OTHER WORLDS : ออเทอร์เวิร์ลส

ตอนที่ 8 : บทที่ 6 : วิลเลียม สจ๊วต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 309
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    2 ก.พ. 57

บทที่ 6 วิลเลียม สจ๊วต

 

แมรี่และคนอื่นๆ เดินขึ้นมาจากสถานีพิคคาดิลลีเซอร์คัส จตุรัสพิคคาดิลลีเซอร์คัสนั้นเป็นสถานที่ที่มีผู้คนคึกคักตลอดเวลา แมรี่เคยมาเดินกับมอลลี่สองสามครั้ง ที่รูปปั้นอีรอสจะมีคนจะพลุกพล่านมากที่สุดเพราะเป็นจุดถ่ายรูปและเป็นแลนด์มาร์คสำคัญ

"เทพเจ้าแห่งความรักดูจะเด็กเกินไป" เอธพูดขณะเงยหน้ามองรูปปั้นเทพอีรอสถือคันศร "เขาบรรลุนิติภาวะรึยัง" ชายหนุ่มหันมาถามแมรี่ด้วยคำศัพท์แบบโลกมนุษย์ เธอเดาว่าคงล้อเลียนที่น้าเอเวอลีนพูดกับเธอ แมรี่นิ่วหน้า

"นายก็ลองไปสะกิดถามเขาสิ เผื่อเขาจะบอกนาย" แมรี่ตอบส่งๆ เธอได้ยินเอธหัวเราะ

"ความจริงเขาเป็นชายหนุ่มรูปงามที่มาตกหลุมรักมนุษย์" แมทอธิบาย "ทำไมพวกมนุษย์ถึงชอบคิดว่าอีรอสเป็นเด็ก"

"เพราะเขาเป็นลูกแหง่ติดแม่ไงล่ะแมท" แมรี่ยิ้มกว้าง

"นั่นสิ อาจใช่" แมทขำ นั่นทำให้เอธกับแซมมีท่าทีแปลกใจ

"พวกนายสนิทกันตอนไหน" เอธเลิกคิ้วถาม

"จริงด้วย แต่ก็ดีแล้ว แมทน่าจะมีเพื่อนผู้หญิงเพิ่มบ้าง" แซมว่า แมรี่กับแมทสบตากันครู่หนึ่งก่อนที่แมรี่จะเปลี่ยนเรื่อง

"อพาร์ทเม้นท์ที่ชื่อพิคคาดิลลีเซอร์คัสอยู่ทางนี้" แมรี่ก้าวขาเดินนำเพื่อนๆ ทุกคนเดินตามเธออย่างใคร่รู้ ไม่ถึงสองนาทีทั้งสี่ก็มาหยุดอยู่หน้าอาคารสีอ่อนที่แมรี่บอกว่านี่คืออพาร์ทเม้นท์ที่ว่า 
"ค่าเช่าคงมหาศาล" เอธลงความเห็น "ทำเลดีใช่ย่อย"

แมรี่คิดภาพวิลเลียมว่าเขาจะหน้าตาแบบไหน เป็นคนยังไง เขาคงจะเหมือนปู่ แต่อดรู้สึกแปลกใจไม่ได้ว่าคนแก่อายุขนาดนั้นจะใช้ชีวิตอยู่ในย่านที่ไม่สงบอย่างสิ้นเชิงแบบที่นี่

"เขาคงรวย" แซมพึมพำ

"ทำไมคนรวยๆ ถึงอยากมาอยู่ที่ๆ วุ่นวายขนาดนี้" แมทสงสัย

"ฉันก็ไม่เข้าใจพวกมนุษย์นัก" เอธว่า "ปู่คนนี้ของเธอคงจะชอบเข้าสังคม"

"หวังว่าจะเป็นคุณปู่ใจดี" แมรี่เสริมก่อนจะเปิดประตูเดินเข้าไปด้านใน มีเคาน์เตอร์อยู่ไม่ไกลจากทางเข้า หญิงสาวทาลิปสติกสีแดงสดผมดัดลอนกำลังนั่งเช็คความเรียบร้อยของใบหน้าในกระจก

"สวัสดีค่ะ" แมรี่เอ่ยทัก "เรามาพบคุณวิลเลียม สจ๊วต เขาพักอยู่ที่นี่ไหมคะ" หญิงสาวหน้าเคาน์เตอร์เลิกคิ้ว "วิลเลียมหรือ"

"ค่ะ น่าจะอายุประมาณเจ็ดสิบกว่าๆ ตาสีฟ้าเหมือนหนู" แมรี่อธิบาย สาวผมลอนกัดริมฝีปากครุ่นคิด เพ่งมองตาของแมรี่ชัดๆ ก่อนจะหัวเราะ

"เธอคิดว่าที่นี่คือที่ไหน บ้านพักคนชราหรือ เราไม่มีผู้อยู่อาศัยอายุเกินห้าสิบอยู่ที่นี่หรอกนะ ดังนั้นฉันว่าเธอคงมาผิดที่" หล่อนใช้น้ำเสียงเยาะเย้ยนิดๆ แมรี่ขมวดคิ้ว

"เธอแน่ใจเหรอว่าเป็นที่นี่" แมทถาม "กระดาษนั่นเขียนแค่คำว่าอีรอสเท่านั้น"

