Flame นักรบเพลิงมายา (เปลวเพลิงมายา)

ตอนที่ 6 : มายาที่ 4 ห้องสมุดต้องห้าม [1] <= [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,434
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    7 พ.ค. 51

 

มายาที่ 4

ห้องสมุดต้องห้าม [1]

 

            นาฬิกาไม้เรือนใหญ่ที่ตั้งอยู่ใจกลางคฤหาสน์หรูตี 12 ครั้งบอกเวลาเที่ยงคืนตรง หลังจากเสียงตีบอกเวลาของนาฬิกาเรือนยักษ์เงียบลง เสียงพายุฝนก็เริ่มกระหน่ำซัดอย่างบ้าคลั่ง สายลมพัดปะทะเข้ากับตัวคฤหาสน์ส่งเสียงครางต่ำน่ากลัวประหลาดหู

 

            เสียงดาบเหล็กปะทะกันดังขึ้นกึกก้อง สมาชิกทุกคนในบ้านต่างพยายามต่อสู้อย่างสุดกำลังกับเหล่านักฆ่าลึกลับที่บุกเข้ามาท่ามกลางความมืดมิดของยามค่ำคืน

 

            เด็กชายตัวน้อยวัย 3 ขวบกำลังนั่งร้องไห้จ้าอยู่บนพื้นบ้าน ตามร่างกายมีร่องรอยบอบช้ำจากการถูกทำร้ายและรอยบาดแผลที่เกิดขึ้นจากของมีคม เสื้อผ้าสีอ่อนถูกย้อมไปด้วยเลือดสีแดงเข้มของเจ้าตัว รอยบาดแผลนั้นมีมากเหลือเกิน

 

            นักฆ่าคนหนึ่งค่อยๆสืบเท้าเข้ามาที่ตัวของเด็กชายตัวน้อย มีดพกถูกเงื้อขึ้นสูงเตรียมลงมือสังหาร แต่ก่อนที่มีดพกเล่มนั้นจะได้สัมผัสกับผิวขาวเนียนราวสำลีของเด็กน้อย ร่างสูงใหญ่ของผู้เป็นบิดาก็เข้ามาขวางทางมีดไว้เสียก่อน

 

            มีดสั้นปักลงกลางอกด้านซ้ายของผู้เป็นบิดาจนมิดด้าม นักฆ่าหนุ่มกระชากมีดออกอย่างไม่ใส่ใจ ร่างสูงใหญ่ล้มลงกับพื้น เลือดสีแดงเข้มไหลทะลักออกมาจากร่างกายจนเจิ่งนองพื้นกระเบื้องสีครีม

 

            เจ้าแมวดำสัตว์เลี้ยงประจำบ้านเมื่อเห็นนายของตนล้มลงก็รีบวิ่งเข้าไปดูอาการแทบจะในทันที แต่เจ้าของร่างนั้นแน่นิ่งไปเสียแล้ว เจ้าแมวดำตัดสินใจผละออกจากร่างไร้วิญญาณของเจ้านายหันไปปกป้องเด็กชายตัวน้อยแทน

 

            นักฆ่าหนุ่มสืบเท้าเข้ามาอีก เจ้าแมวดำยืนจังก้าขู่ฟ่อๆโดยไม่เกรงกลัวศัตรูที่ตัวใหญ่กว่ามันหลายเท่า มันเหลือบหางตาไปมองคนในบ้าน ทุกคนล้วนนอนสิ้นลมอยู่กับพื้นแล้วทั้งนั้น เหลือเพียงมันกับเจ้านายตัวน้อยเท่านั้นที่ยังคงมีลมหายใจอยู่ กลุ่มนักฆ่าค่อยๆสืบเท้าเข้ามาอย่างเชื่องช้า

 

            เด็กชายตัวน้อยปาดน้ำตาที่นองหน้าออกด้วยหลังมือเล็กๆ มือเล็กยกเสยเส้นผมสีแดงเพลิงที่หล่นลงมาปกหน้าขึ้นเผยให้เห็นดวงตาสีแดงเพลิงเช่นเดียวกับสีของเส้นผมที่ยาวยุ่งเหยิง ดวงตาของเด็กชายเป็นดวงตาที่แฝงไปด้วยความเคียดแค้น เด็กน้อยหยุดร้องไห้และ...

