OTHER WORLDS : ออเทอร์เวิร์ลส

ตอนที่ 5 : บทที่ 3 : หอผู้ล่วงลับ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 338
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    7 เม.ย. 57

บทที่ 3
 

หอผู้ล่วงลับ

    อีธานพามาริน่าเดินมารอรถที่ป้ายรถประจำทาง เขาบอกว่าในโลกเบื้องหลังนี่มีระบบขนส่งเป็นรถประจำทางสองชั้นสีเงิน ไม่มีรถไฟใต้ดินเหมือนโลกมนุษย์  แต่มีระบบรางรถไฟวิ่งข้ามเขตกระจายทั่วโลกเบื้องหลัง และถนนโล่งมากแทบไม่มีรถยนต์วิ่งเลย

“หอผู้ล่วงลับอยู่ไกลไหม" แมรี่ถามขึ้นขณะอ่านรายละเอียดของรถประจำทางแต่ละสายบนบอร์ดประกาศ

“จากบ้านฉันค่อนข้างไกล ถ้าใช้จีพีเอส มันคือที่เดียวกับหอคอยลอนดอน แต่บอกได้เลย หอผู้ล่วงลับเจ๋งกว่ามาก" เอธขยิบตาให้ รถประจำทางคันสีเงินแล่นมาจอดที่ป้ายพอดี เอธหยิบเงินดารร์หยอดใส่ช่องเก็บค่าโดยสารแล้วพาแมรี่ขึ้นไปนั่งที่ชั้นสอง แมรี่พบว่าผังเมืองของโลกนี้ตรงกับลอนดอนที่เธออยู่ แต่สิ่งปลูกสร้าง ร้านรวงและผู้คนต่างออกไป ถนนหนทางก็ปูด้วยอิฐบล๊อกก้อนใหญ่

“มีร้านสะดวกซื้อไหม" เธอถาม "ฉันอยากซื้อน้ำอัดลมกับขนมอะไรก็ได้ที่มีแคลอรี่เยอะๆ ตั้งแต่ตายยังไม่ได้กินอะไรเลย" แมรี่บ่นขึ้นมาพลางกวาดตามองรอบๆ

“ไม่เชิง คิดว่าไม่เหมือนกับโลกของเธอ ที่นี่มีร้านขายของชำ ขนมพลังงานสูงๆน่ะพอมี แต่น้ำอัดลมไม่มี เครื่องดื่มที่นี่เจ๋งกว่านั้น"

หลังจากลงรถประจำทาง เอธพาแมรี่แวะซื้อร้านขายมัฟฟินชื่อดัง เขาออกเงินซื้ออิงลิชมัฟฟินกับกาแฟนมร้านข้างๆให้ก่อนที่เธอจะอาละวาดเพราะความหิวเสียก่อน

“มื้อแรกหลังจากที่ตายรสชาติไม่เลว" เธอพูดพลางเคี้ยวมัฟฟินตุ้ยๆ เอธหัวเราะ

“ร้านนี้จะกินมื้อไหนมันก็ไม่เลวทั้งนั้น" เขายิ้ม "เธอโชคดีเพราะวันธรรมดาร้านนี้จะขายเฉพาะช่วงเช้า วันนี้วันอาทิตย์เลยขายทั้งวัน"

“อร่อยกว่าร้านอาหารเช้าในถนนเซนต์เคลเมนต์" แมรี่ยืนยัน ดูดกาแฟนมอึกใหญ่ "อีกไกลไหม" เธอถาม

“ไม่ไกล ความจริงเราถึงแล้ว ดูนั่นสิ" เขาชี้นิ้วไปข้างหน้า แมรี่ต้องเงยหน้ามองตาม เธอพบกับยอดหอคอยสูงตระหง่านมีรูปปั้นเทวดาถือกริชเล่มยาวชี้ขึ้นฟ้า

“นั่นคือธีรอส เทวดาแห่งการหลับใหลชั่วนิรันดร์ เป็นเทวดาผู้นำทางดวงวิญญาณที่แตกดับแล้วสู่สุขติ" เอธกล่าวเสียงเรียบ "ทุกวิญญาณในออเทอร์เวิร์ลส เมื่อแตกดับจะไม่มีโลกหน้าให้ไปอีก ว่ากันว่าธีรอสจะรับเอาเถ้าธุลีของดวงวิญญาณจากทุกภพไปสถิตย์ในที่ๆสงบที่สุดในจักรวาล ไม่สามารถกลับมามีชีวิตหรือเกิดใหม่ได้อีกแล้ว"

