OTHER WORLDS : ออเทอร์เวิร์ลส

ตอนที่ 16 : บทที่ 14 : โรม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 279
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    15 ก.พ. 57

บทที่ 14
โรม

 

แมรี่และเอธถูกพามายังอาคารสูงสีไข่ไก่ ทวารบาลที่มาด้วยบอกว่านี่เป็นโรงแรมที่ดีที่สุดในเขตวาติกาโน่ เอธดูจะตื่นเต้นจนเก็บอาการไม่อยู่ เขาเกิดและโตในอังกฤษ ถ้าในโลกนี้เรียกกันว่าเขตบริเตน สิ่งปลูกสร้างและการคมนาคมค่อนข้างล้าหลังกว่าเขตนี้ ที่อะไรๆ ก็ดูเข้าท่าไปเสียหมด

“โรงแรมนี่ต้องเป็นระดับคนในสภาถึงจะได้พัก" เอธพูดขึ้น ทั้งคู่เงยหน้ามองโคมระย้าคริสตัลสะท้อนแสงเป็นสีรุ้งทำให้โถงทางเข้าสว่างไสวระยิบระยับ

“เก็บเงินค่อนชีวิตกว่าจะมีมากพอมานอนที่นี่แน่ๆ" แมรี่พึมพำ

“ถูกของเธอ น้องสาวฉันเคยบอกว่าพ่อพามาที่นี่ครั้งหนึ่งตอนงานเลี้ยงรับตำแหน่งของคนในกองทัพ เธอบอกว่าที่นี่สวยมาก" เอธว่า "ก็เพิ่งมาเห็นข้างในกับตาวันนี้แหละ"

“นายมีน้องสาวหรือ" แมรี่แปลกใจเล็กน้อยเพราะเอธไม่เคยพูดถึงคนในครอบครัวเลย

“ปีนี้อายุสิบห้าแล้ว เธออยากเป็นทวารบาลเหมือนฉัน แต่แม่อยากให้เธอทำงานในสภา กำลังอยู่ในวัยต่อต้านเลยล่ะ" เอธยิ้มน้อยๆ เขาดูอ่อนโยนขึ้นหลายเท่าตัวเมื่อพูดถึงน้องสาว

“หวังว่าฉันจะมีโอกาสได้เจอเธอนะ" แมรี่ว่า แม้เธอยังไม่มั่นใจว่าพรุ่งนี้สภาจะมีคำตัดสินอย่างไร

“อย่ากังวลไปเลยแมรี่ เธอต้องปลอดภัย" เอธคว้ามือเธอไปกุมไว้ แมรี่กระชับฝ่ามือแก้เขิน รู้สึกประหม่าเล็กๆ แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เอธเดินจูงมือเธอ และเธอควรจะชินได้แล้ว

ทั้งสองคนได้รับอนุญาตให้เดินเที่ยวเล่นในเขตวาติกาโน่ได้ โดยต้องประทับกลีฟที่ข้อมือกับแผ่นโลหะบางๆ ที่พวกทวารบาลบอกว่าสามารถใช้ติดตามเจ้าของกลีฟได้หากคิดหลบหนี แมรี่ไม่เคยมาอิตาลี่ เธอเพิ่งได้มาเหยียบเป็นครั้งแรกในชีวิต เพียงแต่อยู่ในภพที่ต่างออกไป เอธพาเธอเดินไปเรื่อยจนมาหยุดยืนอยู่ริมแม่น้ำ มันคือแม่น้ำไทเบอร์ในโลกมนุษย์ ผิวน้ำสะท้อนแสงไฟยามค่ำคืน ทั้งคู่นั่งลงใกล้ตลิ่ง มองดูวิวอีกฟากฝั่งของแม่น้ำ

“หนาวไหมแมรี่" เอธถามขึ้นเพราะเห็นหญิงสาวกอดอกแน่น เธอพยักหน้า "นิดหน่อย" เอธถอดแจ็คเก็ตหนังตัวเก่งให้เธอ แมรี่รับมาคลุมไหล่ไว้ "ขอบใจ" เธอเอ่ยขณะทอดสายตามองผืนน้ำระยิบระยับ

“ฉันเคยอยากมาโรมมากเลยรู้ไหม ไม่คิดว่าจะได้มาหลังจากตายไปแล้ว" แมรี่พูดขึ้น "ถึงที่นี่จะต่างจากที่โลกมนุษย์แต่ก็สวยไปอีกแบบ"

