OTHER WORLDS : ออเทอร์เวิร์ลส

ตอนที่ 27 : บทที่ 25 : ความหวัง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 140
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    6 ก.ย. 57

บทที่ 25 ความหวัง


H  O  P  E 
 

            “ให้ตายเถอะวิล นายทำอะไรซักอย่างสิ" แซมเอ่ยอย่างหมดความอดทนหลังจากมองวิลนิ่งคิดอยู่นาน ทั้งคู่ช่วยกันห้ามเลือดแล้วพาร่างของแมทมาด้านข้างจตุรัสให้พ้นจากการต่อสู้ แต่วิลยังไม่มีทีท่าจะลงมือช่วยเหลือใดๆ

            “นี่ซาแมนธ่า วิธีที่ฉันคิดได้มันไม่ใช่วิธีที่ดีเลย และฉันกำลังตัดสินใจว่าจะเลือกช่วยเขาด้วยวิธีบ้าๆ นี่หรือปล่อยเขาตายจะดีกับเขามากกว่ากัน" วิลหันมาอธิบาย

            “ฉันตัดสินใจให้ช่วยเขา ได้ยินไหมวิล ช่วยแมทไม่ว่าจะด้วยวิธีอะไร พวกสายเลือดแองเจิลมักอ่อนแอกว่าเดวิล พ่อของเขาฝากให้ฉันกับเอธคอยปกป้องแมทมาตั้งแต่เด็กๆ ฉันจะกลับไปเจอเลียมได้ยังไงถ้าแมทเป็นอะไรไป"

            วิลกัดริมฝีปาก แววตาของเขาไหววูบเหมือนไฟในตะเกียงหลังจากได้ยินสิ่งที่แซมบอก "กลับไปบอกเขาด้วย ว่าเขาติดหนี้ฉันอยู่" เขาทอดสายตามองร่างของแมทที่บัดนี้ขาวซีดไร้สีเลือด ลมหายใจรวยริน "ฉันจะใช้พลังย้อนเวลาคืนสภาพวัตถุเพื่อสมานแผลของเขา" วิลบอก แซมเบิกตากว้าง

            “ใช่แล้ว จะรออะไรล่ะ ช่วยเขาสิ"

            “แต่มันต่างกับพลังรักษาของแมทธิว พลังของเขาคือการฟื้นฟู แต่ของฉันมันไม่ใช่ มันคือการย้อนเวลากลับไปตั้งแต่ตอนที่เขายังไม่มีแผล กล้ามเนื้อ เส้นเลือด เซลล์ทุกเซลล์จะถูกดึงกลับเข้าหากัน เขาจะเจ็บมาก เจ็บมากๆ" วิลว่า แซมนิ่งงัน เธอลืมคิดถึงข้อนี้ "ฉันไม่ได้อยากทำให้เธอใจเสีย แต่การทำแบบนี้เท่ากับให้แมทธิวต้องรับความเจ็บปวดแบบเดียวกับตอนที่ถูกแทงซ้ำอีกหน ฉันถึงลังเลที่จะทำมัน"

            “ฉันต้องทำไงบ้าง ฉันจะช่วยอะไรได้บ้าง" แซมถามเสียงอ่อน

            “จับขาเขาไว้ ให้แน่นที่สุด สวดมนต์ให้เขาด้วยเลยก็ได้ถ้าพวกวิญญาณสีเทาจะมีบทสวดหรืออะไรทำนองนั้น" วิลทาบฝ่ามือไปที่หน้าอกของแมท ออกแรงกดในขณะที่มืออีกข้างอังไว้เหนือบาดแผล เขาหลับตาลง ทันใดนั้นร่างของแมทกระตุก เขาดิ้นพล่านร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด วิลแข็งใจดันร่างของแมทให้กลับไปแนบกับพื้น

            “เข้มแข็งไว้แมทธิว" แวมไพร์หนุ่มกระซิบ เขามองแผลของแมทค่อยๆ สมานขณะที่ร่างของเจ้าตัวกลับบิดเกร็งอย่างทุกข์ทรมาน สองมือคว้าแขนของวิลข้างที่กดหน้าอกเขาไว้กับพื้น พยายามดึงออก แต่สู้แรงแวมไพร์หนุ่มไม่ได้

