Flame นักรบเพลิงมายา (เปลวเพลิงมายา)

ตอนที่ 51 : มายาที่ 49 การ์เดี้ยน [4] <= [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,259
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    26 พ.ย. 51

 

มายาที่ 49

การ์เดี้ยน [4]

 

            เปลวเพลิงมายา!” เปลวเพลิงสีแดงฉานปะทุออกมาจากร่างของเรมอย่างไม่รู้จักหมดรู้จักสิ้น เหล่าดาร์กเดม่อนต้องเปลวเพลิงล้มตายเหมือนใบไม้ร่วง เปลวเพลิงที่ลุกโหมส่งผลให้พื้นที่โดยรอบกลายเป็นทะเลเพลิงอันร้อนระอุ กำแพงเวทย์ของจินไนเริ่มแตกร้าวทีละน้อย เปลวเพลิงที่พุ่งปะทุเพิ่มความรุนแรงขึ้นทุกขณะ ร่างของนักฆ่าทั้งสองสั่นงันงกด้วยความหวาดกลัว จินไนยกมือขึ้นปาดหยาดเหงื่อที่ไหลอาบใบหน้า ในสมองมีแต่คำว่า น่ากลัวดังก้องกังวาน

 

            เปลวเพลิงนี่มันอะไร จิตสังหารที่มันอะไรกัน ทำไมถึงได้น่ากลัวอย่างนี้

 

            ‘!’ ฝูงดาร์กเดม่อนส่งเสียงร้องโหยหวนที่ฟังไม่ได้ศัพท์ พวกมันแต่ละตนดิ้นพล่านไปมาเพราะความทรมานจากเปลวเพลิง เรมยื่นมือขวาไปด้านหน้า เมื่อขยับปากร่ายเวทย์แผ่วเบา เปลวเพลิงก็พลันลุกโหมกระหน่ำรุนแรงขึ้น ส่งดาร์กเดม่อนทั้งฝูงที่อยู่ในรัศมีเปลวเพลิงสู่ความตายในทันที หัวใจของบีเดลและจินไนกระตุกวูบ ดวงตาสองคู่เบิกกว้างตื่นตะลึง

 

            น่ากลัว ทำไมถึงได้น่ากลัวอย่างนี้คำว่าน่ากลัวดังก้องซ้ำไปซ้ำมาในโสตประสาท นักฆ่าวัยรุ่นทั้งสองเริ่มควบคุมสติตัวเองไม่อยู่แล้ว ถึงจะเป็นนักฆ่าที่อนามันคัดเลือกมาเป็นอย่างดี แต่ทั้งคู่ก็ไม่เคยเจอคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งอย่างเรมมาก่อน

 

            เรมละสายตาจากซากดาร์กเดม่อนที่กองสุมแล้วมองมาทางนักฆ่าทั้งสองที่อยู่เบื้องหลังกำแพงเวทย์แทน ก่อนที่ชายหนุ่มจะขยับยิ้มมุมปากด้วยใบหน้าเหี้ยมเกรียม

 

            ไป!” เรมสะบัดมือเร็วแรง ปรากฏลูกศรเพลิงสีแดงเข้มที่พุ่งออกจากฝ่ามือตรงเข้าปะทะกำแพงเวทย์ของจินไน

 

            เพล้ง!!!

 

            กำแพงเวทย์แตกละเอียดยิบเหมือนแก้วที่ตกพื้น ลูกศรเพลิงปักทะลุท้องของบีเดลอย่างแม่นยำ เด็กสาวเบิกตากว้างตื่นตะลึงพร้อมๆกับร่างเล็กที่ล้มลงนอนแผ่หลา เลือดสีแดงสดไหลทะลักเจิ่งนองพื้นกระเบื้องสีขาวสะอาด จินไนหันมองบีเดลก่อนช็อกหยุดนิ่ง

 

            เก่ง... เก่งเหลือเกิน แล้วอย่างนี้พวกเราจะเอาชนะได้ยังไงล่ะ

 

            ระ...ระวัง บีเดลร้องเตือนเสียงขาดห้วง แต่สมองของจินไนกลับไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น

 

            แต่เพื่อมาสเตอร์ ถึงจะน่ากลัวแค่ไหนก็ต้องถ่วงเวลาไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

            ฉัวะ!!!

 

            อั๊ก!” คมดาบของซัคตวัดผ่านแผ่นหลังของจินไนอย่างจัง สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นรวดเร็วมาก รวดเร็วจนเด็กหนุ่มไม่มีโอกาสแม้แต่จะหลบ จินไนรู้สึกว่าแผ่นหลังของเขาร้อนผ่าว ก่อนที่ประสาทสัมผัสทั้งปวงจะหายไป ทั่วทั้งกายด้านชาไร้ความรู้สึกใดๆ เลือดสีแดงสดไหลอาบแผ่นหลังหนาจนชุ่มโชก จินไนทรุดลงเข่าแตะพื้น ดาบยาวเล่มสวยหล่นกลิ้งไปไกล

 

            อย่าขยับ ถ้าเจ้าขยับหัวเจ้าได้หลุดแน่ ซัควางดาบพาดบ่าจินไนพร้อมขู่เสียงเย็น จินไนไม่มีทางเลือกจึงต้องทำตามคำของซัคอย่างจำยอม เด็กหนุ่มยกมือทั้งสองข้างขึ้นเพื่อบอกว่าตนขอยอมแพ้

 

            เรมวาดมือดับเปลวเพลิงรอบกายลง ก่อนสาวเท้ายาวๆเข้าไปยืนหน้าจินไนโดยมีการ์เดี้ยนอีกสามคนเดินตามหลังไปติดๆ

 

            ครืน!!!

