source head กว่าจะเป็นเฮดว้าก (end)

ตอนที่ 10 : me and mymind

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,042
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 69 ครั้ง
    28 มิ.ย. 59

10

การมีเรียนคาบบ่ายทำให้ผมพอมีเวลาเหลือในการวางแปลนโมเดลบ้านที่อาจารย์สั่งไป dueส่งงานนี้คืออาทิตย์หน้าและมันก็ควรจะเริ่มเป็นรูปเป็นร่างได้แล้ว จริงๆงานนี้ไม่ใช่งานหลักของพวกเราสถาปัตย์ปี3หรอกครับ มันเป็นเพียงงานชิ้นเล็กๆของคลาสพิเศษ แต่ถึงแบบนั้นผมก็ไม่ได้จะทิ้งขว้างหรือทำให้มันเสร็จๆไปหรอกนะครับ จารย์สอนวิชานี้โหดจะตาย ขืนทำส่งๆได้Dมานอนกอดแน่ และนั้นขัดต่อเกียรตินิยมของผมมาก

ผมไม่ได้ถึงขนาดจะขาดหวังเกียรตินิยมอะไรนะ แค่ทุกปีมันทำมาดีและผมก็เหลือเดินอีกแค่ครึ่งทาง ถ้าทำให้มันออกมาดีอย่างที่เคยได้ก็จะทำเท่านั้นเอง

ข้อดีของการได้เกียรตินิยมคือมันไม่ต้องรอไล่ตัวอักษรตอนรับปริญญานะครับ

ยิ่งคนตัวอักษร วอแหวน อย่างผมแล้วด้วย

มึงจะออกมากี่โมงเสียงไอ้พีทดังตามสายออกมา

เกือบบ่ายแหละ

แดกข้าวไหนอ่ะ

เดี๋ยวกินที่หอ

เค งั้นกูแดกข้าวเลยนะผมเออออตอบมันไป หลังจากนั้นไม่นานพีทก็กดวางสาย

สายตาผมกลับมาที่งานแต่สติจริงๆแล้วแทบจะไม่อยู่ที่เรื่องนี้เลย

ให้ตายเหอะพี่ติณห์

ผมไม่ได้อยากรู้เรื่องของพี่ติณห์กับน้องเนมากขนาดนั้น แต่พอพี่ติณห์ไม่บอกมันก็ทำให้ผมหงุดหงิดชะมัด ผมก็คงจะผิดเองที่เป็นคนบอกพี่ติณห์ว่าจะตอบหรือไม่ตอบก็ได้ มันทำให้พี่เขาเลือกไม่ตอบเลยเนี่ย แต่แบบนั้นมันก็ยิ่งทำให้เรื่องพี่ติณห์กับน้องเนดูเป็นปัญหาระดับชาติที่ขนาดผมเองก็รู้ไม่ได้

มันน่าหงุดหงิดไหมล่ะ

ผมสูดหายใจเข้าลึกๆ ผมควรเลิกคิดเรื่องบ้านี้สักที

มันทำให้บ้านผมเบี้ยวไม่เห็นเหรอ

ผมรู้ดีว่าตัวเองทำอะไรอยู่ รู้ดีว่าอะไรทำให้ผมเป็นแบบนี้ และผมก็รู้จักตัวเองดีพอ

ผมรู้ว่าผมกำลังคิดอะไรกับพี่ติณห์

ผมไม่รู้ว่ามันเริ่มตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่รู้ว่าทำไมมันถึงเริ่มกับคนๆนี้ แต่ผมรู้ว่ามันเริ่มขึ้นแล้ว

ผมกำลังถลำลึกลงไปเรื่อยๆ

ผมชอบที่มีแค่ผมที่ได้ฟังเรื่องต่างๆจากพี่ติณห์ ชอบที่ผมเคยมีช่วงเวลาในวัยเด็กกับพี่ติณห์ ชอบที่พี่เขานั่งฟังผมเล่าเรื่องต่างๆโดยไม่เคยบ่น ชอบที่เรานั่งทำโมเงียบๆด้วยกัน ชอบที่พี่เขาใส่ใจเรื่องเล็กๆน้อยๆโดยที่เขาเองอาจจะไม่รู้ตัว ชอบที่พี่ติณห์คอยช่วยเหลือผม

ผมชอบทุกอย่างเหล่านั้น

และมันคงแย่ถ้ามีใครแย่งสิ่งเหล่านั้นจากผมไป

ผมคงยังไม่กล้าพูดว่าผมชอบพี่ติณห์ แต่ผมแค่ชอบหลายๆสิ่งที่พี่เขาทำให้

มันอาจจะฟังดูเข้าข้างตัวเองนะ เพราะผมก็ยังหาข้อแตกต่างไม่ได้เลยว่าสิ่งที่เขาทำให้ผมมันต่างจากที่เขาทำให้คนอื่นตรงไหน

ความรู้สึกของผมตอนนี้มันเป็นเพียงความรู้สึกดีๆที่ฟุ้งกระจายไปทั่ว ไม่สามารถหยิบจับขึ้นมาพูดได้ว่ามันคือความรู้สึกแบบไหน แต่มันมีตัวตนอยู่แน่ๆ

ผมไม่ได้ต้องการครอบครอง ไม่ได้อยากให้พี่เขามองแค่ผมคนเดียว ไม่ได้จะขวางทางคนทุกคนไม่ให้เข้าใกล้พี่เขา ไม่ได้หึงหวงพี่เขาเป็นพิเศษ

