OTHER WORLDS : ออเทอร์เวิร์ลส

ตอนที่ 24 : บทที่ 22 : ซิโมน เปโตร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 187
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    25 ก.ค. 57

บทที่ 22 ซิโมน เปโตร

 

ที่ศูนย์พักฟื้น แมทมาช่วยรักษานักล่าฝีมือดีหลายคนให้พร้อมสู้ เขาพบกับเจสันที่เข้ามาเช็กความเรียบร้อยพอดี ส่วนวินเซนต์หายดีแล้ว เขาดูกระตือรือร้นที่จะเจอกับปีศาจหลังจากองค์รักษ์สวิสมาแจ้งว่าขณะนี้วิหารเซนต์ปีเตอร์กำลังถูกกริมม์โจมตี

“ฉันจัดการเอง" วินเซนต์พูดขึ้นขณะกำลังติดอาวุธให้ตัวเอง

“ถ้านายพลาด พิษกริมม์จะฆ่านายได้นะวินซ์" เจสันว่า "แถมนายจะต้องตกนรกเสียด้วยสิ"

“ก็ถือว่าคุ้ม จะอยากขึ้นสวรรค์ไปทำไม พระเจ้าน่าเบื่อ" วินเซนต์ขยิบตา เจสันหัวเราะหึ

“ฉันต้องไปช่วยพวกเขา ไม่รู้ว่าแซมกับแมรี่กลับไปโลกเบื้องหลังรึยัง" แมทปรับสีหน้าจริงจัง เจสันเลิกคิ้ว

“แมรี่?”

“ทายาทของราฟาเอล เธอมาที่นี่เมื่อตอนสายๆ อยู่ที่วิหารเซนต์ปีเตอร์เพื่อหากุญแจแห่งเคบริท" แมทอธิบาย

“กุญแจที่สมเด็จท่านเองก็ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหนนั่นเหรอ บางทีมันอาจหายไปแล้ว"

“ฉันก็คิดงั้น" แมทเห็นด้วย "นายเห็นเอธบ้างไหม เขาน่าจะอยู่ที่วัง"

“ฉันเพิ่งกลับมาจากวัง ที่นั่นไม่มีใครอยู่แล้ว" เจสันตอบ

“แล้วเขาหายไปไหน เขาคนเดียวก็ล้มกริมม์ได้"

“ใครจะสน ตอนนี้วาติกันกำลังถูกโจมตี เชื่อเถอะ หมอนั่นอาจอยู่ที่เซนต์ปีเตอร์แล้วก็ได้ตอนนี้" เจสันตอบส่งๆ แมทส่ายหน้า เขาต้องตามหาเอธให้เจอ ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกเป็นห่วงลูกพี่ลูกน้องที่ดูจะเอาตัวรอดได้เก่งที่สุดในกลุ่มคนนี้ขึ้นมา

“ฉันต้องไปหาเขา เขาต้องอยู่ที่วังนั่นแหละ ที่วิหารตอนนี้คงมีแค่ทอดด์กับบิลลี่ ขอยืมตรานักล่าของนายได้ไหม" แมทถาม เขารู้ว่าหากจะผ่านเข้าไปในวังต้องใช้สัญลักษณ์นักล่าระดับสูงของวาติกัน

“งั้นก็ขอให้เจอเขาแล้วกัน ฉันจะพากองกำลังที่สู้ได้ไปที่วิหาร ถ้านายเจอเขาหรือทวารบาลคนอื่นๆ รีบให้พวกเขาตามไปสมทบด้วย ไม่รู้ทำไมสภาถึงไม่ติดต่อมา" เจสันว่าพลางยื่นตราให้

“ฉันว่ามันต้องมีอะไรซักอย่างที่โลกเบื้องหลัง ขาดการติดต่อกันตั้งแต่ช่วงเช้า" แมทเอ่ยเสียงเรียบ เขาตัดสินใจออกจากศูนย์พักฟื้นกลับไปที่วังพระสันตะปาปา ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกไม่ดีเลย ในใจหวังว่าแมรี่กับแซมจะกลับไปยังโลกเบื้องหลังอย่างปลอดภัย และเอธก็อาจกำลังสำรวจอะไรเพลินจนลืมเวลา

