OTHER WORLDS : ออเทอร์เวิร์ลส

ตอนที่ 13 : บทที่ 11 : มือกีต้าร์วงดาแรนซ์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 273
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    19 ก.ค. 57

บทที่ 11 มือกีต้าร์วงดาแรนซ์

 

“แน่ใจนะแมทว่าเราไม่หลง" ซาแมนธ่าที่เดินเตะปลายเท้าเล่นหันซ้ายหันขวา มองทางเข้าตรอกข้างหน้าอย่างไม่มั่นใจ ด้วยอิทธิพลนามสกุลมอสส์และสินบนนิดหน่อย เธอและแมทก็สามารถขอให้ทวารบาลหนุ่มคนหนึ่งที่ไม่รู้ว่าทั้งคู่ถูกกักบริเวณเปิดประตูพิภพให้ แมทพาเธอเดินไปตามถนนโอลด์สตรีทแล้วลัดเลาะเข้าตรอกแคบๆ เพื่อมาเจอตรอกแคบๆ อีกครั้ง

“ที่อยู่ตามนามบัตรเขียนไว้แบบนี้นี่" เขาว่าพลางเกาคาง หรี่ตามองตรอกเล็กตรงหน้า "ที่นี่แหละน่า" เขาว่าก่อนจะเดินนำแซมเข้าไปในตรอก สาวผมบลอนด์เดินตามอย่างลังเล

ทั้งสองเดินมาจนสุดตรอกที่ว่า เจอเข้ากับตัวอาคารซอมซ่อมีป้ายผุๆ เอียงกะเท่เร่ติดไว้ และมีข้อความสีซีดๆ จนแทบอ่านไม่ออกเขียนว่า 'ร้านเหล้า'

“ให้ตายฉันก็ไม่เข้าไปในนั้นหรอกนะแมท" แซมส่ายหน้า แมทถอนหายใจ "แซม เธออายุสิบแปดแล้ว เข้าร้านเหล้าได้" แมทว่า

“ฉันไม่ได้หมายถึงฉันไม่เข้าร้านเหล้าย่ะ ฉันหมายถึงฉันจะไม่เข้าไปในร้านอะไรก็แล้วแต่ที่มีสภาพป่วยหนักขนาดนี้"

“ท่องไว้ว่าเราต้องช่วยเอธกับแมรี่นะซาแมนธ่า" แมทเตือนความจำให้ แซมอดแปลกใจไม่ได้ว่าแมทกลายเป็นพวกห้าวที่พร้อมจะเผชิญหน้ากับเรื่องเสี่ยงๆ หรือก้าวเท้าเข้าสถานที่ที่ดูไม่น่าไว้ใจแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ เหมือนจะตั้งแต่แมรี่เข้ามาในกลุ่มของพวกเขา

แมทเปิดประตูบานพับหนักๆ เข้าไป ทางเดินแสนแคบนำพวกเขาไปสู่ประตูอีกบานด้านขวามือ เป็นประตูที่ทำจากไม้และดูยังใหม่เอี่ยม สลักตัวหนังสือไว้ว่า 'ไอโวรี่บาร์' มีเสียงเพลงเซลติกดังลอดออกมาจากด้านใน แมทแนบหูกับบานประตู

“ได้ยินอะไรบ้าง" แซมที่เดินตามเข้ามาถามขึ้น

“คิดว่าข้างในมีคน ฉันได้ยินเสียงเพลง เสียงคนคุยกัน" แมทว่า เขาตัดสินใจผลักบานประตูไม้เข้าไป เสียงกระดิ่งประตูดังกรุ๊งกริ๊ง แมทกวาดตามองรอบๆ ภายในต่างกับภายนอกราวฟ้ากับเหว เคาน์เตอร์ร้านทำจากไม้ขัดมัน มีบาร์เทนเดอร์ประจำอยู่หนึ่งคน รอบๆ ร้านมีชุดโต๊ะเก้าอี้ไม้เข้าชุดกันอยู่หลายโต๊ะ และเกือบทุกโต๊ะมีคนนั่ง พนักงานเสิร์ฟผู้หญิงคนหนึ่งเดินตรงมาหาทั้งคู่ เธอสวมเสื้อยืดรัดรูปเน้นทรวดทรงและมีผมสีสว่างรวบตึงไว้เป็นมวย

