Flame นักรบเพลิงมายา (เปลวเพลิงมายา)

ตอนที่ 7 : มายาที่ 5 ห้องสมุดต้องห้าม [2] <= [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,278
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    7 พ.ค. 51

 

มายาที่ 5

ห้องสมุดต้องห้าม [2]

 

            เคร้ง!!!

 

            เสียงโลหะปะทะกันดังขึ้นอีกครั้งพร้อมกับมีดสั้นที่กระเด็นหลุดจากมือของเฟลมลงไปกลิ้งอยู่ที่พื้น มือขวาของเฟลมเต็มไปด้วยเลือดสีแดงเข้มที่เกิดจากผลของการโจมตีเมื่อครู่ แค่แรงปะทะจากขวานคู่ต่อสู้ยังทำให้เฟลมบาดเจ็บได้ขนาดนี้ คู่ต่อสู้ต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน

 

            คู่ต่อสู้ค่อยๆเดินย่างสามขุมออกมาจากความมืดมิด ปรากฎร่างกายใหญ่โตมหึมาของคู่ต่อสู้ที่ยืนจังก้า แขนและขาทั้งสองข้างมีกล้ามเป็นมัดๆ ตามเนื้อตัวเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นรอยใหญ่ดูน่ากลัว

 

            ร่างสูงใหญ่มีผิวสีแดงเข้มเหมือนสีของโลหิต กลิ่นตัวเหม็นคละคลุ้งเหมือนกลิ่นของศพเน่า ศีรษะที่เห็นไม่ใช่ของมนุษย์ แต่เป็นศีรษะของวัวกระทิงที่มีนัยน์ตาสีแดงเลือดหมู มือขวาที่ถือขวานยักษ์เงื้อขึ้นเตรียมโจมตีอีกครั้ง

 

            พวกของทัสค่อยๆเดินถอยหลังทีละก้าวอย่างช้าๆด้วยความหวาดกลัว เฟลมเอื้อมมือซ้ายหยิบมีดสั้นจากที่เก็บมีดข้างเอวอีกครั้งแล้วตั้งท่าเตรียมโจมตี มือขวาถูกปล่อยทิ้งลงข้างลำตัวอย่างไร้ประโยชน์

 

            คู่ต่อสู้อมนุษย์พุ่งเข้าชนเฟลมอย่างรวดเร็วโดยไม่ทันให้เฟลมตั้งตัว แรงปะทะทำให้ร่างของเฟลมลอยไปชนเข้ากับตู้หนังสือโครมใหญ่แล้วทรุดฮวบลงกับพื้น อมนุษย์ส่งเสียงร้องออกมาไม่เป็นภาษา

 

            ‘!’

 

            ตัวอะไรน่ะนั่น ทัสพูดด้วยเสียงสั่นเครือพร้อมกับก้าวถอยหลังหนี กาโอใช้ตัวบังสองสาวเอาไว้ ดวงตาสีเขียวเข้มจ้องมองอมนุษย์ไม่วางตา ส่วนเจ้าองครักษ์นั้นก็ทำหน้าที่ของตนเองได้อย่างดีเยี่ยม เดินมาหลบหลังผู้เป็นนายเรียบร้อยแล้ว

 

            น่าจะเป็นพวกอมุนษย์นะ แต่ข้าไม่รู้ว่าอะไร ลินนะเดา เปมินส่ายหน้าปฏิเสธทันที

 

            ไม่มีทางหรอก ก็พวกอมนุษย์มันหายสาบสูญไปจากมหานครตั้งแต่15ปีก่อนแล้วนี่ เปมินออกความเห็นด้วยเสียงที่บ่งบอกถึงความหวาดกลัวอย่างสุดขีด ทัสและกาโอพยักหน้าเห็นด้วยกับเปมิน

 

            จริงของเปมิน พวกอมนุษย์น่ะหายสาบสูญไปจากมหานครหมดแล้ว หายไปพร้อมกับพวกนักรบศักดิ์สิทธิ์นั่นแหละ กาโอกล่าว เฟลมที่เพิ่งจะหายมึนหัวค่อยๆยันกายให้ลุกขึ้นอย่างแช่มช้าแล้วเข้ายืนขวางหน้าพวกของกาโอไว้

 

            อมนุษย์พุ่งเข้าโจมตีอีกครั้ง แต่คราวนี้เฟลมสามารถใช้มีดสั้นหยุดการโจมตีไว้ได้ แรงกดของขวานทำให้มีดสั้นของเฟลมถึงกับร้าว แขนแข็งแรงของเฟลมสั่นเทาน้อยๆจากแรงปะทะ

 

            ไม่ต้องเถียงกัน เจ้านี่น่ะไม่ใช่อมนุษย์ แต่เป็นพวกปีศาจที่เกิดจากมนต์ดำเรียกว่าดาร์กเดม่อน’” เฟลมเอ่ยเฉลย มือทั้งสองข้างรวมรวบพลังทั้งหมดที่มีผลักกระแทกดาร์กเดม่อนให้ออกห่าง แรงจากการปะทะเมื่อครู่ทำให้กล้ามเนื้อของเฟลมเริ่มสั่นเกร็ง

 

            เอ้า อย่ามัวแต่ยืนตะลึง ช่วยข้าหน่อยเซ่ เฟลมเริ่มออกคำสั่งเสียงดัง กาโอกับทัสมองหน้ากันอย่างเข้าใจแล้วยกมือขึ้นไหว้ขอโทษเฟลมทันที

