Flame นักรบเพลิงมายา (เปลวเพลิงมายา)

ตอนที่ 60 : มายาที่ 58 พฤกษา และ สายลม <=[100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,013
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    16 เม.ย. 52

 

มายาที่ 58

พฤกษา และ สายลม

 

            ดวงดาราส่องสว่างชัดเหนือศีรษะ จันทราสีทองอร่ามลอยเด่นท่ามกลางหมู่ดาวนับล้าน หิมะสีขาวพิสุทธิ์ตกโปรยปรายแช่มช้า ปรากฏร่างเล็กภายใต้ผ้าคลุมสีดำสนิทร่างหนึ่งยืนนิ่งบนหลังคาบ้านสูง ดวงตาสีเงินคู่สวยกวาดมองภาพของเมืองเบื้องหน้าอย่างพิจารณา

 

            ผืนนากว้างและพื้นที่การเกษตรถูกปกคลุมด้วยหิมะสีขาวโพลนสะอาดตา บ้านเมืองตั้งเรียงรายห่างกันไม่มากแต่ก็ไม่แออัด ทั่วทั้งเมืองเงียบกริบและมืดสนิท มีเพียงทหารยามไม่กี่คนเท่านั้นที่ถือคบเพลิงเดินตรวจตรารอบๆเมืองตามหน้าที่

 

            กึก!

 

            เสียงฝีเท้าเบาหวิวดังแว่ว พลันปรากฏเงาของคนร่วมพันคนเบื้องหลังร่างบาง เจ้าของดวงตาสีเงินเอี้ยวหลังมอง

 

            “ลงมือได้” เสียงสั่งการเบาบางจนแทบหายไปกับสายลม ผู้อยู่ใต้คำบัญชาผงกหัวรับคำแล้วกระโดดแผล็วหายไปคนละทิศคนละทาง เรือนผมสีนิลสวยที่ถูกรัดรวบไว้บริเวณต้นคอไหวพลิ้วคลอสายลมยามราตรี

 

            มือบางทั้งสองข้างถูกยื่นไปด้านหน้าก่อนจะกางออก ริมฝีปากสวยได้รูปขยับเชื่องช้า

 

            “สายลมเอ๋ย จงโบกพัด” เสียงหวานใสแต่เปี่ยมไปด้วยความเยือกเย็นดังทำลายความเงียบยามค่ำคืน กระแสลมพัดโบกสะบัดตามคำสั่งที่ดังแว่ว

 

            “จงกระหน่ำซัดเหล่าอริแห่งข้า!” เสียงหวานเอ่ยซ้ำอีกครั้งอย่างหนักแน่นและสั้นห้วน สายลมที่พัดเอื่อยพลันเปลี่ยนมากรรโชกอย่างรุนแรง เกิดเสียงหวีดหวิวดังเสียดหูชวนรำคาญ แรงลมทำให้ต้นไม้ใหญ่นับสิบต้นหักโค่น หลังคาบ้านเรือนที่ดูจากลักษณะภายนอกแล้วน่าจะสร้างจากศิลาชั้นดีถูกลมพัดจนกระเด็นตกพื้นแตกละเอียด เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ปลุกเมืองทั้งเมืองที่กำลังหลับใหลให้ตื่นขึ้นอย่างรวดเร็ว

 

            “เกิดอะไรขึ้นน่ะ” แว่วเสียงคนโวยวายจากทั่วทุกสารทิศ เด็กสาวขยับยิ้มนิด

 

            “ดาร์กเดม่อน” เมื่อเอ่ยเรียกหาอมนุษย์ สายลมก็พัดหมุนไร้ทิศทาง ไอมนต์ดำตั้งเค้าก่อตัว แล้วร่างของดาร์กเดม่อนกว่าร้อยตนก็ปรากฏขึ้นจากอากาศธาตุข้างกาย

 

            ‘…’

 

            ฝูงอมนุษย์ย่อกายนั่งชันเข่าด้วยท่าทีเคารพ

 

            โปรดสั่งการดาร์กเดม่อนตัวที่ดูเหมือนเป็นจ่าฝูงเอ่ยถามเสียงต่ำทุ้ม คนเป็นนายสูดหายใจยาว

 

            “ทำลายเมืองนี้ซะ” เด็กสาวสั่งเสียงเรียบ อมนุษย์ทั้งร้อยตนเงยหน้ามองคนเป็นนาย ดวงตาสีแดงเลือดหมูจ้องดวงตาสีเงินนิ่ง

 

            น้อมรับคำสั่งขอรับท่านจินสิ้นเสียงตอบรับของดาร์กเดม่อนจ่าฝูง ดาร์กเดม่อนทั้งหมดก็พุ่งทะยานหายไปอย่างรวดเร็ว และไม่ทันได้กะพริบตา เสียงระเบิดก็ดังสนั่น พื้นดินสั่นไหวสะเทือนแรง เปลวเพลิงลุกโชนลามเลียท้องฟ้า ความมืดยามค่ำคืนถูกไฟแห่งสงครามกลืนกินจนหมดสิ้น ทั่วทั้งเมืองสว่างไสวในชั่วพริบตา

