source head กว่าจะเป็นเฮดว้าก (end)

ตอนที่ 12 : we

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,870
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 58 ครั้ง
    29 มี.ค. 59

12

เป็นการปิดเครื่องที่เร็วที่สุดในชีวิตผม ตั้งแต่ขึ้นมหาลัยมา

รวมถึง เป็นการอาบน้ำที่เร็วที่สุด กินข้าวเย็นที่เร็วที่สุด และเข้านอนที่เร็วที่สุด

นอนไม่หลับด้วยเนี่ย

ไอ้คนที่ปกตินอนตี3ให้มานอน6โมงเย็น มันก็ไม่น่าเป็นไปได้ใช่ไหมล่ะ!

ผมลุกขึ้นมานั่งยีหัวอย่างไม่รู้จะทำอะไรดี

หลังจากคุยกับจารย์ต้นเสร็จ ผมก็มุ่งหน้ากลับห้องโดยไม่ได้พูดกับใครอีก

แม้กระทั่งพี่ติณห์

เพราะผมไม่อธิบายอะไรสักอย่าง โทรศัพท์เลยเอาแต่ร้องเป็นเจ้าเข้า ผมเลยตัดปัญหาด้วยการปิดเครื่องมันซะเลย ผมยังไม่พร้อมเล่า ไม่พร้อมอธิบาย และไม่พร้อมฟังความเห็นใครทั้งนั้น

ผมอยากอยู่คนเดียว

พอเอาเข้าจริงแล้ว หลังจากกินข้าวอาบน้ำเสร็จ ผมก็เริ่มรู้สึกว่าการเลือกอยู่คนเดียวมันเป็นการเลือกที่ผิด ผมยังไม่ได้อธิบายให้ใครฟัง ก็ไม่รู้ว่าจะมีคนอธิบายหรือยังและจะอธิบายว่ายังไง ผมยังไม่ได้เคลียร์กับพี่ติณห์ แววตาสุดท้ายที่พี่เขามองผม มีแต่ความผิดหวัง ไม่เข้าใจ และสับสนไปหมด แต่ผมก็ยังละเลยที่จะอธิบายมัน ที่สำคัญ...

ผมยังไม่ได้ขอโทษทุกคน

ผมไม่คิดว่าผมจะเป็นคนเดียวที่โดนลงโทษ และก็ไม่คิดว่าการเสนอบทลงโทษแบบนั้นออกไปจะทำให้ทุกคนพอใจ มันต้องมีคนแย้งอยู่แล้วแหละ แต่ผมก็ไม่ได้อยู่ฟัง

ผมคิดแต่ว่าตัวเองสมควรโดน ตัวเองสมควรอยู่คนเดียว โดยไม่คิดถึงคนอื่นเลย

มันฟังดูเห็นแก่ตัวจังนะ

ผมถอนหายใจรอบที่เท่าไรแล้วก็ยังไม่รู้ เพราะมันเยอะมากจนนับไม่ถ้วนเลยแหละครับ สายตาทอดมองไปยังเบื้องหน้า แสงจากภายนอกที่ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามา ทำให้พอจะมองเห็นอะไรอยู่บ้าง ยิ่งตอนนี้พึ่ง6โมงกว่าๆเอง แสงสีส้มสว่างจ้าเลยครับ พระอาทิตย์คงใกล้ตกดินแล้ว ผมเลื่อนมือไปดึงผ้าม่านออกและทอดสายตาที่ท้องฟ้าสีส้มนั้น

ติ๊งต่อง

ผมละสายตาจากท้องฟ้าไปที่ประตูห้อง ชั่งใจว่าจะลุกไปเปิดดีไหม เรื่องของเรื่องคือเมื่อไม่กี่วันก่อนแฟนพี่ห้องข้างๆก็มากดออดผิดห้องครับ แต่คงไม่ผิดซ้ำผิดซ้อนหรอกมั้ง หรือเสียงที่ผมได้ยินมันจะไม่ได้มาจากห้องผม อาจจะเป็นเสียงออดห้องข้างๆหรือห้องตรงข้ามก็ได้เนอะ

ติ๊งต่อง

ห้องผมนี้แหละ มั่นใจล่ะ

ผมผุดลุกขึ้นไปที่ประตู ก่อนที่จะเปิดออก

พี่ติณห์...พี่ติณห์อยู่ในชุดเดิมที่ผมเห็น ในมือถือถุงอะไรสักอย่าง

ทำไมไฟดับอ่ะ ไม่ได้จ่ายค่าไฟเหรอผมชะงัก

เปล่าครับ ผมจะนอนแล้วคราวนี้พี่ติณห์เลิกคิ้วใส่ผม

“6โมงเนี่ยนะนั้นสิ... ผมเพียงแค่ยิ้มแหย่ๆกลับไปเท่านั้น

ผมเข้าไปได้ไหมผมเด๋อขนาดไม่เชิญพี่ติณห์เข้าห้องอ่ะคิดดูสิ

ได้ครับผมหลีกทางให้พี่ติณห์เดินเข้ามาก่อนที่จะกดเปิดไฟในห้อง

กินเค้กไหมพี่ติณห์ทิ้งตัวลงนั่งที่โต๊ะกินข้าวขนาดย่อมของผม ก่อนที่จะหันมาถาม

พี่กินเถอะครับผมเห็นตอนนี้ว่าของในถุงคือกล่องเค้กนั้นเอง

ช่วยกินหน่อยพูดจบพี่ติณห์ก็ยัดช้อนพลาสติกใส่มือผม สุดท้ายผมก็ทิ้งตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามและตักเค้กตรงหน้าเข้าปากตามพี่ติณห์เท่านั้นเอง