"ฉันไม่มีไอเดียอื่นแล้ว" แมรี่ยักไหล่

"เสียใจด้วยนะหนุ่มๆ สาวๆ ฉันรู้จักคนที่ตาสีฟ้าเหมือนเธอคนนี้แต่มั่นใจว่าคงไม่ใช่คนที่พวกเธอตามหาหรอกจ้ะ" ผู้หญิงหน้าเคาน์เตอร์ยิ้มพราย ทั้งสี่หันหลัง กำลังจะกลับไปที่ประตูทางเข้า แต่ตอนนั้นเองก็มีชายคนหนึ่งเดินสวนเข้ามาพอดี

“สวัสดีแคลร์ วันนี้มีพัสดุถึงฉันบ้างไหม" เขาทักหญิงสาวที่เคาน์เตอร์ ก่อนจะสังเกตเห็นพวกของแมรี่ที่กำลังยืนเก้ๆ กังๆ อยู่

“มาหาที่พักเหรอ" เขาเอ่ยถามเอธที่อยู่ใกล้เขาที่สุด เขาเป็นผู้ชายตัวสูงพอๆ กับเอธ อาจจะเตี้ยกว่าเล็กน้อย ผมสีน้ำตาลเข้ม ตาสีฟ้า ดูหล่อและคุ้นหน้าเอามากๆ เขาใส่กางเกงยีนส์ขาดๆกับเสื้อยืดเข้ารูปสกรีนคำว่า 'ฉันมีเซ็กส์กับเธอหลายครั้งในความคิด'

“พวกเขามาหาคนแก่อายุเจ็ดสิบกว่าน่ะวิล" แคลร์ตอบ ชายหนุ่มเลิกคิ้ว

“พวกเธอคงจะเจอถ้าที่นี่เป็นบ้านพักคนชรา" เขาพูดติดตลกจนแคลร์หลุดหัวเราะ แมรี่กลอกตา "เรากำลังจะกลับค่ะ"

“แมรี่ ฉันว่าเขาคือวิลเลียมที่เราตามหา" แมทสะกิด แมรี่ถลึงตา ผู้ชายตรงหน้าไม่มีเค้าเหมือนคุณปู่อายุเจ็ดสิบห้าสักนิดเดียว เขาดูเป็นหนุ่มฮอตหล่อเหลาอายุประมาณยี่สิบกว่าๆ เท่านั้นเอง

“เราไปกันเถอะ หมอนี่เป็นแวมไพร์" เอธก้มลงมากระซิบกับแมรี่ เธอพยักหน้า ไม่แน่ใจนักว่าเอธหมายความว่าเขาเป็นแวมไพร์จริงๆ หรืออำกันเล่น

“แต่ฉันมั่นใจว่าเขาคือวิลเลียม สจ๊วต!” แมทยืนยัน

“นายมั่นใจขนาดนั้นได้ยังไงแมท" เอธถาม

"เขาเหมือนคนในรูป" แมทตอบ ชายหนุ่มแปลกหน้ามีท่าทีประหลาดใจครู่หนึ่งก่อนจะตีสีหน้าเรียบ

“เมื่อกี้นายพูดชื่อใครนะ" เขาถามย้ำ จ้องแมทไม่วางตา

“วิลเลียม สจ๊วต" แมทเอ่ยเรียบๆ

“แหมๆ แต่ผู้ชายตรงหน้าพวกเธอไม่ใช่วิลเลียม สจ๊วตหรอกจ้ะ เขาชื่อวิล แฮร์ริสัน" แคลร์เป็นคนตอบให้

“ฉันคิดว่าฉันรู้จักคนที่พวกเธอตามหา แต่ขอเหตุผลดีๆ ที่พวกเธอตามหาเขาหน่อย" เขาหันมามองแมรี่ เธอก็เพิ่งสังเกตว่าสีตาของเขาฟ้าจัดและสวยเหมือนของปู่

“พูดตรงนี้ไม่ได้ค่ะ" แมรี่ว่า เธอชำเลืองมองแคลร์ และจุดที่พวกเธอยืนคือบริเวณทางเข้าอพาร์ทเม้นท์ซึ่งมีแต่คนเข้าออก

“งั้นตามมา" เขาหันไปยิ้มให้แคลร์แล้วหันมาหาทั้งสี่คนอีกครั้ง "อย่างเงียบๆ"

ทั้งสี่เดินตามชายหนุ่มตาสีฟ้าเข้ามาในลิฟต์ เอธยังคงย้ำว่าชายคนนี้เป็นแวมไพร์ แมรี่คิดภาพไม่ออก เขาดูปกติ ผิวไม่ซีด และก็เพิ่งเดินตากแดดเข้ามา วิล แฮร์ริสันพักอยู่ที่ชั้นหก ห้องในสุด เขาไขกุญแจเปิดประตูให้ทั้งสี่เข้าไป เอธยังคงมีท่าทีไม่ไว้วางใจ เขาชำเลืองมองรอบๆ เป็นระยะ

“เข้ามาข้างในแล้วอย่าแตะอะไร ย้ำว่าอย่าแตะต้องอะไร" เขาพูด เมื่อทั้งสี่เดินเข้ามาในห้อง แมรี่เข้าใจทันทีว่าคำว่า 'ค่าเช่ามหาศาล' ของเอธหมายถึงอะไร ทุกอย่างในนี้จัดเป็นสัดส่วน กว้างขวาง มีห้องแยกเหมือนห้องชุดที่คนรวยอยู่กันแต่ไม่ใหญ่เท่า การตกแต่งดูดีมีรสนิยม สะอาดสะอ้านจนไม่อยากเชื่อว่าเจ้าของห้องเป็นชายหนุ่มวัยยี่สิบกว่าๆ แบบวิล

