OTHER WORLDS : ออเทอร์เวิร์ลส

ตอนที่ 9 : บทที่ 7 : กริมม์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 271
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    19 ก.ค. 57

บทที่ 7 กริมม์

 

หลังออกจากอพาร์ทเม้นท์ของวิล เอธสำรวจรอบๆ อาคาร เขาดูเหมือนกำลังใช้ความคิดอย่างยิ่งยวด

"มีอะไรหรือเอธ" แซมถามขึ้น

"หมอนั่นอาจโกหก" เอธเปรย

"ใคร วิลหรือ"

"เขาเป็นแวมไพร์ที่ไม่มีกลีฟก็จริง แต่เขาอยู่ท่ามกลางพวกมนุษย์ในย่านคนพลุกพล่านขนาดนี้โดยนักล่าไม่รู้ได้ยังไง" เอธว่า "แวมไพร์ปกติต้องอยู่รวมกันเป็นกลุ่มในพื้นที่ที่ศาสนจักรเห็นชอบ แต่เขากลับมาอยู่ปะปนกับมนุษย์สบายใจเฉิบ มันน่าแปลก"

"จริงของนาย อย่างน้อยนักล่าก็ต้องรู้เรื่องบ้างแล้ว" แมทเห็นด้วย

"นักล่าคืออะไร" แมรี่ถามบ้าง ตั้งแต่ตายเธอก็ต้องเรียนรู้ศัพท์แปลกๆ ที่อยู่เหนือความเข้าใจของมนุษย์ทั่วไปมากมาย

"คือมนุษย์ที่รู้เรื่องออเทอร์เวิร์ลส ทำงานให้ศาสนจักร ศูนย์กลางอยู่ในโรม ดูแลความเรียบร้อยของพวกวิญญาณหลงทางที่มีเชื้อสายเทวดาหรือปีศาจโดยบังเอิญเลยไม่มีกลีฟนำทาง พวกแวมไพร์แบบวิล มนุษย์หมาป่า ภูต พราย อะไรพวกนี้" เอธอธิบาย

"งั้นในหนังพวกพระปราบผีก็เป็นเรื่องจริงสิ" แมรี่คิดภาพตาม

"ไม่เชิง ถึงนักล่าทำงานให้ศาสนจักรแต่ไม่ใช่พระ บางครั้งก็ได้ทำงานร่วมกับทวารบาลจากโลกเบื้องหลัง ฉันรู้จักคนหนึ่ง เป็นคนใช้ได้"

"งั้นเขาคงต้องทำอะไรซักอย่าง ถึงซ่อนตัวจากนักล่าได้" แมทเกาคาง เขาหยิบบางอย่างออกจากเป้ เป็นลูกแก้วสามลูก เขาย่อตัวลงนั่ง ปล่อยลูกแก้วลงพื้นหน้าอพาร์ทเม้นท์

"เขาทำอะไร" แมรี่กระซิบถามเอธ

"ตรวจสนามพลัง ปกติพลังวิญญาณของแวมไพร์จะต่างจากมนุษย์ทั่วไป อาจทำให้ข้าวของเครื่องใช้ของมนุษย์เสื่อมสภาพอย่างรวดเร็ว พวกนักล่าจะมีอุปกรณ์ตรวจจับคลื่นพลังงานที่รบกวนพลังชีวิตปกติของมนุษย์ ถ้าที่ไหนมีวิญญาณแปลกปลอมอาศัยอยู่ พวกเขาจะรู้ทันที พวกกริมม์หรือยมทูตก็ตามหาวิญญาณต่างๆ ด้วยวิธีเดียวกันนี้ แต่พวกนั้นไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ ใช้แค่ประสาทสัมผัส"

แมรี่เห็นลูกแก้วทั้งสามลูกวิ่งเข้าหาตัวอาคาร แต่เด้งกลับมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าเหมือนมีกำแพงที่มองไม่เห็นกั้นอยู่ แมทเก็บลูกแก้วใส่กระเป๋าแล้วยืนขึ้น

"นายเอามีดวิญญาณติดมาไหม" เขาหันมาถามเอธ ชายหนุ่มร่างสูงก้มตัวลงถกขากางเกง ดึงมีดที่เสียบกับปลอกคล้องสายรัดหน้าเข้งออกมา เป็นมีดเงินด้ามสั้นสลักกลีฟของไมอา สายเลือดของเอธ เขายื่นให้แมท "นายคงไม่คิดจะเอามีดทิ่มกำแพงมิตินั่นใช่ไหม หมดไปหลายดารร์กว่าจะสั่งทำแบบที่ถูกใจได้ นายอาจทำมีดฉันพัง" เอธถามให้แน่ใจ

"มันประเจิดประเจ้อเกินไป ฉันไม่โง่นะ" แมทพึมพำแล้วใช้มีดของเอธกรีดฝ่ามือเป็นรอยยาว แมรี่ตกใจร้องเหวอ

"นายทำอะไรของนาย!" แมรี่ถามเสียงดังจนคนที่เดินผ่านไปผ่านมาหันมามอง เอธรีบเอานิ้วจรดริมฝีปากเพื่อบอกให้เธอเงียบ

“มีดวิญญาณจะดึงพลังวิญญาณส่วนหนึ่งจากผู้ที่ถูกคมมีด วิญญาณสีเทาแบบพวกเราก็ถือเป็นวิญญาณแปลกปลอมในโลกมนุษย์ ปกติแล้ววิญญาณแปลกปลอมมักจะดึงดูดกันและกัน" เอธอธิบายสั้นๆ

แมทไม่ได้พูดอะไร เขาพลิกฝ่ามือให้เลือดหยดลงพื้น เลือดของแมทกลิ้งกับพื้นเหมือนตะกั่ว วิ่งไปชนกับกำแพงที่มองไม่เห็นนั้นแล้วแผ่เป็นเส้นยาวไปสุดมุมถนน ทำให้แมรี่รู้ว่ากำแพงนั่นกั้นรอบอพาร์ทเม้นท์นี้

"ขอบเขตมิติดัดแปลงนี่กว้างมาก แวมไพร์ธรรมดาไม่มีอำนาจทำได้ขนาดนี้" แมทว่า เขาส่งมีดคืนเอธขณะก้มลงมองฝ่ามือซ้ายที่เลือดยังไหลอยู่ เขาใช้มือขวาอังเหนือบาดแผล ครู่เดียวเลือดก็หยุดไหล แซมหยิบผ้าเช็ดหน้าของเธอยื่นให้เขา แมทรับไปเช็ดเลือดออกจากฝ่ามือ ปรากฏว่าไม่หลงเหลือรอยแผลใดอยู่แล้ว

"แมทมีพลังของเอวาเดรียม เทวดาแห่งการเยียวยารักษา" แซมอธิบาย แมรี่พอจะรู้มาบ้างแล้วจากปากของแมท แต่เพิ่งได้เห็นกับตา

