OTHER WORLDS : ออเทอร์เวิร์ลส

ตอนที่ 22 : บทที่ 20 : ความช่วยเหลือจากสภาสูง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 191
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    4 ก.ค. 57

บทที่ 20 ความช่วยเหลือจากสภาสูง

 
 

ณ มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ สิ่งปลูกสร้างใหญ่โตที่ได้รับการออกแบบมาอย่างวิจิตรตระการตา บัดนี้ตั้งตระหง่านเดียวดายไร้ผู้คน ที่ปกติมักหลั่งไหลเข้ามาเยี่ยมชมความงดงามของสถาปัตยกรรมระดับโลกไม่เว้นแต่ละวัน แมรี่กับเอธได้แต่สำรวจไปทั่ว พวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากำลังหาอะไรหรือใคร รู้เพียงว่าเป็นสิ่งที่อยู่ในครอบครองของศาสนจักรที่โลกเบื้องล่างต้องการ แรกเริ่มแมรี่แน่ใจว่าพวกนั้นต้องการตัวเธอ แต่ตอนนี้กลับมีอีกสิ่ง ซึ่งเธอต้องหาให้พบก่อนพวกนั้นให้ได้

“ให้ตาย ฉันควรจะตั้งใจเรียนวิชาประวัติศาสตร์คาทอลิก ในขณะที่แมทจำชื่อเทวดาทุกองค์ของพวกคาทอลิกได้ฉันกลับนั่งโก่งธนูไว้ล่าปีศาจค้างคาว" เอธบ่นพึมพำขณะสำรวจรูปปั้นเทวดาองค์หนึ่งในวิหาร

“บอกเลยว่าฉันก็จำไม่ได้ แล้วฉันก็ไม่ใช่คาทอลิก" แมรี่ว่า "ฉันเป็นคริสเตียน แถมยังนอกลู่นอกทางบ่อยด้วย" เธอยิ้ม

“เธอว่ามันจะเป็นอะไร ของที่พวกปีศาจอยากได้น่ะ อาวุธรึเปล่า" เขาถามพลางลูบดาบในมือเทวดามิคาเอล แมรี่ส่ายหน้าเป็นคำตอบ เธอไม่รู้และไม่อยากจะเดา

“อีธาน!” จู่ๆ เสียงๆ หนึ่งก็ดังขึ้นมาจากทางเดิน ทั้งสองหันขวับไปมองผู้มาใหม่ ซามูเอล มอสส์เดินมาพร้อมบิลลี่กับทอดด์ มีทวารบาลเดินตามมาราวๆ เจ็ดถึงแปดคนเห็นจะได้ และคนที่เดินรั้งท้ายคือจอห์น แคสเตอร์

“พระเจ้า พวกเธอไม่เคยทำตามคำสั่งอะไรได้เลยใช่ไหม!" ซามูเอลขึ้นเสียงอย่างกราดเกรี้ยว "ฉันบอกให้รออยู่อีกฟากของประตูพิภพจนกว่าฉันจะกลับมา แต่ฉันกลับเจอแต่ห้องโล่งๆ"

“เราต้องขอโทษจริงๆ ครับซามูเอล ที่นี่ถูกโจมตีหนักมากและเราเห็นว่ารอไม่ได้" เอธพยายามอธิบาย

“ถึงอย่างไรพวกเธอก็มาช่วยไม่ทันอยู่ดี พวกปีศาจกลับไปนานแล้ว" ผู้คุมกฎตระกูลมอสส์ว่า

“เราคิดว่าพวกนั้นจะกลับมาอีกคืนนี้ค่ะซามูเอล มันยังไม่ได้สิ่งที่ต้องการ" แมรี่พูดบ้าง

“พวกนั้นอยากจะได้อะไรหรือคุณสจ๊วต" แคสเตอร์ที่เงียบมาตั้งแต่ต้นเอ่ยถามขึ้น เขาเดินมายืนข้างๆ ซามูเอล

“หนู... หนูก็ไม่รู้ค่ะ แต่คิดว่าเป็นอะไรซักอย่างที่เก็บไว้ที่นี่" แมรี่ตอบ

“ทวารบาลในเขตวาติกาโน่จะมาที่นี่เพื่อช่วยเหลือศาสนจักร พวกเธอควรกลับไปโลกเบื้องหลัง" ซามูเอลว่า "โดยเฉพาะเธออีธาน เธอพ้นข้อกล่าวหาแต่ยังถูกริบอาวุธ ฉันไม่อนุญาตให้เธอต่อสู้ที่นี่ ไปพาแซมมาแล้วกลับไปที่สภา คุณก็ด้วยคุณสจ๊วต"

