Flame นักรบเพลิงมายา (เปลวเพลิงมายา)

ตอนที่ 78 : มายาที่ 73 ฟ้าใสหลังฝนพรำ <= [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,620
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    18 มี.ค. 53

 

มายาที่ 73

ฟ้าใสหลังฝนพรำ

 

            1 ปีต่อมา

 

            ดวงตะวันสีทองทอแสงอบอุ่นปกคลุมพื้นดิน หมู่ปักษาโผบินอย่างเริงรื่นพลางขับขานเสียงเพลงเสนาะหู เช้าวันใหม่ถูกเริ่มต้นอย่างสดใส บรรดาพ่อค้าแม่ค้าต่างพากันแหกขี้ตาตื่นขึ้นมาร้องเร่ขายของแข่งกันแต่เช้าอย่างพร้อมเพรียง เสียงหัวเราะสนุกสนานจากบรรดาเด็กๆดังคลอเพลงเทศกาลไม่ขาดสาย ซึ่งมันก็ช่วยทำให้บรรยากาศยามเช้ากลางฤดูหนาวไม่เงียบเหงานัก

 

            สวบ! สวบ! สวบ!

 

            เสียงฝีเท้าย่ำหิมะดังสม่ำเสมอ เด็กสาวเจ้าของเรือนผมสีนิลดำขลับกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปยังพระราชวังหลวงเมืองเอราเดสด้วยท่าทีรีบเร่ง ในอ้อมแขนปรากฏถุงขนมจำนวนมาก เด็กหนุ่มผู้อยู่ภายในเรือนผมสีฟ้าอ่อนที่เดินตามหลังมาติดๆร้องเรียกเสียงเหนื่อยแรง

 

            นีออน ไม่ต้องรีบขนาดนั้นก็ได้น่า พระราชวังมันไม่หนีเจ้าไปไหนหรอก ทัสส่งคำถามสียงหงุงหงิง ในมือของเด็กหนุ่มเองก็ปรากฏถุงขนมจำนวนมากเช่นกัน ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่ใช่ของเขา แต่เป็นของเจ้าตัวแสบตรงหน้าต่างหาก

 

            ข้ารู้น่าว่าพระราชวังมันไม่หนีข้าไปไหนหรอก แต่ที่ข้ารีบเนี่ย เป็นเพราะข้าเป็นห่วงเฟลมต่างหาก นีออนหันกลับมาแหวใส่ทัส พอพูดถึงตรงนี้ ทั้งสองก็ต้องงุ้มหน้าพร้อมถอนหายใจอย่างหนักหน่วง

 

            ไม่รู้ว่าจะตื่นรึยัง เจ้าตัวแสบพูดต่อเสียงอ่อย ดวงหน้าขาวนวลฉายรอยกังวลอย่างปิดไม่มิด ทัสขยับยิ้มเฝื่อน

 

            นั่นสินะ

 

            อ้าว ทัส นีออน ไม่ได้เจอกันตั้งนานแน่ะ เสียงคุ้นหูดังแว่วจากทางด้านหลัง และเมื่อทั้งสองหันกลับไปมอง ก็พบกับร่างบางของรุ่นพี่คนสวยที่กำลังเดินตรงมาทางพวกตน

 

            อรุณสวัสดิ์ขอรับรุ่นพี่เบล ทัสคอมกายทำความเคารพเบลอย่างนอบน้อม นีออนค้อมกายลงนิดตามมารยาท

 

            มาเที่ยวงานเทศกาลกันเหรอ หญิงสาวเจ้าของเรือนผมสีชมพูอ่อนส่งคำถามเสียงนุ่ม

 

            ขอรับ พอดีนีออนบ่นว่าเบื่อ ก็เลยพามาเดินเล่นน่ะขอรับ ทัสตอบกลับ

 

            แล้วคนอื่นล่ะ มาด้วยรึเปล่า เบลถามต่อพลางหันซ้ายแลขวามองหาพวกกาโอ ทัสส่ายหน้าปฏิเสธ

 

            ไม่ได้มาด้วยหรอกขอรับ เห็นบอกว่าอยากอยู่เฝ้าไข้เฟลมมากกว่า เมื่อได้ยินทัสว่าดังนั้น คิ้วสวยของเบลก็ต้องขมวดมุ่น

 

            เฟลมยังไม่ฟื้นอีกเหรอ

 

            ยังขอรับ ทัสพูดเสียงเศร้า หลังจากสงครามจบลง เฟลมก็หลับมาตลอด ทั้งๆที่อาการบาดเจ็บทั้งหมดหายดีแล้ว แต่เฟลมก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะตื่นในเร็วๆนี้

 

            งั้นเหรอ เบลพยักหน้าเงียบงัน บรรยากาศรอบกายพลันส่อเค้ามาคุอย่างประหลาด ความเงียบโรยตัวอย่างแช่มช้า

 

            แล้วท่านล่ะ เสร็จงานซ่อมโรงเรียนแล้วเหรอ นีออนโพล่งถามทำลายความเงียบ เบลหัวเราะแห้ง

 

            ยังเลย แต่เหลืออีกไม่มากแล้วล่ะ แค่ต่อเติมโถงประชุมกลางอีกนิดหน่อยก็เสร็จแล้ว เบลยกนิ้วขึ้นแตะปากพลางตอบคำถาม

 

            แล้วโดดงานมาเที่ยวงานเทศกาลอย่างงี้มันจะดีเหรอ นีออนซักต่อ

 

            แหม นีออน งานเทศกาลขอบคุณเทพธิดาหิมะเนี่ย มีแค่ปีละครั้งเองนา ถ้าพลาดก็น่าเสียดายแย่เลย

 

            งั้นขอให้สนุกกับงานเทศกาลนะ ข้าไปละ เดี๋ยวพวกลินนะจะรอนาน กล่าวจบ นีออนก็หันหลังกลับพร้อมออกวิ่งทันที ทัสค้อมกายลาเบลอย่างลวกๆก่อนออกวิ่งตามนีออนไป

 

            เฮ้นีออน ก็บอกว่าไม่ต้องรีบก็ได้ไง พระราชวังมันไม่วิ่งหนีเจ้าไปไหนหรอก ทัสร้องบอกเจ้าตัวแสบไปพลางซอยเท้าวิ่งไปพลาง

 

            รู้แล้วน่า แต่ถึงจะรู้อย่างนั้นข้าก็ยังอดเป็นห่วงเฟลมไม่ได้อยู่ดี นีออนตอบทัสโดยไม่หันกลับไปมอง สมองของเด็กสาวนึกย้อนไปยังวันที่สงครามมหานครจบลง วันที่เฟลมเริ่มต้นการหลับใหลอันยาวนาน

 

..........

 

            สายฝนเทกระหน่ำไม่ลืมหูลืมตา เมฆหมอกสีหมึกซึ่งปกคลุมมหานครจางหายพร้อมกับแสงสว่างอ่อนๆที่ส่องลามเลียผืนดินอีกครั้ง ลินนะฝืนหยัดกายลุกวิ่งโซซัดโซเซเข้าไปดูอาการเฟลมด้วยความเป็นห่วง

 

            เฟลม เจ้าได้ยินเสียงข้ารึเปล่าเฟลม ลินนะย่อกายนั่งข้างเด็กหนุ่มซึ่งนอนนิ่งไม่ไหวติง ลมหายใจรวยรินจนแทบสัมผัสไม่ได้ ดวงตาสีน้ำตาลปรากฏหยาดน้ำตาใส

 

            เฟลม อย่าตายนะเฟลม เจ้าจะต้องไม่ตายนะ ลินนะสะอึกสะอื้นพลางลงมือร่ายเวทรักษาเฟลมอย่างรีบเร่ง เด็กหนุ่มกระอักเลือดด้วยท่าทีอ่อนแรงทั้งยังไม่ได้สติ และนั่นยิ่งทำให้ลินนะลนลานเข้าไปใหญ่

 

            เฟลม ทำใจดีๆไว้นะเฟลม ลินนะอ้อนวอนจากใจจริง เธออุตส่าห์ชนะสงครามแล้ว เธออุตส่าห์มีชีวิตรอดจากสงครามแล้ว แต่ถ้าต้องสูญเสียเฟลมซึ่งเป็นคนสำคัญไป แล้วชัยชนะครั้งนี้มันจะมีประโยชน์อะไร