เนื่องจากศูนย์พักฟื้นอยู่ไม่ไกลจากพระราชวังนักแมทจึงใช้เวลาเดินไม่มาก ระหว่างทางเขาได้ยินเสียงดังกึกก้องมาจากวิหารเซนต์ปีเตอร์ วังตั้งอยู่ใกล้กับวิหารเซนต์ปีเตอร์มากเขาจึงรับรู้ถึงแรงสะเทือนที่มาจากทางจตุรัส เพียงแต่ตรงหน้าเขามีวังพระสันตะปาปาตั้งขวางอยู่จึงมองไม่เห็นว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง เมื่อเขาเดินมาถึงบริเวณหน้าทางเข้า องครักษ์สวิสสองนายถามหาตรานักล่าระดับสูง แม้กริมม์กำลังโจมตีวิหาร แต่องครักษ์สวิสทั้งสองนายยังคงทำหน้าที่แข็งขันไม่มีท่าทีหวั่นเกรง แมทแสดงตราให้ดู ไม่ลืมที่จะถามถึงเอธ

“มีทวารบาลจำนวนหนึ่งเข้าไปข้างในบ้างไหม"

“มีหกนายเข้าไปข้างในนานแล้ว เรายังไม่เห็นมีใครกลับออกมา" หนึ่งในนั้นตอบ "คุณควรรีบไปจากที่นี่ อีกไม่นานทั้งจตุรัสจะเต็มไปด้วยปีศาจ นักล่าเพิ่งแจ้งให้เราเตรียมปิดล้อมเขตวัง จตุรัส และวิหารห้ามเข้าออก" เขาเสริม "ขอสองนาที" แมทกล่าวแล้วเดินผ่านรั้วเข้ามา รู้สึกเหมือนร่างกายลีบเล็กลงเมื่ออยู่ท่ามกลางสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ที่ร้างผู้คนเช่นนี้ เมื่อเข้ามาในตัวอาคาร ทุกอย่างว่างเปล่าและเงียบงัน มีแต่ซากปรักหักพัง กองขี้เถ้าและคราบเลือดเต็มไปหมด

“เอธ!” แมทร้องเรียก เสียงของเขาก้องสะท้อนในห้องโถงหลังคาสูง "เอธ นายอยู่ในนี้รึเปล่า"  ไม่มีวี่แววของสิ่งมีชีวิตใดๆ เลย แมทมองไปตามพื้น เขาเดินเลี่ยงกองขี้เถ้านับสิบที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นปีศาจจากโลกเบื้องล่าง

“เขาไม่อยู่ที่นี่แล้ว" เสียงๆ หนึ่งดังขึ้น แมทสะดุ้ง รีบเดินอ้อมเสาหินอ่อนต้นใหญ่ไปตามเสียงนั้น เขาเห็นวิลนั่งคุกเข่ากับพื้นอยู่เหนือกองขี้เถ้ากองหนึ่ง ในมือถือเหรียญตรานักล่าระดับสูง

“วิลเลียม นายเข้ามาในนี้ได้ยังไง ไปเอาเหรียญนั่นมาจากไหน" แมทถามทันที แวมไพร์หนุ่มส่ายหน้า เขาเริ่มชินกับการถูกเด็กหนุ่มคนนี้เรียกด้วยชื่อวิลเลียม "มันไม่ใช่ของฉัน ฉันเจอมันตกอยู่ในนี้ น่าจะเป็นของทวารบาลเพื่อนของนาย" เขาว่า "มาดูนี่สิ" วิลกวักมือเรียกให้แมทเข้าไปใกล้ ชายหนุ่มเดินไปหยุด ย่อตัวลงมองกองขี้เถ้าที่วิลกำลังพินิจอยู่ มันถูกกวาดไปรวมกันด้านหนึ่งจนเห็นพื้นหินอ่อนที่มีรอยไหม้เป็นสัญลักษณ์คุ้นตา

ตัวอักษรของออเทอร์เวิร์ลส น่าจะติดมากับกริมม์ที่ทำลายมิติดัดแปลงเมื่อคืน นายอ่านออกไหม" วิลถาม แมทเบิกตากว้าง เขารู้จักกลีฟลายนี้เป็นอย่างดี "นี่มัน... เอธไม่ได้หายไปเฉยๆ เขาต้องถูกเอาตัวไป!” แมทเงยหน้าขึ้นมองวิล นัยน์ตาสีฟ้าของเขาเข้มขึ้น

“เริ่มมืดแล้ว" แวมไพร์หนุ่มมองไปรอบๆ แสงอาทิตย์ที่ลอดผ่านบานหน้าต่างค่อยๆ หรี่จนในอาคารเริ่มสลัว