“กี่ที่จ๊ะหนุ่มน้อย" หล่อนถาม แมทกลอกตา เขาไม่ชอบให้ใครเรียกเขาแบบนี้เอามากๆ

“สองที่ค่ะ" แซมแทรกขึ้นมา สาวเสิร์ฟฉีกยิ้มแห้งๆ ก่อนจะเดินนำทั้งสองไปที่โต๊ะว่าง ขณะที่เดินผ่านลูกค้าแต่ละโต๊ะ แมทและแซมสังเกตว่าลูกค้าร้านนี้ค่อนข้างจะหลากหลาย หลากหลายในที่นี้คือในเชิงพันธุกรรม มีทั้งพราย แวร์วูล์ฟ แวมไพร์ คนที่ผิวมีเกล็ดเหมือนงูและอีกคนมีตาดำเป็นขีดเหมือนแมวซึ่งน่าจะเป็นภูตประเภทหนึ่ง ทั้งยังมีมนุษย์ท่าทางแปลกๆ อยู่หลายคน ดูเหมือนแมทกับแซมจะเป็นวิญญาณสีเทาแค่สองคนในร้าน

“โต๊ะนี้สำหรับหนุ่มน้อยกับสาวน้อยผมบลอนด์ จะดื่มอะไรดีจ๊ะ ที่นี่เสิร์ฟเครื่องดื่มทุกประเภท สำหรับสิ่งมีชีวิตทุกชนิด" เธอผายมือไปที่โต๊ะว่างแล้วหันมาถามแมทกับแซม

“มีคิวบาลีเบอร์ไหมคะ" แซมรีบถามกลับ แมทหันไปมองเธออย่างไม่เชื่อสายตา

“นี่เธอดื่มของพวกนี้ด้วยหรือ"

“แหงสิ ฉันมาโลกมนุษย์บ่อยกว่านายเยอะน่าแมทธิว" แซมยิ้ม "มีไหมคะ"

“มีจ้ะ งั้นเป็นคิวบาลีเบอร์ แล้วหนุ่มน้อยอีกคนล่ะจะดื่มอะไรดีจ๊ะ"

“กาแฟแก้วนึงครับ" แมทว่าพลางเลื่อนเก้าอี้แล้วนั่งลง ลิซ่าเลิกคิ้วสูงทำท่าเหมือนจะพูดอะไร

“ลิซ่า สั่งเหล้าหน่อยยาหยี!” แขกที่โต๊ะด้านในตะโกนเรียกพนักงานสาว เธอยิ้มให้ทั้งคู่แล้วรีบเดินไปรับออร์เดอร์

“เราจะทำยังไงต่อล่ะ" แซมนั่งลงบ้าง เธอเท้าคางมองไปรอบๆ ร้าน "พวกแวมไพร์โต๊ะนั้นจ้องเราตั้งแต่ตอนเข้ามาแล้ว" แซมพึมพำ

“ถามใครซักคน บางทีหมอนี่อาจเป็นลูกค้าประจำ" แมทวางนามบัตรที่มีชื่อทีเอ็ม อดัมวางลงบนโต๊ะ

***

“แมรี่ ทางนี้!” เอธตะโกนเรียก ทั้งคู่ออกจากตู้โดยสาร วิ่งไปตามทางเดิน ชนสะเปะสะปะกับผู้โดยสารคนอื่นๆ ในขบวนรถ เหล่าทวารบาลที่มากับขบวนรถไฟต่างวิ่งกันวุ่น เสียงดังปึงปัง โบกี้รถถูกกระแทกจนเอียง เสียงคำรามดังกึกก้องเหมือนเป็นเสียงของสัตว์ป่าตัวใหญ่ และเสียงนั้นดังมาจากทุกทิศ

“นั่นมันตัวอะไร!” แมรี่ถามขณะเบี่ยงตัวหลบทวารบาลสองคนที่ถือหอกด้ามยาวมา

“เราเจอของหนักแล้วล่ะอีธาน" หนึ่งในนั้นที่ดูเหมือนจะรู้จักกับเอธหันมาพูดกับเขา "ไทซัส สามตัว ตอนนี้พวกมันพยายามพังหัวรถไฟ"

“ไทซัสคือตัวอะไร กริมม์หรือ" แมรี่ถามแทรก เอธส่ายหน้า "ปีศาจนรก เสืออเวจี" เขาตอบ