 

            เด็กสาวยืนนิ่งมองสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยท่าทีสบายๆ เธอไม่มีท่าทางอยากจะลงจากหลังคาสูงไปช่วยพวกนักฆ่าและดาร์กเดม่อนทำลายเมืองเลยซักนิด

 

            ความโกลาหลก่อตัวขึ้นเพียงเสี้ยววินาที เสียงการปะทะกันของอาวุธดังแหวกสายลมถี่รัว เสียงกรีดร้องและเสียงกร่นด่าดังระงมจากทั่วทิศทาง เปลวไฟสีแดงเข้มลุกปะทุเผาผลาญเมืองอย่างรวดเร็ว หัวหน้าทีมภารกิจขยับยิ้มอย่างพึงพอใจ

 

            “ดาร์กเดม่อนมนตรา” จินส่งเสียงเรียกแผ่วเบา ร่างดาร์กเดม่อนมนตราตนหนึ่งพลันปรากฏขึ้น มันนั่งชันเข่ารอฟังคำสั่งอยู่เบื้องหลังเด็กสาวอย่างเงียบๆ

 

            “เอานี่ไปให้เจ้าเมืองเคนตาเซียที” เด็กสาวหย่อนกายลงนั่งบนหลังคาพลางยื่นจดหมายฉบับหนึ่งให้ดาร์กเดม่อนมนตรา อมนุษย์ร่างเล็กผงกหัวรับคำสั่งอย่างว่าง่าย เมื่อได้รับจดหมายแล้ว มันก็ดีดนิ้วแห้งกร้านเบาๆ ไอมนต์ดำหมุนห้อมล้อมร่างสีดำสนิท และเมื่อมันดีดนิ้วอีกครั้ง ไอมนต์ดำก็สลายหายไปพร้อมๆกับร่างเพรียวลมที่หายลับไปจากครองสายตาของเด็กสาว

 

……….

 

            “กระจายกำลังกันออกไปให้ทั่วเมือง! ปกป้องเคนตาเซียไว้ให้ได้!” ชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีเขียวอ่อนตะโกนสั่งการด้วยเสียงเปี่ยมอำนาจ ทหารหาญแห่งเมืองเคนตาเซียทั้งหมดกว่าสามพันนายค้อมกายรับคำสั่งเร็วรัวก่อนวิ่งแยกย้ายกันไปทั่วเมือง เปลวไฟบนคบเพลิงในมือของทหารแต่ละนายลุกโชนสว่างไสว

 

            “เซเรียสตามข้ามา” ไคอาหันไปสั่งชายหนุ่มผู้เป็นองครักษ์ประจำกายก่อนออกวิ่ง แต่ก่อนที่ทั้งสองจะก้าวพ้นประตูวัง ไอเวทมนต์สีดำสนิทพลันพุ่งกระแทกส่งร่างทั้งคู่ให้ลอยกระเด็น คบเพลิงของทั้งคู่หลุดมือหล่นกลิ้ง ไคอาและเซเรียสตีลังกากลับลงยืนอีกครั้งอย่างคล่องแคล่ว

 

            ดาร์กเดม่อนมนตราร่างเล็กปรากฏสู่สายตาของสองนายบ่าว มันยืนจังก้าเบื้องหน้าทั้งคู่ ดวงตาสีแดงสดคล้ายสีเลือดจ้องตรงไปยังไคอาอย่างมุ่งร้าย

 

            นายเหนือแห่งข้าสั่งให้ข้านำมาให้เจ้ามันพูดโดยไม่ขยับปากด้วยเสียงแหบแห้งชวนให้รังเกียจ มือแห้งกร้านยื่นจดหมายในมือส่งให้ชายหนุ่มผู้มีศักดิ์เป็นเจ้าเมืองเคนตาเซียช้าๆ แต่เซเรียสกลับเป็นผู้กระชากจดหมายนั้นมาจากมือของดาร์กเดม่อนมนตราแทน ก่อนส่งมันให้ไคอาแล้วกระชับดาบคู่กายตั้งท่าพร้อมสู้ ดาร์กเดม่อนมนตรามองตามการกระทำของเซเรียสอย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไร

 

            “หาข้าให้เจอ แล้วมาสู้กัน หากเจ้าชนะ พวกข้าจะยอมถอยกลับไปแต่โดยดี” ไคอาอ่านข้อความในจดหมาย ก่อนที่ชายหนุ่มจะต้องขมวดคิ้วมุ่น

 

            “หางั้นเหรอ? หาใครล่ะ?” ความสงสัยผุดขึ้นในสมองเหมือนดอกเห็ด

 

