source head กว่าจะเป็นเฮดว้าก (end)

ตอนที่ 21 : boom!!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,069
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 54 ครั้ง
    20 เม.ย. 59

21

เสียงนาฬิกาปลุกยังคงเป็นสิ่งที่ปลุกผมในทุกเช้า แต่วันนี้แตกต่างขึ้นมาหน่อย เพราะเป็นวันสุดท้ายของเฟรชชี่เกมส์ อาจารย์ส่วนมากก็อยู่ในงานกันทั้งนั้น วันนี้มีประกวดกองเชียร์ ขบวนพาเหรด และแข่งบอลนัดชิงชนะเลิศด้วย ดังนั้นพวกผมเลยไม่จำเป็นต้องเข้าเรียน แต่ก็ใช่ว่าจะนอนโง่ๆบนเตียงได้ทั้งวัน แถมยังต้องตื่นเช้าพอๆกับวันไปเรียนปกติอีก เพราะเมื่อคืนหลิวไลน์มากำชับผมว่า

พรุ่งนี้เช้าๆ สัก7โมงก็ตื่นได้ล่ะ เฟรชชี่เกมส์3วันไม่โผล่หัวมาสักวัน วันนี้หายแล้วก็ช่วยมาเช้าๆด้วยค่ะ

จากเพื่อนเอง

ผมอ่านจบก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับไป เพียงแค่หยิบโทรศัพท์มาตั้งนาฬิกาปลุกเท่านั้น

ผมสะบัดหัวไล่ความงัวเงียและเดินไปอาบน้ำเป็นอย่างแรก

ผมเป็นพวกบ้ากิจกรรม ผมชอบอะไรก็ตามที่เรียกว่าเป็นactivityมาก อาจจะไม่เชื่อ แต่ก่อนที่จะเข้าสถาปัตย์นี้ผมเกือบเรียนนิเทศ สาขาภาพยนตร์ล่ะครับ เพราะชอบอะไรที่ไม่ได้มีแค่ห้องเรียนอย่างเดียว กีฬาสี วิชาการ หรือกีฬาจังหวัดตอนอยู่มัธยมผมก็ไม่เคยพลาดสักงาน พอมาอยู่มหาลัยกิจกรรมต่างๆก็เพิ่มมากขึ้น และผมก็พยายามจะไม่ให้พลาดสักงาน เพราะแบบนั้นแม้จะต้องตื่นเช้าขนาดไหน แต่ถ้าจะได้ออกไปทำอะไรใหม่ๆ ผมก็ยอมเสมอ

ผมใช้เวลาในการอาบน้ำแต่งตัวไม่ถึง15นาที หลังจากเดินวนๆว่าลืมอะไรรึเปล่าอยู่หน้าตู้เสื้อผ้าสักพัก ผมก็กระโดดไปนอนบนเตียง เพราะทุกอย่างมันเสร็จเร็วกว่าที่คาดนิดหน่อย ผมเลยพอมีเวลานอนเปื่อยๆบ้าง แต่หลังจากหยิบโทรศัพท์มากดดู ผมก็นึกถึงภารกิจหนึ่งขึ้นมาได้

ผมเด้งตัวออกจากเตียง เดินออกจากห้องไปที่ลิฟต์ และกดให้ลิฟต์ขึ้นไปที่ชั้น8

ติ๊งต่อง

ผมไม่แน่ใจว่ายื่นกดออดห้อง04มานานขนาดไหน แต่ก็เริ่มเกรงใจห้องข้างๆขึ้นมาแล้ว ถึงอย่างนั้นประตูห้อง04ก็ไม่มีวี่แววจะเปิดออกเลยจนผมต้องกดออดอีกครั้ง

ติ๊งต่อง

พี่หลับหรือตายเนี่ย

ผมไม่ได้คิดต่อเพราะประตูห้องถูกเปิดออก พร้อมเจ้าของห้องที่เพียงแค่เปิดประตูและก็เดินงัวเงียๆเข้าไปในห้องอีกรอบ ผมเดินเข้าไปในห้องจัดแจงปิดประตูและล็อคห้องให้เรียบร้อย ในขณะที่พี่ติณห์กำลังทิ้งตัวลงนอนบนเตียงอีกรอบ

ผมกดออดเรียกพี่จนห้องข้างๆจะออกมาด่าอยู่แล้วผมเดินไปทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงและบ่นออกไป

ใครให้คุณกดออดล่ะ แทนที่เปิดประตูเข้ามาเสียงพี่ติณห์อู้อี้นิดหน่อยเพราะพี่เขาคว่ำหน้าอยู่

ห้องพี่ล็อค ผมจะเปิดเข้ามาได้ไง

เอากุญแจไปไขดินี้ตื่นแล้วใช่ไหมเนี่ย ผมนั่งขัดสมาธิมองพี่ติณห์ที่โครตเปื่อย แต่เมื่อผมไม่ตอบอะไรออกมาพี่ติณห์ก็ยอมเงยหน้ามามองผม

ทำไมพี่ติณห์ถาม หน้ายังดูง่วงอยู่เลย

ผมจะไปเอากุญแจมาจากไหนล่ะ

กุญแจสำรองอยู่ในกล่องบนตู้เย็นอ่ะพี่ติณห์ลุกขึ้นมานั่งยีหัวแล้ว แต่ประโยคนั้นทำให้ผมเลิกคิ้ว

พี่จะให้ผมเหรอ

ไม่เอารึไงล่ะเจ้าตัวพูดจบก็ยกมือขึ้นมาบิดขี้เกียจ

พี่ตื่นแล้วใช่ไหมเนี่ย

คุณนี้แปลกมากเลยนะวา พอผมโหดใส่ก็ไม่ชอบ พออ่อนข้อให้ก็มาหวาดระแวงอยู่ได้

ผมไม่ได้หวาดระแวง แต่ผมแค่แปลกใจ

ผมไม่ได้ให้คุณฟรีๆผมเลิกคิ้ว

ให้เอามาแลกกันพี่ติณห์พูดต่อจนจบ ซึ่งผมก็ยกยิ้มออกมาเลย

โอเคหลังจากจบเรื่องกุญแจห้อง พี่ติณห์ก็ลุกขึ้นบิดขี้เกียจอีกรอบ

คุณรีบไหม ตรวจแบบให้หน่อยดิพูดจบก็ชี้ไปยังโต๊ะเขียนหนังสือ

ไม่รีบอ่ะ เดี๋ยวดูให้พี่ติณห์พยักหน้ารับและแยกไปอาบน้ำก่อน ผมจึงลุกขึ้นไปดูแบบให้อีกรอบตามที่พี่ติณห์ขอ

เรื่องของเรื่องคือพี่ติณห์มีตรวจแบบวันนี้ตอน9โมง แต่นาฬิกาปลุกที่ใช้ประจำมันพังไปแล้ว จริงๆพี่ติณห์ก็บอกให้เราแวะไปซื้อเมื่อวาน แต่ผมเดินจะเหนื่อยแล้วเลยตกลงว่านาฬิกาปลุกเอาไว้ก่อน เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมเป็นคนปลุกพี่เอง ซึ่งพี่ติณห์ก็โอเค