            “วิล... เร็วหน่อย เขาดูไม่โอเค" แซมพูดเสียงค่อย น้ำตาซึม เธอต้องทนเห็นเพื่อนสนิททุรนทุรายแบบนี้โดยที่ตัวเองช่วยอะไรไม่ได้เลย ข้อมือของวิลเกิดรอยไหม้ กลีฟของซาเธลิสกำลังเล่นงานเขา แวมไพร์มีพลังสมานแผลแต่ดูเหมือนเขากำลังอ่อนแอ เป็นครั้งแรกที่แซมเห็นวิลมีเหงื่อออก

            “อย่าตายนะแมทธิว นายยังไม่ได้เลี้ยงเลือดฉันซักแก้วเลย" วิลพึมพำ ทันทีที่แผลสมานกันจนสนิท วิลหยุดใช้พลัง ลืมตามองร่างแมทที่แน่นิ่งไปด้วย วิลใช้นิ้วจับชีพจรของชายหนุ่ม "ยังไม่ตาย" เขาว่าพลางหันมามองแซมที่ถอนหายใจอย่างโล่งอก เธอโผเข้ากอดเขาแน่น "ขอบคุณมาก ขอบคุณมากจริงๆ"

            “ถึงยังไงฉันก็ไม่ชอบผู้หญิงขึ้นมาหรอกนะซาแมนธ่า" วิลขยิบตาให้ แซมหัวเราะ "ไว้แมทรู้สึกตัวฉันจะให้เขามากอดนายด้วย นายคงไม่ปฏิเสธ"

            “ฉันไม่เคยปฏิเสธอ้อมกอดจากหนุ่มๆ หรอกสาวน้อย" เขายิ้มกว้าง "ฉันต้องพาเขาไปที่ปลอดภัยกว่านี้ มาช่วยกันหน่อย"

            “นายอุ้มเขาได้สบายๆ อยู่แล้ว" แซมว่า

            “หมายถึงช่วยเคลียร์เส้นทางให้น่ะ" แวมไพร์หนุ่มพยักพเยิดไปทางจตุรัสที่ยังคงต่อสู้กันชุลมุน พวกปีศาจรู้ว่ากุญแจไม่ได้อยู่ในวิหารแล้วจึงล่าถอย แต่นักล่าส่วนหนึ่งยังคงไล่ตามปีศาจเหล่านั้นเพื่อสังหารให้สิ้นซาก

***

            ณ หอผู้พิทักษ์ แมรี่ได้แต่มองผนึกพันธสัญญาที่เปลี่ยนเป็นสีแดงส่องแสงแวววับ รู้สึกผิดอย่างมหันต์ที่ซ่อมศิลาวิปลาสให้แคสเตอร์

            “แกได้สิ่งที่ต้องการแล้วแกก็ปล่อยเราไปสิ" แมรี่โพล่งขึ้น

            “ดูเหมือนว่าจะยังไม่หมดจากที่เราตกลงกันไว้นะคุณสจ๊วต" แคสเตอร์ปรายตามองมาที่แมรี่และเอธ "คุณยังไม่ได้ใช้กุญแจแห่งเคบริทเลยนี่"

            “ฉันไม่ยอมพาปีศาจจากโลกเบื้องล่างมาที่นี่เด็ดขาด" แมรี่ส่ายหน้า

            “คุณไม่มีทางเลือก ฉันบอกไปแล้ว" แคสเตอร์ผายมือไปในอากาศ เกิดจอภาพโปร่งแสงขนาดใหญ่ขึ้นตรงหน้า จอนั้นแสดงภาพของห้องๆ หนึ่ง แมรี่เบิกตากว้าง เธอจำมันได้ดี มันคือห้องนอนของน้าสาวที่อิสลิงตัน

            “น้าเอเวอลีน!” เธอรีบวิ่งมาหยุดอยู่ที่หน้าจอภาพ ชั่วพริบตาเธอเห็นร่างของน้าถูกลากเข้ามาในห้องโดยปีศาจหน้าตาน่าเกลียดน่ากลัวสองตน ภาพนั้นไร้เสียง แต่ดูจากสีหน้าของน้าสาว เธอรับรู้ได้ว่าเอเวอลีนกำลังหวาดกลัว "ปล่อยเธอนะ เธอไม่รู้เรื่องอะไรเลย!”

