source head กว่าจะเป็นเฮดว้าก (end)

ตอนที่ 18 : 15days

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,925
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 58 ครั้ง
    28 มิ.ย. 59

18

6วันที่ไม่ได้เจอกัน มันควรเป็นโมเม้นต์ที่ดีกว่านี้ป่ะวะพี่

ผมเพียงแค่เดินเข้าไปยืนข้างๆหลิว โดยไม่ได้พูดอะไรออกมา และปล่อยให้เธอถามทุกอย่างแทนผมเท่านั้น

ทำไมมากันสองคนล่ะคะหลิวถาม พร้อมรอยยิ้มแบบรู้ทัน

จริงๆแล้ว...เนพูดออกมา

พี่วา!!แต่เธอยังพูดไม่ทันจบ ก็มีเสียงหนึ่งขัดขึ้นมาก่อน และเจ้าของเสียงก็กำลังโผล่หัวเข้ามาในร้านด้วยรอยยิ้มกว้างตามสไตล์

พิ้งค์ผมเรียกชื่อคนๆนั้นออกไป เมื่อผมเรียกชื่อเธอ พิ้งค์ก็พุ่งเข้ามาในร้านและยกมือไหว้ผมกับหลิวทันที

ไม่เจอกันตั้งหลายวัน คิดถึงพี่วาอ่ะพิ้งค์พูด เราหยุดเรื่องเข้าเชียร์ไปก่อนนะครับ เพราะเรื่องแสตน บวกกับน้องๆก็ต้องการเวลาฝึกซ้อมด้วย

ไม่เจอพี่เหมือนกัน ไม่เห็นจะทักเลยหลิวที่อยู่ข้างๆบ่นขึ้นมาเมื่อพิ้งค์มีท่าทีดีอกดีใจที่เจอผมมาก

คิดถึงพี่หลิวเหมือนกันซึ่งเจ้าแบตเตอรี่นี้ก็รีบตอบกลับมาทันที

หวัดดีครับสมาชิกคนล่าสุดเปิดประตูเข้ามาในร้านและยกมือไหว้ผมอีกครั้ง ผมเลิกคิ้วนิดหน่อย เมื่อคนๆนั้นคือแจน ผมก็รู้นะว่าไอ้แจนมันสนิทกับพิ้งค์และเน แต่ก็ไม่คิดว่าจะสนิทมากขนาดไปไหนมาไหนด้วยกันขนาดนี้แหะ

แต่นั้นไม่ใช่ประเด็น

ประเด็นคือพี่ติณห์ไม่ได้มากับเนสองคน ยังพ่วงพิ้งค์และไอ้แจนอีกคน ดังนั้นวางใจได้!

เปราะหนึ่ง

นี้จะไปไหนกันอ่ะหลิวถามออกไป

จะไปซื้อของค่ะ แต่บังเอิญเจอพี่ติณห์ พี่ติณห์เลยจะเลี้ยงขนมพิ้งค์เป็นคนตอบกลับมา

ไหนๆพี่ติณห์ก็จะเลี้ยงขนมแล้วอ่ะ พี่วาเลี้ยงน้ำด้วยดิและเนก็พูดต่อพิ้งค์ พอน้องๆรีเควสมาขนาดนี้ผมจะทำอะไรได้ล่ะครับ

ไปเลือกดินอกจากโชว์ความป๋าออกไป พวกปี1รีบส่งเสียง เยส และวิ่งไปล้อมรอบเคาน์เตอร์กันใหญ่ เห็นแบบนั้นผมก็ต้องยอมควักกระเป๋าสตางค์ออกมาอีกรอบแต่โดยดี

ปีหนึ่งยืนจิ้มนู้นจิ้มนี้ โดยมีหลิวเป็นเทรนเนอร์ว่าอะไรอร่อยหรือไม่อร่อยบ้าง จึงเหลือเพียงแค่ผมกับพี่ติณห์ยืนอยู่ข้างหลัง ก็เป็นฝ่ายจ่ายตังนี้ครับ ผมลอบหันไปมองพี่ติณห์ที่ยืนอยู่ข้างๆ (ผมขยับมายืนตรงนี้เอง) พี่ติณห์ไม่ได้หันมามองผม ทำทีเป็นมองตรงไปที่เมนู ซึ่งผมเชื่อเลยว่าพี่เขาแค่หาที่วางสายตา ไม่ได้สนใจในเมนูนั้นเท่าไหร่หรอก เราอยู่หอนี้กันมาตั้งนาน เมนูพวกนี้ดูจนแทบจะจำได้อยู่แล้วครับ

พิ้งค์! สั่งน้ำแดงให้แก้วหนึ่งผมพูดออกไป

ค่า!พอพิ้งค์รับคำและหันไปสั่งพี่พนักงาน ผมก็กลับมายืนดูดน้ำต่อ

ผมสั่งให้พี่นะครับผมพูดขึ้นมาลอยๆ ในระยะแค่นี้พี่ติณห์คงรู้อยู่แล้วแหละว่าผมพูดกับเขา แต่พี่ติณห์ก็ไม่ได้พูดอะไรกลับมา จนผมดูดน้ำหมดแก้ว

ไม่รู้ไม่มีอะไรจะพูด หรือไม่อยากพูดกันแน่

ความคิดนั้นทำให้ผมเผลอบุ้ยปากออกมา

ถ้าว่างๆไปช่วยที่แสตนก็ได้นะครับผมโพล่งออกไป คราวนี้หันกลับไปมองพี่ติณห์ด้วย

ผมต้องการพี่นะหลังจากทำงานด้วยกันมาสองครั้งใหญ่ๆ ผมก็รู้เลยว่าอะไรที่ผมขาด พี่ติณห์มักจะเติมให้เสมอ รวมถึงเมื่อผมล้าจนไม่สามารถทำต่อได้ พี่ติณห์ก็พร้อมที่จะเข้ามาช่วยเสมอ แต่อาจจะเพราะประโยคนั้นมันค่อนข้างจะกำกวม พี่ติณห์ถึงได้หันมามองหน้าผม