            เจ้าจะต้องหาคำตอบด้วยตัวเจ้าเอง ข้ามีหน้าที่ส่งจดหมายเท่านั้นไม่ได้มีหน้าที่ตอบคำถามของเจ้าดาร์กเดม่อนมนตราตอบกลับเรียบๆ เซเรียสขยับกายนิดเป็นการเตรียมพร้อมเข้าปะทะ

 

            “ท่านไปตามหาคนในจดหมายเถอะขอรับ เดี๋ยวเจ้าดาร์กเดม่อนมนตราตัวนี้ข้าจัดการเอง” เซเรียสอาสาตามหน้าที่ ไคอาเสมองดาร์กเดม่อนมนตราอย่างชั่งใจ และในที่สุดเขาก็ผ่อนลมหายใจยาว

 

            “ฝากด้วยนะเซเรียส” สิ้นเสียงฝากฝังจากไคอา เซเรียสและดาร์กเดม่อนมนตราก็พุ่งทะยานเข้าปะทะกันอย่างรวดเร็ว ไคอาสะบัดมือเรียกธนูคันงามขึ้นมาถือกระชับแน่น มือหนาขึ้นสายธนูอย่างชำนาญ แล้วองค์ราชาแห่งเมืองเคนตาเซียก็ออกวิ่งไป ถึงแม้จะไม่รู้ว่าเป้าหมายคือใครและอยู่ที่ไหน แต่เขาก็ต้องหาให้เจอ เพื่อปกป้องเมืองเคนตาเซียอันเป็นที่รักของเขาให้ได้

 

..........

 

            กระแสเวลาไหลผ่านล่วงเลยยามราตรีมาได้ซักพักแล้ว ดวงอาทิตย์อันเป็นสัญญาณของเช้าวันใหม่กำลังจะปรากฏลอยเด่นบนน่านฟ้าในอีกไม่ช้า เปลวเพลิงแห่งสงครามยังคงลุกโหมสูงเสียดฟ้า เสียงการสู้รบยังดังแว่วเข้าโสตประสาทไม่หยุดหย่อน เด็กสาวถอนหายใจพลางหยิบนาฬิกาพกขึ้นมาเปิดดู

 

            “เกือบหกโมงแล้วเหรอเนี่ย” จินพึมพำกับตัวเอง เธอนั่งรอไคอาอยู่บนนี้มากว่าครึ่งคืนแล้ว แล้วก็ยังไม่มีทีท่าว่าชายหนุ่มเจ้าเมืองเคนตาเซียจะโผล่มาเสียด้วย

 

            แผนการรบที่ให้เจ้าเมืองแต่ละเมืองตามหาหัวหน้าทีมนักฆ่านั้นเป็นแผนการของเธอเอง บังคับให้เจ้าเมืองทั้งห้าวิ่งวุ่นหาหัวหน้าทีมนักฆ่าเพื่อตัดกำลัง และบังคับให้สู้ตัวต่อตัวเพื่อลดโอกาสชนะของพวกเขา เป็นแผนการที่จินเชื่อมั่นว่าจะทำให้โลกมืดมีชัยเหนือเมืองทั้งห้าอย่างแน่นอน

 

            “หรือว่าข้าให้โจทย์ยากไปนะ” จินยกมือทาบแก้มบ่นงึมงำ

 

            “...” ก่อนเด็กสาวจะขยับยิ้มเผล่พลางดีดกายลุกยืน กระแสลมที่พัดรอบกายเธอเปลี่ยนทิศไปเล็กน้อย เป้าหมายของเธอเดินทางมาถึงแล้ว ถึงจะช้าไปหน่อยก็เถอะ

 

            ครืน!!!

 

            เสียงที่ดังสนั่นและพื้นดินที่สั่นสะเทือนทำให้เด็กสาวต้องหลุดร้องเหวออย่างลืมตัว จินกระโดดจากหลังคาบ้านไปยืนอยู่บนกิ่งไม้สูงด้านข้าง แต่ทันทีที่มือของเด็กสาวสัมผัสกับกิ่งไม้ ต้นไม้ใหญ่ก็โยกวูบ จินปล่อยมือจากต้นไม้ประหลาดโดดตัวเบาลงมายืนบนพื้น ใบไม้แข็งหนาเหมือนใบมีดนับพันใบขยับเสียดสีก่อนพุ่งตรงเข้าหาจินเหมือนมีชีวิต จินตีลังกาหลบพร้อมร่ายเวทเร็วรัว

 

            “กำแพงสายลม!” สิ้นเสียงหวานใสของเด็กสาว กำแพงเวทสายลมที่มองไม่เห็นก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้ากันมีดใบไม้ที่พุ่งตรงมาทางเธอได้อย่างทันท่วงที จินพ่นลมโล่งอก

 

            “ตราตรึง!” เสียงทุ้มต่ำดังสั้นห้วน เถาวัลย์สีน้ำตาลเส้นหนาผุดขึ้นจากผิวดินเลื้อยรัดตรึงข้อเท้าของจินไว้กับพื้นอย่างแน่นหนา จินเสียหลักล้มลงก้นจ้ำเบ้าแล้วตีหน้าเหยเก