“ขบวนนี้มีทวารบาลมากี่คน" เอธถามสองคนนั้น

“สิบ รวมนายด้วยสิบเอ็ด"

“ไทซัสตัวเดียวก็น่าจะหืดขึ้นคอแล้วฉันว่า เท็ด นายมีอาวุธให้ยืมไหม ฉันโดนริบ"

“นายถูกสั่งห้ามพกอาวุธ เราให้นายไม่ได้อีธาน"

โครม! เสียงวัตถุขนาดใหญ่กระแทกขบวนรถอีกครั้ง คราวนี้ขบวนรถไม่ใช่แค่คลอน มันเอนจนทุกคนถลามารวมกัน เสียงกรีดร้องของผู้โดยสารในขบวนดังอื้ออึง แมรี่ยึดราวผ้าม่านริมหน้าต่างไว้แน่น

“บ้าฉิบ นี่มันมีกี่ตัวกันเนี่ย" ทวารบาลที่ชื่อเท็ดส่งหอกในมือให้เอธ "ใครถามบอกว่าเก็บได้ตกลงนะ"

“ด้วยเกียรติทวารบาลเลยเพื่อนยาก!” เอธยักคิ้ว เขาพยายามยันตัวลุกขึ้น

โครม! ขบวนรถถูกกระแทกอีกครั้ง โบกี้ทุกโบกี้พลิกคว่ำตกจากราง เอธคว้าแมรี่ได้ทัน เขายกแขนขึ้นกันเศษกระจกจากบานหน้าต่างที่แตกกระจายตอนด้านข้างของโบกี้กระแทกพื้น แมรี่หลับตาปี๋ ใจเต้นระส่ำ เธอเกาะแขนเอธไว้แน่น

“เธอโอเคนะ" เอธกระซิบถาม แมรี่ส่ายหน้าทั้งยังหลับตา

“ฉันต้องเป็นเดอะฮัล์คตัวเขียวถึงจะโอเคในสถานการณ์แบบนี้!” แมรี่พูดใส่แผ่นอกของเอธ

“เราต้องออกจากขบวนรถ ไม่งั้นเราคงเละเพราะกลิ้งมารวมกันเป็นมีทบอลก่อนจะโดนมันฆ่าตาย" เอธหันไปพูดกับทวารบาลอีกสองคน ทั้งคู่พยักหน้าเห็นด้วย เอธกระทุ้งด้ามหอกใส่ช่องลมตรงเพดานโบกี้ซึ่งตอนนี้กลายเป็นด้านข้างของรถไฟ หลังจากออกแรงกระทุ้งสองสามครั้งสลักยึดฝาช่องลมก็อ้าออกเป็นช่องสี่เหลี่ยมจตุรัสที่คนๆ หนึ่งสามารถลอดออกไปได้ เอธโยนหอกของตัวเองออกไปด้านนอก มุดลอดช่องนั้นอย่างรวดเร็ว

“แมรี่ ตาเธอ" เขาพูดพลางกวักมือเรียก แมรี่สอดตัวผ่านช่องลมลอดออกจากโบกี้โดยมีเอธคอยดึงเธออยู่ด้านนอก สายลมยามค่ำคืนปะทะร่าง เอธเอานิ้วชี้แตะริมฝีปากให้เธอรู้ว่าต้องเงียบพลางพยักพเยิดให้เธอดูอีกด้านของขบวนรถไฟ แมรี่เห็นแผ่นหลังของสัตว์สี่เท้าเคลื่อนผ่านไปโดยมีเพียงขบวนรถไฟกั้นระหว่างเธอกับสัตว์ร้ายนั้น ซึ่งอะไรก็ตามที่แผ่นหลังสูงพ้นขบวนรถไฟได้แปลว่ามันต้องตัวใหญ่มหึมามากๆ