 

            แหะๆ ขอโทษทีเฟลม พวกข้าไม่ได้พกอาวุธมา กาโอกับทัสกล่าวเสียงอ่อย เฟลมถึงกับตะลึงพูดไม่ออกเป็นถึงเจ้าชายกับราชองครักษ์แต่ดันไม่พกอาวุธ ให้ตายเหอะ

 

            โธ่ พวกเจ้านี่น้า เฟลมถอนหายใจยาวก่อนจะถีบตัวเข้าไปปะทะกับดาร์กเดม่อนอีกครั้ง เสียงโลหะปะทะกันดังลั่นห้องสมุดต้องห้ามที่มืดสลัว

 

            การปะทะกันครั้งนี้เฟลมเสียเปรียบดาร์กเดม่อนอยู่เล็กน้อยเพราะมือขวาที่ตนถนัดไม่สามารถใช้ต่อสู้ได้ ดาร์กเดม่อนสะบัดขวานไปมาอย่างหัวเสีย เพราะดาร์กเดม่อนตัวใหญ่และเฟลมตัวเล็กกว่าหลายเท่า ทำให้ดาร์กเดม่อนโจมตีไม่ค่อยถูกเฟลม

 

            ระหว่างที่ทั้งคู่กำลังต่อสู้กันนั้น ดวงตาสีเขียวเข้มของกาโอเหลือบไปเห็นมีดสั้นของเฟลมที่ตกอยู่ที่พื้น ไม่รอช้า กาโอวิ่งเข้าไปหยิบและเข้าปะทะกับดาร์กเดม่อนทันที

 

            ถึงจะเป็นเจ้าชายแต่ก็ไม่เคยมีประสบการณ์การต่อสู้ของจริง การขยับตัวของกาโอจึงยิ่งทำให้เฟลมต่อสู้ได้ไม่ถนัดนัก ดูเหมือนว่ากาโอจะเข้ามาเป็นตัวถ่วงมากกว่าตัวช่วยซะอีก

 

            ดาร์กเดม่อนยกขวานยักษ์ขึ้นและกวาดลงที่ตัวของกาโอ เฟลมพุ่งถลาเข้าไปหากาโอแล้วยกมีดสั้นขึ้นกันไว้ ถึงแม้จะป้องกันการโจมตีได้ แต่แรงปะทะก็ทำให้ทั้งคู่กระเด็นไปไกลหลายเมตร

 

            แค่กๆ ให้ตายเหอะ เจ้าสู้ไม่เป็นรึไงกาโอ เฟลมตวาด กาโองุ้มหน้าลงเล็กน้อยด้วยความไม่พอใจที่ถูกต่อว่า สงสัยคำพูดของเฟลมจะแทงใจดำไปหน่อย กาโอเลยดูซึมไปเลย

 

            จะให้ข้าสู้ได้ไงล่ะ ข้าไม่เคยใช้ดาบนี่ เคยใช้แต่ธนู แถมข้ายังไม่เคยใช้ในการต่อสู้ของจริงด้วย กาโอเถียงกลับเสียงแข็ง เฟลมกลอกตาขึ้นมองเพดานอย่างปวดหัว

 

            แต่ก่อนที่สงครามน้ำลายจะยืดเยื้อไปกว่านี้ ดาร์กเดม่อนก็พุ่งเข้าหาทั้งคู่และใช้เขาของมันแทงเข้าที่สีข้างของเฟลม โชคดีที่เฟลมเบี่ยงตัวหลบทัน แผลที่ได้รับจึงเป็นเพียงแค่แผลถากๆเท่านั้น

 

            เฟลมจับเขาอันทรงพลังของดาร์กเดม่อนเอาไว้แล้วใช้มีดสั้นแทงเข้าที่คอ

 

            ‘!’

 

            ดาร์กเดม่อนส่งเสียงร้องครวญคราง

 

            ไร้ซึ่งเลือดที่ไหลริน แม้เฟลมจะกระชากมีดสั้นออกจากคอแล้วเลือดก็ไม่ไหลออกมา มีเพียงเสียงแผดร้องอย่างเจ็บปวดและบ้าคลั่งเท่านั้น

 

            ดาร์กเดม่อนสะบัดเฟลมออกด้วยแรงมหาศาล ส่งผลให้เฟลมกระเด็นไปชนเข้ากับตู้หนังสืออย่างจัง แรงกระแทกทำให้หนังสือเล่มโตหล่นร่วงใส่เฟลมแทบจะทั้งชั้น และด้วยความที่ตู้หนังสือนั้นเป็นไม้ซึ่งเก่าแล้ว เมื่อถูกแรงปะทะ ชั้นหนังสือก็หักโค่นลงมาทันที

 

            เฮ้ย เฟลม ทัสตะโกนเสียงดังอย่างตื่นเต้นในขณะที่ใช้หลังบังพวกของลินนะเอาไว้ กาโอตั้งท่าเตรียมสู้อีกครั้ง แต่ดูยังไงก็ไม่เห็นแววว่ากาโอจะชนะเลย เพราะขนาดจับมีดสั้นยังจับไม่ค่อยเป็นเลย

 

            ข้าแต่เทพแห่งแสงตะวัน ขอท่านจงส่งดาร์กเดม่อนตนนี้ไปสู่ที่ที่มันควรอยู่ด้วยเถิด เสียงนุ่มๆดังขึ้นพร้อมกับแสงสีทองสว่างจ้าราวกับแสงของดวงอาทิตย์ที่พุ่งตรงมายังร่างของดาร์กเดม่อน