            “เกรงว่าเธอต้องเข้ามาเกี่ยวตั้งแต่คุณก้าวข้ามพิภพมาสู่ออเทอร์เวิร์ลสแล้วคุณสจ๊วต ผู้หญิงคนนั้นเลี้ยงคุณมา และเชื่อสิว่าเธอรู้อะไรหลายๆ อย่าง"

            “อย่าทำเด็ดขาดนะแมรี่" ไบรอันพูดขึ้น "เธอกำลังจะทำลายที่นี่"

            “นั่นมันเพราะนายร่วมมือกับเขาไม่ใช่หรือไบรอัน!” เอธตะคอก "นายทรยศพวกเรา"

            “ฉันทำเพื่อเชื้อสายเดวิล" ไบรอันว่า เอธหรี่ตา “นายทำเพื่อตัวเอง"

            “พอได้แล้ว!” แมรี่ขัดขึ้นกลางคัน "นั่นน้าสาวของฉัน"

            “ถูกต้องคุณสจ๊วต คุณต้องทำ หรือจะให้พวกปีศาจหักแขนหล่อนทีละข้างเพื่อกระตุ้นคุณดี" แคสเตอร์ยกมือขึ้นให้สัญญาณ ปีศาจในจอคว้าแขนของเอเวอลีนทันที "เดี๋ยว!” แมรี่ร้องลั่น "โอเค ฉันจะทำ ฉันจะทำ" แมรี่หยิบกุญแจสีทองขึ้นมาจากกระเป๋ากางเกง เธอเหลือบมองเอธ เขามองตอบ สีหน้าว่างเปล่า อ่านไม่ออก เขาไม่ได้อยากให้เธอทำ แมรี่รู้ดี แต่เอธลำบากใจที่จะห้ามเพราะมันขึ้นอยู่กับความเป็นความตายของน้าเอเวอลีน

            ประตูสวรรค์ จู่ๆ ก็มีเสียงดังก้องเข้ามาในโสติประสาท เธอจำได้ดี เสียงของผู้ชายในความฝัน เสียงของซาเธลิส

            หนูต้องทำยังไงคะ เธอถามในใจ แต่ไร้ซึ่งคำตอบกลับมา แมรี่ย่นคิ้ว

            “รออะไรอยู่ เปิดประตูพิภพ เชื่อมโลกเบื้องล่างกับที่นี่ซะ!” แคสเตอร์ขึ้นเสียง เอธพยายามดิ้นรนให้หลุดจากพันธนาการ เช่นเดียวกับไบรอันที่พยายามสลัดทวารบาลสองนายให้หลุด “แมรี่ ถ้าเธอทำ ฉันจะเผาเธอซะ" เขาเอ่ยเสียงดังฟังชัด

            “หุบปาก!” แคสเตอร์หันไปตะคอกทวารบาลหนุ่ม เสียงของเขาดังก้องไปทั่วทั้งหอผู้พิทักษ์ ร่างของไบรอันถูกยกขึ้นจากพื้นแล้วถูกกระชากกลับลงมากระแทกพื้นหินอ่อนอย่างแรง เขาหมดสติในทันที

            “เห็นสิ่งที่ฉันทำได้แล้วก็ช่วยทำตามที่ขอด้วยคุณสจ๊วต" เขาว่า แมรี่กลืนน้ำลาย รู้สึกสับสนไปหมด

            ประตูสวรรค์แมรี่ เปิดประตูสวรรค์ เสียงนั้นเอื้อนเอ่ยกับเธออีกครั้ง เธอกะพริบตาปริบๆ

            ใช่แล้ว ประตูสวรรค์ แมรี่นึกในใจ เธอหลับตาลง แผลที่มือของเธอยังเปิดอยู่ แต่เลือดหยุดไหลแล้ว แมรี่กัดฟันกำมือจิกเล็บเปิดแผลอีกครั้ง เลือดค่อยๆ ไหลย้อนมาตามง่ามนิ้วและหยดลงพื้น ทันทีที่ลืมตาขึ้น กุญแจสีทองในมือก็สลายเป็นผุยผง ปลิวว่อนอยู่ในอากาศ แคสเตอร์มองภาพตรงหน้าตาไม่กะพริบ เขาไม่เคยเห็นอำนาจของกุญแจแห่งเคบริทมาก่อน แววตาสีฟ้าของแมรี่วูบไหว เธอเหลือบมองเอธ เขาขยิบตาให้ ชายหนุ่มแอบปลดตรวนออกได้ในที่สุด แต่ทั้งแคสเตอร์และทวารบาลที่เหลือต่างมุ่งความสนใจมายังละอองสีทองประกายที่กำลังก่อรูปเป็นประตูพิภพบานใหญ่ เกิดแสงสว่างวาบ แล้วแมรี่ก็เปิดประตูสำเร็จ เธอหันมามองแคสเตอร์ "ฉันสร้างประตูให้แล้ว" เธอว่า แคสเตอร์พรายยิ้ม มองเข้าไปในประตู เกิดเป็นละอองฝุ่นคละคลุ้งอยู่ภายใน