“คราวนี้บอกได้รึยังว่าทำไมพวกเธอถึงตามหาคนชื่อวิลเลียม สจ๊วต" เขาถามอีกครั้งก่อนจะทิ้งตัวลงบนโซฟา พาดขาบนโต๊ะ

“หนูชื่อแมรี่ เป็นหลานสาวของเขาค่ะ" แมรี่ว่า "ความจริงหนูเป็นหลานสาวของปีเตอร์ สจ๊วต พี่ชายของเขา คุณรู้จักวิลเลียม สจ๊วตหรือคะ"

“หลานสาวของพีทหรือ" เขาเลิกคิ้ว "ไม่น่าล่ะ สีตาเธอเหมือนเขาเด๊ะ"

“เหมือนนายด้วย" แมทธิวแทรกขึ้นมา วิลหันไปจ้องแมทอีกครั้ง เขายิ้มที่มุมปาก

“แล้วทำไมถึงอยากเจอวิลเลียมนักหนาล่ะ เขาอาจเป็นปู่อีกคนของเธอ แต่เธอกับเขาไม่ได้รู้จักกันเลยด้วยซ้ำ" วิลชักขาลง ลุกขึ้นยืน

“เขาคือญาติคนเดียวที่เหลืออยู่ของหนูที่พอจะอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นกับปู่แล้วก็พ่อของหนูได้ค่ะ แต่หนูอยากรู้ว่าคุณเป็นอะไรกับวิลเลียม สจ๊วตคะ เป็นลูกชาย หรือหลานชายหรือคะ" แมรี่ถาม เธอคิดแบบนั้นเพราะเขามีตาสีฟ้าและใบหน้าคล้ายปู่ของเธอ

“เขาเป็นแวมไพร์!” เอธดูเหมือนจะหมดความอดทน "แมรี่ เธอไม่ควรไว้ใจเขา"

“ตายล่ะ นี่เธอพาทวารบาลมาด้วยหรือ" วิลหันไปมองเอธ สำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้า "ห้องนี้เป็นเขตปลอดทวารบาล" เขาว่าก่อนจะยิ้มให้แมรี่

“คุณรู้เรื่องพวกนี้ด้วยหรือคะ"

“แน่นอน ฉันเป็น... อย่างที่พ่อหนุ่มหุ่นล่ำนี่บอก แวมไพร์" เขาชี้ไปที่เอธ "พวกทวารบาลมักมีสัมผัสรับรู้พลังวิญญาณ ไม่แปลกที่เขาจะรู้ แล้วเขาก็เตือนเธอตั้งแต่ตอนอยู่ข้างล่าง"

“แต่คุณตากแดดได้" แมรี่แย้ง เธอหันไปมองเอธ "แวมไพร์โดนแดดได้เหรอ"

“แวมไพร์จริงๆ ต่างจากในหนังของโลกมนุษย์ แมรี่" แซมพูดขึ้น "พวกเขาไม่กลัวแสงแดด ความจริงแวมไพร์ส่วนใหญ่จะตาสีดำสนิท ฉันไม่เอะใจแต่แรกเพราะตาเขาสีฟ้า แต่แวมไพร์ไม่มีชีพจรแน่ๆ ถ้าฝึกมาดีต่อให้พรางตัวแนบเนียนแบบเขา เอธก็ดูออก " แซมว่า

“อย่าพูดเหมือนฉันไม่ได้ยืนอยู่ตรงนี้สิสาวน้อย" วิลเบ้ปาก "แล้วก็ช่วยเล่าต่อด้วยว่าเกิดอะไรขึ้นกับปู่แล้วก็พ่อของเธอ เธอไว้ใจฉันได้เพราะฉันไม่เลือกข้างมาตั้งนานแล้ว" เขาหันกลับมาคุยกับแมรี่พร้อมพรายยิ้ม แมรี่เพิ่งสังเกตเห็นเขี้ยวแหลมๆ สองข้างของเขาเป็นครั้งแรก

“ปู่กับพ่อเหมือนโดนตามล่าจากบางสิ่งบางอย่างเพราะพลังของพวกท่าน ตอนนี้หนูก็กำลังโดนตามล่าเหมือนกันค่ะ"

“เหรอ แต่เสียใจด้วยนะ ฉันไม่เจอพีทเธอตั้งแต่อายุยี่สิบสาม พอโดนกัดก็หนีออกจากบ้านแล้วไม่กลับไปอีกเลย ฉันก็พอจะรู้ข่าวว่าเขาแต่งงาน มีพ่อของเธอแล้วฉันก็ไม่รู้อะไรอีก" วิลกลับไปนั่งที่โซฟาอีกครั้ง

“เดี๋ยวนะคะ คุณออกจากบ้านตั้งแต่อายุยี่สิบสาม ตอนนี้คุณอายุเท่าไหร่" แมรี่ถาม

“ดูจากรูปลักษณ์ก็ยี่สิบสามตามที่เธอเห็น แต่เอาจริงๆ คงประมาณเจ็ดสิบกว่าๆ" เขาว่า "อย่าถือนะ ฉันเลิกนับอายุตัวเองมานานแล้ว"

“งั้นคุณก็คือวิลเลียม สจ๊วต ปู่อีกคนของหนูหรือคะ" คราวนี้แมรี่ช็อกจริงๆ แค่เรื่องที่เธอมีปู่อีกคนก็น่าแปลกใจพอแล้ว นี่เธอมีปู่เป็นแวมไพร์หนุ่มหุ่นเซ็กซี่วัยยี่สิบสาม