ผมนึกว่าคุณมีอะไรพูดกับผมผมงับช้อนไว้ในปากก่อนที่จะเงยหน้ามองพี่ติณห์ที่ยังคงมุ่งมั่นกับการตักเค้กเข้าปากอยู่

มีสิครับ...ผมวางช้อนลง ผมมีเรื่องจะพูดเต็มไปหมด แต่ผมแค่ไม่คิดว่าพี่จะอยู่ตรงนี้ พี่จะมารอฟังคำพูดพวกนั้นจากผม ซึ่งผมในตอนนี้... โครตไร้ประสิทธิภาพในการอธิบายเลย

ผม... ขอโทษนะครับผมหลุบตาลง ตาจ้องมือที่ประสานอยู่ที่ตักแทนที่จะมองหน้าพี่ติณห์ ในหัวพยายามเรียบเรียงคำพูดที่วุ่นวายไปหมดออกมา

ผมรู้ว่าคำขอโทษมันคงช่วยอะไรไม่ได้ แต่ผมไม่รู้จะพูดอะไรจริงๆ เพราะผม... ทำให้เรื่องทุกอย่างเป็นแบบนี้ เพราะผมไม่คิดให้ดีก่อน ทำให้ทุกคนต้องเดือดร้อน ผมขอโทษจริงๆครับพี่ติณห์ไม่ได้ตอบอะไรกลับมาและผมก็ไม่รู้ด้วยว่าพี่เขากำลังทำหน้ายังไงอยู่

ผมพร้อมจะรับผิดชอบทุกอย่างที่ผมทำลงไปจริงๆ ขอแค่ให้บอก... ผมพร้อมทำทุกอย่างผมสูดลมหายใจเข้าลึกๆ

ผมอยากจะพูดแค่นี้แหละครับและจบประโยคทุกอย่าง เมื่อเสียงของผมหยุดลงก็ไม่มีเสียงอะไรดังขึ้นมาอีก ผมยังคงมองมือตัวเองอยู่แบบนั้น รับรู้ได้เลยว่าฝ่ามือชื้นไปด้วยเหงื่อ อาจจะเพราะผมกำลังกดดันตัวเองอยู่ก็เป็นได้ วันนี้ผมรู้สึกแย่ต่อตัวเองโครตๆเลย ผมไม่ควรทำแบบนั้นเลยจริงๆ

ถ้าพี่ติณห์ถามว่าผมจะทำยังไงต่อไป ผมจะตอบยังไงดี ในเมื่อผมก็ยังไม่รู้เลย แถมในหัวตอนนี้ยังว่างเปล่าไปหมด มีแต่ความคิดที่ว่า ผมไม่น่าทำแบบนั้นลงไปเลย ดังอยู่ในหัวเท่านั้น

ผมชะงัก เมื่อพี่ติณห์วางมือลงบนหัวผม ความคิดโทษตัวเองในหัวเหมือนถูกกดpauseไว้ แต่ผมก็ยังไม่กล้าพอที่จะเงยหน้าขึ้นไปมองเจ้าของมือที่วางแหมะบนหัวผมอยู่ดี

จะคิดโทษตัวเองไปอีกนานแค่ไหนวา พอได้แล้วพี่ติณห์โยกหัวผมไปมา

ถึงวันนี้คุณไม่ได้เป็นคนที่ต่อยแทนไท ก็ไม่มีใครรับประกันซะหน่อยว่าจะไม่มีใครต่อยแล้ว ทุกคนตอนนั้นก็โกรธกันหมด แค่คุณเป็นคนแรกที่ต่อยแทนไทก็เท่านั้นเองพี่ติณห์หยุดมือที่โยกหัวผม เปลี่ยนเป็นลูบหัวผมเบาๆแทน

คุณก็แค่บังเอิญเป็นเฮดว้าก เรื่องมันก็เลยใหญ่โตไปอีกเท่านั้น คุณทำดีที่สุดแล้วนะวา และผมก็ภูมิใจในตัวคุณมากผมเงยหน้าขึ้นไปมองหน้าพี่ติณห์ในประโยคนี้

แต่... พี่มองผมด้วยสายตาผิดหวังพี่ติณห์ยกมืออีกข้างขึ้นมาเท้าคาง ส่วนมือข้างเดิมก็ยังวางอยู่บนหัวผม

ตอนเจออาจารย์ต้นอ่ะนะ มันก็ต้องเล่นบทโหดป่ะล่ะ เดี๋ยวอาจารย์เขาก็ไม่ยอมอ่อนข้อให้หรอก

อ้าวหน้าผมคงงงเป็นไก่ตาแตกแล้วตอนนี้

เพราะผมดุคุณ อาจารย์เขาเลยยอมให้คิดบทลงโทษเองไง ไม่เห็นเหรอ คุณก็ไม่น่ารีบเสนอออกไปแบบนั้นเลย

อ้าวผมพูดได้คำเดียวแล้วครับ พี่ติณห์ขำก่อนที่จะเลื่อนมือที่วางอยู่บนหัวผมลง โดยไม่วายดีดเหม่งผมเข้าเต็มแรง

อูยยยย เจ็บด้วยครับ

ผมลูบหน้าผากปอยๆแต่ก็ยังงงอยู่ดี

ผมไม่ได้โกรธคุณหรอกนะวา แต่ก็จะไม่บอกว่าสิ่งที่คุณทำมันถูกหรอก มันก็ผิดนั้นแหละพี่ติณห์หันกลับไปตักเค้กเข้าปากแล้ว