อย่างที่บอกว่าตอนนี้มันเป็นเพียงความรู้สึกดีๆที่เริ่มก่อตัวขึ้นเท่านั้น

ผมแค่ไม่อยากให้พี่เขามีใครสักคนมาแทนที่ผม ใครสักคนที่พี่ติณห์จะเล่าเรื่องให้เขาฟัง แชร์ความรู้สึกกับคนนั้น ชวนไปกินข้าว ขอให้ไปช่วยทำโม ซื้อน้ำให้ หรือให้คำปรึกษา

ใครที่ไม่ใช่ผม

อันนั้นผมยอมไม่ได้

ที่สำคัญ ผมไม่เคยชอบผู้ชาย

ผมยังยืนยันกับตัวเองไม่ได้ว่าพี่ติณห์จะเป็นผู้ชายคนแรกที่ผมชอบ

มันจะอะเมซิ่งไปหน่อยนะ

ว่าผมกดรับสายโทรศัพท์โดยที่ไม่ได้หันไปมองด้วยซ้ำ

อยู่ไหนนนเสียงใสๆของหลิวดังตามสายมา

หอ

มามอแล้วอย่าลืมสมุดเลกเชอร์ฉัน

อ่าๆหลิวตัดสายไปแล้ว แต่หลิวช่วยดึงผมให้กลับมาที่โลกปัจจุบันได้สักที

ผมทอดสายตาไปยังร่างภาพบ้านบนกระดาษที่เริ่มเป็นรูปเป็นร่างแต่ก็ยังคงไม่เสร็จสมบูรณ์ดี ผมถอนหายใจและตัดสินใจเก็บกระดาษแปลนลงกระเป๋าก่อนที่จะลุกไปอาบน้ำ

สายน้ำเย็นๆจะช่วยให้ผมสงบลงได้

ผมหวังแบบนั้น

 

เชดเข้ เริ่มเป็นบ้านแล้วว่ะ

ก็ทำบ้านผมเงยหน้าขึ้นไปมองไอ้พีทที่พึ่งมาถึง มันจ้องภาพแปลนที่ผมวาดอยู่และทิ้งตัวลงนั่ง

ดูดีนะพอนั่งเสร็จ มันก็ไม่จ้องเปล่า เพราะมันหยิบกระดาษไปดูเลยครับ

นี้วรมินทร์ไงนานๆจะอวดตัวเองน่า ยอมๆหน่อยเถอะ

จ้าาาาาแต่ไอ้พีทไม่น่ายอม มันเบ้ปากและจ้ายาวๆใส่ผมอย่างประชดสุดๆ

เสร็จแล้วส่งให้ดูหน่อยดิว่ะ

เออผมตอบมันกลับไป พีทมักจะขอให้ผมส่งรูปแปลนที่เสร็จแล้วให้มันดูเสมอ ไม่รู้เพื่ออะไรเหมือนกันครับ มันบอกว่ามองแปลนคนอื่นเยอะๆแล้วได้แรงบันดาลใจทำงานตัวเองดี

เรานั่งคุยกันไม่นานอาจารย์ก็เดินเข้ามา

ถึงสถาปัตย์จะproject basedแต่ก็ไม่ใช่จะไม่มีคลาสเลกเชอร์เลยนะครับ ยิ่งปีนี้เรียนเลกเชอร์ติดกันสองวันเลยด้วย

คลาสเลกเชอร์ไม่ได้เกิดมาเพื่อผมเท่าไหร่ ขนาดที่ว่าถ้าสถาปัตย์มีคลาสนี้สัก5ตัว ผมคงโดนรีไทร์แน่ๆ (อาศัยยืมสมุดเพื่อนมาอ่านเอาครับ) ผมจึงเพียงแค่นั่งฟังอาจารย์พูดไปด้วยแต่มือก็ปั่นงานไปด้วย

มึงว่าเราจะรู้ได้ไงวะ... ว่าเราชอบใครสักคนความคิดในหัวผมยังคงเวียนวนอยู่เรื่องนี้สินะ

เชดดดดไอ้พีทเบิกตากว้างใส่ผม มันคงจะงงแหละที่อยู่ๆผมก็ถามแบบนั้น

มึงน่าจะรู้ป่ะวะและพีทก็ตอบกลับมาเพียงเท่านั้น ผมก็ไม่ได้ไก่อ่อนเรื่องความรักอะไรขนาดนั้นอ่ะเนอะ

กูแค่สงสัย มันไม่มีอะไรเป็นตัวชี้วัดเลยเหรอว่าเราชอบเขาแน่ๆ

ตอนที่มึงสงสัยนี้ไงผมชะงักมือและเงยหน้าไปมองไอ้พีทที่นั่งอยู่ข้างๆแทน

เฮ้ย ตอนนั้นกูยังไม่รู้สึกอะไรเลย

มึงเริ่มรู้สึกตอนนั้นแหละ

เหมือนโลกหยุดหมุนกับคำตอบของพีท ผมนิ่งไป ก่อนที่จะดึงสติตัวเองกลับมาและหันกลับมาวาดแปลนต่อ

