OTHER WORLDS : ออเทอร์เวิร์ลส

ตอนที่ 21 : บทที่ 19 : กุญแจแห่งเคบริท

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 251
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    24 ก.ค. 57

บทที่ 19 กุญแจแห่งเคบริท

 

หลังจากแยกทางกับคนอื่นๆ แมรี่กับเอธกลับมายังวิหารเซนต์ปีเตอร์ซึ่งอยู่ใกล้กันกับพระราชวัง เนื่องจากเหตุการณ์เมื่อคืน ทำให้วาติกันสั่งปิดนครห้ามนักท่องเที่ยวภายนอกเข้ามาเที่ยว จตุรัสเซนต์ปีเตอร์จึงว่างเปล่า มีนักข่าวจำนวนหนึ่งที่แห่กันมารายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แมรี่อยากมาเที่ยวที่นี่นานแล้ว เพราะเป็นมหาวิหารอันยิ่งใหญ่ที่ใช้เป็นฉากสำคัญๆ ในภาพยนตร์และนวนิยายหลายเรื่อง ทั้งคู่เดินผ่านเสาโอเบลิกส์ที่มีฝาแฝดอยู่ที่หอผู้พิทักษ์ในโลกเบื้องหลัง ตัววิหารตั้งตระหง่านสูงใหญ่จนสามารถใช้คำว่า 'มโหฬาร' กับที่นี่ได้อย่างไม่มีข้อสงสัย เธอเห็นรูปปั้นนักบุญปีเตอร์หรือนักบุญเปโตรที่ปีกซ้าย และปีกขวาเป็นนักบุญพอลหรือนักบุญเปาโล ทั้งสองยืนต้อนรับผู้มาเยือนอยู่หน้าทางเข้ามหาวิหาร

“ที่นี่สวยมาก ฉันควรจะมาเยือนมันในตอนที่สถานการณ์ปกติกว่านี้" แมรี่ว่า

“ไว้เสร็จเรื่องเราจะมากันอีกแมรี่" เอธยิ้ม

ทั้งคู่เดินเข้าไปด้านใน ตรงไปยังห้องลับที่มีประตูพิภพสู่สภาสูงแห่งโลกเบื้องหลัง เอธก้าวไปอยู่ตรงหน้ากระจกบานใหญ่ จู่ๆ แมรี่ก็จับแขนเขาไว้

“มีอะไรหรือ" ทวารบาลหนุ่มถามกลับ

“ฉันไม่อยากหนีอีกอีธาน" เธอเอ่ย "ฉันทิ้งพวกเธอให้อยู่ที่นี่ไม่ได้ ฉันรู้ว่าเรื่องร้ายๆ พวกนี้เกิดขึ้นเพราะฉัน ขอร้องล่ะ อย่าไปเสี่ยงอันตรายโดยให้ฉันทนดูอยู่ห่างๆ"

“แต่แมรี่...”

“ฉันอยากช่วยนายหาความจริงนะเอธ" แมรี่พูดเสียงดังฟังชัด "ถ้าเรื่องบ้าๆ นี่มันเกิดจากฉัน ฉันควรมีส่วนตามหาสาเหตุสิ"

“เธอยืนยันจะไม่กลับไปสภาหรือ"

“ฉันอยากอยู่กับทุกคนที่นี่ อยู่กับนาย" แมรี่ยืนยัน เอธหลับตาลงอย่างอ่อนใจ เขากัดริมฝีปากดูเหมือนกำลังครุ่นคิด “ก็ได้ แต่ฉันไม่รู้ว่าจะปกป้องเธอได้แค่ไหนแมรี่" เอธลืมตาขึ้น จ้องตาเธอ

“นายทำได้อีธาน" แมรี่ยิ้มน้อยๆ "นายเคยทำมาตลอด" หญิงสาวมองแววตาสีเทาซีดของเอธ เขายิ้มตอบ ยื่นมือมาแตะแก้มเธอเบาๆ

