OTHER WORLDS : ออเทอร์เวิร์ลส

ตอนที่ 20 : บทที่ 18 : กลับสู่โรม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 216
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    23 ก.ค. 57

บทที่ 18 กลับสู่โรม

 

ตอนเช้าตรู่แมรี่ถูกเรียกตัวไปที่ตึกทำการของสภาสูงอีกครั้ง คราวนี้เธอไม่ได้ไปในฐานะจำเลย ถึงกระนั้นก็มทวารบาลหุ่นบึ้กสี่คนอารักขาเธอไปตลอดทางเหมือนเคย เมื่อไปถึง เอธอยู่ที่นั่นแล้ว แซมและแมทก็อยู่ด้วย เธอเห็นคุณมอสส์ พ่อของแซมกับผู้หญิงอีกคนซึ่งคงจะเป็นภรรยาของเขาอยู่ด้วยเช่นกัน

“อรุณสวัสดิ์คุณสจ๊วต คุณคงเจอผมแล้วเมื่อวาน ผมคือซามูเอล มอสส์ นี่เพเนโลพี ภรรยาของผม เราเป็นตัวแทนของสภาสูงที่จะนำคุณไปยังวาติกัน" มอสส์ผู้พ่อเอ่ยทัก แมรี่เห็นแซมยิ้มให้ เธอยิ้มตอบ ดูเหมือนตั้งแต่เจอกันเธอยังไม่ได้คุยกับแซมเป็นเรื่องเป็นราวเท่าไหร่

“สวัสดีค่ะคุณมอสส์" แมรี่เอ่ยทัก เขาพรายยิ้ม

“มาเถอะ เราต้องไปที่ประตูพิภพ อยู่ในอาคารนี่เอง" เขาว่าพลางหันหลังเดินนำไป แมรี่เดินตาม แซมก้าวมาตีคู่กับเธอ โน้มหน้ามากระซิบ "เมื่อวานฉันก็ใช้ประตูนั่นมาที่นี่ ประตูพิภพของสภาสวยมาก เธอต้องได้เห็น" สาวผมบลอนด์ขยิบตาให้

ทั้งหมดเดินไปตามทางเดินในตัวอาคาร ซามูเอลพามายังประตูไม้บานหนึ่ง มีทวารบาลสองนายยืนขนาบสองข้าง พวกเขาทำความเคารพผู้คุมกฎก่อนจะเปิดประตูให้ เมื่อเข้ามาด้านใน แมรี่ต้องเบิกตากว้างกับภาพตรงหน้า กระจกบานใหญ่สูงจรดเพดานมีขอบไม้แกะสลักลวดลายอ่อนช้อยเคลือบสีทองอร่าม บานกระจกใสแจ๋วสะท้อนภาพผู้มาเยือนทั้งหมด ซามูเอลหยุดเดิน หันหลังกลับมาเผชิญหน้ากับแมรี่และคนอื่นๆ

“สภาได้ส่งคนไปแจ้งกับทางศาสนจักรไว้แล้วว่าวันนี้คุณจะไปที่วาติกัน แต่ยังไม่ได้รับการตอบกลับมา ผมจึงต้องไปกับคุณด้วย" เขายิ้มก่อนจะหันไปมองเอธ "อีธาน ขอยืมแรงเธอหน่อย" เขาว่า เอธพยักหน้ารับ เขาก้าวไปยืนหน้ากระจก ใช้พลังจากกลีฟเปลี่ยนมันให้กลายเป็นประตูพิภพ แผ่นกระจกกลายเป็นของเหลวสีเงินกระเพื่อมเป็นระลอก แมรี่เคยเดินผ่านมันมาแล้วหนหนึ่ง ครั้งนี้คงไม่ต่างกันเท่าไหร่ เพียงแต่เธอรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ ทันใดนั้นจี้ห้อยคอของเธอก็เรืองแสงขึ้น แมทสังเกตเป็นคนแรกจึงร้องทัก "แมรี่ สร้อยของเธอ...” เขาชี้ เธอก้มลงมอง

“นั่นหมายความว่าอะไรน่ะ" แซมถามขึ้น พ่อและแม่ของเธอต่างก็มองมาที่แมรี่เป็นตาเดียว

“ไม่รู้สิ มันส่องแสงแบบนี้ไม่บ่อย" เธอพึมพำ "แต่ทุกครั้งที่มันเรืองแสงต้องมีเรื่องเลวร้าย... อันตราย...” พูดจบเธอก็ตาเบิกกว้าง "แสงนี่ส่องเมื่อเกิดเหตุร้ายแรง หมายถึงมันกำลังเกิด!”