ยืนข้างๆแบบนี้ผมยิ่งดูเตี้ยไปใหญ่

ผมหมายถึงทุกเรื่องนะครับผมพูดต่อออกไป พี่ติณห์หลุบสายตาหนีผมทันทีเมื่อผมพูดแบบนั้น นี้ผมโครตรุกแล้วอ่ะ! ถือว่าแก้เกมส์กับเรื่องที่ผมหายไปตั้งเกือบอาทิตย์ล่ะกัน

ช่วงนี้ผมวุ่นมาก ถ้าผมจะขอให้พี่รอ... สักหน่อยผมตั้งใจจะขอให้พี่ติณห์รอผมอีกนิด แต่พอยืนมองเสี้ยวหน้าเขาแบบนี้แล้ว ก็ไม่กล้าขอเลยแหะ เขาให้เวลาผมมาตั้งนานแล้วนะ แต่ที่สะดุดตาผมมากกว่าอะไรทั้งหมดคงจะเป็นใบหูที่เริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อขึ้นมา

เดี๋ยวนะ...

พี่ติณห์กำลังเขินผมใช่ไหม

คุณยังจะขออีกเหรอพี่ติณห์ตอบและยอมหันมาสบตาผมอีกครั้ง

รีบๆเคลียร์ให้เสร็จล่ะพี่ติณห์พูดแค่นั้น ก่อนที่จะผละออกไป

ประโยคแค่นั้นก็ทำให้ผมหลุดยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว และประเด็นคือผมต้องพยายามกลั้นยิ้มเอาไว้จนปวดกรามไปหมด

ขอเป็นตัวแทนแปลภาษาของพี่ติณห์เลยล่ะกันนะ

รีบๆเคลียร์ให้เสร็จล่ะ = ให้เวลาเต็มที่

ผมว่าอีกเหตุผลที่พี่เขารีบผละไปก็เพราะเขินผมนี้แหละ

ผมไม่ได้มโนนะ เชื่อเซ้นส์ผมดิ!

 

D-6

อีก6วันแสตนต้องเสร็จ

แต่เช้าวันนี้อาจารย์ก็เซอร์ไพรส์พวกผมด้วยการบอกข่าวดีว่าคลาสdesignจะยังไม่ได้ทำคอนโด เพราะจะผลักไอ้คอนโดไปทำเทอมหน้าแทน ยังไม่ทันที่พวกผมจะดีใจจบ (คอนโดมันยากจริงๆครับ พวกผมไม่สามารถทำไปพร้อมๆกับแสตนได้) อาจารย์ก็พูดต่อทันทีว่า เราจะทำโรงเรียนประถมแทน เชื่อไหมว่าทั้งห้องพร้อมใจกันกริบ เงียบชนิดที่ผมเองก็พึ่งเคยเจอ แต่ผมเองก็ช็อคจนพูดอะไรไม่ออกเหมือนกัน

โรงเรียนประถมมันง่ายกว่าคอนโดตรงไหนว่ะ!

ทางกายภาพอาจจะดูง่ายกว่ากัน แต่พอคิดๆดูแล้ว ก็ยากพอๆกันนี้ว้า แถมทิ้งระเบิดให้อีกลูกด้วยการบอกว่า ตรวจแบบวันศุกร์นะ ปกติการตรวจแบบจะใช้เวลาอาทิตย์หนึ่งครับ แต่ถ้าตรวจแบบวันศุกร์ก็หมายความว่าพวกผมมีเวลาทำแค่5วันเท่านั้น หลังจากโวยวายใส่อาจารย์สักพัก ก็ได้คำตอบว่าวันจันทร์อาจารย์ต้องไปทำธุระให้มหาลัยเลยต้องเลื่อนส่งแบบ

แต่ทำไมต้องมาเลื่อนส่งอาทิตย์นี้ด้วย

น้อยใจในโชคชะตากันได้ไม่นาน พวกผมก็ต้องแบกร่างอันไร้วิญญาณไปที่แสตนและลงมือทำกันต่อ ถามไถ่จากเพื่อนสาขาอื่นๆก็ได้ความว่าต่างมีงานต้องส่งภายในอาทิตย์นี้เหมือนกัน แต่ก็ไม่มีใครยอมให้แสตนเราไม่เสร็จแน่ๆ และเพราะแสตนก็ต้องทำ โรงเรียนก็ต้องทำ ไปๆมาๆผมก็ลืมไปแล้วว่าเวลาไหนคือเวลานอน

สถาปัตย์ปี3หนักจริงครับ ผมขอบอกเลย

มันมาหนักแบบทวีคูณตรงที่พวกผมต้องรับผิดชอบทำแสตนให้ปี1ด้วยนี้แหละ

เจอกันมึงไอ้ลีสาขาสถาปัตยกรรมผังเมืองพูดกับผม ก่อนที่มันจะหาววอดๆออกไป ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลา เป็นเวลา5ทุ่มโดยที่พวกผมยังอยู่ที่แสตน ผมกวาดสายตามองแสตนอีกครั้ง ผมว่าทุกอย่างมันเริ่มลงล็อค ทุกคนเริ่มรู้ว่าต้องทำอะไร และต้องทำยังไงบ้าง แสตนมันเลยดูเป็นรูปเป็นร่างขึ้นทุกที ถ้าแสตนเราเสร็จก่อน6วันก็คงจะดี พวกผมจะได้มีเวลาปั่นแบบมากขึ้น และถึงแม้ตอนนี้มันจะเริ่มดูเป็นตึกกว่า80%แล้วล่ะ แต่พวกผมดันไปตกลงกันว่าจะลงสีด้วย ตามจริงแล้วตึกคณะผมมันเป็นสีขาวนะครับ แต่ถ้าปล่อยให้แสตนมันขาวไปหมด มันก็จะดูไม่ค่อยมีอะไร พวกผมเลยจะลงสีเพิ่ม