 

            เกิดเสียงระเบิดดังขึ้น พื้นดินสั่นสะท้าน ดาร์กเดม่อนแผดเสียงร้องโหยหวนอย่างบ้าคลั่ง ร่างของมันค่อยๆมอดไหม้ แล้วหายลับไปในที่สุด เหลือไว้ก็แต่กลิ่นเหม็นคละคลุ้งอย่างกลิ่นของศพเท่านั้น

 

            ห้องสมุดที่เคยมืดสลัวค่อยๆสว่างขึ้นทีละน้อยจนกระทั่งสว่างจ้า ชายหนุ่มเจ้าของเสียงนุ่มเมื่อครู่เดินตรงมายังกลุ่มของพวกทัสอย่างรีบเร่งก่อนจะตวาดด้วยเสียงอันดังลั่น

 

            เจ้าพวกงั่งเอ๊ย เกือบแย่แล้วไหมล่ะ ชายหนุ่มตวาดเสียงดังลั่นคับห้องสมุดต้องห้ามที่ตอนนี้มีแสงสว่างแล้ว

 

            เจ้าชายจานา กาโอกล่าวชื่อของผู้ช่วยชีวิตด้วยความแปลกใจ เจ้าชายจานาถอนหายใจยาวเหยียดหนึ่งครั้งจากนั้นจึงเริ่มตวาดต่อ

 

            ให้ตายเถอะ ถ้าข้าไม่บังเอิญผ่านมาทางนี้ล่ะก็ ป่านนี้พวกเจ้าคงได้ตายกลายเป็นผีเฝ้าห้องสมุดแล้วรู้ไหม ซนไม่เข้าเรื่อง จานาตวาดด้วยความเหลืออดก่อนจะหันไปมองเฟลมที่นอนนิ่งอยู่ใต้กองหนังสือ เฟลมโผล่พรวดขึ้นมาจากกองหนังสืออย่างยากลำบากแล้วจึงค่อยๆกัดฟันบังคับกายให้ลุกขึ้น

 

            เฮ้ย เป็นอะไรมากเปล่า ทัสตะโกนถามอย่างเป็นห่วงพลางวิ่งเข้าไปพยุงเฟลมที่มีเลือดไหลอาบหน้า ตามเนื้อตามตัวของเฟลมเต็มไปด้วยรอยแผลมากมาย กลิ่นคาวเลือดชวนให้รู้สึกคลื่นเหียนแปลกๆ

 

            ไม่เป็นไรมากหรอกก็แค่... พูดได้เพียงเท่านั้น สติของเฟลมก็เริ่มเลือนลาง เฟลมรู้สึกว่าร่างของตนค่อยๆหนักขึ้นเรื่อยๆ ร่างกายรู้สึกร้อนรุ่ม ในหัวมีแต่เสียงวิ้งดังก้อง

 

            เฮ้ เฟลม เฟลม เฟลม... เสียงเรียกของเพื่อนๆนั้นค่อยๆเลือนรางและจางหายไปในที่สุด

           

..........

 

            กลิ่นยาฆ่าเชื้อนั้นส่งกลิ่นรุนแรงจนทำให้เฟลมต้องสะดุ้งตัวตื่น เฟลมกระพริบตาถี่ๆหลายครั้งเพื่อปรับสภาพของสายตา มือซ้ายถูกยกขึ้นป้องแสงไฟที่แยงเข้าตา

 

            ตามเนื้อตัวของเฟลมเต็มไปด้วยผ้าพันแผลสีขาวสะอาดและกลิ่นยาฆ่าเชื้อที่มีกลิ่นสุดฉุน ข้อมือขวาถูกเข้าเฝือกไว้อย่างแน่นหนา เฟลมใช้ศอกดันกายให้ลุกขึ้นอย่างเชื่องช้า ดวงตาสีแดงเพลิงหรี่ลงอย่างสงสัย

 

            อ๊ะ! เฟลมตื่นแล้วล่ะเปมิน เสียงหวานใสของลินนะดังขึ้นตามมาด้วยเสียงปิดหนังสือเล่มบางลง เปมินที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้ข้างเตียงยิ้มอย่างดีใจ ทั้งคู่เดินมาหาเฟลมที่เตียงก่อนจะถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก

 

            เฮ่อ โล่งอกไปที ในที่สุดก็ฟื้น ลินนะกล่าวพร้อมกับส่งยิ้มให้เฟลมที่นั่งทำหน้างงอยู่บนเตียงสีขาวสะอาด ในหัวยังคงมีอาการมึนๆ

 

            อือ ทำไมมันเหม็นกลิ่นยาขนาดนี้เนี่ย เฟลมบ่นอุบพลางยกมือขึ้นโบกไปมาที่จมูก สองสาวลอบขำน้อยๆ

 

            ก็ที่นี่เป็นห้องพยาบาลนี่นา เปมินเอ่ยเฉลยก่อนจะเดินไปเทน้ำใส่แก้วแล้วส่งให้เฟลม

 

            ห้องพยาบาล? แล้วนี่ข้าหลับไปนานรึเปล่า เฟลมเอ่ยถามพลางรับแก้วน้ำจากเปมิน ลินนะพยักหน้าเบาๆ

 

