Flame นักรบเพลิงมายา (เปลวเพลิงมายา)

ตอนที่ 72 : มายาที่ 67 สงครามมหานคร <=[100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,625
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    18 มี.ค. 53

 

มายาที่ 67

สงครามมหานคร

           

            ปีกสีดำพิสุทธิ์ไหวสะบัดเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ขบวนเดินทางของฝูงเสือดำปีศาจทั้งฝูงซึ่งมีเด็กหนุ่มสาวกว่าสิบคนนั่งโดยสารมาด้วยเร่งความเร็วอย่างเต็มที่เพื่อให้ถึงเมืองเอราเดสโดยเร็วที่สุด เป้าหมายคือต้องหยุดยั้งพิธีคืนชีพลูซิเฟอร์ให้ได้ เจ้าแมวดำร่างเล็กเจ้าของนามมิดไนท์นั่งนิ่งเงียบบนตักลินนะหลังจากการย้อนอดีตที่แสนเจ็บปวดจบลง

 

            ขบวนเดินทางทั้งขบวนเงียบสนิท ไม่มีใครเอื้อนเอ่ยวจีใดๆ มีเพียงเสียงกระพือปีกเท่านั้นที่ดังแทรกความเงียบเป็นจังหวะอย่างต่อเนื่อง

 

            พลันเสือดำปีศาจตนหนึ่งก็โพล่งตะโกนทำลายบรรยากาศมาคุ

 

            ท่านเก็นกะขอรับ มองเห็นเมืองเอเราเดสแล้วขอรับ เสือดำปีศาจซึ่งบินนำหน้าขบวนเอี้ยวตัวกลับมารายงานมิดไนท์ เจ้าของชื่อเงยหน้ามองตามสัญชาตญาณ ก่อนดวงตาสีทองอร่ามจะมองเห็นเมืองเอราเดสทอดตัวอยู่ไกลออกไปไม่มากนัก มิดไนท์พ่นลมหายใจหนักหน่วง ความเครียดเกาะตรึงหัวใจดวงน้อย ถ้าลูซิเฟอร์คืนชีพขึ้นมาได้ล่ะก็ มหานครวิกฤติแน่

 

            นีนินพยายามเอี้ยวตัวมองมิดไนท์ซึ่งนั่งอยู่บนหลังของตน

 

            ถ้าเดินทางด้วยความเร็วขนาดนี้ล่ะก็ อีกไม่กี่นาทีก็ถึงเมืองเอราเดสแล้วล่ะขอรับ เจ้าเสือดำปีศาจรายงานหัวหน้าเผ่าตน มิดไนท์พยักหน้ารับรู้เงียบงัน

 

            “!!!” จู่ๆเสียงคำรามที่ดังกึกก้องก็ดังแว่วแทรกโสตประสาท ทำเอาพวกเฟลมใจหายวาบไปตามๆกัน เสือดำปีศาจบางตนถึงกับบินผิดจังหวะจนเกือบร่วง เฟลมรู้สึกเสียววาบที่ต้นคออย่างบอกไม่ถูก เสียงคำรามนั้นดังก้องและเปี่ยมไปด้วยพลังอำนาจมากล้น แถมยังแฝงไปด้วยความความโหดเหี้ยมและความอำมหิตอีกด้วย

 

            บรรยากาศรอบกายหนาวเย็นยะเยือกชวนเสียวสันหลัง พวกเฟลมรู้สึกเหมือนโดนพลังเวทมนต์ดำที่เข้มข้นกดดันจนรู้สึกอึดอัด

 

            เมื่อเสียงคำรามเงียบหายไป ท้องฟ้าก็กลับมืดสนิทราวยามราตรีทั้งๆที่ตอนนี้เพิ่งจะผ่านเที่ยงวันมาได้ไม่นานนัก สายลมพัดโหมสะบัดแรงราวกับกำลังอยู่ท่ามกลางพายุฝนที่ซัดกระหน่ำ พื้นดินสั่นไหวสะเทือนส่งเสียงครืนๆชวนสยดสยอง พวกเฟลมหันมองหน้ากันด้วยความงงงวย

 

            จู่ๆท้องฟ้าก็มืดสนิททั้งๆที่เพิ่งจะเที่ยงวัน สายลมพัดแรงราวกำลังมีพายุฝนทั้งๆที่ไม่มีเค้าฝนเลยซักนิด พื้นดินสั่นไหวสะเทือนรุนแรงอย่างต่อเนื่อง สัตว์ป่าหนีหายเข้ารัง ลืมตาดูโลกมาตั้งนาน เพิ่งจะเคยเห็นเหตุการณ์ธรรมชาติประหลาดๆอย่างงี้ก็ครั้งนี้แหละ

 

            ทำไมอยู่ๆฟ้าถึงได้มืดล่ะเนี่ย เสียงเด็กหนุ่มเจ้าของฉายาองครักษ์จอมป่วนดังถามท่ามกลางความมืด เฟลมดีดนิ้วสร้างลูกบอลไฟขึ้นบนฝ่ามือ จากนั้นจึงสะบัดมือนิด สะเก็ดไฟจากลูกบอลเพลิงแตกตัวลอยล้อมขบวนเดินทางไว้ทั้งขบวน ก่อนจะลุกโชนสว่างไสว การมองเห็นกลับคืนสู่พวกเฟลมอีกครั้ง

 

            นั่นสิ เมื่อกี้ยังสว่างจ้าอยู่เลย แต่ไหงจู่ๆถึงได้มืดก็ไม่รู้ นีออนกอดอกพลางพยักหน้าหงึกหงักเห็นด้วยกับทัส

 

            ช้าไปแล้วงั้นรึมิดไนท์พึมพำเสียงตื่นตระหนก ดวงตาสีทองเบิกกว้าง ใบหน้าซีดเผือดอย่างเห็นได้ชัด เฟลมหันมองมิดไนท์พร้อมขมวดคิ้ว

 

            ช้าไปแล้ว? หมายความว่าไงมิดไนท์ เด็กหนุ่มถามกลับเสียงเครียด ที่มิดไนท์บอกว่าช้าไปแล้ว คงไม่ใช่พวกเขาไปขัดขวางการคืนชีพลูซิเฟอร์ไม่ทันแล้วหรอกนะ

 

            เสียงคำรามเมื่อกี้เป็นเสียงคำรามของลูซิเฟอร์ พวกเรามาช้าไปแล้ว อนามันคืนชีพให้ลูซิเฟอร์สำเร็จแล้ว ได้ยินดังนั้น ใบหน้าของทุกคนก็พลันซีดเผือดตามมิดไนท์ทันที

 

            เฟลมพ่นคำสบถอย่างหงุดหงิด ให้ตายเหอะ! เดาอะไรไม่เคยผิดเลยพับผ่าสิ!’

