Flame นักรบเพลิงมายา (เปลวเพลิงมายา)

ตอนที่ 50 : มายาที่ 48 การ์เดี้ยน [3] <= [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,775
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    22 พ.ย. 51

 

มายาที่ 48

การ์เดี้ยน [3]

 

            สายลมพัดแรงส่งเสียงหวีดหวิดเสียดหู ชายหนุ่มยืนเอนกายพิงเสาเหม่อมองท้องฟ้าที่ดำมืด เพิ่งจะสองทุ่มกว่าแท้ๆ แต่ท้องฟ้ากลับมืดสนิทราวกับว่าตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงคืน หมู่เมฆาสีดำคล้ำลอยรวมตัวกันหนาแน่นจนมองไม่เห็นแสงของดวงดาว ยิ่งคืนนี้เป็นคืนเดือนมืดด้วยแล้ว ท้องฟ้าเลยยิ่งมืดกันเข้าไปใหญ่

 

            เรม แล้วรานินล่ะ อลันถามบุตรเขยเสียงเรียบขณะที่กำลังยกมือขึ้นนวดต้นคอ ดวงตาสีอเมธิสต์ของชายชราฉายรอยเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด เรมขยับกายหันมองเจ้าของคำถามนิดก่อนเบือนหน้ากลับไปทางทิศเดิม

 

            ข้าให้เรเน็นพากลับไปแล้วขอรับ เรมตอบกลับพร้อมหลุบตาลง หลังจากฟ้ามืดได้ไม่นาน เรมก็บอกให้เรเน็นพารานินกลับบ้านไปพร้อมกับเก็นกะ เพราะขืนอยู่ที่พระราชวังหลวงต่อไปก็มีแต่เป็นภาระของเรม เผลอๆอนามันอาจจะฆ่ารานินทิ้งเสียก็ได้ และเพื่อความไม่ประมาท เรมก็ได้สั่งให้การ์เดี้ยนประมาณห้าคนกลับไปกับพวกเรเน็นด้วยเผื่อว่ามีอะไรเกิดขึ้น

 

            ท่านอลัน เมื่อเย็นข้าเผลอทำอะไรแปลกๆลงไปด้วยล่ะขอรับ เรมว่าเสียงกลั้วหัวเราะ แต่นัยน์ตาสีแดงเพลิงกลับไม่ได้ดูมีความสุขด้วยเลยแม้แต่น้อย นัยน์ตาคู่ของเรมปรากฏเค้าความเศร้าสร้อยและความกังวล

 

            เจ้าทำอะไรรึ ชายชราถามกลับพลางเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่ดำมืดอีกคนหนึ่ง เรมแค่นหัวเราะเบาๆ

 

            ข้าพูดเหมือนสั่งเสียรานินน่ะขอรับ สิ่งที่เรมตอบกลับมาเรียกให้คนฟังตีหน้าฉงน

 

            พูดเหมือนสั่งเสียงั้นเหรอ

 

            ขอรับ ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร แต่อยู่ดีๆข้าก็รู้สึกว่าต้องพูดน่ะขอรับ เรมว่าขำๆพลางนึกย้อนไปว่าเมื่อครู่ตนได้ทำอะไรลงไปที่ที่ตรงนี้ สรรพเสียงรอบกายพลันเงียบสนิท มีเพียงเสียงสายลมหวีดหวิวเท่านั้นที่ดังกระทบโสตประสาท

 

            ท่านอลัน วันนี้ข้ามีลางสังหรณ์ไม่ดีเลยล่ะขอรับ เรมทำลายความเงียบ อลันพยักหน้าอย่างเงียบงันเป็นการตอบรับ

 

            ข้าเองก็มีลางสังหรณ์ไม่ดีเหมือนกัน ชายชราพูดพลางถอนหายใจยาว ไม่รู้เหมือนกันว่ามันเป็นเพราะอะไร แต่วันนี้เขารู้สึกเหมือนกับว่ามันจะต้องมีเรื่องที่ไม่น่าพิสมัยเกิดขึ้น เขารู้สึกอย่างนั้น

 

            ว่าแต่เจ้าพูดกับรานินว่าอะไรเหรอเรม อลันพยายามเปลี่ยนเรื่อง เรมยิ้มด้วยท่าทางของคนเหนื่อยอ่อน

 

            ข้าบอกรานินว่า…”

 

.........

 

            รานิน เรมเรียกบุตรชายด้วยเสียงที่แผ่วเบา รานินเงยหน้ามองบิดาด้วยสายตาไร้เดียงสา

 

            ขอรับ?

 

            พ่อรักลูกนะ คำพูดของเรมทำเอาเรเน็นและเก็นกะหลุดร้องหาออกมาอย่างลืมตัว เรมพ่นลมหายใจยาวยืดพลางขยับกายลงนั่งคุกเข่าเพื่อให้ระดับสายตาของตนตรงกับรานิน

 

            เรม ทำไมเจ้าถึงพูดเหมือนจะสั่งเสียอย่างงั้นล่ะ เรเน็นท้วงเสียงสั่นเครือ คำพูดของเรมเมื่อกี้ทำให้เธอใจหาย ภายในอกรู้สึกโหวงเหวงอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน

 

            นั่นสิเรม ทำไมอยู่ๆถึงพูดแบบนั้นล่ะ เก็นกะร่วมท้วงด้วยอีกคนหนึ่ง

 

            ไม่รู้สิขอรับ แต่อยู่ดีๆข้าก็รู้สึกว่าข้าจำเป็นต้องพูดน่ะขอรับ เรมตอบกลับด้วยเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้นเอาเสียเลย

 

            เก็บนี่ไว้นะรานิน เรมเอื้อมหยิบมีดสั้นเล่มเล็กส่งให้รานินเล่มหนึ่ง รานินมองสิ่งที่อยู่ในมือบิดาด้วยสายตาไม่เข้าใจ

 

            พ่อไม่อาจอยู่ปกป้องลูกได้ตลอดเวลา เพราะพ่อไม่รู้ว่าพ่อจะต้องตายเมื่อไหร่ ดังนั้นเจ้าเก็บนี่ไว้นะรานิน เมื่อใดก็ตามที่ลูกตกอยู่ในอันตราย ลูกจงใช้มัน เรมสั่งเสียงเฉียบขาดก่อนถอดรองเท้าข้างขวาของรานินออกมา ชายหนุ่มซ่อนมีดสั้นไว้ที่พื้นรองเท้าอย่างบรรจง รานินกะพริบตาปริบๆมองตามการกระทำของบิดา

 

            ถ้าหากเจอใครก็ตามที่จ้องปองร้ายเจ้า เจ้าจงใช้มีดสั้นเล่มนี้สู้กับมัน อย่าได้ยอมแพ้เป็นอันขาด เพราะเจ้าคือสายเลือดแห่งการ์เดี้ยน และการ์เดี้ยนจะไม่ยอมหยุดสู้จนกว่าชีวิตจะหาไม่ เจ้าเข้าใจที่พ่อพูดไหมรานิน เรมพูดด้วยเสียงทุ้มต่ำ