“ฉันต้องไปที่วิหาร ต้องใช้ประตูพิภพไปสภา" แมทยืนยัน

ตู้ม! เสียงระเบิดดังกึกก้องอีกครั้ง เป็นสัญญาณว่าการโจมตีเริ่มขึ้นแล้ว ทั้งคู่มองหน้ากัน "ฉันว่านายฝ่าพวกปีศาจไปถึงประตูไม่ได้แน่ นายน่าจะไปรออยู่ที่ศูนย์พักฟื้น ที่นั่นคงมีงานให้นายทำเพียบ" วิลออกความเห็น

“ฉันไม่ได้มาเพื่อรักษาใคร!” แมทตะโกนก้อง "เอธเป็นเพื่อนฉัน และฉันก็ไม่คิดเอาตัวรอดเหมือนคนขี้ขลาดแบบนายหรอกวิลเลียม นายจะทำอะไรก็เชิญ แต่ฉันจะทำตามความคิดของฉัน" แมทลุกขึ้นยืน

“ความคิดของนายมันฆ่าตัวตายชัดๆ" วิลเถียง "นอกจากจะช่วยใครไม่ได้แล้วนายจะไปตายเปล่า วิหารนั่นกำลังจะเต็มไปด้วยปีศาจ แล้วนายเป็นใคร ไม่ใช่ทั้งทวารบาล ไม่ใช่ทั้งนักล่า พลังของนายก็ไม่ได้มีไว้เพื่อต่อสู้ แล้วจะบอกอะไรให้นะ ฉันไม่ได้ขี้ขลาด เรียกว่ารู้จักเอาตัวรอดด้วยวิธีที่ฉลาดถึงจะถูก" วิลลุกขึ้นยืนบ้าง "มีเส้นทางลับใต้ดินจากวังนี่ตรงไปยังวิหารเซนต์ปีเตอร์ ใช้ทางนั้นเราจะปลอดภัย"

“เดี๋ยวก่อนนะ นายรู้เรื่องนี้ได้ไง" แมทเลิกคิ้วถาม

“พระเจ้า นายไม่อ่านประวัติศาสตร์โรมันคาทอลิกในโรมบ้างเลยใช่ไหม ในยุคโรมัน ศาสนาคริสต์เป็นสิ่งต้องห้าม ชาวคริสต์จึงสร้างทางลับใต้ดินไว้พบปะและประกอบพิธีต่างๆ ในโรมจึงมีเส้นทางลับใต้ดินอยู่ทั่วไปหมด รวมถึงวาติกันด้วย มันมีอยู่จริงๆ ฉันเคยใช้มันตอนมาที่นี่กับละ...” อยู่ดีๆ วิลก็ชะงักแล้วส่ายหน้า "ช่างเถอะ ที่ฉันรู้คือมีเส้นทางหนึ่งเชื่อมวังนี่ไปถึงวิหาร ที่เราต้องทำคือหาเส้นทางนั่น" แมทนิ่งฟัง กะพริบตาปริบๆ

“งั้นจะรออะไร!”

 

***

 

 

เพล้ง! เสียงเหมือนกระจกแตกดังมาจากทุกทิศรอบวิหารนักบุญเปโตร นั่นหมายถึงมิติดัดแปลงถูกทำลายลงแล้ว บิลลี่กับทอดด์หาเครื่องเรือนหนักๆ มาขวางประตูวิหารไว้ ซึ่งคงต้านได้ไม่นานนัก เสียงบางอย่างแหวกอากาศโดยรอบเกิดแสงแลบแปลบปลาบจากนอกหน้าต่าง

“ปีศาจมากันแล้ว" บิลลี่พูด "ฉันได้ยินเสียงปะทะด้านนอก พวกนักล่าคงกำลังสู้อยู่" ชายหนุ่มยืนอยู่ริมหน้าต่าง พยายามเพ่งมองออกไปทางจตุรัสที่บัดนี้ถูกความมืดปกคลุมจนแทบมองไม่เห็นอะไร เพราะไฟฟ้าดับทั่วบริเวณ แมรี่ที่ยืนอยู่ข้างๆ ชะเง้อมอง เธอเห็นควันสีดำปรากฏขึ้นตามจุดต่างๆ กลายเป็นร่างปีศาจหลากหลายรูปแบบที่มีสะเก็ดไฟลุกไหม้ตามตัวจนเห็นเป็นสีส้มอมแดงทั่วจตุรัสเซนต์ปีเตอร์

“พวกมันมากันเยอะมาก" แซมพูดขึ้นขณะเหน็บมีดพกกับสายรัดรองเท้าบู๊ท

“เราต้องหาที่ซ่อน เราสู้ไม่ไหวหรอก" ไทเลอร์ว่า "ยังคิดไม่ออกว่าเราจะปกป้องกุญแจโดยที่ไม่รู้ว่ามันอยู่ไหนได้ยังไงด้วยซ้ำ"

ตึง! มีบางอย่างกระแทกประตูวิหารจนคลอน แมรี่ผงะถอยหลัง

“นับถึงสาม วิ่งเลยนะ" ทอดด์ว่า

ตึง!