            “บรรดาอสูรร้ายจากพิภพเบื้องล่าง บัดนี้ทวารแห่งโลกเบื้องหลังเปิดออกแล้ว จงรับคำเชิญของข้าแล้วมาสู่ดินแดนนี้เถิด" เขาประกาศก้อง แมรี่เหลือบมองจอแสดงภาพ ปีศาจสองตัวยังคงจับน้าสาวของเธอไว้ "ปล่อยเธอสิ ฉันทำทุกอย่างแล้ว" แคสเตอร์ส่ายหน้า "ดูเหมือนหล่อนยังใช้เป็นเครื่องต่อรองได้อยู่นะคุณสจ๊วต" เขายิ้มให้ แมรี่กัดฟัน "แกโกหก!”

            “ฉันไม่เคยรับปากนี่คุณสจ๊วต" เขาพูดใส่เธอด้วยประโยคเดียวกับที่พูดกับไบรอัน แมรี่ก้าวถอยหลังให้ห่างประตูพิภพบานใหญ่ จ้องมันไม่วางตา ฝุ่นละอองภายในหมุนเคว้งเกิดเป็นกลุ่มก้อนสีขาวและก่อเป็นร่างคน แคสเตอร์ผายมือออกเตรียมต้อนรับ ทว่าสิ่งที่ก้าวผ่านประตูออกมากลับไม่เป็นดั่งที่เขาคาดหวัง ร่างของบุรุษรูปงามผมสีทองสุกปลั่งมือหนึ่งถือคทาโลหะ

            “เคบริท...” แคสเตอร์พึมพำ เขาหันมาหาแมรี่ จ้องเธอตาถลน "แก นังตัวแสบ!” เขาใช้มนต์ยกร่างแมรี่ขึ้นแต่เทวดาเคบริทสยายปีกนกคู่ใหญ่โฉบมาคว้าร่างเธอไว้แล้วพาเธอลงสู่พื้น หันไปเขวี้ยงคทาใส่แคสเตอร์ ท่อนโลหะเปลี่ยนเป็นเชือกมัดร่างของเขาไว้แน่นหนา แคสเตอร์ล้มลงกับพื้น ทวารบาลสี่นายตรงเข้ามาพร้อมจะสู้ เอธกระโดดลุกขึ้น ไร้ซึ่งพันธนาการ เข้าไปสู้กับพวกนั้นด้วยมือเปล่า แมรี่หันไปมองในจอภาพ ปีศาจทั้งสองมีทีท่าตกใจที่เห็นเคบริท พวกมันหยิบมีดเล่มยาวขึ้นมาหวังจะปลิดชีพน้าสาวของเธอ ขณะที่มันเงื้อมือ แมรี่ใช้พลังหยุดเวลา ปีศาจทั้งสองนิ่งค้างอยู่อย่างนั้น เอเวอลีนมองซ้ายขวาด้วยสีหน้าเลิกลัก "หนีไปค่ะน้า หนีไป!” แมรี่ตะโกนลั่น ไม่รู้ว่าน้าสาวจะได้ยินเธอไหมแต่คิดว่าเธอคงอยากเอาชีวิตรอด เอเวอลีนสบตาแมรี่ครู่หนึ่งก่อนจะรีบวิ่งออกจากห้องไป จอแสดงภาพสลายไปในอากาศ แมรี่กลับมาจดจ่อกับการต่อสู้ที่เกิดขึ้น เอธก้มหลบก่อนจะเหวี่ยงขาเตะไปที่ทวารบาลคนหนึ่ง ใช้เวลาไม่นานก็ล้มทวารบาลไปสองนาย อีกหกนายถอยไปที่มุมห้องเพื่อตั้งหลัก ส่วนเคบริทก้าวไปยืนค้ำร่างของแคสเตอร์ที่มองตอบด้วยสายตามาดร้าย