 

            มิดไนท์ซึ่งเพิ่งลุกไหวลากสังขารตัวเองไปดูอาการเฟลมด้วยความเป็นห่วง ดวงตาสีทองอร่ามก้มมองเฟลมทั้งน้ำตาคลอ

 

            เฟลม เฟลม ตอบข้าหน่อยสิเฟลม เฟลม มิดไนท์ร้องเรียกเฟลมซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ผลลัพธ์ที่ออกมาก็ยังคงเป็นเหมือนเดิม เด็กหนุ่มไร้ซึ่งปฏิกิริยาตอบสนองโดยสิ้นเชิง

 

            ไม่เอาน่าเฟลม อย่าล้อเล่นแบบนี้สิ เจ้าจะทิ้งพวกข้าเอาไว้อย่างนี้ไม่ได้นะ เสียงของมิดไนท์เริ่มสั่นเครือ นบกั้นน้ำตาของมันกำลังจะทลายในเร็วๆนี้ เฟลมเปรียบเสมือนครอบครัวเพียงหนึ่งเดียวที่มันเหลืออยู่ และตอนนี้ มันก็กำลังจะเสียครอบครัวเพียงหนึ่งเดียวนั้นไป

 

            เวลายังพอมีเหลือ รีบพาไปรักษาสิจู่ๆเสียงนุ่มประหลาดก็ดังก้องในโสตประสาท เรียกให้มิดไนท์กับลินนะต้องสะดุ้งโหยงตัวโยน

 

            นั่น...ใครน่ะ มิดไนท์ส่งคำถามพร้อมแยกเขี้ยว มันหันซ้ายแลขวาหาที่มาของเสียงตรามสัญชาตญาณ ลินนะวาดมือสร้างกำแพงเวทขึ้นกัน

 

            อันตัวข้านั้นไร้นาม แต่ผู้คนส่วนมากเรียกขานข้าว่าเทพพระเพลิงเทพพระเพลิงตอบคำถามมิดไนท์

 

            รีบพารานินไปรักษาซะ หากไม่รีบ จะไม่ทันการเอาเทพพระเพลิงสั่งซ้ำ ลินนะพยักหน้าหงึกหงักทั้งๆที่ยังงงงวยอยู่บ้าง แต่เด็กสาวก็ไม่ได้ใส่ใจนัก ตอนนี้ชีวิตของเฟลมสำคัญกว่าสิ่งใดทั้งหมด

 

            ลินนะวางมือบางบนร่างเฟลม ก่อนเด็กสาวจะหลับตาพึมพำเวทแผ่วเบา แสงสีฟ้าอ่อนปรากฏห่อมหุ้มร่างเฟลม วงแหวนอักขระเวทรูปร่างแปลกตาปรากฏใต้ร่างแล้วเริ่มหมุนวนอย่างช้าๆ บาดแผลค่อยๆจางหายไปทีละน้อย

 

            อึก...ไม่ไหวแล้ว...พลังเวทข้ามีไม่พอแล้ว ลินนะชักมือกลับมานั่งหายใจหอบโยน เธอไม่เหลือพลังเวทอีกแล้ว เธอรักษาเฟลมต่อไม่ไหวแล้ว

 

            ทหาร มีใครอยู่แถวนี้บ้าง มาช่วยข้าที เสียงตะโกนเรียกของลินนะดังฝ่าเสียงฝนที่เทกระหน่ำ ไม่นานนัก นายทหารสามนายก็วิ่งทั่กๆมาทางลินนะ ทั้งสามวิ่งฝ่าสายฝนมาด้วยร่างมอมแมมท่วมบาดแผล

 

            องค์หญิง ท่านไม่เป็นอะไรใช่ไหมขอรับ ทหารนายหนึ่งส่งคำถามเร็วรัวทันทีที่เห็นลินนะ ลินนะส่ายหน้าบอกว่าตนเองไม่เป็นอะไร

 

            ข้าไม่เป็นไร ช่วยเฟลมที ช่วยเพื่อนข้าคนนี้ที ลินนะร้องบอกทหารเสียงสั่นเครือ คนถูกขอร้องย่อกายลงนั่งพลางกวาดตามองสำรวจร่างเฟลมอย่างละเอียดถี่ถ้วน ก่อนเขาจะถอนหายใจหนักหน่วง

 

            ไม่ไหวหรอกขอรับองค์หญิง หายใจรวยรินขนาดนี้ อีกไม่นานก็คงหมดลมแล้วล่ะขอรับ นายทหารสายหน้าอย่างสิ้นหวัง ลินนะเม้มปากแน่นสะกดกลั้นเสียงสะอื้น เธอรู้ดีว่าสภาพของเฟลมในตอนนี้นั้นยากต่อการเยียวยานัก แต่ไม่ว่ายังไงเธอก็อยากให้เฟลมได้รับการรักษา เฟลมจะต้องรอด เธอเชื่อเช่นนั้น

 

            ลูกข้าบอกให้พาไปรักษาก็พาไปสิ มัวชักช้าอยู่ทำไม เสียงทุ้มของฮิเอ็นดังแว่วจากทางด้านหลัง ก่อนราชาหนุ่มจะเดินมาหยุดอยู่เบื้องหลังลินนะ นายทหารทั้งหมดค้อมกายทำความเคารพผู้เป็นเจ้านายอย่างนอบน้อม

 

            เด็กหนุ่มคนนี้เป็นคนที่ปราบลูซิเฟอร์ได้ เป็นผู้ที่มีบุญคุณต่อมหานครเป็นล้นพ้น ดังนั้นไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ก็ต้องช่วยชีวิตเขาให้ได้ เข้าใจไหม

 

            ขอรับ เมื่อได้ยินคำสั่งที่หนักแน่น นายทหารทั้งหมดก็ค้อมกายตอบรับคำสั่งนั้นอย่างรู้งานทันที

 

            นายทหารร่างยักษ์ที่ได้รับบาดเจ็บน้อยที่สุดช้อนร่างปวกเปียกของเฟลมขึ้น ก่อนจะวิ่งฝ่าสายฝนมุ่งหน้าตรงไปยังพระราชวังหลวงเมืองเอาราเดสอย่างรวดเร็วโดยมีทหารอีกสองนายวิ่งตามไปติดๆ ลินนะมองตามแผ่นหลังหนาด้วยสายตาฉายรอยกงัวลจนกระทั่งนายทหารทั้งสามหายลับไปจากครองสายตา

 

            ไม่เป็นไรหรอกลูก เด็กหนุ่มนั่นจะต้องไม่เป็นไร ฮิเอ็นโอบกอดลินนะไว้หลวมๆเพื่อปลอบประโลม ลินนะสวมกอดบิดากลับ แล้วเธอก็ร้องไห้สะอึกสะอื้น ไม่ว่าอย่างไรเธอก็ไม่อยากสูญเสียเฟลมไป ไม่อยากจริงๆ

 

..........

 

            เมื่อลูซิเฟอร์ตาย ฝูงปีศาจใต้บัญชาลูซิเฟอร์ก็พากันหนีหายไปหมด บ้างก็วิ่งหนีเข้าป่าบ้างก็บินหายไปกับสายฝน ฝูงนักฆ่าจากโลกมืดเองก็เช่นกัน เมื่อเจ้าแห่งปีศาจผู้มอบพลังให้ตาย ร่างกายของทุกคนก็กลับมามีสภาพปรกติดังเดิมอีกครั้ง ดวงตาสีแดงสดราวเลือด กล้ามเนื้อแข็งเกร็งมัดโต เส้นเลือดปูดโปนชวนน่าขยะแขยง ทั้งหมดจางหายไปจนหมดสิ้น

 

            พอเห็นดังนั้น เหล่านักรบหาญของมหานครก็ฉีกยิ้มกว้างแล้วเริ่มการไล่ล่าเหล่านักฆ่าทันที นักฆ่าหลายคนโดนจับเป็นในขณะที่บางส่วนโดนจับตาย แต่ก็มีนักฆ่าจำนวนไม่น้อยเหมือนกันที่สามารถหนีไปได้ ซึ่งแน่นอนว่าหนึ่งในนั้นต้องมีคาห์เอลกับคีห์ล่า บุตรทั้งสองของคาห์ที่สองแฝดยังจัดการเด็ดขาดไม่ได้ ทั้งสองต่อสู้ด้วยเล่ห์เหลี่ยมและกลโกง สองแฝดซึ่งไม่ค่อยชินกับเรื่องพวกนักนี้จึงสู้ได้ไม่เต็มที่ และการต่อสู้ของทั้งสี่ก็จบลงโดยที่สองพี่น้องคาห์เอลคีห์ล่าหนีไปได้