“หนึ่ง" เขาเอ่ย แมรี่เห็นบานพับที่ยึดประตูไม้บานใหญ่ไว้เริ่มคลายจากผนัง

ตึง!

“สอง" เขาหันมามองแมรี่กับบิลลี่ ทั้งคู่พยักหน้าให้

โครม! ประตูวิหารพังแตกออกเป็นเสี่ยงๆ

“วิ่ง!” ทอดด์ตะโกนลั่น ไทเลอร์รีบดึงแซมไปด้านซ้าย ส่วนบิลลี่ก็รีบพาแมรี่มาอีกทาง เสียงปืนดังสนั่น พวกปีศาจรูปร่างน่าเกลียดน่ากลัวกรูกันเข้ามาทางประตู มีนักล่าส่วนหนึ่งตามเข้ามาจนเกิดการตะลุมบอนที่โถงทางเข้า

“อย่าหันกลับไปมอง" บิลลี่สั่ง เขาพาแมรี่ขึ้นบันไดวนเล็กๆ ตรงขึ้นมายังหอระฆัง ทั้งคู่หอบหายใจ ขณะมองผ่านช่องแขวนระฆังลงไปยังจตุรัสเซนต์ปีเตอร์ที่เต็มไปด้วยปีศาจและเหล่านักล่าจากวาติกัน

“ไม่มีความช่วยเหลือจากสภา...” แมรี่พึมพำ

“ดูเหมือนเราต้องช่วยตัวเอง เอาล่ะ เธออยู่ที่นี่ ไม่ว่าอะไรก็ตามที่ขึ้นบันไดมา ยิงได้เลย นี่กระสุนปลุกเสกสามแมกกาซีน" บิลลี่หยิบวัตถุทรงแท่งสี่เหลี่ยมยื่นให้แมรี่สามชิ้น เธอรับมันไปอย่างงุนงง

“ฉันยิงปืนไม่เป็น" แมรี่ว่า

“ไม่ยากนักหรอก ปลดล็อกตรงนี้ เล็ง แล้วยิง ที่หัวใจเห็นผลที่สุด กดปุ่มนี่ปลดแมกกาซีนรีโหลดกระสุน เข้าใจใช่ไหม"

แมรี่เฉยสนิท เธอพยายามจินตนาการตอนไปเล่นตู้เกมผีชีวะ คิดว่ามันคงคล้ายๆ กัน แต่ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี "แล้วนายล่ะ"

“ลงไปช่วยข้างล่าง เธอเฝ้าอยู่นี่ บันไดแคบ พวกมันขึ้นมาได้ทีละตัว เธอจะปลอดภัยกว่า คอยมองไปที่จตุรัส ถ้าเห็นปีศาจตัวไหนออกจากวิหารไปพร้อมกับกุญแจ เปิดไฟที่ปลายกระบอกปืน มีเลเซอร์ชี้เป้าอยู่ ทันทีที่เธอชี้ที่ปีศาจ นักล่าจะเข้าไปขัดขวางมัน"

“ถึงตอนนั้นเราอาจจะตายกันหมด ฉันจะลงไปสู้ด้วย!” แมรี่แย้ง

“แต่เราต้องมาคอยห่วงเธออีก ถ้าเธอเป็นอะไรขึ้นมา..."

“ฉันตายมาหนนึงแล้วโอเค๊ ถ้าต้องตายอีกรอบมันคงไม่มีอะไรแย่ไปกว่าเดิม" แมรี่ว่า ทันใดนั้นเองทั้งคู่ก็ได้ยินเสียงปีกขนาดใหญ่กระพือต้านแรงลมตรงเข้ามาหา ปีศาจหน้าตาอัปลักษณ์กางปีกพังผืดคล้ายค้างคาวบินมาที่หอระฆัง "แมรี่หลบไป!” บิลลี่ดันเธอให้หลบไปด้านหลัง หยิบปืนพกสองกระบอกขึ้นยิงปีศาจตนนั้นไม่ยั้งจนมันร่วงลงไปที่พื้น "ฉันต้องใช้สไนเปอร์ไรเฟิล ตามมา ระวังตัวด้วย" บิลลี่ตัดสินใจให้แมรี่ไปกับเขาได้ในที่สุด ทั้งสองก้าวลงบันไดวนอย่างระมัดระวัง เสียงปะทะกันข้างล่างดังขรม เมื่อลงมาถึงห้องโถงแมรี่ต้องก้มตัวหลบกรงเล็บของปีศาจตัวหนึ่งที่กำลังจะพังรูปปั้นเทวดาที่ผนัง ภายในวิหารชุลมุนวุ่นวายจนไม่อาจกวาดสายตามองว่าใครเป็นใครได้เลย

