Flame นักรบเพลิงมายา (เปลวเพลิงมายา)

ตอนที่ 9 : มายาที่ 7 พิธีรับน้อง <= [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,264
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    7 พ.ค. 51

 

มายาที่ 7

พิธีรับน้อง

 

            ก๊อก!  ก๊อก!  ก๊อก!

 

            เสียงเคาะประตูบานใหญ่ใจกลางคฤหาสน์บลูเบลล์ที่ตั้งอยู่หลังเมืองเอราเดสดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิดในยามราตรี เจ้าของห้องที่ถูกเคาะประตูไหวตัวเล็กน้อยจากโต๊ะที่กำลังนั่งเขียนหนังสืออยู่ นัยน์ตาสีเทาขุ่นฉายแววไม่สบอารมณ์

 

            ใคร เจ้าของห้องร้องถามด้วยเสียงที่บ่งบอกว่าเจ้าตัวกำลังอารมณ์ไม่ดีอย่างสุดๆและพร้อมที่จะลงมือฆ่าใครซักคนก็ได้ทันทีที่เขาไม่พอใจ

 

            ข้าเองท่านพ่อ จินไงเจ้าคะ ข้าเข้าไปได้รึเปล่า เสียงใสๆของเด็กสาวนามว่าจินดังขึ้นตอบหลังจากได้ยินคำถาม อนามันผู้เป็นพ่อถอนลมหายใจยาวก่อนที่จะตอบกลับไปด้วยเสียงที่ถูกปรับให้เรียบและฟังดูอบอุ่นแปลกๆ!

 

            เข้ามาสิลูกรัก อนามันตอบกลับ สิ้นเสียงของเขา เด็กสาวในเรือนผมที่ยาวเป็นสีนิลสวย และดวงตาสีเงินเป็นประกายก็โผล่พรวดเข้ามาในห้องอย่างรวดเร็วแล้วล้มตึงลงที่ธรณีประตูทำเอาผู้เป็นพ่อหลุดขำออกมาเสียงดัง จินลุกขึ้นมาค้อนให้บิดาอย่างอายๆ

 

            ถ้าท่านยังไม่หยุดหัวเราะข้าจะงอนแล้วนะ จินส่งเสียงแหวก่อนจะทำแก้มป่องใส่อนามัน อนามันกลืนความขำลงท้องพลางส่งยิ้มให้บุตรสาว จินพยักหน้ารับรอยยิ้มของอนามัน มือบางยกขึ้นคลำจมูกป้อยๆ

 

            เป็นอะไรรึเปล่า แล้วทำไมถึงรีบร้อนอย่างนั้นล่ะ หืม อนามันถามเสียงอบอุ่น ถ้าไม่ใช่คนที่รู้จักอนามันอย่างดีแล้วละก็ คงไม่มีทางรู้ได้เลยว่าคนที่กำลังพูดเสียงนุ่มกับบุตรสาวอยู่ตอนนี้นั้นเป็นถึงผู้ควบคุมโลกมืดทั้งโลก

 

            ถึงภายนอกอนามันจะดูแข็งกร้าวไม่ยอมก้มหัวให้ใครง่ายๆ แต่ถ้าอนามันได้อยู่กับลูกสาวของตนแล้วล่ะก็ นิสัยเหล่านั้นก็จะไม่ปรากฏให้เห็นได้เลย เหมือนเปลี่ยนเป็นคนละคน

 

            ก็มีคนไปบอกข้าว่าท่านพ่อเรียกหาข้า ข้าก็เลยรีบมาไง กลัวว่าท่านพ่อจะรอนาน จินเอ่ยเสียงใสพลางเลื่อนมือลงมาคลำหัวเข่าที่มีเลือดออก มือบางวางลงเหนือบาดแผล ริมฝีปากอิ่มขยับน้อยๆเพื่อร่ายมนต์ เกิดเสียงวิ้งดังขึ้นเบาๆ แล้วบาดแผลก็หายไปในทันที

 

            เฮ่อ ไม่เห็นต้องรีบขนาดนั้นก็ได้ ข้าไม่ว่าเจ้าหรอก อนามันกล่าวเสียงระอา เขาไม่อยากให้ลูกสาวต้องมาเจ็บตัวเพราะตนเอง

 

            ว่าแต่ท่านพ่อมีอะไรเหรอเจ้าคะ จินกล่าววกเข้าเรื่อง อนามันหันกลับไปที่โต๊ะที่ไม่ควรจะเรียกว่าโต๊ะแต่ควรจะเรียกว่าที่สุมกองกระดาษเสียมากกว่าแล้วหยิบแผนที่เก่าๆแผ่นหนึ่งส่งให้บุตรสาว จินรับแผนที่นั้นมาพลางมองอย่างสงสัย

 

            ภายในแผนที่นั้นเต็มไปด้วยถนนหนทางมากมายและชื่อเหมืองอีกหลายสิบเหมือง เหมืองเหล่านั้นถูกปกคลุมด้วยภูเขาที่ตั้งเรียงตัวกันเป็นแนวยาว

 

            นั่นคือแผนที่เมืองโอรอสย่า อนามันกล่าวแก้ข้อสงสัยของจิน จินเอียงคอมองดูแผนที่อย่างสนอกสนใจ อนามันยิ้มให้บุตรสาวเล็กน้อยแล้ววงปากกาที่เหมืองใหญ่บนแผนที่ก่อนจะกากบาททับ