 

            ทั้งสองโดดแผล็วหายไปในแนวป่า แต่เมื่อสองแฝดตามไปดู ก็กลับไม่พบร่องรอยใดๆทั้งสิ้น ไม่เห็นแม้กระทั่งเงาของทั้งคู่

 

            เฟลม มาซาร์ เดซัน จิน และบรรดาผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดจากสงครามครั้งนี้ถูกพาไปรักษาตัวที่พระราชวังหลวงเมืองเอราเดสกันถ้วนหน้า

 

            จำนวนผู้กล้าที่ต้องสังเวยชีวิตให้สงครามครั้งนี้มีไม่น้อยเลยทีเดียว มหานครสูญเสียประชากรไปกว่าครึ่ง โดยในจำนวนนั้นมีเหล่านักรบผู้เก่งกาจอยู่ถึงสองในสาม และนั่นเองที่ทำให้ความเศร้าโศกจากการสูญเสียแผ่กระจายไปทั่วมหานคร

 

            ในจำนวนผู้กล้าที่ตายในสงครามครั้งนี้แน่นอนว่าต้องมีชื่อของจานาปรากฏอยู่ด้วย การสูญเสียรัชทายาทองค์โตแห่งเมืองโอรอสย่าทำให้เมืองแห่งเหมืองแร่ทั้งเมืองต้องตกอยู่ในห้วงแห่งความเศร้าโศก การสถาปนารัชทายาทองค์น้อง นาทา อินขึ้นเป็นองค์รัชทายาทแทนจานาจึงถูกจัดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศหมองมัว

 

             แต่ไม่นานนักความเศร้าโศกทั้งหมดก็ถูกแปรเปลี่ยนมาเป็นความปิติยินดี ยินดีเมื่อรู้ว่ามหานครของพวกเขาเป็นฝ่ายชนะสงครามโดยสมบูรณ์ ไม่มีอีกแล้วปีศาจที่ชื่อลูซิเฟอร์ ไม่มีอีกแล้วองค์กรที่เรียกว่าโลกมืด

 

            งานฉลองชัยชนะหลังสงครามถูกชาวเมืองจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ถึงเจ็ดวันเจ็ดคืนด้วยกัน มหานครถูกปกคลุมไปด้วยเสียงหัวเราะและรอยยิ้มตลอดเวลางาน

 

            หลังจากงานฉลองจบลง เวลาอันแสนน่าเบื่อที่ทุกคนไม่อยากให้มาเยือนก็มาถึง เวลาแห่งการบูรณะมหานคร

 

            ประชากรผู้รอดชีวิตจากสงครามทั้งหมดร่วมมือร่วมใจกันซ่อมแซมเมืองอย่างขยันขันแข็ง ในขณะที่นักเรียนโรงเรียนไดมอนทั้งหมดถูกเกณฑ์ไปช่วยซ่อมโรงเรียนของตนที่โดนลูซิเฟอร์ถล่มซะไม่เหลือซาก ถึงจะน่าเบื่อและเหนื่อยสายตัวแทบขาด แต่ทุกคนก็ช่วยกันบูรณะเมืองด้วยความเต็มใจ

 

            ฝ่ายมิดไนท์กับลินนะที่พักรักษาตัวอยู่ที่พระราชวังเอราเดสก็อาศัยจังหวะนั้นเล่าเรื่องราวทั้งหมดของเฟลมให้ฮิเอ็นฟัง ทั้งสองเล่าให้ฮิเอ็นฟังว่าตัวจริงของเฟลมนั้นเป็นใคร รอดมาจากการฆ่าล้างตระกูลได้อย่างไร และที่สำคัญ เฟลมกลายมาเป็นนักฆ่าคนสนิทของอนามันได้อย่างไร

 

            ฮิเอ็นนิ่งเงียบฟังเรื่องเล่าจากทั้งคู่อย่างใจเย็น เมื่อเล่าจบ มิดไนท์กับลินนะก็ไม่ลืมที่จะขอให้ฮิเอ็นยกโทษให้เฟลม เฟลมเป็นนักฆ่าชื่อดังที่มีค่าหัว แต่ในขณะเดียวกันเฟลมก็เป็นวีรบุรุษผู้กอบกู้มหานครด้วย ทั้งสองจึงหวังลึกๆว่าความดีความชอบครั้งนี้น่าจะทำให้เฟลมและเหล่าเพื่อนๆนักฆ่าทั้งหลายพ้นผิดได้

 

            แต่น่าเสียดายที่ฮิเอ็นยอมอภัยโทษให้พวกเฟลมไม่ได้ พวกเฟลมเป็นนักฆ่า และจำเป็นต้องได้รับโทษทัณฑ์ตามกฏของมหานคร ซึ่งฮิเอ็นจะพิจารณาโทษของทั้งหมดอีกครั้งหลังจากที่เฟลมได้สติกลับคืน เมื่อได้ยินฮิเอ็นว่าดังนั้น ทั้งมิดไนท์กับลินนะก็พูดอะไรไม่ออก ได้แต่นิ่งเงียบยอมรับความจริงไปตามสภาพ พวกเฟลมทำผิดจริง และสมควรได้รับโทษจริงๆ

 

            ส่วนอัญมณีวิญญาจอมราชันนั้น อลันและมิดไนท์ได้นำกลับไปผนึกไว้ที่เดิม ถึงแม้จะไม่มีโลกมืดแล้ว แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีใครสนใจในพลังของมัน พลังที่สามารถทำลายมหานครทั้งมหานครได้ภายในคืนเดียว ไม่ว่าใครก็ไม่สมควรมีไว้ในครอบครอง

 

            กาลเวลาไหลผ่านล่วงเลยจนเกือบปี มหานครถูกบูรณะจนกลับมามีสภาพสวยงามเหมือนเก่าอีกครั้ง ป่าไม้ธรรมชาติที่โดนทำลายถูกปลูกทดแทนจนเขียวชอุ่มไปทั่ว เหล่านักฆ่าที่หนีตายเข้าป่าไปถูกจับกุมได้เกือบครบ ขาดก็แต่พวกนักฆ่าที่เก่งๆเท่านั้นที่ทางมหานครยังตามจับไม่ได้ ไม่ใช่ตามจับไม่ได้ แต่ไม่รู้ว่าจะไปตามจับจากที่ไหนต่างหาก เพราะหลังจากสงครามแล้ว ก็ไม่มีใครเห็นแม้กระทั่งเงาของพวกเขาอีก

 

            หิมะแรกของฤดูหนาวเริ่มโปรยปรายมอบความหนาวเย็นให้แก่มหานคร เกล็ดน้ำแข็งสีขาวพิสุทธิ์ปกคลุมเปลี่ยนมหานครทั้งมหานครให้เงียบสงบและมีสีขาวสะอาดตา งานเทศกาลดอกไม้ไฟและงานเทศกาลขอบคุณเทพธิดาหิมะขยับใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

 

            หลังจากจัดการเรื่องวุ่นๆภายในเมืองของตนเองเรียบร้อย บรรดาเพื่อนๆของเฟลมก็กลับมารวมกลุ่มกันอีกครั้งที่พระราชวังหลวงเมืองเอราเดส ทั้งหกเฝ้ารอวันที่เฟลมจะลืมตาตื่นขึ้นมาใช้ชีวิตร่วมไปกับพวกเขาอีกครั้งอย่างใจจดใจจ่อ งานเทศกาลปีทีแล้วถูกลูซิเฟอร์ทำเสียเรื่องหมด พวกเขาจึงวางแผนไว้ว่าปีนี้จะเที่ยวให้เต็มคราบ ซึ่งดูท่าว่าแผนของพวกเขาคงจะต้องล้มไม่เป็นท่า หากว่าเฟลมยังไม่รีบตื่นขึ้นมาในเร็วๆนี้

 

            1 ปีผ่านไปหลังสงครามสงบลง เด็กหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีแดงเพลิงยังคงนอนนิ่งไม่ไหวติงบนเตียงนุ่ม อกหนาไหวกระเพื่อมสม่ำเสมอบ่งบอกถึงอัตราการหายใจที่เป็นปรกติ ทั้งๆที่ร่างกายหายดีแล้ว แต่ทำไมเด็กหนุ่มถึงยังไม่ตื่นก็ไม่รู้

 

            ตื่นได้แล้วรานินเสียงเทพพระเพลิงดังก้องในสมองของเด็กหนุ่มที่ยังไม่รู้สึกตัว

 

..........

