแวะมาถามอ่ะพี่ติณห์เลิกคิ้วเป็นเชิงถามว่ามีเรื่องอะไร

หล่อไหมผมถอยหลังออกมานิดหน่อยเพื่อที่พี่ติณห์จะได้เห็นผมชัดๆ พี่ติณห์ขำออกมาเมื่อรู้จุดประสงค์ที่ผมถ่อมาหาถึงนี้ และยอมกวาดสายตามองผมตั้งแต่หัวจรดเท้า

ผมอยู่ในชุดสูทสีดำ กางเกงสแลคสีดำ และเสื้อเชิ้ตสีขาว โดยไม่ได้สวมเนคไท ผมถูกเซตเปิดหน้าผากด้วยฝีมือแม่ผมเอง รวมถึงรองเท้าหนังสีดำ ทั้งหมดทั้งปวงนี้แม่ผมเป็นคนเตรียมมาครับ

ก็ดีพี่ติณห์ตอบกลับมาหลังจากมองสำรวจอยู่สักพัก เดินเข้ามาใกล้และเลื่อนมือมาปลดกระดุมบนของเสื้อเชิ้ตผมออกสองเม็ด ก่อนที่จะเปลี่ยนใจเป็นเม็ดเดียวแทน

ถ้าสองเม็ดจะเกินไปหน่อยพี่ติณห์อธิบายและก้าวกลับไปยืนที่เดิม

ไหนหมุนตัวดิผมหมุนตัวตามคำสั่งทันที

เออ หล่อล่ะพี่ติณห์ขำออกมานิดหน่อย

หล่อพอจะเป็นแฟนพี่ยังพี่ติณห์ตบหัวผมนิดหน่อย รอยยิ้มกับสายตายังคงมีแววขบขันอยู่

ถ้าผมบอกว่าไม่พอ คุณจะไปศัลยกรรมรึไงพี่ติณห์ถามและกอดอกมองผม

ผมไม่เชื่อหรอกครับ ผมรู้ว่าผมหล่อพี่ติณห์ส่ายหัวหน่ายใส่ผมทันที

ไปได้แล้ว เดี๋ยวแม่ก็รอหรอกแต่ผมยังคงยืนยิ้มกะลิ้มกะเหลี่ยใส่พี่ติณห์อยู่แบบนั้นจนพี่ติณห์ต้องดันหลังผมให้ออกเดิน

ไปได้แล้ววววพี่ติณห์ผลักผมจนเข้ามายืนในลิฟต์

เย็นนี้เจอกันนะผมบอกก่อนที่ลิฟต์จะปิดลง

โอเคพี่ติณห์ตอบกลับและโบกมือให้ผม

 

ติณห์ยืนมองลิฟต์ที่ปิดลง ยืนมองจนตัวเลขบนลิฟต์เปลี่ยนเป็นเลข7และ6ตามลำดับ ก่อนที่จะหันหลังกลับ ยังคงหุบยิ้มไม่ได้ เขายอมรับว่าวามักจะชอบทำอะไรยิ่งใหญ่เวิ่นเว้อแบบที่เขาไม่เคยคาดคิดเสมอ แต่มันก็เหมือนเป็นเสน่ห์ของวานั้นแหละ

จากที่เคยมองว่ามันเวิ่นเว้อก็เปลี่ยนเป็นมองว่ามันน่ารักตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้

เขาชะงักฝีเท้าที่กำลังจะก้าวเข้าห้องเมื่อเพื่อนสนิทยืนกอดอกพิงขอบประตูมองเขาอยู่ รอยยิ้มที่เคยประดับอยู่บนใบหน้าจำต้องหุบลงทันที

เขายังไม่ชินกับการโดนเพื่อนคนนี้ล้อสักที

ติณห์เดินเข้าห้องเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจว่าเมฆต้องเห็นสักช็อตสองช็อตนั้นแหละ

โจ่งแจ้งไปหน่อยไหมมึง ไอ้อิฐกับไอ้ว่านยังนอนอยู่ในห้องอยู่เลยนะเมฆปิดประตูและหันมาถามติณห์ที่เนียนยกน้ำขึ้นมาดื่ม

ไม่ได้ทำอะไรป่ะวะ กูไม่รู้ด้วยว่าวาจะมาเจ้าตัวตอบและยกน้ำขึ้นดื่มต่อ อยู่ๆก็เขินขึ้นมาจนร้อนวูบวาบไปหมด

