OTHER WORLDS : ออเทอร์เวิร์ลส

ตอนที่ 3 : บทที่ 1 : งานเลี้ยงวันเกิดและสุนัขในสวนเอรันเดล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 520
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    15 มี.ค. 57

บทที่ 1 
งานเลี้ยงวันเกิดและสุนัขในสวนเอรันเดล



 

          “แมรี่เป่าเค้กได้แล้ว!” หญิงสาวผมสีน้ำเงินเข้มดันมาริน่า สจ๊วตไปยืนหน้าเค้กวันเกิดหน้าผลไม้อย่างเร่งเร้า

  “ขออธิษฐานก่อนสิ" เธอหันไปบ่นกับเพื่อนสนิท

 วันนี้เป็นวันเกิดอายุครบสิบแปดปี แมรี่เฝ้ารอวันนี้มานานแสนนานเพราะอายุสิบแปดหมายถึงเธอจะได้รับการอนุญาตทำเรื่องต่างๆที่ผู้ใหญ่ทำได้มากขึ้น และแน่ล่ะว่าเธอกำลังจะเรียนจบไฮสคูลและเตรียมตัวเข้ามหาวิทยาลัยเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว หญิงสาวมองเทียนบนเค้กวันเกิด หลับตาอธิษฐานก่อนจะเป่าเทียนให้ดับพร้อมกับเสียงเฮจากบรรดาเพื่อนๆ

 “สุขสัตน์วันเกิดแมรี่!” ทุกคนพูดประสานเสียงกันพลางปรบมืออย่างยินดี แมรี่ไม่ใช่สาวฮอตแต่ก็มีเพื่อนเยอะแยะจนเธอจำชื่อเพื่อนบางคนในงานวันเกิดตัวเองไม่ได้ด้วยซ้ำ แมรี่เห็นมอลลี่เพื่อนสาวผมสีน้ำเงินไล่ฟาดพวกผู้ชายด้วยไม้เบสบอลโทษฐานทำแจกันของแม่เธอแตก เธอจัดงานวันเกิดตัวเองที่บ้านของมอลลี่มาหลายปีแล้วเพราะน้าสาวของเธอยุ่งกับงานพยาบาลและขอร้องให้เธอช่วยไปจัดงานวันเกิดที่อื่นโดยให้เงินมาจำนวนหนึ่งซึ่งเพียงพอกับงานเลี้ยงวันเกิดเล็กๆของเธอ หลังจากพ่อแม่ตายแมรี่ก็มาอาศัยอยู่กับน้าเอเวอลีนซึ่งเป็นน้องสาวแท้ๆ ของแม่ แมรี่ไม่มีญาติ(ที่คิดว่ายังมีชีวิตอยู่)เหลือในอังกฤษหรืออาจจะทั้งโลกนี้ เธอไม่มีทางเลือกมากนักเพราะตอนพ่อกับแม่ตายเธอยังไม่บรรลุนิติภาวะและต้องอยู่ในความดูแลของญาติสักคนซึ่งเหลือแค่น้าเอเวอลีน

“ดื่มหน่อยไม๊ อายุสิบแปดแล้วต้องดื่มให้หมดนะ!” เคท เพื่อนร่วมห้องสุดซ่าของเธออีกคนถือถ้วยสีฉูดฉาดมายื่นให้ แมรี่รับไว้แล้วซดไปอึกใหญ่ รู้สึกดีใจที่อายุสิบแปด นึกถึงอนาคตที่เธอต้องหางานพิเศษทำเพิ่ม เช่าห้องเล็กๆอยู่ ไปเที่ยวผับในคืนวันศุกร์ แค่คิดก็อดตื่นเต้นไม่ได้

