Flame นักรบเพลิงมายา (เปลวเพลิงมายา)

ตอนที่ 5 : มายาที่ 3 สู่โรงเรียนไดมอน <= [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,522
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    7 พ.ค. 51

 

มายาที่ 3

สู่โรงเรียนไดมอน

 

แสงของดวงอาทิตย์ในยามเช้าสาดส่องทะลุผ่านม่านเข้ามายังห้องนอนห้องเล็กของเด็กหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีแดงเพลิง แสงของรุ่งอรุณช่วยขับให้เส้นผมสีแดงเพลิงสวยเป็นประกาย เด็กหนุ่มพลิกกายหนีแสงแดดเล็กน้อย แรงสั่นเบาๆบนเตียงนุ่มทำให้เจ้าแมวดำตื่นขึ้นจากนิทราอย่างง่ายดาย มันลุกขึ้นบิดขี้เกียจเล็กน้อยและทำการปลุกเด็กหนุ่มที่นอนอยู่ข้างกายเฉกเช่นทุกวัน

 

เจ้าแมวดำยกขาหน้าขึ้นขย่มตัวเด็กหนุ่มอย่างขี้เกียจ เด็กหนุ่มยังคงนิ่งเฉย มันตัดสินใจใช้แรงให้มากขึ้น แต่ผลลัพธ์ก็ยังออกมาเป็นเหมือนเดิม

 

            เฟลม ตื่นได้แล้ว เจ้าแมวดำส่งเสียงปลุกในขณะที่ตัวมันเองก็หาววอด เจ้าของชื่อขยับตัวเล็กน้อยแล้วค่อยๆยันตัวเองให้ลุกขึ้นนั่งอย่างว่าง่าย

 

            อรุณสวัสดิ์ มิดไนท์ เฟลมส่งยิ้มให้กับคู่หู มิดไนท์ผงกหัวอย่างเกียจคร้านก่อนจะหาวปากกว้างอีกครั้ง

            อืม วันนี้ทางโรงเรียนเขานัดกี่โมงนะ มิดไนท์หาวอีกครั้งพลางส่งคำถาม เฟลมโคลงหัวไปมาในขณะที่สมองเริ่มทำการประมวลข้อมูล

 

            ประมาณเก้าโมงเช้ามั้ง แล้วนี่กี่โมงแล้ว เฟลมถามแล้วหาววอดใหญ่ มิดไนท์เอียงตัวมองนาฬิกาบนฝาผนังด้านหลังเฟลมแล้วถลึงตาโต มันกระพริบตาถี่ๆก่อนจะยกขาหน้าขึ้นขยี้ตาแรงๆ แต่ภาพเบื้องหน้าก็ยังเป็นเช่นเดิม

 

            แปดโมงครึ่ง! มิดไนท์ตะโกนลั่นห้อง ท่าทีสบายๆเมื่อครู่หายลับไปในพริบตาแล้วกลับกลายเป็นท่าทีรีบร้อนของเด็กหนุ่มผมแดงเพลิงที่กลิ้งตกเตียงแล้ววิ่งหายเข้าห้องน้ำไป ส่วนเจ้าแมวดำมิดไนท์ก็กำลังจัดหาเสื้อผ้าของใช้ให้เจ้านายอย่างรีบเร่งด้วยขาหน้าเล็กๆทั้งสองข้าง ห้องพักห้องเล็กมีเสียงอึกทึกครึกโครมอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเงียบไป

 

..........

 

            เด็กหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีแดงเพลิงภายใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดที่ถูกปล่อยชายจากกางเกงขายาวสีดำขลับกำลังกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปตามทางเดินในตลาดอย่างรีบร้อน

 

            มือทั้งสองข้างกำลังแบกกระเป๋าสัมภาระใบโตที่มิดไนท์เป็นคนจัดให้ขึ้นไหล่ เจ้าแมวดำแสนฉลาดวิ่งเรี่ยๆอยู่ด้านข้างผู้เป็นนาย ปากก็ออกเสียงเร่งผู้เป็นนายตลอดเวลา หลังจากใช้เวลาอันมีค่าทั้งสองอาทิตย์จนครบ วันนี้ก็เป็นวันเริ่มต้นงานชิ้นใหม่ของเฟลม

 

            เฟลม เร็วหน่อย อีกห้านาที มิดไนท์เอ่ยเร่งในขณะที่ขาทั้งสี่ข้างยังคงวิ่งจ้ำอ้าวไม่หยุด เฟลมกระชับกระเป๋าขึ้นไหล่พลางเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น แล้วสิ่งไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น

 

            โครม!