"ฉันว่ายังไงก็เผ่นจากที่นี่ก่อนจะมืดดีกว่า" เอธเสนอ "แมรี่ มากับฉันเดี๋ยว" เอธปลีกตัวออกจากกลุ่มมายืนแถวตู้โทรศัพท์ เธอหันไปมองแซมกับแมทอย่างงงๆ แต่ทั้งสองพยักหน้าให้เธอตามเอธไป

“อะไรหรือ"

“ฉันคิดว่าเราควรคิดแผนสำรองไว้ในกรณีที่สภาไม่ช่วยเธอ" เขาพูดเรียบๆ แต่แฝงความกังวลเล็กน้อย "มันเป็นไปได้สูงที่สภาจะไม่ช่วย ไม่งั้นปู่กับพ่อของเธอคงไม่แตกดับเร็วขนาดนั้น"

“แล้วฉันควรทำยังไง"

“ถ้าสภาไม่ช่วยเธอ โลกเบื้องหลังจะไม่ปลอดภัยสำหรับเธอ แมทอาจจะดีกับเธอแล้ว แต่เขาจะส่งเธอให้สภาแน่ๆ  ไม่ใช่เพราะเขาไม่ชอบเธอ แต่เพราะเขามีความเชื่อที่แรงกล้าว่าพวกเราไม่สามารถแบกภาระเรื่องนี้ได้" เอธเหลือบมองไปทางแมทกับแซมที่ยืนคุยกันอยู่

“ฉันคิดว่าฉันรู้จักตระกูลมอสส์ดีพอ พ่อแม่กับของแซมค่อนข้าง... ยังไงดีล่ะ ไม่ยอมทำอะไรที่ไม่ก่อให้เกิดผลประโยชน์แก่ตระกูล เขาอาจไม่ช่วยเธอด้วย ดังนั้นเราต้องหาที่ปลอดภัยสำหรับเธอ ให้เธอได้อยู่นานพอจะเรียนรู้พลังของตนเอง ปกติพวกเราใช้เวลาประมาณสองถึงสามเดือนในการทำความรู้จักกับพลังของตัวเอง ถ้าเธอมีเวลามากพอ เธอจะป้องกันตัวเองได้ และพิสูจน์ให้สภาเห็นว่าพลังของเธอไม่ได้เป็นภัย"

“ฉันคิดไม่ออกหรอกว่าต้องไปอยู่ที่ไหน" แมรี่พูดอย่างสิ้นหวัง เอธมองลึกเข้ามาในตาของเธอ ตาของเขาเป็นสีเทาเหมือนคนอื่นๆ แต่ดูอ่อนโยน จริงใจ และไม่อันตรายเลย

“ฉันต้องไปพบคนๆ หนึ่ง หนึ่งในนักล่า บางทีเขาอาจช่วยได้" เอธยิ้มให้เธอ

“ทำไมนายถึงช่วยฉันขนาดนี้ ฉันกำลังทำให้ชีวิตของนายยุ่งยากอยู่นะ" แมรี่ถาม เอธส่ายหน้า

“ไม่รู้สิ แค่รู้สึกว่าต้องช่วยเธอ" เอธกัดริมฝีปาก "ระหว่างฉันไม่อยู่เธอต้องอยู่กับแมทและแซม สัญญาว่าจะรีบมาเจอพวกเธอก่อนมืดแล้วก็เผ่นกัน" เขายื่นกำปั้นให้แมรี่ เธอยิ้มก่อนจะชนกำปั้นกับเขา

เอธและแมรี่เดินกลับมาคุยกับแมทและแซม เอธนัดแนะให้ทั้งสามไปรอที่สวนเซนต์เจมส์สแควร์ หลังจากไปพบนักล่าแล้วเขาจะรีบมาเจอทั้งสามก่อนมืดและเปิดประตูพิภพกลับไปยังโลกเบื้องหลัง

“ทำไมเราไปด้วยกันไม่ได้ล่ะเอธ" แซมถามขึ้น "ฉันไม่อยากให้นายไปคนเดียว"

“แมรี่ไปกับเราไม่ได้ เราต้องดูท่าทีของทางนั้นว่าจะช่วยหรือไม่ ถ้าคำตอบคือไม่แล้วเขาเกิดจับตัวแมรี่ส่งศาสนจักรจะยิ่งยุ่ง และเธอกับแมทก็ควรจะอยู่กับแมรี่" เอธอธิบาย

“แต่ว่า...” แซมทำท่าจะเถียง

“ขอร้องล่ะซาแมนธ่า" เอธจับไหล่หญิงสาวทั้งสองข้างแล้วบีบเบาๆ "พลังของเธอมีประโยชน์มาก เธออาจช่วยแมทและแมรี่ได้หากเกิดอะไรที่ไม่คาดคิดขึ้น" แมรี่เห็นแซมพยักหน้ารับ เธอไม่รู้ว่าพลังของแซมเป็นแบบไหน แต่ถ้าเอธไว้ใจแซม เธอก็ไม่มีเหตุผลให้สงสัยอะไร

หลังจากนั้น แมรี่ แมท และแซมแยกจากเอธมารอที่สวนเซนต์เจมส์สแควร์ ทั้งสามแวะซื้อกาแฟมาคนละแก้ว เดินทอดน่องดื่มกาแฟไปบนหญ้าสีเขียวสด

"ฉันไม่ควรปล่อยเขาไปคนเดียว อย่างน้อยฉันควรไปด้วย" แซมที่ดูไม่สบายใจตั้งแต่แยกกับเอธพูดขึ้น

"เขาเป็นทวารบาลนะแซม แถมยังมีสายเลือดไมอา ฉันว่าเราน่าจะห่วงตัวเองมากกว่าเอธ" แมทดูดกาแฟเย็นจากแก้ว แมรี่พยักหน้าเห็นด้วย

"พวกนักล่าไม่น่าไว้ใจพอๆ กับแวมไพร์" แซมแย้ง "ฉันไม่ชอบพวกนั้น สาบานว่าฉันเคยเห็นพวกเขาฆ่าภูตโดยไม่รู้สึกรู้สาอะไร"

"ภูตตนนั้นอาจทำอะไรผิดข้อตกลงกับศาสนจักร" แมทตอบเรียบๆ

"แต่ฉันเห็นมันร้องขอชีวิต ฉันจำได้แม่น ตอนนั้นฉันอายุแค่สิบสอง ตามพ่อกับแม่ไปเจรจากับศาสนจักรเรื่องขอความร่วมมือให้ทวารบาลของโลกเบื้องหลังทำงานได้ง่ายขึ้น แล้วก็มีนักล่าสองคน ลากภูตเข้ามาในโถง พวกนั้นฆ่ามันโดยแทบจะไม่ซักถามอะไรเลย" แซมหมุนแก้วกาแฟในมือ

