Flame นักรบเพลิงมายา (เปลวเพลิงมายา)

ตอนที่ 74 : มายาที่ 69 สงครามมหานคร [3] <=[100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,503
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    18 มี.ค. 53

 

มายาที่ 69

สงครามมหานคร [3]

 

            ทุกคน ระวังตัวกันด้วยนะ นีโอร้องบอกเพื่อนๆในขณะที่เหล่าเสือดำปีศาจร่อนลงยืนกลางวงสงคราม เฟลม มิดไนท์และลินนะแยกตัวออกไปช่วยฮิเอ็นก่อนแล้ว ตอนนี้จึงเหลือแค่สองแฝด สองอดีตแฟนธ่อม กิงเรย์ ชิเรน และลูกฝูงเสือดำปีศาจเพียงไม่กี่ตนเท่านั้น เด็กหนุ่มสาวทั้งสี่เหวี่ยงกายลงจากหลังเสือดำปีศาจพร้อมขยับกายตั้งท่าพร้อมออกศึก ร่างของชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีดำปรากฏเบื้องหน้า

 

            ตายยากจริงนะ เจ้าพวกแมลงสาบทั้งหลาย คาห์เอลซึ่งกำลังฆ่าปาดคอทหารนายหนึ่งอยู่หันมองพวกนีโอด้วยสายตารังเกียจระคนเหยียดหยาม คีห์ล่าย่นจมูกด้วยท่าทางไม่พอใจพลางซัดมีดสายลมใส่ทหารอีกนายหนึ่งที่พุ่งทะเล่อทะล่าเข้ามาหมายแก้แค้นให้เพื่อน จินกับคาห์กระโดดกลับมารวมกลุ่มกับสองพี่น้อง

 

            นั่นสิ ทำยังไงก็ไม่ยอมตายซักที เป็นแมลงสาบที่น่ารังเกียจซะจริง คาห์ว่าเสียงกลั้วหัวเราะปนเหยียดหยาม นีออนถลึงตาหงุดหงิด

 

            อยู่ต่อหน้าพี่น้องตระกูลทวินส์ หันระวังปากซะบ้างก็ดีนะ นีออนกวัดแกว่งดาบสั้นคู่อาวุธประจำกายพร้อมพ่นลมอย่างรำคาญใจ ไม่มีใครในโลกมืดไม่รู้จักสองพี่น้องตระกูลทวินส์ สองพี่น้องผู้ซึ่งได้รับการยอมรับจากทั้งโลกมืดว่าต่อสู่แบบคู่ได้เก่งที่สุด นีโอควงดาบด้วยท่าทีสบายๆ

 

            เดี๋ยวข้ากับนีออนจัดการสองพี่น้องปากเสียนี่เอง ฝากอีกสองคนที่เหลือด้วยก็แล้วกัน นีโอกวัดแกว่งดาบเร็วรัว แล้วเด็กหนุ่มก็ถีบเท้าพุ่งเข้าใส่คาห์เอลทันที นีออนฉีกยิ้มกว้างเหมือนเด็กที่เพิ่งได้ของเล่นชิ้นใหม่ที่แสนถูกใจ เด็กสาวไม่รอช้าถีบเท้าพุ่งทะยานตามพี่ชายไปอย่างรวดเร็ว

 

            สองแฝดโถมตัวพร้อมสะบัดมือระบำเพลงดาบคู่วิชาถนัด คาห์เอลกับคีห์ล่ายกดาบขึ้นกันตามสัญชาตญาณ คมดาบทั้งหกเล่มกระแทกปะทะส่งเสียงเสียดหู แรงกระแทกจากการปะทะส่งสองพี่น้องนักฆ่ากระเด็นถอยครูดไปไกลพอควร

 

            จงกระหน่ำซัด พายุวาโย!” สองแฝดประสานมือร่ายเวท สายลมพัดกรรโชกแรงหมุนม้วนกลายเป็นพายุหมุนขนาดย่อม คาห์เอลกับคีห์ล่ากระโดดถอยหนีโดยอัตโนมัติ สองแฝดถีบเท้าตามไปโดยทิ้งพวกเดซันไว้เบื้องหลังอย่างไม่คิดจะสนใจ

 

            เมื่อทั้งสี่หายไปจากครองสายตา มาซาร์ก็ถอนหายใจแผ่วเบา

 

            ยังบ้าระห่ำเหมือนเดิมเลยนะเจ้าสองแฝดนั่น เด็กสาวบ่นคล้ายกำลังเอือมระอา ก่อนหันมองเดซันด้วยสายตาฝากฝัง

 

            เดี๋ยวข้าจัดการจินเอง ฝากเจ้าจัดการคาห์ด้วยก็แล้วกัน มือบางสะบัดเรียก เทพีสายน้ำหยดน้ำหมุนวนรวมตัวเหนือฝ่ามือ ก่อนแปรสภาพเป็นหอกสีฟ้าเล่มสวยซึ่งยาวเกือบสองเมตร มาซาร์สะบัดกระชับเทพีสายน้ำมั่น มือซ้ายเหยียดยื่นไปเบื้องหน้าขนานกับพื้น

 

            ปักษา วารี จบคำ ปักษาร่างมหึมาซึ่งสร้างขึ้นจากน้ำก็พุ่งออกจากฝ่ามือกระแทกท้องจินซึ่งไม่ทันได้ตั้งตัวอย่างแรง แรงกระแทกส่งเด็กสาวลอยกระเด็นเหมือนลูกบอลโดนเตะ มาซาร์ดีดตัวกระโดดหายตามจินไป

 

            เสียงอาวุธดังแว่วกระทบโสตประสาทจากสามทิศทาง เป็นสัญญาณบอกให้เดซันรู้ว่าบรรดาคนที่แยกตัวออกไปทั้งสามคู่ได้เริ่มประมือกันแล้ว

 

            คาห์วาดมือเรียกดาบขึ้นมากระชับเตรียมพร้อมรับการปะทะจากเด็กหนุ่ม

 

            ท่านกิงเรย์ ท่านชิเรน พวกท่านพาฝูงเสือดำปีศาจไปช่วยพวกทหารเอราเดสปราบปีศาจเถอะขอรับ เดี๋ยวข้าจัดการเจ้าแก่นี่เอง เดซันพูดกับสองเสือดำปีศาจโดยไม่หันกลับไปมอง มือขวาสะบัดออกข้างลำตัวเรียกหาอาวุธคู่กาย

 

            จ้าวปฐพี จบคำเรียกหา ขวานหินเล่มโตก็ปรากฏบนฝ่ามือ เดซันจับกระชับอาวุธคู่ใจแน่นก่อนย่อกายในท่าพร้อมทะยานเข้าปะทะ คาห์แสยะยิ้มชวนรังเกียจ ถึงเขาจะสู้ไม่เก่ง แต่อย่างน้อยเขาก็ใช้มนต์ดำ มนต์ซึ่งสามารถเอาชนะได้แทบทุกสิ่งได้

 

            เข้าใจแล้ว สองเสือดำปีศาจตอบรับอย่างว่าง่ายก่อนบินทะยานหายไปทางฝูงปีศาจนับร้อย ลูกฝูงเสือดำปีศาจกระโดดตามสองผู้นำไปติดๆ

 

            ‘!!!’