 

            เกิดเสียงดังลั่นราวฟ้าผ่า พร้อมๆกับพื้นดินที่สั่นไหวสะเทือนแรงอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย เรมหรี่ตาลงเล็กน้อย ใบหน้าของชายหนุ่มส่อเค้าเครียดหนัก ที่มาของเสียงคือทิศตะวันออก

 

            หรือว่าจะเป็นท่านอลัน

 

            เจ้าไปช่วยท่านอลันที ท่านอยู่ที่ห้องบรรทมของท่านเนสตรา ส่วนเจ้าก็ช่วยพาท่านฮิเอ็นไปอยู่ในที่ปลอดภัยที เรมหันไปสั่งการการ์เดี้ยนสองคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง ผู้ถูกสั่งทั้งสองค้อมกายลงตอบรับคำสั่งของผู้เป็นนายก่อนแยกย้ายไปทำหน้าที่ของตนอย่างรวดเร็ว

 

            ส่วนเจ้า ไปบอกการ์เดี้ยนทุกคนให้รีบจัดการพวกโลกมืดให้หมดแล้วรีบกลับไปที่คฤหาสน์โดยด่วน รานินกับเรเน็นกำลังตกอยู่ในอันตราย เรมสั่งผู้อยู่ภายใต้คำบัญชาที่เหลืออีกคนก่อนเอี้ยวตัวกลับมาทางจินไน ดวงตาสีทองแปรเปลี่ยนกลับมาเป็นสีแดงเพลิงตามเดิม ชายหนุ่มมองตรงไปยังจินไนราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ

 

            เมื่อกี้ที่อนามันบอกว่าจะไปเล่นกับรานิน มันหมายความว่าไง เรมเริ่มเปิดฉากการสนทนาเสียงเครียด จินไนแสยะยิ้มชวนน่ารังเกียจ

 

            ต้องพยายามถ่วงเวลาให้มากที่สุด เพื่อมาสเตอร์ และเพื่อโลกมืด

 

            ก็หมายความตามที่มาสเตอร์บอกนั่นแหละ ได้ยินดังนั้น ซัคก็ประทับฝ่าเท้าลงบนหลังของจินไนด้วยความหมั่นไส้ทันที เด็กหนุ่มกระเด็นล้มกลิ้ง ปากแผลฉีกกว้างเรียกให้เลือดไหลทะลักออกมาราวเทน้ำ จินไนพลิกตัวพยายามจะลุกขึ้น แต่ก็โดนซัคใช้เท้ายันอกกันไม่ให้ลุกขึ้นมาเสียก่อน

 

            แล้วนายน้อยเกี่ยวอะไรด้วย คนที่คอยขัดขวางการทำงานของอนามันคือพวกข้าไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมต้องจ้องเอาชีวิตนายน้อยด้วย ซัคกัดฟันตะคอกถามพลางขยับดาบให้แนบลำคอจินไนมากขึ้น คมดาบเย็นๆกรีดเนื้อเรียกเลือดให้ไหลซึม

 

            ปรกติโลกมืดไม่เคยทำอะไรที่อยู่นอกแผนการไม่ใช่เหรอ แล้วคราวนี้ทำไมถึงจ้องเอาชีวิตรานินที่ไม่ได้อยู่ในแผนการล่ะ เสียงของเรมบ่งบอกว่าเขากำลังพยายามสะกดกั้นอารมณ์โกรธอย่างเต็มที่ บีเดลขยับกายลุกขึ้นอย่างแช่มช้าพลางแค่นหัวเราะ

 

            การลอบสังการฮิเอ็นก็เป็นแค่ส่วนหนึ่งในแผนการเท่านั้นแหละ บีเดลยิ้มเยาะ สองมือยกขึ้นกุมบาดแผลที่หน้าท้องแน่น ใบหน้าของเด็กสาวเบี้ยวบูดเพราะความเจ็บปวดจากบาดแผล ลูกศรเพลิงของเรมไม่เพียงแค่พุ่งทะลุท้องของเธอ มันกลับเผาเนื้อของเธอด้วย ถึงบาดแผลจะเล็ก แต่มันก็ทำให้เธอรู้สึกทรมานเจียนตายเลยทีเดียว

 

            ส่วนหนึ่งของแผนการงั้นเรอะ? หมายความว่าไงบอกมาให้หมด เรมหรี่ตาลงข้างหนึ่ง บีเดลฉีกยิ้มเหมือนกำลังเย้ยหยัน

 

            หมายความว่าแผนการครั้งนี้ไม่ใช่การลอบสังหารฮิเอ็น แต่เป็นการฆ่าล้างตระกูลการ์เดี้ยนต่างหาก บีเดลเว้นช่วงไปนิด ลมหายใจของเด็กสาวหอบระรัวขาดช่วงเหมือนคนกำลังใกล้ตาย

 

            อย่าหวังว่าจะทำได้เลย การ์เดี้ยนคือตระกูลนักรบที่แข็งแกร่งที่สุดในมหานครแห่งนี้ พวกเจ้าไม่มีทางเอาชนะพวกข้าได้หรอก เรมตอบบีเดลอย่างมั่นใจ สองนักฆ่าส่งเสียงหัวเราะต่ำๆในลำคอ

 

            แต่มันก็ไม่แน่นี่ ถ้าพวกเรามีนายน้อยของพวกเจ้าเป็นตัวประกัน จินไนแสยะยิ้มกว้าง ซัคถึงกับฟิวส์ขาดแทงดาบทะลุซ้ายไหล่จินไนอย่างโกรธแค้น เท่านั้นยังไม่พอ ชายหนุ่มใช้ดาบคว้านเนื้อของจินไนจนหลุดออกมาเป็นชิ้น จินไนกู่ร้องด้วยใบหน้าเหยเก

 

            อ๊าก!!!” โลหิตสีแดงเข้มไหลทะลักย้อมร่างของเด็กหนุ่มจนชุ่ม บีเดลเบ้หน้าย่นจมูก กลิ่นคาวเลือดเหม็นคละคลุ้งจนเธอรู้สึกอยากจะขย้อนของเก่าออกเสียเหลือเกิน

 

            เจ้าพวกหน้าตัวเมีย! กลัวการ์เดี้ยนมากถึงขนาดต้องใช้เด็กเป็นโล่เชียวเรอะ!” ซัคขู่ตะคอกเสียงกร้าว

 

            ก็มันช่วยไม่ได้นี่นา วิธีที่จะกำจัดนักรบที่แข็งแกร่งอย่างการ์เดี้ยนได้ก็มีแค่วิธีนี้วิธีเดียวเท่านั้นแหละ อีกอย่างหนึ่ง มาสเตอร์บอกว่ารานินน่ะเป็นเด็กที่ได้รับคำทำนายว่าเมื่อโตขึ้นจะเป็นนักรบที่แข็งแกร่งที่สุดในมหานคร ดังนั้นพวกเราคงปล่อยให้เจ้าหนูนั่นโตขึ้นไม่ได้หรอก บีเดลเป็นผู้ตอบคำถามแทนจินไน ดวงตาสีแดงเพลิงของเรมแปรเปลี่ยนเป็นสีทองอร่ามอีกครั้ง

 

            เจ้าพวกเศษสวะ เรมสบถเสียงต่ำพร้อมสะบัดมือเรียกดาบคู่กายทั้งสองเล่ม เมื่อเล็งเห็นช่องว่าง บีเดลและจินไนก็ทำการร่ายเวทย์เรียกหาอมนุษย์ทันที

