OTHER WORLDS : ออเทอร์เวิร์ลส

ตอนที่ 4 : บทที่ 2 : ออเทอร์เวิร์ลส

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 381
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    26 มี.ค. 57

บทที่ 2

ออเทอร์เวิร์ลส


ในดินแดนรกร้างมองไปทางไหนเจอแต่ไม้ยืนต้นตายกับหญ้าแห้งเอนล้มปกคลุมทั่วพื้นดิน แมรี่กำลังเดินเท้าเปล่ารับรู้ได้ถึงใบหญ้าแห้งแข็งทิ่มตำฝ่าเท้า เธอพบว่าตัวเองสวมชุดกระโปรงสีเทาอ่อนซีดๆซึ่งเธอมั่นใจว่าไม่ใช่ชุดของเธอ มีเพียงนาฬิกาพกทองเหลืองที่ห้อยคอเธออยู่เท่านั้นที่เป็นของๆเธอ

“มาริน่า มาหาข้าสิ" เสียงเรียกหานั้นดังก้อง สะท้อนเหมือนอยู่ในถ้ำ แมรี่หันมองซ้ายขวา เธอพบชายหนุ่มคนหนึ่ง สวมชุดคลุมยาวสีขาว ขาวสว่างจนเหมือนมีแสงเรืองๆอยู่ทั้งตัว ผมสีเงินประกายและดวงตาสีฟ้าจัดเหมือนตาของปู่ ของพ่อ และของเธอ

“คุณคือใครคะ" แมรี่เอ่ยถาม ชายผู้นั้นยิ้มให้ เธอรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย

“เจ้ากำลังจะได้รับชีวิตใหม่ในโลกเบื้องหลัง มารีน่า กลีฟของข้าปกป้องเจ้าได้เพียงเท่านี้ ต่อไปเจ้าต้องระวังตัว"

“ระวังตัวจากอะไรคะ สุนัขตัวนั้นจะมาอีกหรือคะ"

“น่ากลัวกว่านั้นมาริน่า พลังของข้าในตัวเจ้าเป็นที่ต้องการ พวกนั้นจะทำทุกทางเพื่อได้มันไป ปู่และพ่อของเจ้ายอมแตกดับเพื่อรักษามันไว้ เจ้าจงอย่าประมาท"

“พวกไหนกันคะ แล้วพลังอะไรอยู่ในตัวหนู" แมรี่สงสัย จู่ๆเสียงระฆังก็ดังขึ้น เป็นเสียงของระฆังใหญ่ที่ก้องกังวานกว่าระฆังโบสถ์

“ข้าคิดว่าเจ้าน่าจะพอรู้แล้วว่าเจ้าทำอะไรได้ ข้าต้องไปแล้ว รักษาตัวด้วยมาริน่า" เหมือนชุดคลุมของชายผู้นั้นสว่างจ้าขึ้น จ้าจนทุกอย่างเป็นสีขาว

“รู้สึกตัวแล้วเอธ!”

“ช่วยฉันดึงเธอขึ้นมาเลยแซม"

แมรี่ค่อยๆลืมตาขึ้น ยังไม่ทันเห็นอะไรชัดดีร่างของเธอก็ถูกฉุดให้ลุกขึ้นมายืนโซซัดโซเซโดยมีคนสองคนหิ้วปีกเธอไว้

“ช้าๆหน่อยสิ ให้เธอได้หายใจเข้าปอดหน่อย" ภาพตรงหน้าชัดขึ้น เห็นชายหนุ่มที่จำได้ว่าชื่อแมทยืนเผชิญหน้ากับแมรี่ เชิดคางเธอขึ้นแล้วมองเข้ามาในลูกตา

“น่าแปลก สีตาเธอไม่เปลี่ยน" เแมทว่า "คนที่ตายและเกิดที่นี่วิญญาณต้องถูกย้อมเป็นสีเทาไม่ใช่เหรอ แต่ตาเธอยังสีฟ้าอยู่เลย" เขาขมวดคิ้ว