 

            โธ่เว้ย! อุตส่าห์รีบแทบตาย ไม่ทันเหรอเนี่ย!” มิดไนท์กัดฟันกรอดกร่นด่าตัวเองอย่างหัวเสีย ทำไมมันถึงได้ไร้ประโยชน์อย่างนี้นะ คราวที่แล้วแค่ปกป้องตระกูลการ์เดี้ยนก็ทำไม่ได้ คราวนี้ขัดขวางการคืนชีพของลูซิเฟอร์ก็ยังทำไม่ได้อีก ตัวมันจะไร้ประโยชน์ไปถึงไหนกันนะ 

 

            เอาไงต่อดีขอรับท่านเก็นกะ จะบุกเข้าไปปะทะกับลูซิเฟอร์เลยหรือว่าจะไปประชุมวางแผนกันก่อนดีขอรับ นีนินเอี้ยวตัวถามหาความเห็น มิดไนท์ก้มหน้านิ่งพิจารณา

 

            จะบุกเข้าไปปะทะกับลูซิเฟอร์เลยมันก็ได้อยู่หรอก แต่ติดตรงที่ว่าพวกเฟลมไม่มีเรี่ยวแรงเหลือแล้วนี่สิ แถมมิดไนท์เองก็ไม่อยากให้พวกเฟลมเข้าร่วมสงครามครั้งนี้ซักเท่าไหร่ด้วย พวกเฟลมยังเป็นเด็กกันอยู่ ยังเร็วไปที่จะเข้าร่วมสงคราม ถึงแม้จะเก่งกาจซักแค่ไหน แต่เด็กก็ยังเป็นเด็ก ถ้าประมาทแม้แต่นิดล่ะก็ ได้เจอกันใหม่ที่โลกหน้าแน่

 

            แต่ถ้าไม่รีบบุกเข้าไปจัดการลูซิเฟอร์ รับรองว่าไม่ถึงวัน มหานครได้ราบเป็นหน้ากองแน่ สงครามคราวนี้ไม่มีทั้งตระกูลการ์เดี้ยน ไม่มีทั้งคุน มหาราชาผู้เก่งกาจจนยากหาใครเสมอเหมือน สงครามคราวนี้โลกมืดได้เปรียบเห็นๆ

 

            มิดไนท์ถอนหายใจเฮือกใหญ่

 

            ถ้าไม่รีบจัดการกับลูซิเฟอร์ มหานครได้ล่มสลายในเร็วๆนี้แน่ มิดไนท์แยกเขี้ยวไม่สบอารมณ์ เหล่าเสือดำปีศาจขยับยิ้มชอบใจ ถึงแม้จะดูไม่เหมือนคำตอบ แต่มิดไนท์ก็ได้ให้คำตอบพวกมันแล้วว่าจะบุกไปซัดกับลูซิเฟอร์ซักยกสองยก มิดไนท์กวาดตามองพวกเฟลมทั้งสิบ

 

            เฟลม นีโอ นีออน ทัส เดซัน มาซาร์ ลินนะ เปมิน กาโอ โอริ ศึกครั้งนี้เป็นศึกใหญ่และเป็นศึกที่เสี่ยงมาก ถ้าประมาทแม้แต่นิดเดียวพวกเจ้าได้ไปเฝ้ายมบาลแน่ เสียงติดเครียดของมิดไนท์ทำเอาเจ้าของชื่อทั้งสิบเครียดตามไปด้วย ต่างคนต่างกลืนน้ำลายลงคอดังเอื้อกด้วยความตื่นเต้นว่าสิ่งต่อไปที่มิดไนท์จะพูดนั้นคืออะไร หวังว่าคงไม่ได้สั่งห้ามพวกเขาเข้าร่วมสงครามหรอกนะ

 

            แต่ถึงจะรู้อย่างนั้น พวกเจ้าก็จะยังยืนยันที่จะเข้าร่วมสงครามครั้งนี้ใช่ไหม มิดไนท์คลี่ยิ้มมุมปาก เฟลมผ่อนลมหายใจยาว นึกว่าอะไร ที่แท้ก็ถามย้ำความมั่นใจ

 

            แน่นอนอยู่แล้วมิดไนท์ เพราะนี่เป็นสิ่งที่ข้าตัดสินใจแล้วว่าจะทำ อะไรก็มาห้ามข้าไม่ได้ เฟลมตอบเจ้าแมวดำด้วยรอยยิ้ม

 

            แล้วก็อีกอย่างนะมิดไนท์ ข้าน่ะไม่เคยเกรงกลัวความตายเลยซักนิด ครั้งหนึ่งพวกเราก็เคยเป็นเพียงเสี้ยวธุลีดิน เมื่อตายไปก็แค่กลับคืนสู่เถ้าธุลีดินอีกครั้งก็เท่านั้นเอง

 

            คนเรามีเกิดก็ย่อมมีตาย เพราะงั้นถึงจะตายในสงคราม ข้าก็ไม่กลัวหรอก ดีซะอีก ได้ตายเพื่อปกป้องแผ่นดินเกิดเนี่ย เฟลมตอบมิดไนท์ด้วยเสียงฉะฉาน มิดไนท์ขยับยิ้มบาง ยังไงซะเฟลมก็ยังเป็นเฟลม ไม่เคยเกรงกลัวสิ่งใด และจะพยายามจนถึงที่สุดจนกว่าตนจะหมดลมหายใจ

 

            พวกเจ้าเองก็ยืนยันที่จะเข้าร่วมสงครามครั้งนี้ใช่ไหม มิดไนท์หันถามอีกเก้าคนที่เหลือ ผู้ถูกถามทั้งหมดพยักหน้าหงึกหงักมั่นใจ นัยน์ตาทั้งเก้าคู่ไม่มีเค้าความลังเลเลยแม้แต่น้อย

 

            มหานครแห่งนี้เป็นบ้านเกิดของพวกข้า เป็นสถานที่ที่พวกข้าเติบโตมา เป็นมหานครที่บรรพบุรุษของพวกข้าช่วยกันสร้างขึ้นมา ดังนั้นมันจึงเป็นหน้าที่ของพวกข้าที่จะต้องช่วยกันรักษาเอาไว้ โอริตอบแทนทั้งหมด มิดไนท์หัวเราะเบาชอบใจ

 

            แต่ข้าว่าก่อนที่พวกเจ้าจะไปฟัดกับลูซิเฟอร์ หาทางทำอะไรกับสถาพสะบักสะบอมของพวกเจ้าก่อนจะดีกว่ามั้ง กิงเรย์พูดแทรกพลางบุ้ยใบ้ปากไปทางพวกเฟลม เรียกให้พวกเฟลมต้องก้มมองสภาพของตนเองก่อนทำหน้าเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้

 

            สภาพร่างกายของแต่ละคนในตอนนี้นั้นหากเรียกว่าสะบักสะบอมก็คงจะน้อยไปซักนิด น่าจะเรียกว่าที่สุดแห่งความสะบักสะบอมมากกว่า ทั่วทั้งร่างเต็มไปด้วยบาดแผลลึกตื้นจำนวนนับไม่ถ้วน  เลือดอุ่นที่ไหลโซมกายและอาบเสื้อผ้าจนมีสีแดงคล้ำเริ่มแห้งกรังและส่งกลิ่นคาวไม่น่าพิสมัย แถมยังพ่วงด้วยเสื้อผ้าที่ขาดรุ่งริ่งจนหาชิ้นดีแทบไม่ได้อีก สภาพแบบนี้ อย่าว่าแต่ไปฟัดกับลูซิเฟอร์เลย ให้ไปฟัดกับหมาจรจัดจะชนะรึเปล่ายังไม่รู้เลย