 

            พรุ่งนี้พ่ออยากให้เจ้าพาคนไปซักประมาณสิบคนแล้วก็พวกแฟนธ่อมอีกสามคน ไปถล่มเหมืองทุนซา เหมืองชื่อดังของเมืองโอรอสย่าให้หน่อย พรุ่งนี้พระราชินีแห่งเมืองโอรอสย่าจะเสด็จไปที่นั่น อนามันสั่งการด้วยเสียงเรียบงสงบ

 

            ท่านพ่อหมายความว่า…” จินขมวดคิ้วสงสัย อนามันเลิกคิ้วสูงพร้อมกับยักไหล่ จากนั้นจึงตอบกลับมาด้วยเสียงเรียบๆ

 

            ลอบปลงพระชนม์ อนามันตอบง่ายๆเหมือนไม่เห็นความสำคัญของชีวิตคน จินทำหน้าเหยเก ลอบปลงพระชนม์ไปเกี่ยวอะไรกับการถล่มเหมือง

 

            แล้วทำไมต้องถล่มเหมืองด้วยล่ะเจ้าคะท่านพ่อ ข้าไปลอบปลงค์พระชนม์ตอนบรรทมก็ได้ จินกล่าวข้อเสนอ อนามันหัวเราะร่วนเล็กน้อยก่อนจะส่ายหน้าแล้วยิ้มให้บุตรสาวอย่างอบอุ่น

 

            พ่ออยากให้พวกคนติดตามมันตายไปด้วย อย่างน้อยก็ตัดกำลังคนที่อาจจะมาตามล่าพวกเจ้า อนามันกล่าว จินร้องอ๋อเข้าใจในทันที พวกทหารตามเสด็จส่วนมากล้วนมีฝือมือที่น่ากลัวกันทั้งนั้น ถ้าโดนทหารพวกนี้ตามไล่ล่าล่ะก็ โอกาศรอดก็เหลือเพียงไม่ถึง 10 เปอร์เซ็น

 

            แล้วจะลอบปลงพระชนม์ไปทำไมล่ะเจ้าคะท่านพ่อ ในเมื่อข้ายังไม่เห็นว่าองค์ราชินีแห่งเมืองโอรอสย่าจะทำอะไรขวางหูขวางตาท่าน จินถามเสียงพาซื่อ

 

            ไม่จำเป็นต้องรู้ ทำตามที่ข้าสั่งก็พอ อนามันกล่าวตอบเสียงเยือกเย็น ทำเอาบุตรสาวเสียวสันหลังวาบ จินรีบก้มหัวรับคำสั่งอย่างรวดเร็ว

 

            รับคำสั่งเจ้าค่ะท่านพ่อ พรุ่งนี้ข้าจะออกเดินทางแต่เช้า จินกล่าวพร้อมกับโบกนิ้วไปมาเป็นท่าทางแปลกๆ สายลมอ่อนๆพัดเข้ามาในห้อง ร่างของจินค่อยๆเลือนลางและหายลับไปในที่สุด

 

..........

 

            แสงแดดยามเย็นเริ่มอ่อนแรงลงพร้อมๆกับความมืดมิดที่เริ่มเข้าปกคลุมมหานคร ดวงอาทิตย์กำลังจะลาลับขอบฟ้าไปอย่างเต็มที่ ห้องโถงประชุมรวมของนักเรียนปีหนึ่งโรงเรียนไดมอนในตอนนี้เต็มไปด้วยบรรดานักเรียนชายหญิงในชุดลำลองสีสันสะดุดตา

 

            เสียงคุยจ้อกแจ้กเริ่มดังคับห้องโถงประชุมรวมหลังจากที่ทุกคนได้ข่าวจากหลินว่าจะมีพิธีการรับน้องในแบบฉบับของโรงเรียนไดมอน

 

            พวกของเฟลมเลือกที่นั่งทางด้านหลังสุดของห้องประชุมเพื่อที่จะสามารถคุยกันได้อย่างถนัดถนี่โดยไม่มีใครมารบกวน หัวข้อการสนทนาก็จะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากพิธีรับน้องที่กำลังจะมีขึ้น

 

            เจ้าคิดว่าไงเกี่ยวกับพิธีรับน้องนี่ ทัสเอ่ยถามเฟลมที่นั่งหาววอดๆอยู่ด้านข้าง เฟลมเบ้ปากพร้อมส่ายหน้าปฏิเสธเป็นเชิงบอกว่า ไม่รู้สิ

 

            ความจริงแล้วไอ้พิธีรับน้องนี่ก็ไม่ได้ทำให้เฟลมสนใจได้เลยซักนิด มันจะมีอะไรน่าสนใจนักหนาเชียว ก็แค่การฉลองรับน้องใหม่ที่เพิ่งเข้าเรียนปีนี้ปีแรก

 

            เอ้า เงียบๆกันหน่อย แล้วเสียงคุยที่ดังสนั่นในห้องโถงประชุมรวมก็ถูกหยุดลงด้วยน้ำเสียงนุ่มๆอันแสนคุ้นเคยของเจ้าชายจานารุ่นพี่รูปหล่อ ด้านหลังของจานานั้นคือโอริและเบลล์ที่เดินตามเข้ามา ทั้งสองส่งยิ้มให้รุ่นน้องอย่างอารมณ์ดี