 

            ฝูงปีศาจในละแวกใกล้เคียงกู่ร้องคำรามพร้อมพุ่งกระโจน เดซันเพียงเหลือบมองด้วยหางตา มือซ้ายสะบัดวูบร่ายเวท พื้นดินสั่นไหวสะเทือนแรง

 

            หอกหิน กระหน่ำแทง หอกหินจำนวนมากพุ่งทะลุพื้นดินปักตรึงร่างปีศาจที่พากันกรูเข้ามา พวกมันส่งเสียงร้องครวญครางเจ็บปวด แต่เดซันก็ไม่สนใจ เด็กหนุ่มร่ายเวทต่ออย่างใจเย็น

 

            พินาศ เมื่อเวทมนต์ถูกขับขาน ฝูงปีศาจก็แปรสภาพกลายเป็นรูปปั้นหิน จากนั้นหอกหินซึ่งปักคาร่างก็ปริร้าวก่อนแตกละเอียดในที่สุด ฝูงปีศาจซึ่งกลายเป็นหินปริร้าวแตกกระจายไปด้วยพร้อมๆกัน

 

            คาห์หลุดผิวปากหวืออย่างลืมตัว ไม่ว่าจะดูกี่ทีวิชาของเดซันก็ยังดูน่ากลัวไม่เปลี่ยนแปลง ทำให้ศัตรูกลายเป็นหินผ่านการสัมผัส จากนั้นก็ทำลายทิ้งอย่างเลือดเย็น เป็นวิชาที่น่ากลัวไม่น้อยเลยทีเดียว

 

            ฝูงปีศาจที่ยังเหลือขยับก้าวเข้าหาเดซันด้วยท่าทางหวาดเกรงเล็กน้อยหลังจากเห็นวิชาเมื่อครู่ เด็กหนุ่มผ่อนลมหายใจพร้อมเสสายตาเหยียดมองด้วยความรำคาญใจ ปีศาจพวกนี้ยั้วเยี้ยน่ารำคาญซะจริง

 

            เดซันวาดมือกลางอากาศร่ายเวท

 

            กำแพงศิลา พื้นดินสั่นไหวสะเทือนรุนแรงต่อเนื่อง ทำเอาชายชราถึงกับเซจนเกือบทรุดล้ม กำแพงดินแทรกทะลุผิวดินสูงเสียดฟ้า ฝูงปีศาจโดนกั้นแยกออกจากทั้งสองโดยสิ้นเชิง

 

            และไม่ว่าเหล่าปีศาจทั้งหลายจะพยายามปีนหรือพยายามทำลายอย่างไร พวกมันก็ไม่สามารถเข้าไปช่วยคาห์ได้ ทันทีที่สัมผัสโดนกำแพงศิลา พวกมันก็พลันกลายสภาพเป็นหินก่อนแตกร้าวกลายเป็นเศษฝุ่นร่วงหล่นคืนสู่ดิน

 

            หมดตัวรบกวนแล้ว เข้ามาสิ เดซันกวักมือท้าทาย คาห์เบ้ปากไม่สบอารมณ์ในการกระทำของเด็กหนุ่มตรงหน้าเท่าไหร่ ชายชราวาดมือกลางอากาศ

 

            วายุ สายลม สามลมกระหน่ำพัดแรงจนเส้นผมสีน้ำตาลเข้มไหวสะบัด พริบตา คมมีดสายลมที่มองไม่เห็นก็พุ่งเฉี่ยวใบหน้าเดซัน แก้มขวาปรากฏรอยถูกกรีด ความรู้สึกแสบแล่นวูบ ก่อนตามมาด้วยเลือดสดซึ่งไหลซึม เด็กหนุ่มแค่นหัวเราะเบา

 

            ฝีมือไม่เบานี่ ดูท่าจะประมาทไม่ได้เลยสินะ เดซันฉีกยิ้มเหี้ยม มือหนากระชับจ้าวปฐพีแน่นแล้วดีดตัวพุ่งกระโจน

 

            เดซันกระโดดตีลังกาอ้อมไปอยุ่ด้านหลังคาห์พลางสะบัดขวานหมายบั่นศีรษะ คาห์ย่อกายหลบคมขวานด้วยท่าทีสบายๆ จากนั้นก็ใช้แขนยันพื้นดีดตัวตีลังกา เดซันถีบเท้าถอยฉากหลบ แต่เขาก็ยังหลบได้ไม่พ้นทั้งหมด ส้นเท้ากระแทกเข้าที่คางเดซันอย่างจัง เด็กหนุ่มตีลังกาถอยกลับออกมาจากรัศมีการโจมตี

 

            เดซันประสานมือกลางหน้าอกก่อนกล่าวเวท

 

            หอกหิน กระหน่ำแทง สิ้นเสียง พื้นดินก็สั่นไหว หอกหินจำนวนมากพุ่งแทรกผิวดินขึ้นแทงคาห์ ชายชราผู้ตกเป็นเป้าหมายกระโดดหลบด้วยสีหน้าเรียบเฉย

 

            ทำลายล้าง คาห์วาดนิ้วเขียนอักขระเวทกลางอากาศก่อนสะบัดมือส่งพลังเวท กระสุนมนต์ดำพุ่งกระแทกทำลายหอกหินกว่าร้อยเล่มจนหมดในพริบตา เดซันกระโดดหลบห่ากระสุนมนต์ดำจากคาห์พลางยกมือขึ้นปาดเหงื่อซึ่งไหลอาบหน้า

 

            จงออกมา ทาสรับใช้แห่งข้า คาห์กระโดดทิ้งตัวกลับมายืนที่พื้นอีกครั้ง ชายชราวาดมือเขียนอักขระรูปร่างแปลกตากลางอากาศอย่างช่ำชอง ไอมนต์ดำแผ่ตัวฟุ้งกระจายหนาตา บรรยากาศรอบกายมาคุชวนอึดอัดอย่างน่าประหลาด

 

            ‘!!!’