"แต่ทุกอย่างที่นี่ปกติดีนี่" แมทว่า แมรี่มองไปที่เอธ เขารีบหันไปมองประตูพิภพบานใหญ่ "ไม่ใช่ที่นี่" เขาพึมพำ "แต่เป็นอีกฟาก ที่โลกเบื้องหน้า!” เอธว่า

“นี่อาจเป็นสาเหตุให้ศาสนจักรไม่ติดต่อกลับสภา" ซามูเอลว่า "ฉันอยากให้ทุกคนอยู่นี่ อย่าเพิ่งผ่านประตูไปเด็ดขาด ฉันต้องไปติดต่อสภาและสอบถามสถานการณ์จากทวารบาลที่รับผิดชอบเขตวาติกาโน่และโรม" ซามูเอลว่าก่อนจะรีบสาวเท้าออกจากห้อง เพเนโลพีเองก็ตามเขาไปติดๆ

“ทำไมเราต้องรอ" แซมโพล่งขึ้น "แมรี่บอกแล้วว่าแสงนั่นหมายถึงมันกำลังเกิดขึ้น ถ้ามีเรื่องร้ายๆ เกิดขึ้นในโรม แน่นอนว่าตอนนี้พวกเขาคงกำลังต้องการความช่วยเหลือ"

“แต่พวกเราไม่ใช่ทวารบาลนะแซม หน้าที่เสี่ยงอันตรายมันเป็นหน้าที่ของพวกนั้น" แมทว่า

“พวกนั้นของนายมันรวมถึงฉันด้วยน่ะสิแมท" เอธแทรก

“แสงนี่เตือนทุกครั้งเมื่อฉันจำเป็นต้องใช้พลัง ครั้งแรกตอนโดนซิบิลิสไล่ฆ่า อีกครั้งตอนที่โทเบียร่าโจมตี" เธอว่า

“เดี๋ยวนะ แล้วตอนที่ไทซัสเล่นงานเราล่ะ ไม่เห็นมันจะส่องแสงเลย" เอธถาม

“เพราะไทซัสไม่ได้ถูกส่งมาฆ่าฉันหรือฆ่าใครเหมือนกริมม์ไงเอธ จำที่ผู้พิพากษาบอกได้ไหม นั่นเป็นการเตือน ต่างจากพวกกริมม์ที่มาเพื่อฆ่าฉัน"

“เธอกำลังจะบอกว่าเรื่องร้ายอะไรก็ตามที่กำลังเกิดขึ้นอยู่มีเป้าหมายคือเอาชีวิตเหรอ" แมทถามแทรกขึ้นมา

“ใช่ แสงนี่หมายถึงอันตรายถึงตาย ต้องเป็นแบบนั้นแน่ๆ" แมรี่ว่า เอธเกาคางอย่างครุ่นคิดแล้วหันไปเผชิญหน้ากับประตูพิภพ ทำท่าจะก้าวเข้าไป

“เฮ้ นายจะไปจริงๆ เหรอ" แมรี่ร้องทัก "เราไม่รู้ว่าอีกฟากของประตูเกิดอะไรขึ้นนะ" เธอว่า

“แต่อีกฟากนั่นมีเพื่อนๆ ของเราแมรี่ ถ้าตอนนี้พวกเขากำลังตกอยู่ในอันตราย ฉันจะไม่อยู่เฉยๆ" เอธตอบกลับ

“งั้นฉันจะไปด้วย" แมรี่ยืนยัน

“ไม่มีใครไปไหนทั้งนั้นแหละ" แมทแทรกขึ้น "มันเป็นความคิดที่กล้าหาญแต่โง่มากที่นายจะวิ่งเข้าใส่อันตรายโดยที่ยังไม่รู้ว่าร้ายแรงแค่ไหน นายไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะเจอกับอะไรนะเอธ"

“ฉันเห็นด้วย" แซมโพล่งขึ้นบ้าง "เอธ เราควรจะรอรายงานจากสภา"

“ถ้าพวกเขารอไม่ได้ล่ะแซม" เอธเถียง "ถ้าตอนนี้ในโรมมีแต่กริมม์ไล่ฆ่าคนบริสุทธิ์จะทำยังไง"

“นายทำคนเดียวไม่ได้!” แมทขึ้นเสียง

“ก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย" เอธว่า แมรี่และแซมมองหน้ากัน หนุ่มสองคนทะเลาะกันอีกครั้งทำให้บรรยากาศน่ากระอักกระอ่วนขึ้นมา

“งั้นเราก็ไปกันหมดนี่" แซมเสนอ "อีกฟากมีพวกไทเลอร์ ไหนจะวิลเลียมอีก พวกเขามาโรมเพราะช่วยเรา ถ้าเอธจะไปเราก็ไปกันให้หมด"

“ฉันไม่ชอบให้เธอใช้คำว่าเรานะซาแมนธ่า" แมทว่า "พวกเขาเป็นนักล่า ได้รับการฝึกมา พวกเขาป้องกันตัวเองได้ดีกว่าพวกเราหลายเท่า เราจะเป็นภาระ อีกอย่างวิลเลียมก็เอาตัวรอดได้อยู่แล้ว เขาถนัดเรื่องนี้จะตาย"