 

            เรม!” เรเน็นกับเก็นกะส่งเสียงท้วงแทบจะพร้อมกัน แต่ชายหนุ่มกลับเมินเสียงของทั้งสอง

 

            จำคำของพ่อไว้นะรานิน อย่ายอมแพ้ เพราะเราคือการ์เดี้ยน เราจะไม่ยอมแพ้จนกว่าจะหมดลมหายใจ เรมมองรานินด้วยสายตาแน่วแน่ ทำให้รานินเผลอคิดว่าดวงตาคู่นั้นน่ากลัวไปแวบหนึ่ง แต่เมื่อกะพริบตา รานินก็เห็นว่าดวงตาของเรมยังคงเป็นดวงตาคู่อบอุ่นเหมือนเดิม รานินพยักหน้าทั้งๆที่ยังงงๆอยู่บ้าง

 

            ขอรับ ข้าจะไม่ยอมแพ้รานินตอบกลับเสียงพาซื่อ

 

            ดีมากลูกพ่อ เรมดึงรานินเข้ามากอดแน่น ชายหนุ่มนิ่งค้างอยู่อย่างนั้นพักหนึ่งจึงค่อยผละออกมาจากรานิน

 

            เรเน็น เจ้ารีบพารานินกลับบ้านเถอะ ขืนชักช้าเดี๋ยวก็ได้ติดพายุอยู่ที่นี่กันพอดี เรมหันไปบอกภรรยา เรเน็นพยักหน้ารับเบาๆ

 

            มาเถอะรานิน รานินหันเดินตามมารดาไปอย่างว่าง่าย เรมยิ้มอ่อนล้า

 

            เรม ทำไมอยู่ดีๆถึงได้ไปพูดกับรานินแบบนั้นล่ะ เก็นกะถามเสียงเครียด เรมส่ายหน้าน้อยๆ

 

            ไม่รู้สิขอรับ ข้ารู้เพียงแต่ว่าข้าจำเป็นต้องพูดก็เท่านั้น

 

            ...

 

            ... ทั้งสองนิ่งเงียบไปชั่วครู่

 

            อย่าตายล่ะ เก็นกะว่าเสียงคล้ายสั่งการ

 

            ขอรับ?

 

            รานินยังเด็กอยู่ ยังต้องการพ่อที่จะคอยดูแลและคอยมองดูการเจริญเติบโตของตน ดังนั้นเจ้าห้ามตายเด็ดขาดเลยนะ

 

            ขอรับ ข้าจะไม่ยอมตายเด็ดขาดเลยขอรับ ข้าจะไม่ยอมตายจนกว่าข้าจะได้เห็นรานินเติบโตขึ้นเป็นนักรบที่แข็งแกร่งที่สุดในมหานคร

 

            ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม อย่าลืมนะว่าเจ้ายังมีรานิน อย่าปล่อยให้รานินต้องอยู่คนเดียวล่ะ

 

            ขอรับ เรมตอบรับเสียงเบาหวิว เก็นกะขยับยิ้มบางก่อนหันหลังเดินตามพวกเรเน็นไปอย่างเงียบๆ เรมหยัดกายลุกขึ้นยืน สีหน้าของชายหนุ่มตึงเครียดน่ากลัว เรมขมวดคิ้วมุ่น เขามีลางสังหรณ์ไม่ดีเอาเสียเลย ลางสังหรณ์ที่บอกเขาว่า เขากำลังจะต้องตายจากทุกคนไป

 

            ขอให้ลางสังหรณ์ของข้ามันไม่แม่นด้วยเถอะ เรมอกมือทาบอกแล้วเอ่ยเหมือนขอร้อง

 

            ขอให้ข้าได้อยู่ดูรานินเติบโตขึ้นเป็นนักรบที่แข็งแกร่งด้วยเถอะ สิ่งที่เรมกล่าวออกมานั้นคือคำอธิษฐาน แต่เขากลับไม่รู้เลยว่าคำอธิษฐานของเขาจะไม่มีวันเป็นจริงตลอดกาล

 

..........

 

            ท่านเรม! ท่านอลัน! พวกโลกมืดมากันแล้วขอรับ!” เสียงตะโกนของซัคเรียกให้เรมหลุดจากภวังค์ ชายหนุ่มหันกลับมองตามเสียงในขณะที่อลันหยิบนาฬิกาพกขึ้นมาเปิดดู

 

            นี่มันยังไม่สามทุ่มเลยนะ ทำไมถึงมากันแล้วล่ะ อลันโพล่งถามเสียงเครียด ซัควิ่งเข้ามาหยุดอยู่หน้าทั้งคู่ ชายหนุ่มสูดหายใจลึกปรับลมหายใจให้เข้าจังหวะ

 

            ไม่ทราบขอรับ แต่ว่าพวกโลกมืดมันมากันแล้วขอรับ พาดาร์กเดม่อนมาเป็นโขยงเลยขอรับ แถมพวกนักฆ่าก็ยังมากันให้พรึ่บด้วยขอรับ ซัครายงานเร็วรัว เรมกัดฟันกรอด

 

            แสดงว่าสายข่าวของเราทำงานพลาดสินะ งั้นก็ช่วยไม่ได้ สั่งให้การ์เดี้ยนทุกคนลงมือได้ ฆ่าพวกดาร์กเดม่อนให้หมด รวมทั้งพวกนักฆ่าด้วย ส่วนอนามันให้จับเป็น แต่ถ้าจับเป็นไม่ได้ก็ฆ่าทิ้งซะ เรมสั่งการอย่างเฉียบขาด ซัคค้อมกายลงรับคำสั่งก่อนวิ่งหายไปอย่างรวดเร็ว เรมหันไปพยักหน้าให้อลัน

 

            ขอให้ท่านปลอดภัยนะขอรับ เรมค้อมกายลงอย่างนอบน้อม

 

            เจ้าเองก็เช่นกัน ขอพระผู้เป็นเจ้าจงสถิตอยู่กับเจ้า สิ้นเสียงของอลัน เรมก็ถีบเท้าพุ่งหายไปแทบจะในทันที อลันผ่อนลมหายใจ หน้าที่ที่เขาต้องทำก็คือต้องไปปกป้องลินนะและเนสตราที่อยู่ในพระราชวังหลวงฝั่งตะวันออก จะปล่อยให้พวกโลกมืดทำอะไรสองคนนั้นไม่ได้เด็ดขาด

 

            ฆ่ามัน!!!” เสียงสั่งการที่ดังขึ้นเป็นเสียงของชายหนุ่มเจ้าตระกูลการ์เดี้ยนไม่ผิดแน่ หลังจากเสียงของเรมเงียบลง เสียงเฮละโลก็ดังลั่น เสียงอาวุธปะทะกันดังตามมาติดๆ และสิ่งสุดท้ายที่ตามมาคือกลิ่นคาวเลือดและกลิ่นเหม็นเน่าชวนคลื่นไส้ของมนต์ดำ

 

            ขอให้การ์เดี้ยนทุกคนปลอดภัยด้วยเถิด อลันหลับตาอธิษฐาน ถึงแม้จะรู้ว่าสิ่งที่ตนอธิษฐานนั้นเป็นไปได้ยากก็ตาม แต่เขาก็ยังหวังว่าคำอธิษฐานของเขาจะเป็นจริงบ้าง ไม่มากก็น้อย

 

            ชายชราขยับปากร่ายเวทย์เร็วรัว สายลมพัดหมุนวนแผ่วเบา และเมื่ออลันสะบัดมืออีกครั้ง ร่างของเขาก็หายลับไป

 

..........