“แต่เรายังหาสิ่งที่พวกปีศาจต้องการไม่เจอ เราควรจะได้รู้ก่อนว่าเรากำลังจะเจอสถานการณ์แบบไหน" เอธเถียง "ผมอยู่สังกัดบริเตนไม่ใช่วาติกาโน่ คุณสั่งผมไม่ให้สู้ไม่ได้ครับซามูเอล"

“หน้าที่ของเธอตอนนี้คือดูแลเพื่อนๆ ให้ปลอดภัย แซมกับแมทไม่ใช่ทวารบาล คุณสจ๊วตก็ด้วย เธอจะให้พวกเขาอยู่ที่นี่ทั้งๆ ที่รู้ว่าที่นี่กำลังจะถูกโจมตีงั้นหรือ" ซามูเอลถาม "ฉันไม่ได้สั่งเธอในฐานะผู้คุมกฎอีธาน ฉันสั่งเธอในฐานะพ่อของลูกสาว แซมไม่เคยเชื่อฟังฉัน แต่ฟังเธอ"

เอธนิ่งเงียบ เขาดูอ่อนอกอ่อนใจ ทวารบาลหนุ่มพยักหน้า แววตาสีเทาของเขาเป็นประกาย

“ผมสัญญาณว่าจะอยู่ช่วยหาเบาะแสให้เจอ แล้วผมจะพาทุกคนกลับโลกเบื้องหลังก่อนจะมืด" เอธต่อรอง

“คิดว่าคุณทำได้งั้นหรือ" แคสเตอร์แทรกขึ้นมา

“ครับ ผมมั่นใจ ศาสนจักรต้องเก็บรักษาบางอย่างที่สำคัญมากไว้แน่ๆ"

“เขากล้าหาญนะว่าไหมซามูเอล" แคสเตอร์ยิ้ม

“ความกล้าหาญบางครั้งต่างจากคำว่าโง่เขลาเพียงนิดเดียวจอห์น"

“เอาเถอะ งั้นฉันจะให้ทวารบาลของฉันช่วยคุณอีกแรงแล้วกันคุณวอลเตอร์" แคสเตอร์ผายมือให้ทวารบาลสี่คนของเขาออกมายืนข้างหน้า "ต่อไปนี้ฟังคำสั่งของเขา และอย่าลืมว่าต้องหาให้เจอก่อนอาทิตย์ตกดินเข้าใจไหม"

“ครับ!” ทั้งสี่นายตอบอย่างพร้อมเพรียง

“ไปเถอะซามูเอล เราควรไปเตรียมพล ที่นี่ต้องการทวารบาลคุ้มกัน" ผู้คุมกฎทั้งสองเดินห่างออกไป บิลลี่กับทอดด์รอจนทั้งคู่พ้นสายตาจึงเข้ามาหาแมรี่กับเอธ "สภาของพวกนายไม่ได้คิดจะช่วยเท่าไหร่ เราแทบไม่เห็นพวกเขากระตือรือร้นเลย" เป็นบิลลี่ที่พูดขึ้น

“สภามักไม่ทำอะไรเกินผลประโยชน์ที่ได้" เอธว่า "พวกเราต้องช่วยตัวเอง"

“งั้นนายมีแผนอะไรดีๆ ไหม ตอนนี้มีแต่ที่นี่ที่มีมิติดัดแปลง และหากกริมม์นั่นบุกมาอีก มันก็พังกำแพงได้ไม่ยาก" ทอดด์ถาม

“กริมม์ตัวนั้นมีลักษณะยังไงบอกได้ไหม" เอธถาม

“เหมือนหมาตัวใหญ่ ใหญ่มาก เกือบเท่าวัวกระทิง" ทอดด์บอก "หางเหมือนสิงโต มีนอเหมือนแรด ผิวเป็นเกล็ดสีดำทะมึน" เอธนิ่งฟังพลางกัดริมฝีปากครุ่นคิด “เพนดร้า กริมม์ที่มีพละกำลังมากที่สุดตัวหนึ่ง" เขาโพล่งขึ้น "มันมาทำอะไร มาแค่พังมิติดัดแปลงหรือ"

“เราเห็นมันแค่ตอนนั้น พอมิติดัดแปลงพังมันก็หายไป" บิลลี่ว่า

“แต่กริมม์ขึ้นมาบนโลกมนุษย์เพื่อตามเก็บวิญญาณไม่ใช่เหรอ" แมรี่แทรก

“ถูกต้อง กริมม์ไม่ทำอย่างอื่นนอกเหนือจากฆ่าแล้วเอาวิญญาณไปโลกเบื้องล่าง" เอธพยักหน้า