 

           

            เฟลม เฮ้เฟลม เป็นอะไรหรือเปล่า เสียงเรียกของเจ้าของดวงตาสีน้ำเงินเข้มดังขึ้นทำให้ความฝันที่แสนน่ากลัวนั้นเลือนรางหายไป ดวงตาสีแดงเพลิงเบิกกว้าง ลมหายใจหอบแรงและขาดช่วง

 

            เฟลมค่อยๆยันกายให้ลุกขึ้นนั่งพร้อมกับใช้หลังมือปาดเม็ดเหงื่อเม็ดเล็กๆที่ผุดขึ้นตามใบหน้า เมื่อสายตาชินกับแสงสว่างของยามเช้าแล้ว เฟลมจึงเห็นว่าข้างเตียงของตนนั้นมีเพื่อนร่วมห้องทั้งสองคนยืนอยู่ใกล้ๆ

 

            เจ้าเป็นอะไรหรือเปล่า ฝันร้ายเหรอละเมอใหญ่เชียว กาโอถามด้วยเสียงแสดงความเป็นห่วง เฟลมพยักหน้ารับ ดวงตาสีแดงเพลิงหรี่ลงอย่างพยายามนึกถึงเรื่องที่ตนฝันถึงแต่ก็ต้องเลิกคิดกลางคันเมื่ออยู่ๆก็กลับรู้สึกปวดหัวขึ้นมาอย่างรุนแรง เฟลมสะบัดศีรษะไปมาอย่างเหนื่อยล้า

 

            ไม่มีอะไรหรอก ขอโทษนะที่ทำให้เป็นห่วง เฟลมกล่าวขอบใจเพื่อนทั้งสองคนก่อนลุกขึ้นแล้วเดินไปเข้าห้องน้ำ เมื่อเฟลมลุกไปแล้ว เพื่อนหนุ่มทั้งสองจึงสังเกตเห็นว่าเตียงของเฟลมก็เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อเช่นเดียวกัน สายตาทั้งสองคู่มองตามเฟลมไปอย่างเป็นห่วง

 

..........

 

            โรงอาหารกลางของโรงเรียนไดมอนในยามเช้านั้นแน่นขนัดไปด้วยเด็กนักเรียนในชุดสีขาวสะอาด มีนักเรียนตั้งแต่ระดับชั้นปีที่หนึ่งจนถึงชั้นปีที่หก รวมๆแล้วก็ประมาณเกือบสองร้อยคนได้กระมัง

 

            หลังจากหาที่นั่งกันได้แล้ว พวกของเฟลมจึงลงมือทานข้าวเช้ากันอย่างรีบเร่งเพื่อแข่งกับเวลาเข้าเรียนที่ใกล้เข้ามาทุกขณะ สีหน้าของเฟลมยังคงดูซีดเซียว

 

            หายปวดหัวหรือยังเฟลม ลินนะเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงขณะวางจานอาหารลงบนโต๊ะไม้สีน้ำตาลยาว เฟลมเงยหน้าขึ้นสบกับดวงตาคู่สีน้ำตาลใสก่อนมุ่นหัวคิ้วเข้าหากันอย่างสงสัย

 

            ปวดหัว?” เฟลมทวนกลับด้วยเสียงสูงอย่างสงสัย เขายังไม่ได้บอกใครเลยว่าเขามีอาการปวดหัว

 

            อ้าว ก็เมื่อคืนเจ้าบอกว่าปวดหัวเลยขอกลับห้องก่อนโดยไม่รอกินข้าวเย็นนี่ ลืมแล้วเหรอ เปมินทำเสียงฮึดฮัดไม่พอใจ เฟลมร้องอ๋อในทันที ความจริงเขาไม่ได้ปวดหัวอะไรหรอก เพียงแค่อยากจะปลีกตัวออกไปคุยกับมิดไนท์เท่านั้นเอง เพราะถ้ามีใครเห็นแมวตัวน้อยน่ารักอย่างมิดไนท์พูดได้ละก็ เรื่องคงไม่จบลงแค่ความประหลาดใจเป็นแน่

 

            อ๋อ อืมๆ หายปวดหัวแล้วล่ะ ขอบใจที่เป็นห่วงนะ หลังจากประโยคการสนทนาจบลง มือเล็กก็วางลงบนไหล่ของเฟลมอย่างแผ่วเบาจากทางด้านหลัง เฟลมเหลียวกลับไปดูด้วยความประหลาดใจเพราะเพื่อนๆทุกคนต่างก็นั่งอยู่ด้านตรงกันข้ามกับเขาทั้งนั้น

 

            อ๊ะ! นีออน เฟลมร้องทักด้วยความประหลาดใจ ดวงตาสีนิลของนีออนดูมีลับลมคมนัยอย่างน่ากลัว น่ากลัวว่าจะมีเรื่องชวนปวดหัวเกิดขึ้นในไม่ช้านี้

 

            นีโอที่ยืนอยู่ด้านหลังของนีออนนั้นมีดวงตาข้างขวาที่เขียวช้ำ ดูเหมือนว่าจะโดนน้องสาวตัวเองเล่นงานเมื่อไม่นานมานี้ สงสัยคงไปกวนประสาทน้องสาวตัวเองเข้าเลยโดนน้องสาวทำร้ายร่างกายเข้าให้

 

            กินข้าวเสร็จแล้วมาคุยกันหน่อยนะ เจอกันที่หน้าหอประชุมรวม มาสเตอร์ส่งข่าวมาหา นีออนก้มลงกระซิบที่ข้างหูของเฟลม จากนั้นก็ส่งยิ้มพร้อมกับโบกมือให้เฟลมก่อนจะเดินหายไปพร้อมกับนีโอ เฟลมถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายเบาๆ

 

             ใครเหรอเมื่อกี๊น่ะ แฟนเจ้าเหรอ ลินนะเอ่ยแซวเฟลม เฟลมส่ายหน้าปฏิเสธแล้วจึงอธิบายความจริงให้เพื่อนใหม่ของเขาฟัง

 

            เมื่อกี๊เป็นเพื่อนสนิทข้าน่ะ เป็นเด็กแฝด คนพี่ชื่อนีโอเป็นผู้ชาย ส่วนคนน้องชื่อนีออนเป็นผู้หญิง เฟลมอธิบายก่อนจะลงมือกินข้าวต่ออย่างรวดเร็ว

 

            ว่าแต่เมื่อวานเจ้าพวกนั้นหายไปไหนมานะ ตั้งแต่เช้ายันเย็น ข้าไม่ยักจะเห็นแม้แต่เงา ทัสเอ่ยถามด้วยความสงสัย เฟลมส่ายหน้าปฏิเสธ ความจริงเฟลมก็พอรู้ว่าสองแฝดไปไหนมา แต่มันก็ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของเขาที่จะต้องรายงานให้ทัสรับรู้

 

            ถ้าเฟลมเดาไม่ผิด เจ้าสองแฝดตัวแสบคงจะไปเดินสำรวจโรงเรียนแน่ พอสำรวจเสร็จก็คงไปแจ้งข่าวกับอนามัน ก็ไม่แปลกอะไรที่จะไม่เห็นเจ้าสองตัวนี้อยู่ที่โรงเรียน

 

            ยังมีอีกเรื่องที่เฟลมไม่ค่อยจะเข้าใจเท่าไหร่นัก ไม่รู้ว่าคิดไปเองรึเปล่า แต่เฟลมคิดว่าเจ้าทัสมันถามหาแต่นีออนตั้งแต่เมื่อวานแล้ว

 

            แล้วเมื่อกี๊กระซิบกระซาบอะไรกันเหรอ เปมินเอียงคอถาม เฟลมส่ายหน้าพลางตักข้าวคำสุดท้ายเข้าปาก เมื่อเคี้ยวข้าวจนหมดแล้ว เฟลมก็ลุกขึ้นเดินไปเก็บจานข้าวและเดินหายไปจากโรงอาหารอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้เพื่อนทั้งสี่มองหน้ากันตาปริบๆด้วยความงงงวยว่าเจ้าเพื่อนหนุ่มของพวกเขาจะรีบเร่งอะไรนักหนา

 

..........

 

            ระเบียงทางเดินในขณะนี้นั้นโล่งจนสามารถมองเห็นมดเดินได้เลยทีเดียว นักเรียนทุกคนในโรงเรียนต่างก็แยกย้ายกันเข้าห้องเรียนไปกันหมดแล้ว จะมีก็แต่เด็กกลุ่มหนึ่งเท่านั้นที่ยืนจับกลุ่มคุยกันโดยไม่สนใจว่าเวลานี้เป็นเวลาอะไร

 

            เฟลมรวบเส้นผมสีแดงเพลิงที่ยาวยุ่งระต้นคอไว้ข้างหลังอย่างลวกๆเพราะอากาศเริ่มร้อนขึ้นเรื่อยๆ เมื่อผมถูกรวบไปไว้ทางด้านหลัง ต่างหูเรียวยาวสีเงินที่ถูกใส่ไว้ที่หูซ้ายก็ออกปรากฎโฉม สีเงินที่ส่องเป็นประกายบ่งบอกว่าต่างหูที่ใส่เป็นเงินแท้ เงินบริสุทธ์ที่หาได้ยากในปัจจุบัน ที่ต่างหูมีรอยสักรูปเล็กๆ รูปนั้นคือรูปของไม้กางเขนกลับหัวที่วางอยู่บนพื้นหลังรูปพระจันทร์เสี้ยวรูปร่างดั่งเขาสัตว์

 

            เมื่อเดินมาถึงทางเลี้ยวของระเบียงทางเดิน เฟลมก็เห็นกลุ่มนักเรียนในชุมฟอร์มโรงเรียนสีขาวสะอาดยืนคุยกันอยู่ด้านหน้าของหอประชุมรวมด้วยใบหน้าเคร่งเครียด ไม่รอช้า เฟลมรีบเดินเข้าไปสมทบทันที

 

            ข้ามาแล้ว มีอะไรว่ามาท่านผู้ช่วยนักฆ่า เฟลมตะโกนทักเสียงดัง คนในกลุ่มสะดุ้งเฮือกน้อยๆก่อนจะหันมามองเฟลม

 