 

            เปลวเพลิงในเตาผิงขนาดย่อมลุกปะทุส่งเสียงเปรี๊ยะปร๊ะชวนหนวกหู ถึงจะน่ารำคาญ แต่เปลวเพลิงก็ช่วยทำให้อากาศภายในห้องกว้างสีครีมอ่อนจนเกือบขาวห้องนี้ไม่หนาวนัก

 

            บริเวณกลางห้องปรากฏเตียงไม้เตียงหนึ่งตั้งเด่นเป็นสง่า บนเตียงปรากฏร่างหนานอนนิ่งสลบไสลไม่ได้สติ เด็กหนุ่มผู้อยู่ภายใต้เรือนผมสีแดงเพลิงนอนอยู่แบบนี้มาได้ปีนึงแล้ว แล้วก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะตื่นในเร็วๆนี้ด้วย

 

            ข้างกายเด็กหนุ่มปรากฏร่างเล็กของเจ้าแมวดำผู้มีนัยน์ตาสีทอง มันขดตัวนอนชิดเด็กหนุ่มราวกำลังคอยระวังภัยให้

 

            เสียงกระซิบคุยของเหล่าเพื่อนดังแว่วเป็นระยะๆทำให้ห้องนี้ไม่เงียบเหงาจนเกินไป ลินนะกับเปมินซึ่งนั่งอยู่ที่มุมหนึ่งของห้องกำลังอ่านหนังสือเรียนกันอย่างขะมักเขม้น เพราะสงครามทำให้พวกเธอไม่ได้ไปโรงเรียน นักเรียนทุกคนจึงต้องเรียนด้วยตัวเองที่บ้าน และหากสอบไม่ผ่าน ก็จะไม่ได้ขึ้นชั้นต่อไป ซึ่งแน่นอนว่าพวกเธอไม่ยอมเด็ดขาด ไม่ว่ายังไงก็ต้องสอบให้ผ่านและขึ้นเรียนชั้นปีสามให้ได้

 

            กาโอเองก็คิดเหมือนสองสาวเช่นกัน เขาไม่มีวันยอมเรียนชั้นปีสองในขณะที่พวกเพื่อนๆเลื่อนชั้นขึ้นไปเรียนชั้นปีสามแล้วอย่างแน่นอน ไม่ว่ายังไงก็ต้องสอบให้ผ่าน การสอบจะมีขึ้นในเดือนมีนาคมปีหน้า ยังเหลือเวลาอีกตั้งหลายเดือน ยังพอฟิตทัน

 

            ในขณะที่เพื่อนๆทั้งสามคนติวหนังสือกันอย่างหน้าดำเคร่งเครียด นีโอกลับนอนแผ่หลาบนโซฟาหรูอย่างมีความสุข การสอบไม่ใช่เรื่องน่าห่วงสำหรับเขา เพราะสำหรับนีโอนั้น อ่านแค่รอบเดียวก็จำได้หมดแล้ว ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องมานั่งกังวลเรื่องสอบให้เสียเวลาเปล่าๆ

 

            ส่วนนีออนนั้นก็เหมือนกับแฝดพี่ของเธอไม่มีผิด ไม่ว่ารายละเอียดจะเยอะหรือยากแค่ไหน แค่การอ่านเพียงรอบเดียวเธอก็สามารถจดจำรายละเอียดได้หมดแล้ว ดังนั้นการสอบจึงไม่ใช่เรื่องน่ากังวลสำหรับเธอเช่นกัน จะมีก็แต่ทัสนี่แหละที่สมองขี้เลื่อยที่สุดในกลุ่ม แถมยังไม่ยอมอ่านหนังสืออีกต่างหาก ดูเจ้าตัวจะไม่ได้สนใจเรื่องการเรียนเอาเสียเลย

 

            มิดไนท์ผ่อนลมหายใจยาวยืด เกิดไอน้ำสีขาวลอยวนออกมาพร้อมกับลมหายใจก่อนจะจางหายไป อากาศเย็นสบายและห้องซึ่งไร้เสียงรบกวน บรรยากาศน่านอนนี้กำลังทำให้มันเคลิ้มจนเกือบหลับ แต่แล้วเสียงแหลมสูงของนีออนก็ทำให้มันต้องสะดุ้งโหยงตื่นเสียก่อน

 

            ไอ้เจ้าองครักษ์งี่เง่า ขนมห่อนั้นน่ะมันเป็นของข้านะ!” นีออนโวยวายพร้อมปาหมอนอัดหน้าทัสอย่างแรง ทำเอาทัสซึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้เซร่วงลงไปนอนกองกับพื้น สิ่งที่เกิดขึ้นเรียกให้คิ้วหนาของทัสต้องกระตุกอย่างไม่สบอารมณ์ เด็กหนุ่มดีดตัวลุกยืน จากนั้นสงครามปัญญาอ่อนที่ไม่ได้เกิดขึ้นเสียนานก็ปะทุขึ้นทันที

 

            ขนมแค่ห่อเดียวทำเป็นหวงไปได้ ยัยจิ้งจกฟันเหยินเอ็ย!” ทัสแลบลิ้นปลิ้นตาล้อเลียนนีออน คนถูกล้อเลียนชักสีหน้าไม่พอใจ

 

            ว่าไงนะไอ้ตุ๊กแกลงพุง แน่จริงพูดใหม่อีกทีดิ๊!”

 

            ยัยแมงมุมแห้งอัปลักษณ์!”

 

            ไอ้หอยเม่นหัวฟูปากเหม็น!”

 

            สงครามน้ำลายไร้สาระที่ปะทุขึ้นเรียกความสนใจจากเหล่าเพื่อนๆได้เป็นอย่างดี เจ้าสองตัวนี้มันเก่งกันจริงๆ แค่ขนมห่อเดียวก็เอาไปเป็นชนวนสงครามได้ น่านับถือจริงๆ

 

            ยัยงี่เง่า!”

 

            ไอ้หัวขี้เลื่อย!”

 

            ยัยโง่

 

            ไอ้สมองนิ่ม

 

            โว้ย! หยุดทะเลาะกันได้แล้ว คนจะหลับจะนอน หนวกหูชะมัดยาดเลย!” นีโอซึ่งทนสงครามน้ำลายต่อไปไม่ไหวแล้วลุกพรวดตะโกนห้ามศึก ซึ่งนั่นก็ทำให้สองตัวแสบหย่าศึกชั่วคราวและหันไปทำศึกกับนีโอแทน

 

            เรื่องของพวกข้า อย่าสอด!” สองตัวแสบกระแทกเสียงตอกกลับ นีโอแยกเขี้ยวชวนสยองขวัญ

 

            ข้าจะสอด มีอะไรมะ เด็กหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีดำกอดอกพลางส่งคำถามกลับ สองแสบถลึงตาหาเรื่อง

 

            "มีแน่ถ้าพวกเจ้ายังไม่หุบปาก ที่นี่มันในพระราชวังหลวงนะไม่ใช่ตลาด จะได้มาตะโกนแหกปากเถียงกันอยู่ได้ เงียบได้แล้ว มันรบกวนเฟลม มิดไนท์ลุกขึ้นนั่งบนขาหลังพร้อมตำหนิเสียงเครียด สงครามน้ำลายไร้สาระอันมีชนวนมาจากขนมห่อเดียวถึงถูกยุติลงได้ในที่สุด

 

            นีโอทิ้งตัวลงนอนต่อด้วยสีหน้าหงิดหงุด ทัสกับนีออนสะบัดหน้าหันหนีกันไปคนละทางก่อนเดินแยกไปนั่งคนละมุมห้อง คนหนึ่งไปนั่งกับลินนะ ส่วนอีกคนแยกไปนั่งกับกาโอ

 

            เจ้าแมวดำส่ายหน้าให้พวกทัสอย่างเอือมระอา ทั้งๆที่อายุมากขึ้นอีกคนละปีแล้วแท้ๆ แต่อายุสมองก็ยังเหมือนเด็กสามขวบไม่มีเปลี่ยนแปลง ทะเลาะกันอยู่ได้ น่ารำคาญเป็นที่สุด แถมยังทะเลาะกันด้วยเรื่องปัญญาอ่อนอีก ช่างเป็นเด็กที่น่าปวดหัวเสียจริง

 

            อือ... เสียงครางเบาบางดังลอยมาจากทางเตียงนุ่ม เรียกให้ทุกคนต้องกรูเข้าไปรุมเตียงเฟลมอย่างรวดเร็วโดยอัตโนมัติทันที เสียงที่ได้ยินเมื่อกี้เป็นเสียงของเฟลมไม่ผิดแน่ แสดงว่าเฟลมกำลังจะตื่นแล้วงั้นเหรอ!?