ผมพึ่งเคยเห็นคนที่ไม่ตั้งนาฬิกาปลุกในโทรศัพท์ แถมยังปิดเครื่องทุกคืน ผมก็รู้แหละว่าจริงๆแล้วมันดี แต่ผมก็ทำไม่ได้อยู่ดี พี่ติณห์ร่ายยาวให้ผมฟังว่าโทรศัพท์นะมันจะปล่อยรังสีออกมานะ ตอนเรานอนก็ควรปิดนั้นแหละถูกแล้ว และโทรศัพท์มันก็ควรจะได้มีเวลาพักผ่อนบ้าง เครื่องมันจะเร็วขึ้น จบท้ายด้วยบอกให้ผมซื้อนาฬิกาปลุกพร้อมๆเขาเลย ผมก็ไม่ขัดหรอกครับ อยากลองปิดเครื่องทุกคืนบ้างเหมือนกัน (มันจะได้ไม่ค่อยรวน) แต่วันนี้ยังไม่ได้ไปซื้อนาฬิกาปลุก ก็ใช้บริการโทรศัพท์ไปก่อนล่ะกัน

ดีป่ะผมยังตรวจแบบอยู่เลยตอนพี่ติณห์โผล่หน้าเข้ามาถาม กลิ่นแชมพูอ่อนๆและน้ำเย็นๆที่หยดลงบนบ่าผมทำให้ผมรู้ทันทีว่าพี่ติณห์พึ่งสระผมมา และสัญชาตญาณก็ทำให้ผมดันกระดาษแบบออกไปก่อน ถ้ามันเปียกขึ้นมานี้งานช้างเลยครับ

ก็โอเคนะผมตอบและหันไปหาพี่ติณห์ พี่ติณห์เช็ดผมลวกๆสองสามครั้งก่อนที่จะวางผ้าเช็ดผมลง ผมไม่เคยเห็นพี่ติณห์เช็ดผมจนแห้งเลยครับ นอกซะจากว่าผมเช็ดให้

ไม่น่าให้คุณปลุกเลยอ่ะ เหลืออีกตั้งนานผมหันไปมองนาฬิกาก่อนที่จะพบว่ามันยังไป8โมงเลยด้วยซ้ำ

ช่วยไม่ได้นี้ครับ ผมต้องตื่นเช้าอ่ะพี่ติณห์เดินออกจากห้องนอนไปยังตู้เย็นและมองหาของกินในนั้น

คุณจะไปกี่โมงพี่ติณห์หยิบแซนวิชแฮมทูน่ามาให้ผมชิ้นหนึ่ง ก่อนที่เจ้าตัวจะทิ้งตัวลงนั่งตรงหน้าผมและโยนผ้าเช็ดผมมาให้ผม

นี้เป็นหน้าที่ของผมแล้วใช่ไหมเนี่ย

น่าจะ8โมงกว่าๆนะผมถือแซนวิชด้วยมือขวาและเช็ดผมให้พี่ติณห์ด้วยมือซ้าย

พาเหรดเริ่มกี่โมงอ่ะ

น่าจะสายๆนะ แต่ไม่แน่ใจว่ากี่โมง

อยากดู ผมจะไปทันป่ะวะเพราะพี่ติณห์เหมือนพูดพึมพำกับตัวเองมากกว่าผมเลยไม่ได้ตอบอะไรกลับไป และพี่ติณห์ก็กำลังพิมพ์ถามพี่เมฆว่า ไปดูพาเหรดกันป่ะ

ผมไม่ได้ตั้งใจแอบมอง แต่นั่งซ้อนหลังพี่เขาแบบนี้แล้วมันเห็นเองนะสิ

เมฆถามว่าใช้อะไรเป็นเกณฑ์ปลดระเบียบเพราะรู้สึกผิดขึ้นมาผมเลยเลิกมองพี่ติณห์คุยกับพี่เมฆและหันมาสนใจเช็ดผมพร้อมกับกินแซนวิชไปด้วยแทน

“Top5ปีนี้พี่ติณห์หันมามองผมทันที

ไม่โหดไปหน่อยเหรอคุณ

ไม่หรอกครับ ปีพวกผมก็ได้Top5” เรื่องนี้พูดไปจนเรียนจบเลยอ่ะ ตอนรุ่น98ของพวกผม เฟรชชี่เกมส์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ได้ที่3นะขอบอก

มันคนล่ะรุ่นกัน คุณจะเอาตัวเองมาเป็นเกณฑ์ได้ไงพี่ติณห์บ่น

แต่ผมแน่ใจว่าถ้าพวกผมทำได้ 100ก็ทำได้พี่ติณห์พลิกตัวมานั่งเข้าหาผมแล้วครับ

ผมว่ายากไปว่ะ ปีคุณมันฟลุครึเปล่าก็ไม่รู้

โหยยยย นี้พี่ดูถูกทั้งปี98และ100เลยนะเนี่ย

ผมไม่ได้ดูถูก แต่กลัวน้องทำไม่ได้แล้วอดปลดระเบียบมากกว่า คุณไม่เห็นเหรอ ปีผมขอแค่ชนะกองเชียร์อย่างเดียวเองใช่ครับ ปีที่แล้วพี่ติณห์ยื่นข้อเสนอให้99ชนะอันดับ1กองเชียร์ก็จะได้ปลดระเบียบไป

แต่ผมเชื่อว่า100ทำได้พี่ติณห์หลิ่วตา

ผมว่าไม่

เรามาพนันกันไหมล่ะครับพี่ติณห์เลิกคิ้วใส่ผม

นี้คุณท้าผมเหรอผมพยักหน้ารับพร้อมรอยยิ้ม

ได้! ถ้าปีนี้รุ่น100ไม่ติดTop5 ผมจะสั่งให้คุณทำอะไรก็ได้นะ

แต่ถ้าติด ผมจะสั่งอะไรพี่ก็ได้นะครับตอนนี้แววตาที่ผมกับพี่ติณห์มองกันมีแต่แววตาที่กระหายความชนะ ผมว่าถ้ามีไฟลุกขึ้นมาแบบการ์ตูนญี่ปุ่นได้คงมีไปแล้ว

ดีล!

ดีล!