            “เจ้าทำผิดข้อตกลงของออเทอร์เวิร์ลส ทายาทแห่งนูริก" เขาเอ่ยเสียงก้อง เป็นครั้งที่สองที่แมรี่เห็นอัครเทวดา เจ้าของกุญแจแห่งสวรรค์ "ธีรอสพิพากเจ้าให้แตกดับ" แคสเตอร์หัวเราะ "ฮ่าๆ เทวดาไม่มีสิทธิ์พิพากษาวิญญาณสีเทา เรามีสภาและการตัดสินของเราเอง วิญญาณฉันเป็นเดวิล พวกแกไม่มีอำนาจเข้ามายุ่ง"

            “วิญญาณสีเทาคือวิญญาณสีเทาทายาทแห่งนูริก ไม่ใช่ทั้งเดวิลหรือแองเจิล เมื่อแตกดับที่ๆ เดียวที่ต้องไปคือพิภพที่ว่างเปล่าของธีรอส ซาเธลิสสร้างโลกนี้ และเขาไม่อนุญาตให้วิญญาณสีอื่นเข้ามารุกล้ำ แม้แต่เทวดาจากโลกเบื้องบน กุญแจนี่ถึงได้รับการรักษาจากพวกมนุษย์เสมอมา" เคบริทผายมือไปที่ประตู

            “หึ... ผนึกพันธสัญญาถูกเปลี่ยนแล้ว สงครามจะเกิดเคบริท โลกเบื้องบนรับภาระปกป้องออเทอร์เวิร์ลสที่เหลือและโลกเบื้องหน้าไม่ได้" แคสเตอร์ว่า

            “เราปกป้องตัวเองได้แคสเตอร์!” เอธพูดเสียงดังขณะเหวี่ยงร่างทวารบาลคนสุดท้ายลงไปกองกับพื้น เขาเดินมายืนข้างแมรี่

            เคบริทกำหมัดก่อนจะทิ้งตัวลงฝังกำปั้นเข้ากลางอกของแคสเตอร์ ร่างของผู้คุมกฎแห่งสภาสูงกระตุกตัวโยนก่อนจะแน่นิ่ง ตาเหลือกค้างกลายเป็นสีดำสนิท เมื่อถอนหมัดออกเกิดฝุ่นเถ้าธุลีปกคลุมร่างของเขา แล้วจึงสลายหายไปในอากาศ แมรี่ไม่เคยเห็นวิญญาณสีเทาแตกดับมาก่อน มันเป็นความตายที่หมดจดไม่หลงเหลืออะไรเลย เคบริทลุกขึ้น หันมามองแมรี่

            “ทายาทแห่งซาเธลิส เจ้าช่วยโลกเบื้องหลังไว้" เขาเอ่ยก่อนจะยิ้ม "ทูตสวรรค์จะไปถึงตัวน้าสาวของเจ้าและคุ้มครองจนกว่าเธอจะปลอดภัย ต่อไปนี้สงครามอาจเกิดขึ้นเมื่อใดก็ได้ อีกอย่าง ดวงวิญญาณของเจ้ายังเป็นที่ต้องการ ขอให้เจ้าระวังตัว"

            “เราเปลี่ยนผนึกให้กลับเป็นอย่างเดิมไม่ได้หรือคะ" แมรี่ถาม เคบริทส่ายหน้า "วัตถุศักดิ์สิทธิ์มิอาจเปลี่ยนได้ด้วยพลังของวิญญาณสีใดก็ตาม พลังของวัตถุศักดิ์สิทธิ์ด้วยกันเท่านั้นที่ทำได้"

            “เราใช้ศิลาวิปลาสเปลี่ยนก็ได้นี่คะ"

            “ศิลานี่ไม่ขานรับสายเลือดอื่นใดนอกจากนูริก แต่เท่าที่เจ้าเห็น มันเสียหายมากเกินกว่าจะซ่อม ถึงมีใครที่ใช้มันได้ศิลาวิปลาสก็ไม่หลงเหลือพลังใดๆ แล้ว" เคบริท หยิบศิลาสีเขียวมรกตขึ้นมาพินิจ สีของมันเข้มขึ้นจนกลายเป็นสีดำ