 

            เฟลม เฟลม เจ้าได้ยินเสียงข้ารึเปล่า เฟลม มิดไนท์ลองร้องเรียกเฟลมเสียงตื่นเต้น หัวใจพองโตด้วยความดีใจ

 

            ...

            แต่ก็ไม่มีปฏิกิริยาตอบรับจากเด็กหนุ่มเลยแม้แต่น้อย เฟลมยังคงนอนไม่ได้สติอยู่อย่างนั้น ทำให้เพื่อนๆต้องดีใจเก้อไปตามๆกัน

 

            คงหูฝาดไปเองละมั้ง มิดไนท์พึมพำปลอบตัวเองด้วยสีหน้าเจ็บปวดก่อนทรุดกายลงนอนข้างเฟลมอีกครั้ง

 

            แก๊ง!... แก๊ง!... แก๊ง!...

 

            นาฬิกาไม้เรือนใหญ่ที่ตั้งตระหง่านไว้ภายในห้องตีบอกเวลาบ่ายสามโมงตรง

 

            ลินนะปิดหนังสือที่อ่านอยู่ฉับพลางขยับลุกยืนอย่างช้าๆ เปมินเงยหน้ามองเพื่อนสาวคนสนิทก่อนหยัดกายลุกตาม

 

            ได้เวลาเช็ดตัวให้เฟลมแล้วเหรอ มิดไนท์ส่งคำถามเสียงเรียบ ลินนะคลี่ยิ้มบางให้มิดไนท์แทนคำตอบ เจ้าแมวดำพยักหน้ารับรู้เงียบงัน

 

            ทุกๆวันลินนะจะนำผ้ามาเช็ดตัวให้เฟลมเป็นประจำ เพราะเฟลมยังไม่ได้สติจึงยังอาบน้ำไม่ได้ และวิธีเดียวที่จะช่วยรักษาความสะอาดให้เฟลมก็คือการเช็ดตัว

 

            ความจริงแล้วหน้าที่นี้เป็นหน้าที่ของนางกำนัล แต่ลินนะกลับอาสาขอเป็นคนทำเอง ซึ่งฮิเอ็นก็ไม่ได้ว่าอะไร เฟลมเป็นทายาทที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวของการ์เดี้ยนและเป็นถึงผู้กำราบลูซิเฟอร์ ฮิเอ็นจึงเชื่อมั่นว่าถ้าเป็นเฟลมแล้ว เด็กหนุ่มจะต้องดูแลลินนะได้ดีไม่แพ้ฮิเอ็นและเนสตราอย่างแน่นอน

 

            แถมเขาเองก็ไม่มีบุตรชายเสียด้วย ตำแหน่งกษัตริย์องค์ต่อไปของเอราเดสจึงยังถูกปล่อยว่าง ซึ่งถ้าเป็นเฟลมล่ะก็ เขาก็มั่นใจอีกนั่นแหละว่าเฟลมจะต้องเป็นกษัตริย์ที่ดีได้แน่

 

            งั้นข้ากับลินนะขอตัวไปเอาน้ำก่อนนะ เปมินบอกพวกกาโอพลางเดินหายออกไปจากห้องพร้อมลินนะ ประตูไม้บานหนาถูกปิดลงอย่างแผ่วเบา

 

            ความเงียบกลับคืนสู่ห้องอีกครั้ง

 

            ตื่นได้แล้วรานินเสียงเทพพระเพลิงดังก้องในสมองของเด็กหนุ่มที่ยังไม่รู้สึกตัว คิ้วหนาขมวดเข้าหากันนิด เจ้าแมวดำเมื่อสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงนั้นก็ลุกพรวดถลาเข้าไปหาเฟลมทันที

 

            เฟลม เฟลม เจ้ารู้สึกตัวแล้วใช่ไหมเฟลม มิดไนท์รัวคำถามเสียงตื่นเต้น กาโอ ทัส นีโอและนีออนกรูล้อมเตียงเฟลมอย่างรวดเร็วราวถูกดีด

 

            อือ... ศีรษะหนาขยับพลิกเชื่องช้า เรียกรอยยิ้มจากผู้ที่เห็นได้เป็นอย่างดี เฟลมรู้สึกตัวแล้ว เฟลมฟื้นแล้ว!

 

            เฟลม เจ้ารู้สึกตัวแล้วใช่ไหมเฟลม มิดไนท์ร้องเรียกซ้ำพลางใช้อุ้งเท้าเรียวเล็กเขี่ยหน้าเฟลมเบาๆ เปลือกตาหนาค่อยๆเผยอลืมอย่างแช่มช้า

 

            ที่นี่...ที่ไหนกัน... น้ำเสียงของเด็กหนุ่มแหบแห้งเบาบางและขาดช่วง ดวงตาสีแดงเพลิงกะพริบถี่ปรับดวงตาให้ชินแสงสว่างที่ส่องแยงตา

 

            เฟลม! ในที่สุดเจ้าก็ตื่นซักที!” นีออนถลาพุ่งเข้ากอดเฟลมแน่น ก่อนน้ำตาใสจะไหลรินเป็นสาย เจ้าตัวแสบร้องไห้สะอึกสะอื้นตัวโยนในขณะที่เฟลมยังคงงงงวยกับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่เสร็จ และก็ไม่ได้มีแต่นีออนเท่านั้นที่ร้องไห้ แต่พวกกาโอเองก็มีน้ำตาคลอเบ้าเหมือนกัน หลังจากหลับใหลยาวนานถึงหนึ่งปี ในที่สุดเฟลมก็ฟื้นซักที

 

            นีออน...ข้า...หายใจ...ไม่ออก... เฟลมพยาพยามแกะอ้อมแขนของนีออนออกด้วยแขนที่อ่อนแรง นีโอขยับยิ้มโล่งอกก่อนเดินเข้าไปแกะนีออนออกจากเฟลม

 

            ร้องไห้ทำไมนีออน...ข้ายังไม่ตายซักหน่อย.... เฟลมส่งคำถามทั้งยังนอนนิ่งอย่างไร้เรี่ยวแรง นีออนเม้มปากกลั้นเสียงร้องไห้

 

            ก็...ก็...เจ้าน่ะเล่นหลับไปตั้งปีนึงเต็มๆนี่นา...พวกข้าเป็นห่วงมากเลยรู้ไหม…” นีออนตอบเสียงตะกุกตะกัก เฟลมขยับยิ้มเจื่อน

 

            งั้นเหรอ

 

            ไม่ต้องมางั้นเหรอเลย ทำให้พวกข้าเป็นห่วงซะแทบแย่ รีบๆรักษาตัวให้หายแล้วไปเที่ยวกับพวกข้าซะดีๆ นีโอขยี้หัวเฟลมอย่างหมั่นไส้ เฟลมหัวเราะแห้งหลับตาพริ้ม

 

            ขอบคุณขอรับเทพพระเพลิงที่อุตส่าห์ช่วยปลุกข้าเฟลมกล่าวขอบคุณเทพพระเพลิงในใจ เขาได้ยินเสียงเทพพระเพลิงปลุกเขาเขาถึงตื่น ถ้าไม่ได้เทพพระเพลิงช่วยปลุก ป่านนี้เขาก็คงยังนอนหลับไม่รู้เรื่องอยู่เหมือนเดิม

 

            ไม่เป็นไรเจ้าหนู ข้าบอกแล้วไงว่าข้าถูกใจตัวเจ้า ข้าไม่ปล่อยให้เจ้าตายง่ายๆหรอกเสียงของเทพพระเพลิงดังก้องตอบกลับในหัวสมอง เฟลมถอนหายใจผ่อนคลายก่อนลืมตา

 

            แล้ว...ลินนะกับเปมินล่ะ เฟลมหันซ้ายแลขวามองหาสองสาว แต่ก็ไม่พบแม้กระทั่งเงา ไม่ได้ยินแม้กระทั่งเสียง

 

            เปมินกับลินนะออกไปเอาน้ำกับผ้ามาเช็ดตัวให้เจ้าน่ะ กาโอเป็นผู้ตอบคำถาม เฟลมพยักหน้าหงึกหงัก พลันความคิดพิเรนท์ๆที่เจ้าตัวไม่ค่อยมีก็แล่นวาบเข้าสู่สมอง

 

            นี่ทุกคน...