"นี่แหละความจริง ไม่ว่าโลกไหนก็ต้องมีกฎ มีผู้อยู่ใต้กฎและผู้อยู่เหนือกฎ ฉันถึงอยากให้เราเคารพสภาในเรื่องนี้ด้วย" แมทมองมาที่แมรี่ "ไม่ใช่เพราะฉันไม่ชอบเธอนะแมรี่"

"ฉันเข้าใจ" แมรี่พยักหน้า รู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง

"เลิกพูดเรื่องเครียดๆ ดีกว่า ฉันกำลังคิดว่ากลุ่มผู้หญิงตรงม้านั่งฝั่งนู้นมองนายอยู่ล่ะ" แซมพยักพเยิดไปทางฝั่งตรงข้าม แมรี่เห็นกลุ่มผู้หญิงสามคนที่มานั่งคุยเล่นในสวนกำลังกระซิบกระซาบ มองมาทางแมท

"ฉันแต่งตัวแปลกไปหรือ" แมทก้มลงมองเสื้อผ้าตัวเอง ในสายตาแมรี่มันไม่ได้แปลกเลย เขาใส่กางเกงยีนส์กับเสื้อไหมพรมแขนยาวสีเขียวขี้ม้าลายคุณปู่ ซึ่งมันต้องพูดว่าเชยมากกว่าแปลก แมรี่รู้ว่าผู้หญิงพวกนั้นมองแมทเพราะอะไร ไม่ใช่ที่การแต่งตัว แต่เพราะเขาหล่อน่ารักเหมือนหลุดมาจากนิตยสาร และมีเครื่องหน้าชวนมองที่หาไม่ได้ง่ายๆ จากผู้ชายตามท้องถนน ที่สำคัญคือมากับผู้หญิงตั้งสองคน

"นายอยู่กับเอธมากไปจนลืมว่าตัวเองก็หน้าตาดีหรือแมท!" แซมกลอกตา แมรี่รู้ว่าแมทเป็นหนุ่มฮอตที่ไม่เคยรู้ตัวว่าตัวเองฮอต

"ฉันหรือ" แมทเลิกคิ้ว "ฉันไม่คิดแบบนั้นหรอก"

"ไม่เชื่อถามแมรี่ ใช่ไหมแมรี่" แซมหันมามองเธออย่างหาพวก แมรี่รีบพยักหน้า "ฉันก็คิดว่านายหล่อนะแมท เหมือนนายแบบเสื้อผ้าในนิตยสารวัยรุ่น" เธอยกตัวอย่าง

"ส่วนเอธเหมือนพระเอกซีรี่ส์!" แซมเสริม แมรี่หัวเราะ เธอเห็นด้วย เอธหล่อเหลาและดูเท่ชนิดที่ไม่มีผู้หญิงคนไหนที่ไม่ชอบเขาแน่ๆ คิดแล้วก็อดรู้สึกอิจฉาแซมที่มีคู่หมั้นอย่างเอธไม่ได้

 

เมื่อแสงอาทิตย์อ่อนลงเรื่อยๆ เป็นสัญญาณว่าใกล้จะมืดเต็มที สามสาวที่ม้านั่งฝั่งตรงข้ามกลับไปแล้วแต่เอธยังไม่มา แซมและแมทก็เริ่มมีท่าทีวิตกกังวลอย่างปิดไม่มิด

"เดี๋ยวเขาก็มา เขาสัญญาแล้ว" แมรี่มั่นใจ

"เขามาช้ามีสองอย่างที่น่ากังวล" แมทเอ่ย "อย่างแรกคือที่เธอรู้ หากอาทิตย์ตก กริมม์อาจมาตามล่าเธอ และอย่างที่สองคือเอธโน้มน้าวนักล่าไม่ได้ แล้วเราอาจจะถูกศาสนจักรเพ่งเล็ง ถ้าเกิดพวกนั้นสนใจในพลังของซาเธลิสอีก เราจบ"

"พระเจ้า... ฉันลืมคิด" แซมยกมือขึ้นปิดปาก

"ไม่ได้ตั้งใจพูดให้ใจเสียนะแมรี่" แมทเสริม

"ไม่เป็นไร ฉันสบายมาก แค่โดนกริมม์ตามล่า และกำลังจะถูกศาสนจักรหมายหัว ไม่นับสภาที่อาจพิพากษาให้ฉันไปลงนรกด้วย" แมรี่ประชด หากการมีพลังของซาเธลิสจะอันตรายขนาดนี้เธอไม่สงสัยเลยว่าทำไมวิลถึงพยายามอยู่ห่างๆ จากทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับออเทอร์เวิร์ลส

"เราจะช่วยเธอ" แซมเอื้อมมือมากุมมือแมรี่ไว้

"ขอบใจนะแซม แล้วก็แมทด้วย"

"ไม่ต้องขอบใจฉัน ซาแมนธ่าชอบเหมารวมทุกคนด้วยคำว่าเรา ฉันจะช่วย ตราบเท่าที่ยังอยู่ในขอบเขตความปลอดภัยของพวกเรา" แมทพูดเสียงเรียบ

"อย่าไปสนใจเขา แมทถนัดเรื่องทำให้เสียบรรยากาศ" แซมบอก

"เลิกพูดอะไรทำนองว่าฉันไม่ได้อยู่ตรงนี้ซักทีเถอะซาแมนธ่า" แมทกอดอก

"ก็นายเป็นซะอย่างนี้ถึงโสดมาตลอดสิบเก้าปี นายไม่คบใครเลย แล้วก็ชอบทำตัวให้ไม่น่าคบด้วย แมรี่เป็นเพื่อนเรานะแมท" แซมกอดอกบ้าง แมทพ่นลมพรืด

"แค่เอธไปช่วยเธอมาจากกริมม์ไม่ได้หมายความว่าเป็นเพื่อนกันเสียหน่อย หมอนั่นก็ช่วยทุกคนนั่นแหละ" แมทเถียง "แล้วฉันก็ไม่จำเป็นต้องคบใครอีก"

“จริงๆ เลยนะนายเนี่ย" แซมส่ายหน้า "ว่าแต่ปู่ของแมรี่น่ะ เขาเซ็กซี่เป็นบ้า สีตาเขาเหมือนเธอเด๊ะเลย" แซมตั้งใจเปลี่ยนเรื่อง เธอดูเป็นคนที่ไม่ชอบการโต้เถียง และชอบสร้างบรรยากาศที่ดีเสมอ แมรี่พยักหน้ารับ

“ฉันควรจะเอะใจแต่แรกว่าเขาคือวิลเลียม สจ๊วต เขาเหมือนปู่ขนาดนั้น"

“ไม่แปลกหรอก เขาดูหนุ่มเกินคาด หล่อมากด้วย" แซมออกความเห็น "ใช่ไหมแมท นายถึงจำเขาได้ตั้งแต่แรกเห็น" แมทสะดุ้งเงยหน้ามองแซมอย่างงงๆ เขาส่ายหน้า  “ฉันจำเขาได้ไม่ใช่เพราะเขาหล่อ" แมทว่า "เขาแค่เหมือนในรูป"