“ประมาณนั้น" เขาตอบห้วนๆ "แต่แปลกใจนิดหน่อยว่าทำไมหนุ่มน้อยคนนี้ถึงรู้ว่าเป็นฉันตั้งแต่แรกทั้งๆ ที่หลานฉันยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำ" วิลหันกลับไปถามแมทที่สะดุ้งเพราะกำลังยืนเหม่ออยู่

“คือ... ก็แค่เห็นนายในรูปแล้วก็จำได้ นายดูไม่ต่างจากในรูปเท่าไหร่ แค่ดูแก่กว่านิดหน่อย" แมทตอบซื่อๆ "แมรี่ไม่นึกว่าเป็นนายเพราะเธอกำลังนึกภาพชายแก่อายุเจ็ดสิบกว่าอยู่ในหัว อ่อ แล้วฉันก็ไม่ชอบให้ใครมาเรียกว่าหนุ่มน้อย ฉันอายุสิบเก้าแล้ว" เขาเสริม วิลหัวเราะ

“อย่างนั้นหรือ ประทับใจจัง ไม่ค่อยมีใครจำฉันได้แม่นขนาดนี้บ่อยๆ นะ ปกติแค่เปลี่ยนทรงผมแคลร์ก็จำฉันไม่ได้แล้ว" เขายิ้ม แมทเสมองทางอื่น

“ถ้านายคือวิลเลียม นายก็ต้องมีพลังแบบที่แมรี่มีสิ" เอธพูดขึ้น

“อาจเคยมี แต่ฉันไม่มีโอกาสได้เรียนรู้ที่จะใช้มันด้วยซ้ำ แม่... หมายถึงทวดของแมรี่น่ะ พยายามทำทุกอย่างไม่ให้ฉันกับพีทใช้พลังที่มี เราถูกเลี้ยงเหมือนลูกมนุษย์ทั่วไปเหมือนแม่กำลังซ่อนพลังของพวกเราจากอะไรซักอย่าง พออายุยี่สิบสามฉันก็โดนกัด ฉันกลายเป็นแวมไพร์ และคลิ๊ก! ฉันก็ใช้พลังไม่ได้อีกเลย" เขาอธิบาย

“แมท นายพอจะรู้เรื่องพวกนี้ไหม ทำไมเขาถึงใช้พลังไม่ได้" เอธถามเพื่อนสนิท แมทกัดริมฝีปากอย่างครุ่นคิด

“เชื้อแวมไพร์เป็นพลังปีศาจ บางทีมันอาจไปทำลายกลีฟของซาเธลิสแบบที่พิษของซิบิลิสพยายามทำลายกลีฟของแมรี่ แค่พิษของซิบิลิสทำลายกลีฟของแมรี่ไม่ได้ แต่ฆ่าเธอแทน"

“เอ๋ นี่เธอตายแล้วหรือ" วิลเลิกคิ้ว ชี้มาทางแมรี่ เด็กสาวพยักหน้า "ตอนนี้หนูอยู่ในโลกเบื้องหลังค่ะ"

“เธออาจจะปลอดภัยถ้าอยู่โลกนั้นมากกว่าโลกนี้ แล้วทำไมต้องมาหาฉัน ตอนนี้เธอก็มีทวารบาลรูปหล่อคุ้มครองอยู่แล้วนี่" วิลพยักพเยิดไปทางเอธ แมรี่อ้าปากจะพูดบางอย่างแต่ก็นึกอะไรไม่ออก เธอหวังว่าคงไม่ได้หน้าแดงหรือดูเหมือนคนเขินอย่างชัดเจนเท่าไหร่นัก

“เราอยากรู้ว่าพลังแบบไหนที่เธอมีอยู่ แล้วใครต้องการมัน แล้วทำไมถึงต้องการ" เอธเข้าประเด็นเพื่อเปลี่ยนเรื่อง

“แล้วมาถามฉันเนี่ยนะ ฉันคงจะรู้หรอก หาในกูเกิลดูรึยังล่ะ" วิลตอบกลับอย่างรำคาญ แมรี่อ้าปากค้าง เริ่มรู้สึกว่าการมีปู่อายุยี่สิบสามไม่ใช่เรื่องดีเท่าไหร่แล้ว

“ถ้ามันง่ายแบบนั้นหนูคงสร้างยานอวกาศด้วยการค้นข้อมูลจากกูเกิลไปแล้วค่ะ" แมรี่กลอกตา

“อะไรคือกูเกิล" จู่ๆ แมทก็แทรกขึ้นมา แซมหลุดหัวเราะ แมรี่เห็นว่าเอธก็ยิ้มเหมือนกัน ส่วนวิลกลับดูตกใจมากกว่า

“นายเพิ่งมาจากยุคแปดศูนย์หรือ" วิลถามอย่างแปลกใจ

“แมทไม่ถนัดเรื่องเทคโนโลยีของโลกเบื้องหน้าน่ะ" แซมว่า

“งั้นคงต้องอธิบายกันยาวถ้าอยากให้เขารู้จักกับกูเกิลล่ะนะ" วิลสรุป เขาหันไปหาแมท "ฉันสอนนายสมัครทวิตเตอร์ได้นะถ้าอยากลอง" แมทห่อไหล่จนลีบ แมรี่รู้สึกสงสารเขานิดๆ เพราะแค่เขาคิดว่าตัวเองอาจจะเป็นเกย์ก็คงรู้สึกว่าตัวเองประหลาดพอแล้ว