“แต่นักล่าเป็นมนุษย์นะแมท" เอธแย้ง "พวกเราได้รับพลังจากโลกเบื้องบนและเบื้องล่าง ถ้านายไม่อยากไปนายก็แค่อยู่ที่นี่ แต่ฉันจะไป" เขายืนยันหนักแน่นก่อนจะก้าวผ่านประตูพิภพไปดื้อๆ แซมเบิกตากว้าง เธอยังไม่ทันจะห้ามเขาเสียด้วยซ้ำ

“พวกเธอรอคนจากสภาอยู่ที่นี่เถอะ" แมรี่เอ่ยขึ้นหลังจากมองเอธหายไปในประตูพิภพ "แสงนี่มีไว้เตือนให้ฉันทำอะไรบางอย่าง บางทีมันอาจเป็นความรับผิดชอบของฉันด้วย" แมรี่ก้มลงมองสร้อยคอที่ยังส่องแสงเรืองๆ อยู่ เธอยิ้มให้แซมที่มีสีหน้าลำบากใจ ก่อนจะหันหลังให้แล้วพุ่งเข้าใส่ประตูพิภพหายไปอีกคน

“ให้ตายสิ ถามจริงว่ามีใครเคยฟังฉันบ้าง" แมทถลึงตา แซมยิ้มแหยๆ "ฉันไม่เคยชอบให้เอธฉายเดี่ยว" เธอว่า "นายรออยู่นี่แล้วกัน" พูดจบแซมก็วิ่งทะลุประตูพิภพตามแมรี่ไป แมทถอนหายใจเสียงดัง เขาส่ายหน้าก่อนจะตามเข้าไปอย่างอดเสียไม่ได้

ของเหลวสีเงินขุ่นคลักให้ผิวสัมผัสที่เย็นเยียบ ชั่วอึดใจแมรี่ก็โผล่พ้นประตูพิภพมาเจอกับโถงด้านในของวิหารที่ใหญ่โตโอ่อา แมรี่ตะลึงมองภาพจิตรกรรมที่ฝ้าเพดานจนชนเข้ากับแผ่นหลังของเอธที่มาถึงก่อน

“โทษที" เธอเอ่ยเสียงค่อย "นี่เราอยู่ที่ไหน"

“วิหารเซนต์ปีเตอร์" เอธตอบ "ที่นี่ดูเรียบร้อยดีนี่" เขาว่า ทันใดนั้นเองแซมกับแมทก็ผ่านประตูพิภพตามมา หญิงสาวผมบลอนด์มองซ้ายขวาก่อนจะยิ้ม "เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นนะ"

“อาจไม่ใช่ที่นี่" แมทที่ตามมาอย่างไม่เต็มใจนักเป็นคนบอก "ตามหานักล่าซักคนแล้วถามเขาเถอะ"

“นึกว่านายไม่อยากรู้ซะอีกแมทธิว" เอธถามกลั้วหัวเราะ แมทเบ้หน้าใส่ "คิดว่าฉันผ่านประตูพิภพมาเพื่อนชมวิหารของพวกมนุษย์แล้วกลับหรือไง"

จู่ๆ ประตูห้องก็เปิดออก ชายหนุ่มสองคนวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา เมื่อทั้งคู่เจอพวกของแมรี่ก็หยุดวิ่ง หายใจเอาอากาศเข้าปอดอย่างเอาเป็นเอาตาย

“นี่ไงนักล่า!” แมทเอ่ยขึ้น

“นี่มันบิลลี่กับทอดด์ มือเบสกับมือกลองวงดาแรนซ์นี่!” แมรี่เบิกตากว้าง เธอจำพวกเขาได้ทันที "โอ๊ย ฉันลืมซีดีพวกเขาไว้ที่บ้านน้า" เธอบ่น

“ไม่คิดว่าพวกเราดังไปถึงโลกเบื้องหลัง มีวิญญาณสีเทารู้จักเราด้วย" ทอดด์ที่ดูจะหายใจเป็นปกติแล้วเอ่ยขึ้น "ดีใจที่เจอพวกนาย เรากำลังจะผ่านประตูไปแจ้งสภาที่โลกเบื้องหลังพอดี"

“เดี๋ยวนะ นี่มันอะไร พวกนายไม่ใช่สมาชิกวงร็อกหรือ" แมรี่ถามแทรก ใบหน้าเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม แซมหัวเราะ

“พวกเขาเป็นทั้งวงร็อกและนักล่าสังกัดวาติกันน่ะแมรี่ รับผิดชอบเขตลอนดอนในสหราชอาณาจักร" เธออธิบาย

“เกิดอะไรขึ้นที่นี่ แล้วไทเลอร์ล่ะ" เอธถาม

“ไทเลอร์กับเจสันคุ้มครองสมเด็จท่านอยู่ที่วัง เมื่อคืนมีกริมม์ทำลายมิติดัดแปลงที่ครอบทับวังพระสันตะปาปาซะยับ ปีศาจโจมตีเราหนักมาก นักล่าทุกคนถูกเกณฑ์ไปคุ้มกันสมเด็จท่านและคณะสงฆ์ เราเพิ่งฆ่าปีศาจตัวสุดท้ายไปเมื่อไม่กี่นาทีก่อน" บิลลี่อธิบาย