ตอนนี้อยากจะยกเลิกความคิดลงสีชะมัด ดูการดูงานสิ

แต่ในเมื่อเราแบ่งเงินไปซื้อสีและวางมันอยู่บนแสตนแล้ว ก็ต้องใช้แหละครับ

ไงมึงผมหันไปหาเจ้าของมือที่คว้าศอกผมไว้

เชี่ย นอนบ้างยังเนี่ยพาร์ทถาม ผมพึ่งบ่นให้มันฟังเมื่อวานตอนไปซื้อของว่ายังไม่ได้นอนสักนิด

นอนเมื่อคืนไงผมตอบมันกลับไป หยิบตราคณะที่เริ่มเป็นตราคณะมาถือไว้และเดินไปหามัน

มึงรู้ใช่ไหมว่าคนเราอดนอนได้กี่วันสภาพผมคงดูแย่มากจนไอ้พาร์ทถามเลย

“5วัน แต่นี้กูพึ่งอดนอนแค่วันเดียว และกูจะรีบกลับไปนอนแล้วด้วยผมเดินนำไอ้พาร์ทลงแสตนมา ชะงักไปนิดหน่อยเมื่อเจอไอ้พีทยืนรออยู่ด้านล่าง และไอ้เวรนี้ก็ไม่มีความเนียนเลยครับ มันหันหลบผมทันทีที่ผมเดินลงมา กลัวผมไม่รู้เหรอวะว่ามันมองอยู่

ว่าแต่เมื่อไหร่พีทจะหายโกรธแล้วมาง้อผมสักที

ไปส่งกูก่อนเนอะเพราะหมั่นไส้ไอ้พีทผมเลยหันไปบอกพาร์ทแบบนั้น

เคซึ่งไอ้พาร์ทก็ยิ้มส่งคืนมาให้ สาบานได้ว่าถ้าไอ้พีทไม่คีพลุคไม่พูดกับผมอยู่ แม่งจะต้องบ่นไปแล้วแน่นอน

มึงนั่งไปด้วยกันไหมพีท กูจะได้ไม่ต้องวนรถมารับ และมึงก็ไม่ต้องรอคนเดียวด้วยพาร์ทหันไปถามพีท แต่ผมนี้ยัดของใส่รถมันและเตรียมขึ้นรถแล้วครับ ไอ้พีทดูลังเลว่าจะไปดีไหม มันมองพาร์ทและหันมามองผมก่อนที่จะจิ๊ปากออกมา

มึงจะนั่งไปด้วยก็ได้นะ แค่หายใจร่วมกัน กูไม่อะไรหรอกผมโพล่งออกไปและเข้าไปนั่งบนรถก่อนเลย ผมง่วงนะเนี่ย รีบๆกลับเถอะ

สุดท้ายพีทก็ยอมขึ้นรถมาด้วยกัน และผมจะได้กลับไปนอนสักที

 

D-5

ซะที่ไหนล่ะ

ผมกลับไปถึงห้อง อาบน้ำ กินข้าว และกินกาแฟต่างน้ำเสร็จ ก็เริ่มทำแบบโรงเรียนเลย ถ้าส่งงานนี้ไม่ทันชีวิตผมจะต้องชิบหายแน่ๆ งานนี้เป็นงานหลักที่ต้องส่งตอนไฟนอลด้วย ผมนั่งลองผิดลองถูกกับโรงเรียนอยู่สักพักใหญ่ๆก่อนที่จะถอดใจไปนอนตอนตี4

เพื่อตื่นมาเรียนตอน8โมง

คลาสเช้าไม่ควรมีอยู่บนโลกนี้

ผมลากร่างเปื่อยๆของตัวเองมาที่คลาสได้ก็จัดแจงจะนอนทันที แต่ฟ้ามันจะไม่เข้าข้างมันก็ไม่เข้าข้างจริงๆนะ เพราะอาจารย์สั่งquizซะงั้น โชคดีที่ความรู้ในหัวยังพอมีหลงเหลืออยู่บ้าง ผมเลยยังทำข้อสอบได้ แต่ก็ไม่ได้นอนเพิ่มเติมเลยแม้แต่น้อย พักเที่ยงก็ต้องกินข้าว โชคดีเล็กๆตรงที่อาจารย์คลาสบ่ายยกเลิก พวกผมเลยมีเวลาทำแสตนกันมากขึ้น บางทีวันนี้อาจจะเลิกเร็ว และผมก็จะได้กลับไปนอนตั้งแต่หัวค่ำ

อาจจะนะ

 

D-4

ให้ทายว่าเมื่อคืนผมได้นอนกี่โมง

ตี3ครับ แต่มีคลาสตอน10โมง

ถือว่าช่วยต่อชีวิตผมไปได้อีกหน่อยนะ หลังจากหมดคลาส พวกผมก็กลับมาที่แสตนและทำงานกันเหมือนเดิม

"วา!!!" เสียงเรียกที่โครตดังทำให้ผมที่กำลังง่วนกับการทำตราคณะถึงกับสะดุ้งโหยงและเงยหน้าไปหาเสียงนั้น

