OTHER WORLDS : ออเทอร์เวิร์ลส

ตอนที่ 6 : บทที่ 4 : ช่วงเวลาถกเถียง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 301
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    23 ม.ค. 57

บทที่ 4
ช่วงเวลาถกเถียง



 

หลังจากจัดการเรื่องพิธีศพของมาริน่า สจ๊วตเสร็จเรียบร้อย ซาแมนธ่าใช้เส้นสายนิดหน่อยของตระกูลมอสส์ที่มีคนในครอบครัวอยู่ในคณะผู้คุมกฎแห่งสภาสูงในโลกเบื้องหลังเพื่อทำให้เป็นพิธีศพที่เรียบง่ายและเป็นความลับที่สุดเท่าที่จะทำได้ แมทธิวเห็นด้วยที่เรื่องทั้งหมดควรจะเป็นความลับจนกว่าจะรู้อะไรแน่ชัดเกี่ยวกับตัวมาริน่า หลังเสร็จพิธีทั้งสองจึงแวะนั่งคุยกันที่ร้านน้ำชาใกล้กับป่าช้านิทรากาล

“ฉันว่าเราควรบอกสภา เอธเพิ่งจะฆ่ากริมม์เพื่อช่วยวิญญาณของคนที่พวกเราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าไว้ใจได้ไหม" แมทธิวเปิดประเด็น

ซาแมนธ่าขมวดคิ้ว จิบชาหนึ่งอึกแล้วออกความเห็น "เอธเป็นทวารบาล ฉันคิดว่าเขาจัดการได้"

“ทำไมเธอถึงเชื่อใจเอธนักหนา ทำอย่างกับเขาไม่เคยทำพลาด พวกเรากำลังเอาตัวไปเกี่ยวกับเรื่องยุ่งเหยิงที่จะตามมากับผู้หญิงคนนั้น ฉันมั่นใจ" แมทเหลืออดกับนิสัยชอบเข้าข้างเอธไปเสียทุกเรื่องของแซม

“งั้นอย่างน้อยเราควรจะให้เอธกับมาริน่ากลับมาจากหอผู้ล่วงลับก่อน บางทีถ้าพวกเขาได้ข้อมูลอะไรดีๆ มา อาจช่วยให้ตัดสินใจง่ายขึ้นว่าเราควรจะช่วยเธอต่อไปดีไหม" แซมพยายามเสนอแนะอย่างเป็นกลาง แมทเป็นคนประเภทที่พร้อมจะปิดประตูลงกลอนใส่เรื่องยุ่งยาก ขังตัวเองไว้ในที่ๆคิดว่าปลอดภัย ไม่เหมือนเอธที่เห็นว่าการวิ่งเข้าหาปัญหาต่างๆเป็นภาระหน้าที่ในความรับผิดชอบ ทั้งคู่เป็นลูกพี่ลูกน้องกัน โตมาด้วยกัน ร่ำเรียนมาด้วยกัน แต่นิสัยต่างกันเป็นคนละขั้ว

***

ตอนเย็น เอธพาแมรี่กลับมาที่บ้าน บ้านของทวารบาลหนุ่มสุดเซ็กซี่ที่เขาบอกว่าเป็นฐานลับส่วนรวมของแมทกับแซมด้วย เอธย้ายออกมาอยู่ตัวคนเดียวตั้งแต่อายุครบยี่สิบและได้ตำแหน่งทวารบาลใหม่ๆ การแยกจากครอบครัวเป็นการแสดงถึงความเป็นผู้ใหญ่ของคนที่นี่ ส่วนแมทกับแซมยังคงอยู่กับครอบครัว

เมื่อเข้ามาในห้องนั่งเล่น เธอพบแซมกำลังนั่งอ่านนิตยสารแอลยูเคฉบับของเดือนนี้อยู่ ส่วนแมทก็ฝังตัวเองกับโซฟามุมห้อง อ่านหนังสือที่แมรี่คิดว่าน่าจะเป็นหนังสือของโลกนี้