“โทษที ฉันไม่ควรถามตั้งแต่แรก" แมทเอ่ยเบาๆ เขาเม้มปากเป็นเส้นตรง สีหน้านิ่งเฉย แมรี่ไม่รู้ว่าเขาโกรธไหม แต่คงไม่ อาจแค่ไม่พอใจนิดหน่อย

“ถึงนายไม่รู้จักกูเกิลแต่นายก็รู้ว่าฉันเป็นใคร ยังไงฉันก็ยังประทับใจนายอยู่นะ นายชื่อแมทใช่ไหม" วิลพูดเชิงปลอบใจ เหมือนเขาแหย่เล่นแต่แมทยิ่งเงียบ เขาไม่ตอบ เกิดความเงียบปกคลุมอยู่ชั่วอึดใจจนเอธทำลายความเงียบนั้น

“อันที่จริงเขาชื่อแมทธิว มิลเลอร์ นี่ซาแมนธ่า มอสส์ ฉันอีธาน วอลเตอร์ แล้วนี่ หลานสาวนาย มาริน่า สจ๊วต" เอธแนะนำตัวอย่างเป็นทางการรายคน วิลพยักหน้า

“ยินดีที่ได้รู้จัก และก็ต้องบอกว่าเดินทางโดยสวัสดิภาพ ฉันช่วยอะไรพวกเธอไม่ได้ ทีนี้ก็กลับไปโลกของพวกเธอจะดีกว่า อพาร์ทเม้นท์นี้ไม่ชอบรับแขกเกินสองคน โดยเฉพาะถ้าเป็นทวารบาลด้วยแล้วยิ่งไม่ชอบ" เขายิ้มให้เอธ

“แต่คุณเคยมีพลังแบบที่ปู่มีใช่ไหมคะ คุณต้องเคยใช้มันบ้าง คุณไม่รู้หรือคะว่ามันทำอะไรได้บ้าง" แมรี่วิงวอน วิลกุมขมับ ส่ายหัวไปมาก่อนจะเงยหน้ามองเธอ

“ฟังนะมาริน่า สจ๊วต ใช่ฉันเคยมีพลังบ้าๆ นั่น แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว เธอถามฉันทำไมทั้งๆ ที่เธอก็มีพลังแบบเดียวกันนี้"

แมรี่นิ่งอึ้ง เธอลืมสนิทว่าเธอก็ควรจะใช้พลังได้เช่นกัน แค่เธอไม่รู้วิธีใช้เท่านั้น

“หนูใช้ไม่เป็นหรอกค่ะ หนูยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพลังนั่นใช้ยังไง"

“เธอพูดอย่างกับสามคนที่ยืนอยู่กับเธอนี่ไม่ใช่ลูกผสม ทำไมไม่ขอให้ใครซักคนสอนล่ะ"

“นายพูดง่ายไป พลังจากกลีฟที่ต่างกันมีวิธีใช้ต่างกัน เราสอนเธอไม่ได้หรอก" เอธว่า "ฉันเคยเห็นพลังของเธอครั้งหนึ่ง มันค่อนข้างซับซ้อน เธอไม่ควรใช้มันสุ่มสี่สุ่มห้า ตราบใดที่ยังไม่ได้คำตอบแน่ๆ มันก็เสี่ยงเกินไป" เอธหันมามองแมรี่ "เสี่ยงสำหรับตัวเธอเองด้วย"

“แต่ฉันช่วยอะไรเธอไม่ได้" วิลว่า

“แต่เธอเป็นหลานนายนะ" เอธชี้ที่แมรี่ "หลานนายถูกซิบิลิสฆ่าตายในวันเกิดตัวเอง ซิบิลิสเป็นกริมม์ ถ้ากลีฟไม่ปกป้องเธอไว้ป่านนี้เธอคงอยู่ในนรก"

แมรี่รู้สึกว่าเอธดูไม่พอใจจนปิดไม่มิด สถานการณ์ดูน่ากระอักกระอ่วนแม้แต่แซมที่มักชอบรับบทคนไกล่เกลี่ยก็พูดอะไรไม่ออก

“คือ... งั้นคุณรู้ไหมคะว่านี่ใช้ยังไง" เธอถอดสร้อยห้อยนาฬิกาพกยื่นให้วิลดู "น่าจะเป็นของปู่แล้วให้พ่อหนูมาอีกที มันเหมือนนาฬิกาแต่ไม่มีเข็ม" เธอถาม วิลพินิจจี้ทองเหลืองในมือเธอแล้วพยักหน้า

“เป็นของพีท นี่ไม่ใช่นาฬิกา มันเป็นเข็มทิศ"

“เข็มทิศ" แมรี่เลิกคิ้ว

“ทวดของเธอให้เขาไว้ตั้งแต่สิบขวบ บอกแค่ว่ามันใช้นำทาง แต่ฉันก็ไม่เห็นว่ามันจะใช้การอะไรได้ อย่างที่เห็น มันไม่มีเข็มด้วยซ้ำ" เขายิ้ม “เอาล่ะ ทีนี่ฉันอยากจะขอให้พวกนายย้ายก้นออกจากรังของฉันได้แล้ว นอกเสียจากว่าจะมีใครซักคนบริจาคเลือดให้ฉันแล้วจะพิจารณาให้อยู่ต่อได้" วิลหันไปมองแมทที่เอาแต่เงียบ “แต่สำหรับนาย แมทธิว ฉันคิดว่าให้นายอยู่ต่อได้นะถ้าต้องการ" เขายิ้มให้แมท เป็นรอยยิ้มที่แมรี่คิดว่ามันชวนคลื่นไส้สิ้นดี