แต่ไอ้บทลงโทษที่คุณคิด ผมว่ามันไม่ค่อยเมคเซนส์เท่าไหร่ผมยังคงนั่งฟังนิ่งๆเท่านั้น

มันเหมือนคุณโยนภาระให้เพื่อนน่ะ คุณเข้าใจใช่ไหมผมส่ายหัวพรืดทันที

ผมเปล่านะครับ ผมแค่อยากรับผิดชอบ

มันมีวิธีให้คุณรับผิดชอบอีกเยอะ ที่ไม่ใช่วิธีนี้ผมบุ้ยปาก

ตอนนั้นผมคิดได้แค่นั้นนี้ครับ

เอาเหอะ คุณพูดไปแล้วก็คงต้องทำตามนั้น ถ้าเพื่อนคุณโอเคนะแล้วพวกมันจะโอเคเหรอ หน้าพี่ติณห์บอกผมแบบนั้น

อีกเรื่องที่ผมอยากจะบอกผมเลิกคิ้ว

คุณไม่ได้อยู่คนเดียวนะวา ผมเคยบอกเรื่องนี้กับคุณไปแล้ว และผมก็จะพูดซ้ำอีก คุณไม่จำเป็นต้องแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียว ยังมีเพื่อน มีพี่ มีรุ่นน้องอีกตั้งเยอะที่พร้อมรับผิดชอบไปพร้อมๆกับคุณ

แม้ผมจะเป็นคนผิดงั้นเหรอครับ

มันไม่เกี่ยวว่าใครผิดหรือไม่ผิดนะวา พวกเราเป็นทีม พวกเราต้องรับผิดชอบด้วยกัน... ไม่ใช่เหรอ?” ใช่... พี่ติณห์พูดถูก

ผมขอโทษครับ

คุณพูดขอโทษรอบที่สามแล้วพี่ติณห์บ่นและยื่นมือมาดีดเหม่งผมอีกที

เจ็บบบบคราวนี้ผมโวยวายออกไป ใครไม่เคยโดนดีดเหม่งนี้อยากให้ลองโดนสักครั้งนะครับ มันเจ็บมากจริงๆ แล้วผมนี้โดนตั้งสองครั้งแล้วอ่ะ

ก็ทำให้เจ็บพี่ติณห์พูดกลับมาอย่างไม่ได้รู้สึกผิดอะไรเลยและยังคงตักเค้กเข้าปากต่อไป

หน้าผากคุณแดงเลยอ่ะเมื่อพี่ติณห์เงยหน้าขึ้นมาเขาก็ทักออกมา และระเบิดเสียงขำออกมาซะงั้น เห็นพี่ติณห์ขำผมเลยเลื่อนมือไปแย่งช้อนจากมือพี่ติณห์และชิงตักเค้กเข้าปากเลย

คุณจะทำยังไงต่อผมหยุดมือที่ตักเค้กเข้าปากและเงยหน้าไปมองพี่ติณห์อีกครั้ง

ผมยังไม่รู้เลยครับ มันมืดไปหมดเลย

คุณคิดคนเดียวมันก็ต้องมืดสิ คุณต้องคิดกับเพื่อนผมยังคงนิ่งอยู่

คุณทำผิดไปแล้ว คุณก็แค่ต้องรับผิดชอบวา อย่าหนี... ลองไปคุยกับเพื่อนดู ผมเชื่อว่าทุกคนพร้อมช่วยคุณเสมอ

และอย่าลืม... ผมอยู่ข้างคุณเสมอนะ

 

ผมเดินทอดน่องเข้ามาในมหาลัยด้วยท่าทางสบายๆ วันนี้เป็นหนึ่งวันที่อากาศจัดว่าดีเลยล่ะ จากการถามsiriเมื่อกี้อุณหภูมิจะอยู่ในช่วง30ต้นๆ แต่อาจจะเพราะพายุฤดูร้อนอะไรสักอย่างที่ทำให้แสงแดดไม่ได้แผดเผาอย่างที่เป็น ท้องฟ้ามีเมฆเต็มไปหมด บวกกับสายลมที่พัดไม่หยุด นี้ก็ถือเป็นวันในฤดูร้อนที่อากาศดีสุดๆไปเลยสำหรับผม

พี่วา!ผมหยุดเดินและหันกลับไปยังต้นเสียง

พี่วาจริงๆดิ ผมนึกว่าพี่จะไม่มาเรียนซะล่ะ

มึงจะบ้าเหรอไอ้แจนเร่งฝีเท้ามาหาผม ก่อนที่จะโผกอดผมเต็มรัก

ใครจะไปรู้ล่ะ เมื่อวานพี่เล่นดิ่งกลับหอไปเลย และคนคิดแสนคิดล้านอย่างพี่เนี่ย อาจจะนอยด์จนไม่มาเรียนเลยก็ได้แจนเท้าแขนบนไหล่ผม ผมเริ่มน้อยใจส่วนสูงตัวเองขึ้นมานิดๆ ก็ขนาดไอ้แจนยังตัวพอๆกับผมเลยครับ

เว่อร์ๆผมพยายามจะขืนตัวเองออกจากแขนแจน แต่ไอ้เวรนี้ก็ไม่ยอมครับ ยังคงเท้าแขนไว้แบบนั้น

พอขยับตัวออกมาไม่ได้ ผมเลยยอมให้แจนเท้าบ่าผมอยู่แบบนั้น ในหัวคิดนิดๆว่า กูพี่มึงนะ เคารพกูบ้าง แต่ก็ช่างมันเถอะครับ