“เฮ้ ได้เรื่องอะไรบ้างไหม" เป็นแซมที่เงยหน้าขึ้นมองมายังทั้งคู่ก่อนจะวางแอลแล้วลุกเดินมาหา

“ซาเธลิส" เอธตอบ "กลีฟของแมรี่"

“แมรี่หรือ เผลอแป๊บเดียวสนิทกันแล้วสินะ" แมทพูดจากมุมห้อง เอธเหลือบมองเขาก่อนจะส่ายหน้า "ทุกคนมีชื่อเล่น แมท"

“นายบอกว่าซาเธลิส หมายถึงหนึ่งในสามอัครเทวดาใช่ไหม" แมทเปลี่ยนเรื่อง

“ใช่ เป็นสายเลือดที่หายากมาก"

“งั้นแมรี่ก็มีเชื้อสายจากโลกเบื้องบนเหมือนกับแมทน่ะสิ ใช่ไหมแมท" แซมพยายามสร้างบรรยากาศ แต่แมทเมินเธอ

“เหลือเชื่อว่าซาเธลิสมีความสัมพันธ์กับมนุษย์" แมทพูดเรียบๆ "แล้วเจอเบาะแสว่าทำไมกริมม์ถึงอยากได้วิญญาณเธอรึยัง" แมทเลิกคิ้ว เอธส่ายหน้า

“ปู่กับพ่อของแมรี่ที่สืบเชื้อสายซาเธลิสมาแตกดับไปนานแล้ว เหลือแต่เธอคนเดียว ไม่สิ มีอีกคนหนึ่งแต่อยู่ในโลกเบื้องหน้า และไม่เจอรายละเอียดเกี่ยวกับเขา" เอธยักไหล่ เขาเริ่มเล่าสิ่งที่อ่านเจอในโลหิตลิขิตของตระกูลสจ๊วตและข้อสันนิษฐานต่างๆที่เขาสงสัยให้กับแซมและแมทฟัง

“แปลว่าเราต้องตามหาคนที่ชื่อวิลเลียม สจ๊วตให้เจอใช่ไหม" แซมสรุปหลังจากฟังเอธเล่า

“ไม่ใช่ 'เรา' แซม ฉันว่ามันมากพอแล้ว เราควรบอกสภาได้หรือยัง" แมทขัดขึ้น แมรี่รู้สึกว่าแมทคงเกลียดขี้หน้าเธอขั้นรุนแรง

“นายก็รู้ว่าสภาจะไม่ช่วย พวกนั้นไม่สนใจจะตามหาญาติให้ใครทั้งนั้น จะทำก็แค่ตัดสินว่าเธอควรอยู่ในโลกเบื้องหลังต่อไปหรือควรถูกส่งตัวให้กริมม์พาไปโลกเบื้องล่าง" เอธพยายามคุมน้ำเสียงให้เรียบเป็นปกติ แต่ก็ปิดความหงุดหงิดไว้ไม่ได้

“ก็นั่นแหละ สิ่งที่ควรทำ ส่งเธอให้กริมม์ นายไม่ควรช่วยเธอมาตั้งแต่แรก" แมทขึ้นเสียง

“แต่เธอมีกลีฟ แมรี่ไม่ควรต้องลงนรก" เอธเถียงกลับ

“พอที!” แมรี่พูดเสียงดัง ทำเอาทั้งสามเงียบกริบ หันมามองเธอเป็นตาเดียว “ฉันก็ไม่ได้หวังให้ใครมาเดือดร้อนเพราะฉันทั้งนั้น    สัญญาว่าจะยอมให้พวกนายพาไปที่สภางี่เง่าอะไรนั่นก็ได้ แต่ก่อนไปฉันควรรู้เหตุผลดีๆ ซักข้อว่าทำไมฉันถึงต้องมาตายในวันเกิดตัวเองแบบนี้" แมรี่รู้สึกว่าตัวเองพูดมากที่สุดตั้งแต่มายังโลกเบื้องหลัง เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ "ฉันจะไปหาวิลเลียม สจ๊วตเอง แค่บอกมาว่าถ้าจะกลับไปโลกเบื้องหน้าต้องไปทางไหน" แมรี่รู้สึกโล่งที่ได้พูดอะไรทำนองนี้ออกมาได้