            นี่มาสเตอร์ไปพาคนมาจากไหนเยอะแยะเลยเนี่ย เฟลมตะลึงตาค้างพลางบ่นอย่างไม่พอใจ เพราะภายในกลุ่มคนประกอบด้วยเด็กหนุ่มสาวราวๆเกือบ20คน คนเยอะใช่ว่าจะทำงานสะดวกขึ้น จะยุ่งยากมากกว่าเดิมละไม่ว่า ยิ่งเป็นเฟลมด้วยแล้ว เขาคิดว่าทำงานคนเดียวสะดวกกว่าเยอะ

 

            คนพวกนี้เป็นคนเก็บรวบรวมข้อมูลน่ะ มาสเตอร์ใช้ให้มาสืบข้อมูลต่างๆภายในโรงเรียน นีโอหันมาตอบคำถามของเฟลม แต่เฟลมก็ยังมีท่าทางไม่ค่อยพอใจอยู่ดี คนเยอะแล้วเกะกะน่ารำคาญ

 

            คนพวกนี้น่ะ จะปะปนกันอยู่หลายๆระดับชั้นเรียนเพื่อความสะดวกในการรวบรวมข้อมูล เสียงยียวนตามฉบับของนิกดังขึ้นตามด้วยเจ้าตัวที่เดินตามมาทางด้านหลัง เฟลมพยักหน้ารับคำอธิบายเสริมของนิกอย่างไม่คอยใส่ใจนัก

 

            ที่มาสเตอร์ส่งคนพวกนี้มาเพราะกลัวว่าฝีมือของเจ้ายังไม่ถึงขั้นงั้นเหรอ เฟลมหันกลับมากวนประสาทใส่นิก นิกยักคิ้วให้เฟลมเล็กน้อยก่อนที่จะเตะสวนเข้าให้หนึ่งป้าบ แต่รู้สึกว่าเฟลมจะไวกว่า หลบลูกเตะได้อย่างหวุดหวิดและสวยงาม

 

            แล้วจะไม่แนะนำให้ข้ารู้จักคนพวกนี้หน่อยเหรอนีโอ เฟลมหันกลับมาถามนีโอ แต่นีโอกลับส่ายหน้าปฏิเสธ เฟลมเลิกคิ้วน้อยๆ

 

            ขี้เกียจ คนเยอะจะตาย เอาเป็นว่าถ้าจะติดต่อคนพวกนี้นะก็ขอให้ติดต่อผ่านพวกข้าหรือไม่ก็นิกก็แล้วกัน นีโอเอ่ยเสียงเรียบง่าย ทำเอาคิ้วของเฟลมกระตุกน้อยๆอย่างไม่สบอารมณ์

 

            เอ่อ ท่านนีโอขอรับ แล้วเด็กหนุ่มผมแดงเพลิงที่ยืนคุยกับเราอยู่นี่เป็นใครกันเหรอขอรับ หนึ่งในบรรดานักสืบข่าวโลกมืดเอ่ยถาม นีโอไม่ได้ตอบอะไร เพียงแต่ชี้นิ้วไปที่ต่างหูสีเงินที่ถูกประดับอยู่ที่หูซ้ายของเฟลม เมื่อสังเกตเห็นต่างหูของเฟลม หน้าของคนถามก็ซีดเผือกลง ร่างกายสั่นสะท้านอย่างหวาดกลัว

 

            เอ่อ ขอโทษขอรับ ข้าไม่รู้ว่าท่านคือหนึ่งในสี่แฟนธ่อม ปีศาจนักฆ่าของมาสเตอร์อนามัน คนถามกล่าวขอโทษพลางก้มหัวงกๆด้วยความรักตัวกลัวตาย ผู้ที่ได้รับตำแหน่งแฟนธ่อมของโลกมืดก็เปรียบเสมือนปีศาจดีๆนี่เอง หากพูดจาไม่เข้าหู อาจจะไม่ได้อยู่ดูตะวันของวันพรุ่งก็เป็นได้ เฟลมโบกมือไปมาอย่างไม่ถือสาอะไร

 

            ช่างเหอะ แล้วจะเรียกข้ามาเพื่อแนะนำเจ้าพวกนี้แค่นี้เนี่ยนะนีโอ เฟลมเริ่มกระแทกเสียงเพราะอารมณ์เริ่มไม่ค่อยดีซักเท่าไหร่แล้ว ถ้าเรียกมาแล้วบอกว่าให้จำหน้าเจ้าพวกนี้ไว้หรือให้ทำความรู้จักกันก็ว่าไปอย่าง

 

            แต่นี่เล่นไม่แนะนำอะไรกันเลยบอกแต่ว่าเป็นแค่นักหาข่าวแถมยังบอกอีกว่าถ้าจะติดต่ออะไรก็ให้ติดต่อผ่านทางพวกของนีโอ แล้วจะเรียกมาให้ยุ่งยากทำไมกัน เพราะยังไงก็ไม่ได้ติดต่อกับเจ้าพวกนี้อยู่แล้ว

 