“โรมในโลกเบื้องหน้าวุ่นวายจะตายไป มีแต่เสียงแตรรถยนต์ เชื่อเถอะว่าเธอต้องชอบที่นี่มากกว่า" เอธว่า เขาหันมามองแมรี่ เธอเองก็หันมาสบตาเขา รู้สึกว่าตัวเองยิ้มฝืนๆ ให้ชายหนุ่มเพราะกำลังรู้สึกหดหู่เล็กๆ ที่ต้องรับรู้ว่าที่นี่อาจเป็นสถานที่สุดท้ายที่เธอมา

“ฉันอยากเจอน้าเอเวอลีน อยากเจอมอลลี่กับเคท ความจริงฉันอยากเจอแมทกับแซมด้วย ถ้าเกิดอะไรขึ้นคราวนี้ฉันอยากได้โอกาสที่จะบอกลา นายบอกว่าความตายไม่เคยมีเวลาให้เตรียมการใช่ไหม ถ้าพลังของซาเธลิสคือการควบคุมเวลาจริงๆ ฉันอยากจะใช้มันเพื่อได้โอกาสนั้น"

“สารภาพตามตรงฉันก็อยากให้แมทกับแซมอยู่ด้วย เรามักไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด แต่ฉันมั่นใจว่าตอนนี้พวกเขากำลังหาทางช่วยเรา ฉันติดต่อกับศาสนจักรผ่านทางพวกนักล่า พวกเขาตกลงจะให้ที่ลี้ภัยกับเธอ แต่ขอยื่นเรื่องต่อพระสันตะปาปา ถ้าแมทสานต่อแผนของฉัน ป่านนี้เขาคงกำลังขอความช่วยเหลือจากศาสนจักรอยู่" เอธยิ้มให้แมรี่ เธอชอบยิ้มของเขา มันอบอุ่นและจริงใจเสมอ

“ถ้าไม่สำเร็จล่ะเอธ" เธอถาม

“ก็ยังมีแคสเตอร์ไงล่ะ อย่าเพิ่งคิดในแง่ร้ายแมรี่ ไม่ว่าเธอกำลังหวาดกลัวอะไรอยู่ อยากให้รู้ไว้ว่าฉันจะอยู่ข้างๆ เธอ" เอธเอ่ยเสียงค่อย แมรี่มองเข้าไปในดวงตาสีเทาขี้เถ้าของเอธ เธอพยักหน้ารับ เอนศีรษะพิงไหล่เขา อยากจะลืมหลายเรื่องๆ ออกจากใจ ทั้งเรื่องที่เธอต้องถูกพิพากษาในวันรุ่งขึ้น และเรื่องที่เอธมีคู่หมั้นเป็นผู้หญิงที่ดีกับเธอมากอย่างแซม เอธใช้แขนโอบไหล่เธอไว้ มีหลายความหมายในการกระทำของเขา แมรี่ไม่รู้เลยว่าควรเข้าใจว่าอะไรดี

***

บนเครื่องบินส่วนตัวที่มีจุดหมายปลายทางคือกรุงโรม ประเทศอิตาลี แมท แซม และวิลได้รู้จักสมาชิกที่เหลือของวงดาแรนซ์ซึ่งเป็นนักล่าเช่นเดียวกับไทเลอร์

“นี่เจสัน ทอดด์ แล้วก็บิลลี่ เราเป็นทีมนักล่าที่เจ๋งที่สุดบนเกาะอังกฤษ" ไทเลอร์แนะนำเพื่อนๆ อย่างภาคภูมิใจ แซมพ่นลมพรืด รู้สึกหมั่นไส้อาการหลงตัวเองเข้าขั้นรุนแรงของไทเลอร์เอามากๆ

“ฉันซาแมนธ่า ชอบเพลงของพวกนายมากเลย ส่วนนี่แมทธิว แล้วคนนี้คือวิล" แซมแนะนำบ้าง นักล่าหนุ่มทั้งสามคนยื่นมือมาจับมือกับสาวสวยคนเดียวบนเครื่องบินอย่างกระตือรือร้น พวกเขาหล่อและดูเท่มากๆ เมื่ออยู่รวมกัน ไม่แปลกใจที่แมรี่ถึงขั้นแปะโปสเตอร์วงดาแรนซ์ไว้บนผนังห้องนอน