เริ่มรู้สึกตอนนั้นเหรอ

กับใครวะพีทถามออกมาอีกครั้ง มันยังคงทอดสายตาไปยังอาจารย์เบื้องหน้า

กูแน่ใจแล้วจะบอกผมกับพีทไม่มีเรื่องปิดบังกันอยู่แล้ว ความจริงคือเราสนิทกันมากจนมักจะมองกันออก ดังนั้นเลยไม่มีเรื่องอะไรที่สามารถปิดบังกันได้ซะมากกว่า

เคพีทตอบรับและมันก็หันไปฟังอาจารย์ต่อ ผมก็เริ่มเข้าด้ายเข้าเข็มกับการวางแปลน ไอเดียมันเริ่มมานะครับ

เดี๋ยวนะไอเดียกูเกือบหายแหนะ ก็อยู่ๆพีทมันก็หันขวับมามองหน้าผมเฉยเลย

อะไร

น้องพิ้งค์เหรอจบประโยคนั้น ผมก็กลอกตาใส่ เสียเวลาที่เงยหน้ามาฟังจริงๆ ก่อนที่จะหันกลับมาวาดต่อ โดยไม่ลืมที่จะส่งนิ้วกลางไปให้ไอ้พีทแทนคำพูดทุกอย่าง

ไม่ใช่เหรอวะไอ้พีททำหน้าเซ็งเมื่อทายไม่ถูก

ทายให้ตายมึงก็ไม่น่าจะทายถูกหรอก

มึงใช้อะไรคิดว่าจะเป็น0043”

จะไปรู้เหรอ เห็นช่วงนี้มึงก็มีข่าวแค่กับน้องพิ้งค์ถึงกับใช้คำว่ามีข่าวเลยแหะ

ข่าวนี้มาจากไหน หลิวเหรอ?” ก็รู้อยู่ว่ายัยหลิวบิ้วผมกับพิ้งค์จะตายยังจะเชื่ออีก

เออๆไม่ใช่ก็ไม่ใช่ว่ะพีทบุ้ยปาก

แน่ใจแล้วบอกกูด้วยล่ะกันโดยไม่ลืมที่จะย้ำผมส่งท้าย

เออ

แต่มันจะแน่ใจเมื่อไหร่เนี่ยสิ

 

"สวัสดีค่ะ/ครับผมพยักหน้ารับเสียงไหว้อย่างแข็งขัน ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อแหละวันนั้นที่ผมลงโทษไปมันทำให้ปีหนึ่งจำได้ดีเลยว่าต้องสวัสดีทุกครั้ง

สวัสดีครับปีหนึ่ง ช่วงนี้พวกคุณคงวุ่นๆกับการเรียนเป็นพิเศษถึงจะต้องเข้าห้องเชียร์แต่ก็ยังต้องเรียนนี้ครับ ผมจำได้เลยว่าช่วงนั้นค่อนข้างจะทรหดมาก ทั้งเรียน ทั้งรายงาน ทำโม ส่งแปลน ไหนจะเข้าเชียร์ และยังกิจกรรมที่ต้องทำสำหรับรับน้องที่พวกพี่สั่งอีก ยิ่งปรับตัวยังไม่ได้ด้วยแล้ว เป็นช่วงเวลาที่หนังหน่วงสุดๆ (ผมต้องทำงานให้มอด้วยครับ เกือบตาย)

ยืนยันคำพูดของผมจากปีหนึ่งหลายคนที่เผลอพยักหน้ารับอย่างแรง

แต่คุณก็ต้องผ่านมันไปให้ได้นะครับ ไม่มีทางเลือกอยู่แล้วปีหนึ่งบางคนหลุดชักสีหน้าออกมา คงจะหวังลึกๆว่าจะพักการเข้าเชียร์ไปสักพักล่ะมั้ง

ฝันไปเถอะ

อีกไม่นานจะถึงงานเฟรชชี่เกมส์แล้วนี้แหละคือประเด็นหลักที่ผมต้องพูดวันนี้

ผมหวังว่าพวกคุณจะทำให้เต็มที่ ไม่ว่าจะเรื่องแสตนหรือกีฬาไอ้กิตหันไปทำหน้าหูยใส่ไอ้แจนที่นั่งข้างๆทันที ถ้ามันรู้ว่าไอ้เพื่อนที่นั่งข้างๆมันคือพี่รหัสมัน คงจะตกใจแย่

และคงจะช็อคไปเลยถ้ารู้ว่าผมเป็นลุงรหัสมัน

สำหรับคณะสถาปัตย์ของเรา อย่างน้อยๆ... ผมหวังว่าเราจะติดtop 5” คราวนี้เสียงโหวกเหวกดังออกมาทันที ในมหาลัยมีคณะตั้งสิบยี่สิบคณะ การจะให้ปีหนึ่งทำให้ติดtop 5ให้ได้เนี่ยมันใช่เรื่องง่ายที่ไหน ยิ่งคณะสถาปัตย์จะต้องรวมทุกสาขาวิชาแล้วด้วย คนเยอะก็ยิ่งมากความ เป็นความจริงเสมอนะครับ