“ตอนนี้ด้วยแมรี่ และฉันจะทำตลอดไป" เขาโน้มใบหน้ามาใกล้มากจนริมฝีปากทั้งคู่ห่างกันไม่ถึงนิ้ว แมรี่หลับตาลง ทั้งสองจูบกันอย่างแผ่วเบาเนิบนาบ เอธกอดเธอไว้หลวมๆ ส่วนแมรี่ได้แต่โอบรอบคอชายหนุ่มไว้ รู้สึกได้ถึงไออุ่นจากแผ่นอกกว้าง แม้จูบของเอธจะนุ่มนวลชวนฝันแต่แมรี่ยังอดรู้สึกผิดไม่ได้ เธอผละจากเขา ก้มหน้ามองพื้นอย่างอ่อนใจ “ฉันทำไม่ได้" เธอเอ่ยเสียงค่อย "นายเป็นคู่หมั้นของแซม"

“ใช่ฉันรู้" เอธว่า "แมรี่ ฉันกับแซมเราเป็นเหมือนพี่น้องกัน ฉันรักเธอแบบน้องสาว แต่สำหรับเธอมันต่างออกไป" เขาคว้ามือแมรี่ไปกุมไว้แล้วบีบเบาๆ แมรี่เงยหน้าขึ้นมอง แววตาของเอธไหววูบ ดูเจ็บปวดแปลกๆ

“ฉันเคยบอกเธอแล้ว มันต้องมีเหตุผลที่เราเจอกัน ที่ฉันต้องปกป้องเธอ ที่ฉันรู้สึกดีๆ กับเธอ เธอเชื่อฉันไหม"

“เชื่อสิเอธ" แมรี่ว่า "ฉันเชื่อนาย" เธอบีบมือเขาตอบ "มันต้องมีเหตุผลที่เราเจอกัน"

“ฉันถามอะไรเธออย่างหนึ่งได้ไหม" เอธถามเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ แมรี่พยักหน้า "ถามมาสิ" เธอมองเขาด้วยแววตาสีฟ้าสด

“เธอกับแมทน่ะ...” เอธหยุดพูด เขาดูกระอักกระอ่วนเล็กน้อยที่จะเอ่ยประโยคต่อไป

“หมายถึงฉันรู้สึกยังไงกับเขาหรือ" แมรี่เลิกคิ้ว เอธเม้มปาก พยักหน้าช้าๆ "เขาดูชอบเธอ ไม่เคยเห็นเขาสนิทกับผู้หญิงคนอื่นมาก่อนยกเว้นแซม" ชายหนุ่มอธิบาย แมรี่ส่ายหน้า

“ไม่หรอก เราเป็นเพื่อนกันสาบานได้" เธอยืนยัน "ฉันชอบเขาเหมือนเพื่อนคนหนึ่ง"

มาถึงตรงนี้แมรี่เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของทวารบาลหนุ่ม เอธดูเขินนิดหน่อยผิดกับบุคลิกที่ปกติเขาจะมีความมั่นใจในตัวเองอยู่ตลอดเวลา

***

หลังจากซ้อนมอเตอร์ไซด์นักล่าหนุ่มที่พาลัดเลาะตรอกเล็กตรอกน้อยมาจนถึงตัวอาคารอิฐหลังใหญ่ แซมเงยหน้ามองรูปสลักเทวดาสององค์ที่เธอไม่รู้จักก่อนจะหันมาถามเจ้าถิ่น "นายพาฉันมาที่ไหน" ไทเลอร์ถอดหมวกกันน็อคออก ยักคิ้วให้หญิงสาว "ก็บอกแล้วไง ว่าเรามาพบสมเด็จท่าน" เขาว่า

“ที่ลี้ภัยพระสันตะปาปาดูธรรมดาไปหน่อยไหม" แซมแย้ง

“สถานที่ปลอดภัยที่สุดในวาติกันมีแค่ที่พระราชวังกับวิหารเซนต์ปีเตอร์เพราะมีมิติดัดแปลงประเภทเกราะ แวมไพร์ตาฟ้านั่นบอกเราว่าที่นั่นเป็นจุดเสี่ยงจะถูกโจมตีคืนนี้ เราเหลือแค่ที่นี่ มีมิติดัดแปลงประเภทพรางพลังวิญญาณ อย่างน้อยพวกปีศาจก็จะไม่รู้ว่าสมเด็จท่านอยู่ที่นี่" ไทเลอร์อธิบาย

“อ้อ เหมือนที่อพาร์ทเม้นท์ของวิลเลย" เธอโพล่งขึ้น ไทเลอร์ส่ายหน้า "ความจริงศาสนจักรไม่อนุญาตให้สร้างมิติดัดแปลงทุกประเภทโดยไม่ได้ผ่านความเห็นชอบจากพระสันตะปาปา จะฉลาดกว่าถ้าเธอไม่พูดเรื่องนี้กับคนของศาสนจักร ถ้าไม่อยากให้หมอนั่นเดือดร้อน"

