OTHER WORLDS : ออเทอร์เวิร์ลส

ตอนที่ 15 : บทที่ 13 : กลีฟที่ซีดจาง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 264
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    20 ก.ค. 57

บทที่ 13 กลีฟที่ซีดจาง

 

ตอนเช้าตรู่ แสงแรกของวันใหม่สาดส่องต้องรูปปั้นเทพอีรอสจนมีสีออกน้ำตาลทอง แมท แซม และไทเลอร์มาที่จตุรัสพิคคาดิลลีเซอร์คัสอีกครั้ง แน่นอนว่าหมายถึงมาอพาร์ทเม้นท์ของวิลอีกครั้ง แคลร์ยังคงนั่งอยู่ที่เคาน์เตอร์ เธอหรี่ตามองพวกเขาทันทีที่เข้ามา

“สวัสดีจ้ะ นี่พวกเธอมาอีกแล้วหรือ" เธอทัก

“วิลอยู่ไหมครับ เราต้องพบเขา" แมทถาม แคลร์ยิ้มก่อนจะส่ายหน้า "โทษทีจ้ะ เขาออกไปข้างนอกตั้งแต่เมื่อคืน ยังไม่กลับมา"

“งั้นเราจะรอที่นี่แล้วกันครับ" แมทว่า "เขาบอกไหมครับว่าจะกลับมาเมื่อไหร่"

“ฉันก็ตอบไม่ได้ อาจจะกลับคืนนี้ หรือสามอาทิตย์ให้หลัง วิลไม่ค่อยบอกว่าไปไหนและจะกลับเมื่อไหร่" แคลร์ตอบ ริมฝีปากทาลิปสติกสีแดงสดฉีกยิ้ม แมทถอนใจ หันมาหาแซมกับไทเลอร์ “เราคงต้องรอเขาอยู่นี่"

“แล้วถ้าเขาจะไม่กลับมาในเร็วๆ นี้ล่ะ" ไทเลอร์ถามขึ้น

“เขาต้องกลับมาเร็วๆ นี้แน่ๆ ตอนนี้มีทวารบาลรู้ที่อยู่เขา สภาอาจส่งคนมาตรวจสอบได้ทุกเมื่อ แล้วถ้าสภารู้ว่าเขาสร้างมิติดัดแปลงครอบที่พักอาศัยของมนุษย์แบบนี้จบไม่สวยแน่ๆ เขาต้องคอยอยู่เผื่อต้องปลดอาคมที่นี่หากสภาส่งคนมา" แมทพูดเสียงค่อยไม่ให้แคลร์ได้ยิน แซมพยักหน้าเห็นด้วย

“มิติดัดแปลงหรือ นี่เขาเป็นอะไรกันแน่ถึงสร้างมิติดัดแปลงได้ นายพาฉันมาเจอกับใครเนี่ย ไม่มีใครสร้างมิติดัดแปลงได้โดยศาสนจักรไม่รับรู้หรอกนะ" ไทเลอร์เลิกคิ้วสูง

“ก็คนที่นายอยากเจอไง ผู้สืบสายเลือดของราฟาเอล" แมทตอบ

“ให้ตายสิ เขาต้องเจ๋งมากแน่ๆ ใช่ไหม" นักล่าหนุ่มถามต่อ

“ไม่รู้สิ อาจจะ แต่อย่าตั้งความหวัง" แมทยิ้มแห้งๆ แซมหัวเราะ

ตลอดช่วงเช้า ทั้งสามรออยู่ที่โถงทางเข้าของอพาร์ทเม้นท์ แมทเดินมานั่งแยกจากแซมกับไทเลอร์ กำลังครุ่นคิดว่าถ้าวิลไม่ยอมไปโรม ปฏิเสธที่จะช่วย เขาควรจะทำอย่างไรต่อ สำหรับเอธเขาไม่ค่อยห่วงเพราะเอธเป็นลูกชายผู้บัญชาการกองทัพคนปัจจุบัน สภาคงไม่คิดจะตัดสินโทษร้ายแรงอะไรให้ เขาห่วงแมรี่มากกว่า และดูเหมือนศาสนจักรจะเป็นทางรอดเดียวของเธอ ส่วนแซมก็กำลังพูดคุยเรื่องแนวดนตรีในโลกมนุษย์กับไทเลอร์

“ฉันชอบเพลงป๊อบร็อก อัลเทอร์เนทีฟร็อกก็ชอบเหมือนกัน วงนายเจ๋งนะ แต่ฉันจำชื่อสมาชิกในวงไม่ได้หรอก" แซมพูดขึ้น

“ใช่สิ เธอจำชื่อจริงฉันไม่ได้ด้วยซ้ำ ฉันคิดว่าฉันฮอตที่สุดในวงแล้วนะ" ไทเลอร์ชี้หน้าแซม

“ไม่ใช่ความผิดฉันที่จำชื่อจริงนายไม่ได้ ทำอย่างกับนายน่าจดจำ" เธอเถียง

“แต่เธอเพิ่งบอกว่าฉันเจ๋งนะ อีกอย่างในกูเกิลก็มีบอก ชื่อจริงฉันน่ะ" ไทเลอร์ว่า

“ฉันบอกว่า 'วงนายเจ๋ง' ย่ะ ให้ตายสิ" แซมบ่นอุ่บ รู้สึกไม่ถูกชะตากับไทเลอร์อย่างบอกไม่ถูก ถึงเขาจะช่วยเธอไว้ที่บาร์แต่เขาก็กวนประสาทเอาเรื่อง