ถ้าพวกคุณทำไม่ได้...ปีหนึ่งยอมเงียบเสียงลงเมื่อผมพูดต่อ

ก็ไม่ต้องปลดระเบียบ

ปลดระเบียบคือการปลดเครื่องแบบนักเรียนที่ถูกเป๊ะของพวกปีหนึ่งนั้นเองครับ ตอนนี้น้องผู้หญิงปีหนึ่งทุกคนต้องใส่กระโปรงพลีทยาวคลุมตาตุ่ม เสื้อตัวใหญ่กว่าตัวสักเบอร์หรือสองเบอร์ ต้องติดกระดุมเสื้อนิสิตจนครบ และยังต้องใส่รองเท้าหุ้มส้น ส่วนน้องผู้ชายก็ต้องใส่กางเกงสแล็คขายาวสีดำ เสื้อนิสิตที่ต้องติดกระดุมจนครบเหมือนกัน ร่วมด้วยรองเท้าคัชชู

ค่อนข้างจะเป็นอะไรที่โครตจะไม่เมคเซ้นส์ที่สุดของการรับน้องที่ผมรู้จักมา ก็พวกเราคณะสถาปัตย์ปกติใส่ชุดนิสิตมามหาลัยก็บุญโขแล้วครับ ยิ่งพี่บางคนใส่ชุดธรรมดามาเลยด้วยซ้ำ (คณะเราไม่เคร่งครับ) การที่บังคับให้ปีหนึ่งแต่งตัวแบบนี้จึงทำให้พวกน้องๆไม่ชอบเป็นพิเศษ

และวิธีที่จะหลุดพ้นจากเครื่องแบบนี้ได้ก็คือคำสั่งปลดระเบียบ

จากปากเฮดว้ากอย่างผมเอง

“เข้าใจไหมครับ!

“ครับ/ค่ะ” ปีหนึ่งรับคำ ไม่เข้าใจก็ต้องเข้าใจแล้วล่ะนะ

ทุกคนคงอยากปลดระเบียบกันจะแย่แล้ว

 

ฝนตกเนี่ยนะ!เสียงไอ้พีทบ่นออกมาทันทีที่พวกเราปีสามเดินออกมาจากห้องเชียร์หลังจากประชุมเชียร์เสร็จ ห้องเชียร์มันก็มืดแสนมืดทำให้ไม่รู้นะสิว่าข้างนอกฝนตก

ใครมันจะไปคิดล่ะว่าฝนจะตกในฤดูร้อนที่อุณหภูมิเฉียดเข้าเลขสี่สิบทุกวันแบบนี้

พายุฤดูร้อนแน่เลยว่ะหลิวพูดขึ้นมา ทุกคนมองไปยังภาพเบื้องหน้าอย่างไม่รู้จะทำยังไงดี ก็ฝนเทลงมาเหมือนฟ้าร่วง แล้วไหนจะลมแรงๆนั้นอีก

แต่พายุฝนแบบนี้มักจะตกไม่นานนะ” positive thinkingสุดๆขนาดนี้คงหนีไม่พ้นปายนั้นแหละ

รีบกลับก่อนที่มันจะตกแรงกว่านี้ดีกว่าว่ะไอ้พีทหันมาบอกผมก่อนที่มันจะหยิบโทรศัพท์ออกมากดโทรออก ซึ่งผมแน่ใจมากๆว่ามันกำลังโทรหาไอ้พาร์ท

ไปก่อนนะแกหลิวหันมาบอกผม และเดินหลบฝนออกไปกับปาย

ไปล่ะมึงผมโบกมือลาเพื่อนคนอื่นๆอีก ไอ้พีทที่ยืนอยู่ข้างๆก็ยังคงบ่นไอ้พาร์ทอยู่แบบนั้น จนตอนนี้เหลือเพียงแค่ผมกับพีทเท่านั้น

พาร์ทกำลังมา มึงกลับยังไงเนี่ย ให้กูวนรถไปส่งเปล่า

มึงไปก่อนเลย กูลืมแฟ้มว่ะผมชะงักขึ้นมาเมื่อคิดขึ้นมาได้ว่าตัวเองไม่ได้หยิบแฟ้มใส่งานมา พอบอกพีทจบ ผมก็เดินกลับไปที่ห้องเชียร์เพื่อหยิบงานทันที

ให้รอไหมวา!ผมหันกลับมาตามเสียงเรียก ก่อนที่จะเจอกับพาร์ทที่พึ่งมาถึง

ไม่ต้องๆ พวกมึงกลับไปก่อนเลยผมยืนยันอีกครั้ง

ผมเดินกลับเข้ามาในห้องเชียร์ และก็เจอแฟ้มเจ้าปัญหาวางหลบมุมอยู่บนเก้าอี้ที่มุมห้อง ก็ว่าทำไมผมมองไม่เห็น เล่นมาอยู่ซะริมเลย ผมหยิบเจ้าแฟ้มนั้นมาและหันหลังออกมาจากห้องเชียร์

ฝนยังคงตกเหมือนเดิม และผมว่ามันตกหนักกว่าตอนแรกที่ผมจะวิ่งกลับเข้าไปในห้องเชียร์ด้วยซ้ำ ผมยืนมองสายฝนอยู่อย่างนั้น ในหัวกำลังคิดว่าจะกลับหอยังไงดี

พี่วาและความคิดของผมก็หยุดลงพร้อมกับเสียงใสๆที่เรียกชื่อผม

...0043” พิ้งค์ยืนยิ้มกว้างส่งมาให้ผมเมื่อผมหันกลับไป

ทำไมยังไม่กลับอีกล่ะวันนี้ผมอุตสาห์ปล่อยน้องเร็วนะครับ เพราะแทนไทไม่ได้เข้าเชียร์ก็เลยเป็นไปโดยราบรื่นอีกวัน