            เปล่า มีอีกข่าวนึง มาสเตอร์บอกว่าให้เตรียมตัวลงมือได้แล้ว เสียงหวานใสที่ตอบกลับมานั้นเป็นของนีออนซึ่งยืนเงียบมาตลอด เฟลมหันกลับมามองหน้าเด็กสาวด้วยความสนใจ

 

            เตรียมเหรอ?” เฟลมขมวดคิ้วถาม ดวงตาสีแดงเพลิงเริ่มฉายแววพอใจน้อยๆ

 

            ใช่ มาสเตอร์บอกว่าให้เริ่มหาข้อมูลแล้วก็เตรียมตัวลงมือได้แล้ว นีออนยิ้มตอบกลับ

 

            ได้ เข้าใจแล้ว เฟลมพยักหน้าก่อนจะแสยะยิ้มด้วยรอยยิ้มที่แสนน่ากลัว รอยยิ้มของนักฆ่า

 

..........

 

            อนามันข้ามีข้อสงสัย น้ำเสียงเครียดจัดดังขึ้นท่ามกลางความมืดสลัวของคฤหาสน์หลังใหญ่ ถึงแม้ตอนนี้จะเป็นตอนเช้า แต่ภายในคฤหาสน์ก็ไร้ซึ่งแสงสว่างของดวงอาทิตย์ เมื่อวานมิดไนท์ลองมาคิดๆดูแล้ว แต่คิดยังไงก็คิดไม่ตกว่าทำไมอนามันถึงได้สั่งให้เฟลมลงมือลอบสังหารองค์รัชทายาททั้งห้า

 

            เทียนไขเล่มเล็กถูกจุดขึ้นโดยอนามันเพื่อทำให้เห็นใบหน้าของคู่สนทนาได้อย่างชัดเจน เจ้าแมวดำก้าวเข้ามาให้อยู่ในระยะของแสงไฟแล้วจึงนั่งลงบนโต๊ะทำงานของอนามันที่รกไปด้วยกองเอกสารอย่างอารมณ์เสีย หางเรียวเล็กสะบัดไปมาตามนิสัย

 

            นึกว่าใคร ที่แท้ก็ท่านเก็นกะนั่นเอง อนามันเอ่ยเสียงติดตลกพลางหัวเราะร่วน เจ้าแมวดำถลึงตาขู่ฟ่ออย่างไม่พอใจ

 

            ข้าเคยบอกเจ้าแล้วว่าตอนนี้ข้ามีนามว่ามิดไนท์ จงเรียกข้าว่ามิดไนท์ มิดไนท์ขู่กลับด้วยเสียงเครียดทรงอำนาจ อนามันหัวเราะร่วนต่ออย่างไม่ใส่ใจ แต่แล้วก็ต้องรีบกลั้นเสียงหัวเราะและกลืนมันลงท้องอย่างรวดเร็วเมื่อสังเกตเห็นว่าตอนนี้คู่สนทนาเตรียมพร้อมเข้าจู่โจมแล้ว

 

            ดวงตาสีทองอร่ามจ้องลึกลงไปในดวงตาสีเทาขุ่นอย่างเอาจริง อนามันจ้องตากลับอย่างไม่ลดละ แต่แล้วก็ต้องยอมโอนอ่อนเมื่อเห็นว่ายังไงมิดไนท์ก็คงไม่ยอมแพ้ตน

 

            เอาน่า อย่าเครียดนักเลยท่านเก็น.. อ้อ ท่านมิดไนท์ อนามันกล่าวแล้วก้มหัวลงเพื่อขอโทษ มิดไนท์พ่นลมหายใจอย่างไม่สบอารมณ์ ดวงตาสีทองยังคงฉายแววกร้าว

 

            แล้วท่านต้องการสิ่งใด อนามันวกเข้าเรื่องที่เมื่อครู่พูดค้างกันเอาไว้ แต่รอยยิ้มยังคงประดับอยู่บนใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่น

 

            ข้าข้องใจที่เจ้าสั่งให้เฟลมลอบสังหารองค์ทายาททั้งห้าเมืองของมหานคร มิดไนท์กล่าวเสียงเครียด อนามันเลิกคิ้วสูงสงสัย

 

            ข้องใจ? อย่างไรท่าน อนามันถามพาซื่อ มิดไนท์ส่งเสียงขู่คำรามต่ำๆในลำคอ

 

            ข้าข้องใจที่ว่าทำไมเจ้าไม่ลงมือเอง ทำไมต้องให้เฟลมลงมือ งานนี้เสี่ยงเกินไปสำหรับเฟลม มิดไนท์อธิบายต่ออย่างใจเย็น

 

            ไม่เสี่ยงหรอกท่าน แล้วอีกอย่าง ข้าเองก็เริ่มแก่แล้ว อายุอานามก็ปาเข้าไปเกือบห้าสิบแล้ว คงทำงานได้ไม่ดีเหมือนสมัยหนุ่มๆหรอกท่านมิดไนท์อนามันกล่าวแล้วเริ่มหัวเราะเบาๆ มิดไนท์กรอกตาไปมาอย่างหัวเสีย