“ในไม่ช้าเธอจะบอกว่า 'ฉันเจ๋ง' คอยดูสิ" ไทเลอร์ยิ้มกว้าง เขานั่งทนอดบุหรี่มาพักใหญ่ๆ  แล้วเพราะบริเวณที่ทั้งสามนั่งรอวิลเป็นเขตปลอดบุหรี่ นั่นอาจส่งผลให้เขายียวนมากขึ้นในความคิดของแซม เธอกลอกตาส่ายหน้าให้เขาเป็นคำตอบแทนคำว่า 'ไม่มีวัน'

***

แสงแดดยามสายสาดสะท้อนสีตัวอาคารในเมืองให้ดูเจิดจ้า แมรี่โผล่หัวออกไปนอกรถไฟ มองภาพกรุงโรมในแบบฉบับของโลกเบื้องหลังอย่างตื่นตาตื่นใจ เอธบอกว่าที่นี่เปรียบเสมือนศูนย์กลางของโลกนี้ มีรถบนถนนมากขึ้น ร้านรวงดูมีสีสัน ผู้คนแต่งกายร่วมสมัยกับโลกมนุษย์ แม้แต่เหล่าอาคารบ้านเรือนธรรมดาๆ  ก็ถูกออกแบบให้ดูสวยวิจิตร เธอเห็นตึกสีขาวยอดโดมตั้งสูงตระหง่านอยู่ลิบๆ

“ที่นั่นคือที่ทำการของสภาสูง พิกัดเดียวกับมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ในโรม" เอธอธิบาย

“แต่สวยกว่ามากจริงๆ" แมรี่พูดขึ้นมา "เราต้องไปที่นั่นหรือ" เอธพยักหน้าเป็นคำตอบ

“กลัวไหมแมรี่" เขาถามเสียงค่อย เธอยักไหล่ ยิ้มแห้งๆ ให้เขา "ฉันไม่รู้ว่าควรจะรู้สึกยังไงดี นายมีไอเดียไหมล่ะ" เอธหัวเราะ "ฉันคิดว่าเธอกล้าหาญมากตอนนี้" เขาส่งยิ้มแบบพระเอกหนังมาให้ แมรี่ต้องแกล้งหันกลับไปมองทิวทัศน์เพื่อซ่อนอาการเขินของตัวเองไว้ จริงอยู่ว่าทั้งคู่เพิ่งจะจูบกันเมื่อคืน แต่เอธก็ยังเป็นชายหนุ่มชวนฝันที่ทำให้หลงจนหาทางกลับมาโลกแห่งความเป็นจริงไม่ได้ จู่ๆ  ก็เธอก็ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงเปิดตู้โดยสาร ทวารบาลคนหนึ่งชะโงกหน้าเข้ามา “คุณวอลเตอร์ คุณสจ๊วต รถไฟกำลังจะถึงสถานีเขตวาติกาโน่ สภาเตรียมที่พักให้คุณทั้งสองพักจากการเดินทาง พรุ่งนี้เช้าสภาจะเรียกพวกคุณไปพิพากษา"

“เหมือนเตรียมไปลานประหารชะมัด" แมรี่พึมพำ เอธวางมือลงบนไหล่ของเธอแล้วบีบเบาๆ "ไม่แย่ขนาดนั้นหรอก" เขาพูดเชิงปลอบใจ

***

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว คนแปลกหน้าทั้งสามรออยู่ที่โถงอพาร์ทเม้นท์ตลอดวัน แต่ก็ไม่มีวี่แววของวิล แมทรู้สึกว่าเขาต้องรับผิดชอบที่ทำให้อีกสองคนเสียเวลาไปวันเต็มๆ อย่างไร้ประโยชน์ อีกอย่างเรื่องเอธกับแมรี่เป็นอะไรที่รอไม่ได้ เขาต้องเจอวิลให้เร็วที่สุด

“ขอโทษนะครับ คุณมีเบอร์ติดต่อวิลไหม" จู่ๆ แมทก็โพล่งขึ้นถามแคลร์ หญิงสาวเงยหน้ามอง

“ฉันมีเบอร์ห้องเขา" เธอตอบ

“แล้วเบอร์มือถือล่ะคะ เราต้องพบเขาจริงๆ" แซมถามบ้าง แคลร์ส่ายหน้า "เสียใจด้วยจ้ะ ฉันให้เบอร์โทรศัพท์ส่วนตัวของผู้พักอาศัยที่นี่กับคนอื่นไม่ได้ ต้องถามจากเจ้าตัวเอง" แคลร์ว่า

“ให้ตายสิ ฉันไม่ชอบหล่อนเลย" แซมหันมาซุบซิบกับไทเลอร์ เขายักไหล่ "ฉันก็ไม่ชอบผู้หญิงทาลิปสติกสีสดขนาดนั้นเหมือนกัน" เขาว่าพลางมองแมทที่ลุกขึ้นเดินมาหาทั้งคู่ "นี่ ฉันว่าฉันมีแผน" เขาพูดเสียงค่อย

“อะไร" แซมลดเสียงลง ส่วนไทเลอร์ก็เอียงหูฟังอย่างตั้งใจ

“เธอใช้ภาพหลอนของเธอทำให้แคลร์ไปอยู่ที่อื่นซักพักได้ไหม ที่เคาน์เตอร์นั่นต้องมีสมุดโทรศัพท์ ข้อมูลส่วนตัวของผู้พักอาศัยถ้าฉันเข้าใจไม่ผิด เราอาจได้เบอร์มือถือของวิลเลียม"

“แต่ทำแบบนั้นมัน...”