“ฉันไม่เคยต้องมาสุงสิงกับนักล่ามากขนาดนี้มาก่อนเลยให้ตาย" วิลบ่นเป็นคุณปู่อายุเจ็ดสิบห้า ไทเลอร์หัวเราะ "เราก็ไม่เคยพาแวมไพร์ขึ้นเครื่องบินของศาสนจักรมาก่อนเลยเชื่อไหม" เขาฉีกยิ้ม

“ฉันหิว บนนี้มีอะไรให้กินไหม" แซมถามขึ้น

“มีแซนด์วิชกับน้ำอัดลมที่เคาน์เตอร์ท้ายเครื่อง ไทเลอร์ นายพาเธอไปหน่อยสิ" เจสัน นักร้องนำของวงสั่ง ไทเลอร์เบ้ปาก ดูไม่เต็มใจนัก แต่ในวงเขาอายุน้อยที่สุด และเจสันมักทำตัวเป็นหัวหน้าวงตลอดเวลา เขาจึงต้องเดินนำแซมไปท้ายเครื่อง "ตามมา แม่วิญญาณสีเทา" เขาพึมพำ แซมนิ่วหน้า "ฉันชื่อซาแมนธ่าย่ะ!” เธอโวยขณะก้าวฉับๆ ตามไทเลอร์ไป

วิลเห็นแมทที่พอขึ้นเครื่องปุ๊บก็เดินไปจับจองที่นั่งหลบมุมที่สุดในห้องโดยสาร แล้วก็ทำตัวเป็นอากาศธาตุอย่างที่ชอบทำ แวมไพร์หนุ่มเดินไปหา เลือกนั่งที่นั่งตรงข้ามกับเขา หลังจากแมทถามวิลเรื่องกลีฟของซาเธลิส แมทก็ไม่ยอมพูดกับวิลอีก เขาคงยังไม่หายโกรธ

“นายไม่หิวหรือ" วิลเปิดบทสนทนา แมทส่ายหน้า เขามองออกไปนอกหน้าต่างทั้งๆ ที่ไม่มีอะไรให้มองนอกจากท้องฟ้าสีดำสนิท วิลเท้าคางกับพนักเก้าอี้ มองแมทอยู่อย่างนั้น

“เมื่อไหร่นายจะเลิกจ้องฉันซักที" แมทพูดขึ้นอย่างหมดความอดทน

“ก็นายไม่ยอมพูดกับฉัน" เขาว่า

“นั่นเพราะฉันไม่อยากพูดกับนาย" แมทสวนทันควัน "ฉันอยากอยู่เงียบๆ" เขาลดเสียงลง พยายามหลบดวงตาสีฟ้าสดของวิลที่เอาแต่จ้องเขาด้วยการทำเป็นสนอกสนใจวิวนอกหน้าต่าง

“นายยังโกรธอยู่หรือแมทธิว" วิลถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“เลิกเรียกฉันว่าแมทธิว" แมทขึ้นเสียง วิลส่ายหน้า "นี่นายยังโกรธฉันอยู่จริงๆ ด้วย"

“ใช่ ฉันโกรธ แต่นายไม่จำเป็นต้องทำอะไร แค่อยู่ห่างๆ ฉัน" แมทกลับมาพูดเสียงค่อยเช่นเดิม เขายังคงไม่ยอมเงยหน้ามองวิล

“ฉันรู้ว่าฉันอาจจะพูดแรงไป แต่ตอนนี้ฉันก็ยอมช่วยพวกนายแล้ว ยังต้องการอะไรอีก"

“ก็บอกแล้วไงว่านายไม่ต้องทำอะไร ปล่อยให้ฉันอยู่เงียบๆ ได้ไหม" แมทดูหมดความอดทนเข้าจริงๆ วิลรู้สึกว่าถ้าเขาไม่ยอมลุกแล้วไปให้พ้นๆ แมทต้องเป็นฝ่ายลุกหนีไปเองแน่ๆ จึงตัดสินใจลุกออกมาเอง เขาเห็นแซมเดินกลับมาพร้อมถุงขนมกับน้ำเมาเท่นดิวในมือพอดีจึงเข้าไปชวนคุยแทน

“ไม่กลัวอ้วนหรือ" เขาถามขณะมองถุงขนมในมือของแซม หญิงสาวส่ายหน้า "อ้วนไม่ใช่เรื่องน่ากลัว ไม่มีอะไรให้กินน่ากลัวกว่า" เธอว่าพลางกระดกขวดเมาเท่นดิวไปอึกใหญ่ วิลชอบซาแมนธ่า ในบรรดาผู้หญิงที่เขารู้จัก เธอคนนี้เป็นคนซื่อๆ และแสดงออกตรงไปตรงมา ไม่เรื่องมากและไม่ห่วงสวยเหมือนผู้หญิงทั่วๆ ไป