“ประตูพิภพไม่เปิดให้ใครเข้าออกง่ายๆหรอกนะ มีทวารบาลตรวจตราเข้มงวดมาก อีกอย่างเธอเพิ่งจะตายจากโลกเบื้องหน้า พวกเขาไม่ให้เธอกลับไปทันทีที่ตายหรอก" แซมว่า

“แต่ยังไม่มีใครรู้ว่าฉันตายนะ ร่างฉันก็อยู่ที่นี่ พวกเขาต้องคิดว่าฉันแค่หายตัวไป" แมรี่แย้ง

“อย่าลืมว่าฉันเป็นทวารบาล ฉันสร้างประตูพิภพได้ทุกเมื่อ" เอธแทรกขึ้นมา แมทกลอกตา "นี่นายเอาจริงหรือ" เขาถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ

“แมท นายไม่อยากรู้เหรอว่าทำไมแมรี่ถึงเป็นที่ต้องการจากใครซักคนในโลกเบื้องล่าง คนที่มีอำนาจขนาดส่งกริมม์มาเล่นงานเธอได้ และทำไมทั้งพ่อและปู่ของเธอถึงได้แตกดับแทบจะทันทีที่มาถึงโลกนี้ เหมือนพวกเขาพยายามจะปกป้องบางอย่าง มันสอดคล้องกับการที่มีใครซักคนก็กำลังต้องการบางอย่างจากพวกเขา" เอธพูดกึ่งขอร้อง แมทส่ายหน้าช้าๆ ไม่นับว่าเขาดูเจ้ากี้เจ้าการเหมือนคุณป้าอายุสี่สิบห้าเขาเป็นชายหนุ่มที่หล่อมาก ดูอ่อนกว่าเอธด้วยซ้ำ ผิวขาว หน้าเรียว ตาจมูกปากได้รูปสอดรับกับโครงหน้า เขาเหมือนนายแบบนิตยสารแฟชั่นแต่การแต่งตัวเขาดูจืดชืด กางเกงยีนส์กับสเว็ตเตอร์สีเข้มๆ ดูเป็นลูกคุณหนูที่เชยตั้งแต่หัวจรดเท้า

“แมทธิว ฉันขอร้อง นายต้องสัญญาว่าจะไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแม่ของนาย แน่นอนว่าอย่าบอกทุกคนในสภาก็ด้วย ในห้องนี้ฉันอายุยี่สิบ เป็นผู้ใหญ่พอที่จะตัดสินใจ ถ้านายเป็นเพื่อนฉัน นายต้องเชื่อใจฉันบ้าง" เอธพูดด้วยน้ำเสียงวิงวอน แมรี่รู้สึกผิดที่ทำให้เขาต้องลำบากใจและกำลังมีปัญหากับลูกพี่ลูกน้องของตัวเองแบบนี้

“ที่ผ่านมาฉันไม่เคยไม่เชื่อใจนายนะ แต่นายเองก็ควรจะเชื่อคำพูดฉันบ้าง ใช่ นายมีแซม เธอเข้าข้างนายมาตลอด แต่คราวนี้มันไม่ใช่เรื่องล้อเล่นอย่างไปผจญภัยในอุโมงค์ร้างชานเมือง หรือภารกิจตามหาสมบัติของคุณทวดตระกูลมอสส์อย่างที่พวกเราเคยเล่น นี่มันเรื่องคอขาดบาดตาย" แมทธิวดูเหมือนไม่ยอมง่ายๆ