กูไม่คิดว่าในชีวิตนี้จะได้พูดประโยคนี้หรอกนะเมฆเดินเข้าไปหาเพื่อนตัวการที่ทำเป็นเนียนยกน้ำขึ้นดื่ม

พูดอะไรติณห์ถามกลับ สายตาที่เมฆมองมาโครตจะไม่ปลอดภัยในความคิดเขา แต่เมฆเพียงแค่ไหวไหล่ หยิบขวดน้ำที่ติณห์ถืออยู่มา และจัดการรินใส่แก้วบ้าง

ในความคิดของเมฆ คนหนึ่งก็เพื่อนสนิท อีกคนก็น้องรหัส เขาจึงตะขิดตะขวงใจอยู่ไม่น้อยที่เห็นมันอยู่ด้วยกัน หลังจากรู้เรื่องความสัมพันธ์ของทั้งสองคน แต่เขาเองก็ไม่มีสิทธิ์มีเสียงมากพอที่จะไปพูดอะไร จึงเพียงแค่มองอยู่เงียบๆเท่านั้น หลังจากใช้เวลาทั้งอาทิตย์ไปกับการมองเงียบๆ เขาก็ค้นพบว่าวาและติณห์ ก็ยังคงเป็นวาและติณห์ที่เขารู้จัก ไม่ได้หวือหวา ไม่ได้หยอกล้ออะไรกันมากกว่าเดิม วาก็ยังเคารพติณห์มากๆ และติณห์ก็ยังคงเป็นติณห์เหมือนเดิม จะมีก็แต่แววตาเท่านั้นที่แสดงให้เห็นว่าอีกฝ่ายพิเศษกว่าใคร แม้จะยังไม่คุ้นชินเท่าไหร่ เขาก็ต้องยอมรับว่า

มึงกับไอ้วาก็น่ารักดี

 

กว่างานแต่งงานจะเลิกผมก็เกือบกลับมาเรียนคาบบ่ายไปทัน แต่ก็แค่เกือบนะครับ เพราะสุดท้ายผมก็วิ่งเข้าห้องได้ก่อนที่อาจารย์จะล็อคห้องแค่แปบเดียว และถึงจะกินอะไรรองท้องมาบ้างในงานแต่ก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกอิ่มได้นาน หลังเลิกคลาส ผมกับไอ้พีทจึงตรงมาหาอะไรกินที่โรงอาหารก่อน เวลาตอนนี้เริ่มเย็นแล้ว โรงอาหารจึงไม่ได้แน่นขนัดไปด้วยนิสิตเหมือนเช่นทุกครั้ง ผมซื้อไส้กรอกลูกชิ้นกินนิดหน่อย ตบท้ายด้วยไอติมอีกหนึ่งโคน ถ้าเป็นปกติผมคงกินข้าวไปแล้ว แต่แม่ผมยังคงไม่กลับครับ เธอบอกว่าจะกลับพรุ่งนี้ ผมเลยต้องเก็บท้องไว้กินข้าวฝีมือแม่

คราวหลังกูเซ็ตผมมาเรียนบ้างดีกว่าพีทพูดขึ้นมาหลังจากเราทิ้งตัวลงนั่งบนโต๊ะนอกโรงอาหาร

ทำไมวะผมถามกลับไป ไอ้พีทนี้ถึงกับเบ้ปากใส่ผมเลยครับ

ขนาดเย็นแล้วนะมึงมันบ่นพึมพำ ผมถึงได้กวาดสายตามองรอบๆตัว มีคนหลายคนหลบสายตาผมกันจ้าละหวั่น โชคดีที่ไม่ได้มีคนอยู่มากมายอะไรนัก แค่จะมาเข้าคลาสให้ทันยังลุ้นแทบตายจะให้เอาเวลาที่ไหนไปสระผมล่ะครับ ผมเลยมาเรียนทั้งๆที่เซ็ตผมนี้แหละ

หล่ออ่ะดิผมยักไหล่ แน่นอนว่าไอ้พีทถึงกับทำท่าโก่งคอเลยครับ ผมมีนัดกับแจนจึงยังไม่ได้กลับหออย่างที่คิด ส่วนไอ้พีทก็รอพาร์ทเลิกคลาสอยู่ เรานั่งคุยกันไปเรื่อยๆก่อนที่กลุ่มพี่ปี4หน้าตาคุ้นตาจะทิ้งตัวลงนั่งโต๊ะข้างๆพวกผม

อ้าว พึ่งเลิกเรียนเหรอพี่ไอ้พีทหันไปทักพี่ว่านก่อน ส่วนผมก็ยิ้มพิมพ์ใจส่งไปให้พี่ติณห์