“เอ้า โยกย้ายส่ายสะโพกกันหน่อยสาวๆ อย่าให้เครื่องเล่นเพลงฉันเป็นหมัน!” มอลลี่ตะโกนมาจากมุมห้อง เธอเพิ่มเสียงเพลงให้ดังขึ้น ทุกคนส่งเสียงร้องและเริ่มเต้นตามกันอย่างสนุกสนาน พวกผู้ชายที่ไม่รู้ไปเอาลูกรักบี้มาจากไหนกำลังผลัดกันขว้างเล่น แมรี่กระดกเครื่องดื่มแก้วแล้วแก้วเล่าจนนึกขึ้นได้ว่าต้องโทรศัพท์หาน้าเอเวอลีนเพื่อรายงานว่าทุกอย่างเรียบร้อยและเธอจะกลับบ้านตรงเวลา แมรี่เดินผ่านเพื่อนๆมาที่โซฟา คว้ากระเป๋าเป้ขึ้นมา

“แมรี่ระวัง!” เสียงตะโกนของใครสักคนดังมาจากมุมห้อง เธอหันขวับเจอเข้ากับลูกรักบี้พุ่งเข้าหาเธอ ด้วยความตกใจเธอยกมือขึ้นป้อง ลูกรักบี้พุ่งมาด้วยความเร็วแต่เหมือนมีบางอย่างชะลอมันไว้ มันช้าลงๆจนกลายเป็นหยุดนิ่งลอยคว้างอยู่กลางอากาศ แมรี่กะพริบตาปริบๆมองลูกรักบี้อย่างประหลาดใจ และเมื่อเธอหันซ้ายหันขวามองรอบๆ ห้องก็พบว่าทุกอย่างหยุดนิ่ง เพื่อนๆของเธอยืนทื่อตัวแข็งเป็นหิน แก้วเครื่องดื่มที่หลุดจากมือก็ลอยเท้งเต้งอยู่อย่างนั้น

“พระเจ้า...” แมรี่เอื้อมมือคว้าลูกรักบี้มาถือไว้ แล้วจู่ๆ เสียงเพลงก็ดังขึ้น แก้วน้ำตกพื้น เพื่อนๆทุกคนกลับมาเคลื่อนไหว แต่สิ่งที่เธอเห็นคือทุกคนต่างเบิกตากว้าง

“ให้ตายแมรี่ เธอรับลูกนั่นได้ยังไงเนี่ย!” เคทพูดขึ้น

“ไวสุดยอดมาก ฤดูกาลหน้าพวกนายเอาเธอเข้าทีมไปเลยนะ" มอลลี่หันไปบอกพวกผู้ชายที่ขว้างลูกใส่แมรี่

“นะ...นี่พวกเธอไม่เห็นเมื่อกี้เหรอ" แมรี่เลิกคิ้วประหลาดใจ ทำไมทุกคนทำเหมือนไม่เห็นสิ่งที่เกิดขึ้น

“เห็นสิ ก็เห็นว่าเอริคขว้างลูกไปทางเธอ เร็วมากจนดูไม่ทัน แต่เธอก็รับได้นี่ อยู่ในมือเธอนั่นไง" เคทว่า "ทำได้ไง เจ๋งสุดๆ"

“แต่ฉันไม่ได้รับได้ เมื่อกี้อยู่ดีๆ ทุกอย่างก็หยุด ลูกรักบี้ลอยอยู่กลางอากาศ ไม่งั้นฉันโดนอัดหน้าหงายไปแล้ว" แมรี่พยายามอธิบาย แต่ทุกคนกลับมองเธอด้วยสีหน้าฉงน

“เธอเมาแล้วล่ะแมรี่ นี่ใกล้ได้เวลากลับบ้านแล้วนี่ ฉันว่าน้าเอเวอลีนคงโกรธเธอแย่ถ้ารู้ว่าเธอเมาจนพูดไม่รู้เรื่องแบบนี้เนี่ย"

“เฮ้ฉันไม่ได้เมานะ ฉันเห็นทุกอย่างหยุดจริงๆ เหมือนใครก็ปุ่มหยุดในรีโมททีวีน่ะ"