คำมั่นสัญญาตกลงรับคำพนันดังขึ้น และผมกับพี่ติณห์ก็ชกหมัดกันไปหนึ่งทีอย่างยืนยันอีกครั้ง

วันนี้พี่จะแวะไปดูไหมเรานั่งจ้องตาสู้กันสักพักก่อนที่ผมจะถามออกไป

ไปดิ ถ้าส่งงานเสร็จก็จะไปผมพยักหน้ารับ และโทรศัพท์ที่โยนอยู่ไม่ไกลก็แผดเสียงออกมา

ตื่นยังเสียงพีทดังออกมาหลังจากที่ผมกดรับ

ตื่นล่ะ เสร็จแล้วด้วย มึงอยู่ไหนเนี่ย

อยู่หน้ามอล่ะ มึงออกมาสนามเลย

เคผมตอบพีทและกดตัดสายไป

ผมไปก่อนนะพี่ติณห์ผมหยิบกระเป๋าสะพายขึ้นมาสะพายและหันไปบอกพี่ติณห์

อื้อเมื่อพี่ติณห์ตอบกลับมา ผมก็เดินออกจากห้องมาทันที แต่อยู่ๆก็คิดอะไรขึ้นมาได้เลยย้อนกลับเข้าไปหาพี่ติณห์

และชิงหอมแก้มขาวๆนั้นไปฟอดใหญ่

วา!!!

แน่นอนว่าผมไม่อยู่ให้พี่ติณห์ด่าอยู่แล้ว

 

ผมควรจะถึงสนามด้วยความรวดเร็วแลนั่งฟังไอ้พีทบ่น แต่ในขณะที่ผมกำลังเดินผ่านมหาลัย ผมก็เจอพวกเพื่อนๆต่างคณะบ้าง คณะเดียวกันบ้าง กำลังวุ่นวายกับการจัดขบวนพาเหรด และผมก็อดที่จะเข้าไปถามพวกมันไม่ได้ว่ามีอะไรให้ช่วยไหม

จากที่จะไปสนามก็กลายเป็นวิ่งไปวิ่งมาช่วยงานเพื่อนแทน รู้ตัวอีกทีตอนไอ้พีทโทรมาตามพร้อมบ่นยาวเหยียด พอกวาดสายตาดูอีกทีว่าไม่น่าจะมีอะไรและขบวนก็ใกล้เวลาเดินแล้ว ผมเลยขอแยกมาก่อน

ด้วยความที่ใกล้เวลาเดินพาเหรดเข้าทุกที สนามกีฬาจึงเต็มไปด้วยผู้คน ผมเบี่ยงตัวหลบไปมาเพื่อที่จะเดินไปให้ถึงแสตนสำหรับคนดูที่ไอ้พีทรออยู่ พวกเราไม่ได้อยู่ที่แสตนถาปัตย์เพราะถ้ามองจากแสตนคนดูจะเห็นชัดกว่านะครับ จะได้รอดูแปรอักษรของแสตนเราด้วย ถ้าพาเหรดจบค่อยเดินไปแสตนก็ยังไม่สาย

ไอ้ความที่เราตั้งใจจะดูแสตนถาปัตย์เป็นพิเศษ ฝั่งที่นั่งจึงเป็นแสตนคนดูริมสุด และกว่าผมจะผ่านฝูงคนมหาศาลไปได้ ก็เล่นเอาเหงื่อท่วมเลยครับ

ผมคว้าราวบันไดขึ้นแสตนได้ก็ดึงตัวเองขึ้นไป ร้อนนนนนนนน ก้าวขึ้นไปไม่กี่ก้าว ผมก็ชะงักเพราะหางตาดันหันไปเห็นอะไรแว่บๆเมื่อกี้ซะก่อน สุดท้ายก็ถอยหลังลงมาท่าเดิมและหันกลับไปมองทางนั้นชัดๆ

พี่ติณห์ที่ยืนมองผมอยู่ยังคงมองอยู่อย่างนั้น เรียวคิ้วเลิกขึ้นนิดหน่อยเมื่อผมเดินกลับไป ผมยิ้มกว้างออกมาและโบกมือรัวๆใส่ทันทีเมื่อมองไม่ผิดว่าเป็นพี่ติณห์ คงจะส่งงานเสร็จแล้วสินะ พี่ติณห์หันไปมองเพื่อนนิดหน่อย แต่ทุกคนยังวุ่นกับการคุยอะไรกันสักอย่างเลยไม่มีใครสนใจผมเลยสักนิดก่อนที่จะหันกลับมาและพยักพเยิดให้ผมขึ้นไปได้แล้ว แต่ผมก็ยังยืนยิ้มกว้าง โบกมือให้พี่ติณห์อยู่อย่างนั้น สุดท้ายพี่ติณห์ก็หลุดยิ้มออกมา พยักหน้าคืนมาให้ผมและอ้าปากพะงาบๆบอกผมว่า ไปได้แล้ว ผมถึงได้หยุดโบกมือรัวๆและเดินขึ้นแสตนมา

เป็นความสุขอย่างหนึ่งแหะ

 

หลังจากดูพาเหรดจบ พวกผมก็วิ่งไปวิ่งมาอยู่แถวนั้นแหละครับ ผมกับไอ้พีทตกลงจะไปหาอะไรกินหน้าสนาม แต่ไปๆมาๆผมก็มาโผล่อยู่แสตนวิศวะโดยมีไอ้กัน เพื่อนสนิทสมัยมัธยมกำลังถือไมค์พูดอยู่ ผมโครตสนิทกับมันเลยครับ ตอนรู้ว่าติดที่เดียวกันนี้โครตดีใจ แต่ติดกันคนล่ะคณะเลยกลายเป็นว่าถ้าไม่นัดกันจริงจังก็แทบจะไม่เจอกันเลย วันนี้เดินๆอยู่ดันเจอซะได้

ปี1! นี้ใครผมหันขวับไปมองไอ้กันที่กอดคอผมและถามออกไมค์ไปแบบนั้น น้องเขาจะรู้ไหมล่ะไอ้เวร

พี่วา!!!แต่น้องปี1คณะวิศวกรรมศาสตร์กลับตอนชื่อผมออกมาอย่างพร้อมเพรียง ผมเลิกคิ้วอย่างงงๆ ส่วนไอ้กันก็หันมายักคิ้วใส่ผมอย่างเหนือๆ

คณะอะไร!

สถาปัตย์!!คนจริงว่ะ ผมขำออกมาเมื่อน้องทุกคนรู้จักผมจริงๆ

พี่วาเขาอุตสาห์มาให้กำลังใจ ร้องเพลงดังๆได้ไหม!!!แล้วทำไมผมกลายเป็นเครื่องมือบิ้วน้องของมึงไปได้เนี่ยยย ผมศอกแขนใส่ไอ้กันนิดหน่อย มันขำและคืนไมค์ให้ปี2อีกคนที่ยืนอยู่แถวนั้น ไม่นานเพลงประจำคณะวิศวะก็ดังขึ้นมา และดังกระหึ่มมากๆจริงๆครับ

กูเบื่อความหล่อของมึงมากกันกอดคอและพูดใส่หูผม ก่อนที่จะพาผมเดินลงแสตนมา

กูก็เบื่อความชั่วของมึงเหมือนกันตอนแรกก็งงว่าดึงกูขึ้นไปบนแสตนทำไม ตอนนี้กูเก็ตล่ะ ไอ้เพื่อนเวรรร