“ไว้ตอนเธอเริ่มยัดขาใส่กางเกงลำบากขึ้นเธออาจจะกลัวเองสาวน้อย" วิลยิ้ม แซมหัวเราะ "ความจริงฉันก็กลัว แต่ไม่ค่อยกังวลเท่าไหร่ ทำไงได้ ฉันไม่มีเพื่อนผู้หญิงให้เปรียบเทียบ จำความได้ก็มีแต่เอธกับแมท" เธอว่า ทั้งคู่เดินมานั่งเก้าอี้ที่ไม่ห่างจากพวกของไทเลอร์ วงร็อกนักล่าหนุ่มสี่คนพออยู่รวมกันก็เอาแต่พูดถึงประสบการณ์การแสดงไลฟ์ที่นั่นที่นี่ แซมเลยคิดว่าวิลน่าจะเป็นเพื่อนคุยที่ดีกว่า

“เขาดูนิสัยต่างจากพวกเธอนะ" วิลพยักพเยิดไปทางแมทที่นั่งนิ่งเป็นหุ่นขี้ผึ้งอยู่คนเดียว แซมหัวเราะหึ หยิบขนมเข้าปากเคี้ยวกร้วมๆ

“เขายังโกรธนายอยู่เหรอ" แซมถามเมื่อเห็นแมทแยกตัวไปปลีกวิเวกอย่างที่ชอบทำเวลามีเรื่องไม่ชอบใจ วิลพยักหน้า "คิดว่าเป็นความโกรธระดับวิกฤตด้วย" แซมหรี่ตามองแมทแล้วกลับมามองวิล "เขาเป็นคนที่เวลาไม่พอใจอะไรแล้วไม่ต้องการให้ใครเข้าไปทำให้รู้สึกดีขึ้นเท่าไหร่น่ะ"

“นั่นเป็นสาเหตุให้เขาดูทุกข์อยู่ตลอดเวลาแบบนั้นหรือ"

“ฉันก็ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงชอบทำตัวอมทุกข์นัก เขาไม่เคยบอกหรือเล่าให้ฟัง ฉันไม่รู้จะช่วยยังไง" แซมสารภาพ

“มีอะไรที่พอจะทำให้เขาอารมณ์ดีได้บ้างไหม ฉันคิดว่าฉันคงพูดกับเขาแรงไปเขาถึงโกรธ"

“ไม่มีหรอก ยังไม่เคยเห็นเขาอารมณ์ดีเพราะอะไรซักอย่าง" แซมตอบ "แต่ดูเหมือนแมทจะเป็นห่วงแมรี่มาก เขาถึงโกรธที่นายมีท่าทีไม่สนใจที่จะช่วย บางทีเขาอาจชอบแมรี่"

“อย่างนั้นหรือ" วิลหันไปมองแมท ดูเหมือนชายหนุ่มจะผล็อยหลับไปแล้ว วิลหัวเราะในลำคอ รู้สึกผิดนิดหน่อย เขาติดใจแมทตั้งแต่เจอกันครั้งแรก แมทเป็นชายหนุ่มที่แสดงความแปลกแยกจากคนอื่นๆ ชัดเจนมาก แต่ถึงกระนั้นเขาก็ดูละเอียดอ่อนกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แมทรู้ว่าเขาคือใครตั้งแต่แรกเห็น รู้ว่าเขาสร้างมิติดัดแปลง และรู้ว่าเขายังมีพลังซาเธลิส เขาไม่มีเหตุผลที่จะไม่สนใจในตัวแมท เพียงแต่เจ้าตัวดูเหมือนจะไม่ชอบเขาเอามากๆ ไปแล้ว

 

เครื่องบินลงจอดที่สนามบินฟิอูมิชิโน กรุงโรม ใบรับรองลงนามโดยพระสันตะปาปาจากศาสนจักรทำให้นักล่าสี่คน ลูกผสมสองคน กับแวมไพร์อีกหนึ่งเดินผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองมาอย่างฉลุย แซมตื่นตาตื่นใจกับการมากรุงโรมในครั้งนี้ แน่นอนว่าเธอเคยมาเมื่อตอนเป็นเด็ก แต่นั่นก็หลายปีมาแล้ว ส่วนแมทเพิ่งมาเป็นครั้งแรก เขายังไม่เคยไปเขตวาติกาโน่ในโลกเบื้องหลังเลยด้วยซ้ำ

