OTHER WORLDS : ออเทอร์เวิร์ลส

ตอนที่ 11 : บทที่ 9 : แยกทาง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 292
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    19 ก.ค. 57

บทที่ 9 แยกทาง

 

แมรี่รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเพราะได้ยินเสียงเครื่องครัวกระทบกัน มีคนกำลังทำอาหาร เธอคิด แมรี่พบว่าเธอนอนอยู่บนม้านั่งยาวใกล้ตู้หนังสือในห้องรับแขก มีเสื้อแจ็คเก็ตของเอธคลุมไว้ เธอลุกขึ้น กวาดสายตามองรอบๆ แซมยังหลับอยู่บนโซฟา เธอไม่เห็นแมทกับเอธ แมรี่ลุกขึ้นยืนบิดขี้เกียจ รู้สึกปวดเมื่อยจากภารกิจเอาชีวิตรอดจากกริมม์เมื่อวาน เธอได้ยินเสียงคนคุยกันในครัวจึงเดินเข้าไปดู แมรี่เห็นวิลนั่งห้อยขาจิบกาแฟบนโต๊ะอาหาร ส่วนเอธกับแมทกำลังสาละวนอยู่หน้าเตาไฟ เป็นวิลที่สังเกตเห็นเธอ เขาเอ่ยทัก

“อรุณสวัสดิ์หลานสาว ช่วยบอกเพื่อนชายทั้งสองคนของเธอได้ไหม ว่าเครื่องครัวฉันราคาแพงมาก เบาๆ มือกันหน่อย" เขาว่าพลางพยักพเยิดไปที่เอธกับแมท

“ฉันไม่เข้าใจว่านายจะมีห้องครัวไว้ทำไม แวมไพร์ไม่เห็นจำเป็นต้องทำอาหาร" เอธว่าขณะเทไข่คนใส่จาน

“มีไว้เผื่อมีแก๊งวัยรุ่นที่ชอบหาเรื่องใส่ตัวอย่างพวกนายมาขออาศัยยังไง" วิลเถียงทันควัน

“นายดื่มกาแฟแทนเลือดหรือ" อยู่ดีๆ แมทก็ถามขึ้น "สงสัยตั้งแต่เมื่อวานว่าแวมไพร์กินอาหารมนุษย์ได้ด้วย" แมทเลิกคิ้ว วิลหัวเราะ

“เอาอะไรมาพูด ถ้าดื่มกาแฟแทนเลือดได้คงมีแต่แวมไพร์มังสวิรัติเต็มไปหมด" วิลประชด ปรายยิ้มอวดเขี้ยวแหลมทั้งสองข้าง "ก็แค่ก่อนจะถูกเปลี่ยนฉันชอบกาแฟเท่านั้น แต่มันไม่ทำให้หายหิวหรอกนะ" วิลอธิบาย "ว่าแต่นายเลือดกรุ๊ปอะไร" เขาแหย่ แมทย่นคิ้วแล้วหันไปช่วยเอธจัดจานต่อ วิลถัดตัวลงจากโต๊ะอาหาร วางแก้วกาแฟไว้ในซิงค์ล้างจาน วันนี้เขาสวมเสื้อยืดเข้ารูปสีขาวกับกางเกงผ้าห้าส่วนสีน้ำตาลอ่อน ดูสบายๆเหมือนหนุ่มโสดเวลาอยู่กับบ้านทั่วไป เขาไปยืนข้างแมทชวนคุยนู่นนี่ แมรี่ไม่ได้ใส่ใจฟัง เธอเดินมาช่วยเอธยกจานมาวางบนโต๊ะ เอธทำอาหารเช้าง่ายๆ สำหรับสี่ที่ ดูไม่เข้ากันกับผู้ชายล่ำๆ ชอบการต่อสู้อย่างเอธสักนิด

“ฉันว่าเธอไปล้างหน้าล้างตาแล้วมากินเถอะ เดี๋ยวฉันจะไปปลุกแซมเอง" เอธพูดขึ้นขณะที่แมรี่หยิบแก้วน้ำมาวาง แมรี่ยิ้มให้ก่อนจะหันหลังเดินไปเข้าห้องน้ำ เธอแอบเห็นเอธเดินออกจากครัวไปปลุกแซม ภายนอกเอธดูเป็นผู้ชายแข็งแกร่งแต่เขากลับดูนุ่มนวลในคราวเดียว แมรี่ไม่เข้าใจตัวเอง บางทีเธออาจจะแค่หลงเสน่ห์เอธ เขาหล่อและนิสัยดี ใครๆ ก็ต้องชอบ เพียงแต่เธอกลัวว่าความรู้สึกของเธอจะจริงจังกว่านั้น และมันยากที่จะบอกว่าคืออะไรกันแน่