 

            “อะไรเนี่ย นี่มันเวทพฤกษานี่นา” เด็กสาวเอื้อมมือแกะเถาวัลย์ที่รัดแน่น แต่ยิ่งพยายามแกะเท่าไหร่ เถาวัลย์ก็ยิ่งตรึงแน่น จินเม้มปากด้วยความไม่พอใจ แรงรัดของเถาวัลย์ทำให้เธอรู้สึกแสบข้อเท้าไปหมด

 

            “อะไรกัน เด็กหรอกเหรอ” เสียงของไคอาดังขึ้นพร้อมๆกับร่างหนาของชายหนุ่มที่โผล่พรวดออกมาจากเงามืดยามเช้าตรู่ ดวงตาสีเขียวสดจ้องจินอย่างงุนงง

 

            “ทำไม เป็นเด็กแล้วเป็นนักฆ่าไม่ได้รึไง” จินตอกกลับด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดเต็มประดา เด็กสาววางฝ่ามือเหนือเถาวัลย์ที่พันรัดข้อเท้า และเมื่อร่ายเวท เถาวัลย์เหล่านั้นก็ถูกสายลมเฉือนจนขาดกระจาย เมื่อได้รับอิสรภาพ จินก็ดีดตัวกลับมายืนอีกครั้งพลางตั้งท่าเตรียมพร้อม มีดสั้นถูกชักขึ้นมาถือไว้อย่างทะมัดทะแมง

 

            “เจ้าคงเป็นไคอา ฮาเวทส์ เจ้าเมืองเคนตาเซียสินะ” จินถามเพื่อความแน่ใจ ไคอาง้างธนูแล้วเล็งไปทางจิน ดวงตาสีเขียวสดหรี่ลงนิดหนึ่ง

 

            “ใช่ แล้วเจ้าล่ะ ใช่คนที่เขียนจดหมายถึงข้ารึเปล่า”

 

            “ใช่ ข้านี่แหละคนที่เขียนจดหมายถึงเจ้า” จินตอบกลับเสียงห้วน

 

            เมื่อสังเกตดูดีๆแล้ว จินก็พบว่าตามเนื้อตัวของไคอาเต็มไปด้วยบาดแผลเล็กใหญ่มากมาย เสื้อผ้าสีสวยก็ถูกย้อมด้วยเลือดจนมีสีแดงเข้ม ลมหายใจขององค์ราชาหนุ่มหอบระรัวไม่เป็นจังหวะ เหงื่อเม็ดใหญ่ไหลอาบหน้าจนชุ่ม เส้นผมสีเขียวอ่อนซึมชื้นด้วยเหงื่อและเลือดจากบาดแผลที่ศีรษะด้านซ้าย ซึ่งจินเดาว่าบาดแผลเหล่านั้นนั่นเองคือสาเหตที่ทำให้ไคอามาหาเธอช้า ไม่ใช่เพราะหาไม่เจอ แต่เพราะต้องคอยจัดการกับพวกโลกมืดที่คอยขัดขวางต่างหากถึงได้มาช้า

 

            “ที่บอกว่าให้มาสู้เนี่ย ให้ข้าสู้กับเจ้าเนี่ยนะ” ไคอาเอ่ยอย่างไม่เชื่อสายตาแต่ก็ยังคงเล็งธนูมาทางจินเพื่อความไม่ประมาท ตอนแรกเขานึกว่าเจ้าของจดหมายซึ่งเป็นหัวหน้าทีมนักฆ่าที่บุกมาทำลายเมืองเคนตาเซียจะเป็นผู้ใหญ่เสียอีก แต่กลับกลายเป็นเด็กไปซะได้ แถมยังเป็นเด็กสาวที่อายุพอๆกับบุตรชายของเขาอีกต่างหาก

 

            “ถึงจะเป็นเด็ก แต่ข้าก็เป็นถึงแฟนธ่อม ออฟ เดธ เชียวนา” ทันทีที่จบการแนะนำตัว จินก็สะบัดมือเร็วแรง มีดสั้นสีดำสนิทพุ่งแหวกอากาศเฉี่ยวแก้มของไคอาโดยที่เจ้าตัวยังไม่ทันได้ตั้งตัว เลือดอุ่นไหลซึมจากบาดแผลที่ถูกเปิด ไคอาเบิกตากว้าง เด็กสาวโจมตีได้อย่างรวดเร็วจนน่าตกใจ

 

            “ขืนดูถูกข้าละก็ ระวังจะตายศพไม่สวยนา” จินควงมีดสั้นเล่มใหม่ที่เพิ่งชักขึ้นมาพลางหัวเราะคิกคักด้วยสีหน้าสนุกสนาน ไคอาเผยรอยยิ้มสุขุม

 