“แต่เขาดูจะชอบนายนะ" แซมยิ้มกว้าง "อยากถูกหนุ่มเซ็กซี่แบบนั้นจ้องบ้างจัง แมท นายน่าอิจฉาเป็นบ้า"

แมรี่เห็นแมทหน้าซีดเผือด คงนึกกลัวว่าแซมจะรู้เรื่องที่เขา(อาจจะ)เป็นเกย์ แต่ท่าทีของแซมดูสบายๆ เกินคาด เป็นสัญญาณที่ดีในความคิดของแมรี่

“แมทมีเสน่ห์ออก ใครๆ ก็ชอบ" แมรี่ช่วยพูด แมทสบตาเธออย่างขอบคุณ

“นั่นสินะ" แซมเห็นด้วย "มีเสน่ห์ทั้งกับเพศตรงข้ามและเพศเดียวกัน" แซมขยิบตาให้แมรี่ เธอไม่รู้ว่านั่นหมายความว่าอย่างไร แต่แมทเอาแต่เงียบกริบ

“พระอาทิตย์จะตกแล้ว" แมรี่พึมพำขณะมองท้องฟ้าที่มีสีส้มจัด แซมดูจะสติแตกส่วนแมทก็เก็บอาการวิตกกังวลไว้ไม่อยู่

“ให้ตายสิ ถ้าเอธมาฉันจะฆ่าเขา" แซมพึมพำ "กริมม์ไม่ใช่ปีศาจธรรมดา ถ้ามันจู่โจมเราเสร็จแน่"

“มันคงไม่จู่โจมตอนค่ำหรอก" แมทว่า "เราน่าจะมีอาวุธติดตัวมาสักหน่อย" ถึงจะพยายามทำให้แซมสงบลงแต่เขาก็ยังดูวิตกอยู่ดี

“พวกนายเคยเจอกริมม์แล้วใช่ไหม" แมรี่ถามเพื่อความแน่ใจ

“คิดว่าเคยเห็น แต่ไม่เคยเห็นจังๆ เชื่อเถอะว่าในเราสามคนเธอมีประสบการณ์ตรงกับกริมม์มากที่สุดแล้ว" แซมว่า แมรี่กลืนน้ำลาย

“เราควรไปรอเอธที่โบสถ์นั่น" แมทเสนอ แมรี่เห็นเขาชี้ไปที่หลังคายอดแหลมของโบสถ์เซนต์เจมส์ที่อยู่ไม่ไกล "กริมม์ไม่ถูกกับสิ่งที่แสดงถึงโลกเบื้องบน"

“งั้นจะรออะไร ไปเถอะ" แซมลุกขึ้นยืน เอามือล้วงกระเป๋ากางเกง คงทำเพราะจะกลบเกลื่อนความวิตกกังวลต่างๆ ทั้งสามกำลังจะเดินออกจากสวนเซนต์เจมส์แต่ก็พบกับสามสาวที่นั่งฝั่งตรงข้ามยืนอยู่ตรงทางเข้าสวน พวกเธอยืนนิ่ง ไม่ได้พูดคุยเล่นกันเหมือนตอนอยู่ในสวน แมรี่หันไปมองแมท เขาเองก็หันมาสบตากับเธอเช่นเดียวกัน

“แมท เราเดินไปอีกทางเถอะ" แซมว่า

“ทางออกนี้ใกล้โบสถ์ที่สุด" แมทพูดเบาๆ เขายังคงมองผู้หญิงวัยรุ่นสามคนนั้นไม่วางตา ท้องฟ้าเริ่มมืดแล้ว พวกหล่อนเงยหน้ามองทั้งสามด้วยแววตาเฉยเมย แมรี่รู้ทันทีว่านี่ไม่ปกติ จู่ๆ พวกเธอก็สาวเท้าตรงมาทางแมรี่ แมทกับแซมผงะ แมรี่เห็นว่าใบหน้าของพวกเธอเปลี่ยนไป เบ้าตาเริ่มลึกโหล ผิวขาวซีดกลับคล้ำทะมึนเหมือนโดนเถ้าถ่าน จากก้าวเดินเปลี่ยนเป็นวิ่งเข้าหา "วิ่ง!” แมทตะโกนเสียงดัง แมรี่กับแซมรีบหันหลังวิ่งไปยังทางออกอีกทาง ผู้คนบนถนนที่อยู่ด้านนอกไม่มีใครสังเกตเลย ดูเหมือนไม่มีใครได้ยินเสียงของแมทด้วยซ้ำ

ตุบ! ร่างๆ หนึ่งหล่นลงมาขวางทางพวกเขา เป็นร่างของหนึ่งในสามสาวที่กระโดดข้ามศีรษะมาดักหน้าไว้ แมรี่ชะงักกึก

“โทเบียร่า" แมทพูดเสียงค่อยแฝงความตระหนก "หนึ่งในปีศาจกริมม์ที่มีอำนาจสิงสู่มนุษย์" เขาล้วงบางอย่างออกจากกระเป๋าแล้วเขวี้ยงลงพื้น เกิดควันสีน้ำเงินเข้มฟุ้งไปในอากาศ ร่างของปีศาจตรงหน้าบิดเบี้ยว เกิดเสียงกรีดร้องโหยหวนน่าสยดสยองเกินกว่าจะเป็นเสียงของมนุษย์ แมรี่ยกมือขึ้นปิดปาก

“ไปต่อ อย่าหยุดวิ่ง!” เขาสั่ง แซมรีบลากแขนแมรี่ให้ตามไป แมทคอยระวังหลัง เขาขว้างวัตถุทรงกลมเล็กๆ ลงพื้นอีกครั้ง คราวนี้ปีศาจอีกสองตนที่วิ่งตามมาต้องชะงัก แมรี่รู้สึกว่าตัวเองสำลักควันสีฟ้านั้น รู้สึกแสบคอไปหมด

“ที่นายโยนคืออะไรน่ะ" แมรี่ถามทั้งๆ ที่เท้ายังวิ่ง ประตูทางออกอยู่ตรงหน้า

“ผงใบเสจแห้ง พวกปีศาจไม่ชอบพืชชนิดนี้" แมทบอก

“แต่มันเป็นสีฟ้า"

“บางทีคนขายของพวกนี้ก็อยากจะทำให้ดูมีสีสันน่ะแมรี่ ช่างมันเถอะน่า" แซมไปถึงรั้ว เธอหันหลังกลับมา มองเลยหลังของแมรี่กับแมทไป

“มันหายไปไหน!” แซมมีท่าทีตกใจ แมทรีบหันไปมองบ้าง ปีศาจสามตนที่ไล่ตามทั้งสามอยู่หายไปแล้ว แมรี่หันซ้ายขวามองไปรอบๆ