“กริมม์มาที่วาติกันเนี่ยนะ มันต้องการอะไร ทำไมถึงโจมตีเอาดื้อๆ" เอธถามต่อ

“เราไม่รู้ ไม่รู้แม้กระทั่งชนิดของกริมม์ที่ทำลายมิติดัดแปลงของเราได้ ยังไม่เคยมีสัตว์นรกตัวไหนทำได้มาก่อน นักล่าตายไปหลายสิบ คนบริสุทธิ์อีกเจ็ดคน มันฆ่าไม่เลือก พังรูปปั้น รื้อค้นทุกห้อง ดูไม่มีเป้าหมายแน่ชัด แต่เหมือนกำลังหาอะไรบางอย่าง" ทอดด์ว่า "ไม่แน่คืนนี้มันอาจโจมตีอีก เรากำลังจะไปแจ้งโลกเบื้องหลังเรื่องของมาริน่า สจ๊วต ศาสนจักรในตอนนี้คงไม่มีความสามารถจะคุ้มครองเธอได้แล้ว"

เอธหันมามองแมรี่ก่อนจะถอนใจ หญิงสาวกำมือแน่น รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นตัวนำโชคร้ายที่นำความเดือดร้อนมาให้ทุกคนที่พยายามจะปกป้องเธอ “บางทีโลกเบื้องล่างอาจจะต้องการตัวฉันจริงๆ พวกนั้นไม่ยอมปล่อยฉันไปง่ายๆ" เธอว่า

“เธอคือทายาทราฟาเอลหรอกหรือ!” ทอดด์ชี้มาที่แมรี่

“ใช่ เธอคือคนที่ศาสนจักรต้องการให้ความคุ้มครอง มาริน่า สจ๊วต" เอธว่า

“เราขอไปที่วังได้ไหม" แมทถามขึ้น "สภาพเป็นยังไงบ้าง"

“เสียหายหลายจุด เราจัดนักล่าอารักขาสมเด็จท่านไปพำนักที่อื่นชั่วคราว ตอนนี้ที่หอพักนักล่าไม่มีใครที่ว่างพอมาดูแลจุดอื่นๆ เลย" ทอดด์ตอบ

“แล้ววิลเลียมล่ะ เขาได้กลับไปลอนดอนหรือยัง" แมทถามเหมือนนึกขึ้นได้ ทอดด์ส่ายหน้า

“ยังไม่กลับ เขาอยู่ด้วยตอนที่มิติดัดแปลงถูกทำลาย ดูเหมือนเขาจะรู้อะไรหลายอย่าง เขาบอกเราว่าพวกนั้นจะโจมตีอีกคืนนี้"

“ตอนนี้เขาอยู่ไหน" เป็นแมรี่ที่ถามแทรก

“ที่วังพระสันตะปาปา แต่ตอนนี้มีพวกสื่อมวลชนแห่มาเต็มไปหมด เราบอกพวกนั้นว่าเป็นเหตุวางระเบิดของพวกก่อการร้าย พวกนายต้องเอานี่ไป" บิลลี่ล้วงเหรียญตราสีทองจากกระเป๋ากางเกง เป็นตรามงกุฏสามชั้นและกุญแจไขว้กัน สัญลักษณ์ของพระสันตะปาปา "นี่เป็นเครื่องหมายแสดงตัวที่นักล่าระดับสูงพกไว้สำหรับเข้าถึงพื้นที่ต้องห้ามต่างๆ ในวาติกัน ยื่นให้องครักษ์สวิสที่ทางเข้า พวกเขาจะให้พวกนายผ่านไปได้ ฉันกับทอดด์ต้องไปรายงานสภาสูงที่โลกของพวกนาย ไว้เจอกัน" เขายื่นมันให้เอธ ทวารบาลหนุ่มรับมันไว้ก่อนจะพยักหน้าให้ นักล่าทั้งสองเดินผ่านพวกเขาแล้วหายเข้าไปในประตูพิภพที่ยังเปิดอยู่ซึ่งเป็นกระจกบานใหญ่เหมือนกับบานที่สภาสูง

ทั้งหมดรีบออกจากวิหารเซนต์ปีเตอร์เพื่อไปที่พระราชวังของพระสันตะปาปา ในวาติกันวันนี้วุ่นวายโกลาหล ทั้งนักข่าวและคริสตศาสนิกชนที่เป็นกังวลในความปลอดภัยของมุขนายกแห่งคริสตจักรต่างแห่กันมาเนืองแน่น ทั้งสี่กึ่งเดินกึ่งวิ่งหลบหลีกผู้คนมาจนถึงทางเข้าพระราชวังที่มีองครักษ์สวิสคุ้มกันแน่นหนา แสงไฟแฟลชจากกล้องของสื่อมวลชนแลบวูบวาบจนลายตา แมรี่ได้ยินเสียงพิธีกรภาคสนามจากหลายสำนักข่าวรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยภาษาต่างๆ เมื่อเอธแสดงเหรียญตราแก่องค์รักษ์สวิสนายหนึ่ง เขาหลีกทางให้ แมรี่เงยหน้ามองตัวอาคารสูงตระหง่านที่พังเสียหายหลายจุดจนลืมไปเลยว่าตอนที่พระราชวังแห่งนี้สมบูรณ์อยู่มีหน้าตาเป็นอย่างไร