“แน่นอน ฉันจะเงียบ" แซมยิ้มแป้น "แล้วฉันต้องทำอะไรบ้างล่ะ"

ไทเลอร์กระโดดลงจากมอเตอร์ไซด์ เขากวักมือเรียกให้แซมเดินตาม ทั้งคู่แนบหน้ากับบานกระจก มองเข้าไปด้านใน

“มีนักล่าเฝ้าชั้นล่างเต็มไปหมด นั่นเพื่อนฉันทั้งนั้นไม่น่าห่วง" เขาพึมพำ แซมย่นคิ้ว

“แล้วจะบอกทำไมยะ" เธอว่า ไทเลอร์ทำท่าจุ๊ปากให้เธอเงียบ

"แต่พระคาดินัลและท่านคาเมอร์เลโญ พวกที่ใกล้ชิดสมเด็จท่านจะไม่ยอมให้ฉันถามเรื่องสิ่งของที่ศาสนจักรรักษาไว้แน่ๆ เราแทบไม่มีข้อมูลอะไรเลย มันเป็นข้อสันนิษฐานของแวมไพร์นั่นล้วนๆ ภาวนาเถอะว่าสมเด็จท่านจะยอมช่วยเรา"

“งั้นก็บอกมาซักทีสิว่าฉันต้องทำอะไร นายนี่รวบรัดไม่เป็นใช่ไหม" แซมว่า

“ขอแบบที่พิคคาดิลลี ที่เธอทำกับแม่สาวปากแดงนั่นน่ะ" ไทเลอร์เสนอ

“นี่นายเอาจริงเหรอ" แซมเลิกคิ้ว ไทเลอร์พยักหน้าหงึกๆ

“จัดภาพหลอนหนักๆ เลย ระหว่างนั้นเราจะเข้าถึงตัวสมเด็จท่าน"

“แน่ใจนะ ว่านายจะไม่ตกนรกหรือโดนลงโทษอะไรทำนองนั้น"

“เอาเถอะน่า นี่เรากำลังช่วยโลกอยู่นะแซม"

“เราแค่มาถามข้อมูลจากคุณปู่ใจดีคนหนึ่งเท่านั้นไทเลอร์" แซมว่า "นายพูดเกินไปหน่อย"

“ก็ได้ๆ เอาเป็นว่าเราจะเข้าไปดีๆ ถ้าพวกเขาขัดขวางเธอค่อยใช้พลังโอเค๊" เขาพูดเสียงสูง "อนุญาตให้ลดระดับความโหดลงมาหน่อยก็ได้"

“ตกลงตามนั้น" แซมยิ้มก่อนจะยื่นมือมาข้างหน้า ไทเลอร์ยื่นมือไปจับเหมือนตอบรับข้อสัญญาระหว่างกัน

ทั้งคู่ผลักประตูเปิดเข้าไปในตัวอาคาร ชั้นล่างมีแต่พวกนักล่าเขตวาติกาโน่ที่ถูกส่งมาคุ้มกันความปลอดภัยของพระสันตะปาปาและคณะพระคาดินัล

“พระเจ้า นายมาซักที" เป็นเจสันที่ตรงรี่เข้ามาหาไทเลอร์กับแซม

“มีอะไรเหรอ" เขาถามกลับ

“เราเจอสาส์นขู่จากโลกเบื้องล่าง มันเสียหายไปหลายส่วน อยากให้นายมาดูหน่อย" เจสันว่าพลางพยักพเยิดให้ทั้งคู่เดินตามไป เขาพาทั้งสองไปยังทางเดินทอดยาวในตัวอาคาร เลี้ยวซ้ายเข้าไปหลังประตูไม้หนักอึ้ง ภายในเป็นห้องทำงาน มีโต๊ะและชั้นหนังสือสูงจรดเพดาน เจสันเคาะนิ้วกับโต๊ะไม้ให้ไทเลอร์ดูบางอย่าง มันเป็นแผ่นกระดาษขาดๆ มีตัวอักษรเลือนๆ เขียนไว้

“ฉันอ่านภาษาโลกหน้าไม่ออกซักตัวหรอกจะบอกให้" ไทเลอร์ว่า "วันหลังถ้าใครจะส่งจดหมายขู่ช่วยบอกเขาว่าแปลเป็นภาษาอังกฤษก่อนจะดีมาก"