“ขอต้อนรับสู่กรุงโรม ใครมีคู่มือภาษาอิตาเลียนมาด้วยหยิบขึ้นมาได้แล้วนะ" ไทเลอร์ที่เดินนำหันมาพูด แซมหัวเราะ "ฉันพูดภาษาอิตาเลียนได้ย่ะ ความจริงฉันรู้ภาษาฝรั่งเศสกับสเปนด้วย" แซมอวดบ้าง ไทเลอร์ทำตาโต "ให้ตายเถอะ เธอเรียนหมดนั่นได้ยังไง"

“ซาแมนธ่าถูกเลี้ยงมาให้เป็นผู้คุมกฎแห่งสภาสูงในอนาคต" แมทตอบให้ "แต่ไม่ต้องชื่นชมหรอก เธอหลับในคาบอิตาเลียนทุกครั้ง คิดว่าคงจำประโยคง่ายๆ ไม่ได้ด้วยซ้ำ"

“ขอบคุณนะแมทธิว นี่นายเป็นเพื่อนฉันรึเปล่าเนี่ย" แซมถลึงตาให้แมท ไทเลอร์หัวเราะลั่น

“มีรถตู้มารอพวกเราอยู่ เราจะนั่งรถตรงไปวาติกัน" เจสันแทรกขึ้นมา "พระสันตะปาปาจะสะดวกพบพวกนายพรุ่งนี้ คืนนี้พวกนายต้องไปพักในวาติกัน"

“ให้ตายสิ นี่ฉันกำลังจะเข้าไปในศูนย์กลางหน่วยงานที่จ้องจะฆ่าฉันมาหลายสิบปีหรือนี่" วิลกุมขมับ "รู้ไหม ฉันเต็มใจพักโรงแรมถูกๆ ในโรม ถ้าแลกกับไม่ต้องไปนอนในวาติกัน"

“ไม่อยากจะทำให้รู้สึกแย่ลงนะ แต่ปกติเราลากพวกไร้สีเข้าวาติกันไปก็ต่อเมื่อจะเอาไปสำเร็จโทษเท่านั้นแหละ" ไทเลอร์ว่า

“แล้วส่วนใหญ่ก็เป็นแวมไพร์" ทอดด์เสริม วิลเบ้หน้าใส่ "พวกนายนี่ต้อนรับแขกของศาสนจักรได้ห่วยแตกมาก" เขาเน้นเสียง

 

วาติกันจัดที่พักไว้ให้พวกของไทเลอร์ไม่ไกลจากตึกที่ทำการของศาสนจักร ดูคล้ายโรงแรมแต่ไทเลอร์บอกกับแมทและแซมว่าเป็นหอพักของพวกนักล่า วิลไม่ค่อยพอใจกับที่พักเท่าไหร่ถึงแม้จะดูหรูหราสะดวกสบาย สายเลือดปีศาจในตัวเขาต่อต้านสถานที่ที่เชื่อมโยงกับโลกเบื้องบนจึงคิดจะออกไปเดินเล่นข้างนอก รอจนกว่าหนังตาจะหนักอึ้งลืมไม่ขึ้นจริงๆ ค่อยกลับมานอน

“นายควรจะอยู่ในที่พักนะ" แมทเอ่ยทักเมื่อเห็นวิลเดินลงมาจากชั้นบน แวมไพร์หนุ่มพบแมทนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่โถงชั้นล่าง เขายิ้มให้

“ฉันไม่ค่อยชอบที่นี่ อยากได้อากาศหายใจที่ไม่ปนเปื้อนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ซักหน่อย ไม่ต้องกลัวว่าฉันจะหนีหรอก" เขาว่า ล้วงมือทั้งสองข้างในกระเป๋ากางเกง มีท่าทีสบายๆ ในแบบของเขา

“ถนนหนทางในวาติกันเต็มไปด้วยนักล่า ลืมไปแล้วหรือว่านายเป็นแวมไพร์ตัวเป็นๆ และไม่ใช่ทุกคนที่รู้ว่านายมาเป็นแขกของพระสันตะปาปา" แมทเตือน วิลหัวเราะ "นายห่วงฉันด้วยหรือแมทธิว" แมทส่ายหน้า "ฉันกลัวว่านายโดนฆ่าตายแล้วจะไม่มีใครช่วยแมรี่" เขาตอบเรียบๆ ปิดหนังสือในมือแล้วเอาไปเก็บที่ชั้น "แต่มันก็เรื่องของนายที่จะออกไปข้างนอก ฉันไม่ห้ามหรอก" เขาพูดก่อนจะเดินขึ้นบันไดไปข้างบน วิลหรี่ตามองจนแมทพ้นสายตาไป