นิดๆหน่อยๆนะมึง เป็นแรงบันดาลใจให้น้องคณะกู

ขอยืมมึงไปบิ้วน้องคณะกูหน่อยได้ไหมจริงๆผมยังได้ยินเสียงเพลงคณะเราดังแว่วๆมาอยู่เลยแม้แสตนจะอยู่ตรงข้ามกันก็ตาม

พอเลยห่า แค่แสตนกูก็เสียเปรียบมากพอล่ะไอ้กันบ่น ก่อนที่จะยัดผมให้นั่งลงหน้าจอมอนิเตอร์ เดี๋ยวๆมึงจะใช้งานอะไรกูอีก

วาาาา กูกำลังรอคอยมึงอยู่ไอ้จัมโบ้เพื่อนร่วมคณะของไอ้กันทักผมขึ้น

รอกูทำไมวะผมถามออกไป เห็นแววว่าจะถูกหลอกใช้งานอีกรอบ

กูคิดถึงมึงไม่ได้ไง๊มันว่างั้นและส่งแบบแปลอักษรให้ผม

มึงดูทีดิ้นั้นไงไอ้สัส แต่ด้วยความที่เพื่อนกันทั้งนั้นครับ ผมเลยรับแบบมาดูจอมิเตอร์ให้สักพัก ก่อนที่จะโดนไอ้พีทโผล่หัวเข้ามาและลากผมให้ออกไปหาอะไรกินเป็นเพื่อนมันสักที ตอนนี้ผม ไอ้กัน ไอ้จัมโบ้ และไอ้พีทเลยกำลังเดินคุยเรื่องต่างๆไปที่หน้าสนาม

ผมแวะไปแสตนนู้นทีแสตนนี้ทีจนเวลาผ่านไปและก็ถึงเวลาประกาศรางวัล ผมกับไอ้พีทจึงแยกกลับไปที่แสตนก่อน พวกปี2 3 และ4ของคณะสถาปัตย์กำลังยืนอยู่หน้าแสตน หรือก็คือในสนามเลยนั้นแหละ มักจะเป็นแบบนี้ทุกปีแหละครับ ยืนบนสนามมันเลย ชนะก็วิ่งไปเย้ยคณะอื่นที

รางวัลชนะเลิศลำดับที่5ได้แก่...พิธีกรซึ่งไม่แน่ใจว่าใคร เริ่มประกาศรายชื่อคณะที่ได้คะแนนสูงติดอันดับtop5โดยเริ่มจากที่5ก่อน

คณะเศรษฐศาสตร์!!เสียงเฮจากแสตนเศรษฐศาสตร์ด้านหน้าสุดดังมาถึงนี้ ส่วนพวกผมก็ตบมือและโห่ร้องแสดงความยินดีไปด้วย

ไอ้พาร์ทไม่ธรรมดานี้ว้าเห็นมันไปๆมาๆแสตนผมบ่อยๆแบบนี้ก็เหอะ

คณะมันจริงจังมากนะมึง ทำงานหนักพอๆกับเราอ่ะไอ้พีทหันมาบอกผม

รางวัลชนะเลิศลำดับที่4 ได้แก่...

คณะเกษตรศาสตร์!!!พวกคณะเกษตรนี้ไม่ค่อยติดใจผมเท่าไหร่ครับ แม่งติดtop5กันทุกปี อาจจะเพราะคณะมันสาขาวิชาเยอะอยู่และเด็กในคณะก็เป็นผู้ชายบึกบึนที่ออกแดดเป็นประจำด้วยล่ะมั้ง

รางวัลชนะเลิศลำดับที่3 ได้แก่...

คณะวิทยาศาสตร์!!!นี้ก็เป็นอีกหนึ่งคณะที่สาขาวิชาเยอะสุดๆ ยิ่งคนเยอะก็ยิ่งมีคนเก่งๆเยอะนั้นแหละครับ

กูว่าอดปลดระเบียบแล้วว่ะผมบอกไอ้พีท คณะเราไม่น่าจะหลุดโพลไปอยู่อันดับ1หรือ2ได้เลย มากสุดก็คืออันดับ3ของปี98ของพวกผมเอง

อย่าพึ่งดิว่ะ! เหลืออีกตั้ง2อันดับพีทตอบผม

จริงๆผมก็อยากปลดระเบียบให้น้องๆจะแย่ ปีหนึ่งต้องมาใส่กระโปรงยาวๆ เสื้อตัวใหญ่ๆ ทั้งๆที่พี่บางคนในคณะเดียวกันไม่ได้ใส่ชุดนิสิตมาเรียนด้วยซ้ำ มันดูไม่ค่อยยุติธรรมกับปีหนึ่งเท่าไหร่

รางวัลชนะเลิศลำดับ2...” พิธีกรเริ่มประกาศช้าลงแล้ว อาจจะเพราะใกล้รางวัลใหญ่เข้าไปทุกที

ได้แก่...

ได้แก่....

ไอ้เหี้ย กูไม่อยากรู้ล่ะ!ผมระเบิดเสียงขำออกมาเมื่อไอ้พีทตะโกนออกไปแบบนั้น แต่ก็จริงครับ ถ้าจะรอนานขนาดนี้กูไม่อยากรู้ก็ได้

คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์

เฮ้ย!!! ทุกคนบริเวณนั้นพร้อมใจกันกระโดดกอดคอกันและโห่ร้องอย่างดีใจ รวมผมด้วย สรุปปีนี้คณะเราได้ที่2เฉยเลยว่ะ! ปีหนึ่งบนแสตนพร้อมใจกันแปลอักษรเป็นคำว่า ขอบคุณ ก่อนที่ทั้งแสตนจะพูดออกกันออกมาอีกครั้งว่า ขอบคุณค่ะ/ครับ ผมถึงกับผิวปากออกมาเลย มันแสดงออกได้เลยว่าน้องๆเตรียมการกันมาดีจริงๆ ก่อนที่ผมจะตบมือให้ปีหนึ่งและเพื่อนคนอื่นๆก็เริ่มตบตาม จนกลายเป็นเสียงตบมืออันดังกึกก้อง

รางวัลชนะเลิศอันดับ1...” พวกผมยอมเงียบเสียงเมื่อพิธีกรประกาศอันดับต่อไป จริงๆผมคิดว่ามีอยู่คณะเดียวแล้วล่ะ มันยังไม่ได้รางวัลอยู่คณะเดียวก็น่าจะเป็นตัวเต็งตำแหน่งนี้ตามเคย

ได้แก่...

คณะวิศวกรรมศาสตร์!!!