เออ ต้องมาแบ่งงานก่อนเนี่ยพี่อิฐเป็นคนตอบและชูแปลนมากมายในมือให้พวกผมดูด้วย

ว่างป่ะ ว่างก็มาช่วยพวกกูทีพี่ว่านพูดต่อ ผมกับพีทนี้อยากจะส่ายหัวแทบตายแต่ก็ทำไม่ได้หรอกครับ

เพราะมันไม่ใช่ประโยคคำถาม แต่เป็นประโยคคำสั่ง

ผมกับพีทย้ายไปนั่งโต๊ะเดียวกับพวกพี่และช่วยงานเท่าที่ทำได้ ผมนั่งตรงข้ามพี่ติณห์ ลอบมองสายตาตั้งใจทำงานของอีกฝ่าย แต่มองได้อยู่ไม่นาน พี่เมฆที่นั่งอยู่ตรงข้ามผมก็แกล้งถอนหายใจออกมาอย่างดังจนผมต้องละสายตา

เป็นไรวะเมฆพี่อิฐถามทันที

กูเพลียเฉยๆโครตเกลียด... ไอ้คำว่าเพลียนี้ตั้งใจหันมามองหน้าผมสุดๆเลยครับ

เดี๋ยวก็ไม่ช่วยงานซะเลย

นึกว่าพี่กลับไปแล้วซะอีกผมหยุดมือที่กำลังทำงาน เมื่อเสียงคุ้นๆดังขึ้น

ใกล้ล่ะ แล้วเราอ่ะพิ้งค์หอบหนังสือจนเต็มอ้อมแขนไปหมด เธอวางหนังสือไว้โต๊ะข้างๆ ยกมือไหว้ทุกคนบนโต๊ะพร้อมรอยยิ้มและทิ้งตัวลงนั่งเก้าอี้ข้างๆผม

รอพี่นั้นแหละค่ะผมเลิกคิ้ว

รอพี่ทำไมอ่ะสาบานได้ว่าคนทั้งโต๊ะกำลังพยายามเงี่ยหูฟังผมกับพิ้งค์คุยกัน พิ้งค์ไม่ได้ตอบกลับทันที สายตามีแววครุ่นคิดขึ้นมาตอนผมถาม

คือ...เธอก้มมองพื้น

มีอะไรรึเปล่าพิ้งค์ผมถามซ้ำ ท่าทางอึกอักใจที่ไม่ได้เห็นง่ายๆจากพิ้งค์ทำให้ผมยิ่มสงสัยเข้าไปใหญ่

พิ้งค์!ผมกับพิ้งค์หันไปตามเสียงเรียก เป็นน้องเนที่วิ่งเข้ามาพร้อมหนังสือในมือ เธอวางหนังสือลง ยกมือไหว้พวกผมจนครบก่อนที่จะหันไปคุยกับเพื่อน

เอาจริงดิน้องเนไม่ได้พูดดังมาก แต่ผมที่อยู่ข้างๆก็ได้ยินชัดเจน

อ่าฮะ

ฉันว่าแกลองคุยกับพี่เขาดูก่อนไหม

ไม่ ฉันตัดสินใจแล้วเน คิดว่าแกหยุดฉันได้เหรอตอบเพื่อนจบ พิ้งค์ก็หันขวับมามองผม

พร้อมเล่าให้พี่แล้วใช่ไหมผมเท้าคางมองสองสาว คราวนี้พิ้งค์พยักหน้ารับหนักแน่น

พี่วาคะ คือพิ้งค์...

สารภาพรักป่ะวะผมศอกไอ้พีททันทีที่มันกระซิบบอกผมแบบนั้น

พ่อมึงอ่ะ

แต่วันนี้มึงหล่อนะ จะสารภาพก็ต้องวันนี้แหละผมกลอกตา

ไอ้เหี้ยด่าพีทจบผมก็หันกลับมาที่พิ้งค์อีกครั้ง ตอนนี้เองที่ผมสังเกตเห็นว่าแจนกำลังเดินเข้ามา เนสะกิดเพื่อนนิดหน่อย ก่อนที่พิ้งค์จะสูดหายใจเข้าลึกๆและพูดออกมา