 

            ดาร์กเดม่อนมนตรา!” เสียงของนักฆ่าทั้งสองดังขึ้นอย่างพร้อมเพรียง สายลมเหม็นอับพัดหมุนวนกระแทกร่างของเรมและซัคจนกระเด็น แต่ทั้งคู่ก็สามารถดีดตัวกลับมายืนได้ใหม่อย่างรวดเร็ว บีเดลตะเกียกตะกายเข้าไปลากจินไนออกมาจากพายุไอเวทย์ เด็กหนุ่มนอนหนุนตักบีเดลพลางหอบหายใจแรงจนตัวโยน บีเดลปลดผ้าคลุมลงเพื่อใช้มันซับเลือดให้จินไน

 

            ‘!’ แว่วเสียงร้องคำรามดังกึกก้อง เรมกับซัคพ่นคำสบถยาวยืด ไม่น่าประมาทเลยให้ตายเหอะ

 

            อย่าเห็นว่าพวกเราเป็นเด็กแล้วจะประมาทได้สิ เจ้าพวกการ์เดี้ยนงี่เง่าเสียงตะโกนของบีเดลดังฝ่าพายุไอเวทย์

 

            โปรดสั่งการดาร์กเดม่อนมนตราร่วมร้อยตนปรากฏกายขึ้นหลังจากพายุไอเวทย์สงบลง พวกมันแต่ละตนมีดวงตาสีแดงสดดูน่ากลัว ร่างกายใหญ่ยักษ์เต็มไปด้วยมัดกล้าม อมนุษย์แต่ละตนกระชับอาวุธคู่กายในมือพลางกู่ร้องราวสัตว์ป่าไร้สติ

 

            ฆ่ามัน!” บีเดลสั่งการสั้นห้วน ฝูงดาร์กเดม่อนมนตราพุ่งกระโจนเข้าใส่เรมและซัคทันทีที่เสียงสั่งการเงียบลง การ์เดี้ยนทั้งสองหันหลังชนกันท่ามกลางฝูงดาร์กเดม่อนมนตราที่ล้อมวงใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

 

            ‘!’ เหล่าอมนุษย์กู่ร้องคำรามพร้อมเริ่มลงมือโจมตี เรมและซัคเองก็เริ่มบรรเลงเพลงดาบด้วยเช่นกัน เสียงกระทบกันของอาวุธโลหะที่ดังถี่รัวทำให้บีเดลรู้สึกปวดหู พื้นที่โดยรอบกลายเป็นทะเลเพลิงอีกครั้งด้วยฝีมือของสองการ์เดี้ยน บีเดลส่งเสียงจิ๊จ๊ะอย่างไม่พอใจ พวกการ์เดี้ยนทำไมถึงได้ชอบสร้างทะเลเพลิงกันนักนะ

 

            บีเดล จินไนเสียงเรียกดังขึ้นอย่างไม่มีที่มา ผู้ถูกเรียกทั้งสองหันซ้ายแลขวาหาที่มาของเสียงตามสัญชาตญาณ

 

            “ท่านโทนาเรสงั้นเหรอ” บีเดลตะโกนถาม ถึงแม้จะไม่เห็นตัวเจ้าของเสียง แต่เด็กสาวก็มั่นใจว่าเจ้าของเสียงนั้นคือบุคคลที่ชื่อโทนาเรสไม่ผิดแน่

 

            พวกเจ้ารีบหนีออกมากันได้แล้ว แผนการของพวกเราสำเร็จลุล่วงแล้วเสียงนั้นตอบกลับ เรียกให้หัวใจของเรมและซัคกระตุกวูบเต้นแรง เรมพยายามฝ่าดงดาร์กเดม่อนมนตราออกไป แต่ก็ไม่สามารถทำได้เพราะมีดาร์กเดม่อนมนตราเยอะเกินไป แถมแต่ละตนก็เก่งกาจจนทำให้เรมเหงื่อตก

 

            “มาสเตอร์ไปถึงคฤหาสน์ตระกูลการ์เดี้ยนแล้วงั้นเหรอ” บีเดลถามเสียงตื่นเต้นโดยไม่สนใจพวกเรมที่กำลังตะลุมบอนอยู่กับฝูงดาร์กเดม่อนมนตราอย่างเมามันเลยซักนิด

 

            ฮื่อ

 

            “แล้วเรื่องการถ่วงเวลานักรบการ์เดี้ยนล่ะ ไม่ต้องทำแล้วเหรอ”

 

            ไม่ต้องแล้วละ มาสเตอร์ปล่อยดาร์กเดม่อนและดาร์กเดม่อนมนตราไว้ที่นี่ตั้งร่วมสองพันตน เรื่องการถ่วงเวลานักรบตระกูลการ์เดี้ยนน่ะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าพวกอมนุษย์บ้าเลือดพวกนี้เถอะ

 

            “เข้าใจแล้ว” บีเดลตอบรับอย่างว่าง่าย ริมฝีปากบางขยับร่ายเวทย์อย่างอ่อนแรง

 

            “ข้าไม่ยอมให้พวกเจ้าหนีไปได้หรอก!” ซัคตะโกนบ้าคลั่ง ตามมาด้วยใบมีดเพลิงนับสิบๆใบที่พุ่งฝ่าฝูงดาร์กเดม่อนตรงมาทางบีเดล บีเดลหลับตานิ่ง

 

            “จงพาข้าไปในบัดดล!” สิ้นเสียงร่ายเวทย์ของเด็กสาว สายฟ้าก็ฟาดเปรี้ยงลงมาพร้อมๆกับเสียงที่ดังกึกก้อง ใบมีดเพลิงพุ่งปะทะพื้นก่อให้เกิดควันไฟสีเทาขุ่นมัว พื้นดินสั่นสะเทือนราวแผ่นดินไหวที่แสนรุนแรง

 

            เวลาผ่านไปซักพัก ฝุ่นควันก็จางลง ซัคพยายามเพ่งมองหาร่างของสองนักฆ่า แต่ก็ไร้ซึ่งวี่แวว ไม่มีแม้แต่เงาของทั้งคู่

 

            “ปัดโธ่เว้ย! ไม่ทันเหรอเนี่ย!” ซัคพ่นคำสบถอย่างหัวเสีย สองมือสะบัดดาบไล่ฆ่าเหล่าดาร์กเดม่อนมนตราที่วิ่งพุ่งเข้ามาคล้ายกับกำลังระบายอารมณ์

 

            “เอาไงดีขอรับท่านเรม” ชายหนุ่มหันไปขอความเห็นจากผู้เป็นนาย เรมกัดฟันแยกเขี้ยวงุด

 