ทำรายงานกับเพื่อนนะคะ พึ่งเสร็จเลย” 0043นี้เป็นเจ้าแม่รวยยิ้มหรือยังไงกันนะ

แล้วคุณกลับยังไงคราวนี้พิ้งค์หุบยิ้มและหันไปมองสายฝนเบื้องหน้า

นั้นสิค่ะผมส่ายหัวหน่ายและหันมามองสายฝนอีกครั้ง ฝนก็ตกซะหนักเลยด้วยเนี่ย

“... รอฝนซามั้งค่ะพิ้งค์พูดออกมาอีก แต่ผมไม่ได้ตอบอะไรกลับไป

หนูจะทำให้ได้นะคะผมชะงักกับประโยคนั้นของพิ้งค์ แต่ยังคงนิ่งอยู่

ทั้งเรื่องเรียน เรื่องรับน้อง และก็เรื่องเฟรชชี่เกมส์คราวนี้ผมหันไปมองหน้าพิ้งค์

หนูจะทำให้คณะเราติดtop 5ให้ได้ค่ะ!สายตามุ่งมั่นบวกกับน้ำเสียงที่แสนมั่นคง ทำให้ผมพยักหน้ารับออกไป

ทำให้ได้อย่างที่พูดล่ะกันแต่ยังไงก็มีตำแหน่งเฮดว้ากค้ำคออยู่จะให้ยิ้มกว้างให้กำลังใจออกไปมันก็ไม่ใช่เรื่องอ่ะเนอะ

แน่นอนค่ะ พี่วาก็สู้ๆนะคะผมขมวดคิ้ว

เรื่อง?”

ทุกเรื่องแหละค่ะ หนูรู้ว่าพี่ก็ไม่ได้สบายกว่าพวกเราเท่าไหร่หรอก เผลอๆจะหนักกว่าอีกผมผงกหัวรับคำให้กำลังใจนั้นอีกครั้ง

0043นี้มัน0043จริงๆ

เธอเป็นenergyของปีหนึ่งชัดๆ

พี่วามีอะไรจะแนะนำไหมคะช่างพูดช่างคุยและช่างยิ้ม เป็น3คำที่ผมคิดออกสำหรับ0043

ไม่มีจะให้แนะนำอะไรล่ะ

มันน่าจะมีนะคะ ทริคอะไรก็ได้ค่ะตอนนี้เธอมองหน้ากดดันผมแล้ว สุดท้ายผมก็พยายามนึกตามที่พิ้งค์ขอ

แค่อย่าตึงเกินมั้งพิ้งค์ขมวดคิ้ว

ลดอะไรได้ก็ลด เพิ่มอะไรได้ก็เพิ่ม ทำงานกับคนเยอะๆอ่ะ อย่าเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางผมไม่ได้แนะนำอะไรพิเศษนัก และก็เป็นเรื่องที่ทุกคนน่าจะรู้อยู่แล้ว แต่พิ้งค์ก็พยักหน้ารับอย่างตั้งใจฟังอยู่ดี

รู้สึกผิดเลยที่มันไม่น่าจะช่วยอะไรได้มาก

เต็มที่นะคุณพิ้งค์ยังคงจ้องผมตาแป๋วเหมือนเดิม

ครั้งหนึ่งในชีวิตอ่ะ

เกือบหล่อแล้วแหละถ้าผมไม่ได้ขโมยประโยคนี้มาจากใครบางคน

คนที่ทำให้ผมไม่มีสมาธิทำงาน เรียน เข้าเชียร์ หรือแม้แต่คุยกับพิ้งค์ตอนนี้

ผมก็ยังนึกถึงเขา

ค่ะ!!ผมเกือบหลุดยิ้มออกมากับการรับคำของพิ้งค์แล้ว ดีนะหุบปากทัน

เกือบเสียงลุคแล้วไหมล่ะ

พิ้งค์!ผมกับพิ้งค์หันไปตามเสียงเรียก เป็นร่มสีแดงคันหนึ่งที่กำลังวิ่งตรงมาทางนี้ เมื่อมาถึงในระยะที่หลังคาตึกบังฝนได้ ร่มคันนั้นก็ลดลง

หวัดดีครับพี่เป็นแจนนั้นเอง แจนหันมาเห็นผมก่อนที่จะยกมือขึ้นไหว้อย่างกล้าๆกลัวๆ ตีบทแตกไปอีกกกก ผมเพียงแค่พยักหน้ารับไหว้นั้น

ไปยังอ่ะ เนรออยู่มันไหว้ผมเสร็จก็หันไปคุยกับพิ้งค์

อ้อ ไปดิพิ้งค์ตอบ แต่ก็ยังคงไม่ก้าวออกไปตามที่แจนชวน

พี่วากลับยังไงคะ

คุณกลับก่อนเลยพิ้งค์ยังคงไม่ก้าวไปไหน

แน่ใจนะคะ?”