 

            เงียบกันได้แล้ว เดี๋ยวอาจารย์หลินจะแนะนำพวกเจ้าเกี่ยวกับพิธีรับน้องที่จะมีขึ้นแล้ว จานากล่าวเสียงดังก่อนค้อมศีรษะคำนับหลินที่เดินเข้ามาทางด้านหลัง หลินผงกหัวรับช่วงต่อจากจานาด้วยท่าทางอารมณ์ดี

 

            เอาล่ะ เอาล่ะ สวัสดียามเย็นเหล่านักเรียนปีหนึ่งที่แสนน่ารักทั้งหลาย หลินกล่าวทักทายอย่างอารมณ์ดีแล้วโค้งงามๆให้กับเด็กสาวที่นั่งอยู่ด้านหน้า ท่าทีที่แสนสง่างามทำเอาสาวๆหลายคนหัวใจแทบละลาย เฟลมมองการกระทำของหลินก่อนจะส่ายหน้าไปมาอย่างเอือมระอา อาจารย์อะไรขี้หลีชะมัด

 

            พวกเจ้าคงได้ยินข่าวเรื่องพิธีการรับน้องปีหนึ่งที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกๆปีมาบ้างแล้วสินะ สาเหตุที่เราจัดพิธีนี้ขึ้นมาก็เพื่อกระชับสัมพันธ์ระหว่างนักเรียนปีหนึ่งด้วยกันเอง และกระชับสัมพันธ์ระหว่างนักเรียนปีหนึ่งกับนักเรียนปีสอง หลินกล่าวอธิบายพร้อมคลี่ยิ้มบาง

 

            พิธีการนี้ก็ไม่มีอะไรยุ่งยาก ครูขอแค่ตัวแทนนักเรียนปีหนึ่ง 5 คนเพื่อออกมาปฏิบัติภารกิจ ภารกิจหนึ่ง จะเป็นชายหรือหญิงก็ได้ไม่เกี่ยง สิ้นเสียงหล่อๆของหลิน นักเรียนชั้นปีหนึ่งก็เริ่มส่งเสียงคุยกันดังเหมือนนกกระจอกแตกรัง และเสียงนั้นก็เงียบลงหลังจากที่จานาเริ่มพูด

 

            ขอให้คัดเลือกนักเรียนที่จะมาเป็นตัวแทนทั้งห้าให้ดีด้วยนะ เพราะทั้งห้าคนนี้จะกลายเป็นประธานชั้นปีของพวกเธอด้วย เมื่อเสียงของจานาเงียบลง โถงประชุมรวมก็กลับมามีเสียงดังกระหึ่มอีกครั้ง ดวงตาสีแดงเพลิงของเฟลมเริ่มฉายแววสนใจ ไอ้ภารกิจที่ว่าคงทำให้เขาหายเบื่อได้บ้างไม่มากก็น้อย

 

            พวกเจ้านี่ดีแต่ส่งเสียงดังกันรึไงนะ จานาเริ่มส่งเสียงดุด้วยความรำคาญใจ แต่ก็ไม่ได้ทำให้เสียงคุยเบาลงเลยซักนิด

 

            รุ่นพี่ขอรับ แล้วภารกิจที่ว่าคืออะไรเหรอขอรับ อาร์นอส เด็กหนุ่มผมสั้นสีเทาตัดกับดวงตาสีขี้ม้าผู้แสนสุภาพเอ่ยถามด้วยความสงสัย แต่ผู้ที่ตอบคำถามกลับเป็นโอริ เจ้าชายรุ่นพี่ปีสี่ที่มีเสียงแสนจะนุ่มนวล

 

            ยังบอกไม่ได้หรอก ถ้าบอกตอนนี้ก็ไม่สนุกสิ โอริกล่าวพลางยิ้มน้อยๆที่มุมปาก เบลล์พยักหน้าเห็นด้วย เหล่าเด็กปีหนึ่งเริ่มส่งเสียงคุยกันดังมากกว่าเดิม

 

            แต่ว่าภารกิจที่ต้องทำก็ออกจะเสี่ยงอันตรายอยู่บ้างนิดหน่อยนะ ฉะนั้นคิดให้รอบคอบล่ะ ฝีมือในการต่อสู้ต้องดีด้วยนะ คงมีการปะทะกันบ้าง เบลล์ เด็กสาวผมเปียยาวสีชมพูอ่อนกล่าวเตือนด้วยเสียงหวาน เด็กชั้นปีหนึ่งหันหน้าคุยกันอย่างออกรส คิ้วของจานากระตุกน้อยๆอย่างหงุดหงิด คุยอะไรกันนักหนาก็ไม่รู้

 

            ข้าขออาสาเอง เสียงของผู้อาสาสมัครนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน มันคือเสียงของกาโอ เจ้าชายแห่งเมืองเคนตาเซียนั่นเอง และเสียงนั้นก็ทำให้นักเรียนปีหนึ่งทั้งระดับชั้นหันไปมองกาโอที่นั่งอยู่ด้านหลังห้องเป็นตาเดียวกัน เจ้าตัวกำลังนั่งไขว่ห้างกอดอกอยู่บนโซฟาอย่างสบายอารมณ์

 