เหี้ยไรของมึง!ผมแว้ดใส่ไอ้เปรมกลับไป ผมว่าพวกเราคุยกันดังจนคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่อยู่ตรงข้ามน่าจะได้ยินแล้วแหละ (เพราะแสตนแต่ล่ะแสตนมันติดๆกันแค่นี้เองครับ ไอ้พาร์ทถึงแวะมาบ่อยๆ แม้แสตนเศรษฐศาสตร์จะอยู่ด้านหน้าสนาม ต่างจากแสตนสถาปัตย์ที่อยู่ในสุดก็ตามที)

โอเคยัง!ไอ้เปรมตะโกนกลับมา ก่อนที่เจ้าตัวและเพื่อนๆที่รุมอยู่จะพร้อมใจกันทรุดตัวลงนั่ง ส่วนหนึ่งก็เพื่อให้ผมเห็นชัดๆอีกส่วนก็เพราะเหนื่อยนั้นแหละครับ

เข้...ผมพูดออกมาเมื่อเห็นแสตนในส่วนนั้นชัดๆ วางข้าวของในมือและเดินขึ้นไปดูใกล้ๆทันที

เสร็จแล้วนี้ว้าผมเดินสำรวจโมเดลบริเวณนั้นอยู่สักพักก่อนที่จะตอบพวกมันกลับไป เราตั้งใจทำให้มันเป็นบล็อกไปเรื่อยๆนะครับ คือวางฐานแล้วก็สร้างบล็อกขึ้นมาด้วยไม้ ไล่layerไปเรื่อยๆให้มันดูมีมิติ และถ้าใส่สีเข้าไปมันก็จะดูเป็น3Dมากขึ้น

เสร็จแล้วใช่ไหม!เปรมถามซ้ำและหันไปตบมือกับเพื่อนๆ ผมขำ เข้าใจแหละว่าพวกมันลงทุนลงแรงกับงานไปเยอะมาก และถึงจะแบ่งเป็นส่วนๆไปแม่งก็เหนื่อยอยู่ดี เสร็จไปแล้วหนึ่งส่วนสินะ...

เพชร! เสร็จยังผมตะโกนถามเพชรที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล

ใกล้แล้วๆ มึงมาดูดิสุดท้ายผมก็เดินไปดูโมบริเวณนั้น เดินไปเดินมาก็เดินจนรอบแสตนเลยครับ เราแบ่งออกเป็น9ส่วนเฉพาะตัวตึก ส่วนของไอ้เปรมเสร็จแล้ว ส่วนของไอ้เพรชก็น่าจะประมาณ90%แล้ว รวมถึงอีก2-3ส่วนก็ใกล้เสร็จแล้ว ในขณะที่ผมกำลังคำนวณระยะเวลาที่เหลือทั้งหมดในหัว ไอ้เปรมก็ลุกจากการพักเหนื่อยและไปช่วยบริเวณอื่นต่อ ถ้าแบบนี้... ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลาอีกครั้ง ช่วงนี้ต้องดูเวลาบ่อยมากเลยครับ เราเริ่มงานกันตั้งแต่บ่ายโมง ตอนนี้5โมงเย็น

คืนนี้แสตนก็น่าจะเสร็จ

คิดมาถึงตรงนี้ผมก็ทิ้งตราคณะไว้ก่อนและเข้าไปช่วยเพื่อนทำตัวตึกแทน ถ้าตัวตึกที่มันใหญ่ที่สุดเสร็จ ตราคณะก็ไม่น่ายากหรอก จริงๆมันก็เหลือเพียงแค่เก็บดีเทลและลงสีเท่านั้นเองด้วย

 

แสตนเราเสร็จแล้ว แต่ก็เล่นเอาข้ามวันเลย ผมกลับมาที่หอพร้อมกับตกลงกับตัวเองว่าจะทำตราหรือโรงเรียนดี ทั้งคู่มีกำหนดส่งที่เท่าๆกันด้วยไง แต่หลังจากตกลงกับตัวเองเสร็จว่าผมต้องทำชื่อคณะด้วย อ้อ ในส่วนของป้ายคณะ ผมแบ่งให้เพื่อนทำไปบ้างแล้วนะครับ เพราะตราใช้เวลากว่าที่ผมคิด แต่ขอติดเพื่อนไว้ว่าจะทำตัวอักษรเอง ดังนั้นผมเลยตัดสินใจว่าวันนี้จะทุ่มเวลากับการทำตราให้เสร็จ และอย่างอื่นค่อยว่ากันทีหลัง

 

D-3

บางทีผมก็ควรตกลงกับตัวเองไปเลยว่าอย่างอื่นค่อยว่ากันทีหลังเนี่ย มันทีหลังวันไหน

เมื่อคืนผมไม่ได้นอนอีกแล้ว

สรุปนี้มันสัปดาห์หายนะของผมจริงๆแล้ว

คืนวันเสาร์ทำโมเดลบ้านจนเช้า (อดนอน) วันอาทิตย์ไปซื้อของกับหลิว ทำงานต่อ วันนั้นได้นอน ต่อไปวันจันทร์ทำงานๆๆ นอนไป4ชม วันอังคารได้นอนตอนตี3และตื่นไปเรียนตอน10โมง วันพุธซึ่งก็คือเมื่อวาน ก็ไม่ได้นอนอีก

ผมไม่เคยคิดว่าผมจะอดนอนได้มากขนาดนี้ และตอนนี้ผมก็อยากนอนมากๆ

ผมหวังว่าวันนี้จะได้นอนนะ

ผมระบายสีไปด้วยในขณะที่ร่างกายนี้พร้อมshutdownตัวเองตลอดเวลา ข่าวดีคือผมทำตราคณะเสร็จแล้ว เหลือระบายสี และผมจะขโมยสีจากที่แสตนนี้แหละไปทา แต่ดันลืมเอาตรามาเมื่อเช้า (มันเริ่มเบลอแล้ว) วันนี้เลยมาช่วยเพื่อนทำแสตนแก้ขัดไปก่อน และเพราะทุกคนพร้อมใจกันโดดทั้งวัน ประเด็นคือเราตั้งใจจะทำให้เสร็จไปเลยนะครับ ถ้าวันนี้ระบายสีเสร็จ ก่อนวันงานวันหนึ่งมาทาเคลือบอีกทีก็ยังทันเลย