“มันหมายความว่าไงนายรู้ไหม" เอธที่ยืนขนาบด้านขวาของแมรี่ถามขึ้น

“น่าจะเป็นพลังจากกลีฟที่นำทางเธอมา ฉันอ่านไม่ออก ไม่รู้อะไรซักอย่าง"

“มีกลีฟที่นายอ่านไม่ออกด้วยเหรอแมตตี้ นึกว่านายอ่านได้แม้กระทั่งกลีฟที่เลิกใช้ไปแล้วซะอีก"

“พอทีแซม ถ้าจะล้อฉันก็เอาไว้เวลาที่ว่างจริงๆเท่านั้น"

“พวกนายเป็นใคร" แมรี่ถามขึ้น ทั้งสามคนเงียบกริบ มองมาที่แมรี่เป็นตาเดียว

“เป็นคนที่ไว้ใจได้" เอธ ชายที่ช่วยเธอไว้เป็นคนตอบ เขาและผู้หญิงอีกคนที่พยุงร่างแมรี่ไว้ค่อยๆปล่อยมือให้เธอยืนด้วยตัวเอง

“ที่นี่ที่ไหน นายพาฉันมาที่ไหน ฉันต้องกลับบ้าน"

“กลับบ้านหรือ ล้อเล่นรึเปล่า เธอตายไปแล้ว" เขาตอบกลับ "หันไปมองข้างหลังสิ" แมรี่ทำตาม เธอหันหลังไปมอง ภาพที่เห็นทำเธอตกใจแทบช็อก เธอเห็นตัวเองนอนแน่นิ่งผิวซีดเป็นศพอยู่บนเตียง

“ฉันตายแล้ว!” เธอเอ่ยเสียงดัง

“ใช่ ตายแล้ว"

“ฉันกลายเป็นผีเหรอ แล้วพวกนายก็เป็นผีด้วยเหรอ ฉันเห็นนายในกระจก นายเป็นผีจริงๆใช่ไหม" แมรี่ถามเป็นชุด

“ใจเย็นก่อน ถ้าให้ตอบตามหลักความเป็นจริง เธอตายแล้ว แต่เธอไม่ใช่ผี เธอแค่ได้ชีวิตใหม่ แล้วเราก็ไม่ใช่ผี เรายังไม่เคยตายด้วยซ้ำ"

“แต่ร่างฉันนอนอยู่นั่น ตอนนี้ฉันก็ต้องเป็นผีน่ะสิ!”

“จะบอกให้อีกครั้งว่าไม่ใช่ เธอได้ชีวิตใหม่ มีเลือดเนื้อ จะลองหยิกตัวเองหรือลองเดินทะลุผนังดูก็ได้ถ้าอยากทำ" เขาว่า

“พอเถอะเอธ นายทำเธอสับสน ดูก็รู้ว่าพ่อแม่เธอคงไม่ได้บอกอะไรเกี่ยวกับสายเลือดของเธอเลย" คนที่ชื่อแมทเข้ามาขัด "เธอชื่ออะไร"

“มะ... มาริน่า มาริน่า สจ๊วต"

“สจ๊วตเหรอ เธอคุ้นไหมแซม" แมทถามสาวผมบลอนด์

“คิดว่าเคยได้ยินนะ คงเป็นตระกูลลูกผสมนั่นแหละ" เธอตอบ

“ฉันจำได้ว่าฉันโดนหมาตัวนั้นกัด นายมาช่วยฉัน แล้วฉันก็สลบ ตื่นมาอีกทีก็อยู่ที่นี่ เดี๋ยวนะ... ฉันคุ้นห้องนี้ ห้องนี้เป็นห้องที่ฉันเห็นในกระจกพร้อมกับนาย คนในกระจก!” แมรี่ชี้ไปที่เอธ

“ใช่ นี่ห้องฉันเอง แล้วฉันก็มีชื่อ ฉันชื่อว่าอีธาน วอลเตอร์ ตอนนี้เธออยู่ในบ้านของฉัน แต่ถ้าใช้จีพีเอสระบุพิกัด...”