            เฮ้ย เอาจริงดิกาโอ ข้าไม่เห็นด้วยเลยซักนิด เสียงค้านเป็นเสียงของทัส องครักษ์หนุ่มที่ดูไม่ค่อยเหมือนองครักษ์ ดูท่าคราวนี้ทัสเองอยากจะเล่นเกมอยู่หรอก แต่เฟลมเดาว่าที่ทัสไม่เข้าร่วมเล่นเกมก็เพราะกลัวว่าจะต้องรับหน้าที่หัวหน้าชั้นปีที่แสนน่าเบื่อจึงไม่ยอมอาสาเข้าร่วมตั้งแต่แรก

 

            ทำไม กลัวอะไร กาโอถามกลับด้วยเสียงที่ออกจะเย้ยหยัน ทัสเบ้ปาก หน้าตาดูเหยเกตลกๆ

 

            ไม่ได้กลัวอะไรซักหน่อย แต่ข้าขี้เกียจไปเป็นไอ้หัวหน้าชั้นปีต่างหาก ทัสสารภาพ เฟลมหลุดหัวเราะน้อยๆ เป็นไปตามที่เฟลมคาดจริงๆด้วย เป็นเพื่อนที่อ่านง่ายจริงๆ

 

            ขี้เกียจไม่เข้าเรื่องน่าทัส ข้าอาสาด้วยก็แล้วกัน น่าสนุกดีแฮะ เสียงที่ตอบกลับมาเป็นเสียงของเฟลมที่ดูท่าทางเหมือนเด็กได้ของเล่นชิ้นใหม่ หลังจากได้อาสาสมัครมาแล้วสองคน โถงประชุมรวมชั้นปีหนึ่งก็เริ่มมีเสียงคุยดังคับห้องอีกครั้ง คิ้วของจานากระตุกมากกว่าเดิม

 

            ลงเล่นเกมนี้ซะทัส ไม่งั้นข้าจะบอกท่านพ่อว่าองครักษ์ประจำกายของข้าปล่อยให้ข้าต้องไปไหนมาไหนคนเดียวโดยไม่สนใจที่จะคุ้มครอง กาโอกล่าวขู่เสียงเย็นยะเยือก ทัสกลืนน้ำลายที่เหนียวหนืดลงคอดังเอื้อกแล้วพยักหน้าตอบรับอย่างไม่เต็มใจนัก

 

            โธ่ ก็ได้ ก็ได้ ข้าอาสาลงด้วยก็ได้ ทัสกล่าวเสียงดังเรียกให้เพื่อนทั้งระดับชั้นหันไปมองที่ตนเองราวกับเป็นสิ่งของประหลาด คราวนี้เฟลมถึงกับหลุดก๊ากยกใหญ่เมื่อได้เห็นทัสแลบลิ้นใส่กาโอด้วยท่าทางประหลาด ชักไม่ค่อยแน่ใจแล้วสิว่ามันเป็นองครักษ์ประจำกายของกาโอ

 

            ได้อาสาสมัครแล้วสามคน มีผู้หญิงอยากลงบ้างไหม เบลล์เอ่ยถามเสียงหวานใส แต่ยังคงไร้ซึ่งผู้อาสา

 

            เสนอชื่อเพื่อนมาก็ได้นะ โอริกล่าวเสริม

 

            ข้าขอเสนอชื่อลินนะ เสียงหนึ่งดังมาจากทางฝั่งผู้หญิง ตามมาด้วยเสียงสนับสนุนอีกหลายสิบเสียง ลินนะตีสีหน้าอ่านยาก

 

            นั่นสิ ลินนะน่ะทั้งฉลาดรอบรู้ แถมยังเก่งดาบอีกด้วยนะ เปมินเอ่ยสนับสนุน เมื่อได้ยินเพื่อนๆกล่าวสนับสนุนกันขนาดนั้น ลินนะก็พยักหน้าตกลงยอมลงเล่นเกมรับน้อง

 

            คราวนี้ก็เหลือคนเดียวแล้วสินะ จานากล่าวเสียงเรียบก่อนที่จะชี้นิ้วของตนไปทางนีออนที่นั่งกินขนมอยู่ด้านหลังห้องประชุม

 

            เจ้าลงเป็นคนสุดท้ายละกันนะ จานาเอ่ยกับนีออน ทำเอาเจ้าตัวแทบสำลักขนมที่กำลังกินอยู่ เสียงคุยจ้อกแจ้กเริ่มดังกระหึ่มขึ้นอีกครั้งเมื่อจานาพูดจบ แต่แล้วก็ต้องหยุดลงเมื่อจานาหันมาส่งสายตาดุๆใส่

 

            ข้าเคยเห็นเจ้าเดินไปเดินมาในหอบ่อยๆ น่าจะรู้ที่ทางในหอดีแล้ว ลงเล่นเกมเลยละกันเพราะเกมนี้ควรจะมีคนที่ชำนาญเส้นทางลงเล่นด้วย จานากล่าวสำทับ นีออนทำหน้าเบ้ก่อนจะหันไปขอความเห็นจากนีโอผู้เป็นพี่ชายฝาแฝด นีโอยักไหล่ให้น้องสาวเล็กน้อยเป็นเชิงบอกว่า ตามใจเจ้าก็แล้วกันนีออนผ่อนลมหายใจยาว

 