“มันจะเป็นอย่างนั้นไปได้ยังไงล่ะแมรี่ เพ้อเจ้อ" เคทหัวเราะหึ แมรี่เห็นด้วยนิดๆ บางทีเธอคงจะเมาเข้าจริงๆ

“ฉันคิดว่าคงต้องกลับก่อน พรุ่งนี้จะรีบมาหาแต่เช้ามาและช่วยเก็บกวาดนะมอลลี่" แมรี่พยายามสลัดภาพในหัวออกให้หมด เธอไม่ควรดื่มเยอะขนาดนั้น ถ้ามันทำเธอเมาจนเห็นภาพหลอนได้คงอยู่ในระดับล้ำเส้นที่น้าเอเวอลีนขีดเอาไว้แน่ๆ

บ้านของมอลลี่ไม่ห่างจากบ้านของเธอเท่าไหร่ เดินไม่กี่นาทีก็ถึง เพียงแต่การเดินดึกดื่นในคืนวันอาทิตย์ที่ร้านรวงปิดไปหมดแล้วแบบนี้ทำให้ดูวังเวงหน่อยๆ เธอเดินเลียบถนนเวสต์บอร์นไปเรื่อยๆ ทุกสิ่งเงียบเชียบจนได้ยินเสียงฝีเท้าตัวเอง ความจริงถ้าเธอไม่ต้องห่วงเรื่องกฎกลับบ้านตรงเวลาของน้าเอเวอลีน การเมาค้างอยู่ที่บ้านมอลลี่น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า แมรี่เหลือบดูนาฬิกาข้อมือ เธอยังเหลือเวลาก่อนจะถึงเส้นตายกลับบ้าน ไม่รู้ว่าเธอยังดูเหมือนคนเมาหรืออะไรสักอย่างไหมจึงตัดสินใจเดินเลยซอยถนนเอลลิงตันที่เป็นทางเข้าบ้านไปที่สวนสาธารณะเอรันเดลสแควร์ คิดว่าจะเตร่จนกว่าจะมั่นใจว่าไม่มีอาการเมาค้างแล้วค่อยเข้าบ้าน แมรี่เดินฮัมเพลงไปเรื่อยจนรู้สึกว่าได้ยินฝีเท้าอื่นนอกจากฝีเท้าตัวเองบนถนน เธอหยุดยืน เงี่ยหูฟัง ทุกอย่างกลับเงียบเชียบจึงออกเดินต่อ ทางเข้าสวนสาธารณะอยู่ตรงหน้า เธอเร่งฝีเท้าเดินเข้าไปพลางหันมองซ้ายขวาแต่ไม่มีแม้เงาของสิ่งมีชีวิตอื่น

แมรี่หมุนเพิ่มเสียงเพลงในไอพอด เพลงตลอดไปของวงดาแรนซ์กำลังถึงท่อนโซโล่ของเอ็ดเวิร์ด มือกีต้าร์ที่แมรี่คลั่งไคล้

ตุบ! เสียงเหมือนของหนักตกลงกระทบพื้นดินแข็งๆดังจากด้านหลัง ดังพอที่จะกลบเสียงเพลงของแมรี่และทำให้เจ้าตัวสะดุ้งตกใจ เธอรีบหันหลังไปดู ภาพที่เห็นคือสุนัขสีดำ มีประกายไฟแวบวาบเหมือนกองเถ้าถ่านที่ไฟยังดับไม่สนิทตามขน มันแยกเขี้ยวขู่ก่อนจะคำรามใส่อย่างดุร้าย แมรี่ตกใจสุดขีดหันหลังออกวิ่งไม่คิดชีวิต เสียงอุ้งเท้าหนักๆของมันวิ่งตามหลังมาติดๆ แมรี่วิ่งเลี้ยวเข้าไประหว่างต้นไม้สองต้น หัวใจเต้นระส่ำ ไม่ว่าจะเป็นอาการเพ้อของคนอายุครบสิบแปดหรืออาการเมาค้างใดๆก็ตาม เธอสาบานได้ว่านี่ไม่ตลกแล้ว