“ระวังตัวด้วย" แมทกระซิบ

“กรี๊ด!” แมรี่ร้องลั่นเมื่อจู่ๆ ก็มีบางอย่างดึงขาเธอแล้วกระชากจนหน้าคว่ำ รู้สึกจุกจนพูดไม่ออก ร่างของเธอไถไปกับพื้น

“แมรี่!” แซมตะโกนก้องตาเบิกกว้างอย่างตกใจ แมรี่ถูกอะไรสักอย่างที่มีลักษณะเหมือนแมงมุมกำลังลากร่างเธอด้วยการชักใยกลับเข้าไปหามัน ใยสีขี้เถ้าเหนียวๆ พันข้อเท้าเธอแน่น

“ร่างจริงของโทเบียร่า!” แมทหันไปผลักแซมให้พ้นทางเมื่อใยแมงมุมเส้นหนาพุ่งเข้าใส่จากด้านข้าง ปีศาจโทเบียร่าอีกสองตัวกระโจนลงมาจากต้นไม้ แมทถูกใยแมงมุมรัดเข้า

“แมท!” แซมหันซ้ายหันขวา หาคนช่วย แมรี่พยายามดิ้นแต่ใยแมงมุมเหนียวมาก ไม่ยอมขาด

“แซม พลังของเธอ ใช้มันเดี๋ยวนี้!” แมทตะโกนสั่งขณะที่ร่างของเขาถูกเหวี่ยงไปกระแทกกับต้นไม้แล้วร่วงผล็อยลงพื้น แมรี่กรีดร้อง เธอหันมองแซม หญิงสาวยืนนิ่งหอบหายใจ มองซ้ายขวา ส่วนแมทก็พยายามยันตัวลุกขึ้น อยู่ดีๆ หมอกสีเทาก็ปกคลุมสวนทั้งสวน แมรี่มองไม่เห็นอะไรเลยแม้แต่ปลายเท้าตัวเอง เมื่อหมอกคลายลงเธอพบว่าโทเบียร่าทั้งสามผงะถอยหลังไปและปล่อยเธอและแมทให้เป็นอิสระ พวกมันเหมือนสับสน งุนงงและหวาดกลัว

“เกิดอะไรขึ้น" แมรี่รีบดึงเศษใยแมงมุมให้ขาดออก ลุกขึ้นแล้ววิ่งไปช่วยแมทที่บาดเจ็บ

“พลังของบาลักคือภาพหลอน แซมกำลังทำให้พวกมันเห็นภาพหลอน" แมทว่า "ไปที่โบสถ์" เขาดันตัวแมรี่ให้เร่งฝีเท้า "แซม ไปที่โบสถ์!” แซมพยักหน้าแล้วทั้งสามก็ออกวิ่ง แมทดูจะทุลักทุเลที่สุดเพราะเขายังเจ็บจากการถูกกระแทกกับต้นไม้ เมื่อออกพ้นสวนเซนต์เจมส์ แมรี่พบว่าร้านรวงต่างๆ แถวนั้นยังไม่ปิด มีคู่รักยืนกอดจูบกันที่มุมถนน ดูเหมือนไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในสวน

“ทำไมพวกเขาไม่มาช่วยพวกเรา" แมรี่หันไปถามแมท แมทยังคงพยักพเยิดให้เธอวิ่งต่อไป

“เมื่อกริมม์ออกล่าวิญญาณ มันจะมีอำนาจพรางเหยื่อจากประสาทรับรู้ของพวกมนุษย์ที่ไม่ใช่เป้าหมาย มันจะได้เอาชีวิตของเหยื่อได้ง่ายขึ้น แต่อยู่ได้ไม่นาน อยู่ห่างกริมม์ซักครู่อำนาจพรางเหยื่อก็จะคลาย" แมทว่า “เป็นสาเหตุให้ต้องมีทวารบาลจากโลกเบื้องหลัง เพราะพวกวิญญาณสีเทาจะมองเห็นกริมม์และเหยื่อของกริมม์ อำนาจอำพรางของพวกมันไม่มีผลต่อพวกเรานอกเสียจากว่าเราจะเป็นเหยื่ออยู่เหมือนตอนนี้" แมรี่เริ่มเข้าใจว่าทำไมในวันที่เธอโดนทำร้ายที่สวนเอรันเดลนั้นไม่มีใครมาช่วยเธอเลย ทั้งๆ ที่สวนนั่นอยู่ท่ามกลางแหล่งที่พักอาศัย แม้จะดึกมากแล้วแต่เสียงของเธอก็ดังพอที่จะได้ยินไปไกล มีแต่เอธเท่านั้นที่ได้ยินเสียงกรีดร้องของเธอ

ทั้งสามวิ่งมาถึงโบสถ์เซนต์เจมส์ เป็นโบสถ์โปรเตสแตนต์ก่อด้วยอิฐสีเข้ม แมรี่วิ่งไปถึงประตูโบสถ์เป็นคนแรก เธอเห็นป้ายปิดปรับปรุงแปะหราอยู่

“ให้ตายสิ มันปิด" แมรี่ถลึงตา หันมามองแมทกับแซมอย่างสิ้นหวัง

“ลองเคาะประตูดู" แซมว่าพลางทุบประตูแรงๆ "มีใครอยู่ไหมคะ!” เธอตะโกนถาม

“อยู่ในนั้นเราจะปลอดภัยหรือ" แมรี่ถามแมท เขาส่ายหน้า "ไม่ซะทีเดียว" แมทหันไปมองด้านหลังให้แน่ใจว่าไม่มีอะไรตามมา

“แล้วทำไมเราต้องหาเรื่องโดนจับข้อหาบุกรุกเพราะจะเข้าไปหลบกริมม์ในนั้นด้วย"

“เธอตายแล้วแมรี่ เธอไม่โดนจับหรอก" แมทว่า "ใช้พลังจากกลีฟแล้วมนุษย์ก็จะมองไม่เห็นเรา"

“ทำได้ด้วยเหรอ" แมรี่ย่นหน้าอย่างสงสัย

“รอดไปได้ฉันจะสอน" แมทตอบส่งๆ

“เปิดได้แล้ว!” จู่ๆ แซมก็ตะโกนเสียงดัง ในมือมีกิ๊บติดผมสองอัน ดูเหมือนเธอไขกุญแจได้เอง

“นี่เธอไปฝึกมาจากไหนเนี่ยแซม" แมทถามอย่างไม่เชื่อสายตา แซมยิ้มกว้าง "เพื่อนมนุษย์ของเอธสอนให้" เธอเอ่ยอย่างภูมิใจ

“บางทีเอธก็คบเพื่อนแปลกๆ" แมทส่ายหน้าอย่างระอา เขากับแซมดันประตูโบสถ์ให้เปิดออก ทั้งสามเข้าไปข้างในแล้วรีบปิดประตู แมรี่เงยหน้ามองเพดานทรงโค้งสวยงาม ในชีวิตของเธอไม่ค่อยได้เข้าโบสถ์บ่อยนัก พ่อกับแม่เองก็แทบไม่เคยพาเธอเข้าโบสถ์