“แปลว่ามันไม่ใช่จุดประสงค์ของกริมม์ มีคนสั่งให้มันทำ" แมรี่ว่า

“คนที่มีอำนาจสั่งกริมม์ในโลกเบื้องล่างย่อมมีอำนาจมากพอที่จะสั่งปีศาจที่แข็งแรงแกร่งกว่านี้มาทำลายมิติดัดแปลง ไม่จำเป็นต้องใช้กริมม์" เอธอธิบาย "รู้สึกไม่ชอบมาพากลแปลกๆ แมรี่ เธออยู่นี่นะช่วยกันหาสิ่งที่พวกปีศาจต้องการกับบิลลี่และทอดด์ ฉันกับทวารบาลของแคสเตอร์จะไปที่วังพระสันตะปาปา อยากไปหาอะไรซักหน่อย" เอธบอก แมรี่พยักหน้า เขายิ้มน้อยๆ ก่อนจะหันไปสั่งทวารบาลทั้งสี่นายให้ตามไป

“เราต้องเริ่มจากอะไร เธอหาอะไรอยู่" บิลลี่ถามขึ้น แมรี่ยักไหล่ "เราสรุปกันว่าการโจมตีของปีศาจเกิดขึ้นเพราะพวกมันกำลังหาบางอย่างที่ศาสนจักรเก็บไว้ ซึ่งคงสำคัญเอามากๆ และต้องเก็บในที่ๆ ปลอดภัยมากอย่างในพระราชวัง หรือวิหารแห่งนี้" แมรี่ตอบ ทอดด์ส่ายหน้า "เราเป็นนักล่า นักล่าไม่ยุ่งเรื่องของคณะสงฆ์"

“ไทเลอร์กับแซมกำลังไปหาพระสันตะปาปา ถ้ามันเป็นอะไรที่สำคัญมากๆ เราต้องหาเจอก่อนที่พวกนั้นได้ไป" แมรี่ตอบ

“งั้นก็ดูเหมือนเราคงจะได้คำตอบแล้วล่ะ" บิลลี่พยักพเยิดไปด้านหลังของแมรี่ หญิงสาวหันขวับไปเจอแมทกับแซม

“แมรี่!" แซมร้องทัก

"ทำไมเธอยังอยู่นี่ แล้วเอธล่ะ" แมทถามทันที

"ฉันอยากอยู่ช่วย ส่วนเอธพาทวารบาลจากโลกเบื้องหลังไปตรวจสอบที่วัง แต่ช่างมันก่อนเถอะน่า ตกลงได้เรื่องว่าไง"

"พวกปีศาจอยากได้กุญแจแห่งเคบริท ศาสนจักรเก็บบางอย่างที่เป็นของอัครเทวดากาเบรียลไว้" แมทว่า

“แล้วมันคืออะไรล่ะ กุญแจ?” แมรี่เลิกคิ้วสูง

“พระสันตะปาปาไม่รู้เกี่ยวกับมัน เดาว่ามันเป็นสิ่งที่มีแค่พระสันตะปาปาเท่านั้นที่รับรู้ แต่อาจเพราะเคบริทมอบมันแก่ศาสนจักรมานานมากแล้ว เมื่อการมีการผลัดเปลี่ยนตำแหน่งหลายต่อหลายรุ่น ข้อมูลเรื่องนี้จึงขาดช่วง สูญหายไป" แมทอธิบาย

“มันจะนานแค่ไหนล่ะ" แมรี่ถามต่อ

“อาจจะย้อนไปถึงสมัยคริสตกาล พอสิ้นยุคพระคริสต์เทวดาแทบไม่ติดต่อกับมนุษย์โดยตรง แม้แต่นิมิตยังเป็นไปได้ยาก" แมทเหลือบมองแซม หญิงสาวยักไหล่

“สายเลือดเทวดาอย่างวิญญาณสีเทา ก็แทบจะพูดได้ว่าไม่เคยเจอเทวดาตัวเป็นๆ เลย" แซมเสริม แมรี่นึกถึงผู้ชายในความฝันในคืนที่เธอตายในบ้านของเอธ เธอมั่นใจว่านั่นคือซาเธลิส

“ถ้าเป็นสมัยคริสตกาล บางทีเราควรไปหารายละเอียดในประวัติพระคริสต์ หรือไบเบิล หรืออะไรทำนองนั้น" ทอดด์แนะนำ เขาหันไปสบตากับบิลลี่ที่พยักหน้าเห็นด้วย "หรือถามพวกเรา" เขาว่า "เราเป็นคาทอลิก"

 