พิ้งค์ชอบพี่วาค่ะ! คบกับพิ้งค์เถอะ!!เสียงของพิ้งค์ชัดเจนและดังก้องกังวานไปทั่ว ผมชะงักแม้ไอ้พีทจะกำลังกระซิบกระซาบอะไรใส่หูผมก็ตามที หลังจากเสียเวลางงอยู่สักพัก ผมก็เลื่อนสายตาไปมองพี่ติณห์ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามโดยอัตโนมัติ พี่ติณห์มองตรงมาที่ผม สายตาว่างเปล่า

ผมเหมือนเห็นสัญญาณเตือนภัยเลย

หนังสือพี่ ขอบคุณนะครับแจนวางหนังสือลงบนโต๊ะเสียงดังก่อนที่มันจะเดินกลับไป ตอนนี้เองที่ผมสามารถปะติดปะต่อเรื่องได้ ผมคว้าแขนแจนไว้และกดให้มันนั่งลงที่ผม ส่วนผมก็ยืนขึ้นระหว่างกลางพิ้งค์กับแจน

เล่นอะไรกันเนี่ยผมถาม

สรุปพี่วาคบกับพิ้งค์นะคะไม่มีคำตอบของคำถามผมแถมพิ้งค์ยังพูดต่ออีก

พี่ไม่ตลกนะพิ้งค์ผมหันไปกดเสียงดุเธอ เธอทำให้ความมั่นคงในความสัมพันธ์ของผมสั่นคลอนรุนแรงเลยนะเนี่ย

พี่ติณห์ยังคงมองผมนิ่งๆอยู่เลยครับ

พิ้งค์ก็ไม่ได้ตลกค่ะเนที่ยืนอยู่ถึงกับทรุดตัวนั่งหลบหลังพิ้งค์เลย แสดงว่าหน้าผมโหดใช้ได้นะ

พี่วา ผมไปได้รึยังน้ำเสียงเรียบนิ่งดังออกมาจากปากแจน

ทะเลาะอะไรกัน ทำไมดึงพี่ไปเกี่ยวด้วยยยยผมอดที่จะบ่นออกมาไม่ได้

เปล่าเลยค่ะ พิ้งค์จะไปกล้าทะเลาะกับพี่แจนได้ไงพิ้งค์ตอบโดยที่มองตรงมาที่ผม ผมหันไปมองแจนที่นั่งอยู่อีกฝั่ง มันทอดสายตามองไปยังที่ใดสักที่.. ไกลๆ

จะประชดกันอีกนานไหม พี่บอกให้คุยกันดีๆไม่ใช่รึไงผมสังเกตอาการซึมกะทือจากไอ้แจนได้มาสักพักแล้ว

ให้เดาเรื่องเอง พิ้งค์น่าจะยังไม่คุยกับแจนเลย ส่วนมาสารภาพรักกับผมต่อหน้าแจนทำไมนี้ผมก็ไม่รู้ครับ

พิ้งค์... แจน...ผมเรียกชื่อเขาทั้งสองคนอีกครั้ง

ผมไม่ได้ประชดนะครับ พิ้งค์เขาชอบพี่ พี่ก็น่าจะรับคำสารภาพรักจากเขานะแจนตอบ มันยอมหันมามองหน้าผมกับพิ้งค์แล้ว

นั้นสิค่ะพี่วา ไว้เราจะได้ไปเที่ยวกันสองคู่เลยไงค่ะ พิ้งค์กับพี่วา พี่แจนกับ... เฟย์ผมขมวดคิ้ว

เฟย์ไหนผมหันไปถามแจน แต่แจนมันเอาแต่จ้องหน้าพิ้งค์ ผมเลยเตะขามันไปหนึ่งทีให้แม่งตอบผม

เฟย์... ปีหนึ่งครับอ้ออออออออ ผมว่าผมต่อเรื่องได้ล่ะนะ

มึงจีบเขาเหรอผมถามแจนต่อ มันไม่ตอบ เอาแต่มองหน้าผมอย่างเรียกร้องให้ผมช่วยมัน กูไม่ช่วยเว้ย มึงต้องเอาตัวรอดเอง

ไม่ได้ยินที่กูถามเหรอแจนแจนพ่นลมหายใจออกมายาวๆ

เปล่าครับและมันก็ตอบออกมา

ไม่ได้จีบกันต้องไปกินข้าวด้วยกัน ไปซื้อของด้วยกัน เดินควงกันด้วยเหรอผมน่าจะจุดระเบิดสำเร็จแล้วนะเพราะพิ้งค์รีบพูดแทรกออกมาเลย

ไปแค่สองคนที่ไหนล่ะ ไอ้เก่งก็ไป เฟย์เขาเป็นน้องสาวเพื่อนสนิทพี่ มันก็ต้องไปด้วยกันป่ะวะ