“สถานที่ที่เกี่ยวข้องกับศาสนาของพวกมนุษย์มักมีพลังเชื่อมโยงกับโลกเบื้องบน" แมทกวาดสายตามองรอบๆ "พวกปีศาจจากโลกเบื้องล่างไม่ถูกกับอะไรแบบนี้"

“พวกมันเข้าโบสถ์มาไม่ได้หรือ" แมรี่ถามขึ้น

“ทำไมจะเข้าไม่ได้ ประตูก็มี" แซมว่า

“แล้วเรามาอยู่ในนี้กันเพื่ออะไร"

“หวังว่าพลังของโลกเบื้องบนจะกลบพลังวิญญาณของพวกเราน่ะสิ" แมทตอบ "ที่เอธบอกเธอจำได้ไหม พวกกริมม์ตามล่าเหยื่อจากพลังวิญญาณแปลกปลอมได้ พวกมันจะรู้ถ้ามีวิญญาณแปลกปลอมรบกวนพลังวิญญาณของมนุษย์อยู่ วัตถุทุกชนิดรวมถึงสิ่งก่อสร้างบนโลกมนุษย์ก็จะมีพลังงานในแบบมนุษย์ แต่สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนาต่างๆ จะมีพลังต่างออกไป มีกลิ่นอายของโลกเบื้องบน ภาวนาว่ามันจะทำให้กริมม์สับสนแล้วตามหาพวกเราไม่เจอ" เขาเดินไปตามแถวที่นั่ง ยังคงกวาดสายตามองรอบๆ

“เดี๋ยวนะ ฉันคิดว่าที่นี่ซ่อนฉันจากกริมม์ไม่ได้หรอกแมท" จู่ๆ แซมก็พูดขึ้นเหมือนนึกขึ้นได้ "พวกนายมีเชื้อสายแองเจิล ที่นี่พรางพลังวิญญาณของพวกนายได้ แต่วิธีนี้ใช้กับฉันไม่ได้ ฉันมีเชื้อสายบาลัก เป็นเดวิล" แซมว่า แมทเบิกตากว้าง ดูเหมือนเขาเองก็เพิ่งจะนึกได้ ส่วนแมรี่กลับรู้สึกมึนงงกับข้อมูลชุดใหญ่ที่เธอต้องทำความเข้าใจอย่างฉับพลันเหล่านี้

“ฉันลืมไป" แมทว่า

ปัง! เสียงบางอย่างกระแทกประตูโบสถ์อย่างแรง ทั้งสามผงะถอยกรูดมาด้านใน

“ทีนี้ อะ...เอาไงต่อ" แซมถามเสียงสั่น แมรี่กลืนน้ำลาย

“อยู่ในนี้เราได้เปรียบ โบสถ์จะทำให้พลังของกริมม์อ่อนลง ไม่มากก็น้อย" แมทว่า

“แต่เราไม่ใช่ทวารบาล เราสู้กับกริมม์ไม่ได้หรอก" แซมแย้ง

“ให้ตายสิแซม เราต้องอยู่โดยไม่มีเอธซะบ้าง!” แมทมองซ้ายมองขวา "พวกมันต้องการตัวแมรี่ เธอสร้างภาพหลอนให้พวกมันเห็นฉันเป็นแมรี่ได้ไหม"

“นายคิดจะทำอะไร" แมรี่รีบถาม

ปัง ปัง ปัง! เสียงกระแทกประตูดังขึ้นอีก คราวนี้กลอนหลุดออก แผ่นไม้ปริแตก

“ฉันจะล่อมัน แมรี่ เธอไปหาอ่างน้ำมนต์ ใช้มันลูบตัว จะอาบเลยก็ได้ มันจะคุ้มกันเธอ เอ่อ... ในระดับหนึ่ง" แมทว่า

โครม! ประตูไม้บานใหญ่หลุดกระเด็นเข้ามาด้านใน "ไปเร็ว!” แมทสั่ง แมรี่รู้สึกเกลียดคำว่า 'ในระดับหนึ่ง' ของแมทขึ้นมา ดูเหมือนจะไม่มีอะไรปกป้องเธอได้โดยสมบูรณ์สักอย่างเดียว เธอรีบกวาดสายตามองหาอ่างน้ำมนต์แต่ก็นึกขึ้นได้ ที่นี่เป็นโบสถ์แองกลิกัน น้ำมนต์ไม่ใช่น้ำศักดิ์สิทธิ์เหมือนความเชื่อของคาทอลิก เธอเห็นแซมเคลื่อนฝ่ามือไปด้านหน้า หลับตา เธอกำลังใช้พลัง โทเบียร่าทั้งสามตัวพุ่งเข้าหาแมททันที เขาใช้ความว่องไวกระโดดหลบแล้ววิ่งหนีเข้าไปด้านใน พวกมันตามแมทไป แซมหันซ้ายขวา

“ที่นี่ไม่มีอ่างน้ำมนต์เหรอ!” แซมถาม แมรี่ส่ายหน้า เธอไม่รู้ และคิดว่าไม่มีเพราะยังไม่เห็น

“ถ้าเราไม่ทำอะไรซักอย่างแมทแย่แน่" แมรี่ว่า

“เขาถ่วงเวลาให้เราคิดอยู่นี่ไง" แซมมองแมทที่วิ่งไปหลบใต้โต๊ะไม้ แมรี่เหลือบไปเห็นถังดับเพลิงอยู่ริมผนังด้านซ้าย

ตุบ! โทเบียร่าตัวหนึ่งกระโจนมาจากเพดาน ประจันหน้ากับแซมและแมรี่ หญิงสาวทั้งสองผงะถอย แมรี่เหลือบเห็นแมทถูกใยแมงมุมพันขา เขาดิ้นรนให้หลุดจากพันธนาการ โทเบียร่าสองตัวพยายามกัดเขา แต่แมทกลิ้งตัวหลบได้ทันเฉียดฉิว แมรี่มองไปที่ถังดับเพลิง ถ้าไม่ทำอะไรสักอย่างทั้งสามคนต้องโดนฆ่าแน่ๆ

“แซม ฉันจะไปเอาไอ้นั่น เธอล่อมันที" แมรี่ชี้ที่ถังดับเพลิง แซมพยักหน้า เธอใช้พลังอีกครั้ง จู่ๆ โทเบียร่าก็ผงะถอย หดขาทั้งแปดจนงองุ้ม แมรี่ฉวยโอกาสนี้ออกวิ่งไม่คิดชีวิตไปจนถึงดับเพลิง หยิบขึ้นมาถอดสลัก

“เฮ้ ไอ้แมงมุมอุบาทว์!” เธอตะโกนใส่โทเบียร่าสองตัวที่กำลังเล่นงานแมท พวกมันหันกลับมาทางเธอ แมรี่ฉีดสารดับเพลิงใส่ สารเคมีเหล่านี้ระคายตาของโทเบียร่า พวกมันเดินเป๋ไม่เป็นทิศ แมรี่รีบกลิ้งถังดับเพลงให้แมทแล้วหันไปหยิบถังใหม่มาถอดสลัก