***

“นี่เราจะไปไหนกัน" ไทเลอร์ถามขึ้นขณะเร่งสาวเท้ายาวๆ ให้ทันวิลเลียม หลังออกจากที่พำนักของพระสันตะปาปา เขาและแซมแทบไม่ได้ข้อมูลอะไรเลย วิลที่ดูเหมือนจะรู้อะไรบางอย่างจึงรีบร้อนออกจากวาติกันมายังโรม "แมทธิวบอกว่าการเปลี่ยนผ่านตำแหน่งสันตะปาปาทำให้ข้อมูลลับเฉพาะที่ไม่สามารถบันทึกเป็นตัวหนังสือสาบสูญได้ หากมันเป็นการบอกต่อๆ กันในตำแหน่งของโป๊บ งั้นเราก็ต้องหาคนที่มีชีวิตยืนยาวมากพอที่น่าจะอยู่ทันตอนที่ข้อมูลเหล่านั้นยังไม่หายไป ฉันรู้จักคนหนึ่งที่นี่ แวมไพร์อายุหลายร้อยปี เขาอาจรู้ว่ากุญแจนั่นคืออะไร"

“เดี๋ยวนะ...” ไทเลอร์เลิกคิ้ว "แวมไพร์ในโรมเนี่ยนะ บ้าไปแล้ว!”

“ถ้านายรู้ว่าเขาเป็นอะไรและเคยทำอะไรมาบ้างนายจะบอกว่านี่มันบ้าโคตรๆ" วิลพูดเร็วๆ

“แล้วทำไมต้องพาฉันมาด้วย ฉันเป็นนักล่า คงช่วยอะไรนายไม่ได้มาก"

“เพราะฉันไม่ไว้ใจเขาเท่าที่ควร อาวุธของนายปลิดชีพแวมไพร์ได้ใช่ไหม" วิลหันมาถาม ไทเลอร์เปิดเสื้อแจ็คเก็ตให้วิลเห็นปืนพกสองกระบอกที่เอว "กระสุนแร่เงิน ดีมาก" เขาว่า

“แล้วนายยังจะไปหาเขาทั้งที่ไม่ไว้ใจเขาเนี่ยนะ"

“เมื่อก่อนเคยสนิทกัน แต่สิบกว่าปีก่อนฉันไปก่อเรื่องให้เขานิดหน่อยเขาเลยไม่ชอบหน้าฉัน" วิลยิ้มเจ้าเล่ห์ เขาเสยผมยุ่งๆ ไปด้านหลัง หรี่ตามองอาคารที่พักอาศัยตรงหน้า "ที่นี่ล่ะ" เขาว่า

ทั้งคู่เดินเข้ามาในตัวอาคารซึ่งเป็นตึกสี่ชั้นไม่มีลิฟต์ วิลพาไทเลอร์มายืนอยู่หน้าประตูห้องหมายเลขเจ็ดบนชั้นสี่ เขาเคาะประตูแล้วรอ ทั้งตึกเงียบมากจนได้ยินเสียงกระแสไฟฟ้าจากหลอดไฟที่กะพริบติดๆ ดับๆ ตรงทางเดิน กลอนประตูส่งเสียงกริ๊ก ประตูไม้แง้มออก วิลกอดอก ยิ้มกว้างให้ชายด้านใน "ไงลุช!” สิ้นคำทักทายชายด้านในใช้ฝ่ามือผลักร่างวิลอย่างแรงจนกระเด็นไปกระแทกกับผนังร่วงลงมากองที่พื้น ไทเลอร์มองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างตกใจ "นี่คือการทักทายตามประสาแวมไพร์รึเปล่า" เขาถาม วิลลุกขึ้นยืน ก้มลงจัดชายเสื้อให้เรียบร้อย

“ไม่เจอกันนาน นายยังชอบใช้กำลังเหมือนเดิมไม่ผิด" วิลว่า

“ไปตายซะวิล ฉันว่าฉันบอกนายไปแล้วว่าอย่าเสนอหน้ามาหาฉันอีก" เมื่อชายคนนั้นก้าวออกมา ไทเลอร์ก็เห็นชายหนุ่มที่ดูจากภายนอกเหมือนจะมีอายุประมาณสิบเก้าได้ และมีผมสีดำสนิทเช่นเดียวกับสีตาซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของแวมไพร์

“เรื่องมันก็ผ่านมาเป็นสิบปีแล้วนายควรจะหายโกรธฉันได้แล้วลุช"

“หายโกรธหรือ ฉันถูกขับออกจากคณะสงฆ์เพราะนายนะวิล!” เขาว่า "ฉันทำงานรับใช้ศาสนจักรมาหลายร้อยปีและถูกปลดเพียงเพราะแวมไพร์ผ่าเหล่าผ่ากออย่างนาย!”