นั้นไง! ผมโห่ร้องแสดงความยินดีกับฝั่งนั้น หลังจากเฮฮาเสียงดังกันสักพัก ก็เข้าสู่พิธีการปิดเฟรชชี่เกมส์ น้องๆบนแสตนวิ่งกรูกันลงมาจนเต็มสนาม จัดการยืนเป็นวงกลมและไขว้แขนกัน เพื่อที่จะร่วมร้องเพลง สามัคคีชุมนุม ด้วยกันเป็นครั้งสุดท้าย ผมถูกดันมายืนข้างพี่ติณห์เมื่อไหร่ไม่รู้ พี่ติณห์คว้ามือผมไปจับและฟังพิธีกรที่กำลังจะเริ่มร้องเพลงไปด้วย พอเห็นหน้าพี่ติณห์ผมก็นึกอะไรขึ้นมาได้ จนอดจะโน้มตัวไปกระซิบข้างหูคนข้างๆไม่ได้

อย่าลืมพนันนะครับพี่ติณห์หันกลับมาที่ผม ปลายจมูกเราเกือบจะชนกันอยู่แล้วด้วยซ้ำ แต่ในขณะที่ทุกคนยังชุลมุนกันอยู่อย่างนี้ คงไม่มีใครสนใจผมกับพี่ติณห์หรอก

รู้แล้วนาพี่ติณห์ตอบ ถึงแม้จะแพ้พนันแต่ใบหน้าของพี่ติณห์ก็ยังมีรอยยิ้มประดับอยู่ ผมเผลอมองรอยยิ้มนั้นสักพักก่อนที่เสียงเริ่มเพลงจะทำให้ผมหันหลับมาร้องเพลงอีกครั้ง

ไชโย!

ไชโย!!

ไชโย!!!

เสียงไชโยสามครั้งเหมือนเป็นซิกเนเจอร์ของเพลงสามัคคีชุมนุม หลังร้องเพลงจบพวกผมก็ตีมือกันอย่างภูมิใจที่งานนี้จบลงด้วยดี ผมหันไปตีมือไอ้พีทที่ยืนอยู่ข้างๆ ยังไม่ทันจะให้ไปตีมือเพื่อนอีกคน ก็โดนคว้าแขนไว้ซะก่อน

ทำได้จริงๆด้วยนะผมพูดออกไปเมื่อเห็นเจ้าของฝ่ามือนั้นคือพิ้งค์ พิ้งค์ยิ้มกว้างคืนมาให้ผมก่อนที่จะออกแรงดึงให้ผมเดินตาม ผมเดินตามพิ้งค์ไปอย่างงงๆ รู้ตัวอีกทีก็ขึ้นมายืนบนแสตน แถมยังตรงกลางเรียบร้อยแล้ว ผมกวาดสายตามองปีหนึ่งที่ยืนล้อมรอบเป็นวงกลมอย่างมึนๆ แต่เดี๋ยวนะ... ไอ้ยืนล้อมเป็นวงกลมแบบนี้...

บูมคณะพร้อม!!!!!!เสียงใสๆที่ดังกังวานของพิ้งค์ดังขึ้นมา

สาม!!!!!! สี่!!!!!!!เพียงเท่านั้นเสียงบูมคณะก็ดังขึ้นมา

หูผมอื้ออึงไปชั่วขณะเมื่อมายืนอยู่ตรงกลางท่ามกลางเสียงบูมคณะที่ดังกึกก้องขนาดนี้ แต่มากกว่าอะไรคงเป็นความช็อคที่อยู่ๆก็โดนฉุดมาให้น้องบูมซะงั้น ผมกวาดสายตามองน้องที่ตั้งใจบูมให้ผม เพียงเท่านั้นก็รู้สึกขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมาแล้ว

ผมเกลียดความน้ำตาตื้นของตัวเองที่สุด

ผมพยายามกลั้นน้ำตาไว้แต่ถ้าน้องเงยหน้าขึ้นมาเมื่อไหร่ก็คงจะเห็นว่าผมใกล้ร้องไห้เต็มทน ในขณะที่ยังยืนเอ๋อไม่รู้จะทำยังไงกับตัวเองดี เสียงบูมคณะก็จบลง โดยที่ผมยังยืนมึนๆอยู่ตรงนั้น ผมคงจะยืนเด๋ออยู่ตรงนั้นอีกสักพักใหญ่ๆหรือไม่ก็ปล่อยโฮออกมาให้รู้แล้วรู้รอด ถ้าไม่ได้ฝ่ามืออุ่นๆที่แสนคุ้นเคยของพี่ติณห์คว้ามือผมไว้

หลบหน่อยๆพี่ติณห์จูงมือผมออกมาจากวงล้อมออกปีหนึ่ง ผมพึ่งรู้ตัวว่าพวกพี่ๆและเพื่อนๆกำลังกู่ร้องให้ปีหนึ่งกันยกใหญ่ เอาจริงผมเองก็ควรพูดอะไรออกมาบ้างนะ แต่ถ้าให้ผมพูดอะไรตอนนี้

น้ำตาจะไหลออกมาก่อนนะสิ

 

"ไม่เอา ไม่ว้ากน้องแล้ว" ผมพูดประโยคนี้รอบที่สิบในขณะฟุบหน้าลงกับโต๊ะ เพราะไม่อยากฟังเสียงใครพูดอะไรอีกแล้ว

เอาน่าวา อีกแค่ไม่กี่ครั้งแล้วเสียงหลิวดังขึ้นมาพร้อมกับฝ่ามือที่เขย่าตัวผมอย่างแรง

ไม่เอาาาา อีกกี่ครั้งก็ไม่ว้ากแล้ว ไม่เอาแล้ววววในขณะที่ผมกำลังบ่นอยู่นี้ เสียงขำของพวกพี่ปี4และพวกพี่ว้ากกวนตีนอีกหลายๆคนก็ดังขัดขึ้นมา

มันค่อนข้างจะเป็นสถานการณ์น่าปวดหัวเหมือนกันนะ ผมบ่นไม่ยอมว้ากน้อง หลิวกับพวกสาวๆกล่อมให้ผมยอมว้ากน้องอีกครั้ง ส่วนพวกผู้ชายที่เหลือก็นั่งขำผมอีกที

จะให้ผมว้ากน้องได้ไง ดูที่น้องทำให้ผมดิ เป็นพวกมันจะว้ากน้องได้อีกรึเปล่าเหอะ!