 

            เสียงคำรามดังแทรกโสตประสาท พร้อมๆกับร่างหมาป่ามนต์ดำตนหนึ่งซึ่งพุ่งกระโจนออกมาจากวงเวทที่คาห์วาดขึ้น หมาป่ามนต์ดำวิ่งเรี่ยพื้นด้วยความเร็วสูงก่อนดีดตัวพุ่งใส่เดซัน

 

            เดซันดึงจ้าวปฐพีมาไว้ด้านหน้าต่างโล่ หมาป่ามนต์ดำพุ่งกระแทกขวานหินเล่มยักษ์อย่างแรง แรงกระแทกที่เหนือกว่ามนุษย์ธรรมดากว่าร้อยเท่าทำให้เดซันเซหงายหลังอย่างไร้ทางต้าน ขวานหินหลุดมือกระเด็นปักพื้น ศีรษะหนากระแทกพื้นอย่างแรงทำเอาเด็กหนุ่มถึงกับมึนงงและจุกจนพูดไม่ออกไปชั่วขณะ หมาป่ามนต์ดำตั้งท่าเตรียมพุ่งทะยานโจมตีอีกระลอก

 

            กำแพงศิลา เดซันกัดฟันร่ายเวทเร็วรัว กำแพงศิลาพลันปรากฏขึ้นเบื้องหน้าป้องกันการโจมตีจากหมาป่ามนต์ดำได้อย่างพอดิบพอดี เดซันดีดกายลุกยืนพร้อมสะบัดศีรษะไปมาไล่ความมึนงงซึ่งยังคงตกค้าง เลือดอุ่นไหลย้อมเรือนผมขับให้ผมสีน้ำตาลเข้มยิ่งเข้มขึ้นไปอีก

 

            พินาศ เสียงร่ายเวทแผ่วเบาของคาห์ดังมาแต่ไกล ก่อนตามมาด้วยกระสุนมนต์ดำซึ่งพุ่งกระแทกกำแพงศิลาอย่างแรง กำแพงศิลาแตกกระจายกลายเป็นเศษหินในชั่วพริบตา เดซันวิ่งไปคว้าจ้าวปฐพีขึ้นมากระชับพร้อมรับมือ

 

            หมาป่ามนต์ดำตั้งท่าพร้อมโจมตีทันทีที่คำสั่งถูกถ่ายทอดจากคนเป็นนาย

 

            ไป คาห์สั่งการซ้ำอีกครั้ง หมาป่ามนต์ดำพลันควบเท้าพุ่งทะยานใส่เดซัน ดวงตาสีแดงก่ำราวเลือดจ้องเดซันเขม็ง

 

            น่ารำคาญจริง เดซันสบถอย่างหัวเสียพร้อมวาดขวานหมายตัดคอหมาป่ามนต์ดำ แต่ผลลัพธ์ที่ตามมากลับทำให้เดซันถึงกับต้องตะลึงงันจนพูดไม่ออก ขวานหินกลับวาดผ่านร่างหมาป่ามนต์ดำไปเฉยๆโดยไม่ทำอันตรายมันเลยซักนิด เขี้ยวแหลมพุ่งขย้ำต้นคอด้านซ้ายอย่างไร้ความปรานี

 

            อ๊าก!!!” เดซันหลุดร้องเสียงหลงด้วยทรมาน ร่างหนาล้มกระแทกพื้นอย่างแรง ความเจ็บปวดแผ่กระจายทั่วบริเวณไหล่และคออย่างรวดเร็วราวกระแสไฟฟ้า เลือดสดเหม็นคาวพุ่งกระฉูดย้อมพื้นจนแดงก่ำ

 

            หมาป่ามนต์ดำกระชากเนื้อต้นคอเดซันราวกำลังหิวโหยอย่างรุนแรง ร่างหนากระตุกเกร็ง ความเจ็บปวดทรมานแผ่ซ่านทั่วกาย เด็กหนุ่มเจ็บจนร้องไม่ออก เดซันได้แต่ดิ้นทุรนทุราย ลมหายใจหอบแรงไม่เป็นจังหวะอย่างเห็นได้ชัด คาห์แสยะยิ้มก่อนระเบิดหัวเราะลั่น

 

            ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า! นี่น่ะหรือหนึ่งในสี่แฟนธ่อม ฝีมือไม่เห็นจะเท่าไหร่ ชายชราฉีกยิ้มกว้างราวปีศาจโรคจิตซึ่งหลงใหลในการฆ่าฟัน หมาป่ามนต์ดำย่อกายแยกเขี้ยวตั้งท่าพร้อมโจมตีอย่างขันแข็ง

 

            อย่าเข้าใจผิดสิคาห์ ที่เจ้าไล่ต้อนข้าได้ถึงขนาดนี้น่ะ เป็นเพราะว่าข้ายังไม่เอาจริงต่างหาก เดซันพูดตะกุกตะกักเสียงค่อยพร้อมหยัดกายลุกยืน หมาป่ามนต์ดำส่งเสียงขู่คำรามต่ำๆในลำคอ คาห์เลิกคิ้วมองเดซันก่อนแค่นหัวเราะ

 

            ยังไม่เอาจริงงั้นเหรอ ช่างเป็นข้อแก้ตัวที่สิ้นคิดจริงๆ คาห์ถ่มน้ำลายลงพื้นดูถูก เดซันฉีกเสื้อกันกระแทกสีหมึกที่ได้มาจากโลกมืดทิ้งลงพื้นอย่างไม่ไยดี ถึงแม้จะกันกระแทกได้ดี แต่ในเมื่อมันชุ่มเลือดแล้วมันก็ไม่มีประโยชน์อะไรกับเขาอีก ดีไม่ดีจะเป็นอุปสรรคในการสู้เสียอีกต่างหากเพราะมันทำให้เด็กหนุ่มขยับไม่ได้ดังใจ

 

            เมื่อเห็นร่างซึ่งไร้เสื้อปกคลุมของเดซันแล้ว คาห์ก็ต้องขมวดคิ้วในทันที แผลเหวอะหวะบริเวณต้นคอเด็กหนุ่มเริ่มสมานตัวกันแล้วทั้งๆที่เดซันไม่รู้เวทรักษา มิหนำซ้ำ ที่อกด้านซ้ายของเดซันยังมีรอยสักแปลกๆถูกสักไว้อีกต่างหาก

