Flame นักรบเพลิงมายา (เปลวเพลิงมายา)

ตอนที่ 53 : มายาที่ 51 ออกเดินทางอีกครั้ง <= [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,393
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    10 ธ.ค. 51

 

มายาที่ 51

ออกเดินทางอีกครั้ง

 

            “หลังจากนั้นไม่นาน ข้าก็กลับไปเล่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้อลันฟัง และขอให้อลันเก็บเรื่องทั้งหมดไว้เป็นความลับ” เสียงเล่าเรื่องของมิดไนท์ที่ดังอย่างต่อเนื่องมานานเงียบลง ก่อนที่เจ้าแมวดำจะถอนหายใจอย่างโล่งอก อดีตและเรื่องราวอันแสนเศร้าโศกที่มิดไนท์ต้องทนแบกรับมานานตอนนี้ได้ถูกระบายออกมาจนหมดสิ้นแล้ว ความอึดอัดภายในอกที่มักมีก็หายไปด้วย

 

            “ขอโทษที่ข้าปิดบังเจ้ามาตลอด และขอโทษที่ข้าทำให้เจ้าต้องไปเป็นนักฆ่าของอนามัน” เจ้าแมวดำขอโทษเสียงค่อย ห้องทั้งห้องเงียบกริบ ต่างคนต่างพากันนิ่งเงียบราวกับถูกสั่งห้ามไม่ให้เอ่ยปากพูดสิ่งใด ฟืนในเตาผิงส่งเสียงปะทุเปรี๊ยะปร๊ะ

 

            เฟลมหลับตาลงอย่างแช่มช้า ภาพความทรงจำในอดีตไหลพรั่งพรูเข้ามาในหัวสมองไม่หยุด หลังจากที่มิดไนท์เล่าเรื่องในอดีตให้เฟลมฟัง เวทย์ลบความทรงจำของอนามันก็สลายไป เฟลมจำเรื่องราวในอดีตของเขาได้ทั้งหมดแล้ว ทั้งเรื่องที่ตนเองมีชื่อจริงว่ารานิน การ์เดี้ยน ทั้งเรื่องที่มิดไนท์เดิมมีชื่อว่าเก็นกะ ทั้งเรื่องที่ครอบครัวของเขาถูกอนามันฆ่าล้างตระกูลในคืนที่พายุกระหน่ำ รวมทั้งเรื่องที่เขาเคยให้สัญญาไว้กับบิดาของเขาด้วย สัญญาที่เขาบอกว่า จะสู้ในฐานะการ์เดี้ยนจนกว่าชีวิตจะหาไม่

 

            “เจ้าจะโกรธจะเกลียดข้าก็ได้นะที่ข้าปิดบังเรื่องนี้มาตลอด” มิดไนท์ก้มหน้าสลด เฟลมผ่อนลมหายใจยาว บรรยากาศภายในห้องส่อเค้ามาคุชวนให้รู้สึกหงุดหงิดพิกล

 

            “ข้าขออยู่กับมิดไนท์ตามลำพังซักพักได้ไหมขอรับ” เฟลมหันไปขออนุญาตกับไคอา ซึ่งไคอาก็ไม่ได้ว่าอะไรและเดินออกไปจากห้องแต่โดยดี หลินเดินตามหลังองค์ราชาหนุ่มไปห่างๆ สองแฝดมองเฟลมด้วยสายตาเจือเค้าความเป็นห่วง แต่เมื่อเฟลมส่ายหน้าบอกเป็นนัยๆว่าไม่ต้องเป็นห่วง ทั้งสองก็ยอมเดินออกไปจากห้องอย่างว่าง่ายโดยมีพวกกาโอเดินตามออกไปติดๆ ประตูไม้บานหนาปิดฉับลง เสียงฝีเท้าเบาลงเรื่อยๆก่อนจะเงียบหายไปในที่สุด

 

            เฟลมหันกลับมาให้ความสนใจเจ้าแมวดำตรงหน้าอีกครั้ง มิดไนท์ยังคงนั่งก้มหน้างุดด้วยความสลด ความเงียบโรยตัวอย่างเชื่องช้า ก่อนจะถูกทำลายด้วยเสียงของเจ้าแมวดำ

 

            “เฟลม.... ข้าขอโทษ”

 

“.....”

 

“ข้าขอโทษจริงๆ” มิดไนท์เอ่ยขอโทษซ้ำไปซ้ำมาเหมือนกำลังสวดมนต์ภาวนา เฟลมลอบถอนหายใจเฮือก มิดไนท์ไม่เห็นจำเป็นต้องมาขอโทษเขาเลย เขาต่างหากที่ต้องขอโทษ ขอโทษที่ทำให้มิดไนท์ต้องทนอยู่อย่างทรมานใจมาตลอด

 

ถ้าเป็นเฟลม เขาคงรู้สึกเสียใจจนแทบคลั่งถ้าอยู่ๆเด็กที่ตนเลี้ยงมาตั้งแต่เด็กๆจำคนที่เลี้ยงมาไม่ได้ แต่มิดไนท์กลับทนได้กว่า10ปี ต้องถือว่าเจ้าแมวดำตรงหน้านั้นมีจิตใจที่เข้มแข็งจริงๆ

 

“ข้าขอโทษจริงๆเฟลม ข้าขอโทษ” เหมือนเจ้าแมวดำกำลังเพ้อ มันพร่ำเอ่ยขอโทษอย่างไม่ขาดสาย

 

            “ขอโทษที่ทำให้เจ้าต้องไปเป็นนักฆ่า ขอโทษที่ข้าไม่สามารถเลือกทางเดินที่ดีกว่านี้ให้เจ้าได้” น้ำเสียงของมิดไนท์บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าเจ้าตัวนั้นกำลังเครียดจัด เจ้าแมวดำงุ้มหน้าลงต่ำจนแทบชิดเตียง มันรู้สึกว่าขอบตาของมันร้อนผ่าวและมีหยาดน้ำตาใสซึมรื้น ความรู้สึกผิดที่มีอยู่เต็มอกกำลังกดดันมิดไนท์ เฟลมขมวดคิ้วมุ่นอย่างไม่สบอารมณ์ เขาไม่ชอบเลยที่มิดไนท์มานั่งโทษตนเองเพราะมันไม่สามารถทำให้เขามีความสุขได้ ยิ่งมิดไนท์มีท่าทีไม่สบายใจ เฟลมก็พลอยรู้สึกไม่สบายใจไปด้วย

 

            “ข้าขอโทษ” เจ้าแมวดำยังไม่หยุดขอโทษ เฟลมถอนหายใจอย่างหนักหน่วง

 

            “เจ้าไม่เห็นจำเป็นต้องมาขอโทษข้าเลยมิดไนท์ ก็ข้าไม่ได้โกรธเจ้าซักหน่อยนี่” เด็กหนุ่มว่าเสียงกลั้วหัวเราะ เรียกให้เจ้าแมวดำเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของคำพูดด้วยความงงงวยอย่างรวดเร็วราวถูกดีด

 

            “หมายความว่าไง? เจ้าไม่โกรธข้าเหรอที่ข้าทำให้เจ้าต้องไปเป็นนักฆ่า ทำให้เจ้าต้องฆ่าคนทั้งๆที่จริงๆแล้วเจ้าไม่ได้พิสมัยการฆ่าคนเลยซักนิด แถมยัง...”

 

            “พอเถอะมิดไนท์ ไม่ต้องโทษตัวเองแล้ว” เฟลมตัดบทก่อนที่มิดไนท์จะโทษตัวเองไปมากกว่านี้ เด็กหนุ่มรู้ดีว่าแค่นี้เจ้าแมวดำตรงหน้าก็รู้สึกผิดมากพอแล้ว เขาไม่ต้องการทำให้มิดไนท์รู้สึกย่ำแย่ไปมากกว่านี้อีก

 

            “ข้าไม่โกรธเจ้าหรอก ไม่แม้แต่จะมีสิทธิ์มาโกรธเจ้าด้วยซ้ำ” เฟลมอุ้มมิดไนท์ขึ้นสูงเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกัน เจ้าแมวดำกะพริบตาปริบๆ

 

            “ขอบใจเจ้ามากนะมิดไนท์” เจ้าแมวดำเอียงคอมองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยความฉงน ยิ่งเฟลมพูด มิดไนท์ก็ยิ่งไม่เข้าใจ เฟลมจะมาขอบคุณมันทำไมกัน มันทำให้เฟลมเป็นนักฆ่า เฟลมน่าจะโกรธมันมากกว่า ไม่ใช่มาขอบคุณมันแบบนี้

 

            “ถ้าไม่มีเจ้า ป่านนี้ข้าก็คงตายไปแล้ว ถ้าไม่มีเจ้า ข้าก็คงไม่มีโอกาสได้เจอเพื่อนๆพวกนี้ และที่สำคัญ ถ้าไม่มีเจ้า ข้าก็คงไม่มีวันนี้หรอกจริงไหม” เด็กหนุ่มวางมิดไนท์ลงบนตักหนา

 

            “...”

 

            “ขอบคุณมากขอรับ ท่านเก็นกะ” คำพูดของเฟลมทำเอามิดไนท์อึ้งไปชั่วครู่ ลักษณะการพูดแบบนี้ เหมือนลักษณะการพูดของเจ้ารานินตัวน้อยไม่มีผิด หรือว่า...

 

            “ความทรงจำทั้งหมดของข้ากลับมาแล้วล่ะขอรับท่านเก็นกะ” เฟลมยิ้มแฮ่ๆ มิดไนท์ถึงกับน้ำตาซึมด้วยความปิติ ความทรงจำทั้งหมดของเฟลมกลับมาแล้ว รานินตัวน้อยของเขากลับมาแล้ว การ์เดี้ยนกลับคืนสู่มหานครแล้ว มหานครต้องรอดพ้นจากความหายนะที่อนามันกำลังจะก่อขึ้นอย่างแน่นอน เพราะรานินเป็นเด็กที่ได้รับการทำนายว่าจะเป็นผู้ที่นำพามหานครไปสู่ความสงบสุข ดังนั้นรานินจะต้องหยุดยั้งหายนะครั้งนี้ได้แน่

 

            “แต่ว่านะ ขอข้าเรียกท่านเก็นกะว่ามิดไนท์เหมือนเดิมได้ไหม เรียกมิดไนท์มาตั้ง10กว่าปี อยู่ดีๆจะให้เปลี่ยนมาเรียกท่านเก็นกะมันก็กระไรอยู่” เด็กหนุ่มเกาท้ายทอยแกรกๆ

 

            “นั่นสินะ” มิดไนท์คลี่ยิ้มบาง จะเรียกแบบไหนมันก็ไม่สำคัญหรอก เพราะไม่ว่าจะชื่อไหน มันก็ยังเป็นเสือดำปีศาจที่คอยอยู่เคียงข้างเด็กหนุ่มอยู่ดี

 

            “อ้อใช่ เจ้าเองก็เรียกข้าว่าเฟลมเหมือนเดิมเถอะนะ ถึงจะไม่ใช่ชื่อที่ท่านพ่อกับท่านแม่ตั้งให้ แต่มันก็เป็นชื่อใหม่ที่เจ้าตั้งให้ข้านี่เนอะ และข้าเองก็ชอบชื่อนี้มากกว่าด้วย มันสั้นดี” เฟลมว่าขำๆ ทำเอามิดไนท์อดขำด้วยไม่ได้ เป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้นเลยซักนิดให้ตายเถอะ

 

            “หึ หึ” มิดไนท์ลอบขำเบาๆ เฟลมยิ้มเผล่

 

            “เฮ่อ ในที่สุดเจ้าก็ยอมหัวเราะซักที อย่าเอาแต่ทำหน้าเครียดสิมิดไนท์ เครียดมากๆเดี๋ยวก็แก่เร็วหรอก” พูดจบเฟลมก็ใช้มือขยี้หัวของมิดไนท์อย่างหมั่นไส้ มิดไนท์เผลอแยกเขี้ยวขู่ฟ่อ

 

            “ข้าเพิ่งจะห้าร้อยกว่าเองนะ ยังอยู่ได้อีกหลายร้อยปีน่าเจ้าเด็กเหลือขอ” มิดไนท์ว่าเสียงต่ำ เฟลมหลุดขำน้อยๆ

 

            “แล้วจากนี้ต่อไปเจ้าจะทำยังไงล่ะ” มิดไนท์เปลี่ยนหัวเรื่อง ดูเผินๆแล้วอาจเป็นคำถามที่เรียบง่าย แต่คำถามข้อนี้ก็ทำให้เฟลมต้องคิดหนักไม่น้อยเหมือนกัน เด็กหนุ่มงุ้มหน้าลงนิ่งคิด

 

            “เจ้าจะฆ่าอนามันทิ้งในฐานะที่เจ้าเป็นการ์เดี้ยนคนสุดท้ายของมหานคร หรือว่าเจ้าจะปล่อยอนามันไปเพราะอนามันเป็นผู้มีบุญคุณของเจ้าล่ะ”

 

            “ไม่ฆ่าไม่ได้เหรอมิดไนท์ แค่จับตัวมาขังไว้อย่างเดียวไม่ได้เหรอ” เด็กหนุ่มถามพาซื่อ

 

            “แล้วเจ้าคิดว่าอนามันจะยอมหยุดอยู่แค่โดนจับงั้นเหรอ” มิดไนท์ถามกลับห้วนๆ ทำให้เฟลมหลุดพึมพำออกมาเบาๆอย่างลืมตัว

 

“นั่นสินะ” เด็กหนุ่มจับคางทำท่าครุ่นคิด ตอนแรกที่คิดจะหักหลังอนามันก็เพราะคิดว่าถ้าจับอนามันได้เรื่องทั้งหมดก็จะจบ แต่ที่มิดไนท์พูดก็มีส่วนถูก เฟลมรู้จักอนามันดี เขาคงไม่ยอมหยุดยั้งแผนการง่ายๆอย่างแน่นอน ถ้ายังไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการ อนามันก็จะไม่มีวันหยุดอยู่นิ่งๆเด็ดขาด ถ้าไม่ฆ่าอนามันทิ้งเรื่องก็คงไม่จบ

 

“เฮ่อ” เฟลมสูดหายใจลึกก่อนผ่อนออกมาเพื่อระบายความเครียด ถ้าเขาฆ่าอนามัน เขาก็อาจจะถูกตราหน้าว่าเป็นคนอกตัญญูเพราะสังหารผู้มีพระคุณ แต่ถ้าเขาไม่ฆ่า มหานครทั้งมหานครก็อาจจะต้องพบกับหายนะ

 

หายนะงั้นเหรอคำว่าหายนะปรากฏเด่นชัดในสมอง

 

จะปล่อยให้มหานครพบกับความหายนะไม่ได้อย่างเด็ดขาด ถึงแม้จะโดนตราหน้าว่าเป็นคนอกตัญญูก็ไม่สน

 

“มิดไนท์ ข้าตัดสินใจได้แล้วล่ะ” เฟลมเงยหน้าขึ้นสบดวงตาสีทองอร่ามของมิดไนท์ ดวงตาสีแดงเพลิงเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ

 

“งั้นเหรอ แล้วเจ้าตัดสินใจว่ายังไงล่ะ” เจ้าแมวดำแสร้งถาม ถึงแม้จะแน่ใจแล้วก็ตามว่าทางที่เฟลมเลือกนั้นจะต้องไม่ใช่ปล่อยอนามันไปอย่างแน่นอน

 

“จะทำยังไงน่ะเหรอ ไม่เห็นต้องถามเลย ก็ตัวเลือกน่ะมันก็มีแค่หนึ่งมาตั้งแต่แรกแล้วนี่นา” เฟลมคลี่ยิ้ม

 

“ข้าก็ต้องทำหน้าที่ของข้าในฐานะการ์เดี้ยนคนสุดท้ายของมหานครให้ดีที่สุดน่ะสิ ข้าจะต้องขัดขวางมาสเตอร์ให้ได้ จะยอมให้มหานคนรแห่งนี้ตกเป็นของปีศาจไม่ได้อย่างเด็ดขาด” เฟลมทุบอกว่าเสียงหนักแน่น มิดไนท์ถึงกับอดยิ้มไม่ได้ ถึงแม้จะไม่ได้ถูกเลี้ยงมาในฐานะสายเลือดของการ์เดี้ยน แต่เฟลมก็ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าสายเลือดของการ์เดี้ยนที่มีอยู่ในตัวเฟลมนั้นแรงมากทีเดียว สายเลือดที่ยอมสละแม้กระทั่งชีวิตของตนเองเพื่อปกป้องมหานครอันเป็นที่รัก

 

            “ตอบได้สมกับเป็นสายเลือดของการ์เดี้ยน เจ้านี่มันเหมือนพ่อของเจ้าไม่มีผิด” มิดไนท์แซวขำๆ เฟลมเกาแก้มอย่างอายๆก่อนยกมือขึ้นเสยเส้นผมที่หล่นลงมาปรกหน้า พลันมือซ้ายก็สัมผัสได้ถึงสัมผัสเย็นๆที่ใบหูซ้าย มันคือสัมผัสของต่างหูเงินบริสุทธิ์ที่อนามันมอบให้เฟลมเพื่อเป็นสิ่งยืนยันว่าเฟลมคือแฟนธ่อม ออฟ ดาร์กเนส มันคือสิ่งที่ยืนยันว่าเฟลมคือนักฆ่าที่ขึ้นตรงต่ออนามัน

 

เฟลม ตอนนี้เจ้าก็ไม่ใช่แฟนธ่อมแล้ว ถอดต่างหูนั่นออกได้แล้วมั้ง มิดไนท์เอ่ยเสียงไม่สบอารมณ์ เฟลมพึมพำเบาๆว่านั่นสินะพลางเอื้อมมือขึ้นเพื่อจะถอดต่างหูออก แต่ปรากฏว่า

 

ถอดไม่ออก เฟลมว่าเสียงเครียด เรียกให้เจ้าแมวดำต้องขมวดคิ้วมุ่น

 

ว่าไงนะ มิดไนท์ถามทวนอย่างฉงน เฟลมลองพยายามแกะต่างหูออกอีกครั้ง แต่มันก็ยังคงติดแน่นเหมือนเดิม เฟลมกับมิดไนท์หันมองหน้ากันด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความกังวลใจ นึกหวั่นใจอยู่ไม่น้อยว่าจะต้องมีเรื่องอะไรร้ายแรงเกิดขึ้นแน่

 

..........

 

            ฟืนในเตาผิงของห้องสมุดประจำพระราชวังหลวงเมืองเคนตาเซียส่งเสียงปะทุดัง ไคอาหยิบเอกสารคดีฆ่าล้างตระกูลการ์เดี้ยนมาพลิกเปิดดูอย่างลวกๆ ก่อนหันไปคุยกับหลินอย่างออกรส

 

            เหล่าองค์รัชทายาททั้งห้าแยกย้ายกันไปนั่งยังโซฟาที่มีอยู่ตามมุมห้อง ทัสถูมือไปมาเพื่อบรรเทาความหนาวเหน็บพลางหย่อนกายลงนั่งที่โซฟาข้างๆกาโอ สองแฝดเลือกเดินไปยังหน้าต่างบานใหญ่ ดวงตาสีนิลทั้งสองคู่เหม่อมองไปไกลยังฟากฟ้าสีดำสนิทยามค่ำคืน หิมะสีขาวบริสุทธิ์ตกต่อเนื่องกันมามากกว่า 3 วันแล้ว อุณหภูมิจึงลดลงต่ำจนแทบทนไม่ได้

 

สายลมพัดผ่านแผ่วเบา เรียกให้เจ้าตัวแสบที่ยืนเหม่อมองท้องฟ้าอยู่ต้องขมวดคิ้วมุ่น ในสถานที่ปิดแบบนี้ จะมีลมพัดได้ยังไงกัน และดูเหมือนว่าพี่ชายของเธอก็คงรู้สึกแบบเดียวกับเธอด้วย นีโอหันมองน้องสาวก่อนพยักหน้าให้นีออนอย่างเงียบงัน

 

            “สงสัยจะเป็นเจ้านิก” คนเป็นพี่กระซิบ นีออนส่งเสียงจิ๊จ๊ะเบาๆ

 

            “อ่านสิ ข้าขี้เกียจ” แล้วจึงสั่งเสียงเฉียบขาด

 

            “เจ้านี่น้า” นีโอส่ายหัวน้อยๆให้กับคำของน้องสาวพร้อมหลับตาลง เด็กหนุ่มตั้งสมาธินิ่งเพื่ออ่านสิ่งที่มาพร้อมกับสายลม แต่ก่อนที่นีโอจะอ่านข้อความที่มากับสายลมได้จบ สายลมก็พลันหยุดพัดโบกไปเสียดื้อๆ นีออนชักสีหน้าประหลาดในขณะที่นีโอได้แต่ยืนปั้นหน้างง

 

            “มีอะไรเหรอ” ทัสเอ่ยทักเมื่อเห็นท่าทางแปลกๆของทั้งสอง นีออนเอียงคอนิด

 

            “ไม่มีอะไรหรอก” เด็กสาวตอบอย่างขอไปที

 

            “มีอะไรเกิดขึ้นกับนิกรึเปล่านะ” ก่อนหันไปกระซิบกระซาบกับพี่ชาย นีโอส่งเสียงอือเห็นด้วย

 

            “นั่นสิ เพราะปรกติสายลมของนิกจะไม่หยุดพัดจนกว่าพวกเราจะอ่านจบนี่นา” นีโอตั้งข้อสังเกต ทัสทำหน้ายู่เมื่อเห็นทั้งสองเอาแต่กระซิบกระซาบกัน

 

            “เฮ้ อย่าเอาแต่กระซิบกันอยู่สองคนสิ เห็นแล้วมันขัดหูขัดตาฟ่ะ” ทัสแขวะพลางแยกเขี้ยวขู่แฮ่ เรียกให้นีออนหันขวับจ้องหน้าทัสด้วยสายตาราวกับอยากจะฆ่าปาดคอทัสในทันที

 

            “ข้าจะคุยอะไรกันมันก็เรื่องของข้า ไม่ใช่เรื่องของเจ้า เจ้าองครักษ์งี่เง่า” เสียงแหวที่แหลมสูงทำให้ไคอาต้องลดหนังสือในมือลงและเปลี่ยนมาให้ความสนใจบทสนทนาของนีออนและทัสแทน หลินขยับหันมองตาม

 

            “หนอย ว่าไงนะยัยขี้เหร่” นีโอขยับยิ้มเจื่อน เจ้าพวกนี้เริ่มกัดกันอีกแล้ว

 

            “ไอ้องครักษ์ปัญญานิ่ม” ทัสลุกพรวดเดินเข้าไปยืนประจันหน้านีออน

 

            “ยัยไม้เสียบผี” เปมินกับลินนะยิ้มเฝื่อนพลางพยายามจะเข้าไปห้ามทัพ แต่ก็ต้องหยุดความพยายามในทันทีเมื่อโดนทั้งสองหันมาแยกเขี้ยวใส่ ถ้าขืนยังดื้อดึงจะเข้าไปห้าม มีหวังเจ้าสองตัวนี้ได้เปลี่ยนเป้าหมายมาเป็นพวกเธอแทนแน่

 

            “ไอ้องครักษ์หน้าตาอุบาทว์”

 

            “ยัยตัวประหลาดหน้าตาอัปลักษณ์”

 

            “ไอ้องครักษ์ซื่อบื้อ”

 

            “ยัยสมองนิ่ม ยัยขี้เหร่ ยัยทุเรศ ยัยตัวประหลาด ยัยอ้วน!

 

            “เฮ้ย พูดงี้มาต่อยกันเลยดีกว่ามะ” นีออนถกแขนเสื้อกระดิกนิ้วท้า จานากับโอริส่ายหน้าอย่างระอาให้กับความติ๊งต๊องของเจ้าสองแสบ ในขณะที่กาโอได้แต่แค่นหัวเราะด้วยความเซ็ง ลองได้พูดแบบนี้ อีกเดี๋ยวได้ต่อยกันจริงๆแน่

 

            “โด่เอ๊ย แน่จริงก็เข้ามาสิ” ทัสยกหมัดขึ้นในท่าเตรียมพร้อม เป็นจังหวะเดียวกันกับที่นีออนรู้สึกว่าความอดทนของเธอได้หมดลงแล้ว

 

            “ได้เลย” กล่าวจบ เจ้าของฉายาจอมแสบทั้งสองก็เริ่มตีกันทันที ไคอากับหลินกะพริบตาปริบๆมองทั้งสองด้วยความไม่อยากจะเชื่อ ทำไมถึงได้เก่งกันอย่างนี้นะ สามารถทำให้เรื่องเล็กๆกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้ด้วย!!!

 

            “ตายซะเถอะไอ้องครักษ์ซื่อบื้อ!” นีออนตวาดพร้อมเตะผ่าหมากทัส ทำเอาหนุ่มน้อยใหญ่ที่เห็นภาพเมื่อครู่ต้องหลับตาปี๋ส่งเสียงร้องซี้ด เจ้าทัสเอ๊ย ไม่ตายก็เลี้ยงไม่โต

 

            “แย้ก!!! !@#$%^&*()_+!!!” โดนกระบวนท่านี้เข้าไป ทัสถึงกับร้องเสียงหลงไม่เป็นภาษาก่อนล้มลงกลิ้งไปกลิ้งมา เด็กหนุ่มถึงกับน้ำตาไหลพรากด้วยความเจ็บปวด มือหนากุมทัสน้อยแน่น นีโอหลุดร้องอูยอย่างลืมตัว

 

            “เยส!!!” นีออนประกาศชัยชนะด้วยท่าทีสะใจ ผู้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดหัวเราะเจื่อนๆด้วยความเหลือเชื่อ

 

            “ปรกติสองคนนี้เค้าเป็นแบบนี้ตลอดเลยเหรอกาโอ” ไคอาชี้สองแสบพร้อมหันไปถามบุตรชาย กาโอพยักหน้าหงึกหงัก โดยมีองค์รัชทายาทอีกสี่คนที่เหลือและหลินพยักหน้าสนับสนุน ไคอาหัวเราะด้วยท่าทีเหนื่อยใจ

 

            “ขอรับ เป็นอย่างงี้ทุกวัน ถ้าวันไหนไม่ทะเลาะกันวันนั้นโลกก็คงแตกแล้วล่ะขอรับ” กาโอตอบกลับเสียงเบื่อหน่าย นีออนยิ้มเผล่พลางหักนิ้วดังกร๊อบแกร๊บ ดูเหมือนว่าเธอยังจะอยากเข้าไปกระทืบทัสต่อ แต่ความต้องการของเธอก็โดนขัดขวางได้เสียก่อนเมื่อนีโอเดินเข้าไปล๊อกตัวนีออนไว้ เจ้าตัวแสบดิ้นพล่านอย่างไม่สบอารมณ์

 

            “ปล่อยข้านะนีโอ ข้าจะไปกระทืบมัน มันบังอาจมาด่าข้า” นีออนหันไปแหวพี่ชาย นีโอเบือนหน้าหนีไม่รับฟัง

 

            “น่าน่า อย่าไปทำทัสมันเลยนะ แค่นี้ทัสก็เจ็บจะแย่อยู่แล้วล่ะ” ลินนะตบบ่าห้ามเจ้าตัวแสบ กาโอเดินเข้าไปพยุงทัสให้ลุกขึ้น เด็กหนุ่มผู้แสนโชคร้ายหยัดกายลุกยืน แต่แล้วก็ล้มลงไปนอนตัวงออีกรอบ ใบหน้าของเด็กหนุ่มบูดเบี้ยวเหยเกด้วยความเจ็บปวด แต่ก็ยังไม่วายขอปากมากอีกซักนิด

 

            “หนอย จำไว้เลยนะเจ้าตัวแสบ ข้าลุกได้เมื่อไหร่เจ้าไม่รอดแน่” ทัสผูกอาฆาต นีออนแลบลิ้นปลิ้นตาอย่างไม่ใส่ใจ

 

            “แน่จริงก็ลุกขึ้นมาสิ ตางี่เง่า”

 

            “ยัยอัปลักษณ์เอ๊ย”

 

            “เฮ้ย พูดแบบนี้นี่แสดงว่าอยากเจ็บตัวอีกรอบใช่ไหมเนี่ย”

 

            “เออ มีไรมะ” คำพูดของทัสทำให้ผู้ที่ได้ยินต้องส่ายหน้าอย่างเอือมๆ จะลุกยังลุกไม่ขึ้นแล้วดันไปท้าเจ้าตัวแสบอีก นี่มันบ้าหรือโง่กันแน่นะ

 

            “มีแน่ไอ้สมองกลวง” นีออนแยกเขี้ยวงุดพยายามกระโจนเข้าใส่ทัสอีกรอบ นีโอกลอกตามองเพดานด้วยความเบื่อหน่ายพลางกระชับวงแขนให้แน่นมากขึ้น เจ้าตัวแสบเมื่อไม่ได้อย่างใจก็เริ่มส่งเสียงคำรามต่ำๆ

 

            “ปล่อยข้านะนีโอ” นีออนตวาดเสียงแหลม แต่นีโอกลับยังยืนนิ่ง เจ้าตัวแสบกัดฟันแยกเขี้ยวกว้าง

 

            “ข้าบอกให้เจ้าปล่อยข้าไงเล่า” ว่าแล้วนีออนก็กระทุ้งศอกใส่ท้องของนีโออย่างจัง นีโอถึงกับจุกพูดไม่ออก เมื่อวงแขนของพี่ชายคลายแรงแล้ว นีออนก็ฉีกยิ้มสะบัดนีโอทิ้งแล้วถีบเท้ากระโจนเข้าใส่ทัสอย่างรวดเร็วจนลินนะหลบแทบไม่ทัน กาโอซึ่งนั่งอยู่ข้างๆทัสเมื่อเห็นดังนั้นก็รีบลุกขึ้นถอยฉากออกมาไกลเจ้าเพื่อนซี้ทันที

 

            “เจ้าตาย!” นีออนตะโกนเสียงสูงแสบแก้วหู

 

            “เหวอ” ทัสหลับตาปี๋แล้วสวดมนต์ภาวนาในใจ ไม่น่าไปยั่วยัยนี่เลยให้ตายเหอะ

 

            สายลมพลันพัดวูบแรง เรือนผมสีดำขลับปลิวสะบัดพริ้ว เจ้าตัวแสบชะงักมือที่กำลังจะประทุษร้ายทัสในทันที ดวงตาสีนิลหรี่ลงเหมือนกำลังพิจารณาบางสิ่งบางอย่าง

 

            “เกิดอะไรขึ้น ทำไมอยู่ดีๆถึงมีลมพัดได้ล่ะ” ไคอาถามเสียงต่ำ นีโอทำท่าจุ๊ปากเพื่อบอกให้ทุกคนเงียบ สองแฝดหลับตาลงอย่างแช่มช้า สายลมพัดโบกต่อเนื่อง

 

            “หืม?” สองแฝดส่งเสียงประหลาดพร้อมขมวดคิ้ว ทำให้ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นขมวดคิ้วตาม จะมีก็แต่ทัสที่ยังคงนอนกลิ้งร้องโอดโอยอยู่กับพื้น

 

            “แย่แล้ว ต้องรีบไปบอกเฟลมแล้ว!” อยู่ๆนีออนก็โพล่งเสียงดังเรียกให้ทุกคนสะดุ้งโหยง นีโอตีหน้าเครียด

 

            “เกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอ” พวกกาโอประสานเสียงถามอย่างพร้อมเพรียง สองแฝดกวาดสายตามองทุกคนด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยเค้าความตระหนก

 

            “โลกมืดบุกเอราเดสน่ะสิ” จบประโยค สองแฝดก็พุ่งตัววิ่งหายไปทางห้องที่เฟลมพักอยู่อย่างรวดเร็ว พวกไคอาหันหน้ามองกันอย่างงงๆก่อนจะวิ่งตามทั้งสองไป โดยไม่มีใครนึกเลยว่าได้ทิ้งให้ทัสนอนร้องโอดโอยอยู่คนเดียวเสียแล้ว

 

            “เฮ้ย มาช่วยพยุงข้าขึ้นก่อนเซ่”

 

            “...”

 

            ไร้ซึ่งเสียงตอบรับ ทัสจึงได้แต่แค่นหัวเราะด้วยความเซ็งและกระดึ้บตามพวกไคอาไปอย่างช้าๆ

 

..........

 

            “เฟลม พวกข้าขอเข้าไปนะ” เสียงแหลมเล็กดังขึ้นเพื่อขออนุญาต แต่ยังไม่ทันที่เจ้าของชื่อจะได้ขานตอบรับ ประตูไม้บานหนาก็กระแทกเปิดออกอย่างแรง ตามมาด้วยร่างเล็กของนีออนที่โผล่พรวดเข้ามาในห้อง นีโอทะลึ่งพรวดตามหลังน้องสาวเข้ามาติดๆ ทำให้เฟลมอดสงสัยไม่ได้ว่าจะขออนุญาตให้เปลืองน้ำลายไปทำไม เฟลมมองหน้าสองแฝดด้วยท่าทางไม่พอใจเล็กน้อย แต่ท่าทีตื่นตะลึงของนีออนก็ทำให้ความไม่พอใจของเฟลมเปลี่ยนมาเป็นความฉงนในที่สุด เฟลมลดมือที่กำลังถอดต่างหูลง

 

            “เกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอ” มิดไนท์เป็นฝ่ายตั้งคำถาม สองแฝดสูดลมหายใจลึกเพื่อปรับจังหวะการหายใจให้เข้าที่ และเป็นจังหวะเดียวกันกับที่พวกกาโอวิ่งตามเข้ามาในห้อง นีโอสูดลมหายใจลึกอีกครั้ง

 

            “ท่านมิดไนท์ เมื่อกี้นิกส่งข่าวมาบอกว่าโลกมืดบุกเอราเดสขอรับ แล้วตอนนี้ไดมอนก็โดนพวกโลกมืดล้อมเอาไว้แล้วด้วยขอรับ” นีโอรายงานเร็วรัว มิดไนท์ถึงกับหน้าถอดสี โลกมืดบุกไปไดมอน เป้าหมายของพวกมันก็คงไม่พ้นร่างของลูซิเฟอร์ที่หลับใหลอยู่ภายในห้องสมุดต้องห้ามเป็นแน่ ถ้าโลกมืดได้ร่างของลูซิเฟอร์ไป ก็เท่ากับว่าโลกมิดได้ชัยไปแล้วยกหนึ่ง จะปล่อยให้โลกมืดได้ร่างของลูซิเฟอร์ไปไม่ได้เด็ดขาด

 

            มิดไนท์หันมองหลินที่ยืนหลบอยู่ด้านหลังไคอา

 

            “หลิน เจ้ารีบกลับไปที่ไดมอนด่วนเลย ที่ไดมอนมีแต่นักเรียน คงรับมือพวกโลกมืดไม่ไหวแน่” เจ้าแมวดำสั่งเสียงเฉียบขาด คนถูกไหว้วานผงกหัวรับคำสั่ง

 

            “ทราบแล้วขอรับ” โดยไม่ต้องให้พูดซ้ำ หลินวิ่งหายออกไปจากห้องแทบจะในทันที นีออนรอจนกระทั่งแผ่นหลังของหลินลับสายตาไป จึงหันมาพูดกับมิดไนท์ต่อด้วยท่าทีร้อนรน

 

            “ท่านมิดไนท์เจ้าคะ นอกจากโลกมืดจะบุกไดมอนแล้ว นิกก็ยังส่งข่าวมาบอกอีกด้วยว่ามาสเตอร์กำลังมุ่งหน้าไปที่ทะเลสาบจันทราเจ้าค่ะ”

 

            “บ้าชิบ” เจ้าแมวดำสบถเสียงเครียดให้กับสถานการณ์ที่กำลังเลวร้ายลงทุกขณะ เฟลมเลิกผ้าห่มขึ้นพลางกระโดดลงมาจากเตียง แล้วก็ถอนหายใจยาวด้วยความเบื่อหน่าย เพิ่งจะฟื้นไข้แท้ๆ ต้องมาออกกำลังกายอีกแล้ว

 

เด็กหนุ่มบิดกายไปมาเพื่อยืดกล้ามเนื้อ เพื่อนๆต่างมองตามการกระทำของเฟลมอย่างงงๆ

 

            “เฟลม เจ้ายังไม่หายดีไม่ใช่เหรอ ลงมาเดินร่อนทำไมล่ะ” นีออนท้วงเสียงเจือเค้าความเป็นห่วง

 

            “เรื่องอาการบาดเจ็บของข้าน่ะช่างมันเถอะ ตอนนี้เรื่องที่สำคัญที่สุดก็คือเรื่องของมาสเตอร์นะ ถ้ามาสเตอร์ได้อัญมณีทั้งสองชิ้นไป มหานครได้ล่มสลายแน่”

 

            “ข้าเห็นด้วยกับเฟลม” จานาที่เงียบมานานโพล่งขึ้นมาด้วยเสียงที่เรียบกริบ โอริพยักหน้าหงึกหงักเห็นด้วย

 

            “ถ้างั้นพวกข้าขอตัวไปเตรียมสัมภาระก่อนก็แล้วกันนะ พวกเจ้าก็รีบๆเตรียมตัวให้พร้อมล่ะ ยิ่งดึกหิมะก็จะยิ่งตกหนัก เดี๋ยวจะเดินทางไม่ได้กันพอดี” โอริแนะ แล้วสองเจ้าชายก็หันหลังเดินออกไปจากห้องอย่างเงียบงัน นีออนเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันแล้วแลบลิ้นล้อเลียน เจ้าสองคนนี้นี่มันกวนโมโหชะมัด

 

ตึก! ตึก! ตึก!

 

พลันเสียงฝีเท้าถี่รัวก็ดังกระทบโสตประสาท เรียกให้ผู้ที่ได้ยินหันมองหาต้นเสียงตามสัญชาตญาณอย่างรวดเร็ว

 

            “ท่านไคอาขอรับ! แย่แล้วขอรับ!” เสียงตะโกนเรียกหาดังลั่น และตามมาด้วยร่างของนายทหารหนุ่มนายหนึ่งที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหาองค์ราชาประจำเมืองเคนตาเซีย นายทหารหนุ่มค้อมกายลงทำความเคารพนิดหนึ่ง

 

            “ท่านไคอาขอรับ โลกมืดบุกขอรับ” นายทหารหนุ่มพูดเร็วระรัว

 

            “ว่าไงนะ โลกมืดบุกงั้นเรอะ” ไคอาถามกลับอย่างไม่เชื่อหู นายทหารหนุ่มพยักหน้าหงึกหงักยืนยันคำพูด

 

            “ขอรับ มากันเป็นพันเลยขอรับ แถมพวกดาร์กเดม่อนก็มากันให้เพียบเลยขอรับ” เมื่อได้ฟังการรายงานสถานการณ์ องค์ราชาหนุ่มก็ถึงกับเครียดจัด นอกจากเอราเดสแล้ว เคนตาเซียก็โดนบุกด้วยงั้นเหรอ นี่พวกโลกมืดมันชักจะเหิมเกริมเกินไปแล้วนะ

 

            “สั่งการออกไป ให้กองทัพหน่วยที่หนึ่ง สองและสามออกไปต้านโลกมืดเอาไว้ อย่าให้มันบุกเข้ามาถึงเขตพระราชวังหลวงได้ แล้วก็ให้กองทัพหน่วยที่สี่และห้าอพยพผู้คนในเมืองมาอยู่ในเขตพระราชวังหลวงอย่างเร่งด่วน ไป!” ไคอาสั่งการอย่างชำนาญ นายทหารหนุ่มก้มหัวรับคำสั่งก่อนหันหลังวิ่งหายไปอย่างรวดเร็ว

 

            “ท่านเก็นกะ ข้าคงต้องขอตัวก่อนนะขอรับ” ไคอากล่าวลาสั้นๆพร้อมค้อมกายทำความเคารพเจ้าแมวดำอย่างมีมารยาท จากนั้นจึงวิ่งหายไปจากห้องด้วยท่าทีรีบเร่ง

 

            “กาโอ เปมิน ทัส แล้วก็เจ้าตัวเล็ก พวกเจ้าเองก็ไปเตรียมตัวกันได้แล้วล่ะ ขืนชักช้าเดี๋ยวก็ได้ติดพายุหิมะกันพอดี” เฟลมหันไปสั่งเสียงเรียบ ผู้ถูกเรียกทั้งสี่ผงกหัวรับคำเบาๆ

 

            “เข้าใจแล้ว” เมื่อเสียงตอบรับเงียบลง ทั้งสี่ก็พากันแยกย้ายหายไปอย่างรวดเร็ว เฟลมหันไปหาสองแฝด

 

            “นีโอ นีออน ไปเปลี่ยนชุดซะ”

 

            “เปลี่ยนชุด?” สองแฝดประสานเสียงถามด้วยความฉงน ก่อนก้มลงมองชุดที่ตนเองกำลังสวมใส่อยู่อย่างไม่เข้าใจ ชุดที่ใส่อยู่ก็ไม่ได้เลอะเทอะซักหน่อย เพิ่งจะเปลี่ยนเมื่อเช้านี้ด้วยซ้ำ จะเปลี่ยนอีกทำไม

 

            “อือ เปลี่ยนเป็นชุดฟอร์มลอบสังหารซะ คราวนี้พวกเราต้องปะทะกับมาสเตอร์ ชุดฟอร์มลอบสังหารมีความยืดหยุ่นแล้วก็ทนทานมาก จะสู้กับมาสเตอร์ก็ต้องสู้ด้วยชุดนี้แหละ” เฟลมอธิบาย สองแฝดพยักหน้าพลางส่งเสียงอือเพื่อบอกว่าเข้าใจแล้ว

 

            ชุดฟอร์มลอบสังหารที่เฟลมพูดถึงคือชุดที่ถูกตัดเย็บมาจากไหมของแมลงปศาจที่หายาก ไหมของแมลงปีศาจมีคุณสมบัติพิเศษคือมีความทนทานและมีความยืดหยุ่นสูงมาก สามารถรองรับแรงกระแทกได้มากกว่าชุดทั่วไปหลายเท่า ซึ่งส่วนมากเฟลมและสองแฝดจะใส่ก็ต่อเมื่อต้องทำงานลอบสังหารที่เสี่ยงๆเท่านั้น

 

            “เข้าใจแล้ว”

 

..........

 

            สรรพเสียงรอบกายดังอื้ออึงจนปวดหู เสียงอาวุธโลหะ เสียงเฮละโลปลุกกำลังใจ เสียงร้องไห้อันเกิดจากความเจ็บปวดทรมาน ทุกๆเสียงดังระงมปนเปจนจับสาระไม่ได้ เปลวไฟสีแดงเข้มลุกโชนสว่างจ้าลามเลียฝืนฟ้าอันดำมืด หิมะสีขาวพิสุทธิ์ยังคงตกโปรายปรายไม่หยุด

 

            ทัสเหวี่ยงข้าวของสัมภาระของทุกคนขึ้นเกวียนอย่างลวกๆ อากาศภายนอกพระราชวังนั้นหนาวสุดขั้วหัวใจจริงๆ หนาวจนรู้สึกไม่อยากขยับไปไหน

 

            กาโอเงยหน้ามองเปลวเพลิงที่ลามเลียท้องฟ้าด้วยสายตาเจ็บปวด เมืองเคนตาเซียกำลังถูกโจมตีโดยโลกมืด เมืองเคนตาเซียกำลังถูกทำลาย

 

            “กาโอ เจ้าไม่เป็นไรนะ” เปมินบีบมือของกาโอแรงๆ เธอรู้ว่าตอนนี้กาโอกำลังคิดอะไรอยู่ กาโอบีบกลับเพื่อบอกว่าไม่เป็นอะไร

 

            “ข้าไม่เป็นอะไร ท่านพ่อกับชาวเมืองทุกคนกำลังทำหน้าที่ของตนเองอยู่ ข้าเองก็ต้องทำหน้าที่ของข้าเช่นกัน” กาโอตอบกลับเสียงแผ่วเบา ความจริงเขาอยากอยู่ที่เมืองกับพ่อของเขามากกว่า อยู่ที่เมืองเคนตาเซียเพื่อช่วยพ่อของเขาต่อกรกับโลกมืด แต่เขาทำไม่ได้ เขาต้องไปที่ทะเลสาบจันทรากับทุกคนเพื่อไปปลดผนึกทะเลสาบจันทราซึ่งเป็นน้ำแข็งตลอดทั้งปี

 

            “เจ้าเฟลมกับสองฝาแฝดตัวแสบยังไม่มาอีกเหรอ” จานาถามขึ้นมาลอยๆ น้ำเสียงที่แข็งกร้าวของจานานั้นบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าเจ้าตัวกำลังหงุดหงิด ทัสกับลินนะสั่นศีรษะ

 

            “มาแล้วๆ” นีออนตะโกนตอบเสียงฮึดฮัด และตามมาด้วยร่างของผู้ถูกถามหาทั้งสามที่เดินออกมาจากพระราชวังหลวงเมืองเคนตาเซีย เมื่อเห็นชุดที่พวกเฟลมสวมใส่ พวกจานาก็อึ้งกันไปนิด

 

            ทั่วทั้งร่างของเฟลมและสองแฝดอยู่ในชุดฟอร์มสีดำสนิทที่รัดกุมและสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ รองเท้าสีดำดูกระชับ แขนทั้งสองข้างสวมปลอกแขนเหล็กกล้าสีดำสนิทตั้งแต่ช่วงศอกจนถึงหลังมือ จะมีก็แต่มือและช่วงคอขึ้นไปเท่านั้นที่ไม่มีอะไรปกคลุม

 

            มิดไนท์ที่เกาะอยู่บนไหล่ขวาของเฟลมกระโดดลงมายืนบนพื้นอย่างรู้งาน เด็กหนุ่มเหวี่ยงผ้าคลุมสีดำสนิทให้คลุมร่าง ฮู้ดหนาถูกสวมปิดทับเรือนผมสีแดงเพลิงเอาไว้ และด้วยผ้าคลุมสีดำสนิทนี้ทำให้เพื่อนๆแทบมองไม่เห็นเฟลมถ้าไม่มีแสงไฟ จานาถลึงตามองทั้งสามนิ่ง

 

            “ทำไมถึงใส่ชุดแบบนี้!” จานาตะคอกถามเสียงเครียด ท่าทางของเจ้าชายหนุ่มดูขัดใจอย่างมาก ซึ่งมิดไนท์เดาว่าน่าจะเป็นเพราะชุดของเฟลมเป็นชุดของนักฆ่า จานาถึงได้มีท่าทีหงุดหงิดเหลือประดา

 

            “ความจริงพวกข้าก็ไม่อยากใส่หรอกนะ แต่เพราะว่าคราวนี้ต้องประมือกับมาสเตอร์ซึ่งมีฝีมือในการต่อสู้สูงมาก พวกข้าจึงจำเป็นต้องใส่ชุดฟอร์มนี้เพื่อป้องกันอาการบาดเจ็บให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้” เฟลมว่าเสียงเรียบ จานาพ่นคำสบถยาวพรืดก่อนกระโดดเข้าไปในเกวียน โอริขยับยิ้มบางและกระโดดตามจานาเข้าไปภายใน นีออนแยกเขี้ยวงุด

 

            “เป็นเจ้าชายที่ไม่น่าคบเลยให้ตายเหอะ”

 

            “พูดแบบนั้นก็ไม่ถูกนะนีออน เพราะพวกเราเป็นคนสังหารแม่ของเค้า มันก็สมควรแล้วล่ะที่เค้าจะเกลียดขี้หน้าพวกเราน่ะ” เฟลมท้วงเสียงต่ำ นีออนเบ้ปากไม่พอใจ ถึงจะไม่อยากยอมรับ แต่มันก็เป็นความจริงที่นีออนปฏิเสธไม่ได้

 

            “เฟลม รีบออกเดินทางกันเถอะ หิมะเริ่มตกหนักขึ้นเรื่อยๆแล้วนะ” มิดไนท์ทัก

 

            “อืม เข้าใจแล้ว” เด็กหนุ่มตอบคำอย่างแผ่วเบา กาโอ ลินนะ เปมินและทัสค่อยๆทยอยเดินขึ้นเกวียนอย่างเงียบๆ เฟลมกับนีโอเหวี่ยงกายขึ้นหลังอาชาด้วยท่าทีชำนาญ นีออนกระโดดขึ้นไปนั่งบนที่คนขับเกวียน

 

            “ไป!” เฟลมและนีโอตะโกนสั่งพร้อมกระแทกส้นเท้าที่สีข้างของอาชาหนุ่ม ขบวนเดินทางเริ่มเคลื่อนที่อย่างแช่มช้า ทิ้งภาพความวุ่นวายที่โลกมืดก่อขึ้นกับเมืองเคนตาเซียไว้เบื้องหลังอย่างเงียบๆ

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,947 ความคิดเห็น

  1. #1917 。◕‿◕。 Iris_Jung &# (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 15 มีนาคม 2556 / 16:50
    อ่านแล้วร้องไห้เลยค่ะ ชอบมากๆขอบคุณคนต่งมากๆค่ะ ที่แต่งเรื่องสนุกๆแบบนี้มาให้อ่าน TT^TT
    #1,917
    0
  2. #1847 I'm sone M.Seo >O< (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 28 มีนาคม 2555 / 23:52
    สนุกมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก >O<
    #1,847
    0
  3. #1736 lnwcool (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 4 เมษายน 2554 / 18:20
    สนุกมากๆยิ่งอ่านยิ่งมันส์-.-
    #1,736
    0
  4. #1076 Dark_JOKER (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 24 มีนาคม 2552 / 18:32
    อยากเห็นจริงๆเลยเวลาเฟรมใส่ชุด
    อันนั้นอะ ลินนะเองก็น่าจะชมบ้างน้า
    พักหลังไม่ค่อยจะมีบทของลินนะเลย

    ถ้าแต่งเรื่องนี้จบ
    กรุณาแต่งเรื่องรักหวานแหววของ
    ลินนะ กับเฟลมที อยากอ่านเต็มทน

    เพราะตัวเองก็อยากรู้ว่าจะเน่าอะป่าว
    แต่เอาเป็นว่าอัพเร็วๆถล่มเม้นจนมือหงิกแล้ว
    ฮุ ฮุ ฮุ
    #1,076
    0
  5. #975 k.novel (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2552 / 11:51
    เม้นแล้วอัพด้วย
    #975
    0
  6. #904 Dark Shinigami (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2551 / 17:43
    ทำไมต่างหูเฟลมถึงถอดไม่ออกล่ะคะ ช่างเถอะยังไงก็บอกด้วยแล้วกันนะคะ รีบๆอัพล่ะ อิอิ
    #904
    0
  7. #902 k.novel (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2551 / 08:16
    อัพเร็วจิ
    #902
    0
  8. #899 namtaaT_T (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2551 / 13:43
    อัพบ่อยๆนะ
    #899
    0
  9. #891 K.NOVEL (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2551 / 15:00
    อัพเร็วนะคับ เม้นต์แล้วนะ





    ชอบแบบเกย์ๆหรอคับคุณtazuka





    555+ like เหมือนผมเลย
    #891
    0
  10. #888 tezuka (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2551 / 21:12

    ง่า...จะทำยังไงดีเอ่ยเฟลมคุง

    ตกลงนีโอคู่ใครเนี่ย

    นิกด้วย

    เดี๋ยวก็จับให้คู่กันซะหรอก5555+
    ________________________________________________

    ps กลางคืน....เป็นเวลาเงียบสงบ

          กลางคืน....เป็นเวลาของความคิดถึงและห่วงหา

          กลางคืน....เป็นเวลาของความอาลัยอาวรณ์

          กลางคืน....เป็นเวลาของความเร้นลับ
                      
                                และ

          กลางคืน....เป็นเวลาของความแค้น

    #888
    0
  11. #887 หัวขโมeไม่LจีEมUoดี้ (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2551 / 19:02

    มาต่อไวๆนะเติลเติ้ล >0<

    #887
    0
  12. #882 ปีศาจเงา (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2551 / 19:37
    หายไปไหนตั้งนานกว่าจะมาอัพ

    ช่วยมาอัพเร็วๆๆๆๆด้วยนะคับ
    #882
    0
  13. #880 neschan (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2551 / 13:58
    พวกโลกมืดรีบชิงลงมือก่อนซะแล้ว
    ไม่ได้ๆ เดี๋ยวจะสายไปซะก่อนนะ
    #880
    0
  14. #879 WhitEPhanToM (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2551 / 17:36
    กระดึ๊บ
    กร๊าก
    สมน้ำหน้าทัส

    มาเม้นให้ฉลอง 75%
    เรวๆแบบนี้ น้องแฟสะจาย ♥
    #879
    0
  15. #878 sakura_haruhi (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2551 / 14:07
    =o=;
    โอ้ๆ
    สองคนนี้นิ
    ชอบทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่โตจริงๆ
    น่าสงสารพวกกาโอจริงๆ
    หุหุ
    ในที่สุดเฟลมก็ได้รับความทรงจำในอดีตมาแย้วววว
    สู้ๆน้าค่า
    เรืองราวกำลังหน้าติดตามมากกว่าเดิมเลยอ่ะ
    สู้ๆค่า....
    #878
    0
  16. #876 ผู้เฝ้ามองอยู่เบื้องหลัง (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2551 / 01:09
    เป็นกำลังจายยยยยยตลอดกาล
    #876
    0
  17. #874 neschan (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2551 / 14:23
    สมน้ำหน้าทัสนะเนี่ย
    ปากดีจนได้เรื่องเลย
    #874
    0
  18. #873 [M!n!~D@V!L] (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2551 / 13:15

    กริ๊ดดดดดดดดดด น่ารักที่สุดมหานครจะเป็นไงเนี่ย 5555+++

    #873
    0
  19. #871 - Saruki - (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2551 / 09:47
    โอย~ อ่านไปหัวเรอะไป

    ปวดท้องเลยอ่ะ 5555+

    มาอัพต่อเร็วๆน้า~
    #871
    0
  20. #870 WhitEPhanToM (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2551 / 22:06
    พี่จ๋า นู๋มาเม้นให้แล้วน้า
    หึหึหึ
    ถ้าไม่อัพเรวๆเดี๋ยวจะมีคำไม่เพราะหลุดมาน้า
    #870
    0
  21. #869 neschan (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2551 / 18:45
    ทำไมถึงถอดไม่ออกอ่ะ
    มีลงคำสาปไว้รึป่าวเนี่ย
    #869
    0
  22. #868 White_Smile (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2551 / 15:35
    อัพๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #868
    0