ฉึก! เสียงของแหลมพุ่งผ่านอากาศไปปักเข้าที่ท้ายทอยของไทซัสตัวนั้น มันร้องคำรามกระโดดดีดตัวไปมาอย่างเจ็บปวด ทั้งเอธและแมรี่หันไปมองต้นทางของหอกเงินด้ามนั้น ทวารบาลคนหนึ่งยืนอยู่บนโบกี้รถไฟ เขารับหอกอีกอันจากทวารบาลอีกคนที่ยืนอยู่ข้างล่าง ไทซัสตัวนั้นไม่ไหม้เป็นเถ้าเหมือนที่เอธใช้หอกฆ่าซิบิลิส ตรงกันข้ามมันยิ่งคุ้มคลั่ง มันกระโจนขึ้นมายืนบนขบวนรถ ไทซัสอีกสองตัวที่โผล่มาจากไหนไม่รู้ก็เยื้องย่างเข้าหากลุ่มทวารบาลพลางขู่คำราม แมรี่เห็นโครงเหล็กรถไฟยุบเป็นรอยเท้าในแต่ละก้าวของพวกมัน

“ซวยล่ะสิ" เอธพึมพำ

***

“นี่นายจะไม่ดื่มจริงๆ เหรอแมท" แซมถามขณะดันแก้วเครื่องดื่มของตัวเองให้ แมทส่ายหน้า

“เราไม่ได้มานั่งดื่มซาแมนธ่า เรามาตามหาคน"

“ก็ยังไม่มีใครที่มีท่าทางเหมือนนักล่าเข้ามาในร้านเลยนี่ ยอมรับเถอะ เราเสียเที่ยว แม่ลิซ่านั่นก็บอกว่าไม่รู้จักคนที่ชื่อทีเอ็ม อดัม บางทีเอธอาจเอานามบัตรร้านนี้มาจดโน้ตไว้เฉยๆ ก็ได้นะ"

“ให้ตายสิ หรือเราควรขึ้นรถไฟตามพวกเขาไปสภา พ่อแม่เธอช่วยอะไรไม่ได้จริงๆ หรือแซม" แมทเท้าคาง แซมส่ายหน้า

“อย่าลืมว่าเราสองคนถูกกักบริเวณ นั่นหมายถึงมอสส์กับมิลเลอร์กำลังถูกจับตามอง ถ้าพวกเขาลุกขึ้นมาช่วยเอธกับแมรี่มีหวังพ่อกับแม่โดนสภาสอบแน่ๆ อีกอย่างนายก็เห็น พ่อแม่ฉันอยู่วาติกาโน่มาเป็นเดือนแล้ว คงลืมไปแล้วว่าบ้านอยู่ในบริเตน"

“ถูกของเธอ ฉันว่าเราควรจะกลับ ที่นี่ดูจะเป็นที่ซ่องสุมของตัวอันตรายยังไงไม่รู้" แมทดูจะถอดใจ เขาล้วงหาเงินในกระเป๋ากางเกงแล้วก็นึกขึ้นมาได้ "แซม เธอมีเงินปอนด์เหลือบ้างไหม ฉันมีแต่เงินดารร์" แมทมองเหรียญเงินหลากขนาดในมือ เขาใช้เงินปอนด์ไปกับค่ารถไฟใต้ดินหมดแล้ว

“ฉันไม่เคยมาที่นี่โดยไม่มีเอธ ปกติเขาจ่ายให้" แซมตอบ ทั้งสองมองหน้ากัน

“ให้ตายสิ" แมทสบถ

“โทษที!” แซมกวักมือเรียกลิซ่าที่เพิ่งเดินเอาเครื่องดื่มมาเสิร์ฟโต๊ะข้างๆ เธอหันมาเลิกคิ้ว "ที่นี่รับเงินดารร์ไหมคะ เราไม่มีเงินปอนด์เหลือเลย" แซมถาม

“ขอโทษนะจ๊ะสาวน้อย ร้านนี้สำหรับวิญญาณไร้สี เรารับเงินของโลกนี้เท่านั้นจ้ะ เงินของพวกสีเทาไร้ค่าที่นี่ สรุปแล้วพวกเธอมีเงินจ่ายค่าเครื่องดื่มรึเปล่า" เธอถามเสียงดัง แขกทั้งร้านต่างจ้องมาที่ทั้งคู่เป็นตาเดียว โดยเฉพาะคำว่า 'พวกสีเทา' ยิ่งดึงดูดความสนใจของพวกเขาได้ไม่น้อย

“งั้นเราจะแลกเงินปอนด์ได้ที่ไหน" แมทแทรกขึ้นมา

“ถัดไปสองซอย ตรอกที่มีถังขยะอยู่ข้างหน้า ร้านในสุดรับแลกเงินจากออเทอร์เวิร์ลสจ้ะหนุ่มน้อย" ลิซ่าตอบ แมทพยักหน้ารับ