“ให้ตายเถอะลุช เป็นเกย์ไม่ได้แปลว่าผิดวิสัย" วิลส่ายหน้า

“แล้วนี่ใคร คู่เดทคนใหม่เหรอ เขาเด็กเกินไปสำหรับนายนะ อายุถึงสิบแปดรึยัง" ลุชหันมามองไทเลอร์ เจ้าตัวรีบโบกมือไปมาเพื่อปฏิเสธ "ผมมากับเขาเฉยๆ"

“ก็ว่าอยู่ เขาไม่น่าเดทกับนักล่าสังกัดวาติกันถ้าสติยังดีอยู่ แต่เขาเคยเดทกับวิญญาณสีเทาด้วยจะบอกให้"

“นี่เราไม่ได้จะมาขุดอดีตกันนะลุช ฉันมีบางอย่างจะถามนาย จะให้เข้าไปได้รึยัง" วิลขัดจังหวะ

“ครั้งล่าสุดที่นายพาแฟนเข้ามาในห้องฉัน คือครั้งที่ฉันโดนศาสนจักรถอดออกจากคณะสงฆ์"

“มันจะไม่เกิดขึ้นอีกโอเค๊ แล้วเขาก็ไม่ใช่แฟนฉัน ฉันไม่ได้มีรสนิยมเป็นนักล่าอายุสิบเจ็ดอย่างหมอนี่"

“เฮ้เดี๋ยวสิ ในเว็บไซต์ของวงฉันอายุสิบเก้านะ!” ไทเลอร์แทรก

“แน่สิ ฉันออกจากคณะสงฆ์แล้ว เลิกเป็นพระแล้วด้วย ฉันคงไม่โดนถอดซ้ำสองแน่วิล" ลุชไม่สนใจคำโต้แย้งของไทเลอร์

“พระเจ้า นายช่วยลืมๆ มันไปได้ไหมเนี่ย" วิลเท้าเอว

“แล้วตกลงมันเกิดอะไรขึ้นล่ะ" ไทเลอร์แทรกอีก

“อย่าเอ่ยนามพระองค์อีกวิล นายมันคนบาป!”

“เออก็ได้ ฉันมันคนบาป และคนบาปก็โง่เขลา เลยมาขอคำชี้แนะ ทีนี้ขอเข้าไปหน่อย" วิลว่า ลุชส่ายหน้าก่อนจะหลีกทางให้ทั้งคู่เข้าไปในห้อง ไทเลอร์พ่นลมพรืด รู้สึกว่าวิลพาเขามาอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกระหว่างแวมไพร์เจนโลกทั้งสอง

คนที่วิลเรียกว่า ลุช มีชื่อเต็มๆ ว่า ลูชิโอ เป็นอดีตพระในคณะสงฆ์สังกัดวาติกัน เขาเป็นแวมไพร์อายุเกือบๆ ห้าร้อยปี และเคยได้อยู่ในตำแหน่งสำคัญๆ อย่าง คาเมอร์เลโญ คนสนิทของพระสันตะปาปาองค์ก่อนๆ ที่น่าแปลกใจสำหรับไทเลอร์คือในคณะสงฆ์มีสมาชิกเป็นแวมไพร์ เผ่าพันธุ์ที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับศาสนจักรมาแต่อดีตกาลอย่างลุชได้อย่างไร

“แล้วตกลงมีเรื่องอะไร" ลุชถามขึ้น

“ฉันอยากถามนายเกี่ยวกับของสำคัญบางอย่างที่ศาสนจักรเก็บไว้ มันน่าจะเป็นข้อมูลที่มีแต่โป๊ปเท่านั้นที่รู้ หรือไม่ก็น้อยคนมากๆ" วิลเข้าเรื่อง

“แล้วทำไมไม่ไปถามคนในศาสนจักรล่ะ ทำไมต้องมาหาฉัน" ลุชเลิกคิ้ว

“เพราะทุกคนที่ยังมีชีวิตอยู่ไม่มีใครรู้เรื่องของมันน่ะสิ" วิลตอบ

“แล้วไอ้ของสำคัญที่ว่านั่นคืออะไร" ลุชหรี่ตา วิลหันไปสบตากับไทเลอร์ก่อนจะตอบเรียบๆ

“กุญแจแห่งเคบริท"

 

***

“พูดถึงกุญแจในพระคัมภีร์ดูเหมือนจะมีบันทึกไว้อยู่เรื่องหนึ่งคือกุญแจที่พระเยซูมอบให้ซิโมน มันเป็นกุญแจแห่งอาณาจักรสวรรค์ แต่เรื่องก็ผ่านมาเป็นพันๆ ปีแล้ว ใครจะไปรู้ว่าซิโมนส่งต่อกุญแจนั่นให้ใครบ้าง ไม่มีบันทึกอะไรเลย" บิลลี่เล่าให้แมรี่ แซม และแมทฟัง