            เอางั้นก็ได้ นีออนเอ่ยเสียงเบาพลางเกาคางของตนอย่างเซ็งๆ เมื่อได้ตัวแทนครบทั้งห้าคนแล้ว หลินก็เริ่มกล่าวแนะนำภารกิจที่จะต้องลงมือทำ

 

            เห็นนี่ไหม หลินเอ่ยถามพลางชูเข็มกลัดสีทองอร่ามรูปมงกุฎวิจิตรงดงามให้กับนักเรียนปีหนึ่งดู มันเป็นเข็มกลัดทองคำแท้ที่ถือว่าสวยมากชิ้นหนึ่ง ช่างที่ทำจะต้องเป็นช่างที่ฝีมือละเอียดอ่อนมากจึงจะสามารถทำลวดลายแบบนี้ขึ้นมาได้

 

            นี่เป็นเข็มกลัดตราประจำโรงเรียนไดมอน ภารกิจที่พวกเธอทั้งห้าต้องทำก็คือ... หลินว่าแล้วทิ้งช่วงเพื่อให้นักเรียนได้ตื่นเต้นกันเล่นๆ

 

            ตามหามัน สิ้นคำของหลิน เสียงหัวเราะจากนักเรียนปีหนึ่งก็ระเบิดขึ้นดังคับโถงประชุมรวม

 

            ฮ่าๆๆ นึกว่าอะไร ที่แท้ก็ให้หาเข็มกลัดนี่เอง ง่ายชะมัด ทัสและเพื่อนร่วมห้องอีกร่วมยี่สิบกว่าคนหัวเราะร่วนเสียงดัง แต่คนที่ทำหน้าเครียดกลับเป็นตัวแทนชั้นปีอีกสี่คนที่ยังคงยืนนิ่งไม่ไหวติง

 

            ง่าย? งั้นช่วยบอกหน่อยเหอะว่าง่ายยังไง นีออนโพล่งถามขึ้นมาเป็นคนแรก ทัสโคลงหัวไปมาแล้วตอบเสียงกลั้วหัวเราะ

 

            ก็แค่หาเข็มกลัด หา!!!” ทัสสะดุ้ง ทำเอานักเรียนหลายๆคนงงงวยไปตามๆกัน

 

            ใช่ พวกเธอห้าคนต้องหาเข็มกลัดที่จะถูกซ่อนไว้ยังที่ต่างๆในโรงเรียน เข็มกลัดมีสามอัน และ พวกเธอต้องหากันเองว่ามันถูกซ่อนไว้ที่ไหน หลินกล่าวแล้วยิ้มให้กับทัสที่ยืนทำหน้าตกตะลึง

 

            โรงเรียนไดมอนไม่ใช่โรงเรียนเล็กๆ ถึงแม้ว่าจะมีนักเรียนและเหล่าคณาจารย์รวมกันแล้วไม่ถึงสามร้อยคน แต่โรงเรียนไดมอนก็ใหญ่พอที่จะบรรจุกองทัพทหารเป็นหมื่นคนลงไปในโรงเรียนได้ แถมยังเหลือที่ว่างอีกมากมายเสียด้วยสิ

 

            ไม่มีคำใบ้ใดๆ พวกเจ้าจะต้องหากันเองว่ามันอยู่ที่ไหน ทุกคนสามารถช่วยกันหาได้ แต่เมื่อหาเจอแล้วต้องบอกตัวแทนทั้งห้าคนให้ไปหยิบเท่านั้นนะ ถ้าคนอื่นไปหยิบเข้า เกิดอะไรขึ้นพวกข้าไม่รับผิดชอบนะ หลินกล่าวขู่ด้วยใบหน้าที่ยังคงเปื้อนรอยยิ้ม ทำเอาหลายๆคนเสียวสันหลังวาบ

 

            เข้าใจกันแล้วใช่ไหม งั้นข้าขอแนะนำรุ่นพี่ปีสองที่จะมาทำการแข่งขันกับพวกเจ้าเลยนะ หลินเอ่ยและผายมือไปทางด้านหลังของตนเพื่อเรียกให้นักเรียนชั้นปีสองทั้งห้าคนเดินเข้ามาภายในห้องประชุม นักเรียนหลายคนถึงกับอ้าปากค้าง

 

            นี่คือรุ่นพี่ปีสองทั้งห้าคน ห้าคนนี้จะมาร่วมทำภารกิจกับพวกเจ้า หลินกล่าวแนะนำ ทัสยิ้มกว้างในทันที

 

            หมายความว่าพวกเราทั้งสิบคนจะต้องช่วยกันหาเข็มกลัดเหรอขอรับ ทัสเอ่ยถามเสียงใส แต่คำตอบที่ได้รับกับเป็นคำปฏิเสธ

 

            ไม่ใช่ ทั้งห้าคนนี้จะมาเป็นคู่แข่งของพวกเธอ ถ้าพวกรุ่นพี่เข็มกลัดได้สองในสามก่อนพวกเธอ เขาก็ชนะ แต่ถ้าพวกเธอหาได้สองในสามก่อน พวกเธอก็ชนะ จานากล่าวอธิบายแทนหลินซึ่งยืนพยักหน้าอยู่ข้างๆ ทัสถึงกับยืนตะลึงด้วยความเซ็ง

 

            ถ้าชนะแล้วจะได้อะไร นีออนกล่าวถามเสียงเรียบๆ มือยังคงหยิบขนมจากถุงเข้าปากอย่างไม่เกรงใจใคร หลินเลิกคิ้วสูงก่อนจะตอบคำถาม