 

            ตุ้บ!

 

            เสียงชนกันดังสนั่นขึ้นกลางตลาดพร้อมกับเสียงของหนักๆที่หล่นลงพื้น เฟลมล้มลงไปกลิ้งโค่โล่อยู่กับพื้น ผู้เคราะห์ร้ายที่ชนกับเฟลมก็เช่นกัน นอนแผ่หร่าอยู่บนพื้นพร้อมกับหน้าผากที่อาบเลือด

 

            ปัดโธ่ ใครวะ เสียงวีนเล็กแหลมที่แสนจะคุ้นเคยดังขึ้นกลางตลาด เสียงวีนนั้นสูงจนแทบจะทำให้ขี้หูของคนฟังออกมาเต้นระบำได้ เฟลมยันตัวให้ลุกขึ้นนั่งแล้วมองไปทางเจ้าของเสียงอย่างโกรธๆ

 

            ข้าเอง เลิกบ่นได้แล้ว แล้วนี่นีโอไปไหน เฟลมถามหานีโอ นีออนป่องแก้มอย่างงอนๆ

 

            มันหนีข้าไปโรงเรียนตั้งนานแล้ว มันบอกไม่อยากมีเรื่องปวดหัวแต่เช้า นีออนกล่าวตอบด้วยเสียงที่เลียนแบบมาจากนีโอ เฟลมหลุดหัวเราะออกมายกใหญ่ ถ้าเฟลมเป็นนีโอ เฟลมก็อยากจะทำอย่างนี้เช่นกัน มีเรื่องชวนปวดหัวแต่เช้าจะทำให้ทั้งวันหมดสนุกกันพอดี

 

            เฟลม เหลืออีกสามนาที มิดไนท์เอ่ยเร่งเสียงเรียบ เฟลมสะดุ้งโหยงแล้วลุกขึ้นยืนพลางเก็บสัมภาระทั้งหมดขึ้นบ่าแล้ววิ่งหายไปโดยไม่รอนีออนที่ยังนั่งอารมณ์หงิกอยู่ที่พื้น

 

            หนอย นีออนกัดฟันอย่างโกรธๆก่อนที่จะลุกขึ้นยืนอย่างอารมณ์เสีย มือเล็กเอื้อมหยิบนาฬิกาพกออกมาจากกระเป๋ากระโปรงที่เต็มไปด้วยฝุ่นอย่างไม่พอใจ

 

            อ๊า ไม่ทันแล้ว แล้วความโกรธก็หายไป มีแต่ความรีบร้อนที่เข้ามาแทนที่

 

..........

 

            ลานกว้างของโรงเรียนชื่อดังใจกลางเมืองเอราเดสไดมอนเต็มไปด้วยบรรดานักเรียนชายในเสื้อเชิ้ตสีขาวและกางเกงสีดำสนิท นักเรียนหญิงต่างก็อยู่ในชุดฟอร์มสวยของโรงเรียน เสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดพร้อมด้วยโบและกระโปรงสีดำสวย

 

            เสียงคุยเริ่มดังจ้อกแจ้กจอแจไปทั่วลานกว้างที่ถูกห้อมล้อมด้วยต้นไม้นานาพันธุ์และกำแพงสูงสีขาวสบายตา  ด้านหลังลานกว้างเป็นตึกขนาดใหญ่มีสีขาวสวยสบายตา เฟลมวางกระเป๋าลงด้านข้างตัวก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงบนกระเป๋า ลมหายใจถูกพ่นออกมาอย่างเร็วแรง

 

            เกือบไม่ทันแน่ะ เฟลมถอนหายใจยาวพร้อมกับพยายามปรับลมหายใจที่เหนื่อยหอบให้เข้าจังหวะ มิดไนท์พยักหน้าหงึกๆเห็นด้วย เฟลมมาทันเวลาเก้าโมงเช้าแบบพอดิบพอดี นั่งรอได้ไม่นานนัก เฟลมก็ได้ยินทางโรงเรียนประกาศเรียกให้นักเรียนปีหนึ่งทุกคนเข้าสู่หอประชุมรวม

 

            ขอให้นักเรียนปีหนึ่งทุกคนเข้าประชุมที่หอประชุมรวมด้วย สัมภาระทั้งหมดให้วางไว้ด้านนอก ทางโรงเรียนจะจัดการให้เอง สิ้นเสียงประกาศนั้น นักเรียนจำนวนหนึ่งก็พากันทยอยเข้าไปยังหอประชุมรวมตามที่ได้ยินนัดหมาย เฟลมยืนรออยู่ซักพักให้ทุกคนเข้าไปจนหมดแล้วจึงค่อยเดินตามเข้าไป

 

            มิดไนท์ ส่งข่าวบอกมาสเตอร์ด้วยว่าข้าเข้ามาในโรงเรียนแล้ว เฟลมออกคำสั่งก่อนเดินหายเข้าไปในหอประชุม

 

            มิดไนท์มองตามแผ่นหลังของเฟลมจนลับสายตา ร่างเล็กเพรียวกระโดดขึ้นไปยืนบนกำแพงสูง แล้วร่างสีดำสนิทก็หายไปพร้อมกับสายลมที่พัดผ่าน

 

……….

 

สวัสดีนักเรียนปีหนึ่งทุกคน ขอต้อนรับเข้าสู่หอประชุมรวมของทางโรงเรียนไดมอน เสียงใสๆของชายหนุ่มดังขึ้นหลังจากนักเรียนราวๆ 30 คนถูกบรรจุเข้าสู่หอประชุมใหญ่ที่ตั้งอยู่หลังลานกว้างหน้าโรงเรียน

 

            ภายในห้องประชุมนั้นประกอบด้วยเก้าอี้ปุผ้ากำมะหยี่สีแดงสวยที่ถูกวางเรียงไว้ภายในอย่างสวยงามและเป็นระเบียบ ด้านหน้าเป็นเวทีขนาดใหญ่ที่ทำด้วยไม้สีน้ำตาลอ่อนสลักลวยลายสวยงดงาม บนเวทีมีร่างของอาจารย์หนุ่มท่านหนึ่งกำลังยืนโปรยรอยยิ้มให้แก่เด็กๆ

 

            เริ่มแรกเลยนะ วันนี้เราจะไม่มีการเรียนการสอนกัน เราจะให้พวกเธอได้จัดข้าวของสัมภาระและเดินชมโรงเรียนกัน อาจารย์หนุ่มเก๊กเสียงหล่อ ผมยาวสีทองสวยถูกรวบไว้ด้านหลังอย่างลวกๆ ถึงจะมีศักดิ์เป็นอาจารย์แต่แววตาสีทองของเขาก็บ่งบอกว่าเจ้าตัวเป็นคนขี้เล่นอย่างสุดๆ

 

            อ้อ ลืมบอกไปว่าครูชื่อหลิน ชาหลัน เป็นรองอาจารย์ใหญ่ของโรงเรียนไดมอน อาจารย์หนุ่มนามหลินกล่าวแนะนำตัวพลางค้อมกายให้บรรดานักเรียนอย่างงดงาม เด็กสาวเริ่มส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดตามแบบฉบับเมื่อเห็นคนหน้าตาหล่อเหลาโค้งให้งามๆ

 

            ส่วนท่านนี้คืออาจารย์ใหญ่ของโรงเรียนไดมอน ท่านอลัน ไลท์เนท หลินกล่าวพลางผายมือออกด้านหลัง ชายชราในชุดผ้าคลุมยาวสีเทาอ่อนเดินย่างกายออกมาจากหลังเวทีอย่างเชื่องช้า

 

            สวัสดีเหล่านักเรียนปีหนึ่งทุกคน ครูขอพูดสั้นๆเลยนะว่าครูขอต้อนรับนักเรียนทุกคนเข้าสู่โรงเรียนไดมอน โรงเรียนแห่งพระราชา ส่วนนี่คืออาจารย์ทั้ง8ท่านที่จะสอนพวกเจ้าในปีนี้ อลันกล่าวด้วยเสียงเนิบนาบแล้วผายมือออกด้านหลังเพื่อให้เหล่าคณาจารย์ทั้ง8ท่านได้เดินขึ้นมาบนเวที

 

            เรียงตามลำดับเลยนะ อ.ดรีม จากแนะแนววิชาและอนาคต อ.โจ จากกฎหมายหมานคร อ.ไดมัน จากคำนวนบัญชี อ.เอซี จากประวัติศาสตร์มหานคร อ.เอียน จากศาสตราและอาวุธ อ.นิสย่า จากกำลังกาย อ.ริค จากเมืองมิตรทั้ง5 และสุดท้าย อ.ไดอาน่า จากการพยาบาล อลันกล่าวแนะนำอาจารย์บนเวทีอย่างคล่องแคล่วก่อนจะส่งยิ้มหวานให้กับนักเรียน ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่นฉายแววปลื้มปิติน้อยๆ

 

            และพวกเจ้าก็ยังเป็นเด็กปีหนึ่งที่โชคดีที่สุดด้วยนะที่ได้อาจารย์หลินเป็นครูที่ปรึกษาชั้นปี อลันกล่าวแล้วยิ้มกว้าง เด็กนักเรียนหญิงเริ่มส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดกันอีกครั้งเมื่อได้ยินว่าหลินเป็นครูที่ปรึกษา ทำให้เฟลมอดสงสัยไม่ได้ว่าพวกลูกผู้ดีมักจะเป็นอย่างนี้เสมอรึไงนะ เอาแต่ส่งเสียงดังแสบแก้วหู

 

            อย่าเพิ่งรีบกรี๊ดกัน ครูยังไม่ได้แนะนำรุ่นพี่ที่จะดูแลพวกเธอเลยนะ ถ้างั้น ครูขอยกเวทีนี้ให้กับพวกรุ่นพี่เค้าเลยละกัน หลินยิ้มพลางผายมือออกทางด้านหลัง จากนั้นจึงเดินลงไปจากเวทีพร้อมกับอลันและเหล่าคณาจารย์ทั้งแปดท่าน

 

            เด็กหนุ่มสองคนพร้อมด้วยเด็กสาวแสนน่ารักอีกหนึ่งคนก้าวเดินออกมาจากทางด้านหลังของเวทีแล้วโค้งทำความเคารพอย่างสุภาพ ทั้งสามเงยหน้าขึ้นกวาดตามองเหล่ารุ่นน้องจนทั่ว

 

            สวัสดีน้องๆทุกคน ข้าชื่อว่าจานา อิน เป็นหัวหน้ารุ่นพี่ที่จะดูแลพวกเจ้าทุกคน ถ้ามีปัญหาก็ปรึกษาข้าได้ ข้าอยู่ชั้นปีห้า เด็กหนุ่มผมสั้นสีเงินนามว่าจานากล่าวเสียงนุ่มแล้วส่งยิ้มโปรยเสน่ห์ที่ทำเอาเด็กสาวหลายคนแทบจะละลาย

 

            สวัสดีน้องๆ ข้าชื่อว่าโอริ ทีดา มีอะไรปรึกษาได้เช่นกัน ข้าอยู่ปีสี่นะ โอริ เด็กหนุ่มในเรือนผมสีเขียวอ่อนแนะนำตัวสั้นๆ แต่เสียงนุ่มๆก็ทำให้เด็กสาวอดหลงรักไม่ได้

 

            สวัสดีจ้ะ ข้าชื่อว่าเบลล่า โกลเด้น เรียกข้าว่าเบลล์ก็ได้นะ ข้าอยู่ปีสี่จ้ะ เด็กสาวผมเปียยาวสีชมพูอ่อนแนะนำตัวเป็นคนสุดท้าย เรียกเสียงผิวปากจากนักเรียนชายหลายคนได้ดีทีเดียว

 

            อย่างที่รู้ๆกันว่าพวกเจ้าจะต้องพักหอ ดังนั้นทางโรงเรียนจึงแบ่งห้องพักไว้ให้ทุกคนแล้ว เราจะพักกันห้องละสามคน และไม่สามารถเลือกรูมเมทได้ เกิดเสียงบ่นอุบอิบดังขึ้นเล็กน้อยหลังจากที่จานาพูดจบ และถูกยุติด้วยเสียงปรบมือห้ามเบาๆจากโอริ

 

            ให้พวกเจ้าทุกคนหยิบคีย์การ์ดที่ได้รับไปพร้อมเอกสารขึ้นมา นั่นคือคีย์การ์ดห้องของพวกเจ้า ดูรหัสห้องที่หัวมุมบนซ้าย จานาอธิบายต่อ

 

            นักเรียนชายจะพักที่ฝั่งตะวันตก นักเรียนหญิงพักที่ฝั่งตะวันออก ห้องนั่งเล่นและโถงประชุมรวมจะอยู่ตรงกลางระหว่างสองฝั่งพอดี รหัสในบัตรจะมีอยู่สามหลัก หลักแรกจะบอกว่าเจ้าพักอยู่ชั้นไหน ส่วนอีกสองตัวหลังจะบอกว่าเจ้าพักห้องอะไร เช่น ห้อง101 ก็หมายความว่า เจ้าพักชั้นหนึ่งห้องหมายเลขหนึ่ง ใครมีคำถามอะไรไหม จานาถามทวน เมื่อมีแต่ความเงียบเป็นคำตอบ จานาจึงเริ่มอธิบายต่ออีกครั้ง

 

            ถ้าอย่างงั้น ให้ทุกคนมารับใบรายละเอียดต่างๆไป ในใบนั้นจะบอกรายระเอียดและกฎกติกาในการอยู่หอพักรวมถึงวิชาที่จะต้องเรียน เมื่อจานาอธิบายจบ โอริและเบลล์ก็เริ่มเดินแจกใบเอกสารให้กับน้องๆนักเรียนใหม่ เฟลมรับใบเอกสารจากเบลล์มาดูอย่างเซ็งๆ แล้วก็ต้องเซ็งหนักขึ้นกว่าเดิมเมื่อเห็นกฎกติการ่วมร้อยข้อ

 

            แต่ละข้อก็มักจะเกี่ยวกับเรื่องระเบียบวินัยซะส่วนมาก แต่ที่น่าแปลกที่สุดก็คือ ไม่มีกฎการห้ามพกอาวุธและสู้กันเอง สงสัยโรงเรียนนี้จะชอบความรุนแรง แค่คิดก็ปวดหัวแล้วแฮะ

 

            ได้รับกันครบแล้วนะ ถ้างั้น นักเรียนชายเดินตามข้ามา ส่วนนักเรียนหญิงก็เดินตามเบลล์ไปฝั่งตะวันออกนะ เอาล่ะแยกย้ายได้ สิ้นเสียงคำสั่งจากจานา นักเรียนทั้งหมดในหอประชุมก็พากันแยกย้ายตามรุ่นพี่ผู้ดูแลกลุ่มของตนไปยังหอพักอย่างเงียบกริบ

 

……….

 

            หลังจากได้รับคำสั่งแยกย้ายจากรุ่นพี่จานารูปหล่อ เฟลมก็พลิกคีย์การ์ดสีขาวสะอาดในมือไปมา เมื่อเดินไปถึงหน้าห้อง เฟลมก็สอดคีย์การ์ดนั้นใส่ช่องหน้าประตูบานใหญ่ของห้องพักหมายเลข ‘110’

 

            ประตูบานใหญ่ส่งเสียงดังกริ๊กเมื่อถูกปลดล็อคแล้วเปิดกว้างออก เฟลมลากข้าวของสัมภาระที่เพิ่งจะไปรับมาจากรุ่นพี่เข้าห้องก่อนปิดประตูฉับลง

 

            ภายในห้องประกอบด้วยเตียงไม้หลังไม่เล็กไม่ใหญ่เรียงกันสามเตียง ตู้เสื้อผ้าใบน้อยสามตู้ อุปกรณ์และโซนต่างๆที่จำเป็นต้องใช้ภายในห้องพัก ไม่ว่าจะเป็นโซนของห้องครัว โซนนั่งเล่น โซนอ่านหนังสือ และอื่นๆอีกมากมาย

 

            เฟลมมองไปรอบๆห้องอย่างพิจารณาแล้วตัดสินใจเลือกเตียงที่อยู่ติดกับหน้าต่างห้องที่สุดด้วยเหตุผลที่ว่า เวลาหนีออกนอกห้องจะได้ง่าย

 

            ด้านข้างของเตียงนั้นเป็นตู้เสื้อผ้าไม้สีน้ำตาลเข้มซึ่งแน่นอนว่านั่นต้องเป็นของเฟลมเช่นกัน

 

            แกร๊ก!

 

            เสียงเปิดประตูดังขึ้นและปิดลงหลังจากที่เฟลมจัดการยัดเสื้อผ้าเข้าตู้ได้ส่วนหนึ่งแล้ว เพื่อนร่วมห้องผู้มาใหม่โยนกระเป๋าลงบนเตียงอย่างอารมณ์ดีก่อนจะหันมาสบตากับเฟลม

 

            อ๊ะ! เจ้า เพื่อนใหม่ทักเสียงดัง เฟลมหันมามองหน้าพลางยิ้มแห้งๆให้กับเพื่อนร่วมห้อง เพื่อนร่วมห้องของเฟลมคือเด็กหนุ่มองครักษ์ประจำกายเจ้าชายกาโอแห่งเมืองเคนตาเซียนั่นเอง

 

            เห็นแบบนี้แล้วเฟลมก็นึกอยากจะย้ายห้องขึ้นมาทันที เจอกันวันนั้นก็ว่ามันแสบแล้ว ถ้าต้องอยู่ด้วยกันสงสัยต้องปวดหัวตายก่อนได้ลงมือทำงานเป็นแน่

 

            แกร๊ก!

 

            เสียงเปิดประตูดังขึ้นพร้อมกับร่างของเด็กหนุ่มเรือนผมสีเขียวอ่อนและนัยน์ตาสีเขียวสด เด็กหนุ