 

            รอยสักบริเวณกลางอกเดซันเป็นรอยสักรูปปีศาจโบราณตนหนึ่งซึ่งเคยครองแผ่นดินมาก่อน แต่หลังจากมนุษย์ถือกำเนิดขึ้น พวกมันก็สูญพันธุ์

 

            รอยสักอมนุษย์ตนนี้ถูกสักไว้บนฉากหลังซึ่งเป็นวงเวทลักษณะไม่คุ้นตา  คิ้วหนาของคาห์พุ่งชนกันจนแทบขมวดเป็นปม

 

            รอยสักนั่นมันอะไรกันน่ะ คาห์เผลอตัวถาม เดซันพ่นลมหายใจแรงเพื่อแสดงออกถึงความไม่สบอารมณ์

 

            มันคือคำสาปที่ตระกูลข้ายัดเยียดให้ข้า เด็กหนุ่มกระแทกเสียงตอกกลับ ความทรงจำไม่น่าพิสมัยครั้งยังเยาว์วัยหวนคืนสู่สมองอีกครั้ง ทั้งๆที่พยายามลืมเลือน แต่ก็แทบไม่มีวันไหนเลยที่เขาจะลืมมันได้ ภาพเหตุการณ์สะเทือนขวัญปรากฏเด่นชัดในดวงตา ซากศพจำนวนมาก กลิ่นคาวเลือดที่เหม็นอย่างรุนแรง เสียงร้องบ้าคลั่งประสาทเสียของเขาในวัยเด็ก ทุกอย่างล้วนปรากฏชัดในสมอง

 

            รึว่านี่เองคือสาเหตุที่ทำให้มาสเตอร์เก็บเจ้ามาเลี้ยงดูทั้งๆที่ตระกูลเจ้าเป็นเพียงแค่ตระกูลพ่อค้าอ่อนแอ คาห์ถามกลับอย่างใคร่รู้ เดซันย่นจมูกก่อนส่งเสียง ฮึบอกเป็นนัยๆว่าตนกำลังรำคาญคาห์อย่างสุดซึ้ง

 

            ใช่ และถ้าข้าไม่ได้พบกับมาสเตอร์ละก็ ป่านนี้ข้าก็คงถูกเจ้าปีศาจนี่กลืนกินไปแล้ว น้ำเสียงของเด็กหนุ่มแสดงความโกรธาอย่างไม่คิดปิดบัง

 

            บาดแผลที่ต้นคอเดซันผสานตัวกันอย่างช้าๆ เด็กหนุ่มวาดขวานมาอยู่ในท่าพร้อมโจมตี แต่แทนที่จะพุ่งจู่โจม เด็กหนุ่มกลับตัดสินใจเล่าเรื่องราวในอดีตของตนให้คาห์ฟัง ถึงแม้จะไม่อยากขุดคุ้ย แต่คราวนี้มันจำเป็นจริงๆ

 

            หลังจากสงครามมหานคร ตระกูลพ่อค้าสัตว์เลี้ยงอย่างตระกูลข้าก็พบกับความขัดสน ไม่มีใครคิดสนใจอยากมีสัตว์เลี้ยงกันซักคน ตระกูลของข้าต้องอดมื้อกินมื้ออย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

 

            จนกระทั่งข้าอายุได้ห้าปี ตระกูลของข้าก็ตัดสินใจเปลี่ยนอาชีพแบบพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ ตระกูลของข้าจบลงด้วยการเป็นโจรป่า

 

            ท่านพ่อและท่านลุงกลายเป็นโจรป่าที่มีชื่อเสียงมากในสมัยนั้น ตระกูลของข้ามีความเป็นอยู่ดีขึ้น ถึงแม้จะต้องนอนกลางดินกินกลางทราย แต่พวกข้าก็ไม่ต้องอดมื้อกินมื้อเหมือนสมัยจบสงครามใหม่ๆ ทุกคนกลับมามีความสุขอีกครั้ง จะยกเว้นก็แต่ข้า ข้าต้องเผชิญกับความทุกข์ที่แสนทรมานเพื่อสนองความละโมภของท่านพ่อและท่านลุง

 

            ท่านพ่อและท่านลุงของข้าตัดสินใจมอบรอยสักปีศาจให้แก่ข้า ด้วยข้าเป็นเด็กซึ่งร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงแถมยังอ่อนแอจนเป็นตัวถ่วงของตระกูล พวกเขามอบรอยซักปีศาจให้แก่ข้าโดยหวังว่าข้าจะแข็งแกร่งขึ้น พวกเขาหวังว่าข้าจะแข็งแกร่งเหมือนอมนุษย์ที่อยู่ในรอยสัก

 

            พวกเขาทำตามพิธีมนต์ดำโดยถูกต้องทุกขั้นตอน ในที่สุดรอยสักปีศาจก็เสร็จสมบูรณ์ ซึ่งนั่นก็คือจุดเริ่มต้นฝันร้ายของข้า เดซันเว้นช่วงสูดหายใจลึก บาดแผลเล็กลงจนแทบสมานสมบูรณ์

 

            ข้าสูญเสียการควบคุมร่างไป ข้ากลายเป็นปีศาจร้ายไล่ปลิดชีพสมาชิกทุกคนในตระกูล ไม่ว่าจะพยายามหยุดตัวเองยังไง ข้าก็หยุดไม่ได้ กว่าจะหยุดได้ก็ตอนที่ร่างข้าชุ่มโชกไปด้วยเลือดนั่นแหละ ซึ่งเลือดเหล่านั้นก็ไม่ใช่เลือดของข้า มันเป็นเลือดของบรรดาสมาชิกในตระกูลบลาวน์

 

            ทุกคนในตระกูลตายหมด ความกลัวถาโถมเข้าเกาะกุมจิตใจข้า ข้าฆ่าคนตั้งแต่อายุได้ห้าขวบ ข้าฆ่าคนในครอบครัวข้าด้วยมือข้าเอง คิดดูสิมันทรมานแค่ไหน

 

            ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาข้าก็ไล่ฆ่าคนไม่หยุดหย่อน ข้าบังคับตัวเองไม่ได้ ไม่ว่าจะฝืนบังคับยังไง ข้าก็ห้ามไม่ให้ตัวเองฆ่าคนไม่ได้ ความกลัวตามรังควานข้าจนข้าเกือบเสียสติ แล้ววันหนึ่งข้าก็ได้เจอกับมาสเตอร์