อ้อ เข้าทางพี่จะได้จีบง่ายๆสินะ

ไม่ใช่ล่ะพิ้งค์ หยุดประชดสักทีเหอะ

พิ้งค์ไปประชดพี่ตอนไหนไม่ทราบ

ที่ทำอยู่ไม่เรียกประชดรึไง พี่ก็ขอโทษแล้วไง พี่ไม่ได้ตั้งใจจะหลอกเรานะ

พี่แจนก็พูดได้ดิ พี่ไม่ได้เป็นคนโดนหลอกตั้งหลายเดือน แถมพี่ยังเอาแต่ตัวติดกับเฟย์อยู่ได้ พิ้งค์ควรแฮปปี้เหรอคะแจนเงียบ มันยกมือขึ้นเสยผมอย่างที่มักจะทำบ่อยๆตอนเครียด

แล้วที่พิ้งค์ชอบพี่วา พี่ควรแฮปปี้เหรอความเงียบเข้าครอบงำทุกสิ่งอย่างทันที พิ้งค์มองแจนด้วยสายตาตัดพ้อ ส่วนแจนก็มองพิ้งค์กลับด้วยสายตาแบบเดียวกัน ส่วนผมนี้มองซ้ายทีมองขวาทีครับ

มึงไปรู้ได้ไงว่าพิ้งค์ชอบกูผมถามออกไป

พิ้งค์บอกครับแจนตอบ ผมนี้หันขวับไปมองพิ้งค์เลย

แล้วไปบอกแจนว่าชอบพี่ทำไม

ก็พี่แจนยังชอบเฟย์ได้เลยอ่ะ พิ้งค์ก็ชอบพี่วาได้เหมือนกันเด็กหนอเด็ก...

ผมดีดเหม่งพิ้งค์และหันมาตบหัวไอ้แจนไปคนล่ะที

ประชดกันไปมามันสนุกเหรอผมพูดออกไป

แจนก็ประชดพิ้งค์ว่าชอบเฟย์ พิ้งค์ก็ประชดว่าชอบพี่ แล้วแบบนี้สุดท้ายมันจะจบด้วยดีได้ยังไงยังคงไม่มีใครพูดอะไรออกมาผมถึงได้พูดต่อ

สำหรับพี่แม่งโครตเสียเวลาอ่ะ ลดอีโก้ลง... ทั้งคู่เลย เรากำลังจะเสียเขาไปแล้วนะ รู้ตัวบ้างรึเปล่าผมโบกหัวไอ้แจนไปอีกหนึ่งที จะจีบสาวทั้งทีก็ต้องมาลำบากกูอีกกกก

ถ้าสุดท้ายแล้วแจนชอบเฟย์จริงๆ แล้วพี่ตอบตกลงคบกับพิ้งค์ มันจะโอเคจริงๆเหรอผมถาม แต่ไม่มีใครให้คำตอบสำหรับคำถามนั้น

พี่ขอเลยนะ พูดกันตรงๆ พูดกันด้วยหัวใจ บอกเขาไปเลยว่ารู้สึกยังไง อยากเสียเขาไปมากนักรึไง

พี่ถามไม่ได้ยินเหรอผมไม่ปล่อยให้ทุกคนฟังกันอย่างเดียวแล้ว เพราะผมถามซ้ำเข้าไปอีกรอบ

ได้ยินครับ/ค่ะผมตบบ่าแจนกับพิ้งค์เบาๆ คว้ากระเป๋ามาสะพายและมองทั้งสองคนอยู่แบบนั้น

อย่าให้มีอีกนะ

ปวดหัวตึบๆเลยเนี่ยยยยย

 

ผมกลับหอหลังจากเคลียร์ให้พิ้งค์กับแจนเสร็จ แม่โทรมาถามนิดหน่อยเพื่อที่จะได้รู้ว่าควรทำอาหารเลยไหม ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่ได้รีบเดินมากกว่าตอนแรกเท่าไหร่หรอกครับ กำลังคิดว่าจะแวะเซเว่นซื้อของไปตุนตอนทำงานด้วยเนี่ย