“เดี๋ยวก่อน อะไรคือจีพีเอส" แมทแทรกขึ้นมากระทันหัน อีธานมีท่าทีเอือมระอา

“ไว้บอกทีหลังนะแมท" เขาพูดเรียบๆแล้วหันกลับมาคุยกับแมรี่ "ถ้าใช้จีพีเอสระบุพิกัด มันก็ที่เดียวกับบ้านเธอ ห้องของเธอนั่นล่ะ ฉันก็เห็นเธอในกระจกนั่นเหมือนกัน" แมรี่หันไปมองที่มุมห้อง ห้องนี้มีลักษณะคล้ายห้องของเธอ และมีกระจกวางไว้ที่มุมเดียวกันเป๊ะ

“นายกำลังจะบอกว่า เราอยู่ในบ้านหลังเดียวกันเหรอ"

“คิดว่าใช่ แค่คนละโลก มันเป็นบ้านเธอในโลกมนุษย์ แต่มันเป็นบ้านฉันที่นี่"

“แล้วที่นี่มันโลกไหนล่ะ ฉันอยู่ที่ไหน"

“โลกเบื้องหลัง หนึ่งในสามของออเทอร์เวิร์ลส หรือตามที่พวกมนุษย์ชอบเรียกก็คือโลกหน้า โลกที่พวกเขาจะต้องไปอยู่เมื่อตายไปแล้ว" เอธอธิบาย

“ฉันตายจึงมาอยู่ที่นี่เหรอ"

“ก็ใช่ แต่ที่นี่ไม่ใช่ที่สำหรับคนตาย โลกเบื้องหลังเป็นโลกทับซ้อนของโลกเบื้องหน้าหรือโลกมนุษย์ของเธอนั่นแหละ คนที่นี่ล้วนมีชีวิต ยังไม่มีใครตาย จะมีก็แต่คนที่มีกลีฟนำทางเท่านั้นที่ตายแล้วจะมาที่นี่ หลังจากนั้นก็ได้ชีวิตใหม่แล้วอยู่ต่อไป"

“กลีฟคือรอยแปลกๆที่ข้อมือฉันน่ะเหรอ" แมรี่ยกข้อมือขวาขึ้นดู รอยนั้นกลายเป็นสีเทาบนผิวเนื้อประหนึ่งรอยสักของเธอไปแล้ว และตอนนี้เธอก็อยู่ในชุดกระโปรงสีเทาซีดแบบเดียวกับในฝันก่อนที่เธอจะตื่น

“ใช่ คนที่มีกลีฟได้ต้องเป็นมนุษย์ที่มีเชื้อสายของเทวดาไม่ก็ปีศาจ พวกนั้นจะประทับตราให้แก่สายเลือดของตนเพื่อนำทางมายังโลกเบื้องหลัง"

“มีข้อมูลโดยสังเขปหรืออะไรก็ตามที่จะทำให้เข้าใจเรื่องทั้งหมดนี่ภายในสามนาทีไหม" แมรี่ถามอย่างสิ้นหวัง สมองเธอไม่สามารถรับข้อมูลสดใหม่มากไปกว่านี้อีกแล้ว

“เดี๋ยวก็ชินไปเอง ของแบบนี้ต้องใช้เวลา" อีธานยิ้มแห้งๆ แมรี่สังเกตว่าเขาดูอ่อนวัย หล่อเหลาหุ่นล่ำบึ้กเหมือนนักแสดงในทีวี