“แซม เธอรอนี่ ฉันจะไปแลกเงิน"

“นายจะทิ้งฉันไว้นี่หรือแมท"

“แค่ไปแลกเงิน เดี๋ยวกลับมา โอเค๊"

“รีบๆ ล่ะ ฉันไม่ชอบที่นี่แล้วล่ะ" แซมมองรอบๆ แขกในร้านยังไม่หยุดจ้องเธอ

แซมมองแมทเดินออกจากร้านไปพลางพ่นลมพรืดอย่างเบื่อหน่าย เธอรู้สึกว่าตัวเองไร้ประโยชน์เพราะหมดหนทางจะช่วยเอธกับแมรี่ ขณะที่นั่งหมุนแก้วเครื่องดื่มในมือ เสียงฝีเท้าเดินย่ำพื้นไม้กระดานมาหยุดที่โต๊ะเธอ หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมอง กลุ่มคนราวๆ สี่ถึงห้าคนยืนแสยะยิ้มให้

“สวัสดีสาวน้อยสีเทา" หนึ่งในนั้นเอ่ยทัก ทุกคนในกลุ่มมีนัยน์ตาสีดำสนิท แซมเห็นเขี้ยวแหลมคมของพวกนั้นผ่านรอยยิ้มน่าขนลุก

“แวมไพร์...” เธอเอ่ยขึ้น แน่นอนว่าเธอคุ้นเคยกับแวมไพร์เพราะรู้จักวิล แม้เขาจะเป็นแวมไพร์ผ่าเหล่าเอาเสียหน่อยแถมยังมีตาสีฟ้าจัดผิดกับแวมไพร์ตนอื่นๆ "ต้องการอะไร" เธอถาม

“ปกติที่นี่ไม่ค่อยมีวิญญาณสีเทาผ่านมาเท่าไหร่ จะเป็นไรไหมถ้าเราจะขอนั่งด้วย" เขาเหลือบมองไปที่เก้าอี้ว่างใกล้ๆ แซม

“ไปให้พ้น ฉันไม่อยากข้องแวะกับพวกนาย" แซมพูดเสียงแข็ง หนึ่งในนั้นตรงเข้ามาคว้าแขนแซมแล้วบีบจนแน่น หญิงสาวร้องเสียงหลง มือของเขาเย็นเฉียบจนน่าตกใจ

“ปล่อยฉันนะไอ้พวกโสโครก!” เธอร้อง "พวกแกไม่มีสิทธิ์ทำร้ายใครที่นี่"

“อย่างนั้นหรือสาวน้อย กฎของศาสนจักรคุ้มครองพวกมนุษย์หรือวิญญาณบริสุทธิ์ วิญญาณสีเทาอย่างเธอไม่ได้รับการปกป้องที่นี่หรอกนะ" เขาพูดด้วยเสียงเย็นเยียบ แซมพยายามสลัดแขนให้หลุดแต่สู้แรงไม่ไหว คนในร้านต่างมองมาที่โต๊ะของเธอเป็นตาเดียว และไม่มีใครคิดจะเข้ามาช่วย "พวกนั้นไม่เสี่ยงมีเรื่องกับแวมไพร์ทั้งกลุ่มหรอกสาวน้อย ไปกับฉันดีกว่า ฉันยังไม่เคยลองดื่มเลือดของพวกสีเทา"

“เฮ้ ปล่อยฉันนะ!” แซมร้องลั่นแต่กลับถูกกระชากให้ลุกขึ้น เสียงหัวเราะเฮฮาของพวกนั้นน่าสะอิดสะเอียน เธอหันมองรอบๆ เห็นลิซ่ามีท่าทีตกใจ เธอเป็นมนุษย์ แน่นอนว่าคงช่วยอะไรไม่ได้

“เธอบอกให้ปล่อยพวกนายก็ควรจะปล่อยเธอนะ!” เสียงๆ หนึ่งดังขึ้นจากประตูร้าน แซมหันไปมอง พวกแวมไพร์ต่างเงียบกริบ มองผู้มาใหม่อย่างใคร่รู้ "หมาหมู่ไม่พอยังรังแกผู้หญิงอีกหรือ" เขาก้าวเท้าเดินเข้ามาในร้าน เมื่อเขาเข้ามาใกล้ แซมเห็นเขาถนัดตา เขาเป็นชายหนุ่มสวมแจ็คเก็ตหนังกับยีนส์ขาดๆ มีผมสีเข้มและดูยังอายุน้อยมากสำหรับสถานที่แบบนี้ เมื่อเพ่งมองให้ชัดหญิงสาวมั่นใจว่าจำคนๆ นี้ได้ เขาอยู่บนโปสเตอร์แปะฝาห้องของแมรี่

เอ็ดเวิร์ด มือกีต้าร์วงดาแรนซ์!