“ถ้ามันเป็นกุญแจดอกเดียวกัน นั่นหมายความว่าพวกปีศาจอยากได้กุญแจสวรรค์งั้นหรือ" แมรี่เลิกคิ้วถาม

“เป็นไปได้” แมทพยักหน้า “โลกหน้าทั้งสามโลกไม่มีเส้นทางเชื่อมต่อกัน ต้องอาศัยพลังมหาศาลเพื่อเปิดเส้นทางให้อสูรจากโลกเบื้องล่างเพียงไม่กี่ตัวเข้าไปยังโลกเบื้องหลังอย่างที่ไทซัสโจมตีขบวนรถไฟของเธอ การไปโลกเบื้องบนก็เหมือนกัน สิ่งมีชีวิตจากสามภพไม่สารถไปมาหาสู่กันได้อิสระนอกเสียจากว่าไปพบกันที่โลกเบื้องหน้า"

“แต่พวกนั้นก็ยังส่งไทซัสไปที่โลกเบื้องหลังได้นี่ แล้วจะเอากุญแจนั่นไปทำไมในเมื่อถ้าอยากไปสวรรค์ก็แค่ใช้วิธีเดียวกัน" แซมแย้ง

“เพราะบางที จำนวนของปีศาจที่ต้องการจะผ่านเข้าไปมีมากเกินกว่าที่พลังในการสร้างทางเชื่อมจะรองรับได้" แมทเอ่ยเรียบๆ

“มากเกิน มากแค่ไหนล่ะ ปีศาจกี่ตัวที่ต้องการผ่านเข้าไป" สาวผมบลอนด์ถามต่อ

“เป็นกองทัพ...” แมรี่เอ่ยบ้าง "พวกนั้นต้องการทำสงคราม" เธอว่า แววตาสีฟ้าไหววูบ แมทพยักหน้ารับ "อาจใช่"

“ไม่ยักรู้ว่าพวกปีศาจจะทำสงครามกับสวรรค์" ทอดด์เลิกคิ้ว "ไหนว่าทำสัญญาสงบศึกไปแล้วไง"

“นั่นแหละที่เราต้องหาคำตอบ" แมรี่โพล่งขึ้น "พวกนั้นต้องการฉันและกุญแจแห่งเคบริท ถ้าพวกนั้นจะใช้กุญแจในการบุกโลกเบื้องบน เราต้องรู้ว่าพวกนั้นจะใช้ฉันทำอะไร"

“พลังเธอทำได้หลายอย่างแมรี่" แมทว่า "มันซับซ้อนเกินกว่าพวกเราจะเข้าใจ แม้แต่ซาเธลิสยังถูกสั่งห้ามใช้พลังเลย การที่เขามอบสายเลือดตัวเองให้มนุษย์นั่นต้องมีเหตุผลบางอย่าง"

“ฉันเลือกที่จะมีชีวิตอยู่เพื่อพิสูจน์เรื่องนี้ บางทีฉันอาจจะอยากได้กุญแจนั่นเหมือนกัน ซาเธลิสต้องตอบคำถามฉัน"

“และเราต้องลงมือหามันเดี๋ยวนี้" บิลลี่แนะนำ เขาชี้ที่นาฬิกาลูกตุ้มเรือนใหญ่ที่ตั้งอยู่ชิดผนัง เวลากระชั้นเข้ามา อีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะมืด และที่นี่จะถูกโจมตีอีกครั้ง

“แล้วจะเริ่มจากอะไร มันอาจไม่ได้อยู่ที่นี่ก็ได้" แซมแสดงความคิดเห็น "ป่านนี้แล้วพ่อฉันยังไม่พาทวารบาลมาสักคน ไทเลอร์บอกว่านักล่าในเขตวาติกันมีไม่มาก ยิ่งนักล่าน้อย พวกมนุษย์จะยิ่งตกอยู่ในอันตราย"

“อพยพคนในวาติกันออกไปอยู่ในโรมก่อนดีไหม" แมรี่เสนอ "อย่างน้อยเป้าหมายการโจมตีคือวาติกันไม่ใช่เหรอ"

“มีคำสั่งอพยพผู้คนในรัศมีของวังและวิหารนี่เรียบร้อย แต่คงเอาคนออกไปทั้งวาติกันไม่ได้ ผู้คนจะแตกตื่น" ทอดด์ว่า

“งั้นเราต้องหาทางถ่วงเวลา วิหารนี่มีมิติดัดแปลงครอบไว้ แมรี่ พลังของเธออาจเสริมความแข็งแกร่งของมิติดัดแปลงนี่ได้" แมทหันมาหาเธอ แมรี่ส่ายหน้าอย่างไม่มั่นใจ "ฉันทำแบบนั้นไม่ได้ เสียใจด้วย"