 

            มาสเตอร์บอกข้าว่าถ้าข้าแข็งแกร่งขึ้น ข้าก็จะสามารถบังคับปีศาจที่อยู่ในร่างข้าได้ แล้วข้าก็ทำได้จริงๆ มาสเตอร์ทำให้ข้ากลับมาใช้ชีวิตแบบปกติได้อีกครั้ง เสียงของเดซันเงียบหายไปเสียดื้อๆ คาห์ส่งเสียงจิ๊จ๊ะไม่สบอารมณ์

 

            ในเมื่อมาสเตอร์มีบุญคุณกับเจ้าขนาดนี้ แล้วทำไมเจ้าถึงยังคิดหักหลังมาสเตอร์อีก ชายชราส่งคำถามพร้อมแยกเขี้ยวงุด

 

            ข้าไม่ได้หักหลังมาสเตอร์ ข้ากำลังช่วยมาสเตอร์ต่างหาก เด็กหนุ่มขยับเอียงคอเช็คสภาพบาดแผล เขาไม่เจ็บอีกแล้ว แผลที่คอของเขาหายดีแล้วด้วยพลังการรักษาตัวของปีศาจในร่าง

 

            เดซันถอนหายใจเฮือก ความจริงแล้วถ้าเป็นไปได้เขาก็ไม่อยากใช้พลังของปีศาจในร่างเลยจริงๆ เพราะทุกครั้งที่ใช้ เขาจะต้องสูญเสียอายุไขไปจำนวนหนึ่งเป็นสิ่งแลกเปลี่ยน โดยปกติแล้วมาซาร์จะเป็นคนรักษาแผลให้ แต่ตอนนี้ขืนมัวมารอให้มาซาร์รักษาแผล มีหวังได้ไปเฝ้ายมบาลก่อนได้รักษาแผลแน่

 

            ช่วยงั้นเรอะ เสียงสั้นห้วนดังส่งคำถามกลับ ชายชราย่นจมูกพลางส่ายหน้าไม่เข้าใจในสิ่งที่เดซันพูด

 

            ลูซิเฟอร์ไม่ต้องการมหานครที่มีมนุษย์อาศัยอยู่ ดังนั้นหลังจากใช้มาสเตอร์เสร็จแล้ว ลูซิเฟอร์จะต้องกำจัดมาสเตอร์ทิ้งแน่นอน และเพื่อช่วยชีวิตมาสเตอร์ ข้าจึงต้องทำให้สงครามครั้งนี้จบลงโดยฝ่ายมหานครเป็นฝ่ายชนะ

 

            ท่านลูซิเฟอร์มีสัจจะพอ ท่านไม่ฆ่ามาสเตอร์หรอก คาห์เถียงกลับไม่เชื่อ เดซันส่ายหน้าแค่นหัวเราะเบื่อหน่าย

 

            ปีศาจชั่วๆอย่างลูซิเฟอร์น่ะ ไม่มีสัจจะพอให้เชื่อหรอก กล่าวจบ เดซันก็วาดขวานลงกระแทกพื้น พื้นดินถูกผ่าแยกอย่างง่ายดายราวขนมปังกรอบ คาห์กระโดดถอยฉากหนี หมาป่ามนต์ดำกระโดดหนีตามคนเป็นนาย

 

            ขอบใจที่อุตส่าห์โง่ฟังเรื่องเล่าฆ่าเวลาของข้าเสียตั้งนาน ตอนนี้บาดแผลของข้าก็หายดีแล้ว ถึงเวลาเอาคืนละนะ เดซันสะบัดมือเรียกหอกหินขึ้นจากพื้นกระหน่ำแทงคาห์ราวห่ากระสุน ชายชราวาดมือสร้างกระสุนมต์ดำโจมตีกลับอย่างไม่ยอมแพ้ หมาป่ามนต์ดำวิ่งฝ่าห่าหอกหินเข้ารุกประชิดเดซัน

 

            เดซันหลับตาตั้งสมาธินิ่ง เสียงฝีเท้าดังใกล้เข้ามาทุกขณะ เด็กหนุ่มประสานมือในลักษณะแปลกๆกลางหน้าอก

 

            จงตื่น อสุรา!” เดซันลืมตาโพลงพร้อมร่ายเวท ดวงตาสีฟางข้าวพลันแปรเปลี่ยนเป็นสีทองดุดัน ดวงตาเรียวแหลมดุจดวงตาแมว จิตสังหารคมกริบแผ่กระจายออกมาจากตัวเด็กหนุ่มจำนวนมาก หมาป่ามนต์ดำถึงกับหยุดชะงักฝีเท้าอย่างลืมตัว ร่างสีดำสั่นเทาหวาดเกรง

 

            พินาศ!” เมื่อร่ายเวท หมาป่ามนต์ดำก็กลายเป็นรูปปั้นหินทั้งๆที่เดซันยังไม่ทันได้สัมผัสโดน เดซันดีดนิ้วออกคำสั่งซ้ำ ร่างหมาป่ามนต์ดำพลันแตกละเอียดไม่เหลือชิ้นดี เศษหินแตกสลายกลายเป็นฝุ่นละอองลอยหายไปกับอากาศธาตุ

 

            ถึงตาเจ้าแล้วคาห์ เดซันว่าเสียงเรียบ คาห์กัดฟันกรอด เดซันแข็งแกร่งจริง ถ้าเขาสู้คนเดียวละก็ ไม่มีทางชนะแน่

 

            ชายชราหันหลังทำท่าจะกระโดดหนี แต่เด็กหนุ่มกลับไวกลว่า เดซันกระโดดอ้อมไปดักหน้าคาห์ ในมือปรากฏขวานหินเล่มยักษ์ซึ่งถูกกระชับแน่นเตรียมโจมตี

 

            ไม่ยอมให้หนีหรอก จบคำ ขวานหินก็ถูกตวัดวูบพาดผ่านสะพายแล่งอย่างแม่นยำ เลือดสดพุ่งทะลักตามรอยแผล ชายชราเบิกตากว้าง เดซันหมุนตัวใช้ส้นเท้าเตะก้านคอคาห์อีกครั้ง แรงกระแทกส่งชายชราลอยกระแทกกำแผงศิลาที่เดซันสร้างล้อมไว้อย่างแรงก่อนไหลครูดลงพื้น คาห์กัดฟันรวบรวมกำลังหมายหยัดกายลุก เดซันสะบัดมือส่งพลังเวทใส่คาห์อีกคครั้งเป็นการปิดท้าย หอกหินพุ่งทะลุพื้นดินปักอกซ้ายอย่างแม่นยำ ไม่มีแม้เสียงกรีดร้อง ชายชราสิ้นลมในทันที

 

..........