            อื้อ แต่ก็ไม่นานมากหรอกนะ แค่วันกว่าๆเอง ตอนนี้ก็สองทุ่มของวันใหม่ลินนะเงยหน้าขึ้นมองนาฬิกาที่ฝาผนังแล้วบอกกับเฟลม

 

            วันกว่าๆเลยเหรอ เฟลมถามทวนเสียงสูงแล้วทำหน้าตาตื่นตะลึง แค่บาดเจ็บนิดหน่อยทำไมถึงหลับไปนานขนาดนั้นได้ล่ะเนี่ย

 

            อื้อ ก็เมื่อวานเจ้าโดนพิษจากเขาดาร์กเดม่อนนี่นา อาจารย์พยาบาลไดอาน่าก็เลยบอกว่าเจ้าอาจจะหลับนานหน่อย ส่วนอาการบาดเจ็บอื่นๆก็ไม่มาก มีแค่ข้อมือขวาหักกับหัวแตกแค่นั้น เปมินว่า เฟลมโคลงหัวไปมาพลางประมวลข้อมูลในสมอง

 

            อือ แล้วคนอื่นๆล่ะ เฟลมหันมาถามลินนะเพราะไม่เห็นทัสกับกาโออยู่ด้วย

 

            หมายถึงทัสกับกาโอสินะ สองคนนั้นเค้าไปทำความสะอาดห้องสมุดน่ะ ลินนะเอ่ยเสียงอ่อยๆ คิ้วของเฟลมเลิกขึ้นสูง

 

            ทำความสะอาด? เฟลมถามทวนอย่างสงสัย งานอดิเรกของเจ้าพวกนี้คือทำความสะอาดหรือไงนะ

 

            ใช่ ก็ทำโทษที่พวกเราเข้าไปในห้องสมุดต้องห้ามไง พี่จานาเขาบอกว่าให้ไปทำความสะอาดห้องสมุดต้องห้ามเป็นการไถ่โทษน่ะ เปมินว่าแล้วทำหน้าเบ้

 

            แล้วเขาไม่กลัวว่าจะมีดาร์กเดม่อนออกมาอาละวาดอีกรึไง เฟลมกล่าวพร้อมกับถอนหายใจเฮือกใหญ่ นึกในใจว่าไม่อยากเจ็บตัวซ้ำสองอีกแล้ว

 

            ไม่หรอก พี่จานาบอกว่า ดาร์กเดม่อนจะอยู่แต่ในความมืด เพราะงั้นถ้าเราเปิดไฟห้องสมุดไว้ ดาร์กเดม่อนก็จะไม่ออกมาเพ่นพ่านแน่นอน แล้วอีกอย่างนะ ถ้าเราไม่ไปส่วนในสุดของห้องสมุดมันก็จะไม่ทำอะไรเราด้วย เปมินอธิบายแล้วยิ้มอย่างร่าเริง

 

            พี่จานาบอกว่า ความจริงห้องสมุดนี้ก็ไม่ได้น่ากลัวอะไร แค่มีดาร์กเดม่อนเท่านั้นเอง แล้วดาร์กเดม่อนก็ไม่ได้อันตรายอะไรด้วย เราแค่กลัวกันไปเอง แต่พอคนกลัวกันมากๆเข้าก็มีข่าวลือออกมาว่าห้องสมุดนั้นเป็นห้องสมุดต้องห้าม แล้วห้องสมุดนั้นก็ถูกปิดตาย ลินนะเล่าความเป็นมาของห้องสมุดต้องห้ามให้เฟลมฟัง เฟลมยิ้มแห้งๆด้วยความระอา รู้สึกอยากตบกบาลเจ้าเพื่อนใหม่จอมหาเรื่องจริงๆ

 

            แล้วพวกดาร์กเดม่อนมาจากไหนกัน มาทำไมด้วย เฟลมสงสัย

 

            อันนี้พี่จานาก็ไม่รู้ เห็นบอกว่ามันมาตอน15ปีที่แล้ว เปมินกล่าวตอบ เฟลมพยักหน้ารับอย่างขอไปที

            ช่างเหอะ แล้วพวกเจ้าไม่ไปช่วยสองคนนั้นเหรอ

 

            ก็มาเฝ้าไข้เจ้านั่นแหละ ลินนะเอ่ยแล้วส่งยิ้มหวานให้กับเฟลม

 

            สิ้นเสียงหวานๆของลินนะ เสียงทะเลาะถกเถียงกันก็ดังแทรกขึ้นมาจากทางด้านนอกห้องพยาบาล ไม่ต้องให้เดาก็รู้ว่าเป็นเสียงของทัสกับกาโอ และไม่นานนัก เสียงนั้นถูกทำให้เงียบลงด้วยเสียงตวาดห้ามศึกน้ำลายจากเจ้าชายจานา

 

            ไงลินนะ ข้ามาเปลี่ยนเวรแล้ว อ้าว เฟลมฟื้นแล้วเหรอ ทัสทักด้วยเสียงแปลกใจเมื่อเห็นเฟลมนั่งอยู่บนเตียง

 

            อือ ถ้าข้าไม่ฟื้นแล้วเจ้าจะเห็นข้านั่งอยู่ตรงนี้ไหม เฟลมตอบอย่างกวนโอ๊ยสุดๆ คิ้วของทัสกระตุกอย่างไม่สบอารมณ์ กาโอเดินมาหาเฟลมที่เตียงแล้วส่งถุงหนังถุงหนึ่งให้กับเฟลม

 