 

***

 

“นี่นายรู้จักทางพวกนี้ได้ยังไง" แมทถามขึ้นขณะปัดหยากไย่ให้พ้นทาง เดินตามวิลที่พาเขาเดินไปตามเส้นทางแคบๆ ที่อยู่ใต้พื้นดิน

“เรื่องมันยาว ไว้ให้สถานการณ์มันดีกว่านี้แล้วจะเล่าให้ฟัง" วิลตอบส่งๆ เขาเพ่งมองเข้าไปในความมืด สายตาของแวมไพร์สามารถมองเห็นได้ในที่มืดผิดกับแมทที่คลำทางสะเปะสะปะจนเดินชนเข้ากับแผ่นหลังของวิลที่หยุดเดินกะทันหัน

“นายจะหยุดเดินก็บอกกันก่อนสิ" แมทตำหนิ วิลทำเสียงชู่ให้แมทเงียบ ทั้งคู่เงี่ยหูฟังเสียงจากบนพื้นดิน

“ได้ยินไหม เสียงปืน" เขาถาม

“อื้อ" แมทตอบ

“เราอยู่ใต้วิหารเซนต์ปีเตอร์แล้ว ปัญหาต่อไปคือฉันไม่รับประกันว่าเส้นทางจะพาไปโผล่ไกลจากประตูพิภพแค่ไหน" วิลว่า เขาดูจะหมดความอดทนที่ทั้งคู่ตกอยู่ในความมืดและแมทไม่ได้เห็นสีหน้าของเขาว่ากำลังกังวลอยู่จริงๆ จึงหยิบไฟแช็กในกระเป๋ากางเกงขึ้นมาจุด แสงสีเหลืองนวลวูบวาบส่องให้เห็นผนังอิฐรอบๆ แววตาของแมทวูบไหวไปกับเปลวไฟ เขานิ่งเงียบเหมือนกำลังใช้ความคิด "ฉันคิดว่าเอาตัวรอดได้ ขอยืมไฟแช็กได้ไหม ต่อจากนี้ฉันจะไปเอง นายไม่จำเป็นต้องไปต่อ" แมทกัดฟันพูด แม้จะซ่อนน้ำเสียงที่ลังเลไว้ไม่ได้แต่ก็ดูตั้งใจจริง

“นายไม่เหมือนมิลเลอร์ที่ฉันเคยรู้จักเลย" วิลเอ่ยเสียงค่อย

“นายรู้จักคนอื่นในตระกูลฉันหรือ"

“เคยรู้จักคนหนึ่ง แต่นานมาแล้ว อย่าสนใจเลย นายไม่เหมือนเขาเสียทีเดียว เอาเป็นว่าฉันเป็นคนพานายมา และฉันจะพานายไปส่งที่ประตู นายจะได้มองฉันในแง่ดีบ้าง" วิลยิ้มก่อนจะหันหลังกลับแล้วออกเดินต่อ

“ขอบใจ แล้วก็ขอโทษ ที่เคยพูดจาแย่ๆ กับนาย" แมทพูดด้วยเสียงที่เบาเพียงกระซิบ แต่เพราะเส้นทางนั้นแคบและเงียบมาก วิลจึงได้ยินมันชัดเจนกว่าเสียงไหนๆ

 

***

 

“แซม หมอบลง!” ไทเลอร์ตะโกนมาจากอีกฟาก แซมที่กำลังวิ่งหนีปีศาจตัวหนึ่งก็กระโดดหมอบลงกับพื้น ไทเลอร์ขว้างขวานเงินสลักถ้อยศักดิ์สิทธิ์ปักคาอกปีศาจตนนั้นจนมันล้มลงแล้วลุกไหม้ แซมวิ่งหลีกกองขี้เถ้าและร่างของนักล่าสองนายมาหาไทเลอร์ เนื้อตัวเธอมีแต่เขม่าเถ้าถ่านเต็มไปหมด "พวกมันมีมาเพิ่มเรื่อยๆ เราคงต้านไว้ได้อีกไม่นาน และในไม่ช้ามันคงเจอกุญแจ" เขาว่า