            “เจ้าอนามัน แล้วเจ้าจะต้องเสียใจที่บังอาจมากระตุกหนวดเสืออย่างข้า” เรมพูดลอดไรฟัน ดวงตาสีทองอร่ามฉายรอยโกรธแค้นชัดเจน

 

            “ข้าขอเวลาสิบวิ” โดยไม่รอคำตอบรับ เรมหลับตาลงตั้งสมาธิทันที ซัคยกมือขึ้นขนานกับพื้นก่อนร่ายมนต์สร้างกำแพงเวทย์ ฝูงดาร์กเดม่อนพยายามโถมตัวทำลายกำแพงเวทย์ของซัคเหมือนสัตว์ป่าที่กำลังบ้าคลั่ง

 

            “ขอทวยเทพ สถิตยัง เปลวเพลิงข้า” เมื่อเสียงของเรมเงียบลง เปลวเพลิงพลันลุกปะทุเลื้อยพันรอบแขนซ้ายของเรม แต่น่าแปลกที่เปลวเพลิงในครั้งนี้นั้นกลับไม่ได้มีสีแดงเพลิงเหมือนปรกติ มันกลับมีสีขาวสะอาดดูสบายตา ดาร์กเดม่อนที่สัมผัสได้ถึงลางหายนะก้าวถอยหนีด้วยความหวาดกลัว

 

            “เนรมิตร กายา ให้แปรผัน” เปลวเพลิงสีขาวสะอาดลุกโชนพันเลื้อยรอบแขนกำยำอีกข้างหนึ่ง เรมประกบมือกลางหน้าอก

 

            “จำแลงร่าง เป็นมังกร มายาพลัน” เปลวเพลิงสีขาวสว่างลุกโชติช่วงไหววูบไปมา ฝูงดาร์กเดม่อนมนตรากระโดดถอยหนี สัญชาตญาณกำลังร้องบอกให้พวกมันทั้งหมดวิ่งหนีไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

            “แลฟาดฟัน ศัตรูข้า ให้วอดวาย” เรมลืมตาขึ้นอย่างแช่มช้า เปลวเพลิงไหววูบเพิ่มความรุนแรงมากกว่าเดิม เรมแสยะยิ้ม

 

            “มังกรเพลิงมายา!” ว่าจบเรมก็สะบัดมือทั้งสองข้างออกข้างลำตัว เปลวเพลิงที่พันเลื้อยแขนแข็งแรงพุ่งออกเป็นสองทิศก่อนจะวนกลับมาม้วนตัวรวมกันกลายเป็นร่างของมังกรเพลิงสีขาวสว่างตัวใหญ่ยักษ์ ดวงตาสีฟ้าใสของมันจ้องมองไปยังฝูงดาร์กเดม่อนนิ่ง เจ้ามังกรเพลิงกู่ร้องคำราม

 

            ‘!!!’ เพียงแค่เสียงคำรามของมังกรเพลิง ฝูงดาร์กเดม่อนก็ถูกเปลวเพลิงสีขาวเผาผลาญจนมอดไหม้ไม่เหลือแม้แต่ซาก ฝูงดาร์กเดม่อนมนตราแตกฮือวิ่งหนีกันอย่างไม่คิดชีวิต

 

            “ไป!” เรมออกคำสั่งพร้อมสะบัดแขน มังกรเพลิงร่างยักษ์พลันเลื้อยตัวผ่านฝูงดาร์กเดม่อนมนตราอย่างรวดเร็ว เหล่าอมนุษย์ที่ต้องเปลวเพลิงสีขาวส่งเสียงร้องโหยหวนฟังไม่ได้ศัพท์ก่อนจะมอดไหม้หายไป

 

            “มาเร็วซัค เราต้องรีบไปช่วยการ์เดี้ยนที่เหลืออีก” เรมหันไปพูดเร็วรัว ซัคพยักหน้ารับคำอย่างเงียบกริบ

 

            “รีบไปเร็วเข้า” เรมเร่งอีกครั้ง ก่อนทั้งสองจะวิ่งหายไปทางทิศที่กลิ่นเลือดลอยโชยมาอย่างรุนแรง

 

            หวังว่าคงจะปลอดภัยนะ ทุกคน

 

……….

 

            “ปัดโธ่เว้ย!” ชายหนุ่มเจ้าแห่งโลกมืดตะโกนระบายอารมณ์อย่างเหลืออด เบื้องหน้าอนามันและเหล่านักฆ่าทั้งหลายคือคฤหาสน์สีขาวสะอาดประจำตระกูลกราดี้ยนที่ตั้งตระหง่านอยู่หลังเมืองเอราเดส แต่ตอนนี้อนามันและเหล่านักฆ่าใต้บัญชากำลังเจอปัญหาใหญ่ นั่นคือคฤหาสน์ประจำตระกูลการ์เดี้ยนมีกำแพงเวทย์ป้องกันอย่างแน่นหนา ไม่ว่าจะพยายามทำลายซักเท่าไหร่กำแพงเวทย์ก็ไม่มีวี่แววจะพังทลายลง

 

“ทำลายล้าง!” อนามันร่ายเวทย์เร็วรัว ปรากฏลูกบอลเวทย์ลูกยักษ์พุ่งตรงเข้ากระแทกกำแพงเวทย์รูปโดมที่ปกป้องคฤหาสน์ตระกูลการ์เดี้ยนอย่างแรง กำแพงเวทย์ส่งเสียงลั่นเปรี๊ยะแตกร้าว แต่ก็สมานตัวกลับมาเป็นเหมือนเดิมอีกครั้งภายในเวลาอันสั้น อนามันพ่นคำสบถยาวพรืด

 

ว้าโว้ย! ทำไมมันถึงได้ทำลายยากอย่างนี้วะ!” อนามันตะโกนลั่นพร้อมกับกระแทกมนต์ดำของตนใส่กำแพงเวทย์อีกครั้ง แต่มันก็ไร้ประโยชน์ รอยแตกร้าวบนกำแพงเวทย์ที่อนามันสร้างขึ้นจางหายไปแทบจะในทันที กำแพงเวทย์ไร้วี่แววว่าจะพังทลาย อนามันส่งเสียงคำรามต่ำๆ

 

“หยุดนะอนามัน!” เรเน็นร้องห้ามในขณะที่วิ่งทั่กๆออกมาจากตัวคฤหาสน์ เบื้องหลังของหญิงสาวมีการ์เดี้ยนอีกห้าคนวิ่งตามออกมาติดๆ ต่างคนต่างหยิบจับอาวุธครบมือพร้อมสู้ทุกเมื่อ