“เราต้องพาร่างเธอไปที่ป่าช้านิทรากาล มนุษย์ที่ตายในโลกนี้ต้องฝังร่างไว้ที่นั่น" ผู้หญิงผมทองที่ถูกเรียกว่าแซมชี้ไปที่ร่างของแมรี่ เธอมีหน้าตาสะสวยแบบสาววัยรุ่นในกลุ่มเชียร์ลีดเดอร์ของโรงเรียนไฮสคูล แต่การแต่งตัวกลับดูทะมัดทะแมงและมีท่าทีใจดีกว่าผู้หญิงพวกนั้นเยอะ "ฉันชื่อซาแมนธ่า มอสส์ เรียกแซมก็ได้ เธอคงรู้จักเอธแล้ว ส่วนนี่แมทธิว มิลเลอร์ เรียกว่าแมท"

“เราน่าจะเอาเรื่องนี้ไปบอกสภาก่อน ยังไม่เคยมีมนุษย์ที่โดนกริมม์เล่นงานแล้ววิญญาณไม่กลายเป็นสีดำ ต่อให้มีกลีฟแต่มันเป็นเพียงเครื่องนำทาง มันต่อต้านพลังปลิดชีพไม่ได้ อีกอย่างเธอได้ชีวิตใหม่ที่นี่แต่วิญญาณเธอกลับไม่กลายเป็นสีเทา ตาเธอยังสีฟ้าอยู่เลยพวกนายไม่เห็นเหรอ" แมทแย้งขึ้น

“นายอ่านกลีฟที่ข้อมือเธอไม่ออกด้วยซ้ำ จะสรุปว่าเธอเป็นอันตรายไม่ได้หรอกนะ บางทีเทวดาหรือปีศาจที่เป็นต้นสายเลือดของเธออาจมีพลังอะไรพิเศษ ถ้าบอกสภา ศพเธอคงถูกชำแหละเละ ทำไมเราไม่ทำพิธีศพให้เธอก่อนแล้วค่อยปรึกษาสภา" เอธว่า

“นี่นายไว้ใจคนที่เพิ่งเจอหน้าไม่ถึงวันได้ยังไง" แมทเบ้ปาก

“คือพวกนายช่วยระลึกหน่อยได้ไหมว่าฉันยังยืนอยู่ตรงนี้น่ะ การพูดถึงเรื่องงานศพของฉันทั้งๆที่ฉันยังยืนอยู่ตรงนี้มันค่อนข้างใจร้ายไปไหม" แมรี่โพล่งขึ้น

“เดี๋ยวเธอก็ชินเองล่ะน่า" เอธหันมาพูดห้วนๆก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับแมทต่อ "ฉันไม่ได้ไว้ใจ แต่แค่เธอโดนกริมม์ไล่ฆ่าในวันเกิดตัวเองก็น่าจะแย่พอแล้ว"

“เดี๋ยวนะ วันเกิดเหรอ นี่เธออายุเท่าไหร่" แมทเมินเอธแล้วหันมาถามแมรี่

“สิบแปด... เพิ่งจะสิบแปดก็ตายเลย" แมรี่ประชด

“นั่นมีความหมายนะ" เอธเสริม "ลูกผสมจะเริ่มใช้พลังของสายเลือดตัวเองได้เมื่ออายุครบสิบแปด อะไรก็แล้วแต่ที่อยากลากเธอลงนรกต้องการตัวเธอเมื่อใช้พลังได้" เมื่อเอธพูดจบแมรี่นึกถึงคำพูดของคนที่อยู่ในความฝัน

พลังของข้าในตัวเจ้าเป็นที่ต้องการ พวกนั้นจะทำทุกทางเพื่อได้มันไป

“งั้นเราก็ควรจะรู้ให้เร็วที่สุดว่าพลังอะไร จากเทวดาหรือปีศาจตนไหนที่เป็นที่ต้องการนักหนา" แซมว่า

"บางทีควรจะเริ่มจากพาเธอไปที่หอผู้ล่วงลับก่อน" ดวงตาสีเทาของเธอเป็นประกายแมรี่สังเกตว่าทั้งสามคนมีตาสีเทาเหมือนกันหมด

 