            อะไรน่ะ เฟลมถามก่อนที่จะรับถุงนั้นมาเปิดดู ภายในถุงเป็นมีดสั้นคู่ใจของเฟลมที่มีสีเงินเป็นประกายเงาสวย คราบเลือดถูกเช็ดออกไปจนหมด แถมยังถูกลับคมมาอย่างดีอีกด้วย

 

            โห ใครทำให้เนี่ย เฟลมกล่าวชมจากใจจริงเพราะมีน้อยคนนักที่จะรู้วิธีการดูแลรักษามีดสั้นที่ถูกวิธี

            ข้าเอง เจ้าชายจานากล่าวด้วยเสียงสั้นห้วน เฟลมก้มหัวลงขอบคุณครั้งหนึ่งก่อนจะเก็บมีดสั้นเข้าเข็มขัดเก็บมีดที่วางอยู่ที่โต๊ะข้างเตียง

 

            เจ้าพกมันตลอดเลยเหรอเฟลม ไอ้มีดสั้นคู่นี้น่ะ กาโอถามด้วยความสงสัย จะมีซักกี่คนกันเชียวที่พกอาวุธแล้วเดินร่อนทั่วโรงเรียน

 

            ก็นะ พกไว้ป้องกันตัว เฟลมกล่าวปัดเพราะไม่ว่ายังไงก็บอกเรื่องที่ตนพกเพราะเป็นนักฆ่าไม่ได้เด็ดขาด

 

            ช่างเหอะ แต่ว่านะ เจ้าสู้เก่งชะมัดเลยแฮะ ใครสอนให้เหรอ ทัสกล่าวซัก เฟลมส่ายหน้าปฏิเสธที่จะตอบคำถามแล้วล้มตัวลงนอน

 

            เฮ้ยเฟลมตอบก่อนดิ ทัสยังคงรบเร้าไม่เลิก แต่เฟลมก็ยังคงยืนกรานไม่ตอบคำถามอยู่เหมือนเดิม ทัสพยายามกล่าวถามอย่างสุดความสามารถ ในที่สุดเฟลมก็มุดตัวลงใต้ผ้าห่มผืนหนาเพื่อตัดความรำคาญ

 

            อะไรของเจ้าว้า ทัสกล่าวด้วยความเสียดาย แต่ก็ไม่สามารถซักต่อได้เนื่องจากอาจารย์พยาบาลสุดสวยนามไดอาน่าเดินเข้ามาบอกให้พวกทัสกลับห้องเพราะเห็นสมควรแก่เวลาแล้ว อีกทั้งยังต้องการให้เฟลมได้รับการพักผ่อนอย่างเต็มที่อีกด้วย

 

            งั้น พวกข้าไปแล้วนะเฟลม แล้วพรุ่งนี้จะมาเยี่ยมใหม่ กาโอหันหลังกลับมาบอก

 

            อื้อ แล้วเจอกัน

 

..........

 

            เสียงเปิดหน้าต่างดังขึ้นอย่างแผ่วเบาและจบลงอย่างเงียบกริบ ดวงตาคู่สีทองอร่ามจับจ้องมายังเด็กหนุ่มผมสีแดงเพลิงที่กำลังนอนพักผ่อนอยู่บนเตียงสีขาวสะอาดอย่างผ่อนคลาย

 

            ตามร่างกายของเด็กหนุ่มเต็มไปด้วยผ้าพันแผลและกลิ่นยาฆ่าเชื้อที่ฉุนจนชวนน่าปวดหัว ไฟทุกดวงในห้องดับสนิท มีเพียงแสงไฟจากเทียนไขแท่งเล็กเรียวที่ส่องสว่างอยู่บนโต๊ะข้างเตียงขาวสะอาดเท่านั้นที่มอบความสว่างให้กับยามค่ำคืน

 

            เจ้าของดวงตาสีทองค่อยๆย่องลงมาหยุดยืนอยู่ที่โต๊ะตัวนั้นก่อนจะนั่งลงอย่างแผ่วเบา ดวงตาสีเพลิงเบิกกว้างออกแล้วเจ้าตัวก็ลุกขึ้นนั่งบนเตียงด้วยความยากลำบากเนื่องจากบาดแผลที่โดนเขาของดาร์กเดม่อนนั้นยังคงอยู่ซึ่งความเจ็บปวด นาฬิกาเรือนใหญ่ตีบอกเวลาเที่ยงคืน

 

            ไงเฟลม เจ็บหนักเลยนี่ เจ้าของดวงตาสีทองพูดอ้อล้อ เด็กหนุ่มหันมาส่งสายดุๆเป็นเชิงห้าม

 

            ไม่ต้องมาล้อเลยมิดไนท์ เฟลมดุมิดไนท์ด้วยเสียงเบาเพราะกลัวว่าอาจารย์พยาบาลจะได้ยินเข้า มิดไนท์หัวเราะร่วนอย่างมีความสุข

 

            แหม ล้อเล่นนิดเดียวโมโหไปได้ มิดไนท์ยังคงส่งเสียงยียวน

 

            เจ้าไปรู้ข่าวมาจากไหนว่าข้าได้รับบาดเจ็บ เฟลมเอ่ยถาม มิดไนท์เลิกคิ้วสูงอย่างไม่เชื่อหู นี่เฟลมบ้าหรือโง่กันแน่นะ มีนักข่าวจากโลกมืดเต็มโรงเรียนไปหมด ไม่รู้ก็บ้าแล้ว