ผมพึ่งหยุดร้องไห้เมื่อไม่นานมานี้ จริงๆผมมันสายเซนซิทีฟและบ่อน้ำตาตื้นมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ตอนรับรุ่นปี1ผมก็ร้องไห้ครับ ดังนั้นภาพผมร้องไห้เลยไม่ค่อยแปลกใหม่อะไรสำหรับเพื่อนในรุ่น ถึงแม้พวกพี่ปี4จะยังไม่เคยเห็น แต่ก็มีแค่คนกันเองทั้งนั้นครับ ผมเลยปล่อยโฮออกมาเต็มที่ แถมมีเพื่อนร่วมร้องด้วยกันอีกตั้งหลายคน นับๆดูก็เป็นสิบๆคนเลยทั้งหญิงและชาย

อีกแค่สองครั้งเอง แกจะไม่ว้ากน้องจริงเหรอเพลงถาม น้ำเสียงเธอยังสั่นๆอยู่เลยครับ

ไม่เอาแล้วผมพูดประโยคเดิมอีกครั้ง

ไม่ได้! ยังไงวาก็ต้องขึ้นว้ากน้อง แกก็รู้ไม่ใช่เหรอว่าปลดระเบียบต้องมาจากปากเฮดว้ากเท่านั้นหลิวพูดออกมา

ลุกขึ้นเดี๋ยวนี้วรมินทร์!!พูดจบเธอก็ฉุดแขนผมให้เลิกฟุบหน้ากับโต๊ะ

จะให้ว้ากทั้งตาแดงๆเหรอหลิวหรี่ตาอย่างใช้ความคิด

ปาย! ขอน้ำแข็งหน่อยดิ

แค่น้ำแข็งไม่พอหรอกผมโพล่งออกไป สาบานได้ว่าตาต้องแดงและบวมมากแน่ๆ

เดี๋ยวแต่งหน้ากลบเอาล่ะกันหลิวเหมือนพูดสรุปกับตัวเองก่อนจะยื่นถุงน้ำแข็งให้ผม เมื่อไม่สามารถปฏิเสธได้แล้ว ผมเลยทิ้งตัวลงนอนยาวกับเก้าอี้และวางถุงน้ำแข็งไว้บนตา

เหลือขึ้นอีกแค่ไม่กี่ครั้งเอง ถ้าทำได้เดี๋ยวเลี้ยงพิซซ่าเลยเสียงที่ผมแน่ใจมากๆว่าเป็นเสียงพี่ติณห์พูดขึ้นมา เขาเลื่อนมือมาลูบหัวผมนิดหน่อยก่อนที่จะหยุดไปซะดื้อๆแบบนั้น

แต่ประโยคนั้นก็ทำให้ผมพยักหน้ารัวๆกลับไป เมื่อวานหลังจากกินขนมนมเนยจนอิ่มแปล้ ผมก็บ่นอยากกินพิซซ่าขึ้นมา แต่เพราะไม่สามารถกินอะไรลงไปได้อีกแล้วเลยต้องยกเลิกความคิดที่จะโทรสั่งพิซซ่าไป การที่พี่ติณห์เสนอว่าจะเลี้ยงพิซซ่าแสดงว่าพี่เขายังจำที่ผมพูดได้นะสิ

“...เดี๋ยวว่านเลี้ยงทุกคนเลย ใช่ไหมมึง!อยู่ๆพี่ติณห์ก็พูดต่อออกมาแบบนั้น ผมไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกันเพราะไม่สามารถลืมตาขึ้นไปดูได้ แต่ทุกคนก็เฮออกมา ยกเว้นแต่พี่ว่านที่ถูกเอ่ยถึงนั้นแหละ

เลี้ยงอะไรของมึงไอ้ติณห์!พี่ว่านโวยออกมา

หารสี่ไงมึงพี่ติณห์รีบตอบกลับไป

สี่เหี้ยไร อย่ามาวุ่นกับกู!

กูอุตสาห์นั่งเงียบๆแล้วนะ!!น่าจะเป็นเสียงของพี่เมฆและพี่อิฐที่โวยวายขึ้นมา ให้ทายว่าพี่ติณห์คงโดนเพื่อนรุมตบกบาลอยู่ตอนนี้

ว่าแต่พี่จะเฉลยพี่เนียนเมื่อไหร่อ่ะไอ้แจนถามขึ้นมา

ตอนรับรุ่นแหละพีทตอบกลับ

นี้ผมต้องใช้เซ้นส์ด้านประสาทการรับเสียงสุดฤทธิ์

โหยยย วันนี้เลยไม่ได้เหรอแจนพูดต่อ

ทำไมต้องรีบวะน่าจะเป็นพีทนั้นแหละ

ไม่อยากหลอกน้องแล้วอ่ะเสียงแจนดูหงอลงไปเลย

นี้แหละเวรกรรมของการเป็นพี่เนียน กูบอกแล้วมันไม่สนุกพีทบ่นกลับไป ปีที่แล้วตอนผมเป็นพี่เนียนกับพีทนี้รับแรงกดดันมากเพราะต้องทำตัวเนียนๆอยู่ตั้งหลายเดือนครับ จำได้เลยตอนเฉลยพี่เนียนไอ้แจนงอนไม่คุยกับผมตั้งนานสองนานกว่ามันจะยอมหาย

อีกแปบเดียวเองแจน ทนหน่อยนะผมคาดว่าจะเป็นเสียงของปายนะ

ครับแจนรับคำอย่างหงอๆอีกครั้ง

นัดน้องไว้กี่โมงอ่ะผมอ้าปากถามออกไปบ้าง

“4โมง

ตอนนี้กี่โมงล่ะ

อีก20นาที 4โมง

 

ผมกำลังถูกเพลงปาดอะไรสักอย่างใส่ใต้ตา ซึ่งเธอพราวทูพรีเซนต์มากว่ายี่ห้อนี้ดีมาก ปาดปุ๊บเนียนปั๊บ ผมก็เออๆออๆไปครับ อะไรก็ได้อ่ะ เพราะตามันบวมมากเลยต้องปาดไอ้พวกนี้กลบหน่อยครับ หวังว่าสกิลการแต่งหน้าของเพลงจะดีอย่างที่พูดจริงๆ

พอแต่งเสร็จ ผมก็ชะงักกับหน้าตัวเองในกระจกไปเลย เพราะดูเฟรชเหมือนพึ่งออกมาจากคลินิกเสริมความงาม อานุภาพของเครื่องสำอางนี้มันน่ากลัวจริงๆนะครับ

ผมนั่งคิดบทพูดกับน้องไปเรื่อยๆขณะที่น้องยังไม่มาเข้าเชียร์ ทุกคนเริ่มประจำที่ของตัวเองกันยกใหญ่ นอกจากครั้งนี้ก็เหลือข้อตกลงอีกเรื่องคือมอบรุ่น ซึ่งเรื่องที่ผมจะตกลงกับน้องคือต้องทำให้พี่ติณห์บ่นผมอีกรอบแน่ๆ เพราะการเสนอข้อตกลงครั้งนี้ควรเป็นอะไรที่ทำได้ง่ายๆแล้วครับ แต่ผมก็ยังเสนอยากอีก

เอาน่าาา ผมเชื่อว่าปี1ทำได้แหละ

หลังจากคิดถึงชื่อคนๆนั้น พี่ติณห์กับเพื่อนก็กำลังจะเดินออกไปจากห้องพอดี เขาหันมามองผม ซึ่งผมที่มองพี่ติณห์อยู่แล้วก็เลิกคิ้วเป็นเชิงถาม พี่ติณห์ระบายยิ้มให้ผมนิดหน่อยก่อนที่จะพูดออกมา