 

“เปลวเพลิง ทำลายล้าง!” การ์เดี้ยนทั้งห้าผู้อยู่ภายใต้คำบัญชาของเรเน็นร่ายเวทย์อย่างพร้อมเพรียง เปลวเพลิงม้วนวนรวมตัวก่อนลอยฟ้าวผ่านกำแพงเวทย์มุ่งตรงไปยังอนามัน อนามันแสยะยิ้มหยาม

 

“ปกปักษ์ สะท้อนคืน” สิ้นคำของชายหนุ่ม ไอเวทย์มนต์สีดำขุ่นก็ปรากฏรวมตัวกันเบื้องหน้า เปลวเพลิงปะทะไอเวทย์มนต์อย่างแรง ก่อนถูกไอเวทย์มนต์ดำของอนามันกระแทกกลับมาทางทิศเดิม แต่มันก็ไม่สามารถแตะต้องร่างของพวกเรเน็นได้ เปลวเพลิงที่พุ่งสะท้อนกลับมาถูกกำแพงเวทย์ที่ป้องกันตัวคฤหาสน์ไว้กันไว้ได้ก่อน อนามันส่งเสียงจิ๊จ๊ะไม่พอใจ

 

“ข้าชักจะหมดความอดทนแล้วนะ ดาร์กเดม่อนมนตรา!” จบคำเรียกขาน ดาร์กเดม่อนมนตราร่วมห้าสิบตนก็ปรากฏกาย เรเน็นและการ์เดี้ยนทั้งห้าถึงกับหน้าซีดเผือด มีเยอะขนาดนี้ พวกเขาต้านไว้ได้ไม่นานแน่

 

“ทำลายกำแพงเวทย์ซะ!” สิ้นเสียงสั่งการ ลูกบอลเวทย์มนต์ดำก็พุ่งกระแทกกำแพงเวทย์ถี่รัวหาวห่าฝน กำแพงเวทย์แตกร้าวแต่ก็กลับมาสมานตัวเหมือนเก่า

 

“ซัดพลังเข้าไปอีก! กระแทกพลังเข้าไปอีก!” อนามันตะโกนสั่งการอย่างไม่เว้นช่วง ซึ่งฝูงดาร์กเดม่อนมนตราก็ทำตามคำสั่งอย่างว่าง่าย

 

“อย่าให้มันทำลายกำแพงเวทย์ของท่านเรเน็นได้!” ชายหนุ่มผู้มีผมซอยสั้นชี้โด่ชี้เด่สีส้มอ่อนร้องเตือน

 

“เข้าใจแล้ว” การ์เดี้ยนที่เหลือตอบรับพลางร่ายเวทย์เร็วรัว เปลวเพลิงพลันปะทุขึ้นยังพื้นดินใต้เท้าฝูงดาร์กเดม่อนมนตรา เหล่าอมนุษย์ส่งเสียงร้องโหยหวน

 

“ปกปักษ์!” เหล่านักฆ่าใต้บัญชาของอนามันร่ายเวทย์ปกป้องดาร์กเดม่อนมนตราที่กำลังง่วนอยู่กับการทำลายกำแพงเวทย์ การ์เดี้ยนทั้งห้าเพ่งสมาธิเร่งความร้อนของเปลวเพลิงให้มากกว่าเก่า

 

เปรี๊ยะ!

 

กำแพงเวทย์แตกร้าวเป็นรอยใหญ่ และรอยแตกร้าวนั้นก็ไม่สมานตัวกลับเป็นเหมือนเดิม เรเน็นยกมือร่ายเวทย์พยายามรักษากำแพงเวทย์อย่างสุดความสามารถ อนามันแสยะยิ้มอย่างผู้มีชัย กำแพงเวทย์กำลังจะพังทลายลงแล้ว เขากำลังจะชนะ

 

“ข้าในนามของเจ้าแห่งมนต์ดำ ขอเทพปีศาจแห่งความหายนะจงมอบพลังอันแสนมืดมิดให้แก่ข้าด้วยเถิด” อนามันหลับตาร่ายเวทย์ เมฆาสีเทาขุ่นเบื้องบนหมุนวนรวมตัวหนาแน่น เสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าดังสนั่นหวั่นไหวไม่ยอมหยุด พื้นดินสั่นสะเทือนแรงจนยากแก่การทรงตัว

 

‘!’ ฝูงดาร์กเดม่อนมนตรากู่ร้องพลางกระแทกพลังเวทย์มนต์ดำใส่กำแพงเวทย์อย่างไม่ยั้งมือ กำแพงเวทย์สั่นสะเทือนแตกร้าว นักรบการ์เดี้ยนทั้งห้ากัดฟันกรอด พวกดาร์กเดม่อนแข็งแกร่งเกินไป พวกเขาต้านต่อไปแทบไม่ไหวแล้ว

 

“ทำลายล้าง!!!” เสียงตะโกนของอนามันดังลั่นแหวกอากาศ เจ้าแห่งโลกมืดสะบัดมือวูบ ลูกบอลเวทย์สีดำสนิทพลันพุ่งเข้ากระแทกกำแพงเวทย์ที่ห่อหุ้มตัวคฤหาสน์ กำแพงเวทย์ส่งเสียงลั่นเปรี๊ยะถี่รัว

 

เพล้ง!!!

 

ก่อนแตกละเอียดยิบไม่มีชิ้นดี ร่างของเรเน็นกระเด็นลอยไปไกลตามแรงระเบิด ฝูงดาร์กเดม่อนและเหล่านักฆ่าไม่รอช้าวิ่งกระโจนมุ่งหน้าตรงไปยังตัวคฤหาสน์อย่างรวดเร็ว

 

“อย่าหวังว่าข้าจะปล่อยให้พวกเจ้าเข้าไปได้เลยเจ้าพวกเศษสวะ!” เสียงที่ดังขึ้นนั้นเป็นเสียงของเรม และตามมาด้วยมังกรเพลิงสีขาวสะอาดที่เลื้อยกลืนกินฝูงดาร์กเดม่อนอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เรมจะกระโดดลงมายืนเบื้องหน้าอนามัน เรมวาดมือสลายร่างของมังกรเพลิงพลางจ้องอนามันนิ่ง อนามันส่งเสียงคำรามต่ำ นัยน์ตาสีนิลขุ่นมัวของเขาจ้องเรมเขม็งราวหมาบ้า

 

มันรอดออกมาจากฝูงดาร์กเดม่อนตั้งร่วมสองพันตัวได้ยังไงกัน

 