นั้นหมายถึงเราจะเหลือเวลาฟรีอีก2วันในการปั่นแบบที่ต้องส่งวันศุกร์ หลังจากตกลงกันเสร็จ เราก็พร้อมใจกันโดด แบบรายงานอาจารย์แล้ว (อาจารย์พูดสั้นๆว่าอย่าลืมวันตรวจแบบ) พวกผมก็ตั้งใจระบายสีกันแต่เช้าเลย

ความพยายามไม่เคยทรยศเรา

ผมยืนมองแสตนที่ลงสีเรียบร้อยตรงหน้าด้วยความภูมิใจ แต่ก็ยังค้างคาใจอยู่นิดๆตรงที่ชื่อคณะกับตราคณะมันยังไม่เสร็จเนี่ย (ผมรับผิดชอบล้วนๆ) และผมจะต้องทำให้เสร็จวันนี้ด้วย!

หลิวๆ เอาผ้าใบมาปิดป่ะผมเดินไปถามหลิวก่อนที่ทุกคนจะแยกย้ายกัน

จะปิดเหรอ บางที่สีมันยังไม่แห้งเลยนะ

แต่ถ้าฝนมันตก มันพังหมดเลยนะผมบอก เพราะแบบนี้แหละผมถึงอยากให้คลุมผ้า

นี้หน้าร้อน โครตๆเลยนะ ฝนไม่น่าตกหรอกหลิวตอบกลับมา

ไม่รู้ดิ กันไว้ดีกว่าแก้ป่ะวะ

เราเห็นด้วยกับวานะ กันไว้ดีกว่าแก้จริงๆปายที่ยืนฟังอยู่หันมาสนับสนุนคำพูดผม

ถ้าตรงที่ยังไม่แห้ง ไม่ต้องคลุมก็ได้ แค่คลุมส่วนที่ยังแห้งไว้หน่อยผมเสนอต่อเมื่อหลิวยังไม่คล้อยตาม

เออๆ ก็ได้ผม หลิว ปาย และเพื่อนที่ยังไม่กลับจึงทยอยเอาผ้าใบออกมาคลุมไว้ จะเหลือก็แต่ส่วนล่าสุดที่เราพึ่งลงสีกันเมื่อกี้ สีมันยังไม่แห้ง เราจึงไม่สามารถคลุมผ้าใบปิดได้

แต่ยังไงก็ฤดูร้อนนี้นะ ฝนคงไม่ตกหรอก

 

ต้องมีใครทำอะไรสักอย่างกับชีวิตผมแล้ว

ผมกำลังวิ่งอย่างสุดชีวิตจากหอเพื่อไปที่แสตน หลังจากนั่งฟังเสียงฟ้าร้องอยู่สักพักและเริ่มรู้สึกไม่ไว้วางใจ แย่ที่สุดคือตอนผมวิ่งออกจากหอมา ก็พบว่าฝนเริ่มปอยลงมาแล้ว

ฝนมาตกบ้าอะไรตอนนี้!

ผมเร่งความเร็วมากขึ้นเมื่อสายฝนเม็ดเล็กๆเริ่มตกลงมาเยอะขึ้น ไม่อยากคิดภาพเลยว่าถ้าแสตนเปียกฝนมันจะเกิดอะไรขึ้น

ไม่นะ... ได้โปรด

ผมวิ่งมาจนถึงสนาม ภายในสนามยังมีคนอยู่บ้าง ไม่แน่ใจว่าคณะอะไร เพราะผมยังคงรีบวิ่งไปที่แสตนที่อยู่ในสุดของสนาม ตอนนี้ฝนเทลงมาจนผมแทบจะไม่มีแรงวิ่งต่อ ยังไงแสตนมันก็เปียกแล้วแน่ๆ แต่มันจะเปียกขนาดไหนเท่านั้นเอง

ในที่สุดผมก็วิ่งมาถึงแสตน รีบเอาผ้ามาปิดบริเวณที่ตอนแรกสียังไม่แห้ง และวิ่งไปหลบหลังแสตน ผมเปียกไปทั้งตัว ตั้งแต่หัวจรดเท้า ภาพแสตนบริเวณที่เปียกก่อนที่ผมจะเอาผ้าไปปิดยังติดตาอยู่เลย ผมเสยผมขึ้นไปลวกๆ ไม่รู้จะโทษความสะเพร่าของตัวเอง โทษฝนฟ้าอากาศ หรือโทษอะไรดี

วา!! เป็นไงบ้างวะผมหันกลับไป เอกำลังหอบด้วยสภาพเปียกฝนทั้งตัวไม่ต่างจากผม เอเป็นเพื่อนคณะเดียวกันที่อยู่สาขาสถาปัตยกรรมภายใน ที่ผมจำได้ว่ามันอยู่หอแถวๆนี้

เปียกดิ จะเหลือเหรอว่ะผมตอบกลับไป ไอ้เอถึงกับยีหัวอย่างแรงเลย

แม่ง!! อะไรนักวะเอบ่นออกมา ท่าทางหัวเสียของมันเนี่ย ผมเข้าใจดีเลย เพราะผมเองก็โครตจะหงุดหงิด มันจะเสร็จอยู่แล้ว ประมาณ97% แล้วด้วยซ้ำ แต่อยู่ๆฟ้าฝนก็ทำลายทุกอย่างไป และดันเป็นสภาพอากาศที่ผมไม่สามารถเอาผิดอะไรมันได้อีก