 

            จะว่าไปก็จริงแฮะ ตอนนี้ข้าน่ะหมดแรงไปเรียบร้อยแล้ว แค่จะจับดาบยังจับแทบไม่ได้เลย ทัสบ่นอุบอิบ นีออนยู่หน้าล้อเลียนเด็กหนุ่ม

 

            ฝึกมาน้อยก็งี้แหละ เจ้าองครักษ์ซื่อบื้อจอมอ่อนหัดเอ๊ยแล้วสงครามปัญญาอ่อนก็ปะทุขึ้นภายในเวลาอันสั้นท่ามกลางบรรยากาศกาศเคร่งเครียด

 

            ว่าไงนะ ยัยจิ้งจกน้ำขี้โรค!” ทัสเถียงกลับทันควัน ทำให้พวกเฟลมต้องพากันส่ายหน้าอย่างระอาใจ ทั้งๆที่กำลังอยู่ในสถาณการณ์วิกฤติแท้ๆ แต่เจ้าสองตัวนี้ยังจะมีอารมณ์มาทะเลาะกันอีก ให้ตายเหอะ!

 

            หนอย ข้าไม่ใช่จิ้งจกน้ำซักหน่อย เจ้าผีทะเลตูดบิด!” เสียงแหลมสูงดังตอกกลับไม่ยอมแพ้

 

            ยัยเตี้ย!”

 

            ไอ้โย่ง!”

 

            ยัยตุ๊กแกอกแบน!”

 

            ไอ้อึ่งอ่างหน้าหัก!”

 

            ยัยอกไม้กระดาน!”

 

            ไอ้ท่อนซุงลงพุง!”

 

            ยัยแย้หน้ายู่!”

 

            ไอ้ใส้เดือนไม่มีเพศ!”

 

            โว้ย! หุบปากเดี๋ยวนี้! ทั้งคู่เลย!” เฟลมตวาดปรามด้วยความเหลืออด ทำเอาทัสกับนีออนกลืนคำด่าลงคอแทบไม่ทัน

 

            สถานการณ์วิกฤติจะแย่อยู่แล้วยังมามัวทะเลาะกันอยู่ได้! มีสมองกันบ้างรึเปล่าหา! มีหัวไว้คั่นหูสองข้างออกจากกันแค่นั้นรึไง!” เจ้าของเรือนผมสีแดงเพลิงกระแทกเสียงบ่นต่ออย่างหงุดหงิด

 

            แต่ว่ายัยอัปลักษณ์นี่มันเริ่มก่อนนี่ ทัสต่อปากต่อคำไม่ลดละ

 

            จะใครเริ่มก่อนก็ช่างมันเหอะ เอาเป็นว่าตอนนี้น่ะหุบปากได้แล้ว!” เฟลมตัดบทเอาเสียดื้อๆ สองตัวป่วนขมุบขมิบปากบ่นอุบอิบอย่างไม่พอใจ

 

            หรือถ้ายังอยากทะเลาะกันต่อล่ะก็ ข้าจะส่งพวกเจ้าไปทะเลาะกันต่อที่โลกหน้า เอาไหม? มิดไนท์ส่งคำถามเสียงเย็น ใบหน้าที่ไม่แสดงซึ่งอารมณ์ใดๆในตอนนี้ช่วยบอกพวกนีออนได้เป็นอย่างดีว่าอารมณ์ของมิดไนท์นั้นคุกรุ่นใกล้ปะทุเต็มที่แล้ว

 

            พักเรื่องนั้นเอาไว้ก่อนเถอะขอรับท่านมิดไนท์ เรื่องสภาพของพวกข้าน่ะ ตกลงเอาไงดีขอรับ นีโอเปลี่ยนเรื่อง เพราะถ้าขืนปล่อยให้เสวนาเรื่องสองตัวป่วนต่อไปล่ะก็ ดีไม่ดีสองตัวแสบได้ถูกมิดไนท์กระโดดกัดคอในเร็วๆนี้แน่ มิดไนท์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความเซ็ง

 

            นีโอ นีออน สองภูตกาลเวลาของพวกเจ้ายังพอมีพลังเวทเหลืออยู่ไหม มิดไนท์หันถามสองแฝด เจ้าของชื่อทั้งสองมีท่าทีลังเลเล็กน้อยก่อนพยักหน้าหงึก

 

            ไอ้มีน่ะมันก็มีขอรับ แต่ว่าเหลืออยู่ไม่มากเท่าไหร่

 

            จะพอใช้ย้อนเวลาให้ทุกคนกลับไปอยู่ในสภาพสมบูรณ์ร้อยได้รึเปล่าก็ไม่รู้ สองแฝดตอบมิดไนท์กลับ เจ้าแมวดำส่งเสียงครางว่า งั้นหรือในคอเบาๆ

 

            ฟอน-ฟอน นีโอสะบัดข้อมือนิด ปรากฏกำไลข้อมือสีเงินสวย สายลมพัดโบกแผ่วเบา และตามมาด้วยร่างเล็กจิ๋วของภูตแห่งกาลเวลาเจ้าของนามฟอน-ฟอน ใบหูยาวเรียวแหลมตกลู่แลดูน่าขัน ดวงตากลมโตสีน้ำตาลเข้มปรือจะปิดแหล่ไม่ปิดแหล่ ใบหน้าหมองไร้ซึ่งความสดใส เจ้าภูตตัวจิ๋วคงเหนื่อยจนจะแย่อยู่แล้ว

 

            มอน-มอนเมื่อเห็นพี่ชายเรียกฟอน-ฟอนออกมา เจ้าตัวแสบก็เรียกภูตแห่งกาลเวลาของตนออกมาบ้าง กำไลข้อมือสีทองอร่ามปรากฏเด่นบนข้อมือบาง สายลมหอมพัดโบกอ่อนโยน จากนั้นภูตแห่งกาลเวลาร่างจิ๋วนาม มอน-มอน ก็ปรากฏอวดโฉม สภาพของมอน-มอนเองก็ดูไม่ต่างจากฟอน-ฟอนมากนัก มันดูอิดโรยและเหนื่อยล้า

 

            ฟอน-ฟอน มอน-มอน พวกเจ้าสองตนช่วยย้อนเวลาให้พวกข้ากลับไปอยู่ในสภาพสมบูณ์ร้อยพร้อมรบหน่อยได้ไหม มิดไนท์ถามด้วยเสียงแกมข้อร้อง สองภูตหันมองกันเลิ่กลั่ก

 

            ช่วยพวกข้าหน่อยเถอะนะ ขืนพวกข้าไปปะทะกับลูซิเฟอร์ในสภาพนี้ล่ะก็ มีหวังได้ตายตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มสงครามแน่ ชิเรนช่วยมิดไนท์ขอร้องด้วยอีกแรง สองภูตตีสีหน้าหนักใจ ความจริงก็ไม่ใช่ว่าไม่อยากช่วย แต่พวกมันมีพลังเวทเหลืออยู่ไม่พอแล้วต่างหาก

 