เมื่อเข้าตัวอาคารมาได้ ทั้งสี่พบว่าบรรดารูปสลักล้มระเนระนาด แตกหักกระจัดกระจายอยู่ทั่วไปหมด พื้นหินอ่อนมีแต่คราบเลือดของมนุษย์และกองเถ้าถ่านจากปีศาจ

“พระเจ้า นี่ฉันทำอะไรลงไป...” แมรี่ยกมือขึ้นปิดปาก ทั้งหมดนี่คือความผิดของเธอ หากศาสนจักรไม่รับรองจะคุ้มครองเธอก็คงจะไม่เกิดเรื่องเลวร้ายแบบนี้ขึ้น

“อย่าโทษตัวเองแมรี่ โลกเบื้องล่างมีแผนการเสมอ ไม่ใช่เพราะเธอ แต่เพราะพวกนั้นคิดทำเรื่องเลวๆ อยู่" เอธว่า เขาเหลียวซ้ายแลขวา มองหานักล่าที่พอรู้จัก แต่ที่นี่มีแต่นักล่าในเขตโรมซึ่งเขาไม่คุ้นหน้าเลย

“ไหนนายบอกว่าถ้าภพไหนเปิดสงคราม ภพนั้นจะล่มสลายไง" แมรี่หันไปถามเอธ เขาส่ายหน้า

“นี่ยังไม่ใช่สงครามแมรี่ เธอยังไม่เคยเห็นสงครามพิภพ สงครามต้องมีแม่ทัพและกองทัพที่มีพลรบจำนวนมหาศาล แต่นี่ยังไม่ใช่ พวกมันแค่โจมตีเพื่อเป้าหมายบางอย่าง" เขาอธิบาย

“เอธ!” เสียงๆ หนึ่งดังมาจากทางเข้า เป็นไทเลอร์ที่วิ่งเข้ามา เนื้อตัวมอมแมมดูสะบักสะบอมเหมือนเพิ่งผ่านสงคราม

“ไทเลอร์ นี่นายโอเคไหมเนี่ย ทำไมสารรูปดูไม่ได้" เอธเอ่ยทัก แมรี่ถลึงตามองอีกครั้ง คนตรงหน้าคือเอ็ดเวิร์ดแห่งวงดาแรนซ์ มือกีต้าร์ที่เธอคลั่งไคล้เข้าขั้น

“ให้ตาย ฉันไม่รู้ว่าควรจะรู้สึกยังไงตอนนี้ นายคือเอ็ดเวิร์ดใช่ไหม!” แมรี่ว่า ไทเลอร์เลิกคิ้ว มองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า

“แฟนคลับฉันเหรอ นี่ฉันมีแฟนคลับเป็นชาวสีเทาเยอะจัง เสียดาย เธอน่าจะเจอฉันตอนดูดีกว่านี้หน่อย" เขาว่าก่อนจะยิ้มให้แมรี่

“ฉันมีซีดีวงดาแรนซ์ทุกแผ่นเลย แต่ทิ้งไว้ที่อิสลิงตันหมด" หญิงสาวเอ่ย "ก่อนตายสาบานได้ว่าฉันฟังเพลงวงนายอยู่ด้วย"

“นี่ไงที่เรียกว่าแฟนตัวจริง" ไทเลอร์หันไปยักคิ้วให้แซมที่แลบลิ้นใส่เขาทันทีที่สบตากัน

“ถึงสถานการณ์ออกจะยุ่งวุ่นวายซักหน่อยแต่ฉันอยากแนะนำนายให้รู้จัก นี่คือมาริน่า สจ๊วต ทายาทราฟาเอลที่ว่า" เอธแนะนำ

“อ้อ เธอนั่นเอง แต่เธอคงรู้จักฉันดีแล้ว ฉันคือเอ็ดเวิร์ด หรือไทเลอร์ มอร์แกน อดัม เป็นนักล่าและมือกีต้าร์วงร็อก" เขายื่นมือมาจับกับแมรี่ ที่ดูจะยังตื่นเต้นไม่หาย "เรียกฉันว่าแมรี่" เธอบอก

“ดีใจที่เจอพวกนาย เราเพิ่งส่งบิลลี่กับทอดด์ไปขอความช่วยเหลือจากโลกเบื้องหลัง เมื่อคืนเลวร้ายเอาการ จู่ๆ ปีศาจก็โจมตีที่นี่เอาดื้อๆ โชคดีที่สมเด็จท่านปลอดภัย" ไทเลอร์ว่าพลางก้มลงสำรวจเสื้อผ้าตัวเองที่เปรอะไปหมด

“นายเห็นวิลเลียมไหม" แมทถามขึ้น "พวกทอดด์บอกว่าเขาอยู่นี่"