เธอกระโจนขึ้นไปยืนบนท่อคอนกรีตทรงกลมที่อยู่ในส่วนปรับปรุงของสวน ไต่ขึ้นไปบนท่อที่วางซ้อนเป็นชั้นที่สองแล้วกวาดตามองรอบๆ เธอไม่เห็นสุนัขตัวนั้นแล้ว แมรี่หอบหายใจ หรือเธอเมาจริงๆ แต่จู่ๆเสียงวัตถุแหวกอากาศพุ่งเข้ามาจากด้านหลัง ยังไม่ทันจะหันไปมองให้ถนัดเธอก็ถูกร่างมหึมาของสุนัขตัวนั้นโถมเข้าใส่ลอยเคว้งตกลงมาจากท่อคอนกรีตหลังกระแทกพื้นอย่างแรง เธอขยับตัวไม่ได้ รู้สึกจุกไปหมด สุนัขดำตัวนั้นสยายปีก เธอตาไม่ฝาด มันมีปีก ปีกพังผืดคล้ายปีกค้างคาว มันกระโจนร่อนลงมาคร่อมร่างของแมรี่แยกเขี้ยวน้ำลายไหลเยิ้ม แมรี่กรีดร้อง เสียงเธอดังก้องไปทั้งสวน แถบนี้เป็นบริเวณที่พักอาศัย ต้องมีสักคนที่ได้ยินเสียงเธอ เธอภาวนาให้ใครสักคนเข้ามาช่วย สุนัขดำคำรามใส่ แยกเขี้ยวจะขย้ำ แมรี่ยกแขนขึ้นกันมันเลยงับเข้าที่แขนของเธอแทน เด็กสาวร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด
           จู่ๆ ก็มีแสงเรืองๆ สีขาวจากคอของเธอ ไม่ใช่จากคอ จากนาฬิกาพก รอยจารึกเปล่งแสงสีขาวและจ้าขึ้นเรื่อยๆ จนสุนัขตัวนั้นปล่อยแขนของเธอแล้วกระโดดถอยไปตั้งหลัก แมรี่ตัวอ่อนปวกเปียกอยู่กับพื้น แสงสว่างนั้นค่อยๆ ดับลง สุนัขดำตั้งท่าเตรียมกระโจนใส่เธออีกครั้ง คราวนี้หางของมันงอกยาว มันย่อตัวก่อนจะกระโจนเข้าใส่เธอ ทันใดนั้นเองเธอก็เห็นร่างของใครสักคนเข้ามาขวาง มือถือหอกโลหะด้ามยาวพุ่งใส่สุนัขตัวนั้น มันเสียบทะลุคอหอยจนสุนัขร้องโหยหวน ร่างของมันไถลมานอนนิ่งข้างๆ ร่างของเธอ ลุกไหม้กลายเป็นเถ้าถ่าน แมรี่หายใจถี่หอบ มองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างอ่อนล้า การลืมตาเป็นสิ่งที่ทำได้ยากเต็มที

“เป็นไรไหม" เสียงทุ้มนุ่มของร่างนั้นบ่งบอกว่าเขาเป็นผู้ชาย ชายหนุ่มหันกลับมามองเธอ เธอจำผมสีดำกับดวงตาสีเทานั้นได้

ผู้ชายในกระจก

แมรี่พยายามยันตัวลุกขึ้นนั่ง อาการเจ็บที่แขนแล่นแปลบไปทั่วร่าง เธอครางเสียงแผ่ว ชายหนุ่มคนนั้นรีบย่อตัวลงมาพยุงร่างของแมรี่ เธอหายใจไม่ถนัด รู้สึกเหมือนปอดกำลังหยุดทำงาน

“เธอโดนซิบิลิสกัด" เขาชักมีดเล่มเล็กจากเข็มขัด กรีดแขนเสื้อเธอแล้วฉีกออก แขนข้างขวาของแมรี่ชโลมไปด้วยเลือด จู่ๆ ก็มีแสงส่องสว่างจากข้อมือ เป็นลวดลายบางอย่างที่คุ้นตา -รอยสลักบนนาฬิกาพก- แมรี่จำได้ ชายหนุ่มตาเบิกโพลง