มื้อเช้าเป็นไปอย่างเงียบเชียบ ถึงแซมจะหายดีและสดชื่นขึ้น แต่เหมือนมีความตึงเครียดเล็กๆ จากแมทและเอธ แมรี่รู้สึกได้ว่าแมทดูแปลกๆ ตั้งแต่เมื่อวาน ส่วนเอธก็ทำเพียงคะยั้นคะยอให้แมรี่กับแซมกินอาหารเช้าให้หมด

“พวกนายจะเอาไงต่อล่ะตกลง" วิลที่ไม่ได้ร่วมโต๊ะด้วยแต่ยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์ครัวถามขึ้น เอธส่ายหน้า

“เราไม่มีทางเลือก คงต้องปรึกษาสภาตามความตั้งใจของแมท" เอธพูดด้วยน้ำเสียงเหน็บแนมเล็กน้อย

“ก็ดูเป็นวิธีที่เป็นไปได้ที่สุดแล้วนี่" วิลว่า

“แต่สภาหัวโบราณ พวกเขาอาจไม่เสี่ยงมีเรื่องกับโลกเบื้องล่างแล้วปกป้องแมรี่" เอธให้เหตุผล วิลครุ่นคิด

“ไว้ถึงเวลานั้นค่อยแก้ปัญหาแล้วกัน" แมทพูดก่อนจะลุกจากโต๊ะอาหาร ไปอยู่คนเดียวในห้องนั่งเล่น แซมทำท่าจะลุกไปดูแต่เอธรั้งไว้

“ฉันไปเอง" เขาว่า

“นายไปก็ได้เถียงกันอีกน่ะสิ" แซมรีบพูด

“เธอไปเขาก็ไม่ฟังเธออยู่ดี" เอธนิ่วหน้า แมรี่รู้สึกกระอักกระอ่วน เธอมองซ้ายมองขวา ทำอะไรไม่ถูก

“เอาล่ะเด็กๆ ฉันไปเอง" วิลเสนอ "บางทีเขาอาจจะยอมคุยกับคนที่ไม่รู้เรื่องอะไรอย่างฉันมากกว่าพวกเธอ"

“หนูเห็นด้วยค่ะ" แมรี่พยักหน้า แมทยอมบอกเธอว่าเขาอาจจะเป็นเกย์โดยที่ไม่ยอมบอกเพื่อนสนิทสองคนของเขา บางครั้งการคุยกับคนที่ไม่ได้สนิทมากมายก็ทำให้สบายใจมากกว่า

“ให้ตายสิแมรี่ ปัญหาของเราไม่ควรให้แวมไพร์ไกล่เกลี่ย" เอธแย้งทันที

“แต่นายอยู่ในบ้านเขา และกินอาหารของเขาด้วย" แมรี่ว่า วิลยิ้มกว้างทันทีที่ได้ยิน

“แหม รู้สึกดีที่มีหลานสาวก็วันนี้" เขาพึมพำก่อนจะเดินออกจากครัวไปอีกคน เอธส่ายหน้าอย่างเอือมระอา เขาอาจรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนที่แมทสนิทและไว้ใจมากที่สุดแล้ว แต่เขาไม่เข้าใจว่าแมทกำลังกลืนไม่เข้าคายไม่ออกที่มีเรื่องในใจมากมายแต่บอกกับใครไม่ได้

วิลย่องออกมาที่ห้องรับแขกเงียบๆ เขาเห็นแมทนั่งมองหน้าขาตัวเองอยู่ที่โซฟา ดูกลัดกลุ้มและว้าวุ่น เขาเดินเข้าไปหา ทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ แมทเงยหน้าขึ้นมอง ดูตกใจนิดหน่อยที่เป็นวิล

“ดูนายไม่โอเค" วิลพูดขึ้น "พวกวัยรุ่นมักมีเรื่องไม่โอเคตลอดเวลา"

“แต่ฉันคิดว่าโอเค" แมทตอบเรียบๆ

“นายหลอกตัวเองไม่ได้หรอกแมทธิว" วิลหันมามองเขาด้วยแววตาสีฟ้าสดเหมือนสีตาของแมรี่ "มีอะไรที่อยากจะบอกคนนอกอย่างฉันไหม เรื่องระหว่างพวกเธอน่ะ" วิลยิ้มก่อนจะเอนหลังพิงพนักด้วยท่าทีสบายๆ แมทส่ายหน้า

“ฉันไม่รู้ว่าตัวเองกำลังกังวลเรื่องอะไรอยู่ด้วยซ้ำ" แมทพึมพำ "รู้ไหม นายน่ะเหมือนกับแมรี่ เธอใส่ใจฉันทั้งๆ ที่ฉันไม่ได้สนิทอะไรกับเธอเลย เรียกตัวเองว่าคนนอกเหมือนนายด้วย"

“ไม่รู้สิ เหมือนอยู่หลายอย่างและต่างอยู่หลายอย่าง" วิลว่า "ปู่หลานกันนี่"

“ฉันไม่ได้ชมนายหรอกนะอย่าเข้าใจผิด" แมทก้มลงมองฝ่ามือทั้งสองข้าง มันซีดขาวเหมือนกระดาษ

“เรื่องแมรี่สินะ" วิลทาย และเขาทายถูก แมทผงกหัวรับแต่ไม่ได้พูดอะไร วิลจึงถามต่อ “กำลังสองจิตสองใจอยู่หรือ"

“เดี๋ยวเราต้องพาเธอไปสภา" แมทว่า

“นั่นคือสิ่งที่นายต้องการมาแต่แรกนี่"

“ใช่ ฉันอยากให้สภาจัดการเรื่องนี้ แต่ก็กลัวว่าจะไม่ส่งผลดีต่อเธอ ฉันไม่รู้ว่าต้องการอะไรกันแน่" แมทสารภาพ เขาไม่ถนัดพูดความรู้สึกลึกๆ กับคนสนิทชิดใกล้ ตั้งแต่เจอแมรี่และได้พูดในสิ่งที่รบกวนจิตใจมาโดยตลอดกับเธอ แมทรู้สึกชอบแมรี่ ดูเหมือนเธอเป็นคนหนึ่งที่รับฟังเขาและเป็นคนที่เขากล้าจะบอกในสิ่งที่ไม่กล้าบอกเอธกับแซม ที่แปลกใจคือวิลเองก็ทำให้เขารู้สึกสบายใจอย่างน่าประหลาดเช่นกัน

“ดูท่านายเองจะไม่ชอบเรื่องยุ่งยากเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย ซึ่งสำหรับฉันนี่เป็นเรื่องฉลาดที่สุดแล้ว เพียงแต่นายมีคนที่แคร์เพิ่มขึ้นมาเท่านั้น นายเลยลังเล" วิลสรุป "นายเป็นคนดีนะ" เขาเอ่ยเบาๆ แมทเงยหน้าขึ้นมองวิล ถ้าลืมเรื่องอายุจริงๆ ของเขาไป วิลดูเป็นหนุ่มวัยรุ่นอายุยี่สิบต้นๆ และมีท่าทีสบายๆ ทั้งหล่อ หุ่นเซ็กซี่ ผมสีเข้มและตาสีฟ้า เรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบแม้การแต่งตัวจะเซอร์ๆ หน่อยก็เถอะ

“เฮ้ ฟังอยู่รึเปล่า" วิลโพล่งขึ้นเพราะแมทมองเขาตาไม่กระพริบ "นายจ้องซะฉันรู้สึกเหมือนถูกลวนลาม" เขาพูดติดตลก แมทรีบส่ายหน้า

“ฉันไม่ได้คิดอะไรแบบนั้น แค่มองเฉยๆ" วิลเลิกคิ้ว เขารู้ว่าแมทโกหก เขาโกหกไม่เก่งโดยสิ้นเชิง

“อย่าเขินน่า ฉันชินแล้ว ช่วยไม่ได้นะ ไม่มีใครทนความฮอตของฉันได้เกินห้านาทีหรืออาจน้อยกว่านั้น" วิลขยิบตา แมททำท่าเหมือนจะเถียงแต่วิลชิงพูดก่อน "ฉันว่านายไปอยู่กับเพื่อนๆ นายดีกว่า บางทีพวกนายอาจต้องช่วยกันถ้าอยากจะปกป้องแมรี่"

“แต่ฉันไม่รู้ว่าต้องทำยังไง เมื่อวานเราเกือบไม่รอด พลังของแซมปกป้องเรา แม้แต่พลังของแมรี่ก็ปกป้องเรา แต่ฉันกลับทำอะไรไม่ได้ ฉันปกป้องใครไม่ได้หรอก" แมทระลึกถึงความจริงที่ก่อกวนใจของตัวเองขึ้นมาอีกครั้ง จู่ๆ เขาก็รู้สึกถึงแรงบีบที่หัวไหล่ วิลจับไหล่เขา เขย่าเบาๆ

“พลังของนายคือการรักษาไม่ใช่หรือ นี่คือพลังแห่งการปกป้องอย่างแท้จริงนะแมทธิว รู้อะไรไหม นกน่ะ ไม่ได้เกาะบนกิ่งไม้เล็กๆ เพราะว่ามันไว้ใจว่ากิ่งไม้จะไม่หัก แต่มันไว้ใจในปีกของมันเอง นายก็เหมือนกัน นายต้องเชื่อใจตัวเองให้มากกว่าที่เป็นอยู่"

“บอกได้ไหมว่าฉันควรเริ่มยังไง" แมทมองวิลด้วยแววตาสีเทาซีด วิลยักไหล่

“อย่างน้อยแมรี่ก็ควรได้รู้ว่านายเป็นห่วงเธอ" วิลลุกขึ้นยืน "และทุกคนก็กำลังเป็นห่วงนายอยู่" เขายิ้มให้ รอยยิ้มของวิลเลียมดูจริงใจและมีเสน่ห์ เขาพยักพเยิดไปทางห้องครัว แมทคลี่ยิ้มบางๆ เป็นรอยยิ้มที่หายากสำหรับวิล เขาลุกขึ้นเพื่อเดินกลับไปหาเพื่อนๆ โดยไม่ลืมที่จะหันหลังกลับมาเอ่ยเบาๆ “ขอบใจ"

 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก! เสียงเคาะประตูดึงความสนใจของทุกคนในห้อง แมรี่มองหน้าวิลเป็นเชิงถามว่าเขานัดใครไว้ วิลส่ายหน้า

“ฉันไม่มีแขกวันนี้" วิลตอบ เขาเดินไปที่ประตู มือจับลูกบิดแต่ยังไม่เปิด มืออีกข้างแตะบานประตู หลับตาใช้สมาธิ  “วิญญาณสีเทา" เขาเอ่ย "พวกเธอยังมีคนอื่นนอกจากนี้หรือ" วิลหันมาถาม เอธส่ายหน้า "เรามีแค่นี้" วิลย่นคิ้ว หันไปเปิดประตู

“โอ๊ะโอ ทวารบาลอีกแล้วหรือ" เขาใช้น้ำเสียงเอือมระอา แมทลุกพรวดจากเก้าอี้ หันมองหน้าเอธ มีทวารบาลสี่คนยืนอยู่หน้าประตู พวกนี้สังเกตได้จากการแต่งตัวทะมัดทะแมง ผมตัดสั้น และพกอาวุธติดตัวตลอด ส่วนมากจะเป็นมีดเล่มยาว มีดพก สนับมือ ธนู ไม่ก็หอก

“เรารู้มาว่าอีธาน วอลเตอร์อยู่ที่นี่ เขามากับวิญญาณสีเทาที่ชื่อมาริน่า สจ๊วต" หนึ่งในนั้นเอ่ย แมรี่ชะโงกหน้ามอง ทั้งสี่คนร่างสูงใหญ่เหมือนกับเอธ มีตาสีเทาเหมือนกัน แต่ดูแก่กว่า

“พวกนายต้องการอะไร" เอธสาวเท้ามายืนข้างวิล

“ต้องการหรือ" ทวารบาลที่ยืนอยู่หน้าสุดพูด "เราไม่ได้ต้องการ แต่สภาสูงต้องการพบนาย อีธาน วอลเตอร์กับมาริน่า สจ๊วต เราได้รับแจ้งว่ามีการสังหารกริมม์โดยอาวุธที่มีกลีฟของไมอาเกิดขึ้นในโลกเบื้องหน้า ซึ่งตามหลักแล้วกริมม์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ต้องได้รับการอนุมัติจากสภาเสียก่อนถึงจะสังหารหรือจับกุมได้ นายละเมิดกฎ" เขาชี้แจง

“รอสภาอนุมัติเราก็โดนกริมม์ฆ่าตายน่ะสิ" เอธเถียง "ถ้าแค่เรื่องฆ่ากริมม์งั้นทำไมสภาถึงต้องการตัวมาริน่าด้วย เธอไม่ได้แตะต้องกริมม์สักนิด"

“ส่วนเรื่องนั้นเราไม่ได้รับอนุญาตให้ตอบคำถามใดๆ นายกับเธอควรจะไปกับเราเดี๋ยวนี้"

“เดี๋ยวนะ คนที่ฆ่ากริมม์ไม่ได้มีแค่เอธ ทำไมถึงต้องการตัวเอธคนเดียวล่ะ" แมทแย้ง เขาฆ่าโทเบียร่าไปหนึ่งตัวถ้าจำไม่ผิด

“นายคงคิดไปเองแมท ฉันฆ่าเองทั้งหมด" เอธหันมาทำตาขวางใส่ แมททำท่าจะเถียงแต่แซมจ้องเขาแล้วส่ายหน้า เพราะแมทใช้อาวุธของเอธฆ่ากริมม์สภาเลยคิดว่ามีแค่เอธที่ลงมือ และตอนนี้เอธกำลังปกป้องแมท

“เขาฆ่ากริมม์เพื่อปกป้องฉันนะคะ" แมรี่ว่า "กริมม์เล่นงานเราก่อน"

“เรื่องนั้นเราจะไปคุยกันที่สภาคุณสจ๊วต ถ้ายังชักช้าเราอาจจะรายงานเพิ่มเรื่องเจอรังแวมไพร์ใจกลางเมืองที่เต็มไปด้วยมนุษย์ธรรมดาให้สภารู้ด้วย" วิลถลึงตาแล้วหันมามองเอธด้วยสีหน้าอยากจะฆ่าเขา

“คิดไว้อยู่แล้วว่าเด็กพวกนี้ต้องเอาเรื่องยุ่งๆติดตัวมาด้วยแน่ๆ" วิลพึมพำ "ฉันใช้ชีวิตสงบๆ ที่นี้มาเกือบสิบปี ไม่เคยสร้างปัญหาหรือมีประวัติแย่ๆ กับทั้งนักล่าและทวารบาลนะโอเค๊ จะเป็นพระคุณมากถ้าพวกนายจะแกล้งลืมๆ ไปซะว่ามาที่นี่" วิลว่า

“เรื่องนั้นเราขอคิดดูก่อน ถ้าสภารับรองว่านายจะไม่เป็นภัยต่อการเปิดเผยความลับเรื่องการมีอยู่ของออร์เทอร์เวิร์ลส เราอาจจะยอมให้นายอยู่ที่นี่ต่อไปจนกว่าจะหาที่พำนักใหม่ให้นายได้"

“ให้ตายเถอะ ฉันไม่ใช่หมาจรจัด และฉันมีที่อยู่ มีงานทำด้วย พวกนายว่างมากก็ช่วยไปจับพวกแวร์วูล์ฟที่ชอบมาฉี่รดยางรถยนต์ฉันแทนสิ!” วิลโวยวาย แต่ทวารบาลทั้งสี่ดูจะไม่สนใจในตัวเขา

“คุณวอลเตอร์ คุณสจ๊วต มากับเราด้วย"

“เราจะไปด้วย!” แซมแทรกขึ้นมา "ถ้าสภาจะสอบสวนพวกเขา พวกคุณก็ต้องพาพวกเราไปด้วย"

“เสียใจคุณมอสส์ คุณและคุณมิลเลอร์จะตรงกลับคฤหาสน์มอสส์ทันทีที่ถึงโลกเบื้องหลัง พวกคุณจะถูกกักบริเวณจนกว่าสภาจะตัดสิน"

“แต่เราอยู่ในเหตุการณ์นะ!” แมทเถียง "แล้วสภาก็ไม่มีสิทธิ์คุมตัวใครไปโดยไม่มีเหตุผล แมรี่ยังไม่ได้ทำอะไรผิด"

“สภาย่อมมีเหตุผลคุณมิลเลอร์ และพ่อแม่ของคุณคงไม่พอใจที่พบว่าคุณมาอยู่ในรังแวมไพร์แบบนี้แน่ๆ" หนึ่งในทวารบาลพูดเสียงเรียบ แมทหันไปมองวิลที่ยืนถอนหายใจ

“งั้นฉันจะไปด้วย" วิลเอ่ยขึ้น "ตามกฎของโลกเบื้องหลัง เด็กพวกนี้จะไม่เป็นผู้ใหญ่จนกว่าอายุครบยี่สิบ แมรี่เพิ่งจะสิบแปด แน่นอนว่าสภาไม่มีสิทธิเอาตัวเธอไปโดยปราศจาคการยินยอมของผู้ปกครอง ในโลกเบื้องหลังเธอไม่มีญาติเหลือแล้ว มีแต่ฉัน ปู่อีกคนของเธอที่รับรู้เรื่องออเทอร์เวิร์ลส"

“นายเป็นใคร แวมไพร์ตาสีฟ้า" ทวารบาลหรี่ตาถาม วิลกัดริมฝีปากก่อนจะพูดเสียงดังฟังชัด

“วิล แฮร์ริสัน" เขาตอบ

“เสียใจด้วย สภาจะคุ้มครองคุณสจ๊วตในฐานะผู้ปกครอง แวมไพร์ไม่ได้รับอนุญาตให้ไปที่สภาถ้าไม่ได้นำไปไต่สวนหรือประหารชีวิต"

“ให้มันได้อย่างนี้สิ ฉันล่ะเกลียดทวารบาล" วิลหันมาหาแมรี่ "เธอไปกับพวกเขาได้แต่อย่าไว้ใจใคร โดยเฉพาะสภา แล้วก็คนพวกนี้ด้วย" เขาชี้ไปทางทวารบาลทั้งสี่

“มันก็ต้องแบบนั้น" เอธว่าพลางเกาคาง "ฆ่ากริมม์ไม่กี่ตัวโทษคงไม่หนักหนา อีกอย่าง อย่างน้อยฉันก็ไปด้วย ไม่ต้องห่วงหรอก"

“แต่เอธ...” แซมมีทีท่าร้อนใจ

“เอาน่าแซม เธอควรจะอยู่กับแมท ฉันไม่อยากให้ตระกูลมอสส์กับมิลเลอร์มาตกที่นั่งลำบากเพราะฉัน"

“ไปกันได้แล้วคุณวอลเตอร์ คุณสจ๊วต เราจะเปิดประตูพิภพที่หอคอยลอนดอน มีสมาชิกสภาอยากพบคุณทั้งสองที่หอผู้ล่วงลับ"

แมรี่เห็นแมทเดินไปกอดอกขมวดคิ้วอยู่มุมห้อง เขาไม่พูดอะไรเลย ไม่มองเธอหรือแม้กระทั้งเอธด้วยซ้ำ มีเพียงแซมที่เขามากุมมือเอธไว้

“นายจะไม่เป็นไร สภาไม่ลงโทษนายหรอก ฉันจะคุยกับพ่อแม่ให้" แซมพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เอธส่ายหน้า

“ฉันไม่ได้ต้องการให้เธอช่วยฉันแซม" เอธพูดเบาๆ "แต่ถ้าเธอพอจะทำอะไรได้เพื่อช่วยแมรี่ นั่นคือสิ่งที่ฉันต้องการจริงๆ ตอนนี้" เมื่อเอธพูดจบแมรี่รู้สึกหน้าชาไปหมด แซมเป็นคู่หมั้นของเอธ และเขากำลังขอร้องให้เธอช่วยผู้หญิงอีกคน แซมหันมาทางเธอ เป็นครั้งแรกที่แววตาของแซมเปลี่ยนไป ไม่ได้ดูสดใสมีชีวิตชีวาเหมือนเคย ตรงกันข้าม มันมีคำถามมากมายในแววตานั้น แซมยิ้มแห้งๆ ให้แมรี่ก่อนจะหันไปพยักหน้ากับเอธ

“ดูแลตัวเองด้วย ไม่ต้องห่วงทางนี้ ฉันจะหาทางช่วยพวกเธอทั้งคู่"

“ขอบใจมากแซม" เอธบีบไหล่แซมเบาๆ ก่อนจะหันไปมองแมท "ฝากแซมด้วยนะแมท ตอนนี้มีแค่นายที่ฉันไว้ใจได้ ส่วนเรื่องที่ทำให้ฉันมาช้า นายช่วยจัดการต่อทีนะ"

แมทพยักหน้ารับ เขาหันไปมองวิลอีกครั้งก่อนจะก้มหน้ามองพื้นเหมือนเดิม

“ไปกันเถอะ อย่างน้อยเธอก็ได้ออกไปข้างนอกโดยมีทวารบาลตั้งห้าคนคุ้มกันนะแมรี่" เอธยิ้มก่อนจะเดินมายืนข้างเธอ

“รู้สึกดีขึ้นเยอะ" แมรี่ประชด เธอยิ้มให้เอธแล้วหันมาเผชิญหน้ากับทวารบาลทั้งสี่

ทั้งสี่คนถูกจับแยกกันโดยแมรี่กับเอธไปกับทวารบาลสามคนเพื่อไปใช้ประตูพิภพที่หอคอยลอนดอน ส่วนแมทกับแซมถูกพาไปโดยทวารบาลคนที่เหลือเพื่อไปใช้ประตูพิภพใกล้ๆ กัน เอธดูสงบนิ่งกว่าที่คิด เขาไม่ได้หันมาพูดคุยหรือแสดงทีท่าวิตกกังวลผิดกับแมรี่ เธอไม่รู้ว่ากำลังจะไปเจออะไร โลกเบื้องหลังยังใหม่สำหรับเธอในทุกๆ เรื่อง ทวารบาลที่เจอก็ดูไม่เป็นมิตรเหมือนเอธ พวกเขาดูเคร่งขรึม เอาจริงเอาจัง และตีสีหน้าเฉยสนิท เธอกำลังคิดว่าถ้าเอธเป็นทวารบาลไปซักสามสี่ปีเขาจะกลายเป็นแบบพวกนี้หรือไม่

“หนาวไหม" จู่ๆ เอธก็หันมาถาม แม้จะกลางวันแสกๆ แต่ท้องฟ้าฉาบสีเทา มองไม่เห็นพระอาทิตย์ อุณหภูมิจึงต่ำลงจนรู้ตัวอีกทีแมรี่ก็เดินกอดอกแน่นเพราะความหนาว

       “นิดหน่อย" แมรี่เปลี่ยนมาสะพายเป้ไว้ด้านหน้า เธอเก็บของมาเท่าที่จำเป็น เสื้อผ้าหนาๆ มีไม่กี่ชุดเท่านั้น

“นี่ นายถอดเสื้อคลุมของนายมาหน่อยสิ" เอธตะโกนถามทวารบาลที่เดินนำหน้าสุด เขาหันมามอง เลิกคิ้วให้เอธ

“เธอหนาว" เอธว่า "ความหนาวระดับนี้ทวารบาลทนได้สบายๆ ขอยืมเสื้อให้เธอได้ไหม"

“อดทนหน่อยคุณสจ๊วต รถรอเราอยู่ไม่ไกล" เขาตอบอย่างเย็นชาและไม่เป็นสุภาพบุรุษเอาเสียเลย แมรี่เบ้ปาก มองเอธ เขายักไหล่ แจ็คเก็ตของเอธไม่หนาเท่าไหร่ เสื้อข้างในก็แค่เสื้อยืดแขนสั้น แมรี่คิดว่าเขาคงไม่สามารถแบ่งปันเครื่องนุ่งห่มอะไรก็ตามให้เธอได้แน่ๆ

“เธอใส่ของฉันก็ได้ มันอาจช่วยได้ไม่มาก" เอธถอดเสื้อแจ็คเก็ตส่งให้แมรี่ เธอถลึงตามองเขา “นายไม่หนาวหรือ"

“นิดหน่อย แต่เคยเจอที่แย่กว่านี้ร้อยเท่าได้ ทวารบาลผ่านการฝึกเข้มงวดและถูกบังคับให้อดทนต่อทุกสภาพอากาศ เพราะพวกเราไม่มีทางรู้ได้ว่าจะถูกส่งไปประจำเขตไหนและต้องต่อสู้กับพวกอยู่ผิดที่ผิดทางภายใต้สภาพอากาศอย่างไร ถ้าเธออยากเป็นพออายุครบสิบเก้าลองเข้าค่ายทหารไปลงฝึกก็ได้นะ ถ้าเธอผ่านการทดสอบก็จะได้เป็นเหมือนฉัน"

“ขอเป็นอย่างอื่นที่เสี่ยงตายน้อยกว่านี้หน่อยดีกว่า" แมรี่ว่าขณะรับแจ็คเก็ตของเอธมาสวมไว้ เอธยิ้ม ทั้งคู่เดินตามทวารบาลสามคนจนมาถึงรถตู้สีเทาดำที่จอดรออยู่ ออกเดินทางสู่หอคอยลอนดอน

 

ณ หอผู้ล่วงลับ ชั้นบนสุดใต้หลังคาโดม ชายวัยกลางคนสวมเสื้อคลุมยาวลากพื้นเหม่อมองผ่านช่องหน้าต่าง มองถนนทอดยาวจากหอคอยสู่ตัวเมือง ชายอีกคนเดินเปิดประตูเข้ามา โค้งศีรษะให้เขา

“ท่านแคสเตอร์ครับ ดูเหมือนทวารบาลของเรากำลังนำตัวคุณสจ๊วตกับคุณวอลเตอร์มาที่นี่ครับ"

“เด็กๆ พวกนั้นไม่กล้าขัดคำสั่งสภาหรอก ตอนแรกฉันแค่กังวลว่าคุณวอลเตอร์อาจแข็งขืน เขาไม่เหมือนพ่อกับแม่ของเขาเท่าไหร่"

“อีธานเป็นคนที่มีความสามารถมาก เขาฝึกฝนวิชาต่อสู้จบหลักสูตรในสามเดือน เรียนรู้การใช้อาวุธครบหมดทุกอย่าง และได้ประทับตราเป็นทวารบาลตั้งแต่ยังอายุไม่ถึงยี่สิบด้วยซ้ำ เราต้องละเว้นโทษเขานะครับ"

“สำหรับฉันตอนนี้คุณวอลเตอร์ไม่ได้น่าสนใจเท่าไหร่ ที่ฉันสนใจคือคุณสจ๊วต รู้ไหมว่าทายาทซาเธลิสที่เป็นผู้หญิงนี่มีความหมาย พวกโลกเบื้องล่างคงอยากได้ตัวเธอกันใจจะขาด"

“พลังของซาเธลิสอาจอันตรายกว่าที่เราคิดนะครับ"

“พลังนั่นมีประโยชน์กับเราแต่ก็อันตรายแน่ๆ ฉันถึงอยากรู้เหตุผลที่ซาเธลิสคิดจะแบ่งปันมันแก่มนุษย์" เขาถอนใจ "ไม่บ่อยที่จะมีเทวดาชั้นสูงเข้ามาข้องเกี่ยว"

แววตาสีเทาของแคสเตอร์เหม่อมองออกไป ในใจยังเปี่ยมด้วยความคับข้อง

ซาเธลิสมีแผนอะไรกันแน่...

โปรดติดตามตอนต่อไป
--------------------------
TALK
ฮึ่ยยยย เอาตอนใหม่มาลงจนได้ นึกว่าจะไม่ได้เอามาลงซะแล้ว 
ตอนนี้เด็กๆโดนจับแยกล่ะ เร็วๆนี้จะมีตัวละครใหม่โผล่มาแล้ว(สปอยล์สุดๆ) 
มาลุ้นกันว่าจะเป็นใคร ผู้ชาย ผู้หญิง อะไรยังไง ใบ้ให้ว่ามีการอ้างถึงตั้งแต่ตอนแรกๆเลย อิอิ 

สำหรับตอนนี้ไม่มีอะไรมาก อยากติชม ให้ปรับปรุงตรงไหน หรือให้กำลังใจก็เม้นต์ค่ะเม้นต์ 
เผ่นล่ะ XOXO

DAREN L.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

229 ความคิดเห็น

  1. #220 MooK_KunG_Zaa (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2558 / 23:30
    โอยยย อ่านมาทั้งเรื่อง เอธมีใจให้แมรี่แน่นอน แอบสงสารแซมนะ

    ส่วนคู่ปู่วิลกับแมธมาแรงมาก 55555555555  ปุ่ขาา ปู่มีเสน่ห์ที่สุดในเรื่องจริงๆ โฮรกกก
    #220
    0
  2. #85 - Thumbelina - (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 มีนาคม 2557 / 20:53
    ตกหลุมวิลเลียมอะเกนนนนนนนน -/////-
    อยากโดนวิลเลียมจูบ หอม กอด ลวนลามจังเลย
    แอบฟินน้องแมทธิวนิดๆ นะคะ อจฉานายมาก!
    นังแมรี่ เธอทำให้แซมเมลเสียใจเล็กน้อย!
    อีธาน วอลเตอร์ นายพูดจาไม่ดีกับแฟนนาย
    พวกสี่ตัวที่มานั่น นิสัยดีๆ ยังมีอยู่มั้ย =___="
    บทนี้ ผ่านไป อ่านบทใหม่ ต่อเบย 
    #85
    0
  3. #36 `คุณหมาป่า。 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 มกราคม 2557 / 21:24
    โห เอธ นายนี่น้าาาาา ทำไมพูดงี้ล่ะ
    ฮืม รู้สึกเหมือนคนที่ต้องการพบแมร์รี่ ท่าทางจะเป็นคนดีนะ? หรืออาจจะอยู่ในระดับครึ่งๆ กลางๆ บอกไม่ถูกเลย
    ลุ้นแล้วววว *O*


    #36
    0
  4. #35 Princess oF Fire (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 มกราคม 2557 / 11:25
    ง่ะ เอธดูจะเป็นห่วงแมรี่มากๆเลยนะคะเนี่ย แอบคิดอะไรอยู่รึเปล่าเอ่ย 555 เรายังคงยึดมั่นเชียร์แมทอยู่นะคะ รอตอนต่อไปอยู่นะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #35
    0
  5. #34 wondermomo (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 มกราคม 2557 / 09:19
    โอ้ แยกกันแล้วง่า 

    ตอนนี้มองปู่วิลเป็นเทวดาเลยอ่ะ ทำไมน่ารักแบบนี้น้าาา ><

    แมธก็เริ่มจะแคร์แมรี่...แบบเพื่อนสินะ

    แซมเริ่มจะแหม่งๆ กับท่าทางของเอธ

    และเอธเริ่มจะล้ำเส้นไปนิดแล้ว

    ส่วนแมรี่ก็เอ๋อต่อไป ฮ่าๆๆ ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองสลักสำคัญอะไร

    ไม่รู้ว่าสภาจะทำยังไงกับแมรี่นะ ติดตามต่อ



    มีผิดคำเดียวอีกแล้ว เกิดห้านาที - เกินห้านาที แค่นี้แหละจ้า


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 16 มกราคม 2557 / 09:19
    #34
    0