“ฉันเคยนึกว่าชีวิตหลังความตายเป็นนิรันดร์แล้วเสียอีก"

“ผิดแล้วแมรี่ มันคือการเริ่มต้นชีวิตใหม่ และเผชิญการแตกดับครั้งสุดท้าย มนุษย์ในโลกเบื้องหน้าโชคดีที่มีสิทธิ์ได้รับชีวิตสองครั้ง ในขณะที่คนที่เกิดในออเทอร์เวิร์ลสจะมีเพียงชีวิตเดียวและเป็นชีวิตสุดท้าย คนอย่างฉัน" เอธล้วงกระเป๋ากางเกงอย่างที่ชอบทำ กัดริมฝีปากน้อยๆ เขาดูเท่ ไร้ที่ติ และมีเสน่ห์มากจนแมรี่แปลกใจว่าเธอนึกกลัวเขาตอนเจอกันครั้งแรกในกระจกได้ยังไง ถ้าไม่นับว่าเจอกันในแบบหลอนๆแล้ว เธอควรจะกรี๊ดเพราะความหล่อเหลา ไม่ใช่เพราะตกใจกลัว

“นายไม่ได้ตายจากโลกมนุษย์เหมือนกับฉันเหรอ" เธอสงสัย นึกว่าทุกคนที่นี่ล้วนตายจากโลกเบื้องหน้าแล้วถึงมาอยู่โลกเบื้องหลัง เอธส่ายหน้า

“ฉันเกิดที่นี่ ตระกูลของฉันอยู่ในโลกนี้มาหลายชั่วอายุคน บอกแล้วว่าคนที่นี่ล้วนมีชีวิต พวกเขาหลงรัก แต่งงาน มีทายาท เหมือนๆกับโลกมนุษย์นั่นแหละ คนที่เกิดที่นี่จะมีตาสีเทาแบบนี้ตั้งแต่เกิด" เอธหยุดเดินแล้วหันมาสบตากับแมรี่ เธอผงะเล็กน้อย เพราะไม่คิดว่าจะได้มองหน้าหล่อๆของเขาจังๆแบบนี้

“เหมือนกับแซมแล้วก็แมทใช่ไหม"

“ใช่ สองคนนั้นก็เกิดที่นี่ คนที่มาจากโลกเบื้องหน้าตาจะเปลี่ยนสีเมื่อได้ชีวิตใหม่ เพราะวิญญาณต้องถูกย้อมเป็นสีเทา แต่ความเข้มและลักษณะของสีเมื่อแสงตกกระทบจะแตกต่างกันไปตามสีตาเดิม แมทถึงแปลกใจที่เธอยังมีตาสีฟ้าอยู่"

“บางทีสีตาฉันคงจะเข้มมากเกินไปจนสีอะไรก็ย้อมไม่ติด" แมรี่พูดติดตลก เธอเห็นเอธหลุดขำก่อนจะออกเดินต่อทำให้แมรี่ต้องรีบก้าวตาม

“ถึงแล้ว หอผู้ล่วงลับ" เอธพาเธอมาหยุดยืนที่หน้ารั้วเหล็กที่ถูกไม้เถาเลื้อยพันจนเป็นรั้วสีเขียว

“อรุณสวัสดิ์ครับคุณวอลเตอร์" ชายแก่ที่ดูเหมือนคนเฝ้าประตูเอ่ยทัก เอธยิ้มให้

“ผมอยากเข้าไปค้นโลหิตลิขิตของสมาชิกใหม่สักหน่อยน่ะครับ" เขาชี้มาทางแมรี่ เธอรีบยิ้มแห้งๆให้ชายเฝ้าประตู

“เพิ่งมาจากโลกเบื้องหน้าสินะครับ" เขาถาม

“มาเมื่อคืน"