“แมรี่!” แซมร้องเรียกทันทีที่เห็นแมรี่วิ่งกลับมาที่โถง เธอฝ่าการต่อสู้ระหว่างปีศาจกับนักล่ามาหาไทเลอร์กับแซมที่โคนเสาหินอ่อนต้นยักษ์ เอนหลังพิงเสาหอบแฮ่ก

“บิลลี่อยู่ไหน" ไทเลอร์ถามขึ้น

“เขาไปเอาอาวุธเพิ่ม ข้างนอกนั่นมีปีศาจที่บินได้อยู่ด้วย"

“ฉันอยากให้แมทอยู่ เขามักจะรู้ว่าต้องจัดการยังไง" แซมว่า เธอรวบผมไปข้างหลังแล้วมัดไว้ลวกๆ

โครม! เสียงรูปปั้นหินอ่อนแตกกระจายดังสนั่นไปทั่ววิหาร พวกปีศาจยังไม่หยุดค้นหา นั่นแปลว่าพวกมันยังไม่ได้กุญแจไป

“ฉันต้องไปหากุญแจ" แมรี่พูดขึ้น "ดูเหมือนพวกปีศาจจะรู้ว่ามันซ่อนอยู่ในรูปปั้น ฉันแค่ต้องรู้ว่ามันอยู่ในรูปปั้นไหน"

“แล้วเธอจะรู้ได้ยังไง ในวิหารมีรูปปั้นเป็นร้อยๆ ไหนจะที่ฝาผนังอีก" ไทเลอร์เถียง แมรี่มองไปรอบๆ วิหารเซนต์ปีเตอร์ที่งดงามบัดนี้กำลังพินาศลงทีละน้อย "มันต้องมีคำใบ้ กุญแจนั่นเป็นของเคบริท ถ้ามันเป็นดอกที่เคบริทมอบให้พระคริสต์ แล้วพระองค์ส่งต่อให้ซิโมนล่ะ พอจะเป็นไปได้ใช่ไหม" แมรี่ถามไทเลอร์ เขาพยักหน้า "แล้วซิโมนคือใคร" เธอถามต่อ

“ซิโมนคือชื่อเดิมของเซนต์ปีเตอร์ พระคริสต์เรียกเขาว่าศิลา เป็นที่มาของชื่อเปโตรหรือปีเตอร์" ไทเลอร์ตอบ

“เซนต์ปีเตอร์...” แมรี่พึมพำ "ใช่แล้ว มันอยู่กับเซนต์ปีเตอร์ มันอยู่กับเขาตลอดเวลา!”

“แมรี่เธอจะบ้าหรือ เซนต์ปีเตอร์ตายไปนานแล้ว เราไม่รู้ว่าเขาส่งมอบกุญแจนั่นต่อให้ใครหรือเก็บไว้ไหน" แซมแย้ง

“ถ้าเซนต์ปีเตอร์เป็นผู้รักษากุญแจและส่งให้พระสันตะปาปาองค์ต่อๆ มา นี่คงเป็นสาเหตุให้สัญลักษณ์ของโป๊ปเป็นรูปกุญแจไขว้ หากโป๊ปองค์ก่อนๆ จะซ่อนมันในรูปปั้น ก็ควรจะเป็นรูปปั้นของผู้รักษามัน ตอนเข้ามาฉันเห็นรูปปั้นนักบุญปีเตอร์ที่หน้าวิหาร!" แมรี่โพล่งขึ้นมา

“ใช่แล้ว!” ไทเลอร์ร้องอย่างดีใจ "ฉลาดมากแมรี่ รูปปั้นเซนต์ปีเตอร์มือข้างหนึ่งถือสาส์นข้างหนึ่งถือกุญแจทองคำ"

“ยิงคุ้มกันให้ที ฉันจะไปเอากุญแจ" แมรี่ว่า

“แล้วเธอจะเอากุญแจออกมาได้ยังไง" แซมท้วง "รูปปั้นนั่นใหญ่มากนะ"

“ฉันไม่รู้ แต่มันต้องมีวิธี" แมรี่พูดอย่างมุ่งมั่น เธอยิ้มให้แซมก่อนจะวิ่งหลบปีศาจสองตัวที่พุ่งเข้าใส่ ปังปังปังปัง! ไทเลอร์ชักปืนสาดกระสุนคร่าปีศาจไล่หลังให้ มีปีศาจจำนวนหนึ่งวิ่งตามแมรี่ออกไป แซมหลับตาลง เกิดกลุ่มหมอกขึ้นโดยรอบ ปีศาจเหล่านั้นต่างชะงักกึกล้มลงบิดร่างหงิกงออย่างเจ็บปวด ไทเลอร์คว้าดาบที่ปักคากองเถ้าแล้วไล่จ้วงแทงปีศาจเหล่านั้นจนสิ้น