“วิลไง แมท นายเรียกเขากลับมาทำอะไรซักอย่างกับมันสิ" แซมโพล่งขึ้นมา

“ถึงเขาจะยอมทำตามที่ขอแต่ฉันจะไม่ยอมให้เขาทำ เธอเห็นตอนเขาใช้พลังไหม นั่นแค่พลังเสี้ยวเดียวของซาเธลิส มันทำร้ายเขา แล้วถ้าต้องใช้พลังกับมิติดัดแปลง มันอาจฆ่าเขาได้" แมทนิ่วหน้าใส่ แซมยักไหล่ "ก็แค่ลองถามดู"

“มันอาจอยู่ในรูปปั้น" จู่ๆ แมรี่ก็พูดขึ้น "เมื่อคืนพวกปีศาจค้นทุกห้อง ทุกซอกทุกมุม และพังรูปปั้น ทำไมต้องพังรูปปั้นล่ะ เพราะพวกมันคิดว่าศาสนจักรอาจซ่อนกุญแจไว้ในรูปปั้น"

“เป็นไปได้" แมทพยักหน้า ทั้งสองหันไปมองทอดด์กับบิลลี่ที่ยกมือขึ้นห้าม ส่ายหน้ารัว

“ไม่ อย่าได้คิดเชียว รูปปั้นในวิหารนี้หลายชิ้นมีอายุเป็นร้อยปี บางชิ้นเป็นผลงานชิ้นเอกของศิลปินชื่อดัง และมีความสำคัญกับศาสนจักร" ทอดด์เอ่ย

“เราจะไล่พังรูปปั้นทุกชิ้นเพื่อหากุญแจนั่นไม่ได้ คณะสงฆ์รู้เข้าเราตายแน่ๆ" บิลลี่เสริม

“ให้ตายสิ เมื่อพวกปีศาจโจมตี เดี๋ยวพวกมันก็พังรูปปั้นทั้งหมดที่มีอยู่ดี" แมรี่เถียง

“งั้นก็ให้มันเป็นฝีมือของปีศาจ ไม่ใช่วิญญาณสีเทาอย่างเธอที่ตอนนี้อยู่ในความดูแลของเรา" ทอดด์ว่า

“ได้สิ!” แมทเอ่ยขึ้น "แมรี่จะซ่อมพวกมันให้" เขาหันไปสบตาคู่สีฟ้าของหญิงสาว "ใช่ไหมแมรี่"

“ใช่แล้ว พลังย้อนเวลาคืนสภาพวัตถุ ที่วิลทำให้ดู" แซมดีดนิ้วเหมือนเพิ่งจะนึกได้

“แต่ฉันทำไม่ได้" แมรี่เถียง

“ถ้าวิลเลียมทำได้ เธอก็จะทำได้" แมทพูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจ

โปรดติดตามตอนต่อไป
----------------------------
TALK 
คุยกันหน่อยเนอะ รอบนี้เว้นช่วงนานเลย ทำงานยุ่งมว๊ากกกก 
ช่วงนี้อาจดรอปเรื่อง DARKSPELL ไว้ก่อนนะคะ เพราะว่าอยากแต่งเรื่องนี้ให้มันจบเสียที 
ใครที่ตามเรื่องนั้นอยู่ด้วยก็รอกันหน่อยเนอะ 
ที่สำคัญคือต้องขอบคุณทุกคนที่ติดตามมาถึงตอนนี้ ขอบคุณที่ไปพูดคุย ไปทักทายกันในเพจ ขอบคุณที่แอดFav กดโหวต คอมเม้นต์ และทุกๆอย่างค่ะ เรื่องก็ใกล้จบเต็มที ใครรู้สึกอย่างไร อยากระบาย อยากสครีมฉากหรือตัวละครไหนก็จัดไปนะคะ สำหรับตอนนี้มีตัวละครใหม่โผล่มา แต่เขาจะยังไม่มีบทบาทเท่าไหร่ ต้องรอติดตามค่ะ 
ประการสุดท้าย ขอสปอยล์นิดหน่อยคือ OTHER WORLDS มีแพลนภาค 2 แน่นอนแล้วค่ะ เพราะไม่สามารถเก็บเนื้อหาครบได้ในภาคแรก ;D 
เจอกันใหม่ตอนหน้าค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

229 ความคิดเห็น

  1. #164 wondermomo (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2557 / 17:38
    ต๊ายย เรื่องนี้มีเก้งโพล่มาอีกละ ฮ่าๆๆ ฉากเถียงกันฮาดี ชอบๆ