            สองภูตร่างจิ๋วก้มหน้านิ่งคิดหนัก จากนั้นจึงเงยมองมิดไนท์

 

            ตกลงขอรับ พวกข้าจะย้อนเวลาให้พวกท่าน

 

            แต่มีข้อแม้หนึ่งข้อนะขอรับ มอน-มอนตั้งข้อแม้ เรียกให้พวกมิดไนท์ต้องขมวดคิ้วฉงน

 

            ว่ามาสิ กิงเรย์เร่งสองภูตอย่างร้อนรนหลังจากสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ไม่น่ายินดีนักบริเวณเมืองเอราเดส ไอมนต์ดำแผ่กระจายตัวคละคลุ้งไปทั่ว เสียงคำรามดังแว่วเป็นระยะๆ สายลมพัดแรงส่งเสียงหวีดหวิวเสียดหู

 

            หลังจากย้อนเวลาให้พวกท่านแล้ว พวกข้าจะไม่มีพลังเวทหลงเหลืออยู่อีก ฟอน-ฟอนเริ่มอธิบาย

 

            ซึ่งนั่นหมายความว่าพวกท่านจะไม่สามารถเรียกพวกข้าออกมาได้อีกจนกว่าพวกข้าจะกลับมามีพลังเวทอีกครั้ง มอน-มอนอธิบายต่อ

 

            และมันคงกินเวลาราวๆหนึ่งสัปดาห์ ซึ่งระยะเวลาช่วงนี้ หากมีใครได้รับบาดเจ็บสาหัสปางตาย หรือสูญเสียอวัยวะส่วนใดไปละก็ พวกข้าจะไม่สามารถช่วยอะไรพวกท่านได้เลยนะขอรับ ฟอน-ฟอนปิดประโยค ซึ่งข้อแม้ของทั้งคู่นี้ก็ทำให้พวกเฟลมต้องคิดหนักกันไม่น้อย เพราะหากสูญเสียแขนขาหรือบาดเจ็บสาหัสขึ้นมาล่ะก็ คราวนี้ได้ตายจริงๆแน่

 

            นิ่งเงียบกันไปครู่หนึ่ง ก่อนเสียงของเฟลมจะดังทำลายความเงียบ

 

            ข้าตกลงรับข้อแม้นั้นเฟลมเว้นช่วงไปนิดหนึ่ง

 

            ชีวิตนี้เป็นชีวิตของพวกข้า ดังนั้นมันจึงเป็นหน้าที่ของพวกข้าที่จะต้องดูแลมันให้ดี ถ้าแค่ชีวิตของตัวเองยังดูแลไม่ได้ ก็ไม่สมควรที่จะมีชีวิตต่อแล้วละ

 

            พูดได้เจ๋งนี่เฟลม กาโอชมอย่างถูกใจ เขาเห็นด้วยกับคำพูดของเฟลมเป็นที่สุด พวกทัสเองก็ดูเหมือนจะคิดแบบเดียวกันกับกาโอ

 

            พวกข้าเองก็ตกลง เด็กหนุ่มสาวทั้งเก้าคนที่เหลือประสานเสียงตอบอย่างพร้อมเพรียง

 

            เข้าใจแล้วขอรับ สองภูตประสานเสียงตอบรับ จากนั้นก็เริ่มลงมือวาดนิ้วกลางอากาศในลักษณะแปลกๆ บังเกิดอักขระเวทรูปร่างแปลกตาลอยเคว้งนิ่งครอบคลุมขบวนเดินทางไว้ทั้งขบวน สองภูตหลับตาร่ายเวทต่ออย่างยาวยืด อักขระเวทหมุนวนเร็วระรัว สายลมหอมชวนผ่อนคลายพัดโบกแผ่วเบา แสงสีขาวนวลสว่างจ้าขึ้นทีละนิด และเมื่อสองภูตประกบมือเข้าหากัน อักขระเวทก็พลันเปล่งแสงสว่างจ้าแสบตา ก่อนจะค่อยๆจางหายไป

 

            และไม่ได้มีเพียงแสงสว่างเท่านั้นที่หายไป แต่บาดแผลรวมทั้งความเหนื่อยล้าทั้งหมดของพวกเฟลมก็พลันหายไปด้วย เสื้อผ้าเองก็กลับมามีสภาพปกติสมบูรณ์เหมือนเก่าอีกครั้ง เสือดำปีศาจทั้งหลายที่ได้รับบาดเจ็บก็กลับมาแข็งแรงฟิตปั๋งเหมือนเก่าด้วย

 

            สองภูตกาลเวลาขยับยิ้มอ่อนแรง

 

            พวกข้าขอให้ทุกท่านโชคดีและมีชัยเหนือศัตรูนะขอรับ สิ้นเสียงอวยพรจากสองภูตกาลเวลา กระแสลมก็พัดหมุนวน ร่างสองภูตค่อยๆเลือนรางและจางหายเข้าไปในกำไลของสองแฝดพร้อมกับสายลมนั้น

 

            เมื่อสองภูตหายกลับเข้าไปในกำไลแล้ว กำไลของนีโอและนีออนก็พลันแปรเปลี่ยนจากสีทองและสีเงินกลายเป็นสีเทาขุ่นคล้ายขี้เถ้า มันเป็นสัญลักษณ์ซึ่งบ่งบอกให้สองแฝดรู้ว่าจนกว่ากำไลของพวกเขาจะกลับมามีสีทองและสีเงินสวยเหมือนเดิมพวกเขาจะไม่สามารถเรียกภูตทั้งสองตนออกมาได้อีก

 

            ท่านมิดไนท์ ดูนั่น!” ทัสร้องเรียกมิดไนท์เสียงตื่นตระหนก ในขณะที่นิ้วชี้ตรงไปยังเมืองเอราเดส

 

            ซึ่งภาพที่ได้เห็นก็ทำให้ทุกคนต้องตะลึงงันจนต้องเผลอกลั้นหายใจอย่างลืมตัว หัวใจกระตุกวูบแรง ความรู้สึกเกร็งแผ่ซ่านทั่วร่าง

 

            ฝูงปีศาจนับหมื่นตนปรากฏลอยนิ่งบนฟากฟ้าเหนือเมืองเอราเดส เสียงคำรามและเสียงกู่ร้องดังแว่วไม่ขาดสาย ก่อนจะนิ่งเงียบกันไปนิดราวกำลังเงี่ยฟังบางสิ่ง จากนั้นพวกมันทั้งหมดก็กู่ร้องคำรามอีกครั้งอย่างพร้อมเพรียง แล้วฝูงปีศาจก็พุ่งทะยานแยกย้ายกันไปในทิศต่างกันห้าทิศ จุดหมายของพวกมันก็คือเมืองทั้งห้าของมหานคร

 

            มิดไนท์เบิกตากว้าง มันเริ่มขึ้นแล้ว สงครามมหานคร

 