“งั้นลิขิตก็น่าจะปรากฏแล้ว ถ้ายังไงกรุณาค้นแต่ลิขิตที่เป็นของตระกูลของคุณเท่านั้นนะครับ" เขาหันมาบอกแมรี่ก่อนจะปลดล็อกแล้วเปิดประตูรั้วให้เอธและแมรี่เข้าไปด้านใน แมรี่ยิ้มรับงงๆ เอธทำเพียงพยักหน้าให้เธอเดินตามเขาเข้าไป เมื่อมาถึงประตูทางเข้าหอคอย เอธทาบข้อมือกับแผ่นโลหะบนประตูไม้ กลีฟที่ข้อมือเขาเรืองแสงอ่อนๆแล้วดับลง ประตูไม้ลั่นเอียดอาด เปิดออกช้าๆ

“หอผู้ล่วงลับขอต้อนรับครับคุณสจ๊วต" เอธยิ้มให้แล้วผายมือให้แมรี่เดินเข้าไปก่อน เธอยิ้มตอบเขาแล้วก้าวเข้าไป ภายในดูจะไม่มีไฟฟ้า มีเพียงเชิงเทียนส่องสว่างเรียงรายบนผนังอิฐ บันไดวนทอดขึ้นไปและมีประตูนำไปสู่ห้องต่างๆของแต่ละชั้น แมรี่กำลังจะก้าวขึ้นบันไดแต่เอธรั้งแขนเธอไว้แล้วพาเธอมายืนอยู่หน้าแท่นหินสลักขัดมันทรงสูงอีกด้านหนึ่ง

“เราต้องค้นดรรชนีก่อน" เขาเอ่ย

“หอผู้ล่วงลับมีไว้ทำอะไร" แมรี่นึกสงสัยตั้งแต่ก่อนจะมา แต่ไม่มีโอกาสถาม

“เหมือนหอสมุด แต่เก็บแค่บันทึกรายชื่อของสมาชิกในตระกูลต่างๆและสายเลือดของลูกผสมต่างๆในโลกเบื้องหลัง เรียกว่าโลหิตลิขิต" เขาอธิบาย "ทีนี้เธอก็วางกลีฟลงบนแท่นหิน เหมือนที่ฉันทำที่ประตู" แมรี่ค่อยๆยื่นมือขวาวางแนบกับแท่นหิน เกิดแสงสว่างเรืองรอง ลวดลายของกลีฟที่ข้อมือของแมรี่ไปปรากฏบนแท่นหิน มันค่อยๆเปลี่ยนรูปเป็นตัวหนังสือ

สจ๊วต ชั้นที่ห้า แถวเอ็ม เลขที่เอสทีสามสามหก

“มหัศจรรย์!” แมรี่เบิกตากว้าง "ในโลกของฉันถ้าไม่หาบัตรดรรชนีก็ต้องใช้ระบบสืบค้นผ่านคอมพิวเตอร์"

“หลายๆอย่างที่นี่ไม่จำเป็นต้องใช้คอมพิวเตอร์" เอธยักคิ้ว "แต่อดยอมรับไม่ได้ว่าเกมแบทเทิลฟิลด์ภาคสี่สนุกสุดๆ"

“ที่นี่มีให้เล่นเหรอ" แมรี่ถามด้วยความประหลาดใจ ดูเหมือนที่นี่ไม่น่ามีแม้กระทั้งเครื่องเล่นดีวีดีด้วยซ้ำ เอธส่ายหน้า

“ไม่มี แต่การเป็นทวารบาลทำให้ไปมาหาสู่โลกเบื้องหน้าอย่างอิสระ ฉันมีเพื่อนในโลกมนุษย์อยู่บ้าง บางทีไม่อยากกลับบ้านก็ค้างบ้านพวกนั้นแล้วเล่นเกมคอมพิวเตอร์ เพลย์สเตชั่น อะไรพวกนี้"

“เหลือเชื่อว่านายรู้จักโลกมนุษย์มากกว่าที่คิด"

“มากกว่าที่คิด" เอธยอมรับ "แซมเป็นแฟนซีรี่ส์อเมริกันตัวยง ชอบขอให้ฉันพาไปโลกเบื้องหน้าด้วยทุกวันเสาร์ ซื้อหนัง นิยาย การ์ตูนรายสัปดาห์ นิตยสาร บางทีเราก็ยืมเครื่องดีเอสของเพื่อนฉันมานั่งเล่นกัน"