 

            ไม่รู้ก็บ้าแล้ว นักข่าวโลกมืดเต็มโรงเรียนไปหมด ป่านนี้เค้ารู้กันทั่วโลกมืดแล้วมั้งว่าแฟนธ่อม ออฟ ดาร์กเนส บาดเจ็บหนักเพราะช่วยชีวิตเพื่อนใหม่ที่เป็นถึงองค์รัชทายาทจากเมืองใหญ่ทั้งสาม มิดไนท์กล่าวตอบด้วยเสียงกวนประสาท คิ้วของเฟลมกระตุกน้อยๆอย่างหงุดหงิด

 

            แล้วทำไมเจ้าไม่ใช้เพลิงล่ะ แค่ดีดนิ้วเปาะเดียวเจ้านั่นก็ได้ไปโลกหน้าแล้วนี่ คราวนี้มิดไนท์เป็นฝ่ายส่งคำถามกลับบ้าง เฟลมถอนหายใจยาว

 

            มันใช้ไม่ได้นี่ ถ้าใช้เจ้าพวกนั้นก็รู้พอดีว่าข้าเป็นคนของโลกมืด เฟลมตอบด้วยเสียงจริงจัง มิดไนท์พยักหน้าเห็นด้วย ในยุคสมัยนี้ไม่มีใครสามารถใช้พลังที่เหนือมนุษย์อย่างเช่นการสร้างไฟได้ ผู้ที่ใช้ได้ก็คือผู้ที่มาจากโลกมืดเท่านั้น

 

            ก็จริงของเจ้า มิดไนท์ตอบรับพลางกระโดดลงไปยืนที่ตักของเฟลม ดวงตาสีทองกวาดมองดูบาดแผลที่ท้องอยู่ครู่หนึ่ง มิดไนท์ยกเท้าหน้าที่แสนเล็กของมันแตะที่แผล

 

            สายลมอ่อนๆพัดเข้ามาในห้องที่ถูกปิดอย่างแผ่วเบา แต่ก็แรงพอที่จะทำให้เส้นผมสีแดงเพลิงของเฟลมปลิวสยาย เฟลมจับรวบเส้นผมเหมือนอย่างเคยแล้วใช้ยางรัดมันไว้อย่างลวกๆ

 

            กลิ่นหอมของสายลมในยามค่ำคืนลอยมาแตะจมูกของเฟลม จากนั้น บาดแผลที่ท้องก็เริ่มจางลงและหายไปอย่างไร้ร่องรอยราวกับว่าไม่เคยมีแผลมาก่อน มิดไนท์มองสำรวจตามร่างกายของเฟลมอีกครั้ง

 

            ข้อมือขวาหักแล้วก็หัวแตก เฟลมร่ายอาการบาดเจ็บให้มิดไนท์ฟังก่อนยื่นข้อมือขวาที่เต็มไปด้วยผ้าพันแผลไปด้านหน้ามิดไนท์

 

            มิดไนท์หลับตาลงแล้วเอื้อมอุ้งเท้าหน้าไปแตะ ไม่นานนักกระดูกก็เชื่อมกัน เฟลมถอดเฝือกสีขาวออกพลางสะบัดมือไปมาก่อนจะหัวเราะชอบใจ

 

            เจ๋ง แล้วก็ไอ้นี่ด้วยนะมิดไนท์เฟลมกล่าวพร้อมกับชี้ไปที่ผ้าพันแผลบนหัว มิดไนท์มองอยู่ครู่หนึ่งก็หลับตาพึมพำอะไรบางอย่าง บาดแผลจางหายไปอย่างรวดเร็ว เฟลมดึงผ้าพันแผลออก

 

            หมดแล้วล่ะ เฟลมกล่าวหลังจากสำรวจร่างกายตัวเองอย่างละเอียด มิดไนท์พยักหน้ารับแล้วกระโดดขึ้นไปยืนบนโต๊ะด้านข้างเตียง

 

            ถ้าหมดแล้วก็ดี ข้าไปแล้วนะ มิดไนท์กล่าวอย่างรวดเร็วแล้วทำท่าจะกระโดดออกไปทางหน้าต่าง

 

            อ้าว จะรีบไปไหนล่ะ เฟลมถามพลางเอื้อมมือไปคว้าที่หางของมิดไนท์ทำเอามิดไนท์สะดุ้งโหยงแล้วหันมาส่งสายตาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ เฟลมหัวเราะเจื่อนๆอย่างลืมตัวก่อนจะปล่อยมือออกจากหางของมิดไนท์

 

            กลับเผ่าสิ เจ้าลืมแล้วรึไงว่าข้าเป็นหัวหน้าเผ่าเสือดำปีศาจในป่าปีศาจ ข้าจะกลับไปทำอะไรของข้าบ้าง ให้อยู่กับเจ้าตลอดเวลาเห็นคงจะไม่ได้ มิดไนท์กัดฟันพูดตัดบทสนทนาเพียงแค่นั้นแล้วกระโดดออกไปทางหน้าต่างข้างเตียง

 

            เฟลมมองส่งมิดไนท์จนกระทั่งลับสายตาจึงล้มตัวลงนอน แสงเทียนดับวูบลงพร้อมกับหน้าต่างที่ถูกดึงปิดอย่างแผ่วเบา

 

..........