            “นั่นสินะ” จบคำ ลูกธนูก็พุ่งฝ่าสายลมตรงเข้าหาจิน จินยืนนิ่งไม่รู้ร้อนรู้หนาว

 

            “สายลมเอ๋ย จงพัดโบก” เพียงแค่คำพูดประโยคเดียวของเด็กสาว สายลมก็พัดวูบเปลี่ยนทิศทาง ลูกธนูถูกกระแสลมพัดเบี่ยงเป้าหมายผ่านข้างลำตัวจินไปอย่างฉิวเฉียด จินคลี่ยิ้มหวาน

 

            “ของเด็กเล่นแบบนั้นทำอะไรข้าไม่ได้หรอก” จินประสานมือกลางหน้าอกในลักษณะแปลกๆ

 

            “สายลมเอ๋ย จงกระหน่ำซัด!” แทบจะในทันทีที่จินร่ายเวทจบ สายลมก็พัดโบกอย่างรุนแรงกระแทกไคอาจนกระเด็นครูดไปกับพื้น ธนูเล่มสวยกระเด็นหลุดมือ จินสะบัดมือนิด สายลมพลันกระแทกคันธนูจนหักออกเป็นสองท่อน

 

            “หนอย” ไคอากัดฟันกรอดดีดกายลุกยืน ชายหนุ่มใช้นิ้วเขียนอักขระแปลกๆกลางอากาศเร็วรัว เมื่อเขียนเสร็จ ใบไม้ที่อยู่ในบริเวณรอบๆก็ถูกเวทของไคอายกลอย และเมื่อชายหนุ่มสะบัดมืออีกครั้ง ใบไม้ทั้งหมดก็พุ่งเข้าใส่จิน จินดีดตัวตีลังกาหลบอย่างคล่องแคล่ว แต่ด้วยจำนวนที่มากถึงมากที่สุดของใบไม้ที่พุ่งเข้ามา ทำให้เด็กสาวเริ่มตาลายนิดๆ

 

            “อุ๊บ!” ในที่สุดจินก็โดนใบไม้ใบหนึ่งบาดที่ต้นแขนซ้าย ความคมของมันคมมากเลยทีเดียว เพียงแค่โดนเนื้อนิดเดียวก็สามารถกรีดลึกเกือบถึงกระดูกได้ ถ้าโดนเข้าไปเต็มๆล่ะก็ เธอคงได้นอนอาบเลือดแน่

 

            “ปกปักษ์!” จินขยับมือตั่งท่าร่ายเวท กำแพงเวทสายลมรูปโดมก่อกำเนิดขึ้นในชั่วพริบตา มีดใบไม้ต้องกำแพงเวทส่งเสียงเคล้งคล้างชวนหนวกหูก่อนร่วงหล่นลงสู่พื้นตามแรงโน้มถ่วง

 

            ฟ้าว!!

 

            ลูกธนูสีเขียวสดพุ่งแหวกอากาศ จินยืนมองนิ่งอย่างไม่สนใจ ก็แค่ลูกธนู ของแค่นี้ทะลุผ่านกำแพงเวทของเธอมาไม่ได้หรอก

 

            ฉึก!

 

            “อึ้ก!” แต่ความคิดของเธอกลับผิดพลาด ลูกธนูทะลุผ่านกำแพงเวทของจินได้อย่างง่ายดาย มันไม่เพียงแค่ทะลุผ่านกำแพงเวทของเธอเท่านั้น มันยังพุ่งปักทะลุท้องของเธออีกด้วย เลือดอุ่นสาดทะลักหยดเปรอะพื้นหิมะขาวเป็นวง ความเจ็บปวดแล่นแปลบทั่วร่างเล็ก

 

            ดวงตาสีเงินเสมองไคอาด้วยความฉงน ทำไมลูกธนูของไคอาถึงทะลุผ่านกำแพงเวทของเธอได้ล่ะ จะว่าไปแล้ว เธอเพิ่งหักคันธนูของเขาทิ้งไปเมื่อกี้นี้เองไม่ใช่เหรอ แล้วไคอาไปเอาคันธนูมาจากไหนอีกล่ะเนี่ย

 

            “ธนูเวทมนต์งั้นเหรอ” เด็กสาวถามเสียงค่อย ธนูเวทมนต์คือธนูที่สร้างขึ้นจากเวทมนต์ตามชื่อ แต่ก็ใช่ว่าใครๆก็ใช้ได้ คนที่ใช้ได้จะต้องมีพลังเวทที่สูงมากเท่านั้น เพราะถ้ามีพลังเวทไม่เพียงพอ ก็จะไม่สามารถสร้างคันธนูและลูกธนูได้ และที่ไคอาสามารถใช้ธนูเวทมนต์ได้ ก็แสดงว่าไคอาต้องมีฝีมือพอตัวเลยทีเดียว

 

            “ถ้างั้นข้าคงต้องเอาจริงแล้วสินะ” จินชูมือขึ้นสูง สายลมหมุนม้วนรวมตัวกลายเป็นมีดสายลมนับร้อยเล่มลอยเคว้งกลางอากาศ