ไปห้องเชียร์ป่ะพี่เก่งที่ตอนแรกเดินอยู่กับแจนเดินเข้ามาหาผมพร้อมกับยกมือไหว้

น่าจะผมพึ่งเปิดดูเมื่อเช้านะครับ ว่าทุกคนนัดประชุมเชียร์กันแต่เช้าเลยที่ห้องเชียร์นั้นแหละ

พวกมึงจะไปด้วยป่ะผมถามออกไป อย่างที่บอกว่าผมไม่รู้ว่าหลังจากผมกลับไปเมื่อวานมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง ผมเลยไม่แน่ใจว่านัดพวกปี2ด้วยรึเปล่า

ก็อยากไปอ่ะพี่ แต่มีเรียนไอ้แจนเป็นคนตอบผม โดยมีเก่งพยักหน้ายืนยันอีกด้วย

ไปดิว่ะ ยืนรอไรอยู่อ่ะแล้วยืนคุยกันเหมือนไม่มีอะไรต้องไปทำเลยแหะ

พี่วา ผมมีเรื่องจะบอกเสียงจริงจังของแจนทำให้ผมเลิกคิ้วและหันไปมองหน้ามัน

อะไร

ผมขอโทษนะพี่

มึงจะมาขอโทษกูเรื่องไร

ก็ผมไม่ได้รายงานเรื่องทั้งหมดในปีหนึ่งให้พี่ฟัง ถ้าพี่รู้ตั้งแต่แรกอาจจะไม่เกิดเรื่องก็ได้ผมเลิกคิ้ว

ใช่ครับ ผมเองก็ขอโทษนะพี่วา เป็นพี่เนียนที่ไม่ได้เรื่องเลยเนอะไอ้เก่งพูดออกมาบ้าง

เรื่องอะไรที่มึงไม่ได้รายงานกูผมมองหน้าเก่งก่อนที่จะหันไปมองแจนอย่างหาคำตอบ

ต่อยอดจากที่ผมบอกว่าปีหนึ่งแบ่งเป็นสองฝ่ายแหละพี่ เรื่องของเรื่องคือตอนแรกมันก็คละแต่ล่ะฝ่ายเท่าๆกันนะ แต่พอเวลาผ่านไป ทีมพี่ก็เยอะขึ้นๆผมเพียงแค่ฟังไอ้แจนพูดนิ่งๆเท่านั้น

เยอะจนเป็น44ต่อ1อ่ะครับ วันที่เกิดเรื่องคือวันที่ไม่มีใครคุยกับแทนเลยผมเบิกตากว้างเมื่อแจนเล่าจบ

เพราะแบบนั้น แทนมันเลยหงุดหงิด จนไปเหวี่ยงใส่พี่อ่ะและไอ้เก่งก็พูดต่อจนจบ ผมส่ายหัวใส่พวกมัน ยกแขนแจนออกจากไหล่ผม ก่อนที่จะประเคนมือตบหัวพวกมันไปคนล่ะที อย่างไม่มีออมแรง

เจ็บ!!แจนโวยวายออกมาตามสไตล์มันทันที ส่วนเก่งก็ลูบหัวปอยๆแต่สายตานี้ตัดพ้อผมสุดๆ

เรื่องสำคัญขนาดนี้ทำไมไม่เล่าวะไอ้แจนบุ้ยปาก

ผมก็ตั้งใจจะเล่าตอนประชุมเชียร์เมื่อวานแหละ แต่เกิดเรื่องขึ้นก่อน

แล้วมึงยอมให้มันกลายเป็น44ต่อ1ได้ไงไอ้แจนเลิกคิ้วอย่างไม่เข้าใจ

ยอมให้ปีหนึ่งแอนตี้แทนไทได้ไง มึงเป็นพี่นะ ยืนมองน้องทะเลาะกันเฉยๆได้ไงพูดแล้วอารมณ์ขึ้นครับ ผมเลยตบหัวแม่งไปอีกที

โอ้ยพี่! ผมจะไปรู้ไหมอ่ะ ผมก็นึกว่าดีซะอีก พี่จะได้คุมแทนอยู่ไงผมส่ายหัวใส่มัน

มึงคิดว่าคนๆหนึ่งถูกเพื่อนแอนตี้มันสมควรแล้วเหรอวะ และมันก็ไม่ควรมีใครโดนแอนตี้ ไม่ว่าจะใครทั้งนั้นด้วย

ผมมุ่งไปห้องเชียร์ทันทีหลังจากแยกกับแจนและเก่ง มีเรื่องที่อยากจะหารือกับเพื่อนเต็มไปหมด หลังจากผมเปิดประตูห้องเชียร์เข้าไปผมก็ต้องชะงัก เพราะภายในมีคนอยู่เต็มไปหมด แถมทุกคนยังหันขวับมามองหน้าผมอย่างพร้อมเพรียงอีกตั้งหาก

ช้าจังว่ะ!เสียงไอ้พีทที่ผมไม่แน่ใจว่าดังมาจากตรงไหน ดังขึ้นมาก่อน

โทษทีผมตอบกลับไปและเดินเข้าไปหาทุกคน

จากที่กวาดสายตามองคร่าวๆนี้มากันหมดรุ่นเลยมั้งเนี่ย

เมื่อเดินเข้ามาถึงผมถึงได้รู้ว่ามีเก้าอี้ตรงกลางโต๊ะที่ถูกเว้นว่างให้ผมอยู่ นี้ประชุมสภากันเหรอ แต่สายตาผมไปจับจ้องที่น้ำสีแดงในแก้วที่วางอยู่บนโต๊ะมากกว่า