มีใครอยากกินอะไรไหม เดี๋ยวพี่จะออกไปซื้อพิซซ่าเสียงเฮจากปี3ดังขึ้นมาทันที ก่อนจะตามด้วยเสียงเมนูอาหารมากมายที่ผมไม่ได้พูดอะไรออกไป ผมหยุดสายตาที่พี่ติณห์ มองพี่ติณห์ยืนจดเมนูอาหารอย่างวุ่นวายและก็อดยิ้มออกมาไม่ได้

ผมคงต้องขอบคุณพี่ติณห์อีกสักครั้งแล้วล่ะ

 

เวลาแห่งการว้ากน้องมาถึง

ผมยืนไขว้หลังตามระเบียบพักอยู่หน้าห้องอย่างทุกที เวลาในการหาที่นั่งของปีหนึ่งลดน้อยลงเรื่อยๆและครั้งนี้ก็เข้ามาหาที่นั่งได้ภายในเวลาไม่ถึง1นาที ผมลอบยิ้มในใจอย่างพอใจ แต่ก็ทำได้แค่ในใจไงครับ ต้องดึงหน้านิ่งตลอดอยู่แล้วตำแหน่งผมอ่ะ ผมกวาดสายตามองปีหนึ่งที่นั่งกันอย่างเป็นระเบียบและพร้อมเพรียงถึงได้อ้าปากพูดออกมา

นี้คงใกล้ครั้งสุดท้ายเข้าไปทุกที ที่เราจะได้เข้าห้องเชียร์แบบนี้นะครับผมเริ่มพูดด้วยเสียงดังฟังชัด เอาจริงก็ไม่อยากว้ากน้องเลยหลังจากโดนน้องบูมมา แต่ตำแหน่งเฮดว้ากที่ค้ำคออยู่เนี่ย ทำให้ผมต้องตั้งสติและรับผิดชอบต่อหน้าที่แต่โดยดี

วันนี้พวกคุณทำได้ดีมาก ผมขอชื่นชมผมตบมือ ทำให้พี่ว้ากที่ยืนอยู่รอบๆตบมือขึ้นมาด้วย ปี1ยิ้มกว้างรับเสียงตบมือนั้นทันที

แม้จะร้องเพลงเบากว่าคณะวิศวะฝั่งตรงข้าม ใช้งบประมาณเกินไปเยอะมาก แถมแข่งบอลก็ยังไม่ได้ที่1 รวมถึงเกือบมีเรื่องทะเลาะวิวาทกันในรุ่น แต่ก็ถือว่าทำได้ดีปีหนึ่งหน้าเจื่อนลงไปเลยเมื่อผมพูดต่อ เรื่องพวกนี้ผมล้วนได้มาจากพวกพี่เนียนที่มาเล่าให้ฟังทั้งนั้น หรือจากประสบการณ์นั่งแสตนวิศวะมานั้นเอง

เรื่องทะเลาะวิวาทที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นอีก ก็เกือบจะเกิดขึ้นซ้ำสอง ผมควรทำยังไงดีผมรู้มาจากไอ้แจนครับว่าสาขาเราเกือบไปต่อยกับสาขาภูมิสถาปัตย์แล้ว ถึงแม้คนเริ่มจะคือฝั่งนั้น แต่พิ้งค์เองก็ด่าเขากลับอย่างเจ็บแสบและไม่กลัวใคร แม้สุดท้ายจะเคลียร์กันได้ด้วยดีแล้วก็ตาม

หรือผมจะยกเลิกข้อตกลงเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อเรื่องนี้ดีปีหนึ่งก้มหัวงุด ผมคาดว่าแทนไทคงตะขิดตะขวงใจและอย่างโพล่งออกมาให้รู้รอดรู้รอดถ้าผมเอาเรื่องนี้มาตัดสิทธิ์ปลดระเบียบของพวกปีหนึ่งจริงๆ ผมก็ไม่ได้คิดจะทำแบบนั้นหรอกครับ แค่พูดข่มไปอย่างนั้นเอง

แต่ข้อตกลงก็คือข้อตกลงปีหนึ่งเงยหน้าขึ้นมามองผมอย่างมีความหวังอีกครั้ง เห็นแบบนั้นผมเลยเว้นระยะนานหน่อย กวาดสายตามองหน้าน้องทุกคนที่ดูอิดโรยกว่าที่เคยเป็นไปด้วย

ผมขอสั่ง...ทุกคนแทบจะหยุดหายใจที่ผมไม่พูดสักที บางทีจบงานนี้ผมอาจจะโดนไอ้พีทด่าเพราะทำตัวเหมือนพิธีกรประกาศรางวัลไปได้ แต่พอให้ผมพูดจริงๆ จะให้พูดรัวๆไปเลยมันก็เขินๆแหะเลยต้องเว้นระยะสักหน่อย

ปลดระเบียบครับสิ้นคำนั้นของผม ปีหนึ่งก็เฮลั่น ตบมือ เป่าปากกันยกใหญ่ ผมปล่อยให้ปีหนึ่งดีใจกันสักพัก แต่เวลาแห่งความสุขมักจะหมดไปเร็วเสมอ

สำหรับเรื่องรับรุ่นปีหนึ่งหุบปากฉับและตั้งใจฟังผมต่อทันที

อีกไม่นานจะมีการสอบมิดเทอม ผมก็ขอใช้เรื่องนี้เป็นเดิมพันใหม่ของพวกเราเลยล่ะกันปีหนึ่งกลับมาหน้าเคร่งเครียดอีกครั้ง

โปรเจคบ้านของมิดเทอมนี้ ผมขอยื่นข้อเสนอให้ปีหนึ่งทุกคนทั้ง45คน ผ่านไปได้ ด้วยคะแนน... ไม่ต่ำกว่าC” เสียงห๊ะดังขึ้นมาทันทีหลังจากผมพูดจบ ผมรู้ว่าค่อนข้างยากเลยแหละครับ เพราะปีหนึ่งยังไม่คุ้นชินกับการตีเกรดแบบโปรเจคและตอนผมปีหนึ่งผมก็ภาวนาให้ตัวเองไม่ติดFเท่านั้น อยู่ๆมาขอให้ปีหนึ่งกว่าครึ่งร้อยได้ไม่น้อยกว่าC มันก็มีแค่A+ A- A B+ B- B C+ C- C ไม่ใช่เหรอ

แต่ไม่ต้องคิดมากนะครับ ทำไม่ได้ก็แค่ไม่ได้รุ่นเท่านั้นเอง

นั้นแหละควรคิดมากโว้ย!