แมรี่สวมเสื้อผ้าชุดใหม่ที่แซมเอามาให้พร้อมกับสร้อยห้อยนาฬิกาพกที่เธอใส่ติดมาจากโลกมนุษย์ เธอกับแซมตัวเท่าๆกัน อาจสูงกว่าแซมนิดหน่อยแต่ก็ไม่มีปัญหากับชุดสไตล์เวสเทิร์นของสาวผมบลอนด์ คงเพราะแซมหน้าตาสวยและมีผมสีทองสว่างทำให้ดูเข้ากับเสื้อผ้าสไตล์คาวบอยนิดๆของเธอ บู๊ทหนังสีน้ำตาล เสื้อแขนยาวลายสก๊อตกับเดนิมสีซีดขาดๆ ทำให้เธอดูเหมือนวัยรุ่นอเมริกันมากกว่าจะเป็นสาวอังกฤษ ส่วนแมรี่กลับรู้สึกว่าตัวเองเหมือนเซเลน่า โกเมส*ที่โดนบังคับให้เล่นหนังคาวบอยมากกว่า ไม่ค่อยเข้ากันเท่าไหร่

แซมและแมทยืนยันจะจัดการงานศพของเธอให้และแนะนำว่าเธอไม่ควรไปร่วมงานศพของตัวเอง นั่นเป็นความคิดที่ดี ใครอยากจะเห็นร่างตัวเองถูกฝังแล้วมองป้ายหลุมศพที่มีชื่อของตัวเองอยู่กันล่ะ

หลังจากแซมกับแมทไปกับรถขนศพของสัปเหร่อ เอธก็พาเธอออกจากบ้าน เหมือนที่เธอตื่นขึ้นหลังจากตายไปแล้วจะเป็นตอนเช้าของวันใหม่ ทั้งคู่เดินไปตามถนนหนทางที่แมรี่คุ้นมาก แน่ล่ะเพราะมันคือถนนเอลลิงตันที่ทะลุถนนเส้นใหญ่ที่เรียกว่าเวสต์บอร์นในโลกของเธอ เพียงแต่ลักษณะอาคารบ้านเรือนต่างออกไป สิ่งปลูกสร้างหรือแม้กระทั่งเสาไฟฟ้าริมทางดูย้อนยุคไปหลายสิบปี ที่นี่ยังดูเหมือนโลกมนุษย์ในช่วงสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง

“ที่นี่คืออังกฤษหรือ" เธอทำลายความเงียบขณะพยายามสาวเท้าเดินตามเอธให้ทัน

“ใช่ ละติจูด ลองจิจูดเดียวกับเป๊ะ แค่คนละภพ" เขาว่า "แต่ภพนี้มีค่าเงินกลางเรียกว่าดารร์ ไม่เหมือนโลกมนุษย์ที่มีเยอะจนน่ามึน" สายตาของเขามองไปข้างหน้า แววตาสีเทาดูกำลังขบคิดแต่ไม่มีท่าทีวิตกอะไร

“แล้วนายข้ามไปที่โลกของฉันได้ยังไง หมายถึงโลกมนุษย์น่ะ"