“กลีฟ!” เขาว่า "เป็นไปไม่ได้ เธอกำลังจะตาย" เสียงของเขาเบาลง แมรี่ไม่ทันจะได้เอ่ยปากพูดอะไรทุกสิ่งทุกอย่างก็วูบหายไปกลายเป็นความมืด สิ้นสติรับรู้ไปในที่สุด

 ***

“ช่วยอะไรได้ไหมแมท ฉันเจอเธอโดนซิบิลิสไล่ขย้ำอยู่ในโลกเบื้องหน้า" แมรี่ได้ยินเสียงของผู้ชายคนที่ช่วยเธอไว้ เธอเริ่มรู้สึกตัวแต่ยังลืมตาไม่ขึ้น

“ซิบิลิสเป็นหนึ่งในสัตว์นรกที่เป็นกริมม์ ถ้ามันออกมาทำร้ายใครนั่นหมายความว่ามันจะย้อมดวงวิญญาณเหยื่อให้เป็นสีดำแล้วลากลงนรก นายไปฆ่ามันแล้วช่วยเธอมา นี่นายว่างจนอยากมีปัญหากับโลกเบื้องล่างหรือไง” เสียงผู้ชายอีกคนดังขึ้น รู้สึกว่าเขายืนอยู่ใกล้เธอมาก

“แต่เธอมีกลีฟนะแมท" อีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงของหญิงสาว

“ถ้าซิบิลิสไล่ล่าเธอนั่นหมายความว่าคนจากโลกเบื้องล่างต้องการดวงวิญญาณของเธอ แถมมันไม่ใช่หมานรกทั่วไป มันเป็นหนึ่งในกริมม์ เอธฆ่ากริมม์"

“กริมม์ไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องวิญญาณที่มีกลีฟนำทาง แม้แต่ยมทูตก็ไม่มีสิทธิ์ วิญญาณของเธอเป็นของที่นี่"

“แหงสิ ก็นายพาเธอมาแล้วนี่"

“เฮ้ เธอฟื้นแล้ว" เป็นเสียงของผู้หญิงที่ดังอยู่ใกล้ร่างเธอมากที่สุด แมรี่กะพริบตาถี่ๆ เธอเห็นหญิงสาววัยรุ่นอายุเท่าๆเธอกำลังมองมาไม่วางตา เธอมีผมสีบลอนด์สว่างและหน้าตาสวยมาก

“มานี่ เธอลืมตากว้างๆได้ไหม ขอดูตาเธอหน่อย" ชายหนุ่มแปลกหน้าผมสีน้ำตาลเข้มเดินมานั่งลงข้างๆร่างของแมรี่ เธอพยายามพูด แต่ขยับปากไม่ได้เลย ร่างชาไปหมด ชายหนุ่มคนนั้นน่าจะเป็นคนที่ชื่อแมท เขาดูหนุ่มมาก ผิวขาวจบเกือบซีดและหน้าเรียวเหมือนนายแบบ

“กลีฟกำลังปกป้องไม่ให้วิญญาณของเธอถูกย้อม สีตาของเธอเลยไม่กลายเป็นสีดำ แปลว่ามันเอาเธอลงนรกไม่ได้แน่ๆ"

“ฉันจำได้ว่าให้นายรักษาเธอ ไม่ได้ให้บอกว่าตายแล้วเธอจะไปโลกไหน" ชายหนุ่มคนที่ช่วยแมรี่เอาไว้แทรกขึ้นมา

“ก็บอกนายแต่แรกแล้วว่าทำไม่ได้ กลีฟเรืองแสง นั่นหมายถึงเธอกำลังจะตาย มันกำลังนำทางเธอ ฉันมีพลังรักษาคนที่เจ็บ ไม่ใช่คนที่ตายแล้ว" แมทว่า ร่างของแมรี่กระตุก เธอหายใจไม่ออกอีกครั้ง รู้สึกบิดเกร็งไปทั้งตัว