“เราต้องแหกกฎบ้างแซม เราไม่มีเวลามากนัก พวกทวารบาลคงรู้แล้วว่าเราหนีมาและคงมาตามตัวพวกเรากลับเร็วๆ นี้เชื่อสิ" แมทกล่อม แซมหันไปมองแคลร์แล้วหันกลับมาพยักหน้า เธอหลับตาลง พลิกฝ่ามือคว่ำลงยื่นไปข้างหน้า ไทเลอร์มองเธออย่างใคร่รู้ จู่ๆ โถงทางเข้าก็ถูกปกคลุมด้วยไอหมอก นักล่าหนุ่มหันซ้ายหันขวา "นี่เธอทำอะไรเนี่ย" เขาถามขึ้น

“พลังของแซม ภาพลวงตา" แมทเอ่ยเบาๆ เมื่อหมอกเหล่านั้นจางลง ทั้งสามเห็นแคลร์ทรุดลงมานั่งขดอยู่ที่มุมห้อง ตาเบิกกว้าง มือป้องปากราวกับเห็นผี "กรี๊ด!” เธอร้องลั่น ไทเลอร์ถลึงตามองอย่างไม่อยากจะเชื่อ "พระเจ้า เธอทำอะไรลงไปเนี่ย" เขาโพล่งขึ้น

“ฉันให้เธอเห็นตัวเองอีกคน กำลังแก่ลงเรื่อยๆ เธอคงคิดว่าเห็นผีจริงๆ" แซมตอบ เธอลืมตามองสิ่งที่เกิดขึ้นกับแคลร์ "ต้องขอโทษเธอจริงๆ แต่ฉันจำเป็น" เธอเอ่ย

“นายพาเธอออกไป อ้างว่าไปสงบสติอารมณ์หรืออะไรก็ได้ เร็วเข้า" แมทสั่ง ไทเลอร์ที่แม้จะยังดูงุนงงกับเหตุการณ์ตรงหน้าแต่ก็ทำตามโดยดี เขารีบวิ่งเข้าไปพยุงแคลร์ให้ลุกขึ้น เธอโวยวายพร่ำเพ้อเหมือนคนเสียสติ เขาพาเธอเดินออกไปจากโถงทางเข้า แมทพยักหน้าให้แซม ทั้งสองตรงเข้าไปค้นเคาน์เตอร์ของแคลร์ทันที

“สมุดโทรศัพท์น่าจะอยู่แถวๆ นี้" แมทว่าพลางหยิบเอกสารต่างๆ ออกให้พ้นทาง

“เจอแล้วแมท สมุดรายชื่อผู้อาศัย" แซมหยิบสมุดปกหนังสีน้ำเงินยื่นให้แมท เขารับไปพลิกหาจากเลขห้อง เนื่องจากเขาไปที่ห้องของวิลสองครั้งแล้วจึงจำได้ดี

วิล แฮร์ริสัน...

แมทคว้าปากกา จดเบอร์ติดต่อของเขาทุกเบอร์ใส่เศษกระดาษ

“รีบเผ่นเถอะ ไปตามไทเลอร์มาด่วนเลย" แมทบอกแซม เขาก้าวฉับๆ ไปที่ประตูทางออก แซมวิ่งไปหาไทเลอร์ เขายังมีท่าทีอ้ำอึ้งกับสิ่งที่เกิดขึ้น

“เราต้องไปกันแล้ว แมทได้เบอร์โทรศัพท์มาแล้ว" แซมว่า ไทเลอร์หรี่ตามองหญิงสาว "สัญญาก่อนว่าจะไม่ทำแบบนี้กับฉันถ้าฉันเผลอทำเธอหงุดหงิดหรืออะไรก็ตาม" เขาว่า แซมกลอกตา "ถ้าฉันคิดจะทำ ฉันทำตั้งแต่ที่บาร์แล้วย่ะ แต่รู้ตัวก็ดี อย่าทำให้ฉันหงุดหงิด โอเค๊ ไปเถอะ" แซมว่าก่อนจะดึงแขนไทเลอร์ให้วิ่งตามเธอออกจากอพาร์ทเม้นท์ ทิ้งแคลร์ผู้น่าสงสารไว้เพียงลำพัง

“นายมีโทรศัพท์มือถือไหม" แมทถามไทเลอร์ขณะหยิบกระดาษที่จดเบอร์โทรของวิลเลียมขึ้นมาดู

“แหงสิ ทุกคนในโลกนี้ต้องมีทั้งนั้น" ไทเลอร์ล้วงกระเป๋ากางเกงหยิบโทรศัพท์มือถือยื่นให้แมท เขารับไป รู้สึกสับสนกับเทคโนโลยีบนเครื่องมือสื่อสารนิดหน่อยเพราะไม่ค่อยได้ใช้ของแบบนี้

“นายกดเบอร์เป็นไหม" แซมถามให้แน่ใจ แมทพยักหน้า "ฉันทำได้น่า" แมทกดหมายเลขที่คาดว่าจะเป็นเบอร์โทรศัพท์มือถือของวิลเลียม เมื่อกดปุ่มโทรออกเขาก็ยกโทรศัพท์ของไทเลอร์ขึ้นแนบหู ฟังเสียงสัญญาณ

“ฮัลโหล" เสียงทุ้มคุ้นหูเอ่ยจากปลายสาย ฟังดูก็รู้ว่าเจ้าของเสียงดูไม่ไว้ใจคนที่โทรหา

“เฮ้ นั่นวิลเลียมใช่ไหม" แมทถาม ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่งเขาจึงถามซ้ำ "นั่นวิลเลียม สจ๊วตใช่ไหม"

“มีไม่กี่คนที่เรียกฉันด้วยชื่อนี้ นั่นใคร แมทธิวหรือ" แมทตกใจเล็กน้อยที่วิลรู้ว่าเป็นเขา ชายหนุ่มกัดริมฝีปากก่อนจะตอบรับ "ใช่ ฉันเอง"

“คงไม่ได้โทรมาเพราะคิดถึงฉันใช่ไหมนี่ คิดว่าใช่แน่ๆ แล้วนี่เบอร์นายหรือ" เสียงของเขาดูผ่อนคลายขึ้น

“ไม่ใช่ ฉันยืมมือถือของไทเลอร์โทรมา เขาเป็นนักล่า...” ยังไม่ทันพูดจบดีแมทก็ได้ยินเสียงวิลสบถแล้วโวยวายใส่เขาทันที "พระเจ้า นี่นายเสียสติไปแล้วเหรอ ครั้งแรกทวารบาลคนเดียว ครั้งที่สองมากันสี่ คราวนี้นายพานักล่ามาด้วย ทวารบาลน่ะพอรับได้ แต่ปีศาจตนไหนสิงนายถึงไปลากนักล่าเข้ามาด้วย แล้วนี่เบอร์ส่วนตัวของฉันนะ นายไม่มีสิทธิ์มีเบอร์ฉันถ้าฉันยังไม่อนุญาต!”