 

            หือ?

 

            ช่วยอะไรข้าอย่างนึงสิ... เฟลมขัยบยิ้มเจ้าเล่ห์ทั้งยังอ่อนแรง

 

..........

 

            แอ๊ด!!

 

            ประตูไม้บานหนาถูกเปิดอ้าออกอย่างช้าๆ ตามมาด้วยร่างของสองสาวเพื่อนซี้ที่เดินเข้ามาภายในพร้อมกับอ่างน้ำอุ่นและผ้าเช็ดตัว ลินนะวางอ่างน้ำลงบนโต๊ะข้างเตียงอย่างเบามือในขณะที่เปมินช่วยปิดประตูห้องให้

 

            เฮ้อ นั่งมาทั้งวันเมื่อยชะมัดยาดเลยกาโอลุกบิดขี้เกียจ

 

            ออกไปเดินเล่นกันเถอะเปมิน ก่อนจะเดินเข้าไปลากเปมินให้ออกไปจากห้องกับตน เปมินปั้นหน้างงให้การกระทำของเด็กหนุ่มนิด

 

            เดี๋ยวค่อยไปก็ได้นี่กาโอ ช่วยลินนะเช็ดตัวเฟลมก่อนสิ เปมินคัดค้าน

 

            แต่ข้าอยากไปตอนนี้เลยนี่ ให้ลินนะเช็ดคนเดียวก็ได้ กาโออ้างพลางออกแรงดึงเปมินให้มากขึ้นอีก สองแฝดฉีกยิ้มพร้อมลุกยืน

 

            ให้ข้าไปด้วยนะกาโอ เมื่อยไปหมดทั้งตัวแล้วเนี่ย อยากออกไปเดินเล่นชะมัด นีออนบิดขี้เกียจสุดตัวก่อนเดินเข้าไปช่วยกาโอถูลู่ถูกังเปมินออกจากห้อง เด็กสาวผู้ถูกลากตีหน้าฉงน

 

            อะไรของพวกเจ้าเนี่ย อยู่ๆก็อยากออกไปเดินเล่นกันซะอย่างงั้น

 

            เอาน่าๆ ไปกันเถอะ โดยไม่รอคำตอบรับจากเด็กสาว นีออนลากเปมินออกไปจากห้องทันที โดยมีกาโอ ทัสและนีโอวิ่งตามไปห่างๆ ประตูห้องปิดฉับทิ้งลินนะ เฟลมและมิดไนท์ไว้เบื้องหลังเพียงลำพัง

 

            อะไรของเจ้าพวกนั้นนะ ลินนะพึมพำกับตัวเองเบาๆ ทำให้มิดไนท์อดหัวเราะไม่ได้

 

            เอาเป็นว่า... มิดไนท์กระโดดแผล็วลงจากเตียงนุ่มก่อนบิดขี้เกียจ

 

            เดี๋ยวเจ้าก็รู้เองแหละ กล่าวจบ เจ้าแมวดำก็สะบัดหางนิด สายลมพัดพลันโบกแผ่วเบา แล้วร่างของมิดไนท์ก็จางหายไปพร้อมกับสายลมหอมอ่อนโยน

 

            เดี๋ยวเจ้าก็รู้เองงั้นเหรอ? ลินนะยกมือทาบแก้มถามตัวเองอย่างงงๆ ทำไมจู่ๆพวกกาโอถึงได้มีท่าทีแปลกไปก็ไม่รู้ ไม่ใช่แค่พวกกาโอ มิดไนท์เองก็ยังมีท่าทีแปลกไปเหมือนกัน

 

            ช่างเถอะ ลินนะตัดบทความสงสัยเอาดื้อๆ เด็กสาวหันไปหาเฟลมซึ่งยังนอนนิ่งบนเตียง อกหนาไหวกระเพิ่มเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เด็กสาวถอนหายใจยาว แล้วมือบางก็เริ่มทำการเช็ดตัวเฟลมทันที ผ้าอุ่นถูกลูบไล้ไปตามร่างกายเด็กหนุ่มอย่างช้าๆ ลินนะบรรจงเช็ดตัวให้เฟลมอย่างไม่รีบร้อนนัก

 

            เมื่อไหร่เจ้าจะตื่นซักทีนะเฟลม ลินนะเปรยเสียงค่อยทั้งยังขยับมือเช็ดตัว  

 

            ก็ตื่นแล้วไง เสียงแหบแห้งจากเด็กหนุ่มดังตอบกลับ ลินนะขมวดคิ้ว

 

            ไม่ต้องมาโกหกเลย ก็ยังเห็นนอนอยู่เห็นๆลินนะตอกกลับเสียงเหมือนกำลังไม่พอใจ ทำไมพวกนีโอถึงชอบแกล้งเธอนักก็ไม่รู้

 

            ...แต่เอ๊ะ ในห้องนี้ไม่มีใครอยู่นอกจากเธอแล้วก็เฟลมไม่ใช่เหรอ...

 

            ลินนะหยุดมือที่กำลังเช็ดตัวเฟลมพลางเงยหน้ามองที่มาของเสียง เฟลมกำลังส่งยิ้มให้เธอด้วยสีหน้าที่ยังคงติดเค้าความเหนื่อยล้าอยู่เล็กน้อย

 

            ข้าตื่นแล้วจริงๆ เฟลมย้ำอีกครั้ง เรียกให้ดวงตาสีน้ำตาลเข้มของเจ้าหญิงแห่งเอราเดสต้องเบิกกว้างด้วยความตะลึงงัน

 

            เฟลม!” ลินนะอุทานเสียงหลง เฟลมขยับยิ้ม

 

            ก็ข้าน่ะสิ รึเจ้าคิดว่าไม่ใช่ข้า เด็กหนุ่มใช้ศอกหยัดกายลุกนั่ง ลินนะถลาเข้าไปช่วยพยุงเฟลมอย่างรู้งาน

 

            เจ้าตื่นตั้งแต่เมื่อไหร่น่ะ ลินนะส่งคำถามทั้งยังตื่นตะลึงไม่หาย

 

            ตื่นได้ซักพักแล้วล่ะ เด็กหนุ่มตอบพลางขยับดึงลินนะให้นั่งลงบนเตียง

 

            แล้วทำไมถึงไม่มีใครบอกข้าเลยล่ะ เด็กสาวว่าเสียงร้อนรนระคนเคืองเล็กน้อย

 

            ก็เพราะข้าขอร้องไว้น่ะสิ

 

            ขอร้อง?