 

            โรงอาหารกลางของโรงเรียนไดมอนในตอนเช้าเต็มไปด้วยนักเรียนในชุดลำลองหลากหลายสีสัน ถึงแม้ว่าวันนี้จะเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ แต่ก็ยังมีนักเรียนไม่น้อยที่ตื่นแต่เช้าขึ้นมากินข้าวไปพลางนั่งทบทวนหนังสือไปพลาง

 

            ไงเฟลม หายแล้วเหรอ เสียงทักของกาโอดังขึ้นจากทางด้านหลังและตามมาด้วยฝ่ามือหนักๆของทัสที่ตบลงบนไหล่ขวา

 

            อือ หายแล้ว เฟลมหันกลับมาตอบรับเสียงใสแล้วจึงหันไปจัดการข้าวเช้าของตนเองต่อ ลินนะกับเปมินที่เพิ่งจะเดินเข้าร่วมวงวางจานข้าวของตนลงบนโต๊ะและนั่งลงด้านตรงข้ามเฟลม

 

            หายเร็วจัง ก็ไหนอาจารย์ไดอาน่าบอกว่าเจ้าต้องพักอีกซักวันสองวันไง เปมินเอ่ยถามด้วยความสงสัย

 

            ข้าก็เป็นอย่างงี้แหละ คุ้นชินกับการต่อสู้และการบาดเจ็บ เฟลมตอบกลับแล้วกวาดข้าวคำสุดท้ายเข้าปาก ลินนะหันไปมองนาฬิกาแขวนด้านหลังโรงอาหาร ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนเบิกโพลงด้วยความตกใจ

 

            แย่แล้วเปมิน อีกสิบนาทีแปดโมง เราต้องรีบแล้วนะ ถ้าไปสายเกินแปดโมงพี่จานาต้องโกรธพวกเราแน่เลย ลินนะเอ่ยเร่ง เปมินทำหน้าตกใจพลางตักข้าวเข้าปากอย่างรีบเร่ง

 

            จะรีบไปไหนกัน วันนี้วันหยุดนะ เฟลมถามอย่างสงสัย กาโอกลืนข้าวคำโตลงคออย่างรวดเร็วแล้วจึงกล่าวตอบคำถาม

 

 

            ก็รีบไปทำความสะอาดห้องสมุดน่ะดิ พี่จานาบอกว่าให้ไปภายในแปดโมง เออ ไหนๆเจ้าก็หายแล้ว งั้นวันนี้ไปช่วยพวกข้าทำความสะอาดด้วยเลยนะ กล่าวจบกาโอก็ตักข้าวคำโตเข้าปากอีก

 

            ว้า ไม่น่ารีบหายป่วยเลยแฮะ เฟลมกล่าวอย่างเสียดายด้วยเสียงติดตลกแล้วหัวเราะแหะๆ ไม่นานนักทั้งหมดก็จัดการกับอาหารมื้อเช้าจนเสร็จเรียบร้อยและเริ่มมุ่งหน้าสู่ห้องสมุดต้องห้าม

 

..........

 

            กวาดตรงนั้นให้สะอาดนะกาโอ เปมินกับทัสมาเช็ดผุ่นตรงนี้ด้วย ลินนะกับเฟลมถ้าจัดหนังสือตรงนั้นเสร็จแล้วก็มาจัดตรงนี้ด้วยนะ เสียงสั่งการนุ่มๆแต่เปี่ยมไปด้วยอำนาจของจานานั้นดังคับห้องสมุดต้องห้าม

 

            กาโอก้มหน้าก้มตากวาดพื้นห้องสมุดที่เต็มไปด้วยผุ่นอย่างเบื่อหน่าย ไม่ว่าจะพยายามกวาดซักเท่าไหร่ ฝุ่นก็ยังคงหนาเตอะอยู่เหมือนเดิม ดีไม่ดีอาจฟุ้งกระจายมากกว่าเดิมก็ได้

 

            ทัสกับเปมินเดินพล่านเช็ดฝุ่นตามตู้หนังสือตามจานาชี้จนขาแทบจะพันกัน ส่วนลินนะกับเฟลมก็จามไปพลางจัดหนังสือไปพลางกันอย่างสนุกสนาน อะไรฝุ่นมันจะหนาได้ใจขนาดนั้น

 

            ให้ตายสิ บนนี้ฝุ่นเยอะชะมัดเลย เฟลมบ่นอุบพลางปีนบันใดขึ้นไปที่ชั้นบนสุดของตู้หนังสือเพื่อจัดหมวดหมู่ของหนังสือให้ตรงตามคำสั่งของจานาที่ยืนคุมอยู่ด้านล่าง ลินนะจุดตะเกียงแล้วปีนตามเฟลมขึ้นมาด้านบนเพื่อให้แสงสว่าง

 

            โห ฝุ่นหรือแป้งทำขนมเนี่ย หนาชะมัดเลย ลินนะบ่นพลางส่งผ้าเช็ดฝุ่นให้กับเฟลม เฟลมรับมันมาก่อนที่จะจามอีกครั้ง

 

            ฮัดเช่ย สิ้นเสียงจามของเฟลม บันใดไม้ที่พาดอยู่กับตู้หนังสือก็เอียงวูบออกจากตู้หนังสือ เฟลมหัวเราะอย่างเซ็งในชีวิตเมื่อเห็นชะตาของตัวเอง

 

            โครม!!!