            แย่แล้ว พวกมันแยกย้ายกันไปทั่วมหานครแล้ว ชิเรนว่าอย่างร้อนใจ มิดไนท์หรี่ตาครุ่นคิด มันจำฝูงปีศาจฝูงเมื่อกี้ได้ ปีศาจฝูงเมื่อกี้เป็นปีศาจใต้บัญชาลูซิเฟอร์ ลูซิเฟอร์คงใช้ให้พวกมันแยกย้ายกันไปตามเมืองทั้งห้าแล้วลงมือทำลายมหานครทีละจุด จะปล่อยให้เมืองใดเมืองหนึ่งในมหานครโดนทำลายไม่ได้อย่างเด็ดขาด

 

            มิดไนท์กระโดดลงจากตักลินนะก่อนคืนร่างกลับเป็นเสือดำปีศาจ ดวงตาสีทองสุกสว่างกวาดมองพวกกาโออย่างช้าๆ

 

            กาโอ ทัส เปมิน โอริ ข้าอยากให้พวกเจ้าทั้งสี่คนแยกย้ายกลับไปยังเมืองของพวกเจ้า กลับไปปกป้องบ้านเกิดของพวกเจ้าซะ มิดไนท์สั่งการพวกกาโอ ก่อนจะหันกลับไปหาฝูงเสือดำปีศาจใต้อาณัติ

 

            พวกเจ้าทั้งหมดจงแบ่งออกเป็นห้ากลุ่ม จากนั้นจงแยกย้ายไปยังเมืองทั้งห้า กำราบปีศาจและปกป้องมหานครไว้ให้ได้ อย่าปล่อยให้เมืองใดเมืองหนึ่งโดนทำลายเด็ดขาด มิดไนท์สั่งการด้วยเปี่ยมอำนาจ เสือดำปีศาจใต้บัญชาทั้งหมดส่งเสียงคำรามก้องตอบรับ

 

            ขอรับ!/เจ้าค่ะ!”

 

            นีนิน เจ้าจงไปเมืองโอรอสย่าซะ จงไปในฐานะตัวแทนของจานาที่ไม่สามารถเข้าร่วมศึกครั้งนี้ได้ ช่วยปกป้องเมืองโอรอสย่าแทนจานาที

 

            ขอรับผู้ถูกไหว้วานตอบรับหนักแน่น

 

            ส่วนเจ้า จงนำร่างจานาไปซ่อนไว้ในที่ปลอดภัย ข้าเชื่อว่ามันจะต้องมีทางซักทาง หนทางที่จะนำวิญญาณของจานากลับคืนมา มิดไนท์หันไปสั่งเสือดำปีศาจอีกตนหนึ่งซึ่งแบกร่างไร้วิญญาณของจานาไว้บนหลัง เสือดำปีศาจผู้ถูกสั่งค้อมหัวรับคำสั่งอย่างนอบน้อมก่อนบินหายลับไปอย่างรวดเร็ว

 

            ข้าขอให้พวกเจ้าทุกคนจงมีชัย แยกย้ายได้ มิดไนท์ออกคำสั่งเป็นครั้งสุดท้าย ทันทีที่สิ้นเสียงสั่งการ ทั้งหมดก็ค้อมกายลงนิด

 

            อย่าตายล่ะทุกคน เฟลมอวยพรส่งท้าย สี่เสือดำปีศาจซึ่งมีสามรัชทายาทและทัสโดยสารอยู่บนหลังออกบินไปยังทิศของเมืองสาขาทั้งสามทันที โดยมีเสือดำปีศาจอีกจำนวนหนึ่งบินตามไปอย่างติดๆ ส่วนนีนินกับเสือดำปีศาจลูกฝูงอีกจำนวนหนึ่งก็บินแยกตัวออกไปทางเมืองโอรอสย่า

 

            เมื่อพวกกาโอและนีนินแยกย้ายกันไปยังเมืองทั้งสี่หมดแล้ว ก็เหลือเพียงแค่เฟลม สองแฝด เดซัน มาซาร์ ลินนะ มิดไนท์ กิงเรย์ ชิเรน แล้วก็เสือดำปีศาจอีกประมาณสิบกว่าตนเท่านั้น

 

            พร้อมนะทุกคน มิดไนท์ถามย้ำความพร้อมเป็นครั้งสุดท้าย ผู้ถูกถามทั้งหมดพยักหน้าเงียบงัน

 

            งั้นก็ไปกันเถอะ โดยไม่ต้องรอให้พูดซ้ำ ทั้งหมดมุ่งหน้าตรงไปยังเมืองเอราเดสทันที

 

……….

 

            ฝูงดาร์กเดม่อนมนตราไล่รุกต้อนทหารเอราเดสจนไร้ทางหนีก่อนจะลงมือสังหารอย่างโหดเหี้ยม ฝูงนักฆ่าตะโกนกู่ร้องยามเลือดสีแดงสดสาดกระเซ็นอย่างถูกอกถูกใจ ทหารเอราเดสลดจำนวนลงเรื่อยๆจนแทบเหลือไม่ถึงครึ่งร้อย บรรดาข้ารับใช้โลกมืดสาวเท้าประชิดใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ในมือปรากฏอาวุธคู่กายซึ่งถูกกระชับแน่นเตรียมจู่โจม ถ้าทัพเสริมจากฮิเอ็นยังไม่มาในเร็วๆนี้ล่ะก็ บรรดาทหารหาญทั้งหมดได้ตายยกกองพลแน่

 

            เพื่อเอราเดสอันเป็นที่รักแล้ว ถึงตายก็ยินดี!” ทหารเอาเดสกู่ร้องพร้อมพุ่งเข้าปะทะฝูงดาร์กเดม่อนมนตราแบบยอมตายถวายชีวิต

 

            พูดได้ดีนี่ เสียงนุ่มคุ้นหูดังแว่ว

 

            จงโปรยปราย ห่าฝนเพลิงกัลป์!” และตามมาด้วยเสียงร่ายเวทที่ดังหนักหน่วงของฮิเอ็นผู้ซึ่งเพิ่งมาสมทบทหารเอราเดสบริเวณหน้าไดมอนเมื่อครู่ ลูกบอลเพลิงปรากฏม้วนรวมตัวกลางอากาศ และเมื่อมันมีขนาดใหญ่พอเหมาะแล้ว มันก็ร่วงลงสู่เบื้องล่างเร็วรัวราวห่าฝน ต้องกายเหล่าอมนุษย์ส่งพวกมันทั้งหมดสู่ความตายอย่างไม่รีรอ

 

            ฮิเอ็นตวัดดาบคู่กายในแนวนอนส่งคมมีดเพลิงสีแดงเข้มจากคมดาบพุ่งเฉือนตัดร่างนักฆ่ากว่าสิบคนที่พุ่งทะเล่อทะล่าเข้ามา เลือดสดทะลักกระฉูดเจิ่งนองพื้นดิน เมื่อเห็นเจ้าเมืองเปิดฉากบุก บรรดาทหารกล้าแห่งเอราเดสที่มาพร้อมฮิเอ็นก็เริ่มเปิดฉากบุกตาม กองกำลังทหารกว่าพันนายรุกหน้าประมือกับผู้รับใช้โลกมืดอย่างไม่กลัวตาย

 

            สถานการณ์พลิกกลับจากหน้ามือเป็นหลังมือ จากที่เมื่อครู่ทหารเอราเดสได้แต่ตั้งรับการโจมตีจากพวกโลกมืดอย่างเดียว ตอนนี้เป็นโอกาสของพวกเขาบ้างแล้วที่จะโจมตีโลกมืดกลับคืน