“นี่วิลเลียม ฟังฉันก่อนได้ไหม ตอนนี้ฉันต้องเจอนาย นายอยู่ที่ไหน แล้วฉันจะอธิบายให้นายฟังทีละเรื่อง" แมทตะโกนใส่สายจนแซมกับไทเลอร์ถลึงตามอง

“เสียใจด้วยนะแมทธิว ถึงฉันจะชอบนายอยู่นิดๆ แต่ฉันปฏิเสธที่จะเจอนักล่า" วิลทำท่าเหมือนจะวางสายแต่แมทรีบโพล่งขึ้นมา "ขอร้องล่ะวิล นายต้องช่วยเรา ฉันต้องเจอนาย" แมทได้ยินเสียงวิลถอนหายใจยาวๆ จากปลายสาย เขาเงียบไปครู่หนึ่ง

“ก็ได้ มาที่ไอโวรี่บาร์ตอนทุ่มตรง ไม่ต้องไปที่อพาร์ทเม้นท์ ฉันจะไม่ยอมให้นักล่าเหยียบรังรักของฉันเด็ดขาด" วิลเอ่ย แมทย่นคิ้ว "เดี๋ยว รังรักหรือ...” เขาไม่ค่อยถนัดเรื่องการทำความเข้าใจคำศัพท์ของโลกมนุษย์วิลจึงอธิบายความหมายในแบบของเขา "หมายถึงที่ซุกหัวนอนของฉันกับใครก็ตามที่ฉันอยากจะนอนด้วยน่ะ แล้วเจอกันแมทธิว" วิลกดวางสายไปแล้ว แมทธิวยังคงถือโทรศัพท์แนบหู

“เขาว่าไงแมท" แซมถามขึ้นแต่แมทยังคงเงียบ "เฮ้ แมทธิว มิลเลอร์ ได้ยินแล้วตอบด้วย" เธอเรียก แมทสะดุ้ง เขาส่ายหัวเรียกสติคืนมา

“เธอรู้ไหมคำว่า 'รังรัก' แปลว่าอะไร" แมทถามแซมทันที แซมเบ้ปากใส่ "เป็นคำที่... หมายถึงเรือนหอ เอ่อ... บ้านที่คู่รักเค้าอยู่ด้วยกัน นี่อย่าบอกว่าวิลพูดอะไรเสี่ยวๆ ใส่นายอีก อยากจะอ้วก" แซมทำหน้าเหมือนคนคลื่นไส้ ไทเลอร์หัวเราะ "เขาคงเป็นคนมีอารมณ์ขัน" ชายหนุ่มว่า

“คงไม่ถ้าเขาเจอหน้านาย" แมทตีเสียงเรียบให้ทุกคนกลับมาจริงจัง "เขาให้เราไปเจอที่ไอโวรี่บาร์ตอนทุ่มตรง หัวเสียไม่เบาที่รู้ว่าเรามีนักล่ามาด้วย"

“มีแต่คนชอบฉันพนันได้เลย นอกจากเขาจะเป็นพวกวิญญาณหลงทาง ไร้สี อะไรทำนองนั้น" ไทเลอร์พูดอย่างมั่นใจ แซมเบ้หน้าใส่

“ใช่ เขาเป็นแวมไพร์" แมทตอบ "เป็นสายเลือดราฟาเอลที่เป็นแวมไพร์" ไทเลอร์เบิกตากว้าง อ้าปากค้าง

“ในนามพระบิดา นี่มันบ้าไปแล้ว วิญญาณไร้สีที่มีทั้งสายเลือดเทวดาและสายเลือดปีศาจงั้นหรือ"

“นายเข้าใจไม่ผิด" แมทเม้มปากเป็นเส้นตรง วิลบอกว่าเขาสูญเสียพลังของซาเธลิสไปแล้ว แต่แมทยังไม่ปักใจเชื่อ

ตอนทุ่มตรง แมท แซม และไทเลอร์กลับมาที่ไอโวรี่บาร์อีกครั้ง คราวนี้ทั้งแมทและแซมรู้สึกปลอดภัยกว่าครั้งแรกเพราะมีนักล่ามาด้วย ไทเลอร์เป็นนักล่าที่อายุน้อยจนน่าตกใจ เขามีมาดกวนๆ แบบแก๊งอันธพาลแต่ก็ดูเท่เอามากๆ อาจจะเพราะเป็นนักดนตรีและการแต่งตัวเหมือนวงร็อกยุคเก้าศูนย์ เขาเดินล้วงกระเป๋ากางเกงปากคาบบุหรี่ตามแมทและแซมเข้ามาในบาร์ วันนี้แขกบางตากว่าเมื่อวาน อาจจะเพราะยังไม่ดึกเท่าไหร่ แมทมองซ้ายขวา เขาหาวิลเลียมที่น่าจะมาถึงแล้ว

“เขายังไม่มาเลย" แซมพูดขึ้น "เขาจะมาแน่นะ"