หลังจากที่เรมโดดลงมาแล้ว นักรบตระกูลการ์เดี้ยนอีกร่วมสิบคนก็กระโดดตามลงมาขวางฝูงดาร์กเดม่อนและเหล่านักฆ่าไม่ได้เข้าไปในตัวคฤหาสน์ได้ การ์เดี้ยนทั้งห้าที่คิดว่าต้องตายแน่แล้วถึงกับหลุดร้องเฮออกมาอย่างโล่งอก เจ้านายของพวกเขากลับมาแล้ว นั่นหมายความว่าโอกาสชนะก็มีสูงขึ้นด้วย เรเน็นกัดฟันฝืนลุกยืน

 

            “อนามัน ถ้าวันนี้ข้าไม่สามารถฆ่าเจ้าได้ ข้าก็จะไม่ขอใช้ชื่อเรม การ์เดี้ยนอีกต่อไป” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเครียด อนามันแค่นหัวเราะ

 

            “สภาพอย่างนี้ยังคิดจะเอาชนะข้าอีกเหรอ สะบักสะบอมขนาดนี้ โดนข้าฟันทีเดียวก็คงตายแล้วล่ะมั้ง” อนามันเยาะเย้ยเสียงขึ้นจมูกพลางไล่สายตามองเรมตั้งแต่หัวจรดเท้า

 

ทั่วทั้งร่างของเรมเต็มไปด้วยบาดแผลมากมายนับไม่ถ้วน โลหิตสีแดงสดไหลอาบร่างหนาจนชุ่ม ลมหายใจของเรมหอบระรัวไม่เป็นจังหวะ แขนขาสั่นระริกและชาจนแทบไร้ความรู้สึกใดๆ และการ์เดี้ยนคนอื่นๆเองก็มีสภาพสะบักสะบอมไม่แพ้กัน

 

ดาร์กเดม่อนสองพันตนทำให้เหล่าการ์เดี้ยนสูญเสียพลังเวทย์และกำลังกายไปมาก แค่ยืนได้ก็ถือว่าเต็มกลืนแล้วในตอนนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเรม ชายหนุ่มใช้มังกรเพลิงมายาไปถึงสองครั้งด้วยกัน พลังเวทย์ของเรมจึงแทบจะเหลือเป็นศูนย์ ถ้าเป็นคนปรกติก็คงจะหมดสติไปแล้ว แต่ที่เรมยังมีสติอยู่ได้ก็เพราะกำลังใจล้วนๆ

 

            “ข้าไม่อ่อนแอถึงขนาดโดนขยะมนุษย์อย่างเจ้าฆ่าตายหรอก” เรมตอกกลับเสียงแข็ง อนามันแยกเขี้ยวงุด

 

            “บุก!” เจ้าแห่งโลกมืดสั่งการเสียงสั้นห้วน เหล่านักฆ่าและฝูงดาร์กเดม่อนมนตราถีบเท้ากระโจนเข้าตะลุมบอนกับเหล่าการ์เดี้ยนทันทีราวกับรอเวลานี้มานานแสนนาน อนามันแยกตัวออกมาสู้กับเรม ชายหนุ่มทั้งสองจ้องตากันอยู่พักหนึ่งก่อนที่ต่างฝ่ายจะสาดอาวุธใส่กันอย่างไม่คิดที่จะยั้งมือ กลิ่นคาวเลือดเหม็นคละคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ

 

            เพื่อไม่ให้เป็นตัวถ่วงของเหล่าการ์เดี้ยน เรเน็นซึ่งต่อสู้ไม่เก่งจึงรวบรวมพลังเวทย์ทั้งหมดที่มีร่ายเวทย์กันไม่ให้พวกโลกมืดบุกเข้าไปในตัวคฤหาสน์ได้ โดยมีการ์เดี้ยนสองสามคนคอยดูแลเธออย่างใกล้ชิด ฝูงดาร์กเดม่อนมนตราไม่ละความพยายามกระหน่ำอาวุธใส่การ์เดี้ยนที่คอยปกป้องเรเน็นอยู่ไม่ยั้ง การ์เดี้ยนค่อยๆหมดแรงและล้มตายอย่างช้าๆทีละคน

 

            แก๊ง!!!..... แก๊ง!!! ..... แก๊ง!!! .....

 

            นาฬิกาหรูประจำคฤหาสน์การ์เดี้ยนตีบอกเวลาเที่ยงคืนตรง

 

            เปรี้ยง!!

 

            เสียงฟ้าร้องดังลั่นจนปวดหู หยาดฝนเม็ดเล็กๆเริ่มตกโปรยปรายต้องผืนดิน ก่อนที่จะกลายเป็นพายุฝนห่าใหญ่ที่ซัดกระหน่ำ สายลมพัดกรรโชกแรงส่งเสียงหวีดหวิว

 

            ฉัวะ!!!

 

            “อึ้ก!

 

ในที่สุดการ์เดี้ยนคนสุดท้ายที่คอยคุ้มกันเรเน็นก็สิ้นใจ ฝูงดาร์กเดม่อนวาดอาวุธประจำกายใส่เป้าหมายคนสุดท้ายอย่างรวดเร็ว คมขวานต้องร่างบางที่ไร้ทางสู้อย่างแม่นยำ โลหิตสีแดงสดพุ่งทะลักสาดกระเซ็น ดวงตาสีอเมธิสต์ของหญิงสาวเลื่อนลอยก่อนปิดลงอย่างแช่มช้า ร่างบางล้มลงแน่นิ่งกลางกองเลือดที่ไหลเจิ่งนองพื้นดิน ลมหายใจของหญิงสาวหยุดลง เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าเธอสิ้นใจแล้ว และกำแพงเวทย์ของเธอก็พังทลายลง

 

            เพล้ง!!! เพล้ง!!! เพล้ง!!!

 

            เสียงกระจกแตกดังขึ้นถี่รัว ตามมาด้วยเสียงเฮละโลที่ดังลั่น เรมที่กำลังฝืนสังขารประมืออยู่กับอนามันหันขวับมองไปยังตัวคฤหาสน์แทบจะในทันทีที่ได้ยินเสียง แล้วภาพที่ชายหนุ่มเห็นก็ทำให้หัวใจของเขาแทบหยุดเต้น

 

            ไม่มีกำแพงเวทย์ของเรเน็น และนักฆ่ากลุ่มหนึ่งก็กำลังบุกเข้าไปในตัวคฤหาสน์ เรเน็นตายแล้วงั้นเหรอ!!!