 

            ซัค! ท่านฮิเอ็นอยู่ไหน!” เรมตะโกนถามซัคอย่างร้อนใจ ก่อนจะหมุนตัวเตะดาร์กเดม่อนตนหนึ่งที่พุ่งตรงเข้ามาทางตน ซัคปามีดสั้นปักทะลุหน้าผากดาร์กเดม่อนก่อนหันมาตอบผู้เป็นนาย

 

            อยู่ที่พระราชวังหลวงฝั่งตะวันออกขอรับ อยู่กับท่านลินนะแล้วก็ท่านเนสตรา ตอบเสร็จชายหนุ่มก็หันกลับไปชักดาบออกมาปาดคอดาร์กเดม่อนต่อ เรมร่ายเวทย์เรียกเปลวเพลิงขึ้นมาเผาดาร์กเดม่อนสามตนที่วิ่งพุ่งเข้ามา ก่อนจะหันไปกระโดดตั๊นหน้านักฆ่าคนหนึ่งที่บังอาจมาเตะโดนหลังของเขา

 

            บรรดานักรบตระกูลการ์เดี้ยนต่างพากันวิ่งกระจายหายกันไปทั่วเขตพระราชวังหลวง ต่างคนต่างหยิบจับอาวุธพร้อมรบเต็มที่ เรมพ่นคำสบถพรืด รอบๆกายมีแต่ฝูงดาร์กเดม่อนและเหล่านักฆ่าพรึ่บไปหมด ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็มีแต่พวกโลกมืด น่ารำคาญชะมัดยาด

 

            ข้าฝากทางนี้ด้วยนะ โดยไม่รอคำตอบรับ ชายหนุ่มพุ่งทะยานออกไปจากวงล้อมของเหล่าดาร์กเดม่อนอย่างรวดเร็ว จุดหมายคือพระราชวังหลวงฝั่งตะวันออก จะต้องไปช่วยฮิเอ็น ฮิเอ็นกับทหารธรรมดาไม่มีทางรับมือกองทัพจากโลกมืดตามลำพังได้แน่

 

            ‘!’ เสียงคำรามของดาร์กเดม่อนดังแว่วเข้ามาในโสตประสาท เรมเอี้ยวตัวมองข้ามไหล่ แล้วดวงตาสีแดงเพลิงก็แลเห็นดาร์กเดม่อนฝูงหนึ่งที่วิ่งตามตนมาติดๆ แถมด้วยนักฆ่าอีกกลุ่มหนึ่งที่วิ่งไล่หลังมาห่างๆ

 

            มังกรอัคคี!” เสียงร่ายเวทย์ดังขึ้นพร้อมกับเปลวเพลิงรูปร่างเหมือนมังกรที่พุ่งตรงเข้ารัดตรึงดาร์กเดม่อนฝูงนั้นไว้ พวกมันส่งเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดทรมาน เนื้อหนังถูกเปลวไฟเผาจนไหม้หลุดลอก เรมพลิกตัวกลับมายืนประจันหน้าฝูงดาร์กเดม่อนก่อนสะบัดมือแรงๆ มังกรอัคคีที่ชายหนุ่มสร้างขึ้นแปรเปลี่ยนเป็นเปลวไฟพร้อมลุกโชนส่งดาร์กเดม่อนทั้งฝูงสู่ความตายอย่างรวดเร็ว

 

            ล้อมมันไว้!” หนึ่งในนักฆ่าตะโกนออกคำสั่ง ผู้อยู่ภายใต้คำบัญชาวิ่งกระจายตัวล้อมเรมไว้กลางวง

 

            ไป!” นักฆ่าคนเดิมสั่งการอีกครั้ง พร้อมกับฝูงนักฆ่าที่เฮละโลพุ่งเข้าใส่เรม เรมขยับขานิดเพื่อปรับท่ายืนให้มั่นคง ก่อนกางแขนทั้งสองข้างออกตั้งฉากข้างลำตัว

 

            กำแพงพระเพลิง!” แทบจะในทันทีที่สิ้นเสียงร่ายเวทย์ กำแพงเวทย์สีแดงเพลิงพลันปะทุพุ่งขึ้นมาจากพื้นดิน แผดเผาร่างนักฆ่าทั้งกลุ่มจนมอดไหม้ไม่เหลือแม้แต่ซาก เรมลดมือลงพร้อมกับกำแพงเวทย์ที่ลดตาม นักฆ่าหนุ่มหัวหน้าทีมก้าวเท้าถอยฉากออกมานิด

 

            ดาร์กเดม่อน!” ไอเวทย์มนต์สีดำขุ่นหมุนวนรวมตัวรอบๆกายชายหนุ่มเจ้าตระกูลการ์เดี้ยน ปรากฏร่างเหล่าดาร์กเดม่อนนับสิบๆตนที่ยืนล้อมเรมเอาไว้กลางวง แต่ละตนถือขวานเล่มยักษ์ในท่าพร้อมรบ

 

            ไป!”