ผมละสายตาจากช็อกโกแลตสองยี่ห้อตรงหน้าเมื่อโทรศัพท์ดังขึ้นมา

ครับเอาไปทั้งคู่เลยล่ะกัน

อยู่ไหนอ่ะเสียงรีบเร่งปนเสียงหอบของปลายสายทำให้ผมขมวดคิ้ว

เซเว่นครับ มาหาไรกิน

อ้าว ผมนึกว่าคุณอยู่ห้องแล้ว

พี่ติณห์อยู่ไหนเนี่ยผมไม่ได้ออกมาพร้อมพี่ติณห์เพราะพี่ติณห์ต้องอยู่ทำงานต่อ แต่จะให้ผมอยู่ด้วยก็ไม่ไหวครับ พวกพี่เมฆเล่นล้อว่าความหล่อเป็นพิษซะยกใหญ่ แม้จะเคลียร์แล้วว่าพิ้งค์พูดไปเพื่อประชดแจนเฉยๆ แต่ทุกคนก็ยังแซวผมอยู่ดี ผมเลยเนียนแยกออกมาก่อน

อยู่หน้าห้องคุณ

เข้าไปก่อนก็ได้นะครับ แม่ผมอยู่ห้อง

คุณอยู่เซเว่นใช่ไหม หยุดอยู่ตรงนั้นก่อนนะ เดี๋ยวผมไปหาพูดจบพี่ติณห์ก็ตัดสายไปเลย ผมที่กำลังจะจ่ายตังเลยวนดูของอีกสักรอบเพื่อรอพี่ติณห์

รออยู่ไม่นานพี่ติณห์ก็มาถึงด้วยสภาพเหงื่อโชก

วิ่งมาทำไมเนี่ยผมถาม เลื่อนมือไปพัดๆให้พี่ติณห์ด้วย พี่ติณห์ทิ้งตัวลงนั่งข้างผม และแย่งแก้วเป๊ปซี่จากมือผมไปดูด

ไม่รู้ดินี้คำตอบใช่ไหมเนี่ย ผมเลิกคิ้วเข้าไปใหญ่ มองพี่ติณห์ที่ดูดน้ำอีกสักพักก่อนที่จะส่งคืนให้ผม

คุณจะกลับยัง

กลับสิครับ

ไปเลยไหมผมขมวดคิ้ว

นี้พี่รีบวิ่งมาหาผมเพื่อให้ผมรีบกลับหอเหรอพี่ติณห์ส่ายหัวไม่ได้ตอบอะไรเพิ่ม แค่ออกเดินไปก่อน

มีอะไรรึเปล่าครับผมเร่งความเร็วจนมายืนข้างพี่ติณห์ถึงได้ถามออกมา

ผมแค่อยากเจอคุณเมื่อเดินเข้ามาในซอย แสงไฟจากร้านค้าต่างๆก็เริ่มลดลงจนเหลือเพียงแค่ไฟริมถนนไม่กี่ดวง เดินเข้าไปอีกหน่อยก็จะถึงหอผม

ตอนพิ้งค์ขอคบกับคุณ ผมตกใจแทบแย่พี่ติณห์หยุดเดินและหันมาพูดกับผม

ผมเองยังตกใจเลยครับผมตอบติดเสียงหัวเราะ แต่พี่ติณห์ไม่ขำด้วย เขามองหน้าผมนิ่งๆ หัวคิ้วที่มุ่นลงทำให้ผมรู้ว่าพี่ติณห์กำลังคิดมากอะไรบางอย่างอยู่

ตั้งแต่รีบวิ่งมาหาผม รีบเดินแยกออกมาเพื่อที่จะได้คุยกับผมสองต่อสอง แล้วยังจะแววตานี้อีก

แต่พิ้งค์ก็แค่พูดประชดแจนนะครับผมพูดประโยคที่พี่ติณห์น่าจะรู้อยู่แล้วซ้ำอีกครั้ง

ผมรู้ ผมไม่ได้ติดใจอะไรกับพิ้งค์หรอก

“... ผมแค่เผลอคิดไปว่า ถ้าคุณตอบตกลงผมส่ายหัวทันทีที่พี่ติณห์พูดออกมา

ผมไม่เคยคิดอะไรกับเธอเลยครับ และผมชอบคนสองคนพร้อมกันไม่ได้ด้วยผมยักไหล่แบบชิลๆและออกเดินต่อ เดินต่อไปได้สักพักพี่ติณห์ก็หยุดเดินและคว้าแขนผมไว้ แสงไฟจากหลอดไฟดวงล่าสุดอยู่ไกลออกไป ผมเห็นพี่ติณห์เพียงแค่ลางๆเท่านั้น แต่ก็รู้ดีว่าเขากำลังมองตรงมาที่ผม ด้วยสายตาจริงจัง