“เอาอย่างนี้ เราจะช่วยแม่รี่ตามที่เอธบอก แต่ถ้าสถานการณ์ดูไม่เข้าท่าเมื่อไหร่ เราจะล้มเลิกแล้วบอกเรื่องนี้กับสภาโอเค๊ แล้วฉันไม่ได้เข้าข้างแต่เอธด้วยแมท ฉันเห็นด้วยกับนายตั้งหลายครั้ง เราเป็นเพื่อนกันนะ เราโตมาด้วยกัน ดังนั้นเราควรจะเชื่อใจกัน สภาจะเป็นตัวเลือกสุดท้ายเมื่อพวกเราพบว่าทำอะไรไม่ได้แล้ว ตกลงไหม" แซมสรุป

แมรี่รู้สึกผิดมากขึ้นอีกเท่าตัวเมื่อแซม สาวผมบลอนด์นิสัยดีที่ดูจะเป็นมิตรมากที่สุดต้องเข้ามาอยู่ในวงโคจรลำบากใจนี้อีกคน

“ฉันขอคุยกับเอธ" แมทธิวเหลือบมองแมรี่ครู่หนึ่งก่อนจะเดินเข้าไปในครัว เอธพ่นลมพรืดแล้วเดินตามเข้าไป แมรี่ทำตัวไม่ถูก เหมือนเธอกำลังทำลายมิตรภาพของแฮร์รี่ รอน กับเฮอร์ไมโอนี่*ยังไงอย่างงั้น

“มานี่ นั่งเถอะ สองคนนั้นต้องตกลงกันได้ เถียงกันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว" แซมคว้าแขนเธอให้ตามมานั่งที่โซฟา

“พวกเขาทะเลาะกันเพราะฉันแท้ๆ"

“ไม่ๆ เข้าใจผิดแล้ว ถึงไม่มีเธอ สองคนนั้นก็มักมีอะไรให้เถียงกันทุกวันนั่นแหละ พวกเขาเป็นลูกพี่ลูกน้องกันแต่นิสัยต่างกันมากเธอน่าจะดูออกแล้ว" แซมคลี่ยิ้มบางๆ เธอเป็นผู้หญิงสวยน่ารัก และนิสัยดีมากในความคิดของแมรี่

“แต่ดูท่าจะเป็นการเถียงชุดใหญ่พิเศษเมื่อมีฉันอยู่ด้วยนะ" แมรี่มองเข้าไปในครัว เห็นชายหนุ่มสองคนยืนคุยกัน แน่นอนว่าเธอไม่ได้ยินว่าพวกเขาพูดว่าอย่างไรบ้าง แต่ก็คงถกเถียงเรื่องเธออยู่นั่นแหละ

“แมทเป็นลูกชายคนเดียวน่ะ เขาถูกพ่อแม่เลี้ยงมาอย่างเข้มงวด เลยค่อนข้างจริงจังกับทุกเรื่อง ความจริงที่เขาพูดมาก็ถูกหมด เขาเป็นคนเคารพกฎกติกาที่สุดในพวกเรา แต่ฉันกับเอธเป็นประเภทชอบแหกกฎ อีกอย่างเอธก็มีส่วนถูกที่ว่าสภาจะไม่ช่วยเธอ พวกเขาจะทำแค่ตัดสินว่าเธอจะได้อยู่ที่นี่ต่อไหมเท่านั้น เชื่อฉันเถอะ พ่อกับแม่ฉันทำงานในสภา เป็นหนึ่งในผู้คุมกฎ"

“แต่แมทดูจะเกลียดฉันเข้าไส้ไปแล้ว เขาคงไม่ช่วย"

“แมทไม่เกลียดใครง่ายๆหรอกแมรี่ เหมือนกับที่เขาไม่ชอบใครง่ายๆ เอาจริงๆเขาเป็นคนดีนะ ถ้าเธอได้รู้จักเขาน่ะ แค่เขาคบคนยากไปหน่อย"

“เธอพูดเหมือนเอธ"