ในขณะเดียวกัน แซมเดินขึ้นมาบนดาดฟ้าของหอพัก เธออยากเห็นกรุงโรมยามค่ำคืนจากมุมสูง แม้หอพักนักล่าจะไม่สูงนักแต่กรุงโรมไม่เหมือนลอนดอน ไม่ค่อยมีตึกสูงเท่าไหร่ สิ่งก่อสร้างที่สูงโผล่พ้นอาคารบ้านเรื่อนต่างๆ มักเป็นโบสถ์และวิหารเก่าแก่ เธอรู้สึกตื่นตากับแรงศรัทธาของมนุษย์ต่อโลกเบื้องบน ในโลกเบื้องหลังวิญญาณสีเทาไม่ศรัทธาในพลังอื่นใด ไม่ได้เคารพบูชาพระเจ้าหรือซาตาน เธอจึงประทับใจทุกครั้งที่เห็นสิ่งก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่อันได้แรงบันดาลใจจากความศรัทธาของมนุษย์

“เธอไม่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นมาบนนี้นะ นี่มันฐานลับของฉัน!” น้ำเสียงกวนประสาทนั่นไม่ใช่ของใคร เป็นไทเลอร์ที่ถือกีต้าร์โปร่งขึ้นมาบนดาดฟ้า

“งั้นวันหลังช่วยล็อกประตูฐานลับของนายไว้ด้วยก็ดีนะ จะได้ไม่มีใครหลงขึ้นมา" แซมย้อน เธอย่อตัวลงนั่ง เอนหลังพิงขอบดาดฟ้า ไทเลอร์ถือกีต้าร์มานั่งข้างๆ "ที่เป็นฐานลับเพราะฉันกำลังจะแต่งเพลงต่อให้จบ เธออยู่นี่ก็ดีแล้ว ช่วยฟังเพลงนี้หน่อย มันจะอยู่ในอัลบั้มใหม่ของดาแรนซ์"

“ให้ฉันฟังได้จริงๆ เหรอ นึกว่าจะเป็นความลับของนายกับคนในวง ให้คนอื่นฟังก่อนไม่เป็นไรหรือ"

“ความจริงมันเป็นเพลงง้อสาวน่ะ ให้ผู้หญิงวิจารณ์น่าจะดีกว่าพวกเราวิจารณ์กันเอง" ไทเลอร์ว่าขณะตั้งสายกีต้าร์

“งั้นเอาเลย ฉันจะฟัง" แซมใช้สองแขนกอดเข่าทั้งสองข้าง รอฟัง ไทเลอร์เคาะกีต้าร์ให้จังหวะสามครั้งแล้วเริ่มเล่นท่อนนำ ฮัมทำนองเบาๆ ชายหนุ่มโยกศีรษะไปตามจังหวะ แล้วเริ่มร้อง สายตาจับจ้องมาที่แซม

ฉันรู้ว่าเสียงของฉันนั้นเงียบงันสำหรับเธอ

ฉันรู้ว่าได้พูดบางสิ่งที่เธอไม่สมควรต้องฟังออกไป

ฉันคิดถึงเธอ พระเจ้า ฉันคิดถึงเธอ

แล้วทำไมฉันถึงคิดถึงเธอล่ะ

ฉันล้มตัวนอนทั้งยังตื่น เตะผ้าห่มไปมาในตอนกลางคืน

ไม่ว่าจะพยายามอย่างไรมันก็ไม่คลุมเท้าของฉันเลย

ฉันต้องการเธอ พระเจ้า ฉันต้องการเธอ

แล้วทำไมกันล่ะ

(ลองกดฟังเพลงที่ไทเลอร์ร้องได้ค่ะ credit track to The Last goodnight)

จู่ๆ ไทเลอร์ก็หยุดเล่น แซมเลิกคิ้ว "หยุดทำไมล่ะ เพลงนายเจ๋งออก" เธอยิ้มแป้น ไทเลอร์เพิ่งสังเกตว่าแซมเป็นผู้หญิงสวยที่หาตำหนิไม่ได้ ดูเป็นธรรมชาติ และรอยยิ้มของแซมก็ดูสดใสน่ารัก