“นั่นล่ะประเด็น ฉันอ่านได้แค่บางตัว มันดู... สับสนไปหมด" เจสันตอบ

“ขอโทษนะสุภาพบุรุษทั้งสอง" แซมโพล่งขึ้น "พวกนายลืมไปแล้วเหรอว่าฉันมาจากโลกหน้า ตัวหนังสือพวกนี้คือกลีฟ ใช้เป็นตัวเขียนกลางในออเทอร์เวิร์ลสทั้งสาม"

“เออใช่!” ไทเลอร์พูดเสียงดัง "เธออ่านสิอ่านเลย!” เขาดันแผ่นกระดาษยับยู่ยี่นั่นให้แซม เธอส่ายหน้าเอือมระอาก่อนจะรับไปอ่าน

“เมื่อรัตติกาลเยื้องย่างอสุราใต้พสุธาจะกลับมาอีกครั้ง" แซมว่า "ให้ตาย รูปประโยคโบราณชะมัด"

“งั้นวิลก็ทายถูก พวกนั้นจะโจมตีอีกคืนนี้" ไทเลอร์พึมพำ "ฉันอยากรู้ว่าพวกนั้นต้องการอะไรกันแน่ นี่นายเจอมันที่ไหน"

“ตกอยู่ที่พระราชวัง ฉันหาชิ้นส่วนที่เหลือไม่เจอ มันอาจบอกไว้ว่าพวกนั้นจะเอาอะไร"

“คงไม่ใช่แมรี่ใช่ไหม เธอโดนตามล่ามาตั้งแต่ที่ลอนดอน สาบานได้ว่าโลกเบื้องล่างส่งกริมม์มาลากเธอลงไปเองเลยด้วย" แซมแทรกขึ้นมา

“พวกปีศาจชั้นต่ำค้นห้องทุกห้องกระจุย ทั้งตู้ โต๊ะทำงาน แถมพังรูปปั้นเกือบทุกชิ้น มันคงไม่ได้หาแมรี่หรอกนะ" ไทเลอร์แย้ง

“ก็แค่ลองถามดูเฉยๆ" แซมมุ่ยหน้า

“ต้องถามสมเด็จท่าน ท่านน่าจะรู้ว่าศาสนจักรเก็บอะไรไว้ อะไรที่น่าจะมีความหมายมากพอให้พวกปีศาจต้องการมัน"

“พระคาดินัลรุมล้อมสมเด็จท่านตลอดเวลา นายจะหาโอกาสเข้าไปถามได้ยังไง แถมความลับของศาสนจักรส่วนใหญ่ นักล่าอย่างเราไม่มีสิทธิ์จะรู้" เจสันท้วง เขาหรี่ตาครุ่นคิด มองไทเลอร์กับแซมที่พร้อมใจกันพรายยิ้มจึงเลิกคิ้วถาม "นี่มีแผนกันอยู่แล้วใช่ไหม"

 

***

ไม่ไกลจากพระราชวัง มีตึกหลังเก่าแต่สภาพดีที่ศาสนจักรใช้เป็นศูนย์พักฟื้นของนักล่าที่บาดเจ็บ วิลมาที่นี่เมื่อคืนเพราะต้องพานักล่าที่ถูกพิษปีศาจมารับการรักษา เป็นงานที่เขาไม่ค่อยจะเต็มใจทำเท่าไหร่นักและจะไม่ทำแน่ๆ หากเมื่อคืนมีคนแข็งแรงมากพอที่จะแบกนักล่าร่างกำยำมาที่ศูนย์พักฟื้นนี้ เขาหันไปมองแมทที่เอาแต่เงียบตั้งแต่แยกจากเพื่อนๆ ที่วิหารเซนต์ปีเตอร์

“นายคิดอะไรอยู่" วิลถามทำลายความเงียบ แมทล้วงกระเป๋ากางเกง มองไปข้างหน้าอย่างใจลอย "โลกเบื้องหน้าเรียกแมทธิว มิลเลอร์ ได้ยินแล้วตอบด้วย" วิลพูดเสียงดัง แมทชะงักกึก หันหน้ามอง