“แหงสิ มีแค่ฉันกับเอธที่รู้จักแมทดีที่สุดนี่" แซมยักไหล่ "ฉันไม่ค่อยมีเพื่อนผู้หญิงเท่าไหร่ จำความได้ก็มีแต่เอธแล้วก็แมท"

“ได้ไง ฉันคิดว่าเธอ... เอ่อ คิดว่าเธอน่าจะป๊อบ" แมรี่ลังเล ไม่รู้ว่าใช้ศัพท์แบบโลกมนุษย์แบบนี้ เด็กที่โตในโลกเบื้องหลังอย่างแซมจะเข้าใจไหม

“ฉันชอบคำนี้ แต่ไม่เลย อย่างที่บอก ตระกูลมอสส์ค่อนข้างมีอำนาจในสภา คนที่พ่อกับแม่เห็นว่าคู่ควรหรือมีประโยชน์กับฉันในอนาคตเท่านั้นที่พวกท่านยอมให้ฉันคบ เอธกับแมทเป็นหนึ่งในนั้น พ่อแม่เราสามคนอยากให้เราสนิทกัน ตระกูลวอลเตอร์เป็นตระกูลที่มีอิทธิพลในกองทัพ คนในตระกูลนี้มักเป็นทวารบาลที่มีชื่อเสียง ส่วนตระกูลมิลเลอร์ของแมทก็มีชื่อเสียงเรื่องการแพทย์ พ่อของแมทเป็นหัวหน้าหน่วยพยาบาล มีเครือข่ายศูนย์พยาบาลอยู่ทั่วไปหมด ส่วนมากตำแหน่งสำคัญๆต่างๆส่งผ่านกันทางสายเลือด ในโลกเบื้องหลังนี้ต่างจากโลกเบื้องหน้าอยู่เอาเรื่องใช่ไหมล่ะ"

“พ่อแม่พวกเธอคงโกรธแน่ถ้ารู้ว่าพวกเธอช่วยฉัน" แมรี่ว่า "คงไม่ใช่เรื่องปกติใช่ไหม ที่ลูกผสมจะโดนอะไรนะ กริมม์ใช่ไหม ไล่ล่าน่ะ"

“ไม่ปกติสุดๆ" แซมเน้นคำ "วิญญาณบริสุทธิ์ของมนุษย์เท่านั้นที่ยมทูตหรือเทวทูตจะสามารถพาไปโลกของตนได้ ถ้ายมทูตพาไป วิญญาณจะถูกย้อมเป็นสีดำและไปอยู่ในโลกเบื้องล่างหรือนรก ถ้าเทวทูตพาไปวิญญาณจะถูกย้อมเป็นสีขาวและไปอยู่โลกเบื้องบนหรือสวรรค์ ส่วนวิญญาณลูกผสมจะมีกลีฟนำทางที่เทวดาหรือปีศาจที่เป็นต้นสายเลือดของพวกเขาทำสัญลักษณ์ไว้ให้แก่ลูกหลาน เมื่อใกล้ตายกลีฟจะปรากฏเพื่อแสดงว่ายมทูตหรือเทวทูตไม่มีสิทธิ์แตะต้องดวงวิญญาณนั้นๆ มันจะนำทางมายังโลกเบื้องหลัง ที่ๆวิญญาณของลูกผสมจะถูกย้อมเป็นสีเทา ดวงตาของเธอจะเปลี่ยนสี แต่ที่น่าแปลกคือตาเธอไม่เปลี่ยนสีเลย ฉันชอบนะ สีฟ้า" แซมนึกอิจฉาสีตาของแมรี่ซึ่งเธอไม่มีสิทธิ์จะได้มัน

“ฉันไม่รู้ว่าทำไมมันถึงไม่เปลี่ยน" แมรี่ตอบตามความจริง "กริมม์คือยมทูตสินะ พวกมันต้องการพาฉันไปนรกงั้นหรือ"