“ฉลาดมากแมรี่" แมทว่าขณะคว้าถังดับเพลิงขึ้นมาแล้วกระแทกหน้าโทเบียร่าไปเต็มแรง เกิดเสียงกรีดร้องน่าสยดสยอง แมทฉีดสารดับเพลิงใส่ซ้ำ

         “กรี๊ด!” จู่ๆ แซมก็ร้องลั่น แมรี่กับแมทหันไปเห็นโทเบียร่าอีกตัวคร่อมร่างของแซมไว้

“แซม!” แมทหันไปคว้าไม้กางเขนสีทองตรงแท่นประกอบพิธี เขาชูไม้กางเขนไว้หน้าหัวฉีดถังดับเพลิง แล้วฉีดใส่โทเบียร่าตัวนั้น ทันทีที่สารสีขาวถูกตัวมัน มันกรีดร้องเกิดรอยไหม้พุพองไปตามผิวหนังแข็งและหยาบของมัน มันรีบถอยกรูดไปรวมกับอีกสองตัวที่เหลือ แมททรุดลงนั่ง พยายามฉุดแซมขึ้นมา เธอหน้าซีดเผือด หายใจหอบ "ขะ...ขาฉัน" เธอพูดเสียงค่อย แมทก้มลงดู เขาพบแผลเหวอะเป็นรอยเขี้ยว

“แซมถูกกัด!” แมทหน้าซีดด้วยอีกคน แมรี่เอามือป้องปาก "ฉันนึกว่ามันเห็นภาพหลอนอยู่ ไม่คิดว่ามันจะทำร้ายเธอ"

“แซมเพิ่งจะอายุสิบแปด พลังบาลักยังใหม่เกินไปสำหรับเธอ เธอยังใช้มันไม่ได้สมบูรณ์" แมทว่าขณะใช้ฝ่ามือกดแผลของแซม เขาหลับตา แมรี่เห็นแผลค่อยๆ สมาน แต่แซมดูเจ็บปวดสาหัส

“ฉันรักษาแผลภายนอกได้ แต่พิษของกริมม์มีโทษตาย" แมทพูดอย่างกังวล ในขณะเดียวกันโทเบียร่าทั้งสามตัวเริ่มโจมตีอีกครั้ง มันพุ่งเข้าหาทั้งสามโดยไม่ให้ทันตั้งตัว แมรี่ยกมือขึ้นป้อง เซถอยหลังล้มลง เกิดเสียงเหมือนไม้ปริแตก จู่ๆ ทุกอย่างก็หยุดนิ่ง โทเบียร่าสามตัวลอยคว้างในอากาศ แมทที่เฝ้าดูเหตุการณ์ทั้งหมดกะพริบตาปริบๆ

“เธอทำได้ยังไง!” แมทแทบไม่เชื่อสายตา ทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าของใครสักคนวิ่งเข้ามาในโบสถ์ แมรี่หันไปมองที่ประตู เป็นร่างสูงของเอธที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาพลางกวาดตาดูรอบๆ

“โทเบียร่า!” เขาดูตกใจเมื่อพบร่างแมงมุมสามตัวลอยอยู่ในอากาศ ทันใดนั้นเองเหมือนเวลากลับมาเดินต่อ ร่างของพวกมันถลาเข้าชนแมรี่อย่างจัง หญิงสาวกรีดร้องขณะที่พยายามดิ้นรนเอาตัวรอด เอธไม่รอช้า เขาชักมีดเล่มยาวจากฝักหนัง ตรงเข้าฟาดฟันหนึ่งในกริมม์ที่กำลังรุมทึ้งร่างของแมรี่ มีดปักลงกลางตัวมันพอดี มันกรีดร้องกระโจนหนีไปอีกฝั่ง ควันไฟและกลิ่นเหม็นไหม้อบอวลไปทั้งโบสถ์ แมทผละจากแซม คว้ามีดของเอธจากร่างของโทเบียร่าที่บัดนี้กลายเป็นเถ้าถ่านแล้วเงื้อจ้วงโทเบียร่าอีกตัว เขาปักมีดใส่ร่างมันจนมิดด้ามแต่โดนขาของโทเบียร่าเตะกระเด็นไถลไปกับพื้นโบสถ์ ก่อนที่ตัวมันเองจะลุกไหม้

“แมท!” แซมพยายามยันตัวลุกขึ้น แต่ไม่สำเร็จ ขาซ้ายของเธอปวดร้าวไปหมด

แมรี่กลิ้งตัวหลบเขี้ยวพิษของโทเบียร่าตัวที่กำลังเล่นงานเธออยู่ สร้อยคอของเธอเรืองแสงขึ้นอีกครั้ง เอธวิ่งเข้ามาด้วยความเร็วที่เหลือเชื่อ เขาคว้าขาข้างหนึ่งของโทเบียร่าแล้วจับบิดจนหักคามือ มันร้องเสียงโหยหวน เอธใช้ศอกแทงเข้าที่ลำตัวเป็นปล้องของมันจนร่างแนบพื้นแล้วหยิบมีดพกจากสายรัดหน้าแข้งปักฉึกเข้าที่บริเวณศีรษะของมัน มันดิ้นพล่าน ร่างค่อยๆ ติดไฟ เอธกระโจนออกมา ดึงร่างแมรี่ให้ลุกขึ้น มองโทเบียร่าตัวสุดท้ายไหม้กลายเป็นขี้เถ้า แมรี่หอบหายใจ ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากแล้วเธอก็เกือบต้องตายเป็นครั้งที่สอง

“แซม เธอเป็นอะไรไหม" เอธหันไปเห็นแซมที่ยังคงนั่งกองอยู่กับพื้น

“โดนโทเบียร่ากัด เธอถูกพิษของกริมม์" แมทเดินโซซัดโซเซมาหาเขา "นายหายไปไหนมา นายเกือบทำพวกเราตายกันหมด!” แมทพูดใส่อย่างขุ่นเคือง

“ฉันขอโทษ แต่พวกนักล่ามากเรื่องกว่าที่คิด ฉันเจรจา...”