ผมแน่ใจว่าสายตาปีหนึ่งกำลังบอกผมแบบนี้

ทุกคน! พิซซ่ามาล่ะนะเสียงพี่อิฐพร้อมกับเจ้าตัวที่เปิดประตูเข้ามา ทำให้พวกผมเลิกประชุมเชียร์กันแค่นั้น และปีหนึ่งก็เฮโลรุมพิซซ่าทันที

พวกเราทำได้อยู่แล้วค่ะ!ผมที่ทอดมองน้องๆรุมกล่องพิซซ่าหันมามองพิ้งค์ที่พูดประโยคนั้น และเหยียดยิ้มออกมาบางๆ

ผมจะรอดูพิ้งค์ยิ้มรับและแยกออกไปเอาพิซซ่าด้วยเหมือนกัน ตรงนั้นจึงเหลือแค่ผมที่ยืนอยู่ ยืนคิดอะไรอยู่ได้ไม่นานพี่ติณห์ก็แทรกผู้คนเดินมาหาผมพร้อมพิซซ่าในมือสองชิ้น

มัวแต่ยืนอยู่นั้น เดี๋ยวก็อดกินหรอกพี่ติณห์บอกและยื่นพิซซ่าชิ้นนั้นให้ผม ผมรับมา แต่รับด้วยการเลื่อนปากลงไปงับนะ ซึ่งมันก็ไม่ต่างจากการที่พี่ติณห์ป้อนผมสักนิด

เล็กๆน้อยๆก็เอาเนอะพี่ติณห์บ่นพึมพำ แต่พอเห็นใบหูเริ่มขึ้นสีขึ้นมาก็ทำให้ผมยิ้มออก

และพี่ไม่ชอบเหรอครับผมกระซิบถามกลับไป พี่ติณห์ถอยหลังหลบผมไปนิดหน่อย ก่อนที่จะหันกลับมามองผมพร้อมส่ายหัวน้อยๆ

ไม่รู้ดิ...พี่ติณห์ตอบโดยที่ผมยังจ้องตาเขาอยู่ ตั้งใจใช้แววตาเป็นประกายและออดอ้อนที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถ้าผมมองแม่แบบนี้ ขออะไรได้หมดเลยนะ! ไม่รู้จะใช้ได้ผลกับพี่ติณห์รึเปล่า

ชอบมั้ง

ดูเหมือนจะได้ผลแหะ







-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ช่วงนี้ขยันอ่ะ อัพก่อนเลยล่ะกัน อาจจะเพราะเมื่อวานฝนตกค่าาา เกือบไหม้แล้วอ่ะดีนะฝนตกก่อน แต่ฝนตกมาทีเดียวเล่นเอาไวไฟพังไปเลยพึ่งเล่นได้เมื่อกี้เอง เลยมีเวลานั่งแต่งนิยาย โดยปกติแล้วเราจะอัพบทต่อบท คือแต่งจบปุ๊บก็อัพเลย แต่ตอนนี้ลงตอนที่21ใช่ป่ะ แต่แต่งจบ22แล้วอ่ะ ขึ้น23ไป6หน้าแล้วด้วย ถือว่าเป็นประวัติการณ์ของเราเลย 5555 ช่วงวันที่25-27เราจะไปเสม็ดด้วยยย คงจะไม่ได้อัพ อาศัยอัพเผื่อไปก่อนเลยเนอะ
อีกเรื่องคือ เรื่องรวมเล่ม ไม่รู้มีใครสนใจรึเปล่าถ้าเราจะทำ เลยอยากไหว้วานให้ช่วยทิ้งเม้นต์ไว้หน่อยนะคะ ขอร้องจริงๆ ถ้าผลตอบรับดีเราก็จะทำนะ แต่ถ้าไม่ดีก็คงอดไป (ฮืออออออ) 

ขอสารภาพบาปว่าแนบลิ้งค์ไม่เป็นอ่ะ 555 โลเทคโนโลยีมากชีวิต ขอเปลี่ยนเป็นถ้าใครสนใจให้ทำเล่ม ทิ้งคอมเม้นต์เอาไว้ได้เลยค่ะ อย่าลืมเม้นต์นะ~~

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 54 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

669 ความคิดเห็น

  1. #624 Mercimiew (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2561 / 09:20
    นี่หว่า เขียนแบบนี้ค่ะ ชอบเรื่องนี่นะคะ แต่เขียนผิดหลายจุดเลยค่ะ ทำให้เสียอรรถรสในการอ่านไป ถ้าคนเขียนได้กลับมาอ่าน อยากให้แก้ไขนะคะ เพราะเนื้อเรื่องดีจริงๆ
    #624
    0
  2. #566 หมูจีน้อย (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 23:28
    โอยยยย แค่นี้ก็เอานะคนเรา
    ไม่สงสารคนอ่านเลยว่าจะเขินขนาดไหน
    #566
    0
  3. #112 rinnarinrin (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 21 เมษายน 2559 / 19:44
    น้องวาคือแบบตอดเล็กตอดน้อยมาก พี่ติณห์แกโดนตอดจนสึกหมดแล้วมั้ง555555

    #112
    0
  4. #110 B Specail YKR (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 21 เมษายน 2559 / 01:34
    ขอเม้นรวมทีเดียวนะคะ พูดเรื่องพีคๆก่อนคือเริ่องปีหนึ่ง พี่วาโคตรสุดยอด แต่เรื่องพีทที่โมเดลหลุดเป็นเราโกธรชิบหาย เกียรตินิยมตั้งใจมากี่ปีถ้ามาหลุดเพราะเพื่อน แล้วซึนๆอีกนี่โกธรตาย แต่น้องวาตั้ลล้ากกก พี่ตินตินคือดีงามในสามโลก ชอบความสัมพันแบบนี้มาก รออยู่น้าาาา
    #110
    0
  5. #109 noonpanchanok (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 21 เมษายน 2559 / 01:22
    วากับตินน่ารักมากเลย 
    #109
    0
  6. #107 Fernthan (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 เมษายน 2559 / 22:24
    รอค่าาา
    #107
    0
  7. #106 YunimYujin (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 เมษายน 2559 / 21:50
    สนค่าาาา
    #106
    0
  8. #105 Engexol (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 เมษายน 2559 / 20:23
    #วาติณห์ ????
    #105
    0
  9. #104 Helena Kadian (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 เมษายน 2559 / 19:53
    รักไรท์นะกัฟฟฟ
    พี่ติณอย่าเคะ ขอร้องงง
    อยากได้พี่ติณเป็นสามีอีกคนจริงๆ
    55555
    ถ้าเป็นติณวา และราคา พอไหวซื้อคะ55555 ><
    ขอไม่เกิน400ได้มั้ย (มันรีเควสได้ที่ไหน)
    #104
    1
  10. #103 mangpor43 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 เมษายน 2559 / 17:49
    รอออออออออออออออ
    #103
    0
  11. #101 1 0 1 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 เมษายน 2559 / 16:57
    วาขี้แงงงงงงงง ♥♥
    รบกวนไรท์ลงลิ้งค์โพลแบบแนบลิ้งค์หน่อยได้ไหมคะ กดไม่ได้ แหะ
    #101
    0
  12. #100 หงษ์ปีกราตรี (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 เมษายน 2559 / 16:03
    น่าร้าก ชอบค่า
    #100
    0