“ไม่เชิง ยมทูตเป็นวิญญาณสีดำ มีร่างเหมือนพวกเรา การรับดวงวิญญาณของมนุษย์คือหน้าที่เขา ส่วนกริมม์คือสัตว์นรกที่สามารถรับดวงวิญญาณของมนุษย์ได้เหมือนกัน แต่ไม่ใช่ในทางที่ถูกนัก ในกรณีที่มนุษย์คนนั้นควรจะตายแต่กลับรอดชีวิต ยมทูตจะไม่สามารถเอาดวงวิญญาณไปได้ กริมม์มีหน้าที่เหมือนสุนัขล่าเนื้อ พวกมันตามล่าดวงวิญญาณตกค้าง ฆ่าแล้วพาลงนรก มีไม่กี่ชนิดในนรกที่เป็นกริมม์ หนึ่งในนั้นคือซิบิลิส ตัวที่กัดแขนเธอ ถ้าเอธไม่ช่วยเธอไว้ต่อให้เธอมีกลีฟมันก็อาจลากเธอลงนรกจนได้ กลีฟไม่แข็งแกร่งพอจะป้องกันดวงวิญญาณจากกริมม์หรอก"

“ฉันยังไม่ได้ขอบคุณเขาอย่างเป็นทางการเลย" แมรี่นึกขึ้นได้ "เขาดีกับฉันมาตั้งแต่แรกทั้งๆที่ตอนเจอกันฉันกรี๊ดใส่เขาจนกระจกแทบร้าว" แมรี่พูดติดตลก แซมหัวเราะ

“เขาคงตกใจน่าดู ปกติมีแต่สาวๆกรี๊ดเขาเพราะความเท่" แซมว่า

“ฉันก็คิดแบบนั้น" แมรี่ยิ้ม เหมือนเธอได้เพื่อนสาวเพิ่มอีกคน นอกจากมอลลี่และเคทเธอก็ไม่ค่อยได้คุยเรื่องผู้ชายกับเพื่อนคนไหน ทั้งคู่นั่งคุยเล่นอยู่ครู่ใหญ่ๆเอธกับแมทก็เดินออกมาจากครัว นั่นหมายถึงการถกเถียงกันตามประสาผู้ชายจบลง แมทยังคงตีสีหน้าไม่พอใจเหมือนเดิม ส่วนเอธพยายามซ่อนความเครียดไว้ด้วยสีหน้าสบายๆของตัวเอง

“เราตกลงกันว่าจะทำอย่างที่แซมบอก เราจะช่วยเธอ" เขาพูดขึ้นในที่สุด "แต่ถ้าสถานการณ์เริ่มเกินขอบเขตของเรา เราจำเป็นต้องรายงานกับสภา"

“ตกลงตามนั้น" แซมรีบตอบรับ "ว่าไงแมรี่"

“ฉันไม่คิดว่าฉันมีสิทธิ์จะลงความเห็น" แมรี่ส่ายหัว "แล้วแต่ความกรุณาของพวกนายดีกว่า"

“มันก็ต้องเป็นแบบนั้นแหละ เธออยู่ในความกรุณาของพวกเรา" แมทชี้มาที่แมรี่ แซมถอนใจ "ไม่เอาน่าแมท มานี่ ชนกำปั้นกันหน่อย" แซมกำมือยื่นมาข้างหน้า เอธคลี่ยิ้มบางๆก่อนจะยื่นกำปั้นมาชนกับแซม เขามองมาที่แมรี่ ส่งสายตาให้เธอทำตาม แมรี่ลังเล แต่ก็ทำบ้าง ทีนี้เหลือแต่แมทที่ยังคงยืนเฉย แมรี่มองเขาอย่างคาดหวัง เป็นเอธที่ทำลายความเงียบ “เราต้องพึ่งนายนะแมท" แมทจึงยื่นมือมาชนกำปั้นด้วยอย่างอดเสียไม่ได้

           “ขอบคุณมากนะ ทุกคนเลย ทั้งเอธ แซม แล้วก็แมท" แมรี่หันมองทีละคนแล้วไปหยุดที่แมท ชายหนุ่มนิ่งอึ้งทำอะไรไม่ถูก เพราะเขาไม่ค่อยได้รับคำขอบคุณจากใครบ่อยนัก
 "อือ" เขาตอบรับเสียงค่อยแล้วเสมองทางอื่น