 

            “ตามเจ้าพวกนั้นเข้าไป! อย่าให้มันทำอะไรรานินได้!” เรมตะโกนสั่งการอย่างร้อนรน การ์เดี้ยนกลุ่มหนึ่งวิ่งหายเข้าไปในตัวคฤหาสน์อย่างรวดเร็ว

 

            ฉัวะ!!!

 

            สัมผัสที่แผ่นหลังหนาทำให้เรมตะลึงจนเผลอกลั้นใจไปชั่วขณะ

 

            “อย่าหันหลังให้นักฆ่า เจ้าการ์เดี้ยนงี่เง่า” อนามันว่าเสียงเรียบ ร่างสูงใหญ่ของเรมล้มลงอย่างช้าๆ ดวงตาสีทองเปิดกว้าง ทั่วทั้งร่างด้านชาไร้ซึ่งพละกำลังเรี่ยวแรงใดๆ

 

            “ท่าน...ท่านเรม!” ซัคร้องเรียกด้วยเสียงที่ขาดๆหายๆพลางซัดพลังเวทย์ใส่ฝูงดาร์กเดม่อนที่พุ่งกระโจนเข้ามาอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ซัคสูดลมหายใจลึกเพื่อปรับจังหวะการหายใจให้เข้าที่ ชายหนุ่มกัดฟันพ่นคำสบถยาวยืด ทำไมพวกโลกมืดมันถึงได้ยั้วเยี้ยน่ารำคาญขนาดนี้นะ เขาเหนื่อยจนแทบจะบ้าอยู่แล้ว

 

            ตั้งแต่ช่วงหัวค่ำจนถึงตอนนี้ก็ปาไป 4 ชั่วโมงกว่าแล้ว 4 ชั่วโมงที่เหล่านักรบตระกูลการ์เดี้ยนต้องประมือกับโลกมืด 4 ชั่วโมงที่การ์เดี้ยนทั้งหลายสู้มาตลอดโดยไม่ได้หยุดพัก

 

การ์เดี้ยนทุกคนล้วนเหนื่อยจนแทบสิ้นชีวิต แถมพลังของทุกคนก็ล้วนถดถอยเพราะใช้ในการกำจัดดาร์กเดม่อนอย่างไม่บันยะบันยัง และที่สำคัญคือทุกคนได้รับบาดเจ็บ จึงไม่น่าแปลกอะไรที่คราวนี้โลกมืดจะได้เปรียบการ์เดี้ยนอย่างมากโข

 

ท่านเรม ท่าน... ไม่เป็นไรนะขอรับ!” ซัคตะโกนถามอีกครั้งก่อนจ้วงแทงดาร์กเดม่อนมนตราตนหนึ่งที่เดินดุ่มๆเข้ามา

 

            “ไม่ต้องเป็นห่วงข้าซัค! เจ้าไปช่วยรานินที! รานินกำลังตกอยู่ในอันตราย!” เรมตะโกนตอบ ซัคมีสีหน้าอึกอักอยู่พักหนึ่งแต่ก็ยอมทำตามคำสั่งของเรมแต่โดยดี อนามันย่นจมูกอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่นัก

 

            “เจ้ารอดออกมาจากฝูงดาร์กเดม่อนได้ยังไง” อนามันวาดดาบจ่อคอเรมพร้อมถามเสียงเย็น เรมแค่นหัวเราะน้อยๆ

 

            “อย่าดูถูกการ์เดี้ยนนักสิ แค่ดาร์กเดม่อนสองพันตัว ไม่คณามือพวกข้าหรอก” เรมรวบรวมกำลังทั้งหมดที่มีปัดดาบของอนามันทิ้งพร้อมดีดตัวลุกขึ้น อนามันกระโดดถอยฉากออกมานิด

 

            “แต่มันก็ทำให้การ์เดี้ยนตายไปเยอะเหมือนกันใช่ไหมล่ะ จากเดิมที่มีกันอยู่ตั้งสามสิบกว่าคน ตอนนี้เหลือแค่สิบกว่าคนแล้วนี่” ชายหนุ่มฉีกยิ้มกว้างน่ารังเกียจ เป็นจังหวะเดียวกันกับที่เรมรู้สึกว่าความอดทนของเขาได้หมดลงแล้ว

 

            “มังกรเพลิงมายา!” เรมร่ายเวทย์เรียกมังกรเพลิงมายา แต่กลับกระอักเลือดออกมาเสียยกใหญ่ ร่างกายของเขารับภาระหนักกว่านี้ไม่ไหวอีกแล้ว อนามันซึ่งเห็นช่องว่างเข้าจึงไม่รอช้า ถีบเท้ากระโจนตรงไปยังเรมทันที เจ้าแห่งโลกมืดวาดดาบมนต์ดำของตนเป็นแนวยาว เรมก้าวเท้าหลบ แต่เพราะร่างกายเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าเลยหลบไม่พ้นรัศมีของปลายดาบ คมดาบพาดผ่านแผ่นอกของเรมอย่างแม่นยำ ชายหนุ่มกัดฟันแน่นพร้อมล้มลงแน่นิ่ง เรมรู้สึกว่าร่างกายของเขาหนักอึ้งจนยากแก่การขยับเขยื้อน

 

ไม่...ได้... ข้าจะ...มาตายตรงนี้ไม่...ได้...ถึงแม้จะเตือนตัวเองซักเท่าไหร่ ร่างกายของชายหนุ่มก็ไม่ยอมทำตามคำสั่ง มันหนักอึ้งขึ้นทุกทีๆ และสุดท้ายเปลือกตาของเรมก็ปิดลงอย่างแช่มช้า อนามันถ่มน้ำลายลงพื้นมองเรมด้วยสายตาเหยียดหยาม

 

            “นี่น่ะเหรอนักรบที่ได้รับสมญานามว่าแข็งแกร่งที่สุดในมหานคร แต่ข้าว่าไม่ใช่หรอก เพราะสุดท้ายเจ้าก็เป็นแค่นักรบที่หลงตัวเองเท่านั้นแหละ” อนามันกวาดสายตามองรอบกาย ฝูงดาร์กเดม่อนและเหล่านักฆ่านอนตายเกลื่อนกลาดเต็มไปหมด แต่ก็ใช่ว่าจะมีแต่ศพของพวกโลกมืด การ์เดี้ยนเองก็จบชีวิตลงเยอะเช่นกัน อนามันเงยหน้ามองคฤหาสน์สีขาวสะอาดเบื้องหน้า เสียงอึกทึกครึกโครมยังดังออกมาอย่างไม่ขาดสาย การต่อสู้ข้างในคงยังไม่จบ การ์เดี้ยนที่ยังมีชีวิตรอดคงกำลังสู้กับพวกนักฆ่าของโลกมืดอยู่เป็นแน่

 

            “ไหนบอกว่าการ์เดี้ยนคือตระกูลนักรบที่แข็งแกร่งที่สุดในมหานครไงเรม สุดท้าย การ์เดี้ยนก็เป็นแค่ตระกูลนักรบที่ไร้น้ำยาเมื่ออยู่ต่อหน้าโลกมืดเท่านั้นแหละ” อนามันเอี้ยวตัวหันไปพูดกับร่างของเรมที่นอนนิ่ง ก่อนหันกลับเดินเข้าไปในตัวคฤหาสน์อย่างองอาจ


……….