“ให้ตายสิ นักล่า!” แวมไพร์ตนหนึ่งในกลุ่มสบถ "เราไม่ได้ทำอะไรผิด กฎหมายของแกไม่ได้คุ้มครองแม่นี่ แกต้องปล่อยเราไป"

“ถูกของแกที่วิญญาณสีเทาไม่ได้รับการคุ้มครองจากศาสนจักร" เขาว่า "แต่ฉันอยากให้แกปล่อยเธอ"

“แกไม่มีสิทธิ์มาสั่งให้เราทำอะไรที่ไม่ได้อยู่ในข้อตกลงนะนักล่า" แวมไพร์ตนที่จับแซมไว้พูดขึ้น ทันใดนั้นเอง ชายสวมแจ็คเก็ตหนังก็ตรงเข้ามา หมุนตัวเตะเสยคางแวมไพร์ตนหนึ่งจนหน้าหงายแล้วคว้าแขนแวมไพร์ตัวที่จับแซมไว้ก่อนจะจับพลิกบิดจนงอผิดรูป เขาเร็วมากจนมองแทบไม่ทัน แวมไพร์ตนนั้นร้องลั่น ยอมปล่อยแขนแซมในที่สุด ในขณะที่แวมไพร์ตนอื่นตั้งท่าจะสู้แต่ชายคนนั้นปรายตามองไปรอบๆ แล้วยิ้ม

“ฉันไม่ได้มาหาเรื่อง แค่มาขอดีๆ พวกแกอยากไม่ฟังเอง" เขาทำท่าปัดมือทั้งสองข้าง "กลับไปซะแล้วฉันจะไม่เอาผิดพวกนายโทษฐานสร้างความรำคาญใจให้มนุษย์"

“เดี๋ยวนะ ใครกันมนุษย์!”

“ฉันนี่ไงไอ้โง่!” เขาตะคอกกลับก่อนจะล้วงกระเป๋ากางเกงหยิบซองบุหรี่ขึ้นมา พวกแวมไพร์ตัดสินใจกลับไปในที่ของตัวเอง ชายคนนั้นหันมามองแซมขณะคาบบุหรี่พลางอังไฟแช็กเพื่อจุดสูบ หลังจากซัดควันบุหรี่ไปเต็มปอดเขาก็ถาม “เธอไม่เป็นไรนะ”

“นายเป็นนักล่าหรือ" แซมถามขึ้น เธอไม่ได้ตอบคำถามเขา

“แหงสิ ฉันดูเหมือนอย่างอื่นหรือ" เขาถามกลับ

“นายเหมือนมือกีต้าร์วงร็อก" เธอสรุป "นายเป็นใครกันแน่"

“ไม่ยักรู้ว่าพวกสีเทารู้จักฉันด้วยแฮะ ช่วยไม่ได้ฉันคงป๊อบมาก" เขาว่าขณะลากเก้าอี้ที่โต๊ะของแซมไปนั่ง กวักมือเรียกลิซ่าเพื่อสั่งเครื่องดื่ม

“นายเป็นมือกีต้าร์วงร็อกแล้วก็เป็นนักล่าด้วยหรือ" แซมถามพลางนั่งลงที่เก้าอี้ของตัวเองอย่างเก่า

“ใช่ ซิงเกิลตลอดไปของวงฉันเจ๋งใช่ไหมล่ะ” เขายักไหล่อย่างน่าหมั่นไส้ “ไหนบอกหน่อย วิญญาณสีเทามาทำอะไรที่นี่ นี่มันที่ของพวกไร้สี วิญญาณหลงทาง พวกที่ไม่มีกลีฟหรือทูตจากภพอื่นๆ มารับไป"