 

            ใช่

 

            ... ลินนะกะพริบตาปริบๆมองเฟลมอย่างไม่เข้าใจ เฟลมจะขอร้องให้เพื่อนๆปิดเธอเรื่องที่เฟลมตื่นแล้วทำไมกัน

 

            ทำไมต้องปิดเรื่องที่เจ้าตื่นแล้วด้วยล่ะ

 

            ข้าแค่อยากจะแกล้งเจ้าน่...เฮ้ยลินนะ ยังไม่ทันได้พูดจบประโยค เสียงของเฟลมก็ต้องหายไปเสียก่อนเมื่อจู่ๆลินนะก็ร้องไห้ หยาดน้ำตาอุ่นไหลอาบพวงแก้มขาว

 

            ลินนะเป็นอะไรไป น้ำตาของลินนะทำให้เฟลมลนลานทำอะไรไม่ถูก มือบางถูกยกขึ้นปาดน้ำตาอย่างลวกๆ

 

            อีตาบ้า! ไม่รู้รึไงว่าคนเค้าเป็นห่วงแค่ไหน!” ลินนะกระแทกเสียงถาม เล่นเอาเฟลมถึงกับต้องสะอึกพูดไม่ออก

 

            ถ้าตื่นแล้วก็น่าจะรีบบอกข้าสิ ข้าเป็นห่วงเจ้ามากเลยรู้มั้ย เด็กสาวร้องไห้สะอึกสะอื้น เฟลมขยับยิ้มแหย ความรู้สึกผิดพุ่งทิ่มแทงใจจนเจ็บแปล๊บ เขาก็แค่อยากจะแกล้งลินนะนิดๆหน่อยๆเท่านั้นเอง แต่ไม่นึกว่าสถานการณ์มันจะแย่แบบนี้

 

            ข้าขอโทษลินนะ ข้าไม่ได้ตั้งใจ

 

            ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา ข้าเป็นห่วงเจ้ามากนะรู้มั้ย

 

            ....

 

            เพราะงั้นถ้าตื่นแล้วก็ต้องรีบบอกข้าสิ อีตาบ้า

 

            .....

 

            คราวหลังอย่าทำอย่างนี้อีกนะเฟลมลินนะเม้มปากกลั้นเสียงสะอื้น เฟลมคลี่ยิ้มบาง

 

            เข้าใจแล้ว ข้าสัญญาลินนะ คราวหลังข้าจะไม่ทำอย่างนี้อีก จะไม่ทำให้เจ้าต้องเป็นห่วงอีก เฟลมดึงลินนะมากอดไว้หลวมๆ นิ้วโป้งหนายกขึ้นเช็ดน้ำตาให้ลินนะอย่างแผ่วเบา

 

            ขอโทษนะที่ปล่อยให้เจ้าอยู่คนเดียวตั้งนาน แต่นับแต่นี้ต่อไป ข้าสัญญาว่าจะไม่ทิ้งเจ้าไปไหนอีกแล้ว กล่าวจบ ริมฝีปากหนาก็ก้มจุมพิตริมฝีปากบางอย่างอ่อนโยน ลินนะจูบเฟลมกลับสื่อถึงความรู้สึกที่เธอมีต่อเฟลม เด็กหนุ่มค่อยๆถอนริมฝีปากออกอย่างแช่มช้า ก่อนขยับกอดลินนะแน่น

 

            ข้ารักเจ้านะลินนะ แล้วก็ขอบคุณนะที่เป็นห่วงข้าแล้วก็คอยอยู่เคียงข้างข้าเสมอมา ลินนะกอดเฟลมกลับด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ

 

            ปึง!!!

 

            ประตูหนาที่จู่ๆก็เปิดกว้างออกทำเอาลินนะกับเฟลมแยกกันแทบไม่ทัน นีโอขยับยิ้มเผล่เจ้าเล่ห์ เฟลมยกมือขึ้นกุมขมับทันที ลองนีโอยิ้มแบบนี้ ไม่พ้นต้องมีเรื่องชวนปวดหัวเกิดขึ้นแน่

 

            แหม ตื่นปุ๊บก็ลามกปั๊บเลยนะเฟลม ข้าเอาเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อกี้ไปบอกท่านฮิเอ็นดีกว่า นีโอหัวเราะคิกคักชอบใจ เรียกให้ใบหน้าของลินนะที่แดงก่ำอยู่แล้วยิ่งแดงแจ๋ขึ้นไปอีก เด็กสาวก้มหน้างุดด้วยความเขินอายในขณะที่เฟลมกัดฟันส่งเสียงคำรามต่ำ ไอ้เพื่อนคนนี้นี่มันไม่เปลี่ยนไปเลยจริงๆ

 

            แน่จริงก็ลองทำดูสิ ถ้าไม่อยากโดนมังกรเงินฟันหัวขาดละก็นะ เฟลมขู่กลับ นีโอเลิกคิ้วยักไหล่ไม่สนใจ

 

            ล้อเล่นน่า ที่ข้ามาหาขัดจังหวะเจ้าเนี่ยก็เพราะท่านฮิเอ็นให้มาเรียกน่ะ

 

            ท่านพ่อให้มาเรียกเหรอ

 

            อื้อ

 

..........

 

            หลังจากรู้ข่าวเรื่องการฟื้นของเฟลม ฮิเอ็นก็ไม่รอช้าเรียกเฟลมให้เข้าพบทันที ตอนแรกเฟลมก็รู้สึกเสียวๆอยู่เหมือนกันเพราะว่าตนเองนั้นเป็นถึงนักฆ่าคนสนิทของอนามัน

 

            แต่เมื่อไปถึงแล้ว สิ่งที่ฮิเอ็นบอกกับเฟลมก็ทำให้เฟลมต้องนิ่งอึ้งไปนานทีเดียว ฮิเอ็นเรียกเฟลมไปรับทราบโทษตามที่เฟลมคาดไว้จริง แต่โทษที่เฟลมได้รับนั้นกลับไม่ใช่โทษร้ายแรงอย่างที่เฟลมคิด

 

            สามวันต่อมา ฮิเอ็นเรียกเพื่อนนักฆ่าของเฟลมที่หันหลังให้อนามันทั้งหมดมารวมตัวกันที่พระราชวังหลวงเพื่อชี้แจงโทษให้แต่ละคนรับทราบ ซึ่งโทษของพวกเดซันนั้นก็ไม่ได้ต่างไปจากเฟลมเลยแม้แต่น้อย โทษที่พวกเขาได้รับก็คือ ก่อตั้งหน่วยไล่ล่าขึ้นเพื่อตามล่าสมาชิกของโลกมืดที่ยังลอยนวลอยู่และคอยจับตาดูความเป็นไปของมหานคร คอยระวังไม่ให้เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นในมหานครอีก

 

            และเป็นที่แน่นอนว่าหัวหน้าหน่วยไล่ล่าก็ต้องเป็นเฟลมอย่างไม่ต้องสงสัย

 

            หลังจากชี้แจงโทษให้พวกเฟลมได้รับทราบกันแล้ว ฮิเอ็นก็บอกเฟลมว่าจะพาเฟลมไปประกาศต่อหน้าสาธารณชนว่าเฟลมคือการ์เดี้ยนคนสุดท้ายที่ยังคงหลงเหลือในมหานคร ซึ่งเฟลมก็ไม่ได้คัดค้านอะไรและยอมทำตามแต่โดยดี

 

            ท่ามกลางอากาศที่หนาวเหน็บและหิมะที่ตกโปรยปราย เวทีประลองขนาดมหึมาถูกตั้งเด่นเป็นสง่ากลางวงแหวนกลางเมืองเอราเดส บนเวทีประลองปรากฏร่างสองร่าง ร่างแรกเป็นของเด็กหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีแดงเพลิง ส่วนอีกร่างนั้นเป็นขององค์ราชาหนุ่มแห่งเมืองเอราเดสที่ทุกคนคุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดี

 

            ฮิเอ็นบอกกับชาวมหานครทั้งหลายว่าเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างๆเขาคนนี้คือ รานิน การ์เดี้ยน การ์เดี้ยนคนสุดท้ายของมหานคร การ์เดี้ยนผู้กำราบลูซิเฟอร์ได้อย่างราบคาบและนำความสงบสุขคืนสู่แผ่นดิน

 

            และข้าขอประกาศต่อหน้าชาวมหานครทั้งหลายไว้ ณ นี้เลยว่า รานิน การ์เดี้ยนคนนี้คืออัศวินคู่กายบุตรสาวของข้า คือคู่หมั้นของเจ้าหญิงลินนะ ไดมันด้าแห่งเมืองเอราเดส และเป็นว่าที่กษัตริย์แห่งเอราเดสคนต่อไป เสียงนุ่มของฮิเอ็นดังก้องกังวานไปทั่วบริเวณ เสียงปรบมือและเฮขานคำอวยพรดังตามมาอย่างไม่ขาดสาย เด็กหนุ่มสูดลมหายใจลึกก่อนก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว จากนั้นก็วาดมือเรียกดาบปักษาเพลิงขึ้นมาถือนิ่งในระดับหน้าอก

 