ผมบอกให้กลับไปก่อน คุณไม่ได้ฟังเหรอ0043” พิ้งค์บุ้ยปากเมื่อโดนผมดุ

ก็ได้ค่ะ...เธอยอมเดินไปกับแจนแต่โดยดี

กลับดีๆนะคะพี่วาแต่ก็ยังไม่วายหันมาส่งยิ้มหวานให้ผมอีกรอบ

แจนกับพิ้งค์เดินออกสู่สายฝนโดยมีร่มคันสีแดงช่วยบังสายฝนเอาไว้ ก่อนจะไกลกว่าสายตามองเห็น แจนก็หันกลับมายิ้มกว้างให้ผม ซึ่งผมก็ส่ายหัวหน่ายกลับไป ถ้าพิ้งค์เห็นนะ... มึงจะโดน

กลับมาสู่ตัวเองกับเสียงของสายฝนที่โปรยปราย ผมปล่อยตัวปล่อยใจให้ล่องลอยไปกับบรรยากาศอีกครั้ง

ผมชอบฤดูฝนที่สุดเลยนะ

ผมชอบไอเย็น เสียงฝน บวกกับเสียงฟ้าร้อง ฟ้าผ่าในบางช่วง ชอบที่ได้ขดตัวอยู่ในผ้าห่มผืนหนา และจะยิ่งชอบเข้าไปใหญ่ถ้าผมอยู่บ้าน เสียงของแม่กับวีรวมถึงลุงดนัยจะดังแว่วเข้ามาในโสตประสาทของผมเสมอ แม้ผมจะต้องโดนขุดออกจากผ้าห่มถ้าไฟดับ เพราะวีจะเริ่มงอแงตามประสา แม่จะเข้ามาตามให้ผมออกไปเล่นกับน้อง และกิจกรรมเล่นกับวีตอนไฟดับของผมก็คือเล่นเงานั้นเอง ผมถึงกับซื้อหนังสือวิธีทำรูปต่างๆมาเลยนะ

วา!ผมหยุดความคิดทุกอย่างไว้ เสียงที่ผมรู้ว่าใครเป็นเจ้าของเสียงโดยไม่ต้องหันไปมอง ทำให้ผมหลุดยิ้มออกมาทันที

พี่ติณห์ดูดีใจออกนอกหน้ามากเลยผม

ทำไมยังอยู่อีกอ่ะพี่ติณห์เดินเข้ามาหาผม ก่อนที่ผมจะสังเกตเห็นว่าไม่ได้มีเพียงพี่ติณห์คนเดียวเท่านั้น พี่ปี4ทั้งหมดก็กำลังทยอยลงมาจากตึกด้วยเหมือนกัน

พึ่งประชุมเชียร์เสร็จนะครับ พี่พึ่งเลิกคลาสเหรอพี่ติณห์พยักหน้าเป็นคำตอบให้ผม

ปี4โครตสุดๆ ถ้ามึงคิดว่าปี3โหดแล้วล่ะก็... เปลี่ยนความคิดได้เลยพี่เมฆที่พึ่งเดินมาถึงเข้ามาร่วมวงสนทนาทันที

มึงจะขู่น้องทำไมวะ แค่นี้น้องก็เหนื่อยจะแย่พี่ติณห์หันไปบ่นพี่เมฆอย่างไม่จริงจังนัก

กูเตือนเว้ย น้องมันจะได้รู้ว่าต้องเจอกับอะไรผมก็ไม่คิดว่าปี4จะเรียนชิลๆอยู่แล้วล่ะ แต่ยิ่งพวกพี่ย้ำขนาดนี้ก็เหนื่อยๆเลยแหะ

มาถึงขนาดนี้แล้ว ถอยไม่ได้แล้วมั้งประโยคนั้นพี่ติณห์หันมาพูดกับผม

ผมไม่คิดจะถอยอยู่แล้วล่ะถึงพวกพี่จะขู่ยังไงก็ตามที อีกนิดหนึ่งผมจะจบอยู่ล่ะนะ ใครจะถอยง่ายๆ

เฮ้ยๆ เจ้มาล่ะ เจอกันเว้ยมึงพี่เมฆโบกมือลาผมกับพี่ติณห์ ก่อนที่จะวิ่งฝ่าฝนไปขึ้นรถเบนซ์สีขาวมุก

พี่มายมารับเหรอครับ

อืม แม่งโทรตามตั้งแต่จารย์ยังไม่ปล่อยเลยนะพี่ติณห์ตอบผมกลับมา

พี่มาย เป็นชื่อพี่สาวของพี่เมฆ ผมเคยเจอตอนรวมสายที่บ้านพี่เมฆอยู่ครั้งหนึ่ง เธอเรียนจบแล้วและก็กำลังทำงานอยู่ในบริษัทไฟฟ้าไม่ไกลจากมหาลัยเราเท่าไหร่ ไม่ใช่ว่าพี่เมฆไม่มีรถนะครับ มี แต่เจ้าตัวเป็นสายซิ่งมอเตอร์ไซต์อ่ะดิ ถ้าฝนตกก็จะรบกวนพี่มายมารับแบบนี้เป็นประจำ

บายเว้ยติณห์ วาผมยกมือไหว้พี่ปี4อีกกลุ่มหนึ่งที่พึ่งผละออกไป และเป็นกลุ่มสุดท้ายแล้วด้วย

แล้วเราจะกลับยังไงดีครับผมหันไปถามพี่ติณห์

นั้นดิ ผมก็ลืมไปเลยว่าฝนตก เมื่อกี้น่าจะวานพี่มายไปส่งแต่ก็ไม่ทันแล้วอ่ะเนอะ พี่ติณห์ทอดสายตาไปยังเบื้องหน้า ก่อนที่เสียงเตือนข้อความเข้าจะทำให้พี่ติณห์หยิบโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงออกมาเปิดดู

ผมละสายตาจากพี่ติณห์ เพราะมันคงดูไร้มารยาทเกินไป ถ้าผมดูพี่เขาตอบข้อความ หลังจากเหม่อมองสายฝนอยู่สักพัก ผมก็ตกลงกับตัวเองว่าคงต้องรอให้ฝนซาหรือหยุดตกก่อนถึงจะกลับหอได้ เมื่อคิดได้ดังนั้น ผมก็ทิ้งตัวลงนั่งกับพื้น มันคงอีกสักพักเลยแหละ

พี่ติณห์เห็นผมทิ้งตัวลงนั่ง ก็ทิ้งตัวลงนั่งตาม แต่ยังคงกดโทรศัพท์อยู่ ผมบุ้ยปาก สาบานได้ว่าถึงตอนนี้ผมเบ้ปากขนาดไหนพี่ติณห์ก็คงไม่หันมาเห็นหรอก

ผมไม่ชอบอยู่กับคนที่ติดโทรศัพท์เลย

ปกติพี่ติณห์ไม่ใช่คนอย่างนั้นนะ จนตอนนี้เนี่ย

ผมสะบัดหัวไล่ความคิดนั้น พี่ติณห์จะเล่นโทรศัพท์ คุยกับเพื่อน หรือกลับไปก่อนผมก็ยังได้ มันเป็นสิทธิ์ของพี่เขา ผมจะไปอะไรได้ล่ะ

สุดท้ายผมก็หยิบแปลนบ้านที่ยังไม่สมบูรณ์สักทีออกมาทำต่อ

เจ๋งอยู่นะผมหลุดเข้าไปในโลกที่มีแต่ผมและรูปแบบบ้านในหัว จนพี่ติณห์พูดขึ้นมา

ขอบคุณครับผมตอบกลับแต่ยังคงขีดเส้นนู้น ลบเส้นนี้อยู่

ลายเส้นคุณนี้สุดยอดพี่ติณห์ยื่นหน้าเข้ามาดูภาพที่ผมวาดใกล้ๆ

พี่ก็ไม่แพ้หรอกครับผมเคยเห็นงานพี่ติณห์ได้โชว์ในงานopen houseคณะผมด้วย ธรรมดาที่ไหนกันล่ะ

แต่ลายเส้นคุณมันเจ๋งจริงๆนะ... มันดูมีเสน่ห์ผมเลื่อนสายตาไปมองพี่ติณห์ เจ้าตัวยังคงมองภาพแปลนอย่างตั้งใจเหมือนเดิม

พี่ชมผมเกินไปแล้วครับผมโพล่งออกไป

ผมพูดจริงๆนี้นา อันนี้ของคลาสพิเศษเหรอพี่ติณห์เงยหน้ามาคุยกับผมแล้วตอนนี้

ใช่ครับ

ตอนทำคอนโดผมโครตเครียดเลยอ่ะ โครงสร้างมันใหญ่ขึ้น รายละเอียดก็เยอะขึ้น ตอนทำสเกล วางแปลน ทำโม ทุกอย่างเลยใหญ่และยากขึ้นไปอีกทวีคูณเลยผมยิ้มแหย่ๆส่งกลับไป หลังจากจบงานนี้ผมก็คงต้องทำคอนโดแล้วล่ะครับ มันต้องทำทั้งภาพวาดแปลน ภาพสามมิติ และทำโมด้วย วุ่นวายใช้ได้เลย

แต่ผมว่าคุณต้องทำได้ดีอยู่แล้วแหละ

โหยยย พี่เชื่อฝีมือผมเกินไปล่ะนะ

เชื่อดิ ดูจากลายเส้นก็เชื่อแล้วไม่พูดเปล่าพี่ติณห์ยังก้มหน้าลงไปมองลายเส้นอีกครั้ง

พี่บอกว่าเชื่อมือผมขนาดนี้แล้วผมดีใจขึ้นมาเลยแหะ

ผมเชื่อฝีมือคุณมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ววา เชื่อ... จนคิดไว้ว่าถ้าสร้างบ้านจะจ้างคุณมาออกแบบเลย

จริงนะ!ผมตาลุกวาวขึ้นมาทันที น้ำเสียงก็ดูดีใจขึ้นตามความรู้สึก พี่ติณห์เลื่อนสายตามามองผม

ลดราคาให้ผมด้วยล่ะผมพยักหน้างึกงักรัวๆคืนไป ส่งผลให้พี่ติณห์ขำออกมานิดหน่อย ระยะห่างระหว่างเรามีน้อยมาก ผมไม่เคยเห็นหน้าพี่ติณห์ใกล้ๆขนาดนี้มาก่อนเลยด้วยซ้ำ

ผมเป็นนายจ้าง ผมโหดนะจะบอกให้

ผมยอมครับความเงียบเข้าครอบงำเมื่อผมพูดจบ

ผมกับพี่ติณห์สบสายตากันอยู่อย่างนั้น ไม่รู้ว่าเพราะไอเย็นจากสายฝน ละอองฝนที่โปรยมาถูกตัว กลิ่นดินอ่อนๆ หรือทุกๆอย่างตอนนี้รึเปล่าที่ทำให้เวลามันเชื่องช้าไปหมด ส่งผลผมได้มีเวลาสำรวจดวงตาสีดำขลับนั้นมากกว่าปกติ พี่ติณห์เป็นคนตาสองชั้น ต่างจากผมที่มีตาชั้นเดียว (แต่ผมตาโตนะครับ) ขนตาแพยาวที่ไม่น่าเชื่อว่าจะถูกเรียงตัวอยู่บนเปลือกตาของผู้ชายทำให้ผมอดที่จะอิจฉาลึกๆไม่ได้