“ชะ... ช่วยด้วย" เพียงคำเดียวที่หลุดออกจากปากของหญิงสาว แมทส่ายหน้า

“เธอยังไม่ตาย แค่กำลังจะตาย!” เอธแย้ง ถลึงตามองแมทอย่างเอาเรื่อง

“ใจเย็นๆน่าเอธ กลีฟปรากฏหมายถึงเราช่วยเธอไม่ได้แล้ว นายก็รู้ว่าพิษของซิบิลิสมีโทษตายเท่านั้น เธอรอดมาจนถึงที่นี่นั่นก็เก่งมากแล้ว" ผู้หญิงผมบลอนด์ลุกขึ้นเดินไปจับมือของเขาไว้

“เราต้องปล่อยให้เธอตาย ฉันช่วยเธอไม่ได้จริงๆ" แมทหันมามองแมรี่ที่บัดนี้ดิ้นทุรนทุราย ภาพตรงหน้าหมุนเคว้ง หูบอด ตาพร่า แล้วทุกสิ่งทุกอย่างก็หายวับไป 



โปรดติดตามตอนต่อไป

----------------------------------------------------------------

reference images


ถนน(ซอย)เอลลิงตันในอิสลิงตัน ลอนดอน บ้านของแมรี่กับน้าเอเวอลีน


สวนเอรันเดลสแควร์ ถนนเวสต์บอร์น ละแวกบ้านของแมรี่

 


-------------------------

TALK

สวัสดีค่ะ วันนี้รีบเอาบทที่ 1 มาลง เพราะกลัวจะหาเวลาว่างไม่ได้ สำหรับเรานับว่าบทนี้คือตอนแรกค่ะ ยังไงก็ขอฝากผลงานแนวโรแมนติกแฟนตาซีเรื่องออเทอร์เวิร์ลสนี้ไว้ด้วยนะคะ 

ปล. เรื่องนี้มีโลเคชั่นในกรุงลอนดอนประเทศอังกฤษค่ะ เราพยายามอ้างอิงถึงสถานที่ให้สมจริงที่สุด ถ้าเป็นสถานที่สำคัญๆในเรื่องเราจะแปะรูปreferenceจากสถานที่จริงให้นะคะ จะได้อินและนึกภาพออกค่ะ :D 

ยังไงก็ขอฝากเรื่องนี้ไว้ในอ้อมใจ ถ้าชอบก็แอดfavไว้ คอมเม้นต์ติชมหรือพูดคุยกับเราได้ทุกเมื่อค่ะ ขอบคุณมากค่ะ :)


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

229 ความคิดเห็น

  1. #229 anglebeebee (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 เมษายน 2560 / 14:19
    ติดตามค่ะ เพิ่งมาเจอ
    #229
    0
  2. #129 Esperanza (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 เมษายน 2557 / 17:13
    สรุปว่าแมรี่ไม่น่ารอดสินะ แต่ขอกรี๊ดเอ็ธหน่อยค่ะ
    พี่นิสาข้อมูลแน่นมากอ่ะค่ะิถนนหนทางก็ตามความเป็นจริงหมดเลย เก่งจังค่ะ
    อืมมม... พลอยน่าจะมาอ่านเรื่องนี้ได้ตั้งนานละ 555
    #129
    0
  3. #96 zXdarkbutteflyXz (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 มีนาคม 2557 / 05:19
    ตรงช่วงท้ายตอน ประโยคที่สาวผมบรอน พูด เธอรอดมาที่นั้น ?  หมายถึงพามาที่นี้ หรือรอดมาที่ีนี้ได้ หรือป่าวค่ะ ที่นั้นมัน งงๆ
    #96
    0
  4. #90 Tien-ToT (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 มีนาคม 2557 / 21:28
    สำนวนดีมาดๆๆค่ะ ไม่ทราบว่าจะทำเป็นกนังสือไหม่ค่ะ อยากได้ค่ะ ชอบแนวนี้มากๆๆ อยากได้ทั้งสามเล่มเลยค่ะ
    #90
    0
  5. #50 Thumbelinah (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 มกราคม 2557 / 11:39
    โอ้วพระเจ้า... ? แมรี่ สจ๊วตเปิดฉากตัวเองได้เริ่ดมาก!
    หมาบ้านั่นหน้าตบจริงๆ -__-" ทำไมต้องทำแมรี่ง่ะ ?
    อ่านแล้วเห็นภาพหมดเลย ^^ ชอบมากกก!!! ลุ้นสุดๆ เหมือนอยู่ในภวังค์ของแมรี่ สจ๊วต!
    #50
    0
  6. #43 Honey Crown (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 มกราคม 2557 / 12:02
    ตั้งแต่อ่านนิยายในเด็กดีมานับว่าเรื่องนี้ภาษาสวยสุด ๆ หาตัวจับได้ยาก