 

            ท้องฟ้าที่จู่ๆก็มืดสนิทราวเที่ยงคืนทำให้ทัศวิสัยน์รอบกายย่ำแย่ แต่มันก็ไม่ถึงกับเลวร้าย พลทหารกว่าร้อยนายถือคบไฟวิ่งบุกตะลุย ในขณะที่พลทหารอีกจำนวนหนึ่งเล็งปลายธนูแหลมซึ่งมีไฟลุกติดโชติช่วงตรงไปยังพวกโลกมืดนิ่ง พลธนูไฟทั้งหมดพยักหน้าให้ฮิเอ็นเป็นสัญญาณว่าพร้อมรับคำสั่งทุกเวลา

 

            ยิง!” ทันทีที่คำสั่งถูกถ่ายทอดจากเจ้าเมือง ลูกธนูเพลิงนับร้อยดอกก็พุ่งออกจากคันธนู ปักร่างเหล่านักฆ่าและดาร์กเดม่อนมนตรากว่าครึ่งร้อยอย่างแม่นยำ เปลวเพลิงลุกโหมกระพือสะบัดไหว เสียงร้องครวญครางทรมานดังระงมไม่ขาดสาย

 

            ฆ่าพวกดาร์กเดม่อนให้หมด อย่าให้เหลือรอดไปได้แม้แต่ตนเดียว ส่วนพวกนักฆ่าถ้าจับเป็นได้ให้จับเป็น แต่ถ้าไม่ได้ ข้าอนุญาตให้ปลิดชีพมันเสีย ฮิเอ็นตะโกนสั่งการพลางสะบัดมือวูบ

 

            หอกเพลิง กระหน่ำแทง!” สิ้นเสียงร่ายเวท หอกเพลิงพลันผุดขึ้นจากผิวดินราวดอกเห็ดเสือกแทงทะลุร่างดาร์กเดม่อนมนตรากว่าสิบตน พวกมันถูกตรึงแน่นอยู่กับที่ ไม่ว่าจะพยายามดิ้นรนเท่าไหร่ก็สลัดหอกเพลิงไม่หลุด เปลวเพลิงลุกโหมสะบัดเผาผลาญร่างหนาสีเข้มอย่างไร้ซึ่งความปรานี

 

            บรรดาทหารจากเอราเดสกู่ร้องเฮละโลเรียกขวัญกำลังใจแล้ววิ่งกรูเข้าใส่ฝูงดาร์กเดม่อนมนตราและเหล่านักฆ่า เสียงอาวุธโลหะที่ปะทะกันดังสะท้อนก้องไปทั่วบริเวณ เปลวไฟสงครามลุกโหมลามเลียผืนฟ้าสีหมึก ทหารเอราเดสและผู้รับใช้โลกมืดโถมตัวปะทะกลับอย่างไม่คิดเสียดายชีวิต ต่างคนต่างออกอาวุธอย่างสุดฝีมือ

 

            เพื่อมหานครของพวกเรา!” ทหารเอราเดสโห่ร้องปลุกระดม เสียงเฮกระฮึ่มดังตอบกลับเสียงปลุกระดมนั้น แล้วทหารเอราเดสก็เริ่มรบต่อ อาวุธมีพร้อม กำลังพลมีพร้อม กำลังใจมีพร้อม ในเมื่อมีพร้อมซึ่งทุกอย่าง ศึกนี้พวกเขาก็ไม่แพ้แน่

 

            เพื่อมาสเตอร์ และเพื่อท่านลูซิเฟอร์ ฆ่ามัน!” ฝ่ายบรรดานักฆ่าเองก็ใช่จะน้อยหน้า ร้องปลุกกำลังใจกันเสียงดังลั่น เสียงเฮดังตอบกลับตามแบบฉบับ จากนั้นบรรดานักฆ่าและดาร์กเดม่อนมนตราก็พุ่งทะยานเข้าประจันหน้ากับทหารเอราเดส ความโกลาหลก่อเกิดเพียงชั่วพริบตา

 

            เสียงร้องตะโกนเนื่องด้วยความทรมานดังระงมไปทั่วทุกสารทิศ กลิ่นคาวเลือดลอยคละคลุ้งปะปนอากาศจนอยากเบือนหน้าหนี ซากศพที่เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆนอนระเกะระกะดาษดื่นจนแทบจะเดินสะดุดได้ เสียงอาวุธปะทะเคร้งคร้างชวนแสบแก้วหูเป็นที่สุด

 

            ฮิเอ็นประกบมือกลางอกก่อนเริ่มต้นร่ายเวทยาวยืด ดาร์กเดม่อนมนตราตนหนึ่งพอเห็นเข้าก็ปรี่เข้าใส่โดยอัตโนมัติ แต่กลับโดนองครักษ์ของฮิเอ็นผู้มีนามว่านามินดีดจนกระเด็นกลับไปเสียก่อน ดวงตาสีอาทิตย์อัสดงมองร่างดาร์กเดม่อนด้วยสายตายียวน

 

            เข้ามาสิ เจ้าอมนุษย์ไร้สมอง นามินกวักมือท้าทายพร้อมขยับทำท่าทางยึกยักกวนประสาทใส่ดาร์กเดม่อนมนตรา อมนุษย์ร่างหนาพอถูกยั่วก็ตบะแตกอย่างง่ายดาย

 

            ‘!’

 

            มันกู่ร้องบ้าคลั่งพร้อมถีบเท้ากระโจนเข้าปะทะนามิน

 

            เคล้ง!!!

 

            ดาบคู่กายองครักษ์หนุ่มปะทะเข้ากับคมขวานเล่มยักษ์อย่างจัง ดาร์กเดม่อนมนตราโถมตัวหมายกดนามินให้ทรุดล้มด้วยน้ำหนักตัว

 

            องครักษ์หนุ่มเกร็งแขนก่อนสะบัดดาบผลักดาร์กเดม่อนมนตราคู่ต่อสู้ให้ผงะถอยหลังไปนิด จากนั้นก็ย่อตัวกวาดเท้าเป็นวงกับพื้น สกัดโดนขาหนาส่งอมนุษย์ร่างยักษ์ล้มลงไปนอนแผ่ไม่เป็นท่า นามินไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดลอยตวัดดาบเฉือนตัดหัวของมันทันที

 

            ฉัวะ!