            ข้าขอสาบานต่อหน้าดาบแห่งตระกูลการ์เดี้ยนและพี่น้องชาวมหานครว่า ข้า จะจงรักภักดีต่อกษัตริย์ทั้งห้า และจะทุ่มสุดชีวิตเพื่อปกป้องมหานครอันเป็นที่รักยิ่งจากภัยร้ายทั้งปวงให้ได้ เสียงเฮดังตอบรับคำสาบานนั้น เฟลมหันไปยิ้มให้ลินนะซึ่งยืนอยู่ด้านล่างเวทีด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน ลินนะส่งยิ้มหวานกลับแทนคำพูดที่บอกว่า ไม่ว่าจะยามใด เธอก็จะคอยอยู่เคียงข้างเฟลมเสมอ

 

            หิมะสีขาวพิสุทธิ์ตกประปรายแช่มช้า สายลมหนาวพัดผ่านเรียกให้ผิวกายแสบคล้ายโดนมีดกรีด ความเงียบค่อยๆโรยตัวปกคลุมมหานครจนทั่ว        

 

            มิดไนท์ในร่างเสือดำปีศาจก้มมองเฟลมจากบนฟากฟ้าอย่างภาคภูมิใจ เด็กน้อยเปราะบางในอดีตได้เติบใหญ่ขึ้นเป็นเด็กหนุ่มผู้สมบูรณ์พร้อมแล้ว หน้าที่ของมันในฐานะพี่เลี้ยงได้จบลงแล้ว ตั้งแต่นี้ไปมันกับเฟลมจะแยกกันอยู่ เฟลมเองก็มีเส้นทางของเฟลม และมันเองก็มีเส้นทางของมัน เผ่าเสือดำปีศาจยังคงต้องการมันอยู่ เผ่าเสือดำปีศาจจะขาดผู้นำไม่ได้อย่างเด็ดขาด

 

            ท่านเก็นกะ อุณหภูมิเริ่มลดต่ำลงเรื่อยๆแล้วนะขอรับ รีบกลับป่าปีศาจกันเถอะขอรับ กิงเรย์ซึ่งบินอยู่ข้างกายเตือนมิดไนท์อย่างนอบน้อม มิดไนท์หันกลับไปพยักหน้าให้กิงเรย์นิดเพื่อบอกว่ามันเข้าใจแล้ว แต่ก็ยังไม่วายขอหันกลับไปดูเฟลมอีกซักครั้งเป็นการส่งท้าย

 

            ไว้ถ้าว่างเมื่อไหร่ค่อยแวะมาหาก็ได้นี่ขอรับ บินมาแค่ชั่วโมงเดียวก็ถึงแล้ว อยู่ใต้ฟ้าเดียวกัน อยู่บนแผ่นดินผืนเดียวกัน ไม่ต้องกลัวหรอกขอรับว่าจะไม่ได้เจอกันอีก

 

            ข้ารู้กิงเรย์ แต่มันอดใจหายไม่ได้นี่ เจ้าหนูรานินตัวกะเปี๊ยกนั่น กลับเติบใหญ่ได้ถึงเพียงนี้ ไม่น่าเชื่อเลยจริงๆรอยยิ้มบางถูกประดับบนใบหน้าเสือดำปีศาจผู้ยิ่งใหญ่

 

            จริงด้วยนะขอรับ แบบนี้พวกเรมที่จากไปคงหมดห่วงได้ซักทีนะขอรับ

 

            อืมมิดไนท์พยักหน้าเบา

 

            เอาล่ะกิงเรย์ พวกเรากลับป่าปีศาจกันเถอะ อากาศชักจะหนาวจนแสบผิวแล้ว มิดไนท์ร้องบอกกิงเรย์พลางหันหลังกลับ จากนั้นเสือดำปีศาจทั้งสองก็ออกบินมุ่งหน้าสู่ป่าปีศาจ ปีกสีดำพิสุทธิ์ไหงกระพือแหวกเป็นจังหวะสม่ำเสมอ

 

            ว่าแต่ท่านเก็นกะ เมื่อวานท่านเรียกมหานครแห่งนี้ว่าอะไรนะขอรับ

 

            อ๋อ ข้าเรียกว่า เอเมโอไง

 

            เอเมโอ?

 

            ใช่ เอเมโอ เคนเซ็น’”

 

            เอเมโอ เคนเซ็น?? กิงเรย์ขมวดคิ้วฉงน มิดไนท์จึงหลุดหัวเราะนิด

 

            มันเป็นภาษาปีศาจโบราณน่ะ มันมีความหมายว่าเมืองแห่งความอุดมสมบูรณ์ เมืองแห่งความสงบสุขร่างยักษ์ของสองเสือดำปีศาจพลันทะยานหายไปกับหิมะซึ่งโปรยปราย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,947 ความคิดเห็น

  1. #1911 gamegod (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2555 / 22:33
    สนุกมากครับ และในที่สุดก้อจบแบ้ว ><

    หนุก สุด ยอดดด ครับผม เด่ะขอไปอ่าน บทส่งท้ายก่อนนร้าคัฟ
    #1,911
    0
  2. #1899 ลีโอไนดัส (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2555 / 19:52
    สนุกมากๆ คนแต่งเทพจริง
    #1,899
    0
  3. #1874 Kumo (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2555 / 02:10
    ไหนบอกว่า นีโอจะมีคู่ไงอ่่่่่าาาา!!!
    #1,874
    0
  4. #1868 I'm sone M.Seo >O< (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 29 มีนาคม 2555 / 16:00
    ในที่สุดดดดดดดด > <
    แต่นิกหายไปไหนอ่า T^T
    #1,868
    0
  5. #1759 Acme (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2554 / 11:15
    อ๊ากกกกกกกก นิกหายไป
    #1,759
    0
  6. #1620 เด็กแว่นตาดำๆ (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 13 เมษายน 2553 / 12:03
     ตอนพิเศษนะ นะ นะ
    #1,620
    0
  7. #1605 ++++++++++++++++++++ (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 9 เมษายน 2553 / 20:03
    เมื่อไหร่จะออกตอนพิเศษอ่า~~อยากอ่านมากมายมหาศาลเป็น
    กำลังใจให้นะคับ สู้ สู้
    #1,605
    0
  8. #1537 kavasarew (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2552 / 08:11
    เห็นแต่กลแล้วว่าเฟลมต้องร้ากกกกกกกลินนะแน่ๆๆๆๆๆเลยยยย
    #1,537
    0
  9. #1496 Z๏12iAc (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2552 / 21:57
    เง้อ~
    มีคนคิดเหมือนเราด้วยอ่ะ_ _"
    เเต่เราก็งงจริงๆอ่ะเเหล่ะ ตั้งปีนึงเชียวนะ
    ไม่กิน ไม่ระบาย(?) ไม่เเปรง โอ๊ย เวลาอ่านอะไรที่มันนอนนานๆเเบบนี้เราสงสัยเหลือเกิน
    ว่าเขาจะดูเเลกันยังไง= =?
    #1,496
    0
  10. #1492 คาร์อาซาร์ (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2552 / 19:50
    ข้าน้อยเห็นด้วยกะความคิดเห็นที่ 1494 น๊าอิอิ*0* ไม่ได้แปรงฟันตั้ง 1 ปี แน่ะ โฮ่โฮ่ๆ
    หวานซะ...................
    #1,492
    0
  11. #1481 ~o~ (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2552 / 00:24
    *0* เอ่อ..อ่า..คือจะถามนิดส์นึง แบบว่า....ว่า >o< ถึงเช็ดตัวให้แต่ไม่ได้แปรงฟันให้นี่หว่า -0- ไม่ได้แปรงฟันมาปีนึง!!! ไปจูบชาวบ้านเค้าอีก =0='' อาหุๆๆๆๆ รุ้ว่าต้องแต่งไปตามบทแต่อยากเบรกเฉยๆ อิอิ แถมไม่ได้กินไรมาตั้งปี ฟื้นปุ๊บออกไปเดินร่อนเลยแฮะ -*- หึหึ...หนุกมากงับเด๋วไปอ่านตอนจบก่อนดีฝ่า
    #1,481
    0
  12. #1476 Dark_JOKER (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2552 / 09:28

    อ้ากกกกสนุกจริงๆ
    ในที่สุดเฟลมก็เป็นคู่มั้นลินนะ
    ว้าวๆๆๆชอบๆๆๆๆ
    ฮุ ฮู ฮุ

    #1,476
    0