 

            แคล้ง!!!

 

            หอกสีฟ้าเล่มสวยและมีดสั้นสีดำสนิทพุ่งกระทบส่งเสียงแสบหู ลมกระแทกจากการปะทะแหลมคมถึงขนาดสามารถสร้างรอยแผลบนใบหน้าให้สองสาวได้ มาซาร์ตวัดเทพีสายน้ำทแยงขึ้นสูง จินก้าวถอยหลบด้วยท่าทีสบายๆพร้อมยกมีดสั้นขึ้นรับการโจมตี เด็กสาวเจ้าของเรือนผมสีดำยกเท้าถีบท้องมาซาร์ คนถูกถีบถึงกับจุกเซถอย

 

            อินทรีฟ้า เสียงเรียกหาอาวุธคู่กายดังขับขาน สายลมพัดกรรโชกเฉือนผิวสีขาวสะอาดจนเกิดแผลลึก มาซาร์เผลอกลั้นใจพลางขยับถอยหนีโดยไม่รู้ตัว จินเหยียดมือขวาออกด้านข้าง

 

            สายลมหมุนม้วนก่อนปรากฏธนูสีฟ้าสวยบนฝ่ามือบาง เมื่อกระชับมันแน่นแล้ว จินก็ถีบเท้าพุ่งทะยานทันที เด็กสาวเงื้ออินทรีฟ้าสูงพร้อมฟาดลงอย่างไม่คิดออมแรง มาซาร์ดีดตัวตีลังกาหลบพลางขมวดคิ้วไม่พอใจ

 

            เฮ้ๆ เด็กสาวร้องทักอย่างไม่สบอารมณ์ เวทควบคุมที่อนามันร่ายใส่พวกเธอนั้นช่างไม่น่าพิสมัยเอาเสียเลย นอกจากจะทำร้ายร่างผู้โดนควบคุมแล้ว ยังทำร้ายอาวุธของผู้โดนควบคุมอีกต่างหาก

 

            มาซาร์เอี้ยวตัวหลบ อินทรีฟ้าวาดวูบผ่านใบหน้าขาวนวลไปอย่างเฉียดฉิว

 

            ตั้งสติหน่อยสิจิน ปกติเจ้าทะนุถนอมอินทรีฟ้าจะตายไม่ใช่เหรอ เอามาฟาดเล่นแบบนี้เดี๋ยวก็ได้หักกันพอดี มาซาร์ตะโกนเตือนไปพลางกระโดดหลบไปพลาง แต่ดูท่าว่าพูดไปก็เท่านั้น เด็กสาวไม่แสดงปฏิกิริยาตอบสนองว่าได้ยินเสียงของมาซาร์เลยซักนิด เด็กสาวเจ้าของเรือนผมสีน้ำเงินเข้มพ่นลมหายใจยาวเหยียด

 

            ช่วยไม่ได้แฮะ จะพยายามระวังไม่ทำให้มันหักก็แล้วกัน พูดจบ มาซาร์ก็หมุนตัวเตะ หลังเท้าต้องโดนข้อมือบางอย่างแม่นยำ อินทรีฟ้าหลุดมือกระเด็นหล่นพื้น มาซาร์หมุนตัวเตะจระเข้ฟาดหางต่อเนื่อง หลังเท้ากระแทกต้นคอจินอย่างจังส่งเด็กสาวล้มตึงลงไปนอนกองอย่างง่ายดาย

 

            อือ... แต่จินก็ยังไม่ถึงกับหมดฤทธิ์เสียทีเดียว เด็กสาวตะเกียกตะกายยื่นมือหมายคว้าอินทรีฟ้า มาซาร์ใช้เทพีสายน้ำตวัดโยนอินทรีฟ้าทิ้ง อดีตแฟนธ่อม ออฟ โฮฟเลซย่อกายลงนั่งข้างจิน

 

            ทนเจ็บหน่อยละกันนะจิน ดวงตาสีฟ้าอ่อนก้มมองจินด้วยความสงสาร เด็กสาวเจ้าของเนตรสีเงินไร้แววตาใสตะเกียกตะกายหมายสู้ต่ออย่างไม่ยอมลดละ มาซาร์ถอนหายใจยาวพลางวาดมือ

 

            จงตราตรึง งูวารี สิ้นเสียงร่ายเวท งูวารีพลันปรากฏเลื้อยพันรัดตรึงแขนขาจินไว้อย่างแน่นหนา แต่เด็กสาวก็ยังดิ้นกุกกักไม่ยอมแพ้ มาซาร์เอื้อมหยิบมีดสั้นที่เข็มขัด ก่อนตวัดลงยังต่างหูบนใบหูซ้าย

 

            เปรี๊ยะ!

 

            ทันทีที่ปลายมีดสัมผัสโดนต่างหู รอยร้าวก็บังเกิด ไอมนต์ดำที่ห่อหุ้มต่างหูสีเงินไว้เริ่มแตกร้าว จากนั้น...

 

            เพล้ง!

 

            ไอมนต์ดำซึ่งเคลือบต่างหูไว้แตกกระจายก่อนสลายหายไปกับอากาศธาตุ ร่างเล็กพลันหยุดเคลื่อนไหวพร้อมๆกับจินที่ฟุบหมดสติไป

 

            มาซาร์ถอนหายใจยาวพลางทิ้งตัวลงนั่งด้วยความเหนื่อยแรง คิดในใจว่าโชคดีเหมือนกันที่จินได้รับบาดเจ็บมามากพอสมควรก่อนที่จะได้สู้กับเธอ เพราะถ้าต้องสู้กันจริงๆโดยที่จินมีพลังเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ล่ะก็ มีหวังได้สู้กันยาวแน่

 

            ฮึก!” เสียงสะอึกสะอื้นดังใกล้โสตประสาท มาซาร์ขมวดคิ้วเอียงคอกะพริบตาปริบๆด้วยความฉงน

 

            ...ไม เสียงหวานอู้อี้ขาดช่วงใกล้ๆตัว

 