“มีอะไร" เขาถาม

“ฉันถามว่านายคิดอะไรอยู่ นายเหม่อมาตั้งแต่ออกจากวิหาร" วิลถามซ้ำ หยุดเดินเช่นกัน

“ก็คิดเรื่องที่ต้องคิด นายจะอยากรู้ไปทำไม" แมทว่าก่อนจะออกเดินต่อ

“ฉันแค่อยากรู้ เห็นนายเอาแต่เงียบ" วิลสาวเท้ายาวๆ ให้ทันแมท

“กำลังคิดว่านอกจากแมรี่แล้วโลกเบื้องล่างยังอยากจะได้อะไรอีก" ชายหนุ่มตอบ ยกมือขึ้นป้องแสงอาทิตย์ มองไปยังอาคารตรงหน้า

“ฉันควรจะรีบกำจัดกลีฟนี่ก่อนจะมีใครต้องการตัวฉันอีกคน" วิลพึมพำ

“ถึงมีกลีฟนายก็เอาตัวรอดมาได้ตั้งหลายสิบปีไม่ใช่หรือ" แมทว่า วิลเลิกคิ้ว

“นั่นก็ใช่ รู้สึกขอบคุณที่ตัวเองกลายเป็นแวมไพร์ซะก่อนจะโดนลากลงนรก" เขาพูดติดตลก "ตกลงนายคิดออกไหมว่าพวกนั้นอยากได้อะไรจากที่นี่" วิลถาม แมทส่ายหน้า "ฉันไม่รู้" เขาตอบเสียงเรียบ

“ฉันส่งนายตรงนี้ได้ไหม สาบานกับตัวเองว่าจะไม่ยอมไปอยู่ท่ามกลางคนเจ็บเลือดอาบอีกแล้ว นี่ฉันยังไม่ได้ดื่มเลือดซักหยดตั้งแต่ออกจากลอนดอน" วิลพูดขึ้น พยักพเยิดไปที่ศูนย์พักฟื้นชั่วคราวที่มีนักล่าเดินเข้าออกตลอดเวลา

“นายกินอย่างอื่นแทนเลือดมนุษย์ไม่ได้หรือ"

“เลือดสัตว์รสชาติแย่" วิลเบ้ปาก "ไม่อยากนึกถึง"

“ถ้าจบเรื่องฉันจะเลี้ยงนายแก้วนึงเป็นการขอบคุณ" แมทเอ่ยเร็วๆ ก่อนจะก้าวฉับๆ เข้าตัวอาคารไป วิลหัวเราะ เขามองแผ่นหลังของแมทธิวจนหายลับเข้าไปด้านใน

แมทธิวใช้เวลาไม่นานก็เดินมาถึงห้องโถงใหญ่ที่กลายเป็นศูนย์พักฟื้นชั่วคราวของนักล่า มีเตียงคนเจ็บเรียงรายแบ่งเป็นสองฝั่ง ชายคนหนึ่งที่ดูเหมือนจะเป็นนักล่าตรงเข้ามาขวางแมทไว้ "คนนอกห้ามเข้า ที่นี่เป็นเขตส่วนบุคคล" เขาว่า

“แต่ที่นี่มีแต่คนเจ็บนะครับ" แมทเถียง "ผมแค่อยากมาช่วย"

“ที่นี่มีคนช่วยมากพอแล้วพ่อหนุ่ม อีกอย่างเราต้องการแพทย์ทหารที่มีประสบการณ์ไม่ใช่เด็กหนุ่มที่ไม่เคยผ่านการฝึกฝนอย่างเธอ" เขาว่า

“ผมทำได้ดีกว่าการเป็นแพทย์ทหารถ้าคุณจะให้ผมลอง" แมทยืนยันหนักแน่น

“เธอควรจะกลับไปดีกว่า"

“ปล่อยเขาเถอะดาริโอ เขาเป็นวิญญาณสีเทา" นักล่าคนหนึ่งเอ่ยขึ้นจากเตียงคนเจ็บใกล้ๆ จุดที่ทั้งคู่ยืนอยู่ เขาดูยังหนุ่ม อายุราวๆ ยี่สิบห้า ผมสีน้ำตาลเพลิง นัยน์ตาสีเขียวสด

“วิญญาณสีเทามาทำอะไรในวาติกันนี่" ดาริโอหรี่ตามองแมท

“ก็มาช่วยพวกคุณไง ผมรู้ว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นที่นี่ แล้วมันจะเกิดขึ้นอีกคืนนี้ กำลังคนพวกคุณไม่พอหรอก" แมทว่า