“นายกับแซมดูจะสนิทกันนะ"

“แน่สิ เราสนิทกันมาตั้งแต่เด็ก แมทก็ด้วย แต่จะพูดยังไงดี หมอนั่นคบคนยาก มนุษยสัมพันธ์ต่ำมาก หัวดื้อและจริงจังจนเกินเหตุ ไม่ชอบออกไปเที่ยวเล่นเหมือนฉันกับแซม"

“แต่เขาก็เป็นเพื่อนนายใช่ไหม"

“ความจริงเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน ถ้าเปิดโลหิตลิขิตของเรา ตระกูลวอลเตอร์กับมิลเลอร์มีดองกันอยู่หลายช่วง แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาก็เป็นเพื่อน ถึงจะดูไม่เป็นมิตรแต่ความจริงเขาแค่แสดงออกไม่เก่งเท่านั้นเอง เป็นคนใช้ได้นะแมทน่ะ"

“เขาดูไม่ชอบฉัน"

“เขาแค่ไม่ไว้ใจ ไม่ใช่ไม่ชอบ" เอธแย้ง "ฉันว่าเราไปหาโลหิตลิขิตของตระกูลเธอกันดีกว่า ฉันอยากรู้แล้วว่ากลีฟของเธออ่านว่าอะไรและหมายถึงอะไร" เอธตัดบทแล้วจูงมือแมรี่เดินขึ้นบันได แมรี่อดรู้สึกแปลกๆไม่ได้ นอกจากพ่อแล้วก็ไม่เคยมีผู้ชายคนไหนจูงมือเธอแบบนี้ สำหรับเอธคงเป็นเรื่องปกติเพราะเขามีแซมเป็นเพื่อนสนิท แต่สำหรับแมรี่ที่มีแต่เพื่อนผู้หญิงจึงรู้สึกไม่ชินอย่างยิ่ง

เอธพาเธอเดินขึ้นมาถึงชั้นห้า เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็เจอกับชั้นหนังสือสูงเกือบติดเพดานวางเรียงเป็นแถวๆ ทั้งคู่เดินไล่มาถึงแถวเอ็ม

“เอสทีสามสามหก" แมรี่พึมพำขณะไล่นิ้วไปตามสันหนังสือเล่มหนา ทุกเล่มเขียนชื่อตระกูลเอาไว้ที่สัน ความหนาบางแตกต่างกันไป แมรี่ไล่นิ้วไปเรื่อยจนถึงชื่อสกุลที่เธอกำลังตามหา

สจ๊วต

“เจอแล้ว" เธอว่าก่อนจะดึงหนึงสือเล่มนั้นออกมา มันเล่มบางผิดหูผิดตา พูดให้ถูกคือบางแทบจะที่สุดในบรรดาหนังสือในชั้น

“ตระกูลฉันในโลกนี้สั้นจัง"

“ต้องพูดว่าคนในตระกูลของเธอที่เป็นลูกผสมมีน้อยต่างหาก" เอธแก้ให้ "ตระกูลฉันได้รับสายเลือดของไมอามาหลายชั่วอายุคน แต่ของเธอคงเพิ่งได้รับในรุ่นหลังๆ" เขายักไหล่ แมรี่พลิกหน้ากระดาษมาที่หน้ารองปก มีตราสัญลักษณ์ลายเดียวกับกลีฟของเธอพร้อมคำอธิบายสั้นๆ

ตระกูลสจ๊วต สายเลือดแห่งซาเธลิส เทวดาแห่งกาลเวลา

“ทีนี้เราก็รู้แล้วว่ากลีฟของเธออ่านว่าซาเธลิส เธอมีเชื้อสายแองเจิล" เอธพูดเบาๆ

แมรี่พลิกไปหน้าแรก แผ่นกระดาษของหน้านี้สามารถคลี่ให้ยาวออกมาเป็นเหมือนแผนผังครอบครัว เธอแปลกใจที่ชื่อแรกในแผนผังเป็นชื่อคุณทวดของเธอ

“เริ่มที่รุ่นทวดของฉัน" แมรี่พูด "เครื่องหมายไม้กางเขนหมายความว่าไง" เธอชี้ที่สัญลักษณ์ท้ายชื่อของคุณทวด