“เขาเป็นคนนัดฉันเอง" แมทหันมาตอบ ทั้งสามเดินมานั่งที่โต๊ะว่าง ลิซ่าเดินมารับออร์เดอร์เหมือนเดิม วันนี้เธอถักเปียสองข้าง ใส่เสื้อทีมเบสบอลกับกระโปรงสั้นสีเลือดหมู

“จะดื่มอะไรดีจ๊ะ" เธอถามขึ้น มองไปที่ไทเลอร์ เขาเคาะนิ้วกับโต๊ะสองสามครั้งแล้วเงยหน้าสั่ง "ฉันอยากได้เตกิล่า"

“ฉันเอาด้วย เอาเหมือนเขา" แซมโพล่งขึ้นมา "เตกิล่าสองที่กับกาแฟเหมือนเดิมนะจ๊ะหนุ่มน้อย" หล่อนยิ้มให้แมทก่อนจะหันหลังเดินหายไปหลังเคาน์เตอร์ แมทถลึงตามองแซม "นี่เรามาคุยธุระนะไม่ใช่มาดื่มของพวกนี้"

“แมทธิว ฉันสิบแปดแล้ว อีกอย่างเราก็อยู่ในร้านเหล้าลืมแล้วเหรอ" แซมเถียง

“เธอพูดถูก นายควรจะดื่มบ้าง" ไทเลอร์ว่า แซมดูจะพอใจที่มีพวก เธอหันไปหาเขา ชูห้านิ้วให้ทำไฮไฟว์แบบที่พวกมนุษย์ชอบทำกัน ไทเลอร์แปะมือกับเธอก่อนจะยิ้มกว้าง

“นี่พวกนายญาติดีกันตอนไหน" แมทแทบไม่อยากเชื่อสายตา แซมแลบลิ้นให้ "พันธมิตรชั่วคราวสนับสนุนให้คุณหนูมิลเลอร์ยอมดื่มแอลกอฮอล์"

“เขาไม่ดื่มก็ดีแล้ว พวกเธอไม่ควรไปสนับสนุนเขานะ" เสียงๆ หนึ่งดังขึ้นจากโต๊ะข้างๆ ทั้งสามหันขวับไปมองเจ้าของเสียงทันที เพียงแต่เขาไม่ใช่ใครอื่น "วิลเลียม!” แมทเอ่ยเสียงดังจนวิลต้องรีบทำท่าจุ๊ปากให้เขาเงียบ วันนี้วิลใส่เสื้อยืดกับแจ็คเก็ตหนังสีน้ำตาลซีดๆ เขามักแต่งตัวเซอร์ๆ แต่กลับมีเสน่ห์ดึงดูดขั้นรุนแรง

“ฟังให้ดีนะคุณหนูมิลเลอร์ ฉันชื่อวิล แฮร์ริสัน เรียกว่าวิลโอเคไหม ฉันไม่ชอบให้เรียกชื่อเต็มในที่สาธารณะแบบนี้ ที่นี่ไม่มีใครรู้จักวิลเลียม สจ๊วต" เขาว่า แมทดูมีท่าทีไม่พอใจทันทีที่ถูกวิลเรียกด้วยสรรพนามล้อเลียนที่แซมเพิ่งเรียกเขา "งั้นก็ช่วยเรียกฉันว่าแมทด้วย แล้วนี่นายมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ตอนเราเข้ามายังไม่เห็นนายเลย"

“ก่อนพวกนายไม่นาน ฉันเดินไปสั่งเครื่องดื่มพิเศษที่หลังร้าน" วิลชูแก้วใส่เครื่องดื่มข้นๆ สีแดงให้ดู ทั้งสามทำหน้าเบ้ทันที

“ฉันอยากจะอ้วกจริงๆ แล้ว" แซมบ่น "นั่นเลือดมนุษย์ใช่ไหม"

“ก็ใช่ ที่นี่ขายทุกอย่าง รู้ใช่ไหม" เขาว่าขณะกระดกของเหลวในแก้ว แมทอ้าปากค้าง

“แวมไพร์ตาสีฟ้าขนาดนี้ฉันยังไม่เคยเจอ" ไทเลอร์เปลี่ยนประเด็น เขาชินกับการเห็นแวมไพร์ดื่มเลือดในบาร์ แต่ไม่ชินกับแวมไพร์ที่ไม่มีนัยน์ตาสีดำ

“คิดว่าเพราะเขาเป็นลูกครึ่ง สายเลือดซาเธลิส... หมายถึงราฟาเอลทำให้เขายังมีตาสีฟ้า เพื่อนของเราที่เป็นหลานสาวเขาพอกลายเป็นวิญญาณสีเทาก็ยังมีตาสีฟ้าอยู่ แต่เรายังหาคำอธิบายที่แน่ชัดไม่ได้ เอาเป็นว่าฉันขอแนะนำให้รู้จัก เขาคือวิลลิ... วิล แฮร์ริสัน มีสายเลือดของราฟาเอลเหมือนเพื่อนของเรา ส่วนนี่คือไทเลอร์ นักล่าจากศาสนจักร" แมทหันไปหาวิล เขาเกือบเรียกวิลด้วยชื่อเต็มอีกครั้ง

“เอาจริงๆ เลยนะ ฉันไม่ค่อยชอบนักล่า" วิลว่า เขาเลียเลือดที่เลอะมุมปาก ลุกขึ้นลากเก้าอี้มานั่งร่วมโต๊ะกับอีกสามคน แววตาคมกริบมองไทเลอร์อย่างไม่ไว้ใจ