    ไม่ค่อยมีคนเขียนแฟนตาซีอารมณ์นี้เท่าไหร่ นับว่าเรื่องนี้เป็นของหายากที่ต้องจับตามองและอ่านอย่างเป็นความรู้

    เพราะสำนวนการใช้ภาษา ถ้ามือใหม่มาได้อ่าน เชื่อว่าจะได้แนวคิดการใช้ภาษาไปประยุกต์อย่างถูกต้องอีกบานตะไท

    ผู้ชายในกระจกชวนให้เราสงสัยว่าเขาจับตามองดูเธอหรือ ถึงได้ปรากฏตัวออกมาช่วย แมรี่จะตายจริงหรือเปล่านะ ลุ้นสุดตัว

    มีคนจ้องเอาวิญญาณนางเอก บทบรรยายต่อสู้ทำให้เห็นภาพชัดเจนเลย ถ้าเป็นผมจะเตะหมาซิบิลิสให้ร้องเลย หมั่นไส้ส่วนตัวเบา ๆ แล้วค่อยแทงมันทีหลัง ฮ่า ๆ
    #43
    0
  7. #27 Marie (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 มกราคม 2557 / 21:11
    ก็เฟี้ยวดีอ้ะนางเอกตายตั้งแต่เริ่มเรื่อง5555 
    เชอะ!ไม่อยากจะอวดเลยว่ะแมรี่เราอ่ะได้ทำทุกอย่างที่เธออยากทำตั้งแต่อายุสิบหกล้าววว (ยกเว้นมีความรัก!)#แล้วเมิงจะมาข่มนางเอกนิยายเค้าไปเพื่อนอาไร! #หมั่นไส้มันสวยกว่าหนูฮ่าๆๆ

    อิตัวซิฟิลิสซิบิเลิสไรนี่ก็โหดร้ายว่าแต่กริมนี่มันคืออะไรอ่ะพี่สา น่าสงสัยมากติดตามต่อไป ++

    พีเอส. บอกก่อนเลยว่าบีมเป็นโรคชอบพระรองมากกว่าพระเอกเพราะฉะนั้น..บีมจองแมท!!!!
    #27
    0
  8. #10 wondermomo (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2556 / 15:41
    นางเอกต้องเป็นตัวอะไรสักอย่างแหละ ครึ่งๆกลางๆไม่ใช่คนแน่นอน ฮ่าๆ
    แต่ฉากสุดท้ายนี่แหม่ อุส่าห์ลากมาแต่จะปล่อยให้นางเอกตายซะงั้นเอาไงๆ
    ปล. ชอบคาแรกเตอร์นางเอก อเล็กซ์ตาสวยมากมาย
    #10
    0
  9. #3 Diarlekus_Luwvelch (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2556 / 14:11
    เนื้อเรื่องน่าสนใจอ่ะ อ่านแล้วคล้ายๆนิยายแปลเลย
    #3
    0