            จิน!” มาซาร์หันมองเด็กสาวด้วยใบหน้าประหลาดใจ ตอนเธอโดนเวทนี้เข้าไปกว่าจะตื่นก็ประมาณชั่วโมงกว่า แล้วไหงจินถึงได้ตื่นเร็วขนาดนี้ล่ะ พลังเหลือหลายจริงๆ

 

            ทำไม... จินร้องไห้สะอึกสะอื้นพลางส่งคำถาม มาซาร์ประคองจินขึ้นหลังก่อนกระโดดตัวปลิวพาจินขึ้นไปนั่งบนหลังคาบ้านหลังหนึ่ง เด็กสาววาดมือสร้างกำแพงสายน้ำขึ้นคุ้มกันเพื่อความไม่ประมาท ถึงแถวๆนี้จะไม่มีปีศาจ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีตลอดไป พวกมันอาจโผล่มาเมื่อไหร่ก็ได้

 

            ทำไมต้องหักหลังท่านพ่อด้วย... มาซาร์สะอึกให้กับคำถามนั้นนิดหนึ่ง ก่อนก้มมองจินซึ่งนั่งพิงตนอยู่ด้วยสายตาเศร้าสร้อย

 

            ข้าไม่ได้คิดหักหลังมาสเตอร์ซักหน่อย มาสเตอร์เป็นผู้มีบุญคุณกับข้า ข้าไม่มีวันหักหลังท่านหรอก น้ำเสียงที่มักหวานใสกลับแปรเปลี่ยนเป็นน้ำเสียงซึ่งเปี่ยมไปด้วยความเศร้าหมองแทน

 

            ไม่จริง! ก็สิ่งที่เจ้ากำลังทำนี่ไงคือการหักหลัง หันคมดาบใส่ท่านพ่อ ทำไมต้องหักหลังท่านพ่อด้วย!” จินหันกลับมาตวาดถามมาซาร์ทั้งน้ำตา มาซาร์หลับตานิ่งไปพักหนึ่ง

 

            นี่จิน รู้รึเปล่าว่าทำไมข้าถึงมาอยู่กับมาสเตอร์ได้ น้ำเสียงของมาซาร์แผ่วเบาและอ่อนโยน ราวกับเธอกำลังต้องการปลอบใจจินด้วยน้ำเสียงนั้น จินสะบัดหน้าหนีมาซาร์

 

            ข้าจะไปรู้ได้ไงเล่า เสียงสะอื้นพร้อมเสียงสูดน้ำมูกฟืดดังตอบกลับ

 

            เพราะมาสเตอร์เป็นผู้ดึงข้าขึ้นมาจากขุมนรกยังไงล่ะ มาซาร์เว้นช่วงหายใจนิดหนึ่ง จากนั้นจึงเริ่มการย้อนความหลังให้เด็กสาวข้างกายฟัง

 

            ข้าเกิดในตระกูลช่างไม้ที่ไม่โด่งดังนัก รายได้ก็ไม่ได้มากแต่ก็ไม่ถึงกับน้อย พอใช้ประทังชีพไปวันๆได้ เมื่อมาซาร์เริ่มต้นเล่า จินก็หันกลับมาหามาซาร์อีกครั้งด้วยความสนอกสนใจ ทุกครั้งที่เธอถามถึงอดีตมาซาร์ มาซาร์มักจะทำหน้าเศร้าหมองทุกที จินจึงไม่กล้าซักไซ้ต่อ แต่วันนี้มาซาร์กลับยอมเล่าให้เธอฟังทั้งๆที่เธอไม่ได้ขอ

 

            ตระกูลของข้าเป็นตระกูลมนุษย์ธรรมดา ไม่มีใครในตระกูลข้ามีพลังเวท แต่แล้วเมื่อข้าเกิดมาประวัติศาสตร์ของตระกูลข้าก็เปลี่ยนไป ข้าเป็นคนแรกของตระกูลที่มีพลังเวท

 

            เพราะไม่เคยมีใครในตระกูลมีพลังเวทมาก่อน เลยไม่มีใครรู้วิธีการฝึกหรือช่วยข้าควบคุมพลังเวท เมื่อควบคุมพลังเวทไม่ได้ ก็ไม่แปลกที่จะมีคนในตระกูลหลายคนที่ได้รับเคราะห์จากการเข้าใกล้ข้า

 

            และนั่นเองคือสาเหตุที่ทำให้ตระกูลข้าเห็นข้าเหมือนปีศาจซึ่งนำมาซึ่งหายนะ พ่อข้าจับข้าขังกรงในคุกใต้ดิน จับข้าขังยังที่ซึ่งมืดมิดและน่ากลัว โดยไม่สนใจเลยว่าข้าเพิ่งอายุได้ไม่กี่ขวบเท่านั้น เมื่อเล่าถึงตรงนี้ จินก็เผลอกลั้นหายใจอย่างไม่รู้ตัว เด็กอายุเพียงไม่กี่ขวบที่ต้องอยู่คนเดียวในที่ซึ่งไร้แสงสว่าง แค่คิดก็น่ากลัวแล้ว

 

            เมื่อต้องอยู่คนเดียวในที่ซึ่งมืดมิดไร้แสงสว่าง ข้าก็กลัวจนร้องไห้ และทุกครั้งที่ข้าร้องไห้ พ่อข้าก็จะเฆี่ยนข้าอย่างไร้ความปรานีทุกครั้ง เฆี่ยนข้าเหมือนข้าเป็นสัตว์เลี้ยงยังไงยังงั้น เฆี่ยนจนกว่าข้าจะทนความเจ็บปวดไม่ไหวและหมดสติไป

 

            ชีวิตของข้าดำเนินอย่างนี้อยู่เรื่อยไปจนกระทั่งข้าอายุได้ห้าปี หลังจากสงครามจบลง มหานครประสบปัญหาข้าวยากหมากแพง ตระกูลข้าก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน เมื่อตระกูลได้รับความแร้นแค้น ไร้รายได้ พ่อข้าก็เครียดมาก และวิธีการคลายเครียดของพ่อข้าก็คือ เฆี่ยนข้า เสียงร้องของข้าเหมือนเสียงดนตรีที่ช่วยระงับความเครียดของท่านพ่อได้ เมื่อข้าหมดสติ ท่านพ่อก็จะเอาน้ำร้อนสาดข้าเพื่อปลุกให้ข้าตื่น เมื่อข้าตื่นก็จะเฆี่ยนข้าต่อด้วยสีหน้าสนุกสนาน วันคืนของข้าผ่านไปราวกับตกนรกทั้งเป็น