 

            ศักดิ์ศรี ก็แค่นั้น หลินกล่าวตอบง่ายๆ ง่ายเสียจนทัสอยากจะเอามือตบหน้าผากตัวเองแรงๆด้วยความระอา

 

            นี่เป็นแค่กิจกรรมกระชับสัมพันธ์ง่ายๆ หรือพวกเจ้าอยากได้อะไรพิเศษ หลินเอ่ยถามพลางเลิกคิ้วอย่างสุดกวน ทำเอานีออนถึงกับอารมณ์เสีย อาจารย์อะไร น่าหมั่นไส้ชะมัด

 

            ความเงียบเป็นคำตอบของคำถามจากหลิน หลินพยักหน้าเบาๆแล้วจึงกล่าวแนะนำนักเรียนปีสองทั้งห้าคน

 

            เรียงจากซ้ายนะ นี่คือวินดี้ มินนะ คนที่สองชื่อ ไอริส ดาริก้า คนที่สามชื่อเทมส์ โทรันโน คนที่สี่ชื่อไรน์ เจนาออส และคนที่ห้าเป็นนักเรียนเข้าใหม่ปีนี้ชื่อนิก อาดิส หลินกล่าวแนะนำเด็กปีสองด้วยเสียงที่ดังฟังชัด เมื่อสิ้นเสียงของหลิน เฟลมกับนีออนก็อมยิ้มทันที นึกอยู่แล้วเชียวว่าคนอย่างนิกต้องไม่พลาดอะไรที่น่าสนุกๆ

 

            พวกข้าจะเริ่มซ่อนเข็มกลัดกันเย็นวันพรุ่งนี้ ส่วนเวลาสิ้นสุดการปฏิบัติภารกิจก็คือเที่ยงคืนของวันพรุ่ง ดังนั้นพวกเจ้ามีเวลาค้นหาเข็มกลัดเพียง 6 ชั่วโมงเท่านั้น พยายามเข้าล่ะ จานากล่าวพร้อมคลี่ยิ้ม หลินพยักหน้าย้ำความมั่นใจ จากนั้นจึงกล่าวอวยพร

 

            ในฐานะที่ข้าเป็นครูที่ปรึกษาของพวกเจ้าชั้นปีหนึ่ง ครูขอให้โชคดีก็แล้วกันนะ หลินกล่าว แล้วร่างสูงเดินนำเหล่านักเรียนปีสองออกไปจากโถงประชุมรวม เสียงคุยเริ่มดังกระหึ่มขึ้นมาอีกครั้งหลังจากที่พวกของจานาและหลินเดินออกไปจากห้องจนหมดแล้ว

 

            ยากแฮะ จะเจอไหมเนี่ย ทัสเริ่มส่งเสียงครวญครางทั้งๆที่ยังไม่ได้เริ่มภารกิจ

 

            ยังไม่ทันได้พยายามก็บ่นว่าจะแพ้ซะแล้ว เจ้าเป็นนักรบจริงๆรึเปล่าเนี่ย กาโอแขวะทัส ทำเอาทัสตีหน้าแหยทันที

 

            แล้วเจ้ามีวิธีหาเข็ดกลัดอันกระจ้อยร่อยนั่นภายใน 6 ชั่วโมงได้งั้นรึ กาโอ ทัสถามด้วยเสียงที่ฟังดูไม่ค่อยสบอารมณ์เท่านัก เฟลมหันไปขยิบตาให้กับนีโอและนีออนก่อนจะกล่าวประโยคที่ทำให้เพื่อนๆทุกคนต้องชะงักกึก     

 

            ข้าว่าเราน่าจะชนะ เฟลมกล่าวพร้อมรอยยิ้มที่มุมปาก เรียกสายตาของเพื่อนทั้งห้องประชุมให้หันมามอง

 

            เจ้ามีวิธีรึ ลินนะถามเสียงใสด้วยความหวังที่ว่าจะต้องมีวิธีดีๆที่ทำให้พวกเขาชนะ

 

            ก็ไม่แน่ มีใครในที่นี้เก่งเรื่องการหาข่าวบ้างล่ะ เฟลมถามพลางกวาดสายตามองเพื่อนๆ

 

            ข้าพอจะขาข่าวได้บ้าง พ่อข้าเป็นนักหนังสือพิมพ์ เดฟนี่ เด็กหนุ่มภายใต้เรือนผมสีเงินสวยและดวงตาสีดำขลับกล่าวอาสา รูปร่างของเขาดูพริ้วและเหมาะแก่การหาข่าวเป็นยิ่งนัก

 

            ถ้างั้น เจ้า นีออนแล้วก็นีโอ ไปหาข่าวเรื่องที่ซ่อนมา เฟลมกล่าว กาโอร้องอ๋อในแผนการของเจ้าเพื่อนผมสีแดงเพลิงทันที

 

            เข้าใจล่ะ ถึงจะเป็นแค่การซ่อนเข็มกลัด แต่ก็ต้องมีการประชุมเรื่องที่ซ่อนกันก่อนแน่ กาโออธิบายให้กับทัสที่ยืนทำหน้าเอ๋ออยู่ด้านข้างฟัง แต่ดูท่าเจ้าตัวก็ยังคงไม่เข้าใจอยู่ดี ทัสโคลงศีรษะไปมาอยู่ครู่หนึ่งถึงจะหายโง่