“ครั้งสุดท้ายฉันเจอเขาอยู่นี่ แต่ฉันไปคุ้มครองสมเด็จท่านกับเจสัน เพิ่งกลับเข้ามาเนี่ยแหละ" ไทเลอร์ตอบ เขาเองก็ลองมองซ้ายมองขวาหาแวมไพร์หนุ่มจอมร่อนอยู่ไม่เคยติดที่เหมือนกัน

“พวกเธอไม่ควรมาที่นี่นะ" จู่ๆ เสียงๆ หนึ่งก็ดังก้องโถงทางเข้า วิลปรากฏตัวขึ้นในชุดสบายๆ ดูสะอาดสะอ้าน ไม่มอมแมมเหมือนไทเลอร์ "โดยเฉพาะเธอแมรี่ เธอควรจะอยู่ที่โลกเบื้องหลัง ที่นั่นปีศาจรุกล้ำเข้าไปไม่ได้ ไม่เหมือนที่นี่" แวมไพร์หนุ่มเดินใกล้เข้ามาก่อนจะหยุดยืนใกล้ๆ กับหลานสาว เขาเหลือบมองแซมและแมทที่อยู่ข้างหลังแมรี่แวบหนึ่ง

“แต่ทั้งหมดนี่เกิดขึ้นเพราะหนูนะคะ" แมรี่ว่า

“อย่าเพิ่งด่วนโทษตัวเองสิหลานสาว ยังไม่มีใครรู้จุดประสงค์หลักที่พวกมันโจมตีที่นี่ สิ่งเดียวที่ควรจะคิดตอนนี้คือจะเอาตัวรอดยังไงต่างหาก" เขาว่า "เมื่ออาทิตย์ตกดินพวกนั้นจะมากันอีกแน่ๆ มันโจมตีด้วยจุดประสงค์บางอย่าง"

“นายรู้อะไรมา" แมทถามขึ้น วิลหัวเราะในลำคอ

“อย่าพูดอย่างกับฉันเป็นหนอนบ่อนไส้หรืออะไรทำนองนั้นสิ" วิลว่า

“แล้วทำไมคุณถึงมั่นใจว่าพวกปีศาจจะโจมตีอีกล่ะคะ" แมรี่ถามบ้าง วิลส่ายหน้า

“ไม่ได้มั่นใจเท่าไหร่หรอก แต่คิดว่าเป็นไปได้ วาติกันมีอาคารและสถานที่สำคัญหลายแห่ง แต่มีเพียงสองแห่งที่มีมิติดัดแปลง หนึ่งคือที่นี่และสองคือวิหารเซนต์ปีเตอร์" วิลว่า

“แล้วมันส่งผลยังไงต่อการโจมตีของพวกปีศาจล่ะ" ไทเลอร์เลิกคิ้ว

“มิติดัดแปลงทั้งสองแห่งไม่ได้ทำไว้ดัดแปลงพลังวิญญาณของผู้อยู่อาศัย แต่ทำไว้เป็นเกราะ มิติดัดแปลงประเภทนี้มีไว้พิทักษ์สิ่งที่อยู่ด้านใน"

“หมายความว่าไง"

“เมื่อคืนนี้พวกนั้นไม่ใช่แค่โจมตี แต่มันหาบางอย่าง นายก็เห็น พวกมันรื้อทุกห้องกระจุย พังรูปสลักทุกรูป หาจนพระอาทิตย์ขึ้น สิ่งที่มันต้องการไม่ใช่คน แต่ต้องเป็นสิ่งของที่ศาสนจักรรักษาไว้ ตอนนี้พวกมันรู้แล้วว่าที่นี่ไม่มี อีกที่หนึ่งที่มีการป้องกันแน่นหนาพอๆ กันคือวิหารเซนต์ปีเตอร์ พระสันตะปาปาองค์ก่อนๆ ไม่มีทางสั่งให้สร้างมิติดัดแปลงครอบสถานที่ใหญ่ๆ สุ่มสี่สุ่มห้าถ้าไม่มีเหตุผล"

“คืนนี้พวกนั้นอาจโจมตีวิหารเซนต์ปีเตอร์งั้นหรือ" แมทถามแทรกขึ้นบ้าง "ศาสนจักรเก็บอะไรไว้กันล่ะ" เขาหันมาถามไทเลอร์ นักล่าหนุ่มส่ายหน้า "ถ้าเป็นวัตถุที่มีความสำคัญขนาดนั้นนักล่าอย่างเราๆ ไม่มีสิทธิ์รับรู้หรอก มีแต่สมเด็จท่านและท่านคาร์เมอเลโญ" เขาตอบ

“งั้นถ้านายอยากรู้ว่าพวกปีศาจมีแผนอะไรนายก็คงต้องไปถามโป๊ปของนายเอาแล้วล่ะนักล่า" วิลยิ้มก่อนจะพูดต่อด้วยท่าทีประชดประชัน "เห็นทีฉันคงต้องกลับลอนดอนซักที มาโรมครั้งนี้ประทับใจจัง" 