“ถึงอย่างนั้นฉันก็จะไม่ให้นายแตะต้องใครทั้งนั้นถ้าไม่มีสาส์นจากพระสันตะปาปา"

“ให้โอกาสเขาเถอะน่า เขาพูดถูกนายก็รู้" นักล่าคนเดิมยืนยัน "ไหนบอกมาซิ นายทำอะไรได้ พวกสีเทามักมีพลังพิเศษติดตัวมาด้วย"

“ฉันรักษาแผลได้ แต่รักษาหมดทุกคนไม่ได้ มันเกินกว่าพลังที่ฉันมี นายต้องบอกฉันว่านักล่าคนไหนฝีมือดีมากพอที่จะต่อสู้ในคืนนี้ได้"

“งั้นก็เริ่มจากฉันก่อนเลย" เขาว่าก่อนจะยิ้มกว้าง "วินเซนต์ ซิลวาโน่ หัวหน้าหน่วยนักล่าแห่งกรุงโรม" เขายื่นมือมาแมทเดินไปจับ "แมทธิว มิลเลอร์" ชายหนุ่มเอ่ยตอบ "แล้วนายเจ็บตรงไหน ดูนายสบายดี" นักล่าหนุ่มพยักเพยิดไปที่ขา เขาดึงผ้าห่มที่คลุมไว้ออก

“โดนอะไรมา" แมทถาม ย่นหน้านิดๆ ขณะสำรวจขาซ้ายที่พันผ้าเอาไว้ มีเลือดซึมตามจุดต่างๆ

“ดูไม่ทัน มันงับขาฉันไม่ปล่อยเลยฟันหัวมันขาดติดขามาด้วย นั่งง้างขากรรไกมันอยู่ตั้งนานกว่าจะแกะออก สงสัยกระดูกคงแตก ช่วยดูให้หน่อยแล้วกัน" เขาพล่ามอย่างไม่สะทกสะท้าน แมทเบือนหน้าหนีขณะที่ดาริโอเดินเข้ามาแกะผ้าที่พันแผลออกให้

“โดนกัดนั่นหมายถึงนายถูกพิษปีศาจ ถ้าตัวที่กัดนายเป็นกริมม์นายจะตายรู้ไหม" แมทว่า เขาหันกลับมามอง รอยเขี้ยวยาวฝังลึกเข้าไปในผิวเนื้อ เลือดที่ซึมออกมาเปลี่ยนเป็นสีดำ

“ตัวนี้ไม่ใช่กริมม์" เขาว่า "เป็นแค่ตัวส่งสาส์น ฉันเห็นมันปักนี่กับศพของลูกน้องฉัน" วินเซนต์กลืนน้ำลายก่อนจะพูดต่อ "ด้วยมีดของเขาเอง" เขาว่าพลางล้วงบางอย่างออกจากกระเป๋าเสื้อแล้วส่งให้แมท เป็นกระดาษสีหม่นขาดๆ เขียนข้อความด้วยตัวอักษรกลีฟ

“มันขาดนี่ แล้วส่วนที่เหลือล่ะ" แมทถาม วินเซนต์ส่ายหน้า "มันขาดออกตอนฉันดึงมันออกจากร่างลูกน้อง อีกส่วนปลิวหาย แล้วไอ้ตัวอุบาทว์นั่นก็กระโจนกัดขาฉันเลย ฉันอ่านไม่ออก กำลังหาคนที่อ่านข้อความนี้ออกก่อนจะส่งให้สมเด็จท่าน" เขาเล่า แมทก้มลงอ่านข้อความในกระดาษ

"จงมอบกุญแจแห่งเคบริทแก่ทูตจากนรกานต์ หรือมองผู้คนของเจ้าล้มตาย" แมทเงยหน้ามองวินเซนต์ "อะไรคือกุญแจแห่งเคบริท ศาสนจักรเก็บมันไว้ไหน" เขาถามทันที วินเซนต์เลิกคิ้ว

“แล้วเคบริทคืออะไร ฉันจะรู้ได้ไง" เขาย้อนถาม

“หมายถึงกาเบรียลน่ะ เทวดากาเบรียล เขาให้อะไรกับศาสนจักรไว้" แมทเค้นถาม วินเซนต์ยิ่งตีสีหน้างุนงง