 

 

โปรดติดตามตอนต่อไป
-------------------------

หมายเหตุ : *ตัวละครหลักในเรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์ ผลงานของ เจ.เค. โรวลิ่ง
--------------------------------------------------
TALK
สวัสดีปีใหม่ค่ะผู้อ่านที่ผ่านเข้ามาทุกท่าน ฤกษ์งามยามดีเลยเอาตอนที่สี่มาลง ขอบพระคุณสำหรับทุกๆคำติชมค่ะ สัญญาว่าจะนำไปปรับปรุง และหวังว่าจะได้รับผลตอบรับที่ดีสำหรับเรื่องออเทอร์เวิร์ลสนี้มากขึ้นในวันข้างหน้าค่ะ :D

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

229 ความคิดเห็น

  1. #131 Esperanza (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 เมษายน 2557 / 10:58
    เอธเท่จริงๆ นะ เป็นทวารบาลอย่างงี้ และยังจิตใจดีอีก
    แต่แมทก็มีมิติน่าค้นหา 555
    แซมเป็นสาวที่สวยมากกกกกก นิสัยดีด้วยอ่ะ หนุ่มๆ เค้าไม่ตกหลุมรักแซมกันรึไง???
    ฮามากค่ะ ความสัมพันธ์ของแฮรี่ รอน และเฮอร์ไมโอนี่
    คือพี่นิสาชอบแทรกมุกตลกๆ ฮาๆ แบบคาดไม่ถึงไว้ในเรื่องตลอดเลยแฮะ

    สายเลือดของแมรี่น่าสงสัยจริงๆ และก็คงอันตรายมากๆ ด้วย
    เธอคงต้องตามหาวิลให้เจอสินะ หวังว่าวิลจะช่วยได้จริงๆ เน่อ
    #131
    0
  2. #99 zXdarkbutteflyXz (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 มีนาคม 2557 / 06:16
    ถ้า3คนนี้เป็น พวกแฮรี่  แมท คนเป็นเฮอร์ไมโอนี่ในร่างชาย
    #99
    0
  3. #93 Tien-ToT (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 มีนาคม 2557 / 21:50
    ติดตามค่ะ เป็นกำลังจัยหั้ย
    #93
    0
  4. #66 - Thumbelina - (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2557 / 18:02
    ฮันแน่...นายแมทเริ่มดีแล้วสิท่า มีท่าทีแปลกใจกับแมรี่ 555
    ชอบแซมมาก นางน่ารัก สวย เริ่ด 555 ชอบดูซีรี่ส์และสวยเหมือนเค้าเลย (โดนตบ -.,-)
    น่ารำคาญนายแมท นางเป็นเกย์เหมือนอเล็กจะจับเจซหรือยังไงกัน -o-
    ส่วนนายเอธ...นายดีเกินไปนะ นายกำลังให้ฉันหลงรัก กรี๊ดๆ 555 


    #66
    0
  5. #15 wondermomo (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 มกราคม 2557 / 17:13
    แปลกนะ...เราชอบแมทซะอย่างนั้น ชอบคนที่ดูแตกต่าง ขัดแย้งกับชาวบ้านเค้าไปทั่วอ่ะ
    (แถมใช้อิมเมจนายแบบที่เราแอบชอบด้วย ฮ่าๆ) เถียงกันไปมาสุดท้ายก็ต้องช่วยแมรี่อยู่ดีนั่นแหละ

    เออตอนที่พูดว่าแมรี่เหมือนทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสามแตกแยก แล้วโยงเรื่องแฮร์รี่เข้ามา
    เหมือนไรท์เตอร์จะเขียนตกหล่นหรือเปล่า ลองกลับไปอ่านดูน้า ^^

    สวัสดีปีใหม่จ้า ^^
    #15
    0