 

            ถ้าอย่างนั้นสาเหตุล่ะ ไม่มีทางที่อยู่ดีๆเจ้าจะนึกอยากสังหารพวกองค์รัชทายาททั้งห้าแน่ มิดไนท์ถามต่อด้วยเสียงราบเรียบและเยือกเย็น อนามันเลิกคิ้วสูงน้อยๆ

 

            เรื่องนั้นข้าคงบอกท่านไม่ได้หรอก ต้องขออภัยจริงๆท่านมิดไนท์ อนามันกล่าวพร้อมกับก้มหัวลงขอโทษมิดไนท์ มิดไนท์จ้องมองอนามันอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงถอนหายใจยาว

 

            ช่างเถอะ ถ้าเจ้าไม่อยากบอกข้าก็ไม่เป็นไร แต่จงจำไว้ว่า ถ้างานของเฟลมในครั้งนี้ทำให้เฟลมเป็นอะไรไปละก็ ข้าจะไม่ไว้ชีวิตเจ้าแน่ อนามัน บลูเบลล์ มิดไนท์ขู่ฟ่อเสียงเยือกเย็นก่อนที่จะเดินหายไปในความมืด แสงเทียนค่อยๆมืดลงและดับไปในที่สุด คฤหาสน์หลังใหญ่กลับคืนสู่ความมืดมิดอีกครั้งพร้อมกับรอยยิ้มที่ผุดขึ้นจากมุมปากของอนามัน

 

..........

 

            ไปไหนมาน่ะเฟลม กาโอเอ่ยถามเพื่อนหนุ่มผมสีแดงเพลิงที่ปล่อยผมลงมาปิดต่างหูคู่เก๋แล้วด้วยความสงสัย

 

            เฟลมทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ในห้องด้วยความเบื่อหน่าย หลังจากฟังอาจารย์สาวตัวเล็กประจำวิชาเรียกออกไปเทศนากันตัวต่อตัวเรื่องการตรงต่อเวลาซะจนหูชา ตัวเล็กแล้วยังเสียงเล็กอีก ฟังแล้วปวดหูชะมัด

 

            เปล่า พอดีปวดท้องน่ะ เฟลมพูดแก้ตัวแล้วเอามือลูบท้อง ถึงแม้จะเป็นคำแก้ตัวที่ดูไม่ได้เรื่อง แต่ก็คงทำให้เพื่อนๆเลิกซักถามได้

 

            แล้วเจ้าสองแฝดล่ะ ไม่มาเรียนเหรอ คาบแรกก็โดดซะแล้ว ทัสหันถามหานีโอกับนีออน เฟลมส่ายหน้าไม่รู้ก่อนจะพ่นลมออกทางจมูกเบาๆ ไม่รู้จะห่วงอะไรเจ้าพวกนั้นนักหนา

 

            ไม่รู้สิ เจ้าพวกนั้นคงไปเดินเล่นมั้ง พวกมันไม่ค่อยชอบเรียนน่ะ เฟลมตอบกลับ ทัสพยายามจะอ้าปากถามอีกครั้ง แต่เฟลมก็ยกมือขึ้นเพื่อบอกให้หยุดถาม

 

            แล้วคาบนี้คาบอะไรเหรอ เฟลมหันมาถามกาโอ เพราะหลังจากที่คุยกับพวกนีโอเสร็จแล้วเฟลมก็วิ่งตรงมาที่นี่ทันทีโดยไม่ได้สนใจที่จะเอาหนังสือเรียนและตารางสอนมาด้วย พูดง่ายๆว่าไม่คิดจะสนใจการเรียนซะมากกว่า แค่ยอมมาเข้าห้องเรียนก็บุญแล้ว

 

            คาบนี้เป็นคาบแนะแนววิชาและอนาคต กาโอตอบพลางหรี่เสียงให้เบาลงเมื่อเห็นอาจารย์สาวตัวเล็กเดินเข้ามาในห้อง

 

            แนะแนววิชาและอนาคต? มันคืออะไรล่ะเนี่ย เฟลมถามเสียงสูงแปลก แต่แล้วข้อสงสัยของเฟลมก็กระจ่างชัดเมื่ออาจารย์สาวผู้สูงไม่เกิน 150 ซม. ทำการแนะนำตัวเองและรายวิชาของเธอ

 

            สวัสดีจ้ะนักเรียนที่แสนน่ารัก ครูชื่อว่าดรีม ออนอาร์นะจ๊ะ ครูเป็นครูประจำวิชาแนะแนววิชาและอนาคตจ้ะ ดรีมกล่าวแนะนำตัวเองพร้อมกับเริ่มเขย่งเท้ามองนักเรียนที่นั่งอยู่ด้านหลังห้อง

 

            เนื่องจากขนาดตัวอันกระทัดรัดของดรีม ทำให้ดรีมต้องแหงนหน้าคุยกับนักเรียนแทบทุกคน หลังจากใช้ความสามารถในการเขย่งเท้ามองนักเรียนจนทั่วห้องแล้ว ดรีมก็เริ่มแนะนำรายวิชาต่อ

 

            วิชานี้คือวิชาที่ว่าด้วยการแนะแนว ไม่ว่านักเรียนจะถามอะไรครูหรือขอคำปรึกษาอะไรครูก็จะตอบให้ถ้าครูตอบได้ ดรีมกล่าวด้วยเสียงเล็กน่ารักแต่แฝงไว้ด้วยความจริงจัง หลังจากดรีมอธิบายจนจบ เธอก็เปิดโอกาสให้นักเรียนส่งคำถาม แต่ในขณะที่เพื่อนๆในห้องกำลังแย่งกันคุยกับดรีมอยู่นั้น เฟลมกลับนั่งนิ่งเฉยด้วยความเบื่อหน่ายด้วยเหตุผลที่ว่า น่าเบื่อและไม่มีอะไรทำ!’

 

            ปรกตินักฆ่าไม่เคยอยู่ว่างๆอยู่แล้ว มักจะทำงานหรือไม่ก็ฝึกการต่อสู้อยู่เป็นประจำ ไม่รู้อนามันคิดอะไรกันแน่ถึงได้ส่งเฟลมมาอยู่ในที่ที่แสนจะน่าเบื่อแบบนี้

 

            เฟลม เป็นอะไรไป หรือหนักใจที่โดนดุเมื่อกี๊ เพื่อนหนุ่มผู้อยู่ภายใต้เรือนผมสีฟ้าอ่อนหันมาถาม เฟลมยักไหล่เป็นเชิงปฎิเสธ

 

            เปล่า ข้าก็แค่เบื่อ เฟลมตอบกลับ ทัสยิ้มกว้างให้กับคำตอบนั้น รอยยิ้มที่ทำให้เฟลมชักไม่แน่ใจว่ามันจะใช่รอยยิ้มที่ดีนัก

 

            เหมือนข้าเลย งั้นบ่ายนี้ไปหาอะไรสนุกๆทำมะ ตอนบ่ายเป็นคาบว่างนิ ทัสเอ่ยชวน เมื่อเปมินกับลินนะที่นั่งอยู่ใกล้ๆได้ยินก็หันมาฟังทัสอย่างตั้งใจ

 

            ไอ้ที่สนุกๆของเจ้าน่ะอะไรทัส กาโอถามอย่างคนรู้ทัน เพื่อน หรือถ้าจะพูดให้ถูกก็คงเป็นองครักษ์ประจำตัวของเขาคนนี้เคยทำอะไรที่มันธรรมดาซะที่ไหนกัน เจ้านี่น่ะตัวป่วนประจำพระราชวังเชียวนะ

 

            โธ่ ไม่มีอะไรหรอกน่ากาโอ รับรองว่าไม่เดือดร้อนใคร ทัสให้คำสัญญาด้วยเสียงออดอ้อนเต็มที่ ท่าทีตลกๆของทัสทำให้เฟลม ลินนะและเปมินหลุดขำออกมา

 

            อย่าขำสิ ไอ้เรื่องสนุกๆที่ว่าน่ะก็คือ ข้าจะชวนพวกเจ้าไปเที่ยวหอสมุดใหญ่ต้องห้ามของโรงเรียนไดมอนที่เขาลือกันว่าน่ากลัวนักน่ากลัวหนาน่ะ แล้วยังมีข่าวลืออีกนะว่า ด้านในสุดของห้องสมุดน่ะเป็นประตูเชื่อมต่อระหว่างภพนี้กับภพหน้า ทัสพูดแผนการที่ชวนปวดหัวพร้อมทำเสียงน่ากลัวประกอบ กาโอและเฟลมส่ายหัวให้กับเจ้าของแผนการทันที เข้าเรียนมาวันที่สองมันก็เริ่มออกลายซะแล้ว ให้ตายสิ

 

            ตกลงว่าไง ไปไหม ทัสยังคงตื้อไม่หยุด กาโอจึงหันมาถามเฟลมและเพื่อนสาวทั้งสองเป็นเชิงขอความเห็น ซึ่งคำตอบที่ได้รับก็คือ

 

            แล้วแต่ ถ้าพวกเจ้าไปข้าก็ไปด้วย น่าสนุกดีเหมือนกันนะ เปมินและลินนะกล่าวเช่นนั้น เฟลมหัวเราะแห้งๆให้สองสาว คำตอบนั่นก็บอกอยู่โต้งๆแล้วว่า ไปแน่

 

            ข้าไปด้วยก็ได้ ให้ทัสไปกับสตรีสองคนเดี๋ยวจะทำเมืองเคนตาเซียขายหน้า กาโอกล่าวสรุป ทัสหน้าเบ้ทันทีเมื่อรู้ว่าตนเองโดนแขวะ

 

            งั้นข้าไปด้วยก็ได้ แต่ถ้ามันไม่สนุกเหมือนอย่างที่พูดล่ะก็ เจ้าลำบากแน่ทัส เฟลมกล่าวขู่แล้วยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ ทัสยกมือสาบาน

 

            รับรองสนุกแน่

 

..........

 

            แอ้ด!

 

            เสียงเปิดประตูบานใหญ่ดังขึ้นอย่างแผ่วเบา  เสียงฝีเท้าของเด็กหนุ่มสาวห้าคนดังตามมาและจบลงด้วยเสียงปิดประตู

 

            ภายในห้องสมุดเต็มไปด้วยชั้นฝุ่นหนาเตอะที่หนาจนแทบจะเดินสะดุดได้ ที่ชั้นหนังสือยังมีหนังสือถูกวางเรียงอยู่แต่ไม่ได้เรียบร้อยนักเนื่องจากขาดการดูแลรักษามาเป็นเวลานาน

 

            ถึงแม้ตอนนี้จะเป็นตอนกลางวัน แต่ภายในห้องสมุดก็มืดสลัวเสียจนแทบจะมองทางไม่เห็น มีเพียงแสงไฟจากเชิงเทียนเล็กๆที่ส่องสว่างอยู่ที่มือของเฟลมเท่านั้นที่ให้ความสว่าง ทางเดินภายในทอดยาวไปทางด้านในสุดของห้องสมุด

 

            เปมินและลินนะเริ่มสั่นกลัวเล็กน้อยกับบรรยากาศที่ชวนสยองขวัญพิลึก ในทางกลับกัน ทัสกลับยิ่งรู้สึกอยากรู้ว่าด้านในสุดของห้องสมุดจะเป็นเช่นไร กาโอเองก็เริ่มที่จะหันซ้ายแลขวาเพื่อตรวจตราบรรยากาศรอบๆตัว

 

            นี่ พวกเจ้าไม่รู้สึกกลัวกันบ้างเหรอ เปมินเอ่ยขึ้นด้วยเสียงสั่นๆเพื่อทำลายความเงียบที่เข้าครอบงำ ลินนะพยักหน้าเห็นด้วย กาโอส่ายศีรษะก่อนหันไปมองหน้าทัสกับเฟลมที่เดินตามหลัง

 

            ข้าว่าเรากลับกันเหอะนะ น่ากลัวออก เปมินกล่าวขอร้อง

 

            เฮ้ย ได้ไงเปมิน อุตส่าห์มาถึงนี่แล้ว ยังไงก็ต้องสำรวจดูให้ทั่วสิ ทัสกล่าวด้วยเสียงของผู้นำ

 

            ถ้ากลัวมากจะมากอดข้าเอาไว้ก็ได้น้า ทัสเอ่ยเสียงเจ้าชู้ เปมินแลบลิ้นล้อเลียนทัสแล้วหันไปทางเฟลมเพื่อขอความช่วยเหลือ

 

            เฮ้อ พวกเจ้านี่น้า ถ้ากลัวก็ไม่ต้องตามมาก็ได้นี่ เฟลมกล่าวเสียงเบื่อหน่ายแล้วแกะมือของลินนะที่กำลังจับชายเสื้อของตนแน่นออก

 

            โธ่ ก็มันน่าสนุกดีนี่นา ลินนะตอบกลับอย่างเขินๆแล้วทำหน้าบู้

 

            ตึง!

 

            เสียงของหนักกระทบกันดังขึ้นจากทางด้านหลังของพวกเฟลม สองสาวผู้แสนน่ารักกอดกันตัวกลมทันทีที่ได้ยินเสียง กาโอ ทัส และเฟลมหันหลังมองไปทางต้นเสียงอย่างสงสัย ไม่มีสิ่งใด

 

            ไม่เห็นมีอะไรเลยนี่ ไปกันต่อเหอะ กาโอส่งเสียงเร่งเพราะอยากจะออกจากที่นี่เต็มแก่แล้ว ทัสและเฟลมจึงกลับหลังหันและออกเดินนำอีกครั้ง

 

            กึก! กึก! กึก!

 

            เสียงฝีเท้าดังขึ้นอย่างแผ่วเบาเหมือนเสียงแมวเดิน มีเฟลมเพียงคนเดียวที่ได้ยินเสียงนั้นเพราะเฟลมถูกฝึกประสาทหูและเทคนิคสำหรับการต่อสู้มาอย่างดี เฟลมค่อยๆเอื้อมมือไปที่เอวเพื่อหยิบมีดสั้นคู่ใจ

 

            เคร้ง!!!

 

            เสียงโลหะปะทะกันดังสนั่นขึ้นกลางห้องสมุดต้องห้าม เชิงเทียนหล่นลงกับพื้น ตามมาด้วยเลือดสีแดงเข้มที่ไหลรินจากมือขวาของเฟลม

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,947 ความคิดเห็น

  1. #1713 lnwcool (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 เมษายน 2554 / 17:14
    ใครกันนนนนน>0< ตื่นเต้นอะ
    #1,713
    0