 

            “ไป!” เมื่อจินสะบัดมือเร็วแรง มีดสายลมที่มองไม่เห็นก็พุ่งตรงใส่ไคอา องค์ราชาหนุ่มเมื่อรับรู้ได้ถึงอันตรายที่คืบคลานเข้ามาก็ขยับปากพึมพำเวทอย่างรวดเร็ว

 

            “จงปรากฏเบื้องหน้าข้า ณ บัดนี้ กำแพงแห่งพฤกษก!” เถาวัลย์หลายสิบเส้นแทรกทะลุพื้นดินพันรวมกันกลายเป็นกำแพงหนา มีดสายลมปะทะกำแพงพฤกษกอย่างจัง คมมีดปักลึกลงบนเนื้อเถาวัลย์ แต่ก็ไม่สามารถเฉือนตัดเถาวัลย์เหล่านั้นได้ มีดสายลมทั้งหมดจึงหยุดนิ่งและสลายหายไปอย่างรวดเร็ว

 

            “อินทรีฟ้า!” เมื่อเห็นว่ามีดสายลมใช้ไม่ได้ผล จินก็เริ่มเรียกหาอาวุธคู่กาย สายลมพัดหมุนวนแรงรัว แล้วธนูคันสีฟ้าสวยก็ปรากฏสู่สายตา จินคว้ามันมาแล้วง้างออกอย่างรวดเร็ว

 

            ฟ้าว!!!

 

            ลูกธนูสายลมพุ่งทะลุกำแพงพฤกษกตรงเฉี่ยวข้อมือขวาของไคอาอย่างแรง ทำให้คันธนูเวทมนต์หลุดกระเด็นอย่างเลี่ยงไม่ได้ จินอาศัยจังหวะที่ไคอาเผลอโดดแผล็วไปหลบในเงามืด เมื่อไคอาเงยหน้าขึ้นมาอีกที ร่างเล็กก็หายไปเสียแล้ว ไคอาใช้นิ้วเขียนอักขระแปลกๆกลางอากาศหมายสร้างกำแพงพฤกษกขึ้นรอบกาย แต่จินก็ไม่ยอมปล่อยให้ไคอาได้ทำตามที่ต้องการอย่างง่ายๆ

 

            ทำลายล้าง เด็กสาวกระซิบแผ่วเบา สายลมพลันกรรโชกซัด

 

            ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ!

 

            สายลมที่เปรียบได้เหมือนพายุคลั่งเฉือนตัดกำแพงเถาวัลย์ของไคอาจนหมดสิ้น

 

            ฟ้าว!

 

            ฉึก!

 

            ลูกธนูสายลมพุ่งแหวกอากาศปักทะลุฝ่ามือซ้ายของไคอาอย่างแม่นยำ ชายหนุ่มตีหน้าเครียด ไม่ใช่แค่ไม่รู้ว่าลูกธนูถูกยิงมาจากทางไหนเท่านั้น แต่ยังมองลูกธนูไม่เห็นอีกต่างหาก แถมการโจมตีของเด็กสายวก็เร็วรัวจนเขาสร้างกำแพงเวทไม่ทัน สถานการณ์แย่สุดๆ เขากำลังเสียเปรียบอย่างสุดโต่ง

 

            ฟ้าว!

 

            ฉึก!

 

            ลูกธนูสายลมอีกลูกพุ่งปักไหล่ขวา และตามมาด้วยลูกที่สองที่ปักทะลุต้นขาซ้าย ไคอาเซทรุดนั่งชันเข่า เลือดสดไหลทะลักอาบร่าง

 

            จินง้างสายธนูกว้าง เด็กสายวขยับปากร่ายเวทสร้างลูกธนูสายลมร่วมสิบลูกในเวลาเดียวกัน ดวงตาสีเงินจ้องไคอาอย่างแน่วแน่

 

            ฟ้าว!

 

            ฉึก! ฉึก! ฉึก! ฉึก! ฉึก!

 

            ลูกธนูทั้งสิบลูกพุ่งปักร่างเป้าหมายที่นั่งเป็นเป้านิ่งอย่างแม่นยำ ไคอากระตุกเกร็ง ความเจ็บปวดถาโถมทั่วกาย ชายหนุ่มกระอักเลือดก่อนล้มนอนคว่ำ บาดแผลทั่วร่างทำให้เขาขยับไม่ได้ ร่างกายด้านชาและหนักอึ้ง

 

            “ปลิดชีพละนะ” จินหรี่ตาง้างคันธนูอีกครั้ง ลูกธนูสายลมที่เธอสร้างขึ้นครั้งนี้สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เพราะมันเป็นลูกธนูที่สร้างขึ้นจากสายลมที่พัดหมุนอย่างรุนแรง เหมือนพายุหมุนขนาดย่อม

 