“ฉันก็ไม่ค่อยชอบแวมไพร์เหมือนกัน" ไทเลอร์ตอกกลับ

“ไม่มีใครชอบใครทั้งนั้นล่ะตอนนี้ แต่ฉันมีเรื่องให้พวกนายสองคนช่วย เรามั่นใจว่าสภาต้องตัดสินให้แมรี่ลงนรกหรือไม่ก็อะไรทำนองนั้นแน่ๆ พวกเขาจะไม่ปกป้องเธอจากกริมม์หรืออะไรก็ตามที่โลกเบื้องล่างส่งมาเอาตัวเธอ และทางที่จะช่วยเธอคือการรับรองให้ที่ลี้ภัยกับแมรี่โดยศาสนจักร ถ้าศาสนจักรยืนยันจะปกป้องเธอจากโลกเบื้องล่าง สภาก็จะพิพากษาให้เธอลงนรกไม่ได้ และพวกเขาก็ตกลงจะรับรองความปลอดภัยของแมรี่แล้ว แต่พระสันตะปาปาอยากเห็นพลังของซาเธลิส พลังที่พวกเขากำลังจะเสี่ยงช่วยเหลือ พระสันตะปาปาจะไม่ลงนามจนกว่าจะได้เห็นพลังนั้น" แมทเล่าทุกอย่างให้วิลฟัง

“แล้วนายต้องการอะไรจากฉัน ก็ชัดอยู่แล้วว่านายต้องพาแมรี่ไปพบโป๊ป แล้วมาหาฉันทำไม" วิลจิบของเหลวในแก้วอีกครั้ง

“แมรี่ถูกสภาคุมตัวไปแล้วลืมแล้วเหรอ เธอกำลังจะถูกพิพากษา เราต้องให้พระสันตะปาปาลงนามให้ที่ลี้ภัยกับเธอเพื่อเอาไปยื่นต่อสภา"

“ถึงแบบนั้นฉันก็ไม่มีประโยชน์สำหรับพวกนายอยู่ดี ฉันไม่มีพลังของซาเธลิส ฉันบอกพวกนายไปแล้ว" วิลหรี่ตามองแมท ดูเหมือนเขาจะรู้ว่าแมทไม่เชื่อ

“แมรี่เป็นหลานของนายนะ ถึงขนาดนี้แล้วนายยังจะปิดบังพวกเราอีกหรือ วิลเลียม ฉันรู้ว่าพลังนั่นยังอยู่กับนาย ไม่มีใครสร้างมิติดัดแปลงได้กว้างขนาดนั้นด้วยตัวคนเดียว" แมทเอ่ย แซมพยักหน้าเห็นด้วย

“เดี๋ยวนะ ตกลงมีมิติดัดแปลงจริงๆ หรือ นี่มีการสร้างมิติดัดแปลงในโลกมนุษย์โดยไม่มีการแจ้งศาสนจักรงั้นหรือ" ไทเลอร์แทรกขึ้นมา วิลยกมือกุมหน้าผาก

“ให้ตายสิแมทธิว ตอนแรกพวกนายก็ทำให้สภาเจอที่อยู่ฉัน ตอนนี้ก็ศาสนจักร ตั้งแต่ฉันเจอพวกเธอชีวิตฉันก็มีแต่เรื่องนะ" เขาว่า

“นายห่วงความผาสุกของตัวเองมากกว่าชีวิตของหลานสาวนายได้ยังไงวิลเลียม!” แมทขึ้นเสียง เป็นครั้งแรกที่แซมเห็นแมทดูโกรธเกรี้ยว เขามักดูไม่พอใจตลอดเวลา แต่ไม่เคยแสดงอารมณ์รุนแรงให้เห็น แมทเก็บความรู้สึกเก่งมากและไม่ค่อยพูดมันออกมา เธอเอื้อมมือไปกุมมือของเขาแล้วบีบเบาๆ "แมท ใจเย็นๆ นะ ฉันรู้ว่านายห่วงแมรี่ ใครๆ ก็ห่วงเธอ เอธยังขอให้ฉันช่วยเธอแทนที่จะช่วยเขา ซึ่งฉันน่ะเต็มใจทำ แต่เราบังคับวิลไม่ได้ เขามีสิทธิ์ที่จะเลือกว่าจะช่วยเราไหม"

“จริงที่สุดซาแมนธ่า ฉันจะบอกอะไรให้นะแมทธิว ถึงแมรี่เป็นหลานสาวฉันแต่ฉันไม่เคยมีความผูกพันกับเธอ สายเลือดเดียวกันไม่ได้ทำให้ใครซักคนโหยหาอาทรคนที่แทบไม่รู้จัก แล้วนายกำลังมาขอความช่วยเหลือจากฉัน นายไม่มีสิทธิ์มาตำหนิฉัน แล้วจะให้บอกอีกกี่ครั้ง ว่าฉันไม่ชอบให้ใครมาเรียกฉันว่าวิลเลียมโดยที่ฉันไม่อนุญาต" วิลชี้แจงด้วยเสียงเรียบเฉย เขาไม่มีท่าทีสบายๆ หรือความขี้เล่นอย่างเคย แมทนิ่งอึ้ง เขาหน้าชาไปหมด อาจจะเพราะความโกรธและความรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าแรงๆ แซมรู้สึกเห็นใจเขา แมทเป็นลูกชายคนเดียว เขาเป็นคนเอาแต่ใจและดื้อไม่ค่อยฟังใครมาตั้งแต่เด็กๆ เหมือนเขากำลังถูกสั่งสอนโดยผู้ชายที่ดูอายุไล่เลี่ยกัน เพียงแต่ในความเป็นจริงแล้ว วิลแก่กว่าพ่อแม่ของแมทเสียอีก

“เอาล่ะพวก เอาเป็นว่าฉันจะช่วยเปลี่ยนบรรยากาศแย่ๆ นี่ให้ดูดีขึ้นหน่อยนึง ฉันสัญญาว่าจะไม่บอกศาสนจักรเรื่องที่อยู่ท่ามกลางพวกมนุษย์ของนาย จะไม่บอกเรื่องมิติดัดแปลงนั่นด้วย" ไทเลอร์แทรกขึ้นมาเป็นระฆังช่วยชีวิตที่ทำให้แซมรู้สึกอยากขอบคุณเขามาก