“ไม่ล่ะ ขอบคุณ" แมทตอบเรียบๆ แซมหัวเราะหึ

“สรุปคุณจะไม่ช่วย" เอธถามอย่างเอาเรื่อง วิลส่ายหน้า

“ก็เท่าที่พวกนายเห็น ฉันไม่มีคำตอบอะไรให้พวกนายหรอก" วิลลูบปอยผมที่ตกลงมาปิดหน้าผากของตัวเอง "โลกเบื้องหลังน่าจะช่วยเธอได้นะ" เขาว่า

“ไม่ค่ะ โลกเบื้องหลังช่วยหนูไม่ได้ พวกเขาจะไม่ปกป้องหนูจากกริมม์" แมรี่สิ้นหวัง "หรือไม่หนูอาจจะต้องเป็นแบบคุณพวกนั้นจะได้เลิกตามล่าหนู"

“อย่าแม้แต่จะคิดแมรี่!” วิลขึ้นเสียง จู่ๆ เขาก็โยนท่าทีสบายๆ ของตัวเองทิ้งไปแล้วมองมาที่แมรี่อย่างขุ่นเคือง ตาสีฟ้าของเขาวูบไหว ดูไม่ค่อยพอใจนัก

“ฉันเห็นด้วยกับเขา แวมไพร์อยู่ไม่ได้ถ้าไม่ได้ดื่มเลือด เป็นชีวิตต้องสาป" เอธว่า "อีกอย่างเราก็ไม่แน่ใจว่าเชื้อของแวมไพร์จะทำลายพลังเธอได้เหมือนกับเขา"

“ขอบคุณที่ช่วยพูดให้ฉันดูน่าสมเพชขึ้นหลายเท่าตัว" วิลประชดใส่เอธ

“ด้วยความยินดี" ชายหนุ่มตอบกลับ

“เรื่องที่ต้องดื่มเลือดนี่ฉันว่าไม่ใช่อะไรที่เลวร้ายเท่าไหร่" วิลเอ่ย "แต่ไม่แก่ไม่ตายนี่มันน่าหนักใจกว่า"

“ทำไมล่ะ ใครๆ ก็อยากเป็นอมตะไม่ใช่เหรอ" แซมแย้ง วิลหัวเราะในลำคอ

“นี่แหละประเด็น" เขายิ้มแสยะเห็นเขี้ยวแล้วมองมาที่แมรี่เหมือนต้องการจะสื่อสารอะไรบางอย่าง "ไม่ว่าใครๆ ก็ต้องการมีพลังเหนือกาลเวลา"

“ซาเธลิสเป็นเทวดาแห่งกาลเวลา!” แมรี่นึกขึ้นได้

“หมายความว่าใครก็แล้วแต่ที่อยากได้ตัวแมรี่ก็เพราะเขาอยากได้ความอมตะงั้นหรือ" แซมถาม

“ไม่ใช่แค่นั้น" แมทโพล่งขึ้นเหมือนนึกขึ้นได้ "ซาเธลิสเป็นเทวดาที่ควบคุมกาลเวลาและจุดเชื่อมต่อของภพต่างๆ มิติผูกพันของโลกนี้กับโลกเบื้องหลังถูกเชื่อมกันด้วยพลังของซาเธลิส" วิลพยักหน้าให้แมท เขาหรี่ตามองแมรี่

“ถ้าพลังของทายาทซาเธลิสเป็นแบบเดียวกัน นั่นหมายความว่าพลังของแมรี่สามารถควบคุมกาลเวลาและความเคลื่อนไหวของแต่ละภพได้ใช่ไหม" เอธถามวิล เขาพยักหน้าตอบ "ใช่ แต่อย่างที่บอกไป ฉันไม่เคยลองใช้พลังถึงขนาดนั้น เลยไม่รู้ขอบเขตของสิ่งที่ทำได้และทำไม่ได้ ฉันเคยคืนสภาพจักรยานตัวเองให้เหมือนตอนที่ซื้อมาใหม่ หยุดสายฝนให้ค้างอยู่ในอากาศครู่หนึ่ง หรืออะไรทำนองนี้ จำได้ว่าแม่ไม่อยากให้ฉันใช้พลังเท่าไหร่ เลยไม่เคยได้ลองอะไรที่จริงจังกว่านั้น"

“เหมือนที่แมรี่หยุดเวลาในห้องนั่งเล่นตอนงานวันเกิด" เอธเสริม

“แล้วทำไมพวกนั้นถึงอยากได้พลังจากแมรี่ทั้งๆ ที่ไม่มีใครรู้ว่ามันจะมีอำนาจถึงขนาดทำเรื่องใหญ่โตอย่างที่ว่าได้ล่ะ ทำไมไม่ไปเอาจากซาเธลิส" แซมสงสัย

“ซาเธลิสแข็งแกร่งเกินไป" เอธตอบ "เขาเป็นหนึ่งในสามอัครเทวดา ปีศาจแถวหน้าในนรกก็คงเอาชนะเขาไม่ได้ ไม่ต้องพูดถึงกริมม์เลย"