            “...” แต่ก่อนที่เธอจะได้ดับลมหายใจของราชาเจ้าของเรือนผมสีเขียวอ่อน เสียงที่เธอแสนคุ้นเคยก็ดังก้องในหัวสมอง เด็กสาวขมวดคิ้ว

 

            ... บทสนทนาสองสามบทดังตามมาก่อนเงียบหายไป

 

            “ช่วยไม่ได้แฮะ” ไม่นานนักจินก็บ่นออกมาอย่างช่วยไม่ได้ เด็กสาวพ่นลมหายใจด้วยท่าทางหงุดหงิดเล็กน้อยพร้อมสะบัดมือเก็บอินทรีฟ้า

 

            “ดาร์กเดม่อนมนตรา”

 

            ไอมนต์ดำม้วนรวมตัวก่อนดาร์กเดม่อนมนตราตนหนึ่งจะปรากฏกายขึ้น

 

            “พาข้าไปหาท่านพ่อที” จินออกคำสั่ง

 

            แล้วเจ้าไคอาล่ะขอรับอมนุษย์ถามพลางชี้นิ้วแห้งกร้านไปทางร่างหนาที่นอนหอบหายใจรวยริน

 

            “ปล่อยทิ้งไว้เดี๋ยวก็ตายเองแหละ แผลเยอะซะขนาดนั้น ไม่นานก็ตายเพราะเสียเลือดมากเองแหละน่า” เด็กสาวตอบอย่างขอไปที ดาร์กเดม่อนมนตราผงกหัวตอบรับพร้อมดีดนิ้ว ไอมนต์ดำหมุนม้วนรอบกายทั้งคู่ สายลมเหม็นอับพัดโบกสะบัด และเมื่อมันดีดนิ้วอีกครั้ง ร่างของทั้งคู่ก็หายลับไป ปล่อยให้ไคอานอนรอความตายอยู่เบื้องหลังอย่างไม่แยแส

 

            “ท่านไคอา!” องครักษ์หนุ่มนามเซเรียสวิ่งกระหืดกระหอบมาทางไคอา ร่างหนาของชายฉกรรจ์เต็มไปด้วยบาดแผลใหญ่ลึกมากมายอันเป็นผลมาจากการประมือกับดาร์กเดม่อนมนตรา แต่เขาก็ไม่มีทีท่าสนใจบาดแผลเหล่านั้นเลยซักนิดเดียว เซเรียสเร่งฝีเท้าอย่างร้อนรน

 

            “ท่านไคอา! ทำใจดีๆไว้นะขอรับ!” ชายหนุ่มประคองไคอาอย่างเบามือ ราชาหนุ่มกระอักเลือดออกมายกใหญ่ ดวงตาสีเขียวสดปรือขึ้นอย่างไร้เรี่ยวแรง

 

            “เซเรียส...งั้นรึ” เสียงทุ้มใหญ่ขาดห้วงแหบแห้ง

 

            “ทำใจดีๆเอาไว้นะขอรับ!” เซเรียสพยุงไคอาให้ลุกยืน องครักษ์หนุ่มยกแขนคนเป็นนายพาดบ่าแล้วพยุงเดินอย่างช้าๆ

 

            “เมืองเคนตาเซีย... เป็นอย่างไร...บ้าง” ไคอาถามด้วยสีหน้าเป็นห่วง

 

            “...” คนถูกถามงุ้มหน้าต่ำนิ่งเงียบ

 

            “เซเรียส” เมื่อไม่ได้รับคำตอบจากองครักษ์ประจำกาย ไคอาก็คาดคั้นด้วยเสียงที่หนักขึ้น

 

            “ถูกทำลายจนแทบไม่เหลือซากเลยขอรับ เมืองถูกเผาเสียหายไปกว่าเก้าในสิบส่วน พลเมืองถูกฆ่าตายไปกว่าครึ่ง”

 

            “แล้วพระราชวังล่ะ”

 

            “พระราชวังโดนทำลายไปบางส่วนขอรับ แต่ท่านรินแล้วก็พวกชาวเมืองที่อพยพไปอยู่ที่พระราชวังหลวงปลอดภัยดีขอรับ”

 

            “ส่วนพวกนักฆ่าหนึ่งพันคนพวกเราจัดการเก็บได้หมดแล้วขอรับ ดาร์กเดม่อนร้อยตนก็เช่นเดียวกันขอรับ”

 

            “งั้นรึ ขอบคุณพระเจ้า” ไคอาคลี่ยิ้มอ่อนแรง เมื่อแหงนหน้ามองท้องฟ้ายามเช้าตรู่ เขาก็ต้องถอนหายใจอย่างยาวยืดด้วยความเหนื่อยหน่าย นกพิราบตัวจ้อยสีเทาบินโฉบร่อนลงเกาะไหล่ของเขาอย่างเคยชิน ที่ขาปรากฏม้วนกระดาษม้วนหนึ่งซึ่งถูกผูกติดมา ไคอาฝืนทนความเจ็บปวดเอื้อมหยิบม้วนกระดาษขึ้นมาคลี่อ่าน