กูสะเพร่าเองอ่ะ กูน่าจะอยู่รอให้สีแห้งแล้วค่อยกลับผมพูดออกไป ถ้าผมรอให้สีแห้งสักหน่อยแล้วค่อยคลุมผ้า ยังไงไม้ในส่วนนั้นก็ไม่มีทางเปียก

ไม่เอาดิว่ะ ถ้ามันจะโทษ ก็โทษฝนที่เสือกมาตกตอนนี้เหอะเอตอบ และเลื่อนมือมาตบบ่าผม

แล้วมึงคิดว่าเสียหายเท่าไหร่อ่ะผมถอนหายใจออกมา

หลายล้านเลยอ่ะ บางทีอาจจะต้องโละโมเดลตรงนั้นทำใหม่ไอ้เอเหวอไปเลยกับประโยคนั้นของผม

เฮ้ยๆ มันจะทันเหรอวะผมเลื่อนสายตาไปมองสายฝนที่ยังคงตกลงมาอย่างต่อเนื่องและถอนหายใจออกมาอีกครั้ง

มันต้องทันดิว่ะ

 

D-2

เมื่อคืนผมกลับไปทำตราคณะจนเสร็จรวมถึงวางแบบโรงเรียนจน85%แล้ว เช้าวันต่อไปก็รีบมาแสตนเพื่อตรวจสอบความเสียหายอีกครั้ง เป็นอย่างที่ผมคาด บริเวณที่เปียกมันก็เปียกจนหมด และมันก็ดูออกชัดมากๆ ผมเลยแกะบริเวณที่เปียกออกทันที

ระหว่างแก้กับทำใหม่

ผมว่าทำใหม่ยังจะเร็วซะกว่า

แม้จะมีเสียงคัดค้านจากเพื่อนๆยังไงผมก็ไม่ฟัง ผมไม่สามารถทนเห็นงานมันพังได้ว่ะ มันอาจจะส่วนเล็กๆ แต่นั้นก็ผิดพลาดรึเปล่าวะ นั้นมันก็ไม่สมบูรณ์แล้วอ่ะ และผมทนไม่ได้

ถึงจะมีเพื่อนหลายคนที่ไม่อยากให้ทำใหม่ แต่สุดท้ายเมื่อผมยืนยันคำเดิม ยืนยันจนถึงกับว่า จะยอมทำคนเดียว ทุกคนก็ยอมตกลงแต่โดยดี และเราก็นั่งทำงานบริเวณนี้ตั้งแต่ตอนนั้น... จนตอนนี้

โชคยังเข้าข้างอยู่นิดหน่อย เมื่อพวกพี่ปี4แวะมาหาตอนบ่ายๆ หลังจากเห็นว่าพวกผมต้องแก้งานกันยกใหญ่ พวกพี่ก็เข้ามาช่วยด้วย แต่เพราะวุ่นๆ ผมเลยยังไม่ได้คุยกับพี่ติณห์สักคำ แต่เห็นว่าพี่ติณห์กำลังตั้งใจช่วยงานพวกผมมากๆพอๆกับงานตัวเองเลย

นี้แหละพี่ติณห์

ถ้าจะช่วยแล้ว ยังไงก็ช่วยจนสุดทาง

เวลานี้ผมคาดว่าน่าจะตีอะไรสักอย่าง เพื่อนบางคนสลบอยู่แถวๆนี้ไปแล้ว กลายเป็นพวกเราแบกข้าวแบกของมานอนแสตนกันแบบจริงจังแล้ว หลิว ปาย พีท เพชร พี่เมฆ และพี่ติณห์ นั่งอยู่รอบๆผม นี้เป็นสมาชิกผู้เหลือรอดจากคืนนี้ เรามุ่งมั่นทำงานกันจนไม่ได้คุยกัน ทำต่อไปเรื่อยๆจนสมาชิกเริ่มน้อยลงทุกที

วา

ว่าไงผมตอบกลับไง มั่นใจมากว่าเป็นเสียงของพีท นี้มันคุยกับผมได้แล้วเหรอ

พักก่อนป่ะวะ กูว่ามันเหลือไม่เยอะแล้วนะพีทพูดต่อ

กูไม่ง่วงว่ะ มึงนอนก่อนเลยผมได้ยินเสียงฮึกฮักจากไอ้พีทนิดหน่อย

มึงไม่ได้นอนมากี่วันแล้วเนี่ย เดี๋ยวก็ตายก่อนงานเสร็จหรอกผมรู้สึกได้ทันทีว่าพอพีทพูดประโยคนั้นจบ พี่ติณห์ก็เงยหน้ามามองผมทันที ผมรู้ตัวเองดีว่าหักโหมเกินลิมิตของร่างกายตัวเองมามากแล้ว ผมกินกาแฟบ่อยกว่าข้าวแล้วด้วยซ้ำมั้ง แต่ถ้างานมันยังไม่เสร็จ ผมก็ข่มตาหลับไม่ได้จริงๆ

กูไหวผมตอบพีทกลับไป

เออ! แล้วแต่มึงล่ะกันมันตอบแค่นั้น ก่อนที่จะลุกออกไป

“ผมว่าคุณพักเถอะ เดี๋ยวผมทำต่อเอง” หลังจากพีทแยกออกไปสักพัก พี่ติณห์ถึงพูดออกมา แต่เพราะเป็นพี่ติณห์นั้นแหละ ผมเลยหยุดที่จะฝืนสันขารตัวเอง