ใครซื้อน้ำมาวะผมถามออกไปและทิ้งตัวลงนั่งตรงที่นั้น

พี่เตชินท์ป่ะคะเสียงหลิวตอบผมกลับมาแต่เธอหันไปมองด้านหลังแทน

อ่าฮะพี่ติณห์ที่เหมือนนั่งคุยอะไรกับเพื่อนในกลุ่มอยู่หันมาตอบคำถามนั้นของหลิว เพราะทุกคนอยู่กันเยอะมากและโต๊ะของพี่ติณห์ก็อยู่ในสุด ทำให้ผมไม่เห็นว่ามีพวกปี4มาเข้าประชุมด้วย5-6คน

ขอบคุณครับผมพูดออกไป ไม่ได้มีใครรับคำพูดนั้นของผม และก็คงไม่มีใครรู้ด้วยว่าผมหมายถึงเรื่องอะไร แต่พี่ติณห์ที่เอาแต่ง่วนกับการแกล้งเพื่อนก็หันมามองผม ก่อนที่จะผายมือเป็นเชิงให้ผมพูดไปได้เลย ผมยิ้มรับ หยิบแก้วน้ำนั้นขึ้นมาดื่มและทิ้งตัวลงนั่ง

ก็น้ำแดงแก้วนี้พี่ติณห์ซื้อมาให้ผมนี้นะ

ถึงพี่ติณห์จะไม่ได้พูดออกมา แต่การวางไว้ในที่ผม แถมยังไม่ได้มารับคืนตอนที่ผมทัก

มันก็แปลได้อย่างเดียวไม่ใช่เหรอ

เล่ามาให้หมดเลยนะว่าคุยอะไรกับจารย์ต้นไปบ้าง ขอแบบละเอียดหลิวโพล่งออกมาเมื่อผมนั่งลงแล้ว

ยังไม่รู้เหรอผมถามกลับไป

จะรู้ได้ไงวะ พอมึงออกไป พี่เตชินท์ออกมา พวกกูถามพี่เตชินท์เขาก็บอกให้รอฟังจากมึง สุดท้ายก็ไม่มีใครเล่าอะไรให้พวกกูฟังสักคนไอ้พีทที่ตอนนี้ผมเห็นแล้วว่ามันนั่งอยู่ตรงไหนบ่นออกมา

แล้วเสือกปิดเครื่องนะมึงประโยคนั้นดังมาจากไอ้เปรมที่นั่งอยู่ตรงหน้าผม และแม่งก็แถมด้วยการตบหัวผมไปหนึ่งที

จะไปรู้เหรอ มีคนเล่าได้ตั้งหลายคน ใช่ไหมเพชรผมหันไปเห็นเพชรที่นั่งอยู่ไม่ไกลเลยทักมันออกไป

เพชร ประธานรุ่นปี98ของพวกผม รับหน้าที่ทำทุกอย่างตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ แต่เหตุผลที่ไม่ค่อยเห็นหน้ามันก็เพราะว่ามันต้องดูแลเรื่องงบและเรื่องconnectionกับอาจารย์นะครับ มันเลยวุ่นกับห้องพักอาจารย์มากกว่าจะวุ่นกับห้องเชียร์ เพราะแบบนั้นผมจึงแน่ใจมากๆว่าเพชรก็ต้องรู้เรื่องทุกอย่างแล้ว แต่ถึงงานconnectingจะเยอะขนาดไหน ถ้ามันว่าง มันก็จะแวะมาเข้าเชียร์นะครับ

เออ แต่เห็นพี่เตชินท์ยังรอให้มึงเล่า กูเลยรอให้มึงเล่าไงไอ้เพชรตอบกลับมา

พวกมึงเลิกนอกเรื่อง แล้วเข้าเรื่องสักทีได้ม่ะหลิวโพล่งออกมา ผมสาบานได้เลยว่าปายที่นั่งอยู่ข้างๆถึงกับสะดุ้งเลย ปกติหลิวจะไม่พูดคำหยาบต่อหน้าปายนะครับ แต่นี้คงเป็นกรณียกเว้น

ก็ไม่มีอะไร อาจารย์เขาก็เรียกไปคุยนั้นแหละว่าจะเอายังไงต่อ จะรับผิดชอบยังไง ตอนที่กูกำลังรู้สึกว่าอาจจะโดนพักการเรียนหรืออะไรแบบนั้นพี่ติ.. เอ่อ พี่เตชินท์ก็เข้ามาช่วยไว้โชคดีที่ไม่มีใครเอะใจที่ผมเกือบเรียกพี่ติณห์ว่าพี่ติณห์ ถ้าอยู่ๆผมโพล่งไปเรียกชื่อเล่นมันจะแปลกๆนะครับ ในเมื่อทุกคนเรียกชื่อจริงกันหมด

อาจารย์เขาเลยยอมให้คิดบทลงโทษเองผมพูดต่อจนจบ

อย่างนั้นก็ดีดิแก เราเสนอเขียนคำว่า พวกหนูผิดไปแล้ว สักพันประโยคดีไหมยี่หวาหนึ่งในเพื่อนเสนอขึ้นมา

พันจบมันน้อยๆเหรอไงเจ้ สักร้อยจบก็พอมั้งบิ๊กแย้งออกไป ก่อนที่ทุกคนจะเปิดฉากเสนอบทลงโทษกันออกมายกใหญ่