“ฉันรู้ๆ ความจริงฉันก็ไม่ได้อยากมานี่เท่าไหร่ ฉันไม่ชอบพวกไร้สี แน่นอนไม่ชอบนักล่าแบบนายด้วย แต่ก็ขอบคุณที่ช่วย" แซมขอบคุณห้วนๆ และยังไม่ยอมตอบคำถามเขาเช่นเคย

“วิธีสำนึกบุญคุณของพวกเธอเป็นแบบนี้กันหมดเลยรึไง อะไรทำให้พวกสีเทายโสนัก" เขาพึมพำขณะพ่นควันบุหรี่อย่างไม่สนใจ ลิซ่าเดินมารับออร์เดอร์ เขาหันไปสั่งเครื่องดื่ม

“ฉันแค่ไม่ถูกชะตากับนักล่า พวกนายโหดเหี้ยม ลงมือฆ่าอย่างไม่ลังเล" แซมตอกกลับ

“ถ้ามัวลังเลเราก็โดนฆ่าตายสิแม่วิญญาณสีเทา" เขาว่า แซมนึกอยากให้แมทกลับมาเร็วๆ เธออยากออกไปจากร้านนี่ จริงอยู่ว่าคนตรงหน้าเพิ่งจะช่วยชีวิตเธอ และเขาก็เป็นมือกีต้าร์สุดฮอตของวงดาแรนซ์ที่แมรี่ปลื้มนักหนา แต่เธอรู้สึกว่าเขาเป็นคนแข็งกระด้างไม่น่าคบหาสักนิด

กรุ๊งกริ๊ง~

เสียงกระดิ่งที่ประตูดังขึ้น แซมเงยหน้าขึ้นมองอย่างตั้งความหวัง เป็นแมทธิวที่ก้าวเข้ามา หญิงสาวรู้สึกโล่งอกอย่างบอกไม่ถูก

“ให้ตายเถอะแมท นายมาซักที!” แซมรีบลุกเดินเข้าไปหาเขาในขณะที่เจ้าตัวมีทีท่าสับสน

“เกิดอะไรขึ้นหรือ"

“พวกแวมไพร์แกล้งฉัน แต่มือกีต้าร์วงดาแรนซ์อวดเก่งนั่นช่วยฉันไว้" เธอพูดเสียงเบาขณะพยักพเยิดไปที่ชายอีกคนที่โต๊ะ

“มือกีต้าร์วงดาแรนซ์...” แมทเลิกคิ้ว มองผู้ชายวัยรุ่นผมสีเข้มที่ดูเหมือนจะอายุน้อยกว่าเขาด้วยซ้ำกำลังนั่งสูบบุหรี่อยู่

“ช่างเถอะ ความจริงเขาเป็นนักล่าด้วย"

“นักล่าหรือ ให้ตายแซม เธอเจอนักล่าแล้วหรือ!” แมทเบิกตากว้าง แซมเองก็เพิ่งนึกได้

“เออใช่ เราตามหานักล่าอยู่นี่" แซมรีบหันหลังกลับเดินตรงไปที่โต๊ะ ชายหนุ่มนักล่ามองเธออย่างสงสัย

“อะไรอีก" เขาถามงงๆ

“นายรู้จักคนที่ชื่อทีเอ็ม อดัมรึเปล่า เรากำลังตามหาเขา" แซมถาม ทันใดนั้นเองคนตรงหน้าก็สำลักควันบุหรี่ไอแค่กๆ ก่อนจะมองเธอด้วยสายตาประหลาดใจสุดขีด

“นี่เธอรู้ว่าฉันเป็นใครแต่เธอไม่รู้จักชื่อฉันหรือ!” เขาเลิกคิ้วสูง แมทที่เพิ่งเดินมาถึงก็เลิกคิ้วอย่างใคร่รู้เช่นกัน

“นายหมายความว่าไง นายชื่อเอ็ดเวิร์ดไม่ใช่เหรอ" แซมย่นคิ้ว

“นั่นมันชื่อในวง" เขาส่ายหน้า "หัดเข้าไปอ่านประวัติในเว็บไซต์ของวงบ้างนะ ไทเลอร์ มอร์แกน อดัม มือกีต้าร์วงดาแรนซ์ นั่นชื่อจริงของฉัน!” 