“ฉันกลัวเธอตอนนี้ที่สุดเลยรู้ไหม" ไทเลอร์ว่า แซมลืมตาขึ้น ยิ้มกว้างให้เขา ทันใดนั่นเองไทเลอร์ก็เห็นปีศาจตนหนึ่งกำลังเงื้อกรงเล็บอยู่ด้านหลังหญิงสาว เขาเล็งปืนยิงปีศาจตนนั้นแต่มันคว้าร่างของเธอได้ก่อน "กรี๊ด!” แซมร้องลั่น กระสุนพลาดเป้าไทเลอร์จึงเปลี่ยนมาเล็งที่ขาของปีศาจแล้วยิงกระสุนเงินสองนัดเข้าทีหัวเข่า มันทรุดลงปล่อยร่างแซมให้เป็นอิสระ ไทเลอร์เดินเข้าไปยิงซ้ำหลายนัดก่อนที่ร่างๆ หนึ่งจะโถมเข้าใส่นักล่าหนุ่มจนล้มลง อุ้งมือใหญ่คว้าเข้าที่คอของเขา ร่างเขาถูกยกขึ้นแล้วถูกเหวี่ยงลงกระแทกพื้นหินอ่อนอย่างแรง ไทเลอร์รู้สึกจุกไปหมด ร่างปวดร้าวเหมือนกระดูกแตกเป็นเสี่ยง ภาพตรงหน้าเบลอจนมองไม่รู้เรื่อง เสียงโดยรอบค่อยๆ เบาลงเหมือนคนใกล้จะตาย มีเพียงเสียงสุดท้ายที่ดังก้องกังวานในโสติประสาท "ไทเลอร์!” 
 

You said you'd wait forever but I blinked 
and the world was gone...



โปรดติดตามตอนต่อไป
------------------------------------------------
T A L K TO DAREN
สวัสดีค่ะผู้อ่านทุกท่าน เราหายไปสองอาทิตย์กว่าๆเลย จนเกือบจะลืมว่าต้องลงนิยาย T^T
ที่หายไปก็ไปทำมาหากิน เลี้ยงชีพชอบตามมีตามเกิด จึงขออภัยในความล้าช้ามา ณ ที่นี้ค่ะ 
สำหรับบทนี้ก็มีฉากบู๊ที่ทุกคนรอคอยจนได้ ปีศาจจากโลกเบื้องล่างหยามศาสนจักรโดยการบุกสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อย่างวิหารนักบุญเปโตร งานนี้ใครจะอยู่ในจะไป ใครจะตายใครจะรอด มาตัดสินกันค่ะ 

ถ้าอ่านแล้วชอบใจจะเม้นต์หรือกดโหวตให้ก็ยินดีนะคะ (ความจริงต้องการกำลังใจและพลังชีพในการปั่นเรื่องนี้อย่างมาก) ปกติไม่ซีเรียสเรื่องนักอ่านเงา แต่ถ้าพอจะทำอะไรเพื่อเป็นการแสดงตัวได้ว่ายังมีคนอ่านเรื่องนี้อยู่จะช่วยให้ฮึกเหิมได้มากค่ะ ถ้าไม่รบกวนเกินไปก็ฝากด้วยแล้วกันนะคะ 

ปล. สำหรับแฟนนิยายหน้าใหม่ อยากรู้จักกัน แอดเพื่อนได้ ส่งmsgคุยกันได้ หรือไปกดไลค์เพจก็ได้ค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนเลย ;D 

 

 