“คุณยังกลับไม่ได้จนกว่าคุณจะสอนหนูใช้พลัง" แมรี่โพล่งขึ้น "ถ้าจะเกิดการโจมตีอีกครั้งหนูไม่อยากเป็นแค่ตัวปัญหาที่ไร้ประโยชน์"

“ฉันว่าเธอไม่ควรอยู่นี่ด้วยซ้ำแมรี่ อย่าลืมว่ายังไงพวกปีศาจก็ยังต้องการตัวเธออยู่ ความจริงพวกเธอกลับไปกันให้หมดเลยจะดีที่สุด"

“เราจะไม่กลับไปไหนทั้งนั้น" แมทยืนยันเสียงแข็ง "ตราบใดที่เรายังไม่รู้จุดประสงค์ของโลกเบื้องล่าง ไม่ว่าอยู่ไหนก็ไม่ปลอดภัยทั้งนั้นล่ะ"

“นี่ฉันหูฝาดรึเปล่านี่ นายกลายเป็นคนใจกล้าบ้าบิ่นแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่" วิลเลิกคิ้วถาม แมทจ้องเขาเขม็ง ดูไม่พอใจ

“เอาเป็นว่าเราจะหาทางช่วยศาสนจักรอยู่นี่ และไม่บังคับให้นายอยู่ต่อ เรารบกวนนายมามากเกินพอแล้ว" เอธสรุป เขาหันมามองแมรี่ "เธอต้องกลับไปโลกเบื้องหลังแมรี่ หากถูกโจมตีการคุ้มกันเธอจะทำได้ยาก"

“แต่เอธ ต้องมีอะไรที่ฉันทำได้" แมรี่แย้ง

“เธอควรกลับไปแล้วอยู่ในความคุ้มครองของสภาแมรี่ ถูกของวิล โลกเบื้องหน้าไม่มีเกราะคุ้มภัย สิ่งมีชีวิตจากโลกไหนก็มาที่นี่ได้ไม่เหมือนที่โลกเบื้องหลัง ที่นั่นคือมิติผูกพันของซาเธลิส พลังของเขาจะปกป้องเธอ ปีศาจไปที่นั่นไม่ได้ง่ายๆ"

“ฉันเห็นด้วย ตอนนี้ศาสนจักรอ่อนแอเกินจะคุ้มครองเธอ นักล่าในโรมกว่าครึ่งไม่ตายก็บาดเจ็บ เราต้องเตรียมคนเท่าที่มีให้พร้อมคืนนี้" ไทเลอร์ว่า

“ฉันจัดการเอง" แมทเสนอ "เรื่องคนเจ็บให้เป็นหน้าที่ฉัน บอกแค่ว่าพวกเขาพักรักษาอยู่ที่ไหน ฉันคิดว่าสามารถคืนกองกำลังบางส่วนให้พวกนาย" ชายหนุ่มเสนอ

“วิล นายพาเขาไปที่ศูนย์พักฟื้นของศาสนจักรได้ไหม มีนักล่าฝีมือดีมากมายบาดเจ็บอยู่ที่นั่น" ไทเลอร์หันมาถามวิล เขาหรี่ตาลง "แล้วนายล่ะ" แวมไพร์หนุ่มถามกลับ

“ฉันจะไปพบสมเด็จท่าน ท่านเป็นพ่อบุญธรรมของฉัน ฉันจะถามเขาเรื่องสิ่งที่ศาสนจักรเก็บรักษาไว้" ไทเลอร์ตอบ "เพียงแต่ฉันต้องหาทางผ่านพวกพระคาดินัลและท่านคาร์เมอเลโญไปถึงตัวสมเด็จท่านให้ได้ ตอนนี้พวกนั้นต้องขัดขวางทุกคนที่พยายามเข้าหาพระสันตะปาปาเพื่อความปลอดภัยของพระองค์"

“ฉันจะไปกับนายด้วย!” แซมเสนอ "ฉันคิดว่าช่วยได้"

“ดรีมทีม น่าประทับใจ" วิลยิ้ม

“ฉันจะพาแมรี่ไปส่ง เธอต้องอยู่ในการดูแลของสภาจนกว่าจะจบเรื่อง" เอธสรุปบ้าง

“นี่ตกลงจะเอาแบบนี้จริงๆ หรือ" แมรี่นิ่วหน้า "พวกนายออกไปช่วยโลกแล้วให้ฉันกลับไปนั่งกร่อยมองหน้าทวารบาลหุ่นล่ำบึ้กสองคนเป็นอย่างต่ำที่เฝ้าฉันทุกฝีก้าวเนี่ยนะ"

“นั่นก็เพื่อความปลอดภัยของเธอเองแมรี่" เอธว่า

“ให้มันได้อย่างนี้สิ!” หญิงสาวพ่นลมพรืด คำว่า 'ตัวปัญหาไร้ประโยชน์' คงเหมาะสมกับเธอในตอนนี้ที่สุด