            “มันเป็นความผิดของฉันเอง" หญิงสาวว่า

            “ไม่มีใครล่วงรู้สิ่งที่จะเกิดขึ้นได้หรอกทายาทแห่งซาเธลิส เจ้าทำเพื่อปกป้องคนที่เจ้ารัก ไม่มีใครโทษเจ้าที่หลงอุบายชั่วช้าของทายาทแห่งนูริก"

            “ฉันควรทำอย่างไรต่อคะ ถ้าพวกปีศาจยังต้องการตัวฉันอยู่"

            “แล้วเจ้าจะรู้เองมาริน่า กุญแจสวรรค์เป็นของเจ้าแล้ว ตอนนี้มีเพียงเจ้าที่ใช้มันได้ จงเก็บมันไว้กับตัว เจ้าเป็นเด็กฉลาด ซาเธลิสจะภูมิใจในตัวเจ้า" แมรี่ส่ายหน้า "ฉันทำมันไม่ได้ คนที่บอกให้ฉันเปิดประตูโลกเบื้องบนแทนที่จะเป็นโลกเบื้องล่างคือซาเธลิส เขาบอกฉัน ฉันเป็นแค่เด็กผู้หญิงอายุสิบแปด เพิ่งจะตายอีกต่างหาก" เธอว่า เคบริทเดินเข้ามาใกล้ๆ ยื่นมือมาตรงหน้าเธอ สาส์นกระดาษสาม้วนผูกด้วยเชือกสีทองปรากฏขึ้นในมือเขา "นี่คือคำรับรองจากโลกเบื้องบน ขอให้เจ้าพำนักที่โลกเบื้องหลังนี้ ที่นี่คือบ้านของเจ้ามาริน่า และมันจะเป็นเช่นนั้น" แมรี่รับสาส์นนั้นไว้ในมือ "ขอบคุณค่ะ" เธอเอ่ยเสียงค่อย

            “ลาก่อนทายาทแห่งซาเธลิส ข้าไม่มีสิทธิ์อยู่ที่โลกนี้ได้นานไปกว่านี้ แล้วพบกัน" เคบริทสยายปีกอีกครั้ง  ทะยานขึ้นไปเกือบถึงเพดานแล้วร่อนลง พุ่งหายเข้าไปในประตูพิภพ หลังจากประตูสลายไป และคืนสภาพเป็นกุญแจดอกสีทองอร่ามอีกครั้ง แมรี่หันมาหาเอธที่ยืนอยู่ข้างๆ เขารั้งตัวเธอเข้าไปกอดแน่นๆ "เธอทำดีแล้วแมรี่" เขากระซิบ หญิงสาวกอดตอบเขาเช่นกัน รอยแผลตามตัวของเอธจางจนแทบมองไม่เห็นแล้ว เหลือแต่แผลใหญ่ที่หัวไหล่ แมรี่ไม่สนใจ เธอเงยหน้ามองเอธให้เต็มตา เธอยังมีชีวิตอยู่และเขายังมีชีวิตอยู่ มันเพียงพอแล้ว

            “ขอบคุณที่อยู่ข้างฉันเสมอ ขอบคุณจริงๆ" เธอเอ่ยเสียงค่อย เอธโน้มหน้าลงมาจูบแมรี่ ริมฝีปากทั้งคู่สัมผัสกันแผ่วเบา เคลื่อนไหวเนิบนาบ ทุกอย่างจบลงในที่สุด เธอรักษากุญแจแห่งเคบริทให้พ้นเงื้อมมือของปีศาจ หยุดยั้งแผนการของแคสเตอร์ และพิสูจน์ตัวเองถึงพลังของซาเธลิส

            “อยากหยุดเวลาไว้ตอนนี้จัง เธอทำได้ไหม" เอธเย้าแหย่ เขากระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น แผ่นอกเปลือยเปล่าของเขาอุ่นและทำให้รู้สึกปลอดภัย "นายแน่ใจหรือว่าอยากให้ทำจริงๆ" หญิงสาวพูดพลางยิ้ม ทั้งคู่มอบจุมพิตดูดดื่มให้กันและกัน เป็นจูบแรกที่แมรี่รู้สึกอิ่มเอมไปกับมัน "อืม... หยุดเวลาทั้งโลกเบื้องหลังให้เหลือแต่เราที่ยังดำเนินไปได้ไหม" เอธพูดหลังจากถอนริมฝีปาก แมรี่ส่ายหน้า "นั่นนายต้องถามซาเธลิส ไม่ใช่ฉัน" เธอไล้นิ้วไปตามริมฝีปากของเขาแล้วจูบเบาๆ อีกครั้ง