เหมือนลมหายใจถูกหยุดลง เมื่อพี่ติณห์เลื่อนสายตาจากดวงตาผมไล้ลงไปยังสันจมูก จมูก ริมฝีปากอย่างช้าๆ และหยุดสายตาอยู่ที่ริมฝีปากของผม ผมรู้สึกไม่มั่นใจกับริมฝีปากตัวเองขึ้นมาตอนนั้นเลย ความร้อนจากลมหายใจจากคนตรงหน้ายิ่งบวกให้ผมร้อนวูบวาบไปหมด

ให้ตายเหอะ

ผมไปถึงไหนแล้วเนี่ย

ตือตื่อดึ้ง

เราละสายตาจากกันเมื่อโทรศัพท์พี่ติณห์ที่วางอยู่ไม่ไกลแผดเสียงออกมาซะก่อน

ผมอดที่จะหงุดหงิดคนที่ส่งข้อความมาไม่ได้อยู่ลึกๆ

ผมว่าเราวิ่งฝ่าไปไหมครับพี่ติณห์เพียงแค่หันหน้าจอโทรศัพท์มาดูและวางมันไว้ที่เดิมเท่านั้น ผมจึงได้เปิดบทสนทนาขึ้นมาอีกครั้ง

ก็น่าสนใจนะ ถ้าผมไม่ได้สระผมไปเมื่อวานเพราะฝนเริ่มซาลงแล้วผมถึงได้เสนอแบบนั้น

ไม่เห็นเป็นไรเลยครับ เดี๋ยวผมเช็ดผมให้พี่ติณห์ละสายตาจากการอังมือให้น้ำฝนหยดใส่และหันมามองผม

ตามใจคุณล่ะกัน






-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
เขินนนนนน (แต่งเองเขินเอง) วาเป็นคนมีโรคส่วนตัวสูงมากเลยนะ ถ้าไม่ใช่คนที่วาอยากให้เข้ามาในโลกจริงๆก็จะไม่มีทางรู้เลยว่าเขาคิดอะไรอยู่ นอกซะจากว่าเราไปอยู่ในหัวเขานั้นแหละ และพวกเราทุกคนก็เป็นอย่างหลัง 555 ต้องขอบคุณที่นิยายเรื่องนี้วาเป็นคนบรรยายเพราะถ้าคนบรรยายคือติณห์ เราจะไม่รู้เลยว่าไม่หัวของวามีความคิดฟุ้งซ่านอะไรอยู่ แต่วาก็เป็นคนที่อบอุ่นมากๆเลยนะ เรานี้อยากแต่งให้คู่กับเราแทน (เดี๋ยว)
ขอเรียกความรู้สึกของวาต่อติณห์ว่า ความรู้สึกที่ฟุ้งกระจาย ล่ะกัน คงต้องรอเวลาอีกหน่อยให้มันตกตะกอนเนอะ เราก็มารอเวลานั้นไปด้วยกันนะคะ
เรื่องกำหนดอัพ ขอบวกเพิ่มเป็นสองวันหนึ่งบทล่ะกันนะคะ
เจอกันค่าาาา
(แสดงความคิดเห็นได้เต็มที่เลยนะ)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 69 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

669 ความคิดเห็น

  1. #665 nutcha3332 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 มกราคม 2563 / 09:35
    เฮ้ยยยย ไรท์คะ เราก็แอบจิ้นแทนวาเหมือนดันนะะ เขิง55555
    #665
    0
  2. #652 Silviα✻ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:38
    เดาโพเรื่องนี้ไม่ถูกเลย เหมือนวาจะนำแต่ก็ไม่ เหมือนพี่ตินจะแข็งใส่แต่ก็ไม่ทั้งหมด
    #652
    0
  3. #639 NJChokdee (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 03:49
    อ่านมาถึงตอนนี้ยังไม่รู้เลยใครจะรุก แง๊ๆ
    #639
    0
  4. #556 หมูจีน้อย (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 20:03
    ฟินเฟ่อออออ
    #556
    0
  5. #529 nut-toa (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2559 / 21:35
    ค่ะ=ขะ
    คะ=คะ/เสียงสูง
    #529
    0
  6. #448 shin ai2 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2559 / 11:29
    Due date วันกำหนดส่งสะกดแบบนี้ค่ะ dew มันน้ำค้าง ใช้ไม่คล่องก็ภาษาไทยไปเหอะ
    #448
    0
  7. #208 Helena Kadian (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2559 / 18:06
    เหมือนว่าพี่เมฆจะแอบ ติณวา คิๆ
    #208
    0
  8. #19 Helena Kadian (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 มีนาคม 2559 / 17:38
    โมเม้นแรงงง ฟินนนน
    #19
    0
  9. #17 noon_panchanok (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 มีนาคม 2559 / 01:20
    เราว่าวาน่าจะยุเฉยๆบ้างให้ตินตามบ้างก็ได้ เหมือนวาเสนอตัวเองมากเกินไป
    #17
    0