“หมายถึงแตกดับจากโลกนี้ไปแล้ว" เอธตอบ แมรี่ไล่ลงมาถึงชื่อของปู่ มีไม้กางเขนอยู่ท้ายชื่อเช่นกัน

ปีเตอร์ สจ๊วต +

“ปู่ตายแล้วมาที่นี่แล้วก็ตายไปอีกครั้งใช่ไหม"

“เอาง่ายๆก็คือแบบนั้นแหละ" เอธว่าขณะที่เธอเลื่อนมาถึงชื่อพ่อของเธอมีเครื่องหมายเช่นกัน และชื่อของแมรี่เองที่เขียนด้วยหมึกสีเทาเข้ม ยังไม่มีเครื่องหมายใดๆ

“พ่อเธอก็แตกดับไปแล้วนี่ ดูเหมือนเธอจะไม่มีญาติคนไหนอยู่ที่นี่เลย" เอธยื่นหน้าเข้ามาดู "เฮ้ เดี๋ยวนะ!” เขาชี้ที่ชื่อของใครคนหนึ่งข้างๆกับชื่อของปู่แมรี่ ตอนแรกเธอไม่ได้สังเกตเพราะชื่อนั้นจางกว่าชื่ออื่นๆมาก

“ใครคือวิลเลียม สจ๊วต" เขาถาม แมรี่ไม่แน่ใจ แต่จำได้ว่าปู่เคยพูดถึงชื่อนี้ครั้งหนึ่ง

“ไม่รู้สิ ทำไมชื่อเขาอยู่ข้างๆปู่ของฉันล่ะ" แมรี่แปลกใจ เขาต้องเป็นคนในครอบครัวเพราะนามสกุลสจ๊วตเหมือนกัน

“ที่สำคัญ เขายังไม่ตาย" เอธจิ้มที่ชื่อของวิลเลียม "ชื่อยังเขียนด้วยหมึกน้ำเงิน แค่จางมาก แปลว่ายังไม่มาที่โลกนี้ด้วยซ้ำ"

“หมายความว่าฉันยังมีญาติที่มีสายเลือดเดียวกันอยู่บนโลกมนุษย์หรือ"

“คิดว่าเป็นแบบนั้น" เอธพยักหน้า "ลองเปิดอ่านรายละเอียดดู" เอธชี้ที่หนังสือ แมรี่รีบพลิกหน้าต่อๆไป ซึ่งเขียนด้วยอักขระที่เธออ่านไม่ออก เอธบอกว่าเป็นภาษาของออเทอร์เวิร์ลส ใช้กลีฟเป็นตัวหนังสือ โชคดีที่มีภาษาอังกฤษกำกับไว้ด้านล่างด้วย แต่ละหน้าเป็นรายละเอียดบุคคลในตระกูลว่าตายจากโลกมนุษย์ได้อย่างไร มาอยู่ในโลกเบื้องหลังกี่ปี และแตกดับไปในปีไหน ซึ่งทั้งปู่และพ่อต่างถูกระบุไว้ว่าตายด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ แม้กระทั่งชื่อของแมรี่ก็มีระบุว่าตายจากโลกเบื้องหน้าด้วยพิษของซิบิลิส แต่หน้าที่ควรจะเป็นของคนที่ชื่อวิลเลียม สจ๊วตกลับว่างเปล่า ไม่มีอะไรเลย

“หนังสือไม่มีบันทึกไว้"

“ไม่น่าแปลกใจ หนังสือมักบันทึกเรื่องราวของบุคคลนั้นๆเมื่อพวกเขามาที่โลกนี้แล้วเท่านั้น หมอนี่ยังไม่ตาย" เอธว่า แมรี่เบ้ปาก

“คนที่นายเรียกว่า'หมอนี่'อาจเป็นญาติผู้ใหญ่ของฉันนะ" แมรี่เตือนความจำ

“ไว้ฉันจะสำนึกผิดทีหลัง" เอธยิ้มกวนๆ "ช่วยเปิดไปที่หน้าของปู่เธอได้ไหม ฉันขอดูอะไรหน่อย" เขาเปลี่ยนเรื่อง แมรี่พลิกกลับมาที่หน้าของปีเตอร์ สจ๊วต เอธขมวดคิ้วใช้ความคิด เขาไล่อ่านคร่าวๆแล้วเงยหน้าขึ้น "ต่อไปก็ของพ่อเธอ" เขาสั่ง แมรี่พลิกไปที่ชื่อดันแคน สจ๊วต เอธใช้นิ้วไล่ไปตามข้อความบนหน้ากระดาษแล้วเดาะลิ้นเหมือนคิดอะไรได้