 

            แล้วจะแน่ใจได้ยังไงว่าเจ้าพวกนี้จะหาข่าวได้แม่นจริง ทัสถามเพื่อเรียกความมั่นใจ และคำตอบที่ได้รับกลับไปก็เป็นเสียงที่แฝงไปด้วยความมั่นใจเช่นกัน

 

            แน่นอน พวกข้าถูกฝึกให้เป็นนักหาข่าวมาตั้งแต่เด็กๆ ไม่มีข่าวไหนที่ข้าพลาด จะให้ข้ายกตัวอย่างไหม อย่างเช่นเจ้า ทัส ไซแอนเทียร์ องครักษ์ประจำกายของเจ้าชายกาโอเมืองเคนตาเซีย งานอดิเรกของเจ้าคือจีบสาว แต่ชอบทำตัวเปิ่นๆให้สาวเห็น งี่เง่า ซื่อบื้อ แล้วก็ยัง... นีโอพูดได้แค่นั้นก็ต้องเงียบไปเพราะเห็นทัสทำหน้าตาเหรอหราและอ้าปากค้างน่าแกล้งเป็นที่สุด

 

            หยะ... หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ เจ้า... เจ้า... ทัสพูดเสียงตะกุกตะกัก ซึ่งนั่นก็สามารถเรียกเสียงหัวเราะจากเพื่อนๆได้เป็นอย่างดี หน้าของทัสขึ้นสีแดงน้อยๆด้วยความอาย

 

            ดูจากท่าทางของทัสก็คงจะรู้แล้วนะว่าที่ข้าพูดเป็นเรื่องจริง นีออนเอ่ยอย่างขำๆ และนั่นก็เป็นเครื่องตอกย้ำให้กับเพื่อนๆร่วมชั้นทั้งหมดต้องลงมติเป็นเอกฉันท์ว่า ไม่ว่าอย่างไรก็จะไม่ไปหาเรื่องกับเด็กสาวตรงหน้าเด็ดขาด

 

            ตกลงตามนี้นะ นีโอ นีออน แล้วก็เดฟนี่ พวกเจ้าสามคนไปหาข่าวเรื่องที่ซ่อนมา พอได้แล้วก็มาบอกข้า กาโอออกคำสั่งด้วยมาดของเจ้าชายเต็มตัว

 

            อ้อ ระวังรุ่นพี่ที่ชื่อนิกไว้ก็ดีนะ เจ้านั่นก็หาข่าวเก่งใช่ย่อย แล้วก็มีฝีมือเก่งพอตัวเลยล่ะ เฟลมกล่าวแนะนำเดฟนี่ด้วยเสียงเรียบๆ เป็นไปได้เฟลมเองก็ไม่อยากต่อกรกับนิกเหมือนกัน

 

            อืม เข้าใจแล้ว แล้วจะให้หาข่าวเมื่อไหร่ เดฟนี่เอ่ยถาม ถ้าไม่รู้เวลาที่เขาจะประชุมกันแล้วจะรู้เรื่องที่ซ่อนได้อย่างไร

 

            เวลาที่จะใช้ประชุมคือวันพรุ่งนี้เที่ยงตรง นีออนเอ่ยเฉลย เรียกเสียงฮือฮาขึ้นมาภายในห้องประชุมอีกครั้ง

 

            รู้ได้ไง ทัสถามเสียงไม่เชื่อหูกับคนที่อยู่ตรงหน้า นีออนขยับยิ้มน้อยๆก่อนจะกล่าวตอบ

 

            ก็เห็นเอกสารที่พวกรุ่นพี่ถือมาน่ะสิ ตาข้าน่ะไวพอดูเลยน้า นีออนอวดความสามารถของตนเองให้กับทัสฟังก่อนที่จะยิ้มหน้าระรื่น

 

            ถ้างั้นพรุ่งนี้ตอนเที่ยงมาเจอกันที่นี่นะ พรุ่งนี้คาบบ่ายพวกเราว่างพอดี ลินนะเอ่ยนัดเวลา เพื่อนๆทั้งหมดพยักหน้าเข้าใจในแผนการ จากนั้นแต่ละคนก็เริ่มแยกย้ายกลับไปยังห้องพักของตน

 

            พรุ่งนี้เจอกันนะทุกคน ลินนะเอ่ยลาพวกของเฟลมและเดินหายลับไปทางหอพักด้านฝั่งตะวันออก สายลมเริ่มพัดแรงขึ้นพร้อมกับสายฝนที่เทกระหน่ำ เฟลมแหงนหน้าขึ้นมองหน้าต่างด้านข้างห้องประชุมก่อนจะรู้สึกถึงสิ่งผิดปรกติบางอย่างเข้า

 

            พวกเจ้ากลับกันไปก่อนก็แล้วกันนะ เดี๋ยวข้าตามไป เฟลมกล่าวกับกาโอและทัสที่ยืนรออยู่ก่อนจะก้าวยาวๆหายลับไปทางระเบียงทางเดินที่พาออกไปยังสวนหย่อมหลังหอพักพร้อมกับนีโอและนีออน

 

……….