“ฉันเป็นนักล่า เราไม่ยุ่งเรื่องกิจของศาสนจักรกับเทวดา เราสนแค่ปีศาจกับพวกไร้สี อีกอย่างดูก็รู้ว่าสาส์นนี่จงใจสื่อสารกับพระสันตะปาปา ไม่ใช่คนอย่างพวกเรา" เขาว่า

"พระสันตะปาปา" แมทธิวเบิกตากว้าง "ใช่แล้ว!” พูดจบเขาก็พรวดพราดออกจาศูนย์พักฟื้นมาด้านนอก มองซ้ายมองขวาหาวิล เจอแวมไพร์หนุ่มนั่งสบายใจอยู่ที่ม้านั่งริมทางเดิน กำลังอ่านหนังสือพิมพ์รายวันของวาติกันอยู่ เขาจึงรีบวิ่งไปหา

“วิลเลียม!” แมทร้องเรียก วิลเงยหน้าขึ้นมอง เลิกคิ้วสูง

“นายรักษาเร็วจัง"

“เปล่า ฉันยังไม่ได้รักษา ช่างเถอะ มือถือนาย หยิบขึ้นมาเร็วๆ เลย" เขาเร่ง สีหน้าวิลมีแต่คำถาม

"ทำไม มีอะไรรีบร้อน"

“เอาเถอะน่า เบอร์ที่ฉันเคยใช้โทรหานายน่ะจำได้ไหม กดโทรไปที ฉันต้องคุยกับไทเลอร์" แมทสั่ง "เดี๋ยวนี้!” 

----------------------------
Reference image


ภาพมุมสูงของที่ตั้งมหาวิหารนักบุญเปโตร จตุรัสนักบุญเปโตร และพระราชวังพระสันตะปาปาค่ะ (วงกลมสีน้ำเงินแสดงขอบเขตของมิติดัดแปลงที่ครอบทับอาคารไว้ ซึ่งในตอนนี้มิติดัดแปลงที่ครอบวังไว้พังไปแล้วค่ะ)
คุยกันหน่อย
ตอนที่ 19 แล้วอ่า ใกล้จบเต็มที ไอ้เราก็ดองซะนานเลย เพราะไม่อยากให้จบ (ข้ออ้างมากๆ) 
ตอนนี้พวกของแมรี่ก็แยกย้ายกันตามหาเบาะแสและมีเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง ใครที่รู้สึกเอียนวาติกันอยากจะเปลี่ยนฉากเสียทีคงต้องอดทนหน่อยนะคะ (ฝากไปบอกวิลด้วยว่าทนอีกนิด) เพราะมันยังไปไหนไม่ได้ ต้องอยู่ที่นี่แหละ 555 ยังไงก็ขอบคุณทุกคนที่ติดตามค่ะ ทั้งแฟนนิยายและนักอ่านเงาทุกท่าน ทั้งที่เม้นต์และไม่เม้นต์ จุดๆนี้เรายินดีที่มีคนตามอ่านไม่ว่าจะแสดงตัวหรือไม่ก็ตามค่ะ แต่ยังไงก็ถ้าไม่ลำบากเกินไป ไม่ต้องคอมเม้นต์อะไรก็ได้ค่ะ กดโหวต กดแอด หรือเม้นต์แค่แสดงตัวให้รู้ว่าเรื่องนี้ยังมีคนอ่านอยู่นักเขียนก็ชื่นใจและ สำหรับใครที่ตามนิยายเรื่องนี้อยู่อย่าพลาดเกมทดสอบที่เราเพิ่งจะสร้างนะคะ ขอท้าให้ไปเล่นกันเลย อิอิ 
เกมทดสอบ: คุณรู้เรื่อง OTHER WORLDS มากแค่ไหน (PART 1)

ส่วนใครที่มีคำถาม อยากถามเกี่ยวกับตัวนิยายแบบไม่แสดงตัวผู้ถาม เชิญที่ ask.fm ของเราเลยจ้า ถามได้ทุกเรื่องทั้งนิยายและเรื่องของนักเขียนเอง อิอิ คลิ๊กลิ้งค์ข้างเลยเลยค่ะ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