“น่าแปลก ทั้งปู่และพ่อของเธอแตกดับในปีที่มาที่นี่ด้วยกันทั้งคู่" เขาพูดเสียงเครียด

“หมายความว่า...” แมรี่เลิกคิ้ว

“ในนี้ระบุว่าปู่เธอตายและมาอยู่โลกนี้ตอนอายุหกสิบห้า นั่นหมายถึงว่าเขาน่าจะมีอายุไขต่อไปในโลกนี้ได้นานหลายปี แต่เขากลับแตกดับภายในปีเดียว พ่อของเธอยิ่งแล้วใหญ่ เขาอายุแค่สามสิบสองตอนมานี่แต่กลับมีชีวิตอยู่ไม่ถึงปีก็แตกดับ การแตกดับของทั้งคู่ดูจะไม่ใช่เรื่องปกติ"

“หมายถึงพวกท่านแตกดับก่อนเวลาอันควรงั้นสินะ" แมรี่พยายามทำความเข้าใจ

“ใช่ อาจจะเป็นความตั้งใจของพวกเขาเอง หรือไม่ก็ถูกทำให้แตกดับด้วยเหตุผลบางอย่าง"

“แล้วของทวดฉันล่ะ" แมรี่รีบพลิกไปดูที่ชื่ออลิซาเบธ สจ๊วต ในหนังสือระบุว่าเธอตายและมาอยู่ในโลกเบื้องหลังตอนอายุเจ็ดสิบสาม และแตกดับในห้าปีต่อมา "ดูปกติดีนี่" เธอว่า

“นั่นหมายถึงเรื่องไม่ปกติเริ่มที่รุ่นของปู่ของเธอ อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอถูกสัตว์ที่เป็นกริมม์ตามล่า และมีคนอยากเอาวิญญาณเธอลงนรกนักหนา"

“แล้วฉันจะหาคำตอบได้ยังไง ในนี้ไม่บอกอะไรซักอย่าง" แมรี่ถอนใจ

“ก็คนที่น่าจะรู้เรื่องพวกนี้มากที่สุดยังไม่ตายนี่" เอธคว้าหนังสือจากมือเธอไปพลิกแล้วยื่นหน้ากระดาษเปล่าๆหันใส่เธอ

         “วิลเลียม สจ๊วต" เขาสรุป




โปรดติดตามตอนต่อไป


-------------------------------------------------
TALK

สวัสดีค่ะ วันนี้วันอาทิตย์ เลยว่างเอาบทที่ 3 มาลง เกิดปัญหาใหม่คือช่องไฟระหว่างบรรทัดมันขัดใจอีกแล้ว

ยังไงจะพยายามแก้แล้วกันค่ะ สำหรับตอนนี้ ถ้าใครอ่านแล้วอยากติชมหรือให้แก้ไขอะไรบอกได้นะคะ 

ขอบคุณมากค่ะ
DAREN L.


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

229 ความคิดเห็น

  1. #130 Esperanza (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 เมษายน 2557 / 10:46
    เอ้ออออ นั่นสินะ แมรี่กลัวเอธไปได้ยังไง เพราะเอธหล่อมากกกก
    แต่จากพี่นิสาเคยบอกว่าพี่แกเป็นพระเอกที่จืดชืด T^T
    รอให้แมทกับวิลสำแดงฤทธิ์? ก่อนละกันพลอยค่อยเลือกทีม 555
    #130
    0
  2. #98 zXdarkbutteflyXz (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 มีนาคม 2557 / 06:05
    เครื่องดรรชนี น่าสนใจมากค่ะ เหมือนเครื่องสแกนอัตลักษญ์เลยอะ