“ฉันลืมไปว่าฉันไม่ใช่นักร้อง เสียงฉันคงทำเพลงห่วยลงสามเท่า" ไทเลอร์เกาท้ายทอย แซมหัวเราะ "ไม่เอาน่า เสียงนายไม่ขี้เหร่เท่าไหร่หรอก ดีกว่าเพื่อนคนหนึ่งที่โรงเรียนร้องให้ฉันฟังตอนเขาขอฉันคบในงานเลี้ยงประจำปี ให้ตาย เสียงเขาน่าขนลุก เป็นประสบการณ์ที่แย่มากๆ"

“หวังว่าฉันคงไม่เพิ่มประสบการณ์แย่ๆ ให้เธอหรอกนะ" ไทเลอร์เกากีต้าร์เล่น แซมหัวเราะอีกครั้ง "ฉันชอบเสียงนายนะ ชอบเพลงของนายด้วย แต่งจบเมื่อไหร่มาเล่นให้ฟังอีกได้ไหม"

“คงแต่งจบเร็วๆ นี้ล่ะ ว่าแต่เธอปฏิเสธเขาไปหรือ หนุ่มใจกล้าที่ร้องเพลงขอความรักจากเธอน่ะ" เขาถาม แซมส่ายหน้า "ไม่เชิงหรอก ฉันยังไม่ทันพูดอะไรพ่อกับแม่ก็ลากฉันออกมา พ่อแม่ไม่อยากให้ฉันคบใครโดยที่พวกท่านไม่เห็นชอบ ไม่ว่าจะเพื่อนหรือแฟน" เธอเล่า

“เข้าใจล่ะ ทายาทผู้คุมกฎแห่งสภาสูง" ไทเลอร์เดาะลิ้นอย่างที่ชอบทำ "หวังว่าพวกเขาคงไม่ห้ามเธอสุงสิงกับนักล่าหรือมือกีต้าร์วงร็อกนะ"

“ใครจะไปรู้ และใครจะสน ฉันไม่ได้อยู่บ้านนี่" เธอยิ้ม "เอาล่ะ ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว นายจะแต่งเพลงนี้ต่อเลยก็ได้นะ ฉันจะนั่งฟังเงียบๆ ไม่กวนสมาธินาย"

“แน่ใจหรือว่าเธอจะไม่เบื่อ" ไทเลอร์เลิกคิ้วถาม แซมส่ายหน้า "ฉันอยากรู้ว่านายจะง้อสาวต่อยังไง นี่ยังไม่ถึงท่อนฮุคเลยไม่ใช่หรือ"

“นั่นสิ ถ้าเธอโกรธหรือหมดความอดทนกับใครซักคนแล้วเธอหนีเขาไป เขาต้องง้อเธอยังไงเธอถึงจะกลับไปหาเขาล่ะ" ไทเลอร์ถามกลับ แซมนิ่งคิด เธอยังไม่เคยมีประสบการณ์ทำนองนี้ "ไม่รู้สิ ก็ถ้าเขาทำตัวแย่ๆ กับฉัน เขาก็ควรเปลี่ยนตัวเองเพื่อฉันล่ะมั้ง ก็ถ้าเขารักและอยากให้ฉันกลับไปหาเขานะ"

ไทเลอร์ผงกหัวรับ เขาหรี่ตาเหมือนกำลังนึกภาพตาม แซมรู้สึกว่าตาสีเข้มของเขาดูเงียบขรึมผิดกับบุคลิกกวนประสาทของเจ้าตัว "เข้าท่าดีนะ" เขาว่าก่อนจะเริ่มดีดกีต้าร์คลอเบาๆ แซมไม่เคยมีเพื่อนเป็นนักดนตรีมาก่อน โดยเฉพาะถ้าคนนั้นเป็นมือกีต้าร์ของวงร็อกเจ๋งๆ อย่างดาแรนซ์ แมรี่รู้เข้าคงอิจฉาเธอน่าดูที่ตอนนี้เธอได้ฟังเพลงที่จะไปอยู่ในอัลบั้มใหม่ของวงนี้เรียบร้อยแล้ว 