“ผมก็อยากนอนครับพี่ แต่ผมนอนทั้งๆที่งานมันยังไม่เสร็จไม่ได้” ผมวางคัตเตอร์ลง และหันมาบิดขี้เกียจแทน นี้ผมจับคัตเตอร์นานจนมือเจ็บไปหมดแล้วเนี่ย

“ไม่ต้องห่วงหรอก เดี๋ยวผมทำต่อเอง เสร็จทันแน่ๆ” พี่ติณห์ยืนยัน ผมถึงได้เงยหน้าไปมองหน้าเขา

“แล้วพี่ไม่นอนเหรอครับ” พี่ติณห์ไหวไหล่

“อดนอนแค่คืนสองคืน ผมไม่ตายหรอก”

“ผมก็ไม่ตายหรอกครับ” ผมพูดแค่นั้นและหยิบคัตเตอร์ขึ้นมาอีกครั้ง

“คุณรู้ตัวไหมเนี่ย ว่าคุณโครตดื้อเลย” ผมชะงักมือที่กำลังตัดไม้และหันไปมองพี่ติณห์อีกครั้ง

“แต่ผมเป็นเด็กดีกับพี่นะ” พี่ติณห์ทำหน้าคิดหนักทันที

“ครั้งนี้ก็ไม่ใช่ล่ะเหอะ”

“ยกเว้นครั้งนี้ครั้งหนึ่งได้ไหม ครั้งต่อไปสัญญาว่าจะเป็นเด็กดี” พี่ติณห์หลิ่วตาใส่ผม แต่ก็ไม่ได้หลบตาผม สักพักใหญ่ๆก่อนที่พี่ติณห์จะก้มไปทำงานต่อ

“คุณเป็นแบบนี้กับทุกคนไหมเนี่ย” พี่ติณห์ถาม ส่งผลให้ผมยิ้มออกมา ยกมือขึ้นมาเท้าคางและทำหน้าคิดไปด้วย

“พิเศษเฉพาะพี่เลยครับ” และผมก็ตอบกลับไป พี่ติณห์ถึงกับขำออกมาเลย

“โครตเสี่ยวอ่ะ” เออผมก็ว่างั้นแหละ แต่หน้าพี่ดูเกลียดอะไรเสี่ยวๆมากๆ ผมเลยตั้งใจเสี่ยวไง

“ให้มันจริงล่ะกัน” ยังไม่ทันที่ผมจะพูดอะไรออกไปพี่ติณห์ก็พูดต่อออกมาซะก่อน

“คร้าบบบบ” ซึ่งผมก็รับคำด้วยรอยยิ้มและหันกลับมาทำงานต่อ

สัญญาเลยว่าต่อไปจะเป็นเด็กดี

คอยดูได้เลย

 

D-1

วันสุดท้ายก่อนเฟรชชี่เกมส์ในวันพรุ่งนี้

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เมื่อคืนผมทำแสตนจนเสร็จ และปลุกเพื่อนที่นอนให้ขึ้นมาระบายสีต่อ (#ความผม) ตอนผมปลุกเพื่อนคนอื่น พี่ติณห์ก็ไล่ปลุกเพื่อนตัวเองและรีบกลับไปที่มหาลัยก่อน เห็นว่ามีคลาสเช้า และถ้าเข้าช้าอาจารย์ล็อคห้องด้วยเลยขอแยกไปก่อน

เมื่อคืนพี่ติณห์อยู่ช่วยงานผมทั้งคืน ทั้งคืนจนเช้าเลยแหละ สรุปผมก็ทำให้พี่ติณห์ไม่ได้นอนจนได้

ระหว่างที่เพื่อนกำลังระบายสี ผมก็ทำแบบโรงเรียนจนเสร็จพอดี หลังจากนั้นก็เป็นสัญชาตญาณการเอาตัวรอดล้วนๆ พวกเราสาขาสถาปัตยกรรมหลักแบกร่างกายซอมบี้ของตัวเองพร้อมกับกอดแบบโรงเรียนไว้ในแขนและต่อแถวกันอยู่หน้าห้องส่งงาน ผมเกือบจะหลับไปแล้วตอนรออาจารย์ แต่ผมยังหลับไม่ได้ งานผมยังไม่เสร็จดีเลย และถ้าผมหลับ... มันน่าจะหลับยาวเลยแหละ

อีกแค่อึดใจเดียวนะวา อดทนหน่อย

ส่งงานเสร็จ พวกผมก็กลับไปที่แสตน ลงสีแสตนจนเสร็จ เอาตราคณะมาติด และตกแต่งบริเวณป้ายเสร็จก็5โมงพอดี เหลือแค่ตัวอักษรชื่อคณะที่อยู่ที่หอผมเท่านั้น

กูว่ามึงไม่ไหวแล้วนะผมละสายตาจากแสตนตรงหน้าไปหาพาร์ท

ไหวอยู่แน่นอนว่าผมโกหก ตอนนี้ผมไม่ไหวแล้วจริงๆแหละ

ไหวอะไรล่ะ มึงดูสภาพตัวเองก่อนไหมพาร์ทตอบ มันเดินเข้ามาใกล้และเลื่อนมือมาอังหน้าผากผม

บอกกูทีว่ามึงไม่ได้ตากฝนเมื่อ2วันก่อนผมขยับตัวหลบฝ่ามือพาร์ท

มึงกลับก่อนเลย วันนี้กูกลับเอง

กูจะปล่อยมึงกลับเองได้ไง เดี๋ยวกูไปส่งพาร์ทตอบกลับมา

กูจะแวะไปเอาของที่คณะก่อน มึงกลับไปเลยพาร์ทส่ายหัว

เดี๋ยวกูไปส่งมึงที่คณะก็ได้

พาร์ท กูบอกให้มึงกลับไปไงผมพูดช้าๆชัดๆและจ้องหน้าพาร์ทตรงๆ พอทำแบบนั้นท่าทีไม่ฟังอะไรทั้งนั้นของพาร์ทก็คลายลง