 

            ศีรษะหนากระเด็นกลิ้งหลุนๆราวลูกบอล ร่างหนากระตุกแรงก่อนแน่นิ่งไปอย่างรวดเร็ว ไอมนต์ดำไหลทะลักแผ่กระจายจากร่างสีดำทมิฬ นามินย่นจมูกอย่างไม่สบอารมณ์ กลิ่นของมนต์ดำ เจอกี่ครั้งก็ยังทำใจรับไม่ได้ซักที มันทำให้เขารู้สึกปวดหัวและคลื่นไส้อย่างบอกไม่ถูก

 

            พวกเจ้าทุกคนถอยออกมาก่อน หลังจากร่ายเวทได้ซักพัก ฮิเอ็นก็เริ่มสั่งการอีกครั้ง บรรดาทหารหาญกระโดดก้าวถอยฉากกลับออกมาอย่างรู้หน้าที่ ฮิเอ็นเหยียดมือทั้งสองข้างไปด้านหน้า

 

            จงปรากฏ จงเผาผลาญ จงกลืนกิน เสาพระเพลิง!” จากนั้นจึงสะบัดมือเร็วแรง เมื่อสิ้นเสียงร่ายเวทของชายหนุ่ม พื้นดินใต้เท้าดาร์กเดม่อนมนตราและเหล่านักฆ่าก็พลันปรากฏวงเวทสีแดงสว่างจ้า เปลวเพลิงร้อนระอุลุกปะทุทีละนิดก่อนจะกลายเป็นเสาเพลิงขนาดยักษ์พุ่งสูงเสียดฟ้า เผาร่างดาร์กเดม่อนมนตราและเหล่านักฆ่าจนไหม้เกรียม กลิ่นเนื้อไหม้ที่ลอยแตะจมูกชวนให้รู้สึกคลื่นเหียนพิกล เสียงร้องทรมานดังก้องสู่โสตประสาท

 

            “!!!” เสียงกู่ร้องคำรามดังแทรกเสียงโหยหวนของเหล่านักฆ่าและดาร์กเดม่อนตรา ก่อนจะตามมาด้วยร่างขนาดมหึมาของปีศาจจำนวนกว่าพันตนซึ่งกระโดดลงมายืนประจันหน้าฮิเอ็นและพลทหารใต้อาณัติ พวกมันไม่รอช้าพุ่งกระโจนโจมตีฮิเอ็นทันที ฮิเอ็นสะบัดมือวาดดาบตั้งรับการโจมตี

 

            เมื่อสมาธิขาดช่วง เสาพระเพลิงก็พลันมอดดับลง แต่ก็มีเพียงไม่กี่ชีวิตเท่านั้นที่สามารถรอดมาจากเสาพระเพลิงของฮิเอ็นได้ มีดาร์กเดม่อนมนตราเหลือรอดอยู่ไม่กี่สิบตน ส่วนพวกนักฆ่าก็เหลืออยู่เพียงหยิบมือ แถมแต่ละคนก็สะบักสะบอมจวนเจียนหมดสภาพต่อสู้อยู่รอมร่อ

 

            การมาของฝูงปีศาจชุดใหม่ทำให้พวกฮิเอ็นเสียเปรียบในทันที พวกมันทั้งอึดทั้งเก่งกาจจนยากจะต่อกร ฝูงปีศาจเปิดฉากเอาคืนอย่างรวดเร็ว ทำเอาทหารเอราเดสทั้งกองต้องถอยร่นไม่เป็นท่า จำนวนทหารเอราเดสมีมากกว่าก็จริง แต่บรรดาปีศาจนั้นทั้งตัวใหญ่แถมเก่งกาจ พยายามสู้แค่ไหนก็เหมือนเอาเข็มไปจิ้มหิน ต้องคนที่เก่งและอึดจริงเท่านั้นจึงจะสามารถสร้างความเสียหายให้หินได้

 

            ธนูเพลิง!” ฮิเอ็นสะบัดมือส่งศรเพลิงใส่สิงโตปีศาจตนหนึ่งซึ่งพุ่งพรวดพราดเข้ามา ลูกธนูเพลิงปักทะลุต้นขาขวา แต่บาดแผลเพียงแค่นั้นก็ยังไม่ลึกพอที่จะทำให้สิงโตปีศาจหยุดชะงัก อมนุษย์ร่างสีน้ำตาลทองขยับวิ่งใกล้เข้ามาเรื่อยๆ กรงเล็บแหลมยาววาดสูงหมายตวัดตัดศีรษะชายหนุ่มให้ขาดวิ่นภายในฉับเดียว

 

            หอกพระเพลิง!” คนถูกหมายหัวร่ายเวทเร็วระรัว หอกเพลิงนับร้อยเล่มพลันพุ่งทะลุพื้นปักแทงร่างสิงโตปีศาจลึก ส่งเจ้าปีศาจร่างยักษ์ล้มลงไปนอนหมอบอยู่กับพื้นได้อย่างไม่ยากเย็นเท่าไหร่นัก ดวงตาสีทองแดงจ้องเขม็งยังฮิเอ็นด้วยความโกรธแค้น มันฝืนขยับกายลุกยืนทั้งๆที่หอกเพลิงยังปักคาร่าง ร่างหนาซวนเซแทบล้มทั้งยืน ฮิเอ็นกระชับดาบแน่นพร้อมวาดสูง คมดาบลุกติดไฟโชติช่วง

 

            อโหสิให้ข้าด้วยนะ กล่าวจบ คมดาบของเจ้าเมืองหนุ่มก็ตวัดลง เฉือนตัดคออมนุษย์ร่างยักษ์อย่างไร้ความลังเล ศีรษะใหญ่กลิ้งโค่โล่ไปตามพื้น เปลวไฟจากคมดาบม้วนพันรอบร่างยักษ์ไร้วิญญาณก่อนลุกโหมกระพือแรง ร่างขนาดมหึมามอดไหม้สลายกลายเป็นขี้เถ้าอย่างช้าๆ

 

            “!!!” เสียงคำรามอันเปี่ยมไปด้วยพลังอำนาจพลันดังก้อง พื้นดินสั่นไหวสะเทือนแรง สายลมพัดโหมกระหน่ำราวพายุคลั่ง ฮิเอ็นหันมองตามทิศที่มาของเสียงตามสัญชาตญาณ ก่อนพบร่างหนาสีดำสนิทของลูซิเฟอร์ยืนจังก้าหน้าประตูทางเข้าโรงเรียนไดมอน โดยมีอนามันและนักฆ่าผู้ติดตามอีกสี่คนยืนล้อมรอบราวกำลังคอยให้การอารักขา

 

            จงตื่นขึ้น ทาสผู้ซื่อสัตย์แห่งข้า สงครามมันเพิ่งจะเริ่มเท่านั้นเอง เสียงทุ้มต่ำเปี่ยมพลังก้องกังวาน พื้นดินสั่นสะเทือนแรงกว่าเดิมอีกเท่าตัว ฮิเอ็นกับทหารใต้บัญชาเซล้มทรุดไม่เป็นท่า สายลมส่งเสียงหวีดหวิวราวเสียงกรีดร้องซึ่งชวนสยองขวัญ

 

            ทันใดนั้น บรรดานักฆ่าเกือบร้อยคนที่หมดสภาพการต่อสู้ไปแล้วก็กลับลุกยืนอีกครั้งโดยไม่แสดงท่าทีเจ็บปวดแผลหรือเหนื่อยอ่อนเลยซักนิด ดวงตาของเหล่านักฆ่ามีสีแดงก่ำราวโลหิตสดๆ กล้ามเนื้อแข็งแกร็งและมีขนาดใหญ่ขึ้นจนเห็นได้ชัด เส้นเลือดปูดโปนชวนให้รู้สึกขยะแขยง

 

            ฝูงนักฆ่าแสยะยิ้มกระหายเลือด น้ำลายไหลฟูมปากหยดรดผืนปฐพี อาวุธคู่กายถูกกระชับแน่นในท่าเตรียมพร้อม แล้วนักฆ่าทั้งหมดก็ดีดตัวพุ่งออกไปด้วยความเร็วที่มองตามแทบไม่ทัน

 

            ฉัวะ!!!