ผม...รถyarisคันสีขาวของใครสักคนขับผ่านเราไป ทำให้ผมเห็นหน้าพี่ติณห์ชั่วขณะหนึ่ง พี่ติณห์ยังดูกังวลอยู่เลย ผมเลื่อนมือที่ไม่ได้ถูกพี่ติณห์รั้งไว้ วางแหมะลงเบาๆบนหัวของคนตรงหน้า พี่ติณห์หยุดนิ่งเหมือนไม่รู้จะทำยังไง แต่แค่ไม่ปัดมือผมออกก็เป็นบุญมากแล้วครับ

ผมลูบเลือนผมนั้นช้าๆ เส้นผมเล็กๆนุ่มลื่นผ่านมือผมไปเรื่อยๆ ผมรู้ครับว่าพี่ติณห์แก่กว่าผม ลูบหัวพี่เขาคงจะไม่ดีเท่าไหร่ แต่สำหรับผม ทุกครั้งที่พี่ติณห์ลูบหัวผมมันให้ความรู้สึกที่ดีมาก

ผมแค่อยากให้เขารู้สึกแบบนั้นบ้าง

ตอนพิ้งค์สารภาพรักกับคุณนะ หัวผมคิดวุ่นวายไปหมด ผมจะไปเอาอะไรมาสู้กับคนอื่นที่เขาชอบคุณว่ะ ทั้งๆที่อยู่ใกล้คุณที่สุด มีโอกาสก็มากกว่าคนอื่น ผมก็ยังทำตัวงี่เง่าใส่คุณบ่อยๆ ถ้าคุณเบื่อแล้วไปเลือกคนอื่นขึ้นมา ผมคงโทษใครไม่ได้... นอกจากตัวเองพี่ติณห์พูดออกมารัวๆทั้งๆที่ผมยังลูบหัวเขาอยู่

มันมึน งง ไม่เข้าใจ หัวก็ร้อนไปหมดพี่ติณห์พูดต่อ แสงไฟสลัวๆทำให้ผมเห็นว่าพี่ติณห์เบ้ปากนิดหน่อย

ผมหึงคุณแทบบ้า...ผมชะงักมือที่กำลังลูบหัวเขาไปเลย เหมือนร่างกายถูกpauseไว้ซะเฉยๆ

พี่ติณห์พูดว่าอะไรนะ

อะไรหึงๆนะ

พี่พูดว่าอะไรนะไร้ซึ่งการกลั่นกรองใดๆ ผมถามซ้ำออกไปทันที

ผมบอกว่าผมหึงคุณแล้วพี่ติณห์ดันตอบกลับมาด้วยไง ผมนิ่งไปเลย ปล่อยให้ประโยคนั้นดังสะท้อนไปมาอยู่ในหัว ก่อนที่พี่ติณห์จับมือผมลงจากหัวเขา

ที่คุณถามผมเมื่อวานเสียงของพี่ติณห์ดังชัดเจนในความคิดของผม ไม่มีเสียงของอะไรหรือสิ่งไหนที่จะขัดเสียงของพี่ติณห์ได้

เราเหมือนยืนอยู่ด้วยกันสองคนภายในห้องโล่งๆที่มีแค่เรา เสียงมันเลยเอาแต่สะท้อนไปมาไม่จบไม่สิ้นสักที

คำตอบของผมคือ... ตกลงพี่ติณห์พูดจนจบ ริมฝีปากของผมระบายยิ้มออกมาทันทีที่พี่ติณห์พูดจบ

พี่แน่ใจนะผมดูเป็นไอ้โง่ยังไงก็ไม่รู้แหะ

อื้อ

ห้ามเปลี่ยนใจนะ

อื้ออ

ห้ามถอนคำพูดด้วยพี่ติณห์ขำออกมา เขาเลื่อนมือมายีหัวผมบ้าง

ผมแน่ใจ ไม่เปลี่ยนใจ และไม่ถอนคำพูดด้วยเรายืนสบตากันผ่านความมืดนั้น ก่อนที่พี่ติณห์จะเป็นฝ่ายหลบสายตาผมก่อน เพราะมันมืดผมเลยไม่แน่ใจสักเท่าไหร่ว่าพี่ติณห์หน้าแดงรึเปล่า แต่จากท่าทางทำอะไรไม่ถูก เงอะๆงะๆของพี่ติณห์ก็ทำให้ผมรู้ว่าพี่เขาคงเขินอยู่ไม่น้อยเลยล่ะ