229 ความคิดเห็น

  1. #225 MooK_KunG_Zaa (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2558 / 00:37
    ฉันเขินกับทุกคู่ ตายๆๆๆ น่าร้ากกก
    #225
    0
  2. #157 พอเอียง (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2557 / 23:12
    มาจนได้ ขอบคุณมากค่ะ
    #157
    0
  3. #156 wondermomo (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2557 / 21:09
    เขาจุ๊บกันอีกแร้นน เบะปาก ไปฟินเบาๆ กับไทเลอร์และแซมดีกว่า คู่นี้น่ารักแบบน่าหยิก อิอิ
    สรุปแว้ ต้องการนางเอกชิมิ งั้นก็มาได้ถูกจังหวะสินะ (นี่เดามั่ว อ่านตอนเมายาแก้ไข้)
    ตอนหน้าคงตื่นเต้นรัว ๆ เนอะ

    มีคำผิดนิดหน่อย
    สันนิฐาน - สันนิษฐาน
    ใช่พลัง - ใช้พลัง
    กรรไก - กรรไกร

    แค่นี้แหละ อ่านทันละ และจะรอตอนใหม่น้า
    #156
    0
  4. #153 Esperanza (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2557 / 00:49
    เขินเอธจะแย่อยู่แล้วค่ะ อ๊ากกกกกก
    ส่วนแซมกับไทเลอร์คือน่ารักเข้ากันได้ดีจริงๆ ^^
    หนูแมทกับปู่ก็ใช่ย่อยอ่ะ
    สามคู่ชูชื่นเลยงานนี้ แม้จะมีภาระหนักต้องกอบกู้โลก (?) แต่รู้สึกว่าตอนนี้มันหวานๆ ดีแท้ค่ะ ^^

    #153
    0
  5. #149 bepimry (I'm directioner) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2557 / 13:53
    กรี๊ดกร๊าดดดดด 
    ปู่วิลและหนูแมทน่าร้ากกกกกกกกกกกกก 
    นี่ขนาดไม่ค่อยจิมีโมเม้นต์อะไรมากเท่าไรนะ
    แต่แค่อยู่ด้วยกันอ่ะ วิลแมทชิปเปอร์ก็เขินและมโนได้แล้ว >< 
    ไปๆมาๆ กลับชอบคู่น้องไทเลอร์กับแซมที่สุดแฮะ(เมื่อกี้หล่อนเพิ่งกรี๊ดคู่ชิปหล่อนไป?) 
    ก็แซมน่ารัก ไทเลอร์ก็มุ้งมิ้ง แต่หนูแมทนี่มันคิดมากไง หวงตัว ไม่มั่นใจ คนอ่านอย่างดิฉันลุ้นจนไม่อยากจะลุ้นแล้ว55
    ตอนนี้มีเพิ่มมาอีกล่ะ กุญแจเคบริท มันสำคัญยังไงหนอ 
    คืออยากรู้ว่าทางโลกเบื้องล่างจะเอาอะไร? เอาไปทำไม? ในเมื่อทำสัญญาห้ามเปิดสงครามไปแล้ว 
    แต่เอาเถอะ ถ้ามันไม่ต้องการอะไรเลย เรื่องจะไม่เกิดขึ้นนี่เนอะ55 
    สู้ๆน้า ><
    ปล. อยากให้หนูแมทเสียสละเลือดให้ปู่วิลจุงเบย ถ้าแมทไม่เสียให้ พิมพ์จะไม่รอช้า พิมพ์จะยอมเป็นถุงเลือดให้นะคะปู่//โดนแมทตบ5555 

    #149
    0
  6. #148 BE.Rapunzel (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2557 / 11:49
    อัยย๊ะ!! บทนี้เหมือนแบ่งโซนเลยแฮะ อาจต้องเปลี่ยนจากแยกย้ายกันหาเบาะแสเป็นแยกย้ายกันหาความหวาน//โดนตบ
    แยกกันเป็นคู่ๆเลย แมรี่ก็อยู่กับเอธ ไทเลอร์ก็อยู่กับแซม แถมคุณปู่ยังง้อคุณหนูมิลเลอร์อีก วิ๊ดว๊าย 5555
    แมรี่กับเอธจุ๊บุกันแร้วอ่ะ! แถมไทเลอร์กับแซมยังมีแผนอีก หุหุ แผนอะไรนะ ติดตามๆ
    ไหนจะกุญแจแห่งเคมบริจ เอ้ย เคบริช อีก ถ้าดูเผินๆนี่ไม่มีทีท่าว่าจะจบง่ายๆเลยนะนิยายเรื่องนี้ น่าติดตามสุดๆ
    สู้ๆนะคะ ' 'v
    #148
    0
  7. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(