โปรดติดตามตอนต่อไป
------------------------
Reference image


ถนนโอลด์สตรีท ละแวกเดียวกับที่ตั้งของไอโวรี่บาร์
------------------------------------------------------------
TALK

มาคุยกันหน่อย อิอิ 
สุดท้ายก็ได้อัพตอนนี้ซักที ตัวละครใหม่โผล่แล้ว ฮิ้วววววววว~
ขอบอกว่าคนแต่งรอวันปรากฏตัวของเจ้านี่มานานมาก 
เพราะถูกกล่าวถึงตั้งแต่บทที่หนึ่ง 555 
สำหรับบทนี้ก็ยังไม่มีอะไรมากนอกจากเอาตัวละครใหม่มาโยนไว้ 
ยังไงก็โปรดติดตามตอนต่อไป ยังคงขอขอบคุณทุกกำลังใจค่ะ 
ใครที่หลงเข้ามาอ่านก็เม้นต์แสดงตัวนิดนึงก็ดีนะคะ 
เราจะได้รู้ว่ามีคนตามเรื่องนี้มากน้อยแค่ไหนจ้า 

ปล. ใครอยากเห็นสมาชิกที่เหลือของวงดาแรนซ์ก็รอกันหน่อยนะคะ จะเอามาสปอยล์เร็วๆนี้ค่ะ :D 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

229 ความคิดเห็น

  1. #221 MooK_KunG_Zaa (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2558 / 23:42
    คุณนักล่ามาอย่างแหวก 55555555555555
    #221
    0
  2. #135 Esperanza (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 เมษายน 2557 / 14:46
    โหววว สัตว์ประหลาดจากนรกก็มาละคราวนี้ เรื่องนี้มีอะไรให้เจอหลากหลายจริงๆ ค่ะ 
    โถ่! แซมทำเอาไทเลอร์เสียเซลฟ์เลยแฮะ รู้จักคนแต่ไม่รู้จักชื่อ
    ไงล่ะพ่อคนหลงตัวเอง ถถถถถ
    #135
    0
  3. #87 - Thumbelina - (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 มีนาคม 2557 / 22:49
    โหยยย... เพ้ทีเอ็ม อดัม ถึงกับสำลักควันบุหรี่เลยอ่อ ?
    ยัยแซมเมลของเรา น่าจะคู่กับอีตาน่ารักน่าหยิกคนนี้ >_<
    แมทธิว นายน่ารักดีนะ อยากได้มาเป็นคู่ครองจังเลยยยยย!
    อยากเห็นอิมเมจคนอื่นในวงดาแรนซ์อ่ะ ฮ่าๆ สงสัยจะหล่อกัน
    แอร๊ยยยยยยยยยยย! เอาแซมกับทีเอ็มคู่กันที 
    แมรี่จะได้ลั้ลลากะอีตาอีธานนนนนนนนนนนนน +o+
    #87
    0
  4. #53 `คุณหมาป่า。 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 มกราคม 2557 / 20:37
    มาอ่านตอนนี้แล้วววววว แอบขำก๊ากตอนที่ไทเลอร์สำลักควันบุหรี่ ท่าทางจะเงิบจริง555555
    /เอ้าา มีชิพมาให้จิ้นอีกแล้วค่าา
    #53
    0
  5. #41 SwiftieMinnie (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 มกราคม 2557 / 13:48
    ลุ้นๆๆ
    ชอบฉากสู้มาก มันดี
    #41
    0
  6. #40 wondermomo (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 มกราคม 2557 / 10:04
    โอ๊ยยยย ชอบไทเลอร์มากกกกก ชอบท่าทางอวดดี ชอบความซึนของฮี อร๊ากกกก ><

    เดี๋ยวจับคู่กับแซมซะเลยหรอก ดูจะตีกันมัน ฮ่าๆๆ

    เอธกับแมรี่ก็กำลังมันกับการหนีตัวประหลาดอีกแล้ว สู้ๆ จะถึง วาติกาโน่ไหมเนี่ย



    มีคำผิดนิดโหน่ย...

    พางเกาคาง พลางเกาคาง

    เยื่องย่าง เยื้องย่าง

    ร้านนี้สำหรับวิญญาณไร้สี ไม่น่าจะใส่นะ อ่านแล้วมันงงๆ เพราะมันมีประโยคด้านหลังให้เข้าใจอยู่แล้ว
    #40
    0