ผมเองก็เขินมากๆเหมือนกัน

แต่น้อยกว่าความดีใจนะ

พี่เป็นแฟนผมล่ะนะผมคว้ามือพี่ติณห์มาจับและออกเดินอีกครั้ง

พี่ติณห์ผสานมือเข้ากับมือผม บีบมันแน่นๆอีกครั้งและหันมาสบตากับผม

คุณก็เป็นแฟนผมเหมือนกัน

บางทีผมอาจจะต้องขอบคุณพิ้งค์กับแจน

ขอบคุณบรรยากาศ

ขอบคุณความหล่อของผมในวันนี้

ขอบคุณเซเว่น

ขอบคุณไอติม

ขอบคุณฟ้าที่ให้ผมใช้เวลาตั้ง3ปีกว่าจะมีวันนี้

ขอบคุณโชคชะตาที่ทำให้ผมได้มาเจอกับพี่ติณห์อีกครั้ง

ขอบคุณความรู้สึกดีๆที่ตรงกันของเรา

และขอบคุณ... พี่ติณห์ สำหรับความรู้สึกที่ล้ำค่า

ผมจะทำให้ดีที่สุด

ผมสัญญา







-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

แฮ่ เรามาอัพแล้ววว ช่วงนี้มันมึนๆยังไงไม่รู้เนอะ รู้สึกว่าแต่งตอนนี้ได้ดีมากกว่านี้แต่ไม่ว่าจะอ่านวนอีกกี่ครั้งก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรอยู่ดี เสียใจนิดหน่อยยย แต่ก็ไม่ถือว่าเลวร้ายใช่ไหม...
เรื่องอีเว้นท์คอมเม้นต์ยังเล่นอยู่นะะะ ตอนนี้ถ้าถึง200จริงๆคงแต่งเนื้อเรื่องการไปเดทนอกสถานที่ เพราะมีคนขอมาแค่คนเดียว 555 อยากอ่านตอนพิเศษยังไงก็บอกได้เลยนะคะ เดี๋ยวเราจะได้มาเลือกกันอีกทีเนอะ
เจอกันค่า
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 48 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

669 ความคิดเห็น

  1. #588 สีสัน~colourful (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 17 กันยายน 2560 / 13:53
    น่ารักกกกกกกกกก เขาคบกันแล้วๆ
    #588
    0
  2. #571 หมูจีน้อย (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2560 / 02:51
    โอยยยย แม่งเอ๊ยยยยย เขินชิบบบ
    #571
    0
  3. #192 Helena Kadian (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2559 / 17:24
    อ่านรอบที่ 4 แล้ว
    อยากอ่านต่อแล้ว><
    ถ้าไม่เกรงใจอยากให้อัพทุกชม.
    555555 ชอบมากจริงๆ><
    #192
    0
  4. #190 '$ CB. ชาน เลีย @' (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2559 / 08:38
    อ้ากกกกกก คบเเล้วๆๆ วาละมุนมากอะงื้อออออออ พี่ติณก็น่ารักกกกก
    #190
    0
  5. #189 mangpor43 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2559 / 00:46
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
    น่ารักอ่ะ น่ารัก กรี๊ดดดดดดดดดด
    ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
    #189
    0
  6. #188 Dark Mask (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2559 / 22:05
    กรีดร้องค่ะ กรี้ดดด น่ารักงะ มาต่อไวๆนะคะ 55555555
    #188
    0
  7. #187 1 0 1 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2559 / 21:49
    โอ๊ยยยผยยยยยวาโคตรหล่อเลยอ่ะค่ะ
    ทั้งคำพูดทั้งการกระทำ นึกว่าจะมีดราม่าซะอีก
    ไม่คิดว่าจะเป็นแบบนี้เลย เท่จริงๆ..
    เขาคบกันแล้วค่ะท่านผู้โช้มมม
    แถมแม่ฝ่ายหนึ่งก็อนุมัติแล้ว คึคึ
    สนุกมากๆเลยค่ะ~
    #187
    0
  8. #186 หงษ์ปีกราตรี (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2559 / 21:25
    เขาคบกันแล้ว~
    #186
    0
  9. #185 pookky4135 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2559 / 20:47
    รอตอนต่อไปนะคะ
    #185
    0
  10. #184 Helena Kadian (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2559 / 20:45
    ยิ้มมมมมมมมม
    หมายถึงเรากำลังยิ้มเขิน
    อย่าคิดลึกสิถึงจะอยาก55555
    #184
    0
  11. #183 noonpanchanok (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2559 / 20:12
    เย้ๆๆๆๆ เป็นแฟนกันแล้ววว 
    #183
    0