“พวกนั้นเลยต้องการใช้พลังของซาเธลิสในตัวฉันแทนหรือ" แมรี่ถาม

“คิดว่าเป็นแบบนั้น" วิลเป็นคนตอบ "คราวนี้ฉันบอกเธอเท่าที่รู้แล้ว เธอไม่มีสิทธิ์ตำหนิการทำหน้าที่ปู่อีกคนของเธอกับฉันแล้วนะ" วิลแดกดัน

“ขอบคุณมากค่ะ หนูคิดว่านี่ก็มากพอสำหรับคำอธิบายว่าทำไมถึงมีคนอยากเอาหนูลงนรกนักหนา" แมรี่ถอนใจ

“แล้วเราก็ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้" แมทแทรกขึ้น "ยอมรับเถอะว่าเราต้องพึ่งสภา"

“แมท ฉันคิดว่านายกับแมรี่เป็นเพื่อนที่ดีต่อกันแล้วซะอีก นี่นายยังมีความคิดส่งเธอให้สภาอีกเหรอ" แซมแย้ง

“ฉันยังพูดไม่จบ เราต้องพึ่งสภา และพึ่งเธอแซม พ่อแม่เธอเป็นหนึ่งในผู้คุมกฎแห่งสภาสูง เธอต้องขอร้องพวกท่านให้รับรองความปลอดภัยของแมรี่ ต้องมีทางเลือกที่ดีกว่าส่งเธอให้กริมม์" แมทอธิบาย แมรี่รู้สึกซึ้งน้ำใจ ทุกคนกำลังปกป้องเธอทั้งๆ ที่เพิ่งรู้จักกันไม่นาน

“แหมดีจัง อย่างน้อยพวกเธอก็มีที่หมายใหม่แล้ว ฉันคงจะได้อยู่อย่างสงบซักที" วิลเอ่ย

“นายเป็นปู่ที่แย่มากเลยนะรู้ไหม" แมทหันมาตำหนิวิล "ตอนนี้นายเป็นญาติที่มีเชื้อสายเดียวกับแมรี่คนเดียวที่เหลืออยู่ แต่นายคิดแต่จะผลักเธอไปให้พ้นๆ" วิลอ้าปากเหมือนจะเถียง แต่ก็ทำเพียงยิ้มฝืนๆ

“นายพูดถูก ฉันเห็นแก่ตัวมาแต่ไหนแต่ไร ฉันหนีออกจากบ้านแล้วทิ้งพีทให้รับมือกับพลังของตัวเองคนเดียว เราเป็นพี่น้องกันและสัญญาว่าจะอยู่ด้วยกันไปตลอด แต่ไม่เลย ฉันเป็นคนทำลายมัน ฉันไม่เคยกลับไปเจอเขาจนกระทั่งเขาตาย" น้ำเสียงของวิลแฝงความรู้สึกผิด

“งั้นนายก็ควรจะแก้ไขมัน ไปสภากับพวกเรา เราต้องโน้มน้าวสภาให้อนุญาตให้แมรี่อยู่ในโลกเบื้องหลังให้ได้"

“ฉันจะไม่ไปโลกเบื้องหลัง ลืมไปแล้วหรือว่าฉันเป็นแวมไพร์ และวิญญาณหลงทางไร้สีไม่เป็นที่ต้อนรับในโลกของพวกวิญญาณสีเทา ความจริงพูดว่าไม่เป็นที่ต้อนรับของโลกไหนในออเทอร์เวิร์ลสเลยจะถูกกว่า" วิลจ้องแมทไม่วางตา "นอกเสียจากว่านายอยากให้สภาพิพากษาฉันอีกคน"

“ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้น" แมทเถียง

“ไม่เป็นไรหรอกแมท เรารบกวนเขามากพอแล้ว" แมรี่ตัดบท แมทดูหงุดหงิดแต่ก็ไม่ได้เอ่ยอะไรอีก เอธจึงตัดสินใจบอกลา

“หวังว่าหลังจากเราไปแล้วนายจะไม่เสียใจภายหลัง" เขามองวิล "วิลเลียม สจ๊วต"

“ถ้าจะให้ถูกตอนนี้ฉันชื่อวิล แฮร์ริสัน แล้วก็ยินดีจะต้อนรับพวกนายอีกครั้งถ้าไม่ได้มาเพราะเรื่องยุ่งยากน่าปวดหัว"

“เราคงไม่กลับมาอีก" แมทว่า

“เสียดายจัง ฉันยังอยากเจอนายอยู่" วิลยิ้มให้แมทอีกหน แต่แมทไม่อยู่ในอารมณ์ที่จะสนใจ เขายังดูหงุดหงิดเอาเรื่อง “ฉันคิดตรงกันข้าม ขอโทษด้วย"

“แมรี่โชคร้ายที่มีปู่อย่างนาย" เอธเสริม

“นี่สรุปพวกนายคาดหวังจะให้ฉันเป็นคุณปู่ดีเด่นให้ได้เลยใช่ไหม ขอโทษทีที่ไม่ใช่แบบนั้น ฉันอยู่มาเกือบแปดสิบปี ก็เพิ่งจะรู้วันนี้ว่ามีหลานสาว แล้วฉันก็ไม่ถนัดอุปการะเด็กวัยรุ่นมาเป็นหลานด้วยนะ ฉันยังไม่ได้แต่งงานด้วยซ้ำ ขอบคุณมาก!” วิลลุกขึ้นแล้วพยักพเยิดไปที่ประตู