“ประตูพิภพ ทวารบาลทุกคนจะมีกุญแจเปิดประตูพิภพ กลีฟที่ข้อมือของเธอไง แต่การจะเป็นทวารบาลได้ต้องอายุครบยี่สิบ และผ่านการทดสอบ ทำหน้าที่คอยตรวจตราหรือห้ามไม่ให้สิ่งมีชีวิตจากแต่ละภพอยู่ผิดที่ผิดทาง เช่นถ้ามีอสูรกายจากนรกมาอยู่บนโลกมนุษย์ ฉันก็จัดการเก็บมันได้ตามกฎสากลของออเทอร์เวิร์ลส" เอธถลกแขนเสื้อข้างขวา ยื่นลายกลีฟของตัวเองให้ดู ลวดลายของเขาแตกต่างจากของแมรี่ เป็นลวดลายที่ดูแข็งกร้าวกว่าและสีเข้มกว่ามาก "เรียกว่าไมอา ปีศาจที่เป็นเจ้าของสายเลือดของฉัน กลับเข้าเรื่องเดิมเถอะ หลังจากฉันเห็นเธอในกระจก ฉันก็เดาได้ทันทีว่าเธอคงเป็นใครซักคนที่อยู่ในห้องฉันในโลกมนุษย์ ฉันไม่รู้ว่าอยู่ดีๆก็เห็นเธอในนั้นแล้วเธอก็เห็นฉันได้ยังไง ปกติไม่น่าเกิดขึ้นได้ ฉันเห็นกลีฟที่สร้อยคอของเธอ เลยทึกทักเอาเองว่าเธอก็เป็นลูกผสม หลังจากนั้นก็ใช้กลีฟเปิดประตูพิภพแล้วแอบตามเธอไปที่งานวันเกิด"

“นายไปที่บ้านมอลลี่เหรอ"

“แค่ยืนดูจากหน้าต่าง ฉันเห็นเธอใช้พลัง แบบว่าอะไรซักอย่างที่ทำให้วัตถุในห้องหยุดนิ่ง มันน่าสนใจดี ฉันยังไม่เคยเจอพลังแบบนั้นเลย"

“เสียงฝีเท้าที่ฉันได้ยินก่อนเข้าสวนเอรันเดลเป็นของนายสินะ" แมรี่ถามด้วยเสียงเอาเรื่อง

“ก็ใช่ แต่ฉันเห็นเธอหันกลับมามองเลยรีบซ่อน ดูเหมือนเธอจะรู้ตัวเลยตัดสินใจเลิกตามแล้วเดินกลับ แต่ยังไม่ทันเดินพ้นหัวมุมก็ได้ยินเธอกรีดร้องเลยรีบตามไปดูก็เจอเธอโดนซิบิลิสเล่นงานอยู่" เอธเม้มปาก สองมือล้วงกระเป๋ากางเกง ลดฝีเท้าให้ช้าลงเพื่อให้แมรี่เดินข้างๆเขาได้อย่างไม่ลำบากนัก

“ไม่อยากจะเชื่อว่าฉันจะตายแล้ว ยังไม่ได้บอกลาใครซักคน" แมรี่ก้มลงมองกลีฟที่ข้อมือขวา บัดนี้มันปรากฏลวดลายชัดเจน

“ความตายไม่เคยมีเวลาให้เตรียมการ" เอธยื่นมือมา "อย่างน้อยเธอตายจากโลกเบื้องหน้าแต่มีชีวิตใหม่ในโลกเบื้องหลัง ยินดีต้อนรับสู่ออเทอร์เวิร์ลส แล้วก็สุขสันต์วันเกิดย้อนหลัง มาริน่า" เขายิ้มกวนๆแต่ก็ดูจริงใจ แมรี่ยื่นมือไปจับ

“ขอบใจ" เธอตอบรับสั้นๆ "อีกอย่าง เรียกฉันว่าแมรี่" 

 

 

โปรดติดตามตอนต่อไป
-----------------------------------------
หมายเหตุ : *ศิลปินวัยรุ่นชาวอเมริกัน เป็นทั้งนักร้องและนักแสดง
-----------------------------------------
TALK 
หายไปพักนึงเลย ต้องขอโทษคุณผู้อ่านมากๆค่ะ พอดีติดภารกิจเร่งด่วนทางครอบครัว  ตอนนี้ว่างแล้วเลยตามมาอัพบทที่สอง ทำการจัดหน้าให้อ่านง่ายขึ้นกว่าบทนำกับบทแรกด้วย หวังว่าจะอ่านง่ายขึ้นนะคะ สำหรับตอนนี้มีตัวละครใหม่เพิ่มมา เดี๋ยวเราจะอัพเดทตัวละครให้ค่ะ :D 
ปล. ถ้าอยากติชมหรือให้แก้ไขปรับปรุงตรงไหนอีกเม้นต์บอกได้นะคะ 

