ห้วงเวลาคู่บัลลังค์

ตอนที่ 9 : ท่องโลก(Part 1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 961
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    11 พ.ค. 59


ตอนที่ 8
ท่องโลก(Part 1)

จวนขุนนางหลาง

     ตั้งแต่วันที่เสวี่ยเลี่ยงสลบกลับมาพร้อมกับบาดแผลเต็มตัว ขุนนางหลางก็ซักไซร้หาความว่าเป็นมาอย่างไร พอรู้เข้าขุนนางหลางจึงสั่งขังเสวี่ยซิงไว้ที่ห้องใต้ดิน เพราะแสดงการกระทำอันสามหาวต่อองค์รัชทายาท แต่ก่อนจะสั่งขังก็ให้เสวี่ยซิงไปเยี่ยมดูอาการของเสวี่ยเลี่ยงก่อน

     ฮูหยินเหมยหยาและบุตรชายคนโตเสวี่ยเลี่ยงมาขอให้ขุนนางหลางยกโทษให้เสวี่ยซิงทุกวัน แต่ก็ถูกไล่กลับไปทุกวัน

                 "ได้โปรดอภัยให้นางเถิดท่านพี่" 
                  "นังผู้หญิงสามหาวนั่น มิควรได้ออกมาจนกว่าจะหลาบจำ"
                  "ท่านพี่..."
                  "กลับไปซะ"
                  "แต่..."
                  "กลับไปซะ!!!"

      ความสัมพันธ์ระหว่างตระกูลแทบจะขาดสะบั้น...

      เวลาล่วงเลยมาจนถึงวันที่ 3 ที่เสวี่ยซิงถูกขังในห้องใต้ดิน ไม่มีผ้าห่มหรือฟูก แม้กระทั่งเสื้อผ้าให้เปลี่ยนก็ไม่มี  

      .
      .
      .

      ร่างบางไอค่อกแค่กภายในห้องใต้ดินอันอับชื้น นางแค่นเสียงหัวเราะ ราวกับสมเพสตัวเองที่ต้องมาอยู่ในสภาพแบบนี้

       เสวี่ยซิงพยายามลุกขึ้นหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ล้มหัวทิ่มทุกครั้งไป ความพยายามเลือนลางไปทุกที เหมือนกับสติของนาง...

        ในห้วงแห่งความฝัน พื้นด้านล่างเป็นเมฆา ท้องฟ้าประดับไปด้วยหมู่ดาวแพรวพราว เทพอยู่ห่างออกไปจากนัยน์ตาสีดำขลับ แต่มีเทพธิดาตนหนึ่งสวมอาภรณ์สีแดงปักลวดลายดอกไม้อย่างปราณีต ตาสีดำสุกสะกาว คิ้วเรียวงามราวกับธนูคันงาม จมูกโด่งรั้น ปากกระจับแดงระเรื่อ แก้มขาวผ่อง เดินมาหาเสวี่ยซิงอย่างช้าๆ ชดช้อยงดงาม

        เสวี่ยซิงจะมองภาพตรงหน้าเป็นสิ่งสวยงามทันที หากแต่เทพธิดาที่เข้ามาไม่มาพร้อมรอยยิ้มอันน่ากลัวนั่น

        เทพธิดาพญามารนั่นอีกแล้ว!!

                    "ท่าน! อีกเเล้ว" เสวี่ยซิงพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ ก็แน่ล่ะ ภารกิจที่เสวี่ยซิงกำลังทำอยู่ หาใช่ของเธอไม่ แต่เป็นของสตรีที่งดงามตรงหน้านี้ต่างหาก ที่โยนมาให้เธอรับผิดชอบน่ะ

                    "ใช่ข้าเอง และที่ข้ามาก็เป็นเพราะ..." เทพหนี่วาเว้นไว้เพียงเท่านั้น ก่อนจะค่อยๆเดินวนรอบๆร่างบาง พร้อมกับส่ายหัวไปมา "ไร้ซึ่งวรยุทธ งืมๆ" เทพหนี่วาพึมพัมกับตนเอง แต่คำแรกเสวี่ยซิงได้ยินชัดเจน

         'อะไร??วรยุทธทำไม??' ร่างบางงุนงงไม่เข้าใจว่าที่เทพหนี่วาพูดหมายถึงอะไร

                     "แหม ถึงเวลาแล้วสินะ" เทพหนี่วาพูดอย่างจีบปากจีบคอ เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ดูแล้วช่างสูงศักดิ์ยิ่ง แต่ในสายตาของเสวี่ยซิงมันดูน่าหมั่นไส้เป็นอย่างมาก!

                     "ถึงเวลาอะไร ครั้งที่แล้วท่านก็พูดแบบนี้ หรือว่าท่านจะส่งข้าไปที่ยุคอื่นอีก แบบนั้นไม่เอานะ" เสวี่ยซิงกังวลเป็นอย่างมาก เธอไม่อยากไปไหนอีกแล้วครั้งที่มาก็แทบจะอาเจียน แน่ล่ะ นั่งข้ามเวลามาหนิ

                    "ใจเย็นๆสิ ข้าไม่ส่งเจ้าข้ามเวลาหรอก แต่ให้เจ้าไปฝึกฝนวรยุทธแทนน่ะสิ" เทพหนี่วากล่าวออกมาอย่างเรียบเฉย

                    "ไปทำไม" เสวี่ยซิงออกอาการโกรธเล็กน้อย

                    "เจ้าลืมไปแล้วหรอว่าเจ้ามีหน้าที่อันใด" เทพหนี่วาแสร้งตกใจ จนคิ้วเรียวกระตุกเล็กน้อย

         'นอกจากท่านจะเป็นเทพที่เกรียจคร้าน ไม่มีความรับผิดชอบ ยังเป็นเทพที่ตีสองหน้าได้เก่งยิ่ง!' เสวี่ยซิงได้แต่เก็บคำพูดเหล่านี้ไว้ในใจ เผื่อถ้าพูดอออกไป แม่ของเธอจะไม่ให้ข้ามเวลาอีกหรือไร!

                    "ข้าจำได้แม่นเลยทีเดียว" ใช่ และเธอจะไม่มีวันลืมเลยทีเดียว

                    "งั้นก็ดี ข้าจะส่งเจ้าไปที่ร่ำเรียนที่สำนักมังกรหยกเงิน"จากท่าทางที่แสร้งสลดหดหู่ก็หายเป็นปลิดทิ้ง ก่อนจะสั่งเสวี่ยซิงไปร่ำเรียนวรยุทธ

                    "ที่ใดกัน ข้ามิเคยได้ยินมาก่อนเลย" เสวี่ยซิงนั้นอ่านตำราทุกเล่ม รู้จักทุกสำนักแต่ไม่เคยรู้ว่ามีสำนักมังกรหยกเงินเลย

                    "เป็นสำนักที่เคยโด่งดังมากมาก่อน แต่เดี๋ยวนี้ไม่มีใครจำได้หรอก เพราะที่ตั้งของสำนักต้องผ่านป่ามรณะ และตัวสำนักนั้นจะอยู่ในหุบเหวลึกจึงไม่มีใครเจอสำนัก" เทพหนี่วาร่ายยาวพรืด ก่อนที่จะหันมายิ้มอ่อนใส่เสวี่ยซิง

                     "ท่านแน่ใจว่าส่งข้าไปทำภารกิจมิใช่ส่งข้าไปตายน่ะ" ป่ามรณะมิมีใครเข้าไปเเล้วออกมาได้ซักคน พอตอนฟ้าสางของวันใหม่ก็จะมีศพของคนที่เข้าไปในนั้นนอนแผ่อยู่หน้าทางเข้าป่า ชาวบ้านต่างหวาดกลัว แต่ก็มีหลายคนที่อยากจะลองดี

            'จะว่าไปคนที่ตั้งสำนักมักรหยกเงินอะไรนั่น คงจะฉลาดมากกกกกก' 

                       "เจ้าเป็นลูกข้านะ จะให้ข้าส่งลูกข้าไปตายได้อย่างไรกัน" เทพหนี่วาเอ่ยเสียงใส

                       "เชื่อตายล่ะ" เสวี่ยซิงพูดเบาๆพลางเบ้ปาก 

                       "เอาเถิดๆ ถ้าเจ้ากลัวตายล่ะก็ เดี๋ยวข้าให้ทหารองค์รักษ์ฝีมือดีไปคุ้มครองเจ้าก็แล้วกัน" เสวี่ยซิงพยักหน้ารับหงึกหงึก เทพหนี่วามองเด็กตรงหน้าด้วยสายตาอ่อนโยน

                       "นี่ท่าน แล้วจะให้ข้าไปอย่างไร ถ้าท่านพ่อรู้เข้า ข้าไม่โดนขังอีกรอบหรอกหรือ" เสวี่ยซิงคิดหนัก แล้วเธอจะออกไปจากจวนขุมนรกนี้ได้อย่างไรกัน อีกอย่างเธอก็ใช่ว่าจะอยู่สำนักนั่นถาวรเสียเมื่อไหร่ เธอก็ต้องกลับมาที่จวนอยู่ดีไม่ช้าก็เร็ว

                        "ถ้าเป็นเรื่องนั้นข้าคิดไว้ก่อนแล้วล่ะว่าจะให้นางรับใช้ของข้าแปลงโฉมเป็นเจ้า ไปอยู่ในจวนแทนเจ้า" เสวี่ยซิงมองใบหน้างามนั่นอย่างสงสัย

       'นี่นางใช่เทพจริงหรือไม่ เอะอะก็ส่งคนท่าเดียว นางจะไม่ยอมทำอะไรเองเลยหรือไร' เสวี่ยซิงคิดเช่นนั้น

                         "แล้วทำไมท่านมิไปเองเล่า ท่านเองก็แปลงโฉมได้นี่" เป็นคำถามที่โง่เง่าที่สุดเท่าที่เสวี่ยซิงเคยถามมาก่อนเลย ส่วนเทพหนี่วาได้ยินบุตรีถามดังนั้น ก็ทำแค่เพียงยิ้มเล็กน้อย ก่อนที่จะเอ่ยคำพูดติดปากของนางไป
      
                         "ใยข้าต้องไปลำบากเองเล่า" พูดเพียงแค่นั้นเทพหนี่วาก็หายวับไป เหลือไว้เพียงมือเล็กทั้งสองข้างที่กุมขมับแน่น 

      ปวดหัวกับเทพธิดามารผู้นี้เหลือเกิน
                            
 ----------



 







                  

       

    
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

67 ความคิดเห็น

  1. #50 0932346857 (@0932346857) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2559 / 18:38
    อ่านแร้วไม่เข้าใจเรย
    #50
    0
  2. #49 jaoh77 (@jaoh19770) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2559 / 13:14
    อ่านมาถึงตอนนี้ ยังไม่รู้ว่านางเอกย้อนอดีตมาอย่างไร แล้วครอบครัวในปัจจุบันเป็นอย่างไร เพราะต้นเรื่องกล่าวถึงทั้ง แม่ พี่ชาย คู่หมั้นพี่ชาย แล้วตัดฉับหายไป คือรีดสงสัยอ่ะ มันไม่เคลียร์ และคำว่า ข้าจัก โกหก หรือ เจ้า จัก  ทำไม เนี่ย เปลี่ยนเป็น จะ ดีกว่าอ่านแล้วไม่ขัด  แล้วตอนที่องครักษ์ลงมือกับพี่ชายนางเอก องค์รัชทายาท ไม่ทำอะไร แค่พูดห้ามองครักษ์ก็หยุดแล้ว แต่ไม่ทำ เข้าใจนะว่าไรท์ต้องผูกเรื่องมาแบบนี้ แต่อยากให้มีเหตุผลด้วยนะ ส่วนท่านเทพหนี่หวา นางเอกเรียกอย่างไม่เคารพเชียว ที่ติงมาไม่ใช่ว่าไม่ชอบนิยายเรื่องนี้นะ  ชอบและติดตามอ่านต่อไป ไม่ใช่ต้องการทำให้หมดกำลังใจนะ เป็นกำลังใจให้เสมอ แต่ในฐานะรีด เมื่ออ่านแล้วขัด ก็ติงมาเท่านั้น ส่วนฉากสวีตกับพี่ชายน้องสาว ทำให้แปลกใจว่า เฮ้ย พี่ชายมีความคิดนี้จริงอ่ะอันตรายไปแล้ว น้องสิบขวบเองนา  ไม่โกรธกันนะที่ติงมา
    #49
    1
    • 9 พฤษภาคม 2559 / 17:50
      ก่อนอื่นไรท์ต้องขอบคุณนะค่ะที่วิจารณ์มา ทำให้ไรท์รู้ถึงข้อผิดพลาด คือนางเอกย้อนอดีตมาเพราะเทพส่งมา แต่ที่ยังไม่บอกว่าครอบครัวปัจจุบันเป็นอย่างไรก็เป็นเพราะมันจะมีตอนของมันอยู่ค่ะ รอหน่อยนะค่ะ ส่วนที่ว่าคำว่าจักเดี๋ยวไรท์แก้ให้น้าาา
      แล้วตอนที่ให้องค์รัชทายาทพูดที่จริงมันยังมีปมอยู่ค่ะก็เลยพูดไม่ได้ ส่วนเรื่องเทพกับนางเอกที่จริงแล้วเป็นแม่ลูกกันค่ะ แถมนางเอกยังค่อนข้างเกลียดเทพหนี่วาอยู่แล้วค่ะ ก็เลยไม่สุภาพหน่อย

      ป.ล คือฉากสวีตพี่ชายน้องสาว ความรู้สึกที่จริงมันมีมากกว่านั้นเยอะค่ะ

      ขอบคุณสำหรับคำแนะนำค่ะ
      #49-1
  3. #48 0847691240 (@0847691240) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2559 / 11:32
    างเอกจะไปฝึกแล้วต้องเก่งมากๆเลยนะเนี้ย
    #48
    0
  4. #47 สู้ๆไรเตอร์ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2559 / 10:02
    นางเอกเราจะไปฝึกยุทธ์แล้ว กลับมาเอาให้เก่งมากๆ เลยนะคะ
    #47
    0