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

229 ความคิดเห็น

  1. #180 Esperanza (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2557 / 20:41
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดด เป็นตอนที่มันส์แต่ก็อึดอัดพอกันเลยค่ะพี่นิสา T.T
    เอธ... เอธหายไป มันเอาตัวเอธไป ฮืออออ เอธจะเป็นอะไรมั้ยเนี่ย เครียดๆๆๆ
    วิลกับแมท ยังไงก็ต้องมีแอบหวานแอบฟรุ้งฟริ้งกันจนได้สินะ แต่แบบ... สัมผัสได้ว่าวิลต้องมีความหลังบางอย่างกับลุช คือถ้าเดาไม่ผิดนะเพราะเห็นวิลค้างคำว่า ละ... ไว้ เอาเป็นว่ามันต้องเกี่ยวกับลุชแน่เลย
    ลุ้นๆๆ อยากให้ลุชออกเยอะๆ ค่ะ รู้สึกถูกชะตากับแวมไพร์คนนั้นจริงๆ นะ
    กลับมาที่ฝั่งแมรี่ จัดการเอากุญแจมาให้ได้ นี่มันซีนสำคัญแล้ว
    แต่ว่า ไทเลอร์... โอยยยยยย อย่าเป็นอะไรไปนะ รู้สึกว่าไทเลอร์กับแซมเข้าขากันได้ดีมากเลย เหมาะสมดีงามค่ะ
    อีกนิดหน่อยส่งท้าย อดเสียดายไม่ได้นะวิหารสวยขนาดนั้น ไม่เคยไปแต่ใฝ่ฝันอยากไปเลยค่ะ เคยทำพรีเซ้นต์เรื่องนี้ด้วย แบบว่าหลงรักศิลปะแนวคริสต์ๆ ที่นั่นมากๆ เลย ถ้าได้ไปเห็นคงเป็นบุญตาแท้
    #180
    0
  2. #179 bepimry. (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2557 / 20:39
    เอาหัวออกจากกองการบ้านที่สูงท่วมวิหารเซนต์ปีเตอร์... 
    อร๊ายยยยย เก๊าชอบตอนนี้(อันที่จริงชอบทุกตอน5555)
    หนูแมทมันน่ารักน่ากัดจริงๆ โฮรกกกกกกกก 
    ชอบตอนบู๊จริงๆ อ้าวเอธหายไปหรอเนี่ย?(อ่านแล้วลืมแล้ว555)
    เรื่องนี้ข้อมูลเยอะจริงๆ นับถือค่ะ และอยากอ่านตอนต่อไปแล้ว
    นั่งอ่านแล้วก็คิดนะ... ทำไมเราไม่ขยันอัพแบบนี้บ้าง กร๊ากกกก
    โอ๊ยพอเถอะ แลดูบ่นไร้สาระ เค้าจะบอกว่าชอบฉากในอุโมงค์ใต้ดินมาก
    ให้อารมณ์ฟินเล็กๆ แต่อยากได้มากกว่านี้555 
    สุดท้ายนี้ขอให้นิยายเรื่องนี้อัพบ่อยๆ ฟินวิลแมทเยอะๆ ไม่ใช่ล่ะโอ๊ย! xD 
    คิดไม่ผิดค่ะที่เข้ามาอ่านเรื่องนี้ รัก♥(ปู่วิล?)
    ปล. แนะนำให้พ่อนักล่าหน้าหล่อมาลากเอาการบ้านของดิฉันไปทำบังเกอร์ไว้สู้ปีศาจค่ะ
    มันหนักหนาและเยอะแยะมากมาย เต็มใจบริจาค =___= 
    #179
    0
  3. #177 Diarlekus_Luwvelch (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2557 / 17:57
    ตัดได้ค้างง่ะ
    ฮือออ ไทเลอร์จะเป็นอะไรมั้ยนะ
    #177
    0
  4. #176 wondermomo (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2557 / 08:43
    วิลไปกับใครนี่อยากรู้ ไอทางเดินลับนั่นอ่ะ รู้แค่ ละ...ละอะไรวะ ฮ่าๆๆๆ
    ในที่สุดก็รู้สักทีว่ามันอยู่ตรงไหน แต่เอาออกมายังไงนี่น่าลุ้นอยู่
    แล้วเอธ ทำไมโดนลากไปอ่ะ มีคำถามเกิดมากมาย รีบมาตอบนะ
    แหม ตอนสุดท้ายนี่แบบ ทำไมฟินนิดหน่อยล่ะ ได้ข่าวว่าไทเลอร์โดนยำนะจ๊ะ 
    คงเพราะเสียงสุดท้ายหรือเปล่านี่แหละทำให้รู้สึกฟินเล็ก ๆ

    มีคำผิดนิดหน่อย
    มีคงมีแค่ ตัดมีแรกออก
    แล่บ - แลบ
    หยิบวัตถุทรงแท่งสี่เหลี่ยม - วัตถุแท่งสี่เหลี่ยมดีกว่าป่ะ? 
    กระทันหัน - กะทันหัน
    สลักถ้อยศักดิ์สิทธิ์ - เหมือนตกอะไรบางอย่างไปอ่ะ 

    บางทีต้องทำใจเรื่องเม้นท์อ่ะ ฮ่าๆๆ นี่ก็ไม่รู้จะทำยังไงให้เค้าเม้นท์เหมือนกัน T^T
    #176
    0