 

            หลังจากนั้นไม่นาน ท่านพ่อก็จับข้าไปขายในตลาดมืด หวังใช้ข้าทำกำไรให้กับครอบครัวซึ่งขาดรายได้มามากกว่าครึ่งปี แล้วข้าก็ถูกขายให้กับเศรษฐีรายหนึ่ง

 

            เศรษฐีรายนั้นปฏิบัติกับข้าราวข้าเป็นหมา บังคับให้ข้าคลานสี่ขากับพื้น เฆี่ยนตีสารพัดเมื่อข้าทำอะไรขัดหูขัดตา ข้าวปลาอาหารก็ไม่ให้กิน ให้กินแต่อาหารที่เหลือในถังขยะ และที่สำคัญ พยายามล่วงเกินข้าด้วย

 

            ในที่สุดข้าก็ทนไม่ไหว ความโกรธแค้นอาฆาตทำให้พลังเวททั้งหมดที่ข้ามีตื่นขึ้น สติข้าขาดหาย ภาพเบื้องหน้าข้าดับมืด และเมื่อข้าได้สติกลับคืนมาอีกครั้ง ข้าก็พบเพียงร่างท้วมของเศรษฐีซึ่งนอนแผ่อยู่เบื้องหน้าข้า ส่วนศีรษะนั้นถูกตัดกระเด็นกลิ้งไปอยู่อีกมุมหนึ่งของห้อง ทั่วร่างของข้าถูกชโลมไปด้วยโลหิตเหม็นคาว ถึงจะไม่อยากยอมรับก็เถอะ แต่ข้ารู้ว่าคนที่ฆ่าเศรษฐีคนนั้นก็คือข้าเอง

 

            ข่าวเรื่องเศรษฐีถูกฆาตรกรรมแพร่สะพัดออกไปอย่างรวดเร็ว และข้าก็โดนตามล่าเพราะจากหลังฐานในที่เกิดเหตุ ทุกสิ่งชี้ว่าข้าเป็นผู้ทำ

 

            พวกคนรับใช้เอารูปหน้าข้าให้ทางการดู และทางการก็เริ่มไล่ล่าข้า

 

            ข้าใช้ชีวิตเหมือนหมาพเนจรอยู่เกือบเดือน แล้ววันหนึ่งข้าก็พบกับมาสเตอร์ข้ายังคงจำวันนั้นได้ดี วันซึ่งฝนตกพรำและวันที่อากาศแสนหนาวเหน็บ

 

            เมื่อพบข้า มาสเตอร์ก็ฉีกยิ้มแล้วบอกข้าว่า ได้ข่าวว่าเจ้ามีพลังเวทสูงมากจนควบคุมมันไม่ได้ เจ้าจึงต้องทรมานเหมือนตกนรกทั้งเป็นสินะ งั้นมาอยู่กับข้าไหมล่ะ ข้าจะทำให้เจ้าควบคุมมันได้ให้ดู’” เมื่อเล่าจบ มาซาร์ก็หยัดกายลุกยืน จินเงยหน้ามองตามมาซาร์ด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ

 

            ในเมื่อท่านพ่อมีบุญคุณกับเจ้ามากขนาดนั้นแท้ๆ แล้วทำไมต้องหักหลังท่านพ่อด้วยล่ะ

 

            ข้าไม่ได้หักหลังมาสเตอร์ แต่ข้ากำลังช่วยมาสเตอร์ต่างหาก ลูซิเฟอร์ไม่ต้องการมหานครที่มีมนุษย์อาศัยอยู่ ดังนั้นหลังจากจบสงครามแล้ว ลูซิเฟอร์จะต้องกำจัดมาสเตอร์ทิ้งแน่นอน ดังนั้นเพื่อช่วยชีวิตมาสเตอร์ ข้าจึงจำเป็นต้องเป็นศัตรูกับมาสเตอร์ชั่วคราว มาซาร์พูดพลางกระชับเทพีสายน้ำเตรียมสู้ต่อ จินขยับลุกยืนตามนักฆ่าสาวรุ่นพี่

 

            ถ้าพวกเราชนะสงคราม ท่านพ่อก็จะไม่ตายใช่ไหม เสียงถามเบาหวิวจนแทบเลือนราง แต่ถึงกระนั้นมาซาร์ก็ยังได้ยิน

 

            อื้ม มาซาร์ส่งเสียงตอบรับในลำคอ

 

            งั้นก็ได้ ข้าจะร่วมมือกับพวกเจ้าในศึกครั้งนี้

 

            !!!

 

            ว้าย! อะไรน่ะจินถึงกับร้องเสียงหลงเมื่ออยู่ๆพื้นดินก็สั่นสะเทือน เสาพระเพลิงขนาดมหึมาพลันปรากฏห่างออกไปไม่มากนัก ไอร้อนของมันแผ่กระจายมาถึงสองสาวจนทั้งสองรู้สึกแสบผิว

 

            !!!

 

            เสาพระเพลิงแปรเปลี่ยนเป็นมังกรเพลิงร่างยักษ์ มันลอยนิ่งอยู่อย่างนั้นครู่หนึ่งก่อนจะกู่ร้องคำรามพร้อมกับพุ่งตรงไปยังเบื้องล่าง

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,947 ความคิดเห็น

  1. #1864 I'm sone M.Seo >O< (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 29 มีนาคม 2555 / 14:29
    สงสารมาซาร์อ่ะ T^T
    #1,864
    0
  2. #1780 Ninzile (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2554 / 17:44
     พ่อโหดฉิบหาย~
    น่าสงสาร
    #1,780
    0
  3. #1617 เด็กแว่นตาดำๆ (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 13 เมษายน 2553 / 10:47
     น่าสงสารจังเลย
    #1,617
    0
  4. #1611 Dark/Zhang (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 12 เมษายน 2553 / 16:09
    อดีตของมาซาร์น่ากลัวแฮะ= =''
    #1,611
    0
  5. #1504 Dark_JOKER (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2552 / 16:16
    ว้าวววว
    สองแฝดเก่งอะ
    สุดยอดไปเลยเพ่
    ฮุ ฮุ ฮุ
    #1,504
    0
  6. #1490 Z๏12iAc (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2552 / 19:08
    อ๊ายยยย~!
    เฟลมจ๋าT^T สู้เค้าน้า~
    #1,490
    0