    ว่าแล้วว่าต้องมีพลังเกี่ยวกะเวลา เพราะหยุดเวลาได้ สะดวกสะบายดีอะพลังนี้
    คำแก้
    ไม้เถาว์เลื้อย ไม่มี ว์ นะค่ะ ส่วนใหญจะเป้น เถาไม้เลื้อย มากกว่า
    #98
    0
  3. #92 Tien-ToT (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 มีนาคม 2557 / 21:43
    สนุกๆๆๆสุดยอด คล้ายนักรบเทวดาเลย คิดว่าหนังสือแปลด้วยซ้ำ เขียนเก่งมากๆๆค่ะ
    #92
    0
  4. #63 - Thumbelina - (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2557 / 16:13
    วิลเลียม สจ๊วต ? = วิล ? โอ้ววว ฉันอยากเจอนายแล้ว
    เอธแอบมีอารมณ์ขันและฮาด้วยนะ ฮ่าๆ กวนนางเอกเล็กน้อย
    แมรี่ สจ๊วต นางดูเหมือนจะโปรยเสน่ห์ให้เอธมาก! (หมั่นไส้นางเอก)
    ขอตัวไปอ่านต่อไป >__< (แอบงงเบาๆ เพราะว่าเนื้อเรื่องของเจ๊ลึกซึ้งมาก! 55 )
    #63
    0
  5. #45 Honey Crown (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 มกราคม 2557 / 12:59
    ประวัติครอบครัวนางบางเฉียบ แถมทิ้งปริศนา



    ยังยืนยันว่าชอบเอธอยู่เหมือนเดิม 555



    เท่จริง ๆ นะ พับผ่า



    การบรรยายให้รายละเอียด ของการสนทนาและช่วงต่าง ๆ ลื่นไหลแล้วเป็นธรรมชาติมาก



    เจ๋งจริง ๆ ร่วมลุ้นแล้วสิว่าญาติผู้ใหญ่ที่เหลืออีกคนคือใคร แล้วนางเอกจะต้องทำอะไรต่อ
    #45
    0
  6. #14 Daren L. (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2556 / 21:05
    wondermomo : รับทราบจ้า จะแก้ไขทุกประการที่กล่าวมา อิอิ :D
    ปล. เหมือนไม่ใช่คำผิดนะคะ คำว่า "หน้า" มันคือคำในวลีข้างหน้าอ่าจ้า "โลกเบื้องหน้า" ค่ะ ลองดูใหม่น้า ถ้าเจออะไรอีกก็บอกได้ค่ะ ส่วนตัวหนังสือนี่อยากได้สีดำไปเลยใช่ไหมคะ เดี๋ยวจะลองเปลี่ยนดูน๊า ^^  


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 30 ธันวาคม 2556 / 21:09
    แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 30 ธันวาคม 2556 / 21:10
    แก้ไขครั้งที่ 3 เมื่อ 30 ธันวาคม 2556 / 21:19
    #14
    0
  7. #13 wondermomo (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2556 / 20:43
    ตอนนี้เริ่มสนุกมากขึ้นนะ เพราะเริ่มมีปมให้ค้นหาแล้วว่า
    วิลเลี่ยมสจ๊วตจะเป็นพยานรู้เห็นอะไรเกี่ยวกับการตายของปู่กับพ่อนางเอกหรือเปล่า
    ให้ความรู้สึกคล้ายๆ กับอิมมอทอลนิดๆ แต่ก็ไม่ได้เหมือนนะ 
    รู้สึกดีๆ ว้านางเอกเป็นแองเจิลแฮะ
    แต่ก็เริ่มสงสัยแล้วล่ะว่า พ่อกับปู่ทำอะไรกันมา
    ปล.รู้สึกบทจะเน้นให้เอธกับแมรี่เยอะ หรือว่าคู่นี้จะเป็นคู่จิ้น อิอิ
    ปล. ช่วยทำให้สีตัวอักษรเป็นสีดำหน่อยสิ (คลุมดำแล้วกดเลือกสีดำที่ไม่ใช่สีอัตโนมัตินะ)
    อ่านไปอ่านมา รู้สึกแสบตาอะจ้า
    เห็นคำผิดนิดหน่อยตรงฉากอธิบายสีตาอ่ะ มันควรจะเขียนว่าสีตา แต่เห็นพิมพ์เป็นหน้าตาอ่ะนะ
    ยังไงก็เป็นกำลังใจให้จ้า ^^
    #13
    0