 

            เฟลมหล่นลงไปกลิ้งโค่โล่อยู่กับพื้น ฝุ่นฟุ้งกระจายอีกครั้ง กาโอส่ายหัวด้วยความเซ็งแต่ก็เดินเข้าไปช่วยพยุงเฟลมให้ลุกขึ้น เฟลมบัดฝุ่นออกจากชุดอยู่นานสองนานก่อนที่จะพาดบันใดเพื่อปีนกลับขึ้นไปทำงานต่อ ดวงตาสีแดงเพลิงมีน้ำตาปริ่มอยู่เล็กน้อย ฝุ่นที่นี่ระคายตาชะมัด

 

            อูย เจ็บชะมัดเลย เฟลมบ่น จากนั้นก็ทำท่าจะจามอีกครั้ง ลินนะเอื้อมมือเรียวเล็กมาปิดปากของเฟลมไว้แล้วหัวเราะอย่างขำๆ แต่เมื่อเอามือออก เฟลมก็จามอีกชุดใหญ่ ทำเอาทั้งคู่หล่นลงไปกองอยู่กับพื้นด้วยกัน แต่โชคดีที่คราวนี้ทั้งคู่ปีนไม่สูงมากจึงทำให้ไม่ค่อยเจ็บเท่าไหร่นัก

 

            เฟลมเอื้อมมือจับตู้หนังสือเพื่อพยุงให้ตัวเองลุกขึ้น แต่บังเอิญว่าตู้หนังสือที่เฟลมใช้เป็นตัวช่วยดันเป็นตู้หนังสือที่ไม่ค่อยแข็งแรง โชคร้ายเป็นของเฟลม ไม้ที่เปราะหักตามแรงกดของเฟลมทำให้หนังสือกองใหญ่หล่นลงมาทับเฟลม เฟลมทะลึ่งพรวดขึ้นมาจากกองหนังสือแล้วสบถอย่างหัวเสีย

 

            อะไรกันนักหนาเนี่ยวันนี้ วันซวยรึไงฟะ เฟลมบ่นเสียงดัง ลินนะที่ยืนขำอยู่ห่างๆเดินเข้ามาช่วยฉุดเด็กน้อยที่แสนโชคร้ายแถมขี้บ่นขึ้นจากกองหนังสือ พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นหนังสือเล่มโตเล่มหนึ่ง

 

            ปกของหนังสือเล่มนี้เป็นกระดาษแข็งหนาอย่างดีสีเขียวแก่ ความหนาของหนังสือน่าจะซักประมาณสามนิ้วได้ น้ำหนักคงประมาณซักเกือบห้ากิโลกรัม แค่เห็นก็ไม่อยากจะเปิดอ่านแล้ว

 

            ลินนะเปิดดูหนังสือเล่มนั้นด้วยความสนใจ กระดาษภายในเล่มแข็งและเริ่มกลายเป็นสีเหลืองตามอายุของมันแล้ว กลิ่นอับของหนังสือทำให้ลินนะต้องรีบปิดลงทันที

 

            อะไรน่ะลินนะ เฟลมถามพลางยื่นหน้าเข้ามาดูหนังสือเล่มโตแล้วทำหน้าแหย

 

            ข้าไม่ชอบอ่านหนังสือ เฟลมสารภาพ ลินนะขำเบาๆอย่างน่ารัก

 

            อะไรน่ะลินนะ พวกของกาโอเดินเข้ามาสมทบเมื่อเห็นลินนะถือหนังสือเล่มโตที่ดูไม่น่าอ่านเลยซักนิด

 

            พี่จานา ข้าขอยืมหนังสือเล่มนี้หน่อยได้ไหม ลินนะเอ่ยขอร้อง จานายื่นหน้ามาดูปกหนังสือแล้วก็ยักคิ้ว

 

            ตามใจสิ แต่ถ้าอ่านจบแล้วอย่าลืมเอามาคืนด้วยละกัน จานากล่าว จากนั้นจึงหันไปสั่งให้พวกทัสแยกย้ายกันไปทำงานต่อ

 

            หนังสือเรื่องอะไรเหรอลินนะ เฟลมเอ่ยถามอย่างใคร่รู้ ลินนะยิ้มแล้วจึงตอบคำถาม

 

            หนังสือเรื่องโลกมืดจ้ะ 

 

            โลกมืด?” เฟลมทวนเสียงสูงด้วยความไม่แน่ใจ เป็นไปได้ยังไงที่จะมีหนังสือเกี่ยวกับโลกมืดอยู่ด้วย

 

            อื้ม ข้าหามานานแล้วล่ะ นี่น่ะเป็นหนังสือที่เขียนเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของมหานครตั้งแต่ก่อนมหาสงครามแย่งชิงแผ่นดินจนถึงช่วงหลังสงครามน่ะ รู้สึกว่าคนเขียนจะเป็นคนของโลกมืดน่ะจ้ะ ตอนหลังก็โดนสังหารตายเพราะทรยศต่อโลกมืด ส่วนหนังสือก็โดนตามเผา บังเอิญจังที่ได้เจอลินนะกล่าวตอบอย่างอารมณ์ดี

 

            ตอนนี้ในหัวของเฟลมเต็มไปด้วยคำว่าต้องฆ่าปิดปากซะแล้ว ไม่ว่าใครก็ตามที่ยุ่งเกี่ยวกับโลกมืด คนๆนั้นจะต้องตายอย่างทรมาน

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,947 ความคิดเห็น

  1. #1714 lnwcool (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 เมษายน 2554 / 17:25
    น่ากลัวจัง*o*
    #1,714
    0