 

            “...” เมื่ออ่านจบ ราชาแห่งเคนตาเซียก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยท่าทีเหนื่อยล้า

 

            “มีอะไรหรือขอรับ”

 

            “มันเริ่มขึ้นแล้วล่ะ สงครามระหว่างโลกมืดและมหานคร” ไคอากระซิบตอบเสียงแผ่วเบา

           

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,947 ความคิดเห็น

  1. #1886 ลีโอไนดัส (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2555 / 12:04
    สนุกจริงๆ
    #1,886
    0
  2. #1775 Ninzile (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2554 / 23:21
    โครตสนุก~
    #1,775
    0
  3. #1661 รักเทอเพราะรักเทอ (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2553 / 15:04
    กำ เศรษฐกิจ ยิ่งไม่ดีอยุ่ ต้อง มาช่อม เมือง อิก -*-
    #1,661
    0
  4. #1321 ทายาทรัตติกาล (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2552 / 18:01
    โหยยยย...

    นี่ นายท่านขอรับ

    เมืองทั้ง 5 ถูกทำลายเรียบอย่างนี้

    แล้วอนาคตมันจะรุ่งเหรอขอรับ =_=^

    ข้าน้อยนี่หนักจัยแทน

    ไงๆก็เอาให้มันหนุกแล้วกันนะขอรับ -o-

    #1,321
    0
  5. #1205 funky_friends (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 21 เมษายน 2552 / 22:24
    สนุกมากๆเลย อัพเร็วนะค่ะ
    #1,205
    0
  6. #1204 moji (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 21 เมษายน 2552 / 20:58
    จินร้ายลึกแหะ





    ถ้าเจอเฟรมจะร้ายอย่างงี้มั้ยน้า



    ^^







    สู้ๆนะค่ะ อัพต่อไป สู้ !! !
    #1,204
    0
  7. #1198 bew (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 20 เมษายน 2552 / 16:07
    ยังไม่จบใช่ม้าล่ะ
    #1,198
    0
  8. #1190 เจ้าแห่งความหายนะ (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 20 เมษายน 2552 / 03:37
    จะว่าค้างดีมะอะ
    #1,190
    0
  9. #1188 tezuka (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 19 เมษายน 2552 / 09:26
    สุดยอดไปเลย
    #1,188
    0
  10. #1186 _faie_ (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 18 เมษายน 2552 / 20:09
    โย่...................... ดีใจจัง อัพเต็ม100 แล้ว

    หนูจินนี่ก็โหดใช้ได้เลยนะเนี่ย แต่ก็ไม่ผิดคาดซักเท่าไหร่

    แล้วจะรออ่านต่อค่ะ อัพต่อเร็วๆน๊า
    #1,186
    0
  11. #1184 RUMMICAUNG (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 17 เมษายน 2552 / 21:10

    อัพแล้ว >< ดีใจมั่กๆ
    สนุกมากเลยย ย ~
    มาอัพต่อน้า !!

    #1,184
    0
  12. #1183 lay_win (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 17 เมษายน 2552 / 12:23
    อัพต่อเร็วๆนะค่ะ
    #1,183
    0
  13. #1181 Dark_JOKER (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 17 เมษายน 2552 / 10:38
    อัพต่อด้วยจ้า
    สนุกจริงๆ
    ฝั่งโลกมืดชั่วได้ใจจริงๆจ้า
    ฮุ ฮุ ฮุ
    #1,181
    0
  14. #1180 Phoenix (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 17 เมษายน 2552 / 09:47
    -o-

    จินนี่ โหดดดดดดดดดดดดดด

    อัพๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #1,180
    0
  15. วันที่ 17 เมษายน 2552 / 09:44

    หนุกสุดๆ

    หนูจินโหดได้ใจ

    #1,179
    0
  16. #1178 [U]-[R]iz (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 17 เมษายน 2552 / 07:38
    จินโหดจริงๆเลย
    หนุกจังอัพต่อๆๆ
    #1,178
    0
  17. #1173 Dark_JOKER (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 15 เมษายน 2552 / 18:16

    อ๊ากกกสนุกง่า
    จินนี่ร้ายใช่ย่อย
    รีบๆเอามาลงอีกนะ
    กำลังสนุกเจ้าค่ะ
    ฮุ ฮุ ฮุ

    #1,173
    0
  18. #1172 มังกรเพลิงมายา (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 15 เมษายน 2552 / 13:03
    OoO แจ๋วๆๆ
    #1,172
    0
  19. #1165 tezuka (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 13 เมษายน 2552 / 16:29
    โอ้หนูจิน

    โหด
    #1,165
    0
  20. #1164 [M!n!~D@V!L] (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 13 เมษายน 2552 / 13:43
    *0* อัพแล้ววววววว~
    #1,164
    0