DAREN L.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

229 ความคิดเห็น

  1. #196 ชิน เซจูโร่ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2557 / 12:43
    ยังกะดูหนัง The Mortal Intrument + Percy Jackson+Upside Dawn ยังไงอย่างนั้นเเหละ   เเต่ก็  ชอบมากครับ สนุกมาก ^ ^
    #196
    0
  2. #97 zXdarkbutteflyXz (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 มีนาคม 2557 / 05:42
    เนื้อเรื่องตอนนี้น่าค้นหา ดีค่ะ แต่มันมีคำที่ไม่ค่อยเข้ากะบุคลิก ตัวละครอย่าง
    พวกนาย เป้นใคร/ แมรี่  ควร เป็นพวกคุณเป็นใคร มันดูสากลกว่า สำหรับคนที่เจอกันครั้งแรก
    เป็นคนที่ไว้ใจได้/เอธ ควรเป็น เป็นคนที่เธอควรไว้ใจ

    "ความตายไม่เคยมีเวลาให้เตรียมการ" เหมาะเป็นคำโปรย แต่ถ้าเป็นคำพูดจะดูทางการไป เป็น คำว่า ความตาย... ไม่เคยมีเวลาให้ใคร หรือให้เวลาใคร จะดูเป็นคำพูดมากกว่า
    #97
    0
  3. #91 Tien-ToT (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 มีนาคม 2557 / 21:36
    สนุกทุกตอนเลยค่ะ
    #91
    0
  4. #51 Thumbelinah (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 มกราคม 2557 / 12:13
    ว้าว...นี่พระเอกแแอบตามนางเอกด้วยเหรอเนี่ย -////- (แอบเขิน ฮา...)
    ชอบเอธมาก เท่และแลดูสปอร์ตใจดีออเทอร์เวิร์ดมาก! 
    มาริน่า สจ๊วตนี่ก็เท่มากนะ ชอบความคิดนาง ^^ เหมือนเซเลน่า ฮ่าๆ
    ตลกท่อนนี้มาก บรรยายได้เริ่ดมากจ้า :)
    #51
    0
  5. #44 Honey Crown (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 มกราคม 2557 / 12:18
    "ความตายไม่มีเวลาให้เตรียมการ" ชอบคำนี้มาก ๆ เลยครับ พับผ่าสิ!

    ดูเท่สุด ๆ คมเฉียบขาดมาก

    อยากแนะนำ นิดนึงนะครับพี่นิสา สำหรับ * ซึ่งใช้ไปอธิบายความหมายเพิ่มเติม

    เนื่องจากมันต่างจากการอ่านในหน้านิยาย ซึ่งเราจะสังเกตได้ง่าย ๆ เลยเวลาที่อ่านอยู่แล้วสงสัยโดยการก้มลงมองด้านล่างของหน้านั้น

    แต่ในบทความมันเลื่อนลงไปและย้อนกลับมาอ่านลำบาก ทำให้ลดอรรถรสในการอ่านไปนิด

    ผมเลยอยากแนะนำให้ใส่อธิบายในบรรทัดถัดไปเลยจะดีกว่าครับ จะได้ง่ายต่อการอ่านให้ลื่นไหลมากยิ่งขึ้น

    เนื้อเรื่องสนุกมาก ชวนติดตามในทุกตอน รู้สึกประทับใจเอธนะครับ ดูเท่มาก
    #44
    0
  6. #12 wondermomo (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2556 / 20:24
    อยากให้นางเอกเป็นปีศาจผสมอ่ะ ไม่รู้สิดูเท่ดี ฮ่าๆ 
    ยังเดาไม่ออกว่าใครจะเป็นพระเอกนะ แต่เรื่องนี้มันแปลกๆ ดี
    ติดตามต่อจ้า
    #12
    0