โปรดติดตามตอนต่อไป
--------------------------
คุยกันสักนิด 
สวัสดีผู้อ่านที่ติดตามนิยายเรื่องออเทอร์เวิร์ลสทุกท่านค่ะ แล้วเราก็มากันจนถึงตอนที่ 18 แล้ว นับเป็นระยะทางที่ค่อนข้างไกลแล้วสำหรับนิยายเรื่องนี้ ผู้เขียนเองยังรู้สึกขอบคุณผู้อ่านทุกท่านอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน เพราะหากไม่มีกำลังใจและแรงสนับสนุนของทุกคน นิยายเรื่องนี้คงไม่มาไกลขนาดนี้ (ซึ้ง) เนื้อเรื่องเข้มข้นขึ้นและต้องขอบอกว่าเราอยู่กันในช่วงปลายของเรื่องแล้วล่ะ (มันใกล้จะจบแล้ว) รู้สึกใจหายไม่น้อยแต่หวังว่าแฟนนิยายทุกท่านจะยังคงติดตามนิยายเรื่องนี้ต่อไปนะคะ ขอบคุณอีกครั้งค่ะ ;D 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

229 ความคิดเห็น

  1. #215 thitimuk (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 กันยายน 2557 / 21:49
    สนุกง่ะะะะ อ่านเพลินมาก เหมือนกำลังอ่านแฮรี่ เพอร์ซี่ แล้วก็นครรัตนติกาลฉบับฟิวชั่นอยู่เลย *^*
    #215
    1
  2. #193 DARK ANGEL (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2557 / 19:54
    อยากรู้ว่า เคยอ่านหนังสือ นครรัตติกาล หรือเปล่าค่ะ คือเนื้อเรื่อง อะไรๆ คล้ายกันเลยค่ะ
    #193
    0
  3. #155 wondermomo (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2557 / 20:52
    นางเอกไร้ประโยชน์มากเลยอ่ะ ต้องมีสักทางดิที่จะทำให้นางเอกฉายแสงบ้าง ฮ่าๆ
    ไทเลอร์มอมแมมคงจะน่ารักน่าชัง (ลำเอียงอ่ะ) 
    สรุปปีศาจต้องการหาอะไรกันแน่เนอะ น่าสงสัย

    เห็นคำหล่นหนึ่งที่ คือ มทวาร น่าจะเป็น มีทวาร
    กับคำผิด โกลาหน ต้องเป็นโกลาหล แค่นี้แหละ
    #155
    0
  4. #140 Giselle Illithya (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 25 เมษายน 2557 / 18:46
    บอกเลยว่าเรื่องนี้สนุกมากค่ะ อ่านเพลินทุกตอนเลย
    อยากเห็นพัฒนาการการใช้พลังของแมรี่จัง
    แต่เหมือนตอนนี้จะครบคู่ลงตัวแล้ว ดีใจๆ
    #140
    0
  5. #127 Nuknik Nuk (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 21 เมษายน 2557 / 20:54
    รอติดตามอ่านอยู่นะค้าาาา อยากเห็นตอนแมรี่ใช้พลังต่อสู้ ช่วยทุกคนบ่อยๆ แล้วก็ตอนแมรี่เรียน ใช้พลังกับวิลด้วย ตอนนี้ติดงอมแงมเลย แต่งต่อเร็วๆน้าา
    #127
    0
  6. #126 someday (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 18 เมษายน 2557 / 19:09
    ติดตามอยู่ค่ะ ลุ้นๆๆ และ รอๆๆ ค่ะ สู้ๆ
    #126
    0
  7. #125 Tien-ToT (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 เมษายน 2557 / 02:11
    สนุกทุกตอนจิงๆๆค่ะ
    #125
    0
  8. #124 bepimry (I'm directioner) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 15 เมษายน 2557 / 19:28
    มาอ่านแล้วจ้า! 
    เราก็คิด่วาจะมีบู๊ให้อ่าน แต่ไม่เป็นไรๆ เราชอบโมเม้นต์ของปู่กับหนูแมทในตอนนี้มากกว่า
    ไม่หวานเลยยยย แต่แมทแบบปั้นปึงใส่ปู่ ในขณะที่ปู่แกก็ยังชิวๆ(ปู่ไม่ง้อหน่อยเรอะ55)
    อ่านตอนนี้แล้วเข้าใจความรู้สึกนางเอก คือถ้าเราเป็นแมรี่เราก็อยากช่วยอ่ะ 
    คือเฮ้ยเรามีพลังงง เราช่วยได้น้าาาา แล้วก็เหมือนตัวเองเป็นต้นเหตุด้วยไรงี้
    นี่ถ้าพิมพ์เป็นแมรี่นะ คงจะเป็นแมรี่ที่บ่นยาวตลอดเรื่องอ่ะ555
    เอาใจช่วยนะจ้ะ อ่านมาตลอดเลย ไม่คิดว่าจะถึงตอนที่สิบแปดแล้ว รวดเร็วมาก สู้ๆจ้า
    ปล.อย่าลืมไปต่อดาร์คสเปลนะตัววว ><



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 15 เมษายน 2557 / 19:30
    #124
    0