โปรดติดตามตอนต่อไป
---------------------------
reference image


แม่น้ำไทเบอร์ กรุงโรม ประเทศอิตาลี (ตอนกลางคืน) 
---------------------------
TALK 
กว่าจะได้เอาตอนนี้มาลง เว้นช่วงนานเลย พอดีมีภาระใหม่เป็นนิยายเซ็ตที่เพิ่งเปิดเรื่องไปหมาดๆค่ะ 
ถ้าใครชอบนิยายแนววรรณกรรมตะวันตกเชิญติดตามเรื่อง DARKSPELL ได้จ้า 
สำหรับเรื่องนี้ วงดาแรนซ์มาครบแล้ว เผื่อคนอยากเห็นหน้าสมาชิกวง เลยเอารูปปกซิงเกิลมาให้ดูค่ะ อิอิ

 
 <---ลองกดฟังเพลงจ้า เป็นเพลงที่ชื่อว่า 'ตลอดไป' ที่แมรี่ฟังในไอพอดตอนเจอซิบิลิส
(จากซ้ายมาขวา ทอดด์(เบส) เจสัน(ร้องนำ) เอ็ดเวิร์ดหรือไทเลอร์(กีต้าร์) บิลลี่(กลอง) // (credit track to : Lostprophets) 
ถ้าใครเคยเข้า my iD ของเราแล้วอาจเจอปกอัลบั้มนี้พร้อมเพลง 'ตลอดไป' ของดาแรนซ์เปิดอยู่ แต่ตอนนี้เปลี่ยนเพลงแล้วค่ะ สำหรับตอนนี้คู่ชิพคงจะชัดขึ้นมากแล้ว (เฮ~) ขอบคุณทุกคนที่ติดตามเรื่องนี้มาจนถึงตอนนี้ค่ะ รู้สึกไม่เสียใจเลยที่เขียนเรื่องนี้ขึ้นมา ขอบคุณจริงๆ นะคะ 
อย่าลืมเม้นต์ให้กำลังใจเช่นเดิม ขอบคุณล่วงหน้าทุกคนค่ะ 
ปล. อย่าลืมไปกดไลค์เพจด้วยน๊า >_< 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

229 ความคิดเห็น

  1. #110 - Thumbelina - (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 1 เมษายน 2557 / 11:10
    ฟินนนน! จิ้นนนนน! อินนนนน -//////- โอ๊ยยย ชอบ!
    วิลเลียมกับแมทธิว สองคนมันช่าง... เหลือเกินนนนน! >///< (หลงรักปู่วิลมาก!)
    ส่วนแซมกับไทเลอร์ คู่นี้ แอบหวานแล้วแฮะ อยากให้รักกันจริงๆ >///< (หลงรักไทเลอร์) / หลบ
    ขอตัวไปอ่านบทต่อไปก่อนนะฮะ จะเคลียร์ให้หมดเลย! อิอิ

    #110
    0
  2. #94 Tien-ToT (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 13 มีนาคม 2557 / 23:09
    ติดตามตลอดค่ะ อย่าทิ้งน่ะค่ะ
    #94
    0
  3. #76 `คุณหมาป่า。 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 มีนาคม 2557 / 13:47
    ฮูยยยย ไทเลอร์กับแซม เริ่มชอบคู่นี้แบบจริงๆ จังๆ คิดว่าคงเป็นแพริ่งที่ฮากว่าคู่อื่นๆ แน่ๆ
    (แม่รี่กับเอธนี่ปล่อยไปเลย กร้ากกกก) 
    จะถึงวันตัดสินแล้ว จะไปช่วยแมรี่ทันไหม ก็ต้องรอดูกันไป 
    ตอนนี้แอบมีเซอร์วิสเบาๆ คุณปู่ดูแคร์ความรู้สึกแมทนะ คนอ่านรู้สึกได้55555
    #76
    0
  4. #71 bellas (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2557 / 22:49
    ไรท์กำลังหนุกเลย มาต่อไวๆสิค่ะ เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น *-* เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    แหม มีวายเบาๆด้วยนะคะเนี่ย แมตคู่กะคุณปู่ชัวร์ 5555
    #71
    0
  5. #68 wondermomo (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2557 / 21:55
    ฝั่งโน่นเค้าก็กุ๊กกิ๊กกัน ฝั่งนี้ก็ดีดกีต้าร์จีบสาว

    อีกคู่ก็หาเรื่องเดินไปคุย แหม มันจะอะไรขนาดนี้นะ 

    ถ้าแซมรู้สึกอะไรกับไทเลอร์นี่คงวิเศษน่าดู
    #68
    0
  6. #65 Gikkik (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2557 / 17:24
    บอกได้คำเดียวว่า Neat ค่ะ



    เขียนเรียบร้อย สละสลวย ไหลลื่นค่ะ



    p.s. Matt Fan club ค่ะ
    #65
    0