โปรดติดตามตอนต่อไป
-------------------------
Reference Images


จตุรัสพิคคาดิลลีเซอร์คัสและรูปปั้นเทพอีรอส ละแวกบ้านของวิลเลียม
-------------------------
TALK

สวัสดีวันเสาร์จ้า วันนี้เอาตอนที่ 6 มาลง เพราะอยากให้ปู่ของเราออกโรงไวๆ

(ไม่ได้มีเหตุผลที่ดีกว่านี้เล้ยยย)

หวังว่าปู่คงไม่แย่งซีนสองหนุ่มในเรื่องนะ แต่ช่วยไม่ได้ ปู่แกฮอตมาก อิอิ 


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

229 ความคิดเห็น

  1. #218 MooK_KunG_Zaa (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2558 / 23:07
    ปู่เซ็กซี่เหลือเกินนน อิชั้นระทวยแทนแมท 555555555555

    ปู่คะะ แย่งซีนทุกช๊อต!!! เล่นเอาอิชั้นกัดฟันดิ้นหน้าคอมเลยทีเดียว
    #218
    0
  2. #167 ชะนีรักสงบ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2557 / 18:19
    แมท..นายเคะมาก
    ปู่คะ ปู่เซะซี่ไปนะคะ ปู่ทำหนูใจสั่น อร๊ายยยย
    ชะนีจะไม่ทน
    #167
    0
  3. #70 - Thumbelina - (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2557 / 20:58
    กรี๊ดดดด!!!!!!!!! ฟินจิ้นอินและ... !@#$%^&*()_+_&*)@-r
    โอ้วมาก็อต พระเจ้าจอร์ช มันยอดมาก อลังการและน่ากรีดร้องที่สุด!
    ชอบอีตาแมทขึ้นมาเยอะเลย นางสามารถกลบรัศมีของนางเอกได้ดีเลย
    ในขณะที่อีธานและแซมเป็นอะไรที่น่ารำคาญมากที่สุดเลยในตอนนี้ (อ้าว ?)
    เพราะอะไรน่ะเหรอ ? เพราะว่าหนูอยากอ่านประโยคสนทนาระหว่าง วิล-แมท เยอะๆ ไง 
    (อีบ้า -.,-) กรี๊ดดดดดดดดดดด!!! ฟินค่ะฟิน =.,= 
    ตัวลอยเลยเมื่อได้เฮียวิลบอกว่ายังมิได้แต่งงาน 
    ภาวนาขอให้แมทเป็นภรรยานางด้วยเถิด...สาธุ!
    #70
    0
  4. #22 `คุณหมาป่า。 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 มกราคม 2557 / 22:30
    ....แพริ่งในหัวมันสั่นคลอนไปหมด!
    ม๊ายก๊าซซซซซซซซ?!
    #22
    0
  5. #21 wondermomo (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 มกราคม 2557 / 20:29
    เดี๋ยว!!! ขอพูดคำนี้ก่อน อะไรคือการที่ทำให้พี่จิ้นแมทกับปู่วิล ม๊ายยยยยย (ส่ายหัว ทึ้งผมตัวเองอย่างสิ้นสติ)
    กลิ่นเก้งกวางโชยมาแต่ไกล นอกจากปู่วิลจะฮอต เท่ขาดใจ ปู่วิลยังรสนิยมไม้ป่าเดียวกันด้วยเรอะ?? ม๊ายยยย (ส่ายหัวๆ)
    โอ๊ยยย ไม่อยากบอกเลยว่าปู่วิลทำพี่หวิวใจไปหลายตลบ แย่งซีน เด็กด๋อยทุกสิ่งอย่างอ่ะ ฮ่าๆๆๆ
    แมรี่คงเงิบแหละ เจอคุณปู่ซู่ซ่า อายุหยุดแค่เลข 2 มันช่างน่าอิจฉา (อินี่จะเลยเลขสองแระ T^T)
    ขอเวลานั้นได้ไหม ทางนี้ก็ต้องการ เดี๋ยวไปร่วมมือลากแมรี่ลงนรกด้วย (อ่าว อินเนอร์มาแรง)
    คือ ตอนนี้เริ่มสับสน ไม่รู้จะจิ้นแมรี่กะใครดี หล่อนอยู่โดดเดี่ยวแห้งเหี่ยวตายไปเถอะ แมรี่
    นาทีนี้ไม่มีที่ให้เธอได้จุ๊บจิ๊บกับใครแล้วล่ะ ฮ่าๆๆ...ถ้าไม่เกิดมีเซอร์ไพรส์ เอาคนหล่อมาสังเวยนางอ่ะนะ
    นี่พี่พูดไรเยอะแยะเนี่ยวู้! อินจัดไปหน่อย ชอบนะ...ฮรืออ แต่ก็แอบปวดใจเบาๆ กับท่าทางสาวของน้องแมตตี้ 

    แอบเจอคำตกแหละ ฉากที่แมรี่สงสัยว่าทำไมปู่วิลถึงมาอยู่ในย่านพลุกพล่าน เหมือนจะตกคำว่า ได้อย่างไร ไปนะ
    กับอีกประโยค ตอนที่ปู่วิลโดนแมทด่าอ่ะ "วิลอ้าปากเหมือนจะบางอย่าง" ตกคำว่า บอกหรือพูดไปใช่ไหม?

    มาต่อไวๆ น้า จะรอตรงนี้ ไม่ไปไหน ฮรือออ (ซับน้ำตาและทรุดลงนั่งกับพื้นเย็นๆ อินเวอร์!)
    #21
    0