เกือบดีล่ะ ถ้าผมไม่เสนอไปแล้วอ่ะนะ

เฮ้ย! กูเสนอไปแล้วผมถึงกับต้องตะโกนออกไป เมื่อทุกคนแย่งกันพูดจนเสียงอื้ออึงไปหมด

อ้าวเหรอ เสนอไรไปอ่ะหลิวหันมาถามผม

โดนหักคะแนนเสียงโหยดังออกมาทันที

เสนอเหี้ยอะไรของมึงเนี่ย คะแนนกูไม่มีให้หักล่ะนะไอ้เปรมโวยออกมา

เอาน่า หักคะแนนไม่กี่คะแนนกับพ้นโทษ เราว่าคุ้มอยู่นะปายเข้ามาพูดช่วยผมไว้

แล้วก็โดนบำเพ็ญประโยชน์ด้วยคราวนี้เสียงโหยยยยดังขึ้นกว่าเดิมและยาวกว่าเดิมด้วย

กี่ชั่วโมงวะไอ้สรหันมาถามผม

ยังไม่ได้บอกว่ะ เดี๋ยวบอกน้อยๆผมรีบตอบเอาใจมัน แต่มันก็ยังหันไปโวยวายกับเพื่อนอยู่ดี

บำเพ็ญประโยชน์ก็ดีนะ เราจะได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ไงเป็นปายอีกตามเคย ต่างตรงที่ทุกคนไม่ได้ยอมปายและโหยใส่ปายไปด้วยเท่านั้น

การบำเพ็ญประโยชน์ของมหาลัยผมคิดเป็นชั่วโมงครับ อย่างเช่น ถูกตึกสถาปัตย์หนึ่งชั่วโมง ล้างจานในโรงอาหารหนึ่งชั่วโมง อะไรแบบนี้

ถ้าเราโดนล้างตึกวนศาสตร์ไม่ตายเลยเหรอวะหนึ่งในพวกเราโวยออกมา ซึ่งตึกวนศาสตร์เนี่ยขึ้นชื่อเรื่องความเก่าแก่ที่สุดนะครับ มันเป็นตึกแรกในมหาลัยผมนะ

ผมปล่อยให้ทุกคนโวยวายกันต่อไปอีกสักพัก ส่วนตัวเองก็หันมาดูดน้ำแดงในแก้วไปพลาง แค่คิดว่าต้องบอกข้อสุดท้ายก็ต้องเตรียมใจและหูไว้ให้พร้อมแล้วครับ

มีอีกข้อผมโพล่งออกไปเมื่อเสียงเริ่มซาลง

ยังมีอีกเหรอ!เป็นเสียงไอ้พีทเองครับที่โวยออกมา

ข้อสุดท้ายล่ะ

ว่ามาหลิวตอบ ก่อนที่ทุกคนจะเงียบเพื่อฟังข้อสุดท้ายจากปากผม

กูขอลาออกจากตำแหน่งเฮดว้าก และจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการรับน้องอีก

ห๊ะ!!

มึงบ้าป่ะเนี่ยยยยย

เอาไงดีวะ!!!

เสียงโวยวายระดับสิบทำให้ผมก้มลงมาดูดน้ำในมือไปพลางๆ ดีนะทำใจไว้แล้วว่าต้องโวยวายแน่ๆเลยตั้งรับทัน

พวกมึงใจเย็นก่อน ถึงกูจะเข้าห้องเชียร์ไม่ได้แล้ว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะประชุมเชียร์ด้วยไม่ได้นะตาตี่ๆของทุกคนเป็นคำตอบได้ดีว่าไม่ได้พอใจกับข้อเสนอของผมเลย

มันช่วยไม่ได้นี้ว้า กูต้องรับผิดชอบอ่ะ คิดอะไรออกก็พูดไปก่อนผมเลยพูดต่อ

แต่แกก็น่าจะเสนออะไรที่เมคเซนส์กว่านี้ป่ะ อย่างนี้ใครจะเป็นเฮดว้ากอ่ะหลิวบ่นออกมา

ก็หาคนใหม่มาแทนไงผมตอบกลับไป พึ่งนึกได้ตอนนี้ว่าต้องหาคนอื่นมาแทนด้วยนี้นะ

เออ! ในฐานะอดีตเฮดว้าก กูขอเป็นคนเลือกล่ะกันว่าจะให้ใครมาดูแลหน้าที่นี้ต่อจากกูทุกคนเงียบกริบ ไม่รู้ว่าเพราะลุ้นว่าผมจะเลือกใคร หรือภาวนาไม่ให้เป็นตัวเองกันแน่ ผมเพิ่มความลุ้นเข้าไปอีกด้วยการกวาดสายตามองหน้าทุกคนช้าๆ

กูเลือก... พีท

ไม่ได้! กูไม่ได้พีทถึงกับยืนขึ้นเลยครับ

ทำไมจะไม่ได้

มึงไม่เห็นเหรอเมื่อวานกูจะสอยหน้าแทนไทก่อนมึงอีก จะให้กูเป็นได้ไง

มันก็จริงที่มึงขี้โวยวายแล้วก็สงบสติตัวเองไม่ค่อยได้ แต่ว่ามึงก็เป็นคนหนึ่งที่ทุ่มเทกับรับน้องมาก กูรู้ว่ามึงอยากให้มันออกมาดี และก็หวังดีกับน้องไม่ต่างจากกูหรอกพีทเม้มปาก ถึงมันจะไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่สายตามันแสดงชัดเจนว่าไม่เห็นด้วย

มึงทำได้ เชื่อกูดิผมเลยพูดย้ำออกไปอีก

อย่างั้นงี้เลย แต่พีทก็เป็นหนึ่งในคนที่ประชุมเชียร์จนเลิกทุกครั้งนะหลิวโพล่งออกมา ถ้าสองคนนี้สงบศึกกันก็จะเป็นแบบนี้แหละครับ