“ทีนี้นายก็ไม่ต้องกังวลเรื่องศาสนจักรจะไปยุ่มย่าม 'รังรัก' ของนายแล้วนะ ตกลงนายจะช่วยเราได้ไหม" แซมจงใจใช้คำที่อยู่ในบทสนทนาตอนแมทคุยโทรศัพท์กับวิล เขาหรี่ตามองเธอก่อนจะยิ้ม "งั้นช่วยอธิบายมาหน่อยได้ไหมว่าฉันต้องทำอะไรบ้าง" วิลเลิกคิ้วถาม แซมพยักพเยิดไปทางแมทให้เขาอธิบาย แมทยังไม่หายโกรธ แต่เขาต้องแสร้งทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วก็เริ่มอธิบาย

“เราอยากให้นายใช้พลังต่อหน้าพระสันตะปาปา และเขาจะยอมลงนามให้ความคุ้มครองแมรี่ ฉันคิดว่านายยังใช้พลังได้ แค่นายไม่ได้ใช้มัน" แมทพยายามทำเสียงให้นิ่งที่สุด วิลเม้มปาก หรี่ตามองแมท "ทำไมนายมักรู้ทันฉันเสมอเลยแมทธิว" เขาคลี่ยิ้ม "มันทำฉันหงุดหงิดแต่ก็อดประทับใจไม่ได้"

“ฉันไม่ชอบให้ใครเรียกว่าแมทธิวโดยที่ฉันยังไม่อนุญาต" แมทเอาคืนบ้าง แซมหัวเราะหึขึ้นมา เธอหันไปสบตากับไทเลอร์ซึ่งเจ้าตัวก็ยักไหล่ก่อนจะยิ้มให้เธอ

“ให้ตายสิ ชื่อนายมันจะสำคัญอะไรนักหนา" วิลพ่นลมพรืด แมทไม่ตอบอะไร เขามองที่แขนขวาของวิล

“ขอดูกลีฟนายหน่อยได้ไหม" เขาถาม

“ฉันไม่มีกลีฟแล้ว" วิลตอบทันควัน

“แค่ยื่นแขนขวามา" แมทสั่ง วิลไม่ได้พูดอะไร เขาถอดเสื้อแจ็คเก็ต ยื่นแขนให้แมทธิว ชายหนุ่มใช้นิ้วไล้ไปตามข้อมือและท้องแขนของวิลเลียม มองเผินๆ ดูเหมือนกลีฟจะหายไปหมดแล้ว แต่จริงๆ แมทยังสามารถเห็นรอยจางๆ ของกลีฟซาเธลิสอยู่

“มันยังไม่หายไปซะทีเดียว ซาเธลิสยังให้พลังนายไว้จริงๆ ด้วย" แมทว่า

“เรื่องจริงเหรอเนี่ย" ไทเลอร์พึมพำ เขาไม่เคยเห็นแวมไพร์ที่ยังมีกลีฟมาก่อน

“จะบอกอะไรให้ อย่าเพิ่งคาดหวังกับฉันนัก ฉันไม่ได้ใช้พลังซาเธลิสนี่บ่อยนัก ความจริงฉันไม่ได้ใช้มันมาหลายปีจนจำครั้งสุดท้ายไม่ได้แล้ว มิติดัดแปลงนั่นฉันก็สร้างมาเมื่อนานมาแล้ว ตอนนี้ฉันเป็นแวมไพร์มานาน นานพอที่จะทำให้พลังซาเธลิสเสื่อมถอย"

“มันจะกลับมาชัดขึ้นถ้านายใช้พลังบ่อยๆ" แมทว่า

“ฉันจะไม่ใช้มันถ้าไม่จำเป็นแมทธิว ไม่สิ แมท ที่ฉันอยู่ได้อย่างสงบไม่ถูกพวกเบื้องล่างรบกวนเพราะกลีฟของฉันจางลงเรื่อยๆ เพราะเชื้อของแวมไพร์ ฉันกำลังจะเสียพลังของซาเธลิส ซึ่งนั่นเป็นเรื่องดี แล้วฉันก็ยินดีด้วย" วิลพูดอย่างหนักแน่น

“นายกลัวงั้นหรือ" แมทเลิกคิ้ว วิลสวนทันควัน “ฉันสมควรที่จะกลัว" เขากระดกเลือดในแก้วของตัวเองจนหมด ใช้หลังมือปาดของเหลวที่เลอะมุมปากออก "ความจริงแล้วทั้งฉันทั้งพีทเป็นลูกผสม พวกเรามีกลีฟ โลกเบื้องหลังคือที่ของเรา แต่ดูสิ่งที่สภาทำสิ พวกเขาไม่ปกป้องเรา และที่ฉันกำลังทำอยู่คือปกป้องตัวเอง" วิลคว้าแจ็คเก็ตมาสวมไว้อย่างเดิม "แต่เพื่อชดเชยในสิ่งที่ฉันทำกับพีท ชดเชยที่ฉันทอดทิ้งเขา ฉันจะช่วยแมรี่ก็ได้"

“จริงหรือ นายตกลงจะช่วยเราจริงๆ นะ" แซมตาเป็นประกาย

“ฉันจะช่วยเท่าที่ช่วยได้ ว่าแต่เราจะเจอโป๊ปได้ยังไง" วิลหรี่ตามองไทเลอร์ เขาเดาะลิ้นแล้วยิ้มกว้าง

"ฉันติดต่อวาติกันให้ส่งเครื่องบินส่วนตัวมารับเราในลอนดอนได้เลยตอนนี้"