 

            ‘!’ ฝูงอมนุษย์กู่ร้องคำรามเมื่อเสียงคำสั่งเงียบลง ดาร์กเดม่อนทั้งสิบตนพุ่งกระโจนเข้าใส่เรมอย่างรวดเร็ว เรมย่อกายวาดขาเป็นวงกลม เสาเพลิงปะทุผุดขึ้นจากผิวดินตามแนวที่เรมวาดขาผ่าน ฝูงดาร์กเดม่อนชะงักการเคลื่อนไหวไปนิด เรมกระแทกหมัดทั้งสองข้างลงบนพื้น เสาเพลิงพลันกลายเป็นมังกรอัคคีพุ่งตรงเข้าแผดเผาดาร์กเดม่อนทั้งฝูง พวกมันส่งเสียงกู่ร้องไม่เป็นภาษา กลิ่นเนื้อหนังที่เหม็นไหม้ลอยแตะจมูกชวนขยะแขยง นักฆ่าหนุ่มหัวหน้าทีมตีหน้าเครียด

 

            ดาร์กเดม่อน!” แต่ก็ยังไม่วายขอร่ายเวทย์เรียกดาร์กเดม่อนฝูงใหม่ออกมาเพิ่ม

 

            ‘!’ ปรากฏร่างของดาร์กเดม่อนนับสิบตนยืนล้อมรอบกายชายหนุ่ม เรมส่งเสียงจิ๊จ๊ะในลำคออย่างไม่พอใจ ทำไมมันถึงได้เยอะแยะอย่างนี้นะ

 

            เข้ามาเลยไอ้พวกดาร์กเดม่อนงี่เง่า!” เรมตะโกนท้าทาย ดาร์กเดม่อนทั้งฝูงส่งเสียงคำรามพาแสบหู ดวงตาสีแดงเลือดหมูจับจ้องเรมเขม็ง แล้วทั้งหมดก็กรูเข้าใส่เรมด้วยท่าทางเหมือนสัตว์ป่าที่กำลังหิวโหย เรมขยับยิ้มเหี้ยม

 

            มังกรเงิน!” เรมตะโกนเรียกดาบคู่กาย เปลวเพลิงปะทุหมุนม้วนรวมตัวกันข้างกาย พลันปรากฏดาบยาวเล่มสวยนาม มังกรเงิน เรมดึงมังกรเงินออกจากฝักพร้อมสะบัดเป็นแนวนอน เปลวเพลิงรูปจันทร์เสี้ยวพุ่งออกจากคมดาบเข้าปะทะดาร์กเดม่อนทั้งฝูง เกิดเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว พื้นดินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เปลวเพลิงลุกโหมบ้าคลั่งก่อนมอดดับไปพร้อมกับร่างของดาร์กเดม่อนนับสิบ และครั้งนี้นักฆ่าหนุ่มหัวหน้าทีมก็โดนลูกหลงจนสิ้นลมไปด้วย

 

            เฮ่อ หมดซักที เรมถอนหายใจเหนื่อยหน่าย แต่แล้วเสียงเสียงหนึ่งก็ทำให้คิ้วของเรมต้องกระตุกอย่างห้ามไม่ได้

 

            โฮก!!!’ ยังไม่ทันจะได้พักเหนื่อย ดาร์กเดม่อนฝูงใหม่ก็กรูเข้ามาอีกระลอก เรมกลอกตามองเพดานอย่างเหนื่อยหน่าย

 

            ให้ตายเหอะ เยอะเป็นบ้าเลย ชายหนุ่มสบถในใจก่อนสะบัดมือซ้ายแรงๆ เปลวไฟลุกปะทุบนฝ่ามือหนา ไอร้อนแผ่กระจายเป็นวงกว้าง

 

            ปักษาเพลิง!” สิ้นเสียงเรียกหา เปลวเพลิงก็ลุกไหม้ม้วนตัวกลายเป็นดาบอัศวินเล่มงามที่มีสีแดงเพลิงสวยตลอดทั้งเล่ม เรมหมุนดาบในมือทั้งสองข้างให้ชี้ลง ก่อนยกขึ้นในระดับอก ดวงตาสีแดงเพลิงจ้องฝูงดาร์กเดม่อนนิ่ง

 

            เข้ามาเลย เจ้าพวกดาร์กเดม่อนสมองกลวง เรมกวักมือท้าทาย ดาร์กเดม่อนกู่ร้องคำรามดังแสบแก้วหู ขวานเล่มยักษ์กวาดวูบลงมาด้วยความเร็วที่น่าตกใจ เรมหมุนตัวตวัดดาบ คมดาบต้องกายดาร์กเดม่อนสามสี่ตนในแนวนอนส่งผลให้ร่างกายที่แสนใหญ่ยักษ์ขาดออกเป็นสองท่อน ไอมนต์ดำทะลักลอยคลุ้ง เรมย่นจมูกนิด

 

            น่ารังเกียจชะมัด ชายหนุ่มบ่นอุบอิบก่อนจะเหวี่ยงดาบตัดคอดาร์กเดม่อนกลุ่มใหม่ที่พุ่งเข้ามา เรมแยกเขี้ยวงุดอย่างมีน้ำโห

 

            ปัดโธ่เว้ย!” ชายหนุ่มคำรามเสียงหงุดหงิด ดาร์กเดม่อนมีเยอะมากเกินไป ไม่ว่าจะฆ่าซักเท่าไหร่ก็ไม่มีทีท่าว่ามันจะลดลงเลยซักนิด และตอนนี้เขาก็เริ่มล้าแล้ว ถ้าขืนยังเป็นอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆล่ะก็ มีหวังเขาได้หมดแรงก่อนฆ่าดาร์กเดม่อนหมดเป็นแน่

 

            อะไรกัน หมดแรงแล้วเหรอเรม เสียงแหบแห้งน่ารังเกียจดังขึ้นอย่างไม่มีที่มา เรมแยกเขี้ยวกว้างทันทีเมื่อได้ยินเสียงนั้น ถึงแม้จะไม่เห็นตัวเจ้าของเสียง แต่เขาก็รู้ดีว่าเสียงนี้เป็นเสียงของใคร

 

            แน่จริงก็โผล่หัวออกมาสิอนามัน!” เรมตะโกนท้าพลางตวัดดาบฆ่าดาร์กเดม่อนที่ยังกรูกันเข้ามาอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

 

เรมยกหลังมือขึ้นปาดเหงื่อที่ใบหน้าลวกๆ ทั่วทั้งกายชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นชื้น ความเหนื่อยล้าสะสมเพิ่มพูนมากขึ้นเรื่อยๆ ลมหายใจของเรมหอบระรัวไม่เป็นจังหวะ การเคลื่อนไหวตะกุกตะกักอย่างเห็นได้ชัด แขนขาปวดหนึบไปหมด เขากำลังจะหมดแรงแล้ว

 

            หึ หึ ใกล้หมดแรงแล้วสินะ เสียงหัวเราะต่ำๆดังก้องกังวานไปทั่ว ไอเวทย์มนต์สีดำสนิทหมุนวนลอยฟุ้งทั่วบริเวณ ฝูงดาร์กเดม่อนทั้งหมดหยุดการเคลื่อนไหวราวกับต้องมนต์สะกด แล้วร่างของเจ้าแห่งโลกมืดนามอนามันก็ปรากฏกายขึ้นเบื้องหน้าเรม อนามันถูกล้อมรอบด้วยดาร์กเดม่อนมนตรานับสิบๆตน เรมเบิกตากว้างมองเหล่าดาร์กเดม่อนมนตราด้วยใบหน้าหนักใจ มีตั้งสิบกว่าตน เขาคนเดียวสู้ไม่ไหวแน่

 

            อย่าเพิ่งตกใจไปสิเรม ข้ายังไม่ได้ให้เจ้าดูของดีเลยนะ กล่าวจบอนามันก็ดีดนิ้วเบาๆ ดาร์กเดม่อนมนตราอีกตนหนึ่งปรากฏกายขึ้นพร้อมกับร่างไร้สติของฮิเอ็นที่มันอุ้มเอาไว้ ร่างขององค์ราชาหนุ่มชุ่มโชกไปด้วยโลหิตสีแดงฉาน ตามเนื้อตัวมีบาดแผลลึกตื้นจำนวนนับไม่ถ้วน ลมหายใจของฮิเอ็นแผ่วเบาและขาดช่วง หัวใจของเรมกระตุกวูบด้วยความตื่นตะลึง อนามันขยับยิ้มเหี้ยม

 

            เจ้าฮิเอ็นมันก็อึดดีเหมือนกันนะเนี่ย สู้กับดาร์กเดม่อนมนตราตั้งสิบกว่าตนได้ตั้งนานสองนาน น่ายกย่องเหมือนกันนะ แต่น่าเสียดายนะที่ดาร์กเดม่อนของข้าเก่งกว่าอนามันพูดพลางหรี่ตาลงข้างหนึ่ง

 

            ... เรมนิ่งเงียบไม่ตอบรับ ดวงตาสีแดงเพลิงมองตรงไปยังร่างของฮิเอ็นอย่างไม่วางตา

 

            อ้อ จริงด้วย เจ้าอลันมันก็อึดใช่ย่อยนะ ขนาดตัวเองบาดเจ็บใกล้ตายอยู่รอมร่อแล้วยังจะมานั่งสร้างกำแพงเวทย์ให้เจ้าเนสตรากับลินนะอีก เป็นตาแก่ที่หัวดื้อเอาเรื่องนะเนี่ยเจ้าแห่งโลกมืดส่งเสียงหัวเราะต่ำๆในลำคอ

 

            ... เสียงหัวเราะของอนามันทำให้เรมรู้สึกว่าเส้นความอดทนของเขากำลังจะขาดสะบั้น ในไม่ช้า

 

            แต่ก็ช่างเถอะ ข้าปล่อยดาร์กเดม่อนมนตราไว้ที่นั่นตั้งห้าตน อีกเดี๋ยวกำแพงเวทย์ก็คงจะทานไม่ไหวแล้วล่ะ ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า!” อนามันแสยะยิ้มพร้อมระเบิดหัวเราะดังลั่น นัยน์ตาสีแดงเพลิงของเรมไหววูบด้วยความโกรธา

 

            แก! เจ้าเศษสวะอนามัน!” เรมตะโกนบ้าคลั่งพุ่งเข้าใส่เจ้าแห่งโลกมืด แต่แทนที่อนามันจะหลบเขากลับขยับยิ้มอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว

 

            ฆ่ามัน เพียงแค่สั่งการสั้นห้วน ฝูงดาร์กเดม่อนที่หยุดการเคลื่อนไหวเมื่อครู่ก็กลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง ดาร์กเดม่อนมนตรานับสิบตนขยับกายเข้าประจันหน้ากับเรมแทบจะในทันทีที่ได้รับคำสั่ง แต่ละตนหมุนควงอาวุธให้กระชับมือก่อนกวาดวูบลงมาเป็นแนวยาว เรมร่ายมนต์สร้างกำแพงเวทย์ขึ้นป้องกัน คมขวานโลหะปะทะกับกำแพงเวทย์ส่งเสียงดังแสบแก้วหู กำแพงเวทย์ส่งเสียงเปรี๊ยะแตกร้าวราวกับต้องการประท้วง เรมกัดฟันกรอด ดาร์กเดม่อนมีเยอะมากเกินไป กำแพงเวทย์คงทนได้อีกไม่นานนัก

 

            เอ้า ของแถม สิ้นเสียงของอนามัน ดาร์กเดม่อนมนตราที่อุ้มร่างไร้สติของฮิเอ็นไว้ก็โยนฮิเอ็นมาทางเรม ฝูงดาร์กเดม่อนหันขวับเปลี่ยนเป้าหมายการโจมตีทันควัน เรมกัดฟันเบิกตากว้าง

 

            ไอ้บัดซบเอ๊ย!!!” เรมตะโกนสบถอย่างเหลืออด ชายหนุ่มตัดสินใจทิ้งดาบทั้งสองเล่มลงกับพื้นพร้อมกระโดดขึ้นไปรับร่างของฮิเอ็น ดาร์กเดม่อนตนหนึ่งอาศัยจังหวะนั้นกระโดดตามขึ้นไป คมขวานเล่มงามตวัดวูบเป็นแนวยาว ต้องแผ่นหลังของเรมจนเกิดเป็นรอยแผลรอยยาว แรงกระแทกส่งให้ร่างของเรมกระเด็นไปชนกับกำแพงพระราชวังหลวงอย่างแรง บวกกับร่างของฮิเอ็นก็เรมอุ้มอยู่กระแทกซ้ำ เรมจึงกระอักเลือดออกมาอย่างห้ามไม่ได้ ของเหลวสีแดงเข้มไหลทะลักออกมาจากบาดแผลกลางหลังราวกับเทน้ำ ชายหนุ่มกัดฟันกลั้นเสียงร้อง ในหัวมึนตึงไปหมดเพราะเสียเลือดมากเกินไป

 

            เรมพยายามหยัดกายลุกขึ้นยืน แต่ก็ทรุดลงไปนั่งชันเข่าทันที ลมหายใจหอบแรงขาดช่วง แผ่นหลังกว้างเจ็บปวดทรมานทนแทบคลั่ง ภาพเบื้องหน้าเริ่มพร่ามัว

 

            อ้าว เป็นอะไรไปเหรอเรม จะยอมแพ้แล้วรึไง อนามันยักไหล่ถามเสียงกวนบาทา ฝูงดาร์กเดม่อนย่างสามขุมเข้าใกล้เรมและฮิเอ็นอย่างช้าๆ

 

            ข้าไม่มีวันยอมแพ้คนอย่างเจ้าหรอก! ข้าคือการ์เดี้ยน! ข้าคือผู้ปกป้อง! ข้าจะต้องปกป้องทุกคนในมหานครจากโลกมืดให้ได้! แม้ว่าข้าจะต้องเอาชีวิตเข้าแลกก็ตาม!” เรมตะโกนพร้อมฝืนดีดตัวลุกขึ้นยืน ก่อนไอโขลกๆสำลักเอาเลือดออกมา อนามันย่นจมูก

 

            งี่เง่า เจ้าแห่งโลกมืดสบถอย่างไม่สบอารมณ์

 

            ฆ่ามัน!” เสียงตะโกนสั่งการดังขึ้นอย่างเฉียบขาด ฝูงดาร์กเดม่อนพุ่งเข้าใส่เรมตามคำสั่งที่ได้รับทันที เรมยื่นแขนขวาออกไปด้านหน้าเตรียมร่ายเวทย์ แต่สติสัมปชัญญะของเรมกลับไม่อำนวย เขารู้สึกว่าร่างของเขากำลังหมุนคว้างและกำลังจะล้มลง ฝูงดาร์กเดม่อนล้อมวงใกล้เข้ามาทุกขณะ

 

            ฝนเพลิง! กระหน่ำซัด!” แว่วเสียงร่ายเวทย์มาแต่ไกล ตามมาด้วยฝนเพลิงที่เทกระหน่ำลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา เปลวเพลิงตกต้องร่างของดาร์กเดม่อนอย่างแม่นยำ เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วบริเวณ ฝูงดาร์กเดม่อนส่งเสียงร้องระงมอนที่ยืนล้อมเรมอยุ่อย่างแม่นยำ เรมสะบัดมือเรียกกำแพงเวทย์ขึ้นกัน อนามันกระโดดหนีออกมาจากระยะพลังเวทย์ เปลวเพลิงสีแดงเข้มลุกโชนไหววูบรุนแรง รอบกายร้อนระอุน่ารำคาญ

 

            มังกรอัคคี!” ในจังหวะที่อนามันเผลอเพราะมัวแต่หลบเปลวไฟ เรมก็ร่ายเวทย์เรียกมังกรอัคคีตัวใหญ่ยักษ์ออกมา มันกู่ร้องเสียงดังลั่นพร้อมพุ่งตรงเข้าใส่อนามัน อนามันประสานมือไว้กลางหน้าอกพลางร่ายเวทย์เร็วรัว

 

            ปกปักษ์!” สิ้นเสียง กำแพงเวทย์มนต์สีดำสนิทรูปโดมก็ปรากฏขึ้น มังกรอัคคีพุ่งเข้าปะทะกำแพงเวทย์อย่างจัง แรงกระแทกทำให้กำแพงเวทย์ของอนามันเริ่มแตกร้าว แต่ถึงกระนั้นก็ยังสามารถทานมังกรอัคคีของเรมได้อยู่ เปลวเพลิงลุกโหมทั่วบริเวณ

 

            ท่านเรม! ไม่เป็นไรนะขอรับ!” ซัควิ่งฝ่าเปลวเพลิงเข้ามาหาเรมด้วยหน้าตาตื่นตระหนก ด้านหลังมีนักรบการ์เดี้ยนวิ่งตามมาด้วยสองสามคน ตามเนื้อตัวของแต่ละคนเต็มไปด้วยรอยแผลและเลือดที่ไหลซึมซิบ

 

            ข้าไม่เป็นไร เรมตอบกลับเสียงแผ่ว เป็นจังหวะเดียวกันกับที่อนามันกระแทกมังกรอัคคีกลับมาทางเรม ซัคและนักรบตระกูลการ์เดี้ยนที่ตามมาชูมือขึ้นขนานกับพื้น

 

            มอดดับ!” มังกรอัคคีพลันมอดดับไปตามคำสั่งของนักรบผู้บังคับเพลิง ส่งผลให้เปลวไฟที่ลุกไหม้เผาผลาญฝูงดาร์กเดม่อนอยู่มอดดับไปด้วย เมื่อเปลวเพลิงทั้งหมดมอดดับลง อนามันก็แยกเขี้ยวกว้างด้วยความโมโห

 

            ฝูงดาร์กเดม่อนนับสิบๆตนถูกเปลวเพลิงกลืนกินหายไปจนหมดสิ้น ดาร์กเดม่อนมนตราเองก็หายไปเยอะเช่นกัน ที่เหลืออยู่สองสามตนก็มีสภาพไม่เต็มร้อย สถานการณ์เริ่มไม่เป็นไปตามที่เขาคาดหวังเสียแล้ว

 

            ชิ!” อนามันสบถเบาๆ ก่อนที่จะปรบมือสองสามครั้ง ดาร์กเดม่อนฝูงใหม่ปรากฏออกมาจากอากาศธาตุยืนล้อมรอบอนามันเอาไว้ เรมถึงกับอยากจะบ้า เจ้าอนามันมันมีดาร์กเดม่อนกี่ตนกันแน่เนี่ย

 

            ฝูงดาร์กเดม่อนสืบเท้าเข้าล้อมเหล่าการ์เดี้ยน เรมและเหล่าการ์เดี้ยนใต้คำบัญชาขยับกายตั้งท่าในท่าเตรียมพร้อม

 

            เล่นกับเจ้าพวกนี้ไปละกันเจ้าพวกตายยาก ข้าขอตัวไปเล่นกับลูกเจ้าดีกว่า สิ่งที่อนามันเอ่ยทำเอาเรมถึงกับฟิวส์ขาด เล่นกับลูกงั้นเหรอ เจ้าอนามันหมายถึงรานินสินะ

 

            ข้าไม่มีวันยอมให้เจ้าทำอะไรรานินได้หรอก!!!” เรมตะโกนอย่างบ้าคลั่งพร้อมถีบเท้ากระโจนเข้าใส่อนามันโดยไม่สนใจบาดแผลที่กลางหลังเลยแม้แต่น้อย

 

            เจ้าไม่มีทางแตะต้องตัวข้าได้หรอก อนามันแสยะยิ้มโหดเหี้ยม พลันสายลมร้อนก็พัดกรรโชก

 

            อย่าแม้แต่จะคิดแตะต้องมาสเตอร์ เสียงหนึ่งดังขึ้นลอยๆ เปลวเพลิงลุกไหม้ม้วนตัวเบื้องหน้าอนามัน ก่อนตามมาด้วยร่างของเด็กหนุ่มที่ปรากฏกายขึ้น เด็กหนุ่มกำดาบยาวเล่มสวยแน่นก่อนฟันลงเป็นแนวยาว เรมชะงักเท้าหยุดการเคลื่อนไหว แต่ก็ยังช้าไป คมดาบกรีดผ่านแผ่นอกของเรมจนเกิดเป็นรอยแผลลึก เลือดสีแดงสดไหลอาบเสื้อสีเข้มจนชุ่ม เรมทรุดลงนั่งชันเข่ากับพื้น แขนขาชาจนแทบไร้ความรู้สึก เด็กหนุ่มแลบลิ้นเลียเลือดที่ติดปลายดาบเหมือนคนโรคจิต ดวงตาสีแดงเพลิงขุ่นมัวของเด็กหนุ่มจ้องเรมด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยาม

 

            ถ้าคิดจะสู้กับมาสเตอร์ล่ะก็ ผ่านศพพวกข้าไปก่อนเถอะ คราวนี้เป็นเสียงของเด็กสาวที่ดังขึ้น สายฟ้าผ่าเปรี้ยงลงข้างกายเด็กหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีแดงเพลิงเข้ม ก่อนปรากฏร่างของเด็กสาวที่ในมือทั้งสองข้างมีกรงเล็บอันแหลมคมอยู่ เธอยกกรงเล็บขึ้นตั้งการ์ดเตรียมพร้อม

 

            ข้าฝากพวกเจ้าดูแลที่นี่ด้วยนะจินไน บีเดล เด็กหนุ่มเจ้าของนามจินไนพยักหน้าสองสามที ส่วนเด็กสาวนามบีเดลก็ขยับยิ้มเจ้าเล่ห์

 

            ไว้ใจได้เลยมาสเตอร์ ทั้งคู่ตอบรับอย่างมั่นใจ อนามันหลุบตาลงพลางขยับปากร่ายเวทย์ ไอเวทย์มนต์สีดำสนิทลอยหมุนวนรอบกายผู้ร่ายเวทย์

 

            หยุดนะอนามัน! ข้าไม่ยอมปล่อยให้เจ้าไปทำอะไรนายน้อยหรอก!” ซัคตะโกนลั่นพลางวิ่งเข้าใส่ การ์เดี้ยนอีกสามคนพุ่งตามหลังไปติดๆ แต่เพียงแค่อนามันสะบัดมือนิด ฝูงดาร์กเดม่อนก็พุ่งกระโจนเข้ามาขวางหน้าพวกซัคอย่างรวดเร็ว

 

            จัดการดาร์กเดม่อนและนักฆ่าทั้งหมดที่ข้าพามาให้ได้ก่อนเถอะแล้วค่อยมาว่ากัน สิ้นเสียง ไอเวทย์มนต์สีดำสนิทก็พุ่งเข้าห่อหุ้มกายอนามัน เจ้าแห่งโลกมืดขยับปากร่ายเวทย์อีกสองสามคำ ร่างของเขาก็หายลับไปพร้อมกับไอมนต์มนต์ดำที่จางลง

 

            ปัดโธ่เว้ย!” เรมกัดฟันสบถเสียงกร้าว จินไนส่งเสียงหัวเราะยียวน

 

            เจ็บใจที่ตัวเองอ่อนแอรึไง

 

            อย่าทำให้ข้าโกรธจะดีกว่านะเจ้าหนู เรมขู่เสียงลอดไรฟัน จินไนยิ้มเยาะ

 

            ทำไม ถ้าเจ้าโกรธแล้วเจ้าจะกลายร่างเป็นควายป่าไล่ขวิดรึไง ฮ่า ฮ่า ฮ่า สองนักฆ่าหัวเราะร่วนอย่างสนุกสนาน คิ้วของเรมกระตุกแรง เส้นความอดทนขาดสะบั้น

 

ข้าเตือนแล้วนะว่าอย่าทำให้ข้าโกรธเจ้าพวกเศษสวะ!” เรมประกาศลั่นพร้อมหยัดกายลุกยืน ดวงตาสีแดงเพลิงแปรเปลี่ยนเป็นสีทองสวย จินไนถึงกับเผลอก้าวถอยออกมานิด บีเดลหรี่ตามองอย่างหวาดๆ การ์เดี้ยนใต้บัญชาผงะหยุดนิ่ง

 

            ขอทวยเทพจงสถิต ณ หัตถ์ซ้าย!” เรมยื่นแขนซ้ายออกไปข้างลำตัว เปลวเพลิงสีแดงเข้มลุกโชนไหววูบบนฝ่ามือ ก่อนเลื้อยพันไปตามแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม จินไนกับบีเดลเบิกตาโพลง

            แย่แล้ว! มันกำลังจะใช้เปลวเพลิงมายา!” บีเดลตะโกนเตือน จินไนกัดฟันกรอด

 

            ไป! ดาร์กเดม่อน!” เมื่อได้ยินเสียงตะโกนสั่งการของเด็กหนุ่ม ฝูงดาร์กเดม่อนก็พุ่งทะยานออกจากตำแหน่งที่ยืนทันที ซัคและการ์เดี้ยนอีกสามคนกระโดดเข้าไปขวางอย่างรวดเร็ว

 

            ไม่ยอมให้พวกเจ้าทำอะไรนายท่านได้หรอก!” สิ้นเสียงประกาศ การ์เดี้ยนทั้งหมดก็เริ่มบรรเลงเพลงดาบทันที ดาร์กเดม่อนค่อยๆล้มตายทีละตนสองตน

 

            ขอภูตพรายจงสถิต ณ หัตถ์ขวา เปลวเพลิงลุกไหม้เลื้อยพันรอบแขนขวา จินไนเห็นท่าไม่ดีจึงถีบเท้ากระโจนเข้าใส่เรมโดยมีบีเดลยืนดูสถานการณ์อยู่วงนอก

 

            ขอพระเพลิงจงอยู่ใต้คำบัญชา เรมประสานมือทั้งสองข้างไว้ที่หน้าอก จินไนวาดดาบลงหมายตัดศีรษะของเรม แต่ก็โดนซัคหยุดเอาไว้ได้เสียก่อน ซัครวบรวมกำลังทั้งหมดที่มีผลักจินไนออกไป บีเดลสะบัดมือเรียกสายฟ้า ซัคประสานมือสร้างกำแพงเวทย์ สายฟ้าปะทะกับกำแพงเวทย์อย่างจัง พื้นดินสั่นสะเทือนไปทั่วบริเวณ

 

            ขอจงฟังคำสั่งข้าผู้เป็นนาย เมื่อเรมร่ายเวทย์ถึงตรงนี้ บีเดลและจินไนก็กระโดดถอยฉากออกมา สัญชาตญาณของทั้งคู่กำลังร้องเตือนว่าอันตราย จินไนยกมือขึ้นขนานกับพื้นพลางร่ายมนต์สร้างกำแพงเวทย์อย่างรวดเร็ว ซัคกระโดดไปรวบกลุ่มกับการ์เดี้ยนใต้บัญชาก่อนร่ายมนต์สร้างกำแพงเวทย์บ้าง

           

               “เปลวเพลิงมายา!” เรมตะโกนดังลั่นพร้อมกับเปลวเพลิงสีแดงฉานที่ลุกโหมบ้าคลั่ง พื้นที่รอบกายเรมกลายเป็นทะเลเพลิงอย่างรวดเร็ว 

..........

ยกคอมไปให้ช่างล้างไวรัสมา เฟลมในเครื่องหายเกลี้ยง ไม่เหลือแม้แต่ซาก แต่ยังโชคดีที่มีไฟล์สำรองไว้บ้าง เลยไม่หายหมด ไม่งั้นได้ไล่เขียนใหม่ทั้งเรื่องแน่
T^T
อ้อ ช่างเค้าลง
window ให้ใหม่เพราะว่า window เก่าโดนไวรัสกระเดื้อกไปแล้ว แล้วทีนี้ช่างเค้าก็ลง Microsoft 2007 มาให้ด้วย งานนี้ข้าน้อยงงเต๊กเลย ด้วยเหตุที่ว่าใช่ม่ะเปง T_T
ถ้าเจอข้อผิดพลาดตรงไหนในนิยายบอกข้าน้อยด่วนเลยนะขอรับ เพราะว่ายังไม่ชินกับ
word 2007 แล้วก็ตอนลงนิยายเน็ตมันก็ค่อนข้างติ๊งต๊อง ถ้าเจอประโยคบางประโยคที่แปลกๆบอกข้าน้อยด้วยนะขอรับ แล้วจิรีบเข้ามาแก้ไขให้ ^^" 

 



~!!~[L!tTLe HunTeR]~!!~

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,947 ความคิดเห็น

  1. #1844 I'm sone M.Seo >O< (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 28 มีนาคม 2555 / 23:22
    พ่อลูก ถอดแบบมา เหมือนกันเด๊ะเลย 555+
    #1,844
    0
  2. #1769 Ninzile (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2554 / 11:19
     พิมตกหล่นยังไงม่ายแคร์ 
    เรื่องราวออกจะสนุก


    PS: ถ้าถามตอนนี้จะตอบมั๊ยอ่ะ??
    #1,769
    0
  3. #1653 klo (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2553 / 14:41
    พิมพ์หล่นอีกแล้วขอรับ
    #1,653
    0
  4. #1283 ทายาทรัตติกาล (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2552 / 15:40
    อัฟเร็วๆเน้อ

    ข้าน้อยอยากอ่านใจจะขาดแร้ว

    สู้ๆ
    #1,283
    0
  5. #835 CandyEang (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2551 / 19:07
    อยากอ่านตอนต่อไปจังเลย ><
    #835
    0
  6. #833 ปีศาจเงา (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2551 / 14:39
    รีบๆมาอัพต่อเร็วๆๆนะขอรับ สู้ๆๆๆๆๆๆๆ
    #833
    0
  7. #832 k.novel (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2551 / 10:24
    นุกกกกกกกกกกกกกกก
    #832
    0
  8. #831 neschan (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2551 / 20:22
    สู้กันดุเดือดจริงๆเลยอ่ะ.....
    #831
    0
  9. #828 snowdream_fafaza (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2551 / 18:29
    ตอนนี้สั้นจังอะ
    พอดีเราอ่านเล่ม1แล้วตามมาอ่านที่นี่ต่อน่ะค่ะ
    พอดีมันค้าง ^_^
    เรื่องนี้สนุกดีค่ะ
    มาอัพต่อนะคะ
    รออ่านอยู่ค่ะ
    สู้ๆ
    #828
    0
  10. #825 GiniizesliOz--* (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2551 / 17:12
    ซะงั้นอ่า งุงิ กำลังมันเยย T^T แต่ง 48-49 เสร็จแย้วแท้ๆ แงๆ ...
    #825
    0
  11. #822 Searain (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2551 / 18:59
    อะโฮ้ววววววววววววววววววว

    พี่เติ้ลไปให้ร้านล้างให้จิ -..-

    บอกใทงร้านสำรองข้อมูลให้ด้วย
    #822
    0
  12. #821 ผู้ไร้นาม (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2551 / 18:18
    ได้ยังไงอ่ะ X ไวรัสบ้า

    ออกปายยยยยเดี๋ยวนี้นะ

    กำลังหนุกเชียว

    ขอเป็นกำลังใจให้นะ

    ขอให้ไวรัสบ้าออกปายนะ

    สู้ๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #821
    0
  13. #820 WhitEPhanToM (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2551 / 17:03
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด(เปรตหลุดมาจากนรก)
    ได้ยังง๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย(เปรตตัวที่2)
    #820
    0
  14. #819 M@gic_princess (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2551 / 22:15

    น่าสงสารจัง!!!

    สู้ๆนะค่ะ

    #819
    0
  15. #817 หัวขโมeไม่LจีEมUoดี้ (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2551 / 20:46

    ค.ที่821     ขอตอบแบบที่เราเข้าใจนะที่อนามันเก็บรานินไว้เพราะเห็นว่ารานินมีประโยชน์น่ะสิแล้วที่ลินนะกับเฟลมจำไม่ได้เพราะพวกเขายังเด็กน่ะสิ

    #817
    0
  16. #816 ๏มหานครโซแฟเรียร์๏ (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2551 / 20:09
    พี่ครับไวรัสที่เปิดคอมไม่ได้นี่มาน เปิดได้300วิดับอะป่าวอะงับ
    ถ้าใช่มานมีวิธีแก้นะครับ ลองเปิดหาดูอะงับ
    #816
    0
  17. #813 sakura_haruhi (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2551 / 20:48

    ^^; ไม่เป็นไรค่า สอบเสร็จเมื่อไรค่อยมาอัพเยอะๆๆก็ได้นิเนอะๆๆ เน้ออ ^^+
    จะรอๆๆน้า หนุกๆๆอะ ค้างๆๆ เรื่องราวในอดีตนิ อนามันร้ายจัง ไม่น่าเลย เฮ้อๆๆ เฟลมผู้น่าสงสาร เอ๊ย!! รานิน มีความจำไม่ไดตั้งแต่เด็กเลยแหะ เพราะอนามันแท้ๆ...

    #813
    0
  18. #808 WhitEPhanToM (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2551 / 12:05
    เฮ่อ
    อะไรมันจะบังเอิญขนาดนั้น
    ล้อเล่นรึเปล่า ลินนะก็จำไม่ได้เลย(ซื่อบื้อมากถึงมากที่สุด)
    แล้วหมายความว่ไงสั่งเสีย
    อนามันจะเก็บรานินไปเลี้ยงทำไมทั้งๆที่ฆ่าซะจะได้ไม่มีอะไรมาขวาง(รึเพราะรานินเป็นพระเอก)
    โตขึ้นก็เห็นลายชัดเจนเลย
    #808
    0
  19. #807 อุเมะ (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2551 / 08:34

    อัพๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

    อยากอ่านเร็วๆอ่ะ

    เป็นกำลังใจให้ต่อไป สู้! สู้!

    #807
    0
  20. #806 GiniizesliOz--* (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2551 / 04:44
    ขยันๆ สอบนาค้าฟ แล้วค่อยมาอัพ ^^
    #806
    0
  21. #805 ปลายทาง (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2551 / 23:36

    บอกว่าไรอ่า!!!!!
    อัพๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

    #805
    0
  22. #804 wiew (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2551 / 21:47
    อัพต่อ ด่วน~~~~ค่ะ
    #804
    0
  23. #803 CandyEang (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2551 / 21:33
    อัพต่อด่วนค่าาาา >0<
    #803
    0
  24. #802 ๏มหานครโซแฟเรียร์๏ (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2551 / 21:25
    มาอัพต่อไว้ๆๆนะ ขอให้สขุภาพแข็งแรงดี
    #802
    0