 

            อ๊าก!” เพียงแค่ตวัดดาบเพียงครั้งเดียว ก็สามารถตวัดตัดร่างทหารได้กว่าสิบนาย พละกำลังของเหล่านักฆ่าเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณอย่างชัดเจน

 

            และก็ใช่ว่าจะมีเพียงนักฆ่าเท่านั้นที่หยัดลุกยืนขึ้นมาสู้ต่อได้อย่างน่าประหลาด แต่พวกดาร์กเดม่อนมนตราที่น่าจะหมดสภาพการต่อสู้ไปแล้วก็กลับลุกยืนและกลับสู่การต่อสู้ได้อีกครั้งหลังได้ยินเสียงคำรามของลูซิเฟอร์ และครั้งนี้ พวกมันก็เก่งกาจขึ้นกว่าเท่าตัว

 

            อ๊าก!” เสียงร้องของทหารเอราเดสดังต่อเนื่องไม่ขาดสาย ทัพของฮิเอ็นกำลังจะพ่ายแพ้ในไม่ช้า ทั้งๆที่ได้เปรียบในเรื่องปริมาณแท้ๆ แต่กลับแพ้ในเรื่องความเก่งกาจเสียนี่ คิดแล้วมันน่าแค้นใจจริงๆ

 

            ถ้ามีพวกการ์เดี้ยนอยู่ด้วยละก็ กะอีแค่ฝูงปีศาจไม่กี่พันตนแค่นี้ ไม่คณามือหรอกอารมณ์ของฮิเอ็นเริ่มคุกรุ่นใกล้เดือดเต็มที ดาบคู่กายตวัดฉวัดเฉวียนไล่ฆ่าฝูงปีศาจซึ่งแห่กรูเข้ามาไม่หยุดหย่อน

 

            ก็ใช่ ถ้ามีการ์เดี้ยนอยู่ด้วยละก็นะ อนามันซึ่งจู่ๆก็โผล่มายืนเบื้องหน้าฮิเอ็นตวัดดาบมนต์ดำพาดผ่านกลางลำตัวเจ้าเมืองหนุ่ม ฮิเอ็นยกดาบขึ้นกันตามสัญชาตญาณ แต่ดาบมนต์ดำกลับทะลุผ่านดาบฮิเอ็นไปได้อย่างง่ายดายราวกับว่ามันเป็นเพียงอากาศธาตุ

 

            ฉัวะ!!!

 

            เลือดอุ่นไหลทะลักราวเทน้ำ ฮิเอ็นเซถอยพลางยกมือกุมบาดแผล บาดแผลที่อนามันฝากไว้เมื่อครู่ลึกจนเกือบถึงกระดูก แถมยังยาวมากอีกต่างหาก อาการเจ็บแปล๊บแผ่ซ่านทั่วกาย หยาดโลหิตไหลย้อมพื้นดินจนเป็นสีแดงฉาน

 

            “!!!”

 

            ลูซิเฟอร์กระโจนโผล่ออกมาจากทางด้านหลังอนามันพุ่งตรงใส่ฮิเอ็น ปีกสีดำทมิฬแผ่กว้างกลางแผ่นหลัง กรงเล็บสีขาวสะอาดกางกว้างเตรียมปลิดชีพฮิเอ็น เจ้าเมืองเอราเดสชักเท้าขยับหมายถอยหนี แต่กลับโดนอนามันถีบเท้าพุ่งรุกประชิดพลางเสือกแทงดาบทะลุท้องจนมิดด้าม

 

            อึก!” แรงกระแทกและอาการบาดเจ็บที่ได้รับทำเอาฮิเอ็นถึงกับกระอักเลือด

 

            หมดเวลาของเจ้าแล้ว ฮิเอ็น อนามันประกาศชัย ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนของเจ้าเมืองเอราเดสเบิกกว้าง เขาขยับหนีไม่ได้ เขาเสร็จลูซิเฟอร์แน่!

 

            “!!!” เสียงคำรามแฝงความเกรี้ยวกราดของมิดไนท์ดังแหวกอากาศ พร้อมๆกับร่างหนาที่พุ่งเข้ากระแทกลูซิเฟอร์อย่างจังจนลูซิเฟอร์ถึงกับล้มกลิ้ง จากนั้นมิดไนท์ก็ตวัดหางสีดำสนิทให้พันรอบเอวอนามันพร้อมดึงอนามันออกจากเบื้องหน้าฮิเอ็นอย่างแรง ดาบมนต์ดำถูกดึงหลุดจากท้องเจ้าเมืองหนุ่มและหล่นกระแทกพื้น มิดไนท์สะบัดอนามันทิ้งอย่างไม่แยแส

 

            แก! เจ้าเก็นกะ! แกอีกแล้วเรอะ!” ลูซิเฟอร์ขู่เสียงลอดไรฟันอย่างไม่สบอารมณ์ สงครามคราวที่แล้วมันก็โดนมิดไนท์ขัดขวาง คราวนี้ก็อีกแล้วเหรอ

 

            อย่ามาขวางทางข้าน่า!” พร้อมๆกับเสียงตวาดที่ดังลั่น สองเสือดำปีศาจผู้อดีตเคยเป็นพี่น้องกันพุ่งทะยานเข้าปะทะกันอย่างรวดเร็ว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,947 ความคิดเห็น

  1. #1925 。◕‿◕。 Iris_Jung &# (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 16 มีนาคม 2556 / 22:29
    อ่านจบแล้ว ยังอยากอ่านเล่ม 3 ภาคต่อ แหะๆ มีภาค 3 มั้ยคะผู้แต่ง
    #1,925
    0
  2. #1862 I'm sone M.Seo >O< (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 29 มีนาคม 2555 / 13:37
    อั้ยย่ะ! น่าสนุกอ่ะ > <
    #1,862
    0
  3. #1778 Ninzile (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2554 / 16:58
     Hey, Get up MR. BOy
    >O<
    Fighting~
    #1,778
    0
  4. #1756 Acme (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2554 / 17:33
    นิกล่ะ คิดถึงนิก



    นิก อาดิส ^_^/
    #1,756
    0
  5. #1615 เด็กแว่นตาดำๆ (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 13 เมษายน 2553 / 10:22
    ว้าวสงคราม เลือดสาด เสียงกรีดร้อง จิตนาการแล้วกระปรี้กระเปร่าจังเลยค่ะ หึๆๆ
    #1,615
    0
  6. #1506 Dark_JOKER (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2552 / 16:25
    ว้าวสงคราม
    แจ่มมาก
    สู้เค้านะทุกคน
    คนอ่านเป็นกำลังใจให้
    วี้ดวิ้ววววววว
    ฮุ ฮุ ฮุ
    #1,506
    0
  7. #1488 Z๏12iAc (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2552 / 18:08
    ว้าว~
    OoO
    เริ่มเเล้วๆ
    #1,488
    0