“เพราะความคิดเรื่องแผนสำรองบ้าๆ ของนายเกือบทำให้พวกเราโดนกริมม์ลากลงนรกแล้วนะ" แมทดูโกรธขึ้นมาจริงๆ

“ช่วยแซมก่อนเถอะ" แมรี่แทรกขึ้น "เธอดูไม่ดีเลย"

เอธก้มลงมองแซม หญิงสาวหน้าซีดไร้สีเลือด เธอพึมพำไม่เป็นภาษา เหมือนคนกำลังเพ้อเพราะพิษบาดแผล

“พลังของบาลักกำลังปกป้องเธอจากพิษกริมม์ กริมม์ฆ่าวิญญาณสีเทาด้วยพิษของมันไม่ได้ พิษของมันมีไว้ปลิดชีวิตวิญญาณบริสุทธิ์เท่านั้น" เอธว่า "เราต้องหาที่ปลอดภัย ที่ๆ กริมม์จะหาเราไม่เจอ"

“ไม่มีที่ปลอดภัย เราต้องกลับโลกเบื้องหลัง" แมทว่า

“ประตูพิภพอยู่ที่บ้านของแมรี่ กว่าเราจะไปถึงเราต้องโดนฆ่าระหว่างทางแน่ๆ" เอธเถียง

“นายก็สร้างอีกบานที่นี่สิ" แมทเสนอ

“เสี่ยงเกินไป นายรู้หรือว่าถ้าสร้างประตูตรงนี้แล้วจะไปโผล่ที่ไหนในโลกเบื้องหลัง ถ้าเป็นบ้านคน ทวารบาล หรือใครคนอื่นมาเห็นพวกเราในสภาพนี้ พวกเราได้ไปสภาไวกว่าที่นายคาดซะอีก"

อาฮู้ววววววววววววววว~ จู่ๆ ก็มีเสียงเห่าหอนลากยาวมาจากด้านนอกโบสถ์ แมทกับเอธสบตากันทันที

“นั่นอะไร" แมรี่ถาม เธอจ้องที่ทางเข้าอย่างหวาดหวั่น

“เธอรู้จักดี" เอธพึมพำ "ซิบิลิส!”

โปรดติดตามตอนต่อไป
---------------------------------------------------------
Reference images



สวนเซนต์เจมส์สแควร์ พิคคาดิลลี


โบสถ์เซนต์เจมส์


ภายในโบสถ์เซนต์เจมส์

----------------------------------------------------------

Talk 

สวัสดีผู้อ่านค่ะ เราหายไปหลายวันเลย ธุระเยอะมากกกกกกก 
วันนี้รีบเอาตอนเจ็ดมาลง กลัวหาโอกาสลงไม่ได้ หวังว่าตอนนี้จะไม่ทำให้ผิดหวังนะคะ 
ไม่ถนัดเขียนฉากแอ็คชั่นเท่าไหร่ มีอะไรติชมได้ค่ะ จะปรับปรุงแก้ไขอย่างไวค่ะ 

ขอบคุณสำหรับการติดตาม ใครผ่านมาอ่าน รบกวนเม้นต์ติชม ให้กำลังใจเล็กๆน้อยๆก็ยังดีค่ะ 
เราจะได้รู้แนวทางว่าจะเขียนเรื่องนี้ให้ออกมารูปแบบไหน เพราะยังใหม่กับงานเขียนแนวนี้พอสมควรค่ะ :D 

ขอบคุณมากค่ะ

Daren L.
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

229 ความคิดเห็น

  1. #219 MooK_KunG_Zaa (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2558 / 23:17
    ตอนนี้มันส์มาก แซมเธอต้องรอด


    ปล คุณปู่มาแค่คำพูดแต่อิลั้นฟินไปแล้วค่ะ อร้ายยย
    #219
    0
  2. #133 Esperanza (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 เมษายน 2557 / 11:52
    วิลก็ยังคงลึกลับอยู่ดี... แต่วิลกับแมทนี่ชวนจิีนเหลือเกินนนน สรุปเป็นกันป้ะเนี่ย
    แต่แซมกับเอธเค้าเหมาะสมกันจริงๆ นะ เป็นปีศาจเหมือนกันด้วยอ่ะ และพลังของแซมก็เจ๋งมาก ส่วนเอธก็สมกับเป็นทวารบาล เท่ได้ใจจริงๆ ค่ะ
    แมทนี่ก็ฉลาดลึกล้ำ กินหนังสือเข้าไปรึไง อ่านไปๆ แล้วรู้สึกว่าน่ารักดี ^^
    เจอกริมม์จังๆ แบบนี้น่ากลัวแฮะ ที่สำคัญน้องหมา? ซิบิลิสก็มาด้วย
    แต่แมรี่ก็ใช้พลังเบาๆ นะชอบค่ะ
    #133
    0
  3. #83 - Thumbelina - (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 มีนาคม 2557 / 20:36
    บทนี้แอ็คชั่น ชวนดีดดิ้นไปมาได้เริ่ดมาก

    มันต้องอย่างเง้เส้! ยัยมาริน่า สจ๊วต! 

    หล่อนโชว์ภูมิไปแล้วหนึ่งอย่าง พวกโทเบียร่านั่นนิ่ง

    เหมือนตกอยู่ในฉากของคลารีในเมืองกระดูก ตอนห้ามปีศาจนั่นมาก 555 

    แมทดูเขินนะ เมื่อพูดเรื่องปู่วิลเลียม -////-



    #83
    0
  4. #30 Diarlekus_Luwvelch (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 มกราคม 2557 / 14:22
    แมทน่ารักดีแฮะ
    #30
    0
  5. #29 `คุณหมาป่า。 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 มกราคม 2557 / 11:07
    ฮู่ว เดี๋ยวจะเจออริเก่าแล้ว เหมือนแมร์รี่จะได้ลองใช้พลังตัวเองอีกครั้ง (แบบไม่รู้ตัว)
    ส่วนของแซมก็โผล่แล้ว สร้างภาพหลอน เก๋สุดๆ
    แมท-รักษา แซม-สร้างภาพหลอน เอธ-? (ยังไม่เห็นจะจะแฮะ) แมร์รี่-ควบคุมเวลา
    ติดตามจ้ะ
    #29
    0
  6. #28 wondermomo (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 มกราคม 2557 / 09:13
    เรื่องนี้สนุกตรงที่มันมีเรื่องให้ซวย ไม่สิ เผชิญหน้าอยู่ตลอดเวลา

    ก็จะได้เห็นความคิดแล้วก็ความช่วยเหลือของเพื่อนๆ มีแอบจิกกันเบาๆ ให้ยิ้มตลอด

    ชอบตอนแซมแซวอ่ะ ฮ่าๆๆ ชีก็ดูไม่แคร์หรอกว่าเพื่อนจะเป็นอะไร น่าจะรับได้ถ้าแมทเป็นเกเก้จริงๆ อ่ะ

    อะไรมันจะซวยได้ขนาดนี้ เจอทั้งยัยแมงมุมยังจะเจอหมาอีกเรอะ ฮัยยะ

    เป็นไงต่อไปน้า เอ้อ แต่โชคดีที่แซมไม่เป็นไร กลัวเอธหม้ายคู่หมั้นเร็วเกิ๊น (ชอบคู่นี้อ่ะ)

    ส่วนแมทแอบแมนว่ะ (ก็แมน แหม่) แอคชั่นก็ได้ด้วยคริคริ 



    เห็นคำผิดคำเดียวคือตอนที่แมรี่โดนแมงมุมชักใยใส่ ซักอย่าง ต้องเป็นสักอย่างอ่ะ
    #28
    0