            เอี๊ยด! ประตูหอผู้พิทักษ์เปิดออก ทั้งสองผละออกจากกันในทันที เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนเดินเข้ามาจนถึงบริเวณที่สถิตเสาพิภพ เมื่อแคสเตอร์แตกดับมนต์ที่วางไว้จึงเสื่อม แมรี่เห็นนิโคลัสและกองกำลังทวารบาลส่วนหนึ่งเข้ามาข้างใน ทันทีที่นิโคลัสมองเห็นเธอและเอธ เขารีบก้าวฉับๆ ตรงมาหาลูกชายก่อนจะกอดเขาแน่นๆ "พระเจ้า แกปลอดภัย!” เอธเหลือบมองแมรี่ เขาขยิบตาให้เธอก่อนจะผละจากอ้อมกอดหนักแน่นของผู้บัญชาการนิโคลัส

            “ครับพ่อ พวกเราปลอดภัย"


โปรดติดตามตอนสุดท้ายได้ในบทหน้า
-----------------------------------------------

TALK TO ME
สวัสดีค่ะชาวออเทอร์เวิร์ลส ตอนนี้เป็นตอนเกือบสุดท้ายแล้ว 
ความจริงนี่คือจบแล้วด้วยซ้ำ แต่จะมีบทส่งท้ายให้อ่านกันในตอนหน้าค่ะ 
เป็นยังไงบ้างสำหรับภาคแรก เรียกว่าชุลมุนวุ่นวาย งานเข้าทั้งเรื่องแล้วจบแบบไม่รู้ตัวเลยทีเดียว 
ยังไงก็ต้องขอบคุณทุกท่านที่ติดตามกันเสมอมานะคะ 

บทส่งท้ายกำลังคิดว่าจะเอามาลงดีไม๊ หรือทิ้งไว้แค่นี้ แล้วเจอกันอีกที่ภาค 2 ยังไงก็เม้นต์รีเควสต์กันมาแล้วกันนะคะ 

ปล. เนื้อหาของภาค 2 จะมีการแง้มๆ แย้มๆ เรื่อยๆในเพจค่ะ ถ้าไม่อยากพลาดกดไลค์แล้วติดตามข่าวสารกันได้จ้า ;D 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

229 ความคิดเห็น

  1. #228 ployshadow (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2558 / 23:20
    จะจบแล้วหรอ 
    เอาภาคสองมาเถอะ
    #228
    0
  2. #227 TNFP 2 12 45 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 19 เมษายน 2558 / 21:26
    จบแล้วหรอคะ เร็วดี >_<
    #227
    0
  3. #214 fengyu (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 11 กันยายน 2557 / 21:34
    ละลายเเทนนางเอกกกก >////< 
    #214
    0
  4. #213 wondermomo (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 10 กันยายน 2557 / 15:12
    อะเหยย มันจบกันเร็วดีแท้ มาต่อภาคสองก็ดีน้า ฮ่าาาาา
    ปล. ตอนแรกคิดว่าวิลจะกัดคอ แต่อ่อ ใช้พลังนี่เนอะ เข้าท่าดีๆ
    #213
    0
  5. #210 PetraThewitch (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 7 กันยายน 2557 / 11:54
    อัพต่อเลยค่าาา อยากอ่านภาคสองต่อแล้วง่าา
    #210
    0
  6. #209 bepimry. (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 6 กันยายน 2557 / 20:19
    มาอ่านแล้วค่ะ ><
    เรื่องของเรื่องคืองานยังไม่สเร็จแต่แอบมาอ่านก่อน555 
    จะจบแล้วอ่ะ ฮือวววว ลงเถอะค่ะ บทส่งท้ายน่ะ 
    อยากอ่านภาคต่อแล้วอ่ะ อยากอ่านรู้เรื่องของหนูแมท 
    ตอนนี้คือได้รู้แต่ว่าจะจบลงยังไงสำหรับเรื่องของแคสเตอร์ แล้วฝั่งไทเลอร์ล่ะ? 
    ง่าาาา อยากจะรู้วววว เพราะเชียร์ไทเลอร์กะแซมเหมือนกัน 
    รอ รอ รอ :D 
    #209
    0