กูเป็นห่วงมึงนะวาพาร์ทตอบกลับมา

กูรู้แล้ว กูดูแลตัวเองได้ผมตอบ ยังคงจ้องตามันอยู่อย่างนั้น

มึงกลับไปเหอะ มึงเองก็ต้องพักผ่อนไม่ใช่แค่คณะสถาปัตย์หรอกครับ ทุกคณะนั้นแหละ ทุกคนทุ่มเทกันมากและมีสภาพไม่ต่างกับซอมบี้กันเท่าไหร่ รวมถึงไอ้พาร์ท ผมรู้ดีว่ามันก็เหนื่อยมากๆแล้ว มันไม่จำเป็นต้องเสียเวลาพักผ่อนไปกับผม

กูไหวจริงๆพาร์ทผมย้ำอีกครั้ง คราวนี้พาร์ทยอมปล่อยมือที่จับแขนผมไว้

ถึงหอแล้วไลน์มาบอกด้วย

เออผมตอบกลับและพาร์ทก็ผละออกไป

ผมยืนมองจนรถของพาร์ทลับตาไป ก่อนที่จะหันกลับมาที่แสตน หยิบกระเป๋าสะพายขึ้นมาสะพาย สะบัดหัวแรงๆไล่ความมึนทั้งหมด ตั้งสติและหันหลังกลับเพื่อจะเดินกลับไปที่คณะ

อยู่ๆขาก็ไม่ทำตามคำสั่ง หูเหมือนไม่ได้มีไว้รับเสียง ผมได้ยินเพียงแค่เสียงวิ้งยาวๆ ทุกอย่างมันหนักไปหมด รวมถึงเปลือกตาก็พาลจะปิดอย่างเดียว และผมเองก็ไม่มีแรงพอที่จะสั่งมันอีกต่อไป

วา!!!

นั้นเป็นเสียงสุดท้ายที่ผมได้ยินก่อนที่ทุกอย่างจะดับลง







 --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

สารภาพบาปว่าไม่คิดว่าตอนนี้จะยาวขนาดนี้ นี้ยังไม่ได้แต่งฉากที่อยากแต่งเลย! ดังนั้นบทต่อไปก็จะมาเร็วขึ้นไปอีกนะ 55555 สำหรับตอนนี้ ให้ถือเป็นช่วงฝนตกของชีวิตวาล่ะกัน (ฝนตกมานานมาก) หลังจากนี้สัญญาว่าวาจะเจอกับสิ่งดีๆแล้ว เชื่อใจเรา! (เหรอ) อีกอย่างคือเรื่องวันเวลา เราตั้งใจให้มันเป็นการเริ่มสัปดาห์ใหม่เพื่อที่จะเข้าใจง่ายๆ อาจจะขัดต่อความเป็นจริงไปบ้าง แต่ก็ให้มองว่าเพื่อความเข้าใจล่ะกันนะคะ 55555

(แวะมาแก้ชื่อบทค่าา เพราะพึ่งเห็นว่าตัวเองนับผิด แง้มให้ฟังนิดนึงว่าตอนต่อไปจบแล้ว อาจจะมาอัพพรุ่งนี้นะคะ สำหรับตอนต่อไป... เตรียมเสียงไว้ให้ดี 555555)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 58 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

669 ความคิดเห็น

  1. #450 shin ai2 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2559 / 13:23
    ไล่เลเยอร์ สะกด layer แบบนี้ค่ะ
    #450
    0
  2. #359 Dark Diamond (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2559 / 00:14
    quit/quiz =ควิซ ที่หมายถึงการสอบ/ปริศนานะคะ
    #359
    1
    • #359-1 shin ai2(จากตอนที่ 18)
      28 มิถุนายน 2559 / 13:22
      Quit หมายถึงหยุด ออก ปลดออกค่ะ
      #359-1
  3. #77 แมวน้อยวนิลา (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 เมษายน 2559 / 22:14
    วาฝืนไปแล้วพี่ติณเป็นห่วงนะค้าบ
    #77
    0
  4. #76 Helena Kadian (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 เมษายน 2559 / 22:08
    พี่ติณใข่ม้ายยยย
    ติณวาจะยังไม่เป็นหมัน
    สู้ๆนะค้าาาา
    ขอรูปพี่ติณอีกก็ได้นะ เห็นรูปแล้วเขิน555
    #76
    0
  5. #75 rinnarinrin (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 เมษายน 2559 / 20:45
    เราพึ่งได้มาตามอ่านค่ะ หลงรักเรื่องนี้ทันทีที่อ่านเลย เป็นเรื่องที่สนุกมากๆจนหยุดอ่านไม่ได้จริงๆ

    วาน่ารักมาก พี่ติณห์ก็น่ารัก ก็เข้าใจแหละนะว่าไม่เคยชอบผู้ชายทั้งคู่มันก็เลยสับสนเป็นธรรมดา

    ตอนนี้สงสารน้องวามาก น้องวาทำให้เราเข้าใจถึงความโหดของการเรียนสถาปัตเลยล่ะ555555

    พาร์ทก็ดูแลวาดีมาก แต่เรารักพี่ติณห์ค่ะ เราเชียร์พี่เค้าสุดใจเลย ค้างมาก มาต่ออีกไวๆเลยนะคะ
    #75
    1
  6. #74 หงษ์ปีกราตรี (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 เมษายน 2559 / 16:41
    ลุ้นเลย ใครที่เรียกวาอ่ะ
    #74
    0
  7. #73 noonpanchanok (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 เมษายน 2559 / 16:10
    รักกันซักทีเหอะ ลุ้นนนนนนนนนน 
    #73
    0