    สรุปว่า แมรี่จะจัดการได้ไหมหนอ ไอ่ย้อนเวลาได้อ่ะ

    ติดตามต่อไป
    #164
    0
  2. #162 Esperanza (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2557 / 23:37
    แหงะๆๆ พี่นิสาดร็อป darkspell พลอยก็จะดร็อป blessed scar นะคะ 555555 (เย้ยยย! ล้อเล่นน้าาาา)
    ไม่เป็นไรค่ะปั่นเรื่องนี้ให้สุดๆ เถอะค่ะ มีภาคสองด้วยอ่ะ กรี๊ดดดดดด จะได้ฟินเอธไปอีกนานๆ เลยทีเดียว
    อ่านในเฟสที่พี่นิสาบอกว่า เขียนออร์เทอร์เวิร์ลส์ตอนใหม่แล้วเหมือนกับทำร้ายตัวละครที่รัก
    คือเห็นตอนนั้นพลอยทำใจนานเลยนะกว่าจะมาอ่าน ไม่รู้ว่าจะมีใครเป็นอะไรไปรึเปล่า
    แต่ในตอนนี้ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็ยังดีหน่อย แต่ฮืออออ ไม่ไว้ใจง่าาาา
    ทำไมแวมไพร์ต้องเป็นเกย์ สองคนแล้วนะ - -*
    ลุชคงมีบทบาทต่อไปในภายภาคหน้า เดี๋ยวจะรออ่านต่อละกันค่ะ
    แมรี่ลองทำๆ ไปเหอะนะ รู้ได้ไงว่าทำไม่ได้อ่า แต่ชอบแก๊งค์นี้จังบ้าบิ่นดีเลิศ ทุบรูปปั้นให้หมดคงสะใจดีไม่น้อยค่ะ
    แหมๆๆ หนูแมทแอบห่วงป๋าวิลด้วยแฮะ
    ฮาที่พี่นิสาบอกว่าอ่าน Little Straw ของพลอยแล้วเจอพวกมิลเลอร์ทีไรแล้วนึกถึงแมท 555 เราใจตรงกันนะคะเนียเพราะอ่านเรื่องนี้พลอยก็นึกถึงป๋าเจมส์กับเสจ โดนเฉพาะนิสัยงุ้งงิ้งมุ้งมิ้งของแมทนี่มันก็ชวนให้นึกถึงเสจเหมือนกันนะ
    เดี๋ยวพลอยจะอธิบายไว้ในเรื่องนั้นละกันนะคะว่าทำไมต้องเป็นนามสกุลมิลเลอร์ คาวเวล พัทนัม วัลคอตต์
    #162
    0
  3. #161 fa-iboat (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2557 / 21:43
    แมรี่นี่ปฏิเสธลูกเดียวเลยยย ไม่ดีนา  
    ช่วยบ้างก็ได้นะ  
    แมรี่อยู่เพื่ออยากรู้ว่าพลังซาธิลิสเป็นไง  แต่ไม่คิดจะลงมือในรอบนี้สักนิดเลยเหรอ


    ส่วนเรื่องภาค2 ดีใจค่ะที่จะมีภาค 2 :)
    #161
    0
  4. #160 อนิเมเป็นพระเจ้า (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2557 / 18:06
    นางเอกนี่อะไร อะไรๆก็ทำไม่ได้ๆชิ /////ไรต์ขามาตอนเร็วๆนะค่ะ
    #160
    0
  5. #159 bepimry (I'm directioner) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2557 / 11:39
    กรี๊ดดดดดดดดดดดด //มุดหัวออกจากกองการบ้าน
    โอ๊ยอะไร นี่มันอะไรกัน! คุณลุชกับปู่วิลเนี่ยย 
    ชอบไทเลอร์ น่ารักน่าขบน่าเคี้ยวมากอ่ะ <3 
    อย่าว่าเขาเด็กนะ ประวัติในวองฮีสิบเก้าแล้วนะเออ.. 
    แม่รี่หนูต้องทำได้สิลูก  ไม่งั้นก็ลาออกจากการเป็นนางเอกแล้วให้แมทมาคู่กับปู่แทนนะจ๊ะ ไม่ใช่ล่ะ!5555
    พาร์ทนี้ปมก็ยังไม่คลายไม่ขยี้จ้าาาา เรื่องนี้สุดยอดมาก ฟีลเหมือนอ่านตอนกลางเรื่องอยู่เลย 
    คือมันตื่นเต้นทุกขณะจิตอ่ะ ชอบๆ สนุกมากเลย นี่จะมีภาคสองด้วยย *0*
    Darkspell ก็สนุกเหมือนกันนะคะ คนละรสชาติ แต่อร่อยลงตัว! 
    ติดตามทั้งสองเรื่องอยู่น้า ไม่ได้หายไปไหน การบ้านเยอะค่ะTT 
    รอคอยต่อไปปป >< 
    #159
    0