โปรดติดตามตอนต่อไป
----------------------------------
T A L K
เอาตอนใหม่มาลงแล้วค่ะ ก่อนจะพูดพร่ำทำเพลง จะบอกว่า "เค้ามีเพจแล้วนะตัวเอง" 
ซึ่งเราจะเอาไว้พูดคุย แลกเปลี่ยนข่าวสาร สปอยล์ และปล่อย snippet นิยายที่เราเขียนทั้งหมดในเพจนั้นค่ะถ้าใครอยากเกาะติด หรือเราลงนิยายไม่ทันใจ ไปจิกหัวทึ้งผมทวงนิยายเราในเพจได้เลยนะคะ 
>>> GO TO DAREN L.'s PAGE <<<
ข่าวที่สองคือ เราเปิดนิยายใหม่ แนวดาร์คแฟนตาซีผสมโรแมนติกเล็กน้อยค่ะ เรื่องนี้ร่วมโปรเจกต์กับนักเขียนอีกสองท่าน ชื่อชุดว่า BLACKLAKE STORIES มีทั้งหมดสามเรื่อง โดยเรื่องที่เรารับผิดชอบมีชื่อว่า
DARKSPELL ค่ะ ซึ่งอ่านแยกกับอีกสองเรื่องได้ไม่สับสนแน่นอนค่ะ ใครที่เป็นคอนิยายแนวตะวันตกแบบเรื่องนี้ ก็ขอเรียนเชิญไปลองอ่านนิยายเรื่องใหม่ของเราได้ค่ะ ตามลิ้งค์ข้างล่างไปเลยจ้ะ 

 <-------กดเถอะ จะเกิดผล!

สำหรับตอนนี้ เราได้เจอปู่(อีกแล้ว) สงสารปู่ในเรื่องนี้มากตรงที่ชีวิตสงบสุขของแกวุ่นวายตั้งแต่เจอพวกแมรี่ 555 ยังไงก็อ่านแล้ว เม้นต์นิดเม้นต์หน่อยก็ยังดีค่ะ เราสัญญาว่าจะขยันอัพทั้งสองเรื่องเลย (ด้วยเกียรติเนตรนารี!) ส่วนใครอยากแลกลิ้งค์ แลกแบนเนอร์ แปะได้ค่ะ รักใครชอบใคร อวยคู่ไหนในเรื่อง สครีมมาค่ะ คนเขียนอยากแลกเปลี่ยนฟีลลิ่งกับคนอ่าน อิอิ :D 
DAREN L. 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

229 ความคิดเห็น

  1. #137 Esperanza (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 เมษายน 2557 / 15:12
    ชิปอย่างมีสติค่ะ ขอชิปแซมไทเลอร์ด่วนๆ รู้สึกเข้าขากันได้ก็น่ารักไปอีกแบบ
    แมทกับวิลคงไม่ต้องชิปละ ยังไงก็ไม่พ้นกันหรอก หุๆๆๆ
    ซีนนี้มีง้อมีงอนกันด้วยอ่ะ ฮี่ๆๆ
    #137
    0
  2. #102 - Thumbelina - (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 มีนาคม 2557 / 23:56
    รังรัก รังรัก รังรัก รังรัก รังรัก รังรัก รังรัก รังรัก รังรัก... +O+
    อยากมีโมเม้นท์คุยโทรศัพท์ และปลายสายเอ่ยคำนี้จังเลยข่าขุ่นพี่
    ชอบวิลเลียมมากๆ หลงรักฮีใจจะขาด *O* แมทธิว เร็วๆ ควบเลย! 555 
    สักวัน ยัยแซมเมล ต้องหลุดปากพูดคำว่า เจ๋ง กับไทเลอร์แน่ๆ เลย อิอิ
    ขอตัวไปอ่านบทต่อไปน้าาา (แมรี่กะเอธจ๋อยลงไปเลยอ่ะ ฮ่าๆ)
    #102
    0
  3. #60 `คุณหมาป่า。 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2557 / 13:26
    คิดว่าคู่ของแซมน่าจะกัดกันไปมานะ เปลี่ยนมาอวยคู่นี้แล้วววว กร๊าซซซซซซ  *กรีดร้อง
    แอบขำตรงที่นายไทเลอร์พูดทำนองว่าเธอคงไม่ทำอย่างนั้นกับฉันเวลาโกรธใช่ไหม โอ้ มันแบบ...ขำกลิ้ง555555


    #60
    0
  4. #57 wondermomo (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2557 / 15:06
    แอบขำ คำว่ารังรักของวิลด้วยอีกคน แมทหน้ามึนไปไม่ถูกกันเลย

    แต่ก็พูด ณ ปัจจุบันนี้ยังจิ้นคู่นี้ไม่เลิก โอ้ววว ไม่! ปู่วิลต้องเป็นของพี่ดิ (อ้าวไรวะ?)

    คู่ไทเลอร์กับแซมนี่น่ารักดี เถียงกันไปมาอ่ะ ดูมุ้งมิ้ง แต่ฮาตอนบอกว่าอย่าใช้พลังนั้นใส่นะ ดูแบบกลัวจริงจัง



    เห็นมะ สรุปปู่ก็ช่วยเถอะ ปู่น่ะน่ารักจะตายยยย >c< แต่แอบสงสารปู่ เจอเด็กกวนใจตลอดเวลาเลยอ่ะ



    น้องสาลืมคำเชื่อมในประโยคนี้นะ "เขารับไปสับสนกับเทคโนโลยีบนเครื่องมือสือสารนิดหน่อย" น่าจะลืม และ

    "เขารับไปและสับสนกับเทคโนโลยีบนเครื่องมือถือสือสารนิดหน่อย"



    โอเคไม่มีไรมาก ติดตามๆ จุ๊บๆ
    #57
    0