แต่เราอาจจะต้องควบคุมความประพฤติมันหน่อยแต่ก็ไม่วายแซะมันเข้าให้สินะ

มึงเลือกคนอื่นเหอะ เป็นกูไม่ได้จริงๆไอ้พีทยังคงแย้งออกมา

ทำไมอีกล่ะผมถามออกไป

จะให้กูมาทำตำแหน่งนี้ได้ไง... ตำแหน่งของมึงนะวา กูรับไว้ไม่ได้ว่ะทุกคนพร้อมใจกันเงียบทันที ผมมองพีทนิ่งๆก่อนที่จะพ่นลมหายใจออกมา

มึงไม่ได้แย่งกูไปนะพีท กูเป็นคนบอกว่าให้มึงทำเอง

ก็นั้นแหละ แล้วยิ่งต้องเป็นหัวหน้าคนอื่นอีก กูทำไม่ได้!ผมกลอกตาใส่มัน

ไม่ใช่เฉพาะพีทหรอก จริงๆมันจะเป็นใครก็ได้ในพวกเรา ทุกคนมีความเป็นผู้นำอยู่ในตัวนะ แค่ไม่ได้หยิบมันออกมาใช้เท่านั้นเองผมพูดออกไป เริ่มหงุดหงิดขึ้นมานิดๆที่มีแต่คนเกี่ยงกันไปเกี่ยงกันมา

เหตุผลที่กูเลือกพีท ไม่ใช่เพราะว่ากูสนิทกับมัน แต่เพราะกูเห็นความพยายามในตัวมัน แต่นั้นก็ไม่ได้หมายความว่ากูมองไม่เห็นของคนอื่น กูรู้ดีว่าพวกเราตั้งใจมากขนาดไหน แต่กูทำผิดไปแล้ว กูต้องรับผิดชอบ และกูก็กำลังแก้ปัญหาอยู่ ถึงพวกมึงโบ้ยกันไปโบ้ยกันมา โทษของกูก็ไม่ได้ลดลงไม่มีใครพูดอะไรขัดออกมา ผมถึงได้สูดหายใจเข้าลึกๆและพูดต่อ

ตอนพี่เตชินท์บอกให้กูรับตำแหน่งเฮดว้าก กูก็ไม่คิดว่ากูจะทำได้ ไม่คิดว่าจะคุมน้องทั้งรุ่นได้ จะเป็นผู้นำได้ กูไม่คิดเลยจริงๆ แต่มันต้องทำให้ได้ป่ะวะ มันต้องทำให้สุดฝีมืออ่ะ... เพราะกูอยากให้มันออกมาดีผมเลื่อนสายตาไปมองพี่ติณห์ เจ้าตัวกำลังตั้งใจฟังผมและจับจ้องมาที่ผม เมื่อผมหันไปหา เขาก็ระบายยิ้มบางๆออกมา

ใจชื้นขึ้นมาเลย

 “ตอนนี้กูอาจจะเดินนำพวกมึงไม่ได้แล้ว แต่กูไม่ได้ไปไหน กูยังช่วยพวกมึงอยู่เสมอนะ

“... และกูก็ขอโทษด้วย ที่ทำให้เรื่องมันเป็นแบบนี้ผมพูดจนจบ

ไม่ใช่ความผิดของวานะ ถ้าจะมีใครที่ผิด ก็ทุกคนนั้นแหละปายพูดออกมา สายตาที่มองมายังผมมีแต่ความเป็นห่วง

ใช่ ไม่ใช่ความผิดของมึงเลย

มึงอย่าคิดมากนะเว้ย

ถ้ามึงไม่ได้ต่อยมัน กูก็จะต่อยมันเหมือนกัน

เสียงจากหลากหลายทิศทางดังออกมาเมื่อผมพูดจบ ผมระบายยิ้มออกมาบางๆ เริ่มแน่ใจว่าทุกคนพร้อมที่จะลุกขึ้นสู้อีกครั้งแล้ว

สรุป! พีทจะขึ้นมาเป็นเฮดว้ากแทนกู ไม่มีใครขัดนะผมถามและตั้งใจจ้องไอ้พีทเป็นเชิงว่ามันนั้นแหละห้ามขัด ซึ่งไอ้พีทก็ส่งนิ้วกลางมาให้ผมและทิ้งตัวลงนั่งอย่างยอมรับแต่โดยดี

อีกเรื่องที่กูจะฝากก็คือ เรื่องน้องปีหนึ่งทุกคนกลับมาเงียบฟังผมอีกครั้ง

กูได้ยินจากไอ้แจนมาว่า ปีหนึ่งกำลังแอนตี้แทนไท เป็นเหตุผลที่ทำไมวันนั้นแทนไทถึงหงุดหงิด

สมควรแล้วป่ะวะไอ้สรพูดแทรกออกมาทันที

ไม่สมควรดิว่ะ รับน้องคือการทำให้น้องทุกคนรักกัน ไม่ใช่น้องทุกคนรวมหัวกันไล่น้องสักคนออกมากลุ่มนะสรยอมเงียบและฟังผมอีกครั้ง

กูอยากให้ทุกคนย้อนกลับไปวันที่พวกเราเป็นปีหนึ่ง วันที่พวกเรารู้จักกันเพราะต้องกอดคอลุกนั่งด้วยกัน วันที่รวมหัวกันนินทาพี่ดิน กูเชื่อว่าทุกคนยังจำได้ และพวกมึงลองคิดดู ว่าถ้าวันนั้น เราเป็นคนเดียวที่เพื่อนไม่ยอมคุยด้วย เราจะรู้สึกยังไง

สำหรับกู กูก็ยังไม่ค่อยเข้าใจวิธีการรับน้องของพี่ดินสักเท่าไหร่ แต่กูรู้แค่ว่าผลลัพธ์ที่ออกมา กูสนิทกับพวกมึงมากขึ้น วางใจกันมากขึ้น รู้จักกันมากขึ้น และรักกันมากขึ้น กูก็ถือว่าที่พี่ดินทำ มันประสบความสำเร็จนะ

แล้วถ้าปีเรา มันทำให้น้องเกลียดกัน ไม่ว่าจะน้องสิบคน ยี่สิบคน หรือแค่คนเดียว กูก็รู้สึกว่า... พวกเราทำไม่สำเร็จว่ะ

ผมกวาดสายตามองเพื่อนทุกคนที่ตั้งใจฟังผมพูด หลายคนเริ่มเข้าใจประเด็นและเริ่มนึกขึ้นมาได้แล้วว่า

เรารับน้องกันเพื่ออะไร

กูขอฝากพวกมึงด้วยนะ ทำให้น้องกลับมารักกันให้ได้นะเว้ยทุกคนระบายยิ้มออกมาบางๆและพยักหน้าส่งมาให้ผม จะมีก็แต่ไอ้พีทที่ทำหน้าอ้อร้อใส่ผมอย่างโครตน่าถีบ ในหัวมันต้องกำลังคิดว่าผมโชว์ความพระเอกหรืออะไรแบบนั้นแน่เลยอ่ะ

แปะๆ!!

ผมหันไปยังเสียงตบมือที่ดังขึ้นมา เสียงนั้นดังมาจากพี่ติณห์นั้นเอง พอพี่ติณห์ตบมือพี่ปี4ก็พร้อมใจกันโห่ฮิ้วและตบมือให้พวกผมกันยกใหญ่ เห็นแบบนั้นผมก็อดที่จะขำและตบมือตามไปด้วยไม่ได้ พวกเราเลยเข้าสู่โหมดเฉลิมฉลองกันซะงั้น

หล่อรึเกินนะมึงผมยักไหล่เมื่อไอ้พีทเข้ามาพูดแบบนั้นกับผม

เออหล่อจริง อยากได้เป็นผัวเลยอ่ะหลิวที่อยู่ใกล้ๆพูดขึ้นมาบ้าง

เก็บนอหน่อยครับคุณไอ้พีทตอบหลิวกลับไป ซึ่งแน่นอนว่าต้องโดนฝ่ามือพิฆาตจากหลิวอยู่แล้ว ผมขำกับความชุลมุนเล็กๆนั้นก่อนที่จะโดนแขนของคนๆหนึ่งรั้งคอผมให้เข้าไปประชิดตัว

ผมพูดดีใช่ป่ะพี่ติณห์ผมแกล้งหันไปถามพี่ติณห์แบบนั้น แต่พี่ติณห์ดันทำหน้าคิดหนัก มองฟ้าซะอย่างนั้น

ถ้าไม่ดีพี่ตบมือทำไมมมมผมบุ้ยปากและบ่นออกไป พี่ติณห์ขำก่อนที่จะหันมามองหน้าผม

คุณพูดดีโครตๆเลยแหละ ไม่เสียแรงที่ผมเทรนมาผมขำ ก็ไม่ค่อยอ่ะนะ พี่ติณห์ดึงผมให้ขึ้นไปยืนบนเก้าอี้ด้วยกันก่อนที่จะพูดออกมา

เฮ้ยปี3!” พวกเราที่กำลังชุลมุนเลยหันขวับมามองพี่ติณห์ทันที รวมถึงผมเองด้วย ก็ผมไม่รู้นี้หนาว่าพี่ติณห์จะพูดอะไร

ผมมีเรื่องจะเสนอหน่อย







---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

บอกว่าจะอัพเร็ว ก็คืออัพเร็วเห็นมั้ยยย (เกือบไม่ทัน) แม้วันนี้จะเป็นนึงวันที่เราโครตเฟลและสับสนกับอนาคตตัวเองแต่ก็ยังคงตั้งมั่นว่าจะอัพให้ได้ เรื่องของเรื่องคือคอมเม้นต์ที่มากล้นเป็นแรงผลักดันพี่จริงๆค่ะ ฮือออออ ขอบคุณที่ติดตามนะคะ

ตอนต่อไปยังไม่แน่ใจมาจะมาวันไหน แต่ไม่น่าเกิดเดือนนี้นะคะ

ซียูววว 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 58 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

669 ความคิดเห็น

  1. #558 หมูจีน้อย (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 20:37
    เสนออะไรอ่ะ อยากกรู้!!!!!
    อยากรู้ต้องรีบอ่าน เลสโกกกก
    #558
    0
  2. #32 0805462546 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 มีนาคม 2559 / 20:55
    รออออออออ
    #32
    0
  3. #30 Dark Mask (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 มีนาคม 2559 / 00:24
    ฮืออออ มันค้างเเรงงง
    #30
    0
  4. #29 แมวน้อยวนิลา (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 มีนาคม 2559 / 21:46
    พี่วาเท่ค่ด
    #29
    0
  5. #28 หงษ์ปีกราตรี (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 มีนาคม 2559 / 21:24
    รอนะคะ
    #28
    0
  6. #27 Helena Kadian (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 มีนาคม 2559 / 20:09
    กรี่ดดดดดด
    แม่ขาาา พี่วาพี่ติณเขาอายคอนแทค
    นู๋ฟินนนน
    อยากอ่านต่อแล้ววววว
    ไม่อยากวางโทรศัพท์เลย
    รอขึ้นอัพเดต ><
    #27
    0
  7. #26 bxbexx (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 มีนาคม 2559 / 19:47
    ไรท์ค้างมากกกกก T^T
    #26
    0