อัพแล้ว 100% อย่าลืมเม้นต์กันล่ะขอรับ

ไม่เม้นต์มีงอน พองอนปุ๊บสมองมันจะตื้อ พอสมองตื้อปุ๊บก๊ะจะลืมอัพนิยายปั๊บ หึหึหึ

อย่าลืมเม้นต์นะขอร้าบ T^T

 

ปล. มายาที่ 50 เขียนเสร็จแล้ว ถ้าว่างจะรีบตรวจทานแล้วเอามาลงให้งิ >w<v
ปล.2 ถ้าไม่เม้นต์ระวังข้าน้อยไม่มีอารมณ์อัพนิยายนะเออ 555+

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,947 ความคิดเห็น

  1. #1845 I'm sone M.Seo >O< (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 28 มีนาคม 2555 / 23:29
    อนามันน่าฆ่าทิ้งมาก =_=!
    #1,845
    0
  2. #1770 Ninzile (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2554 / 11:28
     Aigo~
    สนุกมากกกกกกกกกกกกกกกก
    #1,770
    0
  3. #1734 lnwcool (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 4 เมษายน 2554 / 17:57
    น่ามันไส้จริงๆ-_-
    #1,734
    0
  4. #1705 SodaNUT (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 20 มีนาคม 2554 / 15:39
    กด like คห.1285

    แรงๆๆๆๆ
    #1,705
    0
  5. #1654 gop (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2553 / 15:02
    เขียนผิด หล่น อีกแล้วนะขอรับ
    #1,654
    0
  6. #1272 ~คนไร้ค่า~ (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2552 / 11:52
    อ่าาาา

    รุสึกไม่ชอบขี้หน้าลินนะอ่ะ

    -0-

    ยิ่งรุว่ามีความหลังที่รุจักกะเฟลมมาก่อนยิ่งเกียดแฮะ-0-

    ขอให้ลินนะตายละกันนนน5555

    (ล้อเล่นแต่พูดจิงจ้ะ^0^)
    #1,272
    0
  7. #1219 sentsu (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 23 เมษายน 2552 / 15:11
    เส้าอย่างแรงงงงง



    เรเน็นไม่น่าเล้ย

    T^T

    อนามันปากดี

    แงแงงง หมั่นไส้ที่สุด

    #1,219
    0
  8. #1107 [U]-[R]iz (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 30 มีนาคม 2552 / 08:11
    เศร้าจังเลยอ่าYoY
    #1,107
    0
  9. #1074 Dark_JOKER (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 24 มีนาคม 2552 / 17:45
    ไม่น้า~แม่เฟรมจะตายแบบนี้ไม่ได้!!!!
    ลุกขึ้นมา ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลย!!!!
    หนูอยากตาย

    แต่ยังไงซะต้องไปช่วยเฟรมให้เร็วที่สุด
    เด็ตัวน้อยๆกำลังแย่เจ้าค่ะแง้
    ฮุ ฮุ ฮุ
    #1,074
    0
  10. #850 คนชอบอ่าน (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2551 / 15:00
    มาอัพเร็วๆ นะ

    จะรออ่าน

    ปล.มาเม้นต์ให้แล้วนะ
    #850
    0
  11. #848 ^ ^ (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2551 / 19:57
    อ๊าง ง



    เม้นแล้วๆๆ



    มาอัพเร็วๆค่ะ
    #848
    0
  12. #846 snowdream_fafaza (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2551 / 17:18
    รีบอัพเร็วๆนะคะ
    รออยู่ค่ะ
    สู้ๆ
    #846
    0
  13. #845 หัวขโมeไม่LจีEมUoดี้ (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2551 / 21:28

    เติลเติ้ล  ไม่อัพมีงอนน้า ^^

    #845
    0
  14. #844 CandyEang (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2551 / 20:56
    เรมเก่งมาก ที่รานินเก่งนี้คงได้เชื้อพ่อด้วยอะสิ หุหุ
    เเต่สงสารรานิน T^T
    ยังไงก็ต่อไวๆนะคะ ~~
    #844
    0
  15. #843 ๏มหานครโซแฟเรียร์๏ (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2551 / 20:32
    อัพเร็วๆๆเถอะ ก่อนจาไม่มีอาไรให้อ่านอ่า
    เพราะมานใกล้จาสอบแล้วอีก2สับดาอะ
    #843
    0
  16. #841 WhitEPhanToM (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2551 / 18:15
    16หน้าที่ว่า
    มีแค่นี้รึ
    16หน้าที่ว่า
    ไม่เห็นเจ๋งเลย
    อยากให้เด็กดูถูกเรอะงาย

    ข้อมูลใหม่หวังว่า
    หวังว่าคงจะดีกว่าเดิมนะ(เดิมไงไม่รู้ รู้แค่น่าสนุก)
    สรุปเสียงน่าเกลียดๆของดาร์คเดม่อนจะไม่เปิดเผยสินะ(น้องแฟไม่เข้าใจ ตอนนี้อ่ะ มันมีตอนนึงที่มีตัวเดียวมะใช่หรา)
    #841
    0
  17. #839 _faie_ (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2551 / 14:39
    โย่!!!! หวัดดีค่ะ 

    ดีใจด้วยที่มีข้อมูลเก็บเอาไว้ 

    แล้วก็เสียใจด้วยสำหรับข้อมูลที่โดยไวรัสเขมือบ

    ช่างเป็นความสูญเสียที่น่าเศร้าจริงๆ 

    คิดแล้วน่าสงสารรานินน้อยจริงๆ เสียพ่อไปแล้ว แงๆๆๆ

    ยังไงก็จะรออ่านต่อนะคะ

    อัพต่อเร็วๆน๊า
    #839
    0
  18. #838 neschan (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2551 / 10:30

    มาอัพเถอะนะ....เราอยากอ่าน

    เรื่องกำลังสนุกเลย

    #838
    0