 

            สายฝนเริ่มกระหน่ำพัดแรงขึ้นเรื่อยๆหลังจากผ่านมาร่วมสิบนาที เฟลมหันซ้ายแลขวาอย่างระมัดระวังก่อนที่จะตะโกนเรียกใครบางคนเสียงดัง

 

            ออกมาได้แล้วจิน ไม่มีใครอยู่ เฟลมเอ่ย สิ้นเสียงเรียกของเฟลม เด็กสาวภายใต้เรือนผมสีนิลยาวรัดรวบเป็นระเบียบและนัยน์ตาสีเงินสวยเป็นประกายรับกับแสงจันทร์ก็ปรากฎกายขึ้นจากอากาศธาตุท่ามกลางสายฝนที่ยังคงกระหน่ำซัด

 

            เจ้ามีอะไรทำไมมาเรียกข้าตอนนี้ เฟลมถามเสียงห้วนๆเหมือนจะรำคาญบุคคลตรงหน้าเต็มแก่

 

            เจ้าก็รู้ว่าข้าเกลียดพายุฝน เฟลมกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงไม่พอใจแล้วแยกเขี้ยวใส่เด็กสาวที่กำลังยืนขำอยู่เบื้องหน้า ดวงตาสีเงินฉายแววมีความสุข

 

            พ่อมีงานมาให้ทำ จินกล่าวพลางเดินเข้ามาในระเบียงเพื่อหลบฝนก่อนจะร่ายคาถาเบาๆอย่างรวดเร็ว เร็วจนจับคำพูดไม่ได้ ไม่นานนัก เสื้อผ้าที่เปียกปอนก็แห้งสนิท

 

            งาน? งานอะไร เฟลมถามกลับเสียงสูง นีโอและนีออนก็มีท่าทางอยากรู้เช่นกัน

 

            ลอบสังหารองค์ราชินีแห่งเมืองโอรอสย่า เด็กสาวผมยาวสีนิลกระซิบบอกเฟลมด้วยเสียงแก่นแก้ว เฟลมขมวดคิ้วแปลกใจเล็กน้อยก่อนจะถามหาถึงสาเหตุ

 

            เพื่ออะไรล่ะ เฟลมถาม จินมุ่นหน้าลงเล็กน้อยพร้อมกับส่ายหน้าปฏิเสธ

 

            ข้าก็ไม่รู้ พ่อบอกมาแค่นี้ บอกแค่ว่าให้พาคนไปซักประมาณสิบคนแล้วก็พวกแฟนธ่อมอีกสามคนไปถล่มเหมืองทุนซา เหมืองชื่อดังของเมืองโอรอสย่า พรุ่งนี้พระราชินีแห่งเมืองโอรอสย่าจะเสด็จไปที่นั่น จินกล่าวตอบเท่าที่ตนรู้มา เฟลมพยักหน้าน้อยๆ แต่แล้วก็ต้องขมวดคิ้วอย่างสงสัย

 

            แล้วข้าจะไปได้อย่างไง ข้าติดงานอยู่ที่นี่ ถ้าข้าหายไปคงต้องมีคนสงสัยแน่ๆ เฟลมกล่าวด้วยเสียงที่บ่งบอกถึงความหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด

 

            แล้วเจ้ามีนีโอกับนีออน สองผู้ช่วยนักฆ่าไว้ทำไมล่ะ จินกล่าวเสียงเหมือนเริ่มจะอารมณ์เสียแล้วเหมือนกัน เฟลมพยักหน้าพร้อมกับร้องอ๋อเบาๆ

 

            จริงด้วย งั้นเอางี้ นีโอ นีออน พวกเจ้าไปบอกเพื่อนคนอื่นๆว่าข้าไม่ค่อยสบายเลยอยากจะขอพักผ่อนซักหน่อย ที่พักก็น่าจะเป็นห้องของเจ้านั่นแหละนีโอ ส่วนเวลากลับก็คาดว่าน่าจะกลับประมาณพรุ่งนี้เย็นๆ เฟลมกล่าวสั่งด้วยเสียงเรียบ นีโออ้าปากค้าง ดวงตาสีนิลเบิกกว้างอย่างอึ้งๆ

 

            แล้วถ้ามีคนอยากจะเข้าเยี่ยมล่ะ ความไม่แตกรึ นีออนเอ่ยถามเสียงร้อนรน เฟลมยักไหล่อย่างอารมณ์ดีก่อนตอบด้วยเสียงเรียบปนกวนประสาท

 

            เรื่องนั้นพวกเจ้าก็หาทางแก้ตัวกันเอาเองก็แล้วกัน เฟลมกล่าวพร้อมกับโบกมือลาแฝดทั้งสอง สายลมเริ่มกรรโชกแรงอีกครั้ง ร่างเล็กน่ารักของจินค่อยๆเลือนหายไป

 

            เปลวเพลิงสีแดงเข้มค่อยๆเข้าครอบคลุมร่างของเฟลม แล้วเฟลมก็หายลับไปพร้อมกับเปลวเพลิงที่มอดดับลง นีโอและนีออนมองหน้ากันพลางกระพริบตาปริบๆอย่างคิดไม่ตก เพื่อนคนนี้หาเรื่องมาให้ปวดหัวเล่นอีกแล้ว

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,947 ความคิดเห็น

  1. #1716 lnwcool (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 เมษายน 2554 / 17:57
    ทำไมถึงได้ไม่ค่อยมีคนมาเม้นเลยเรื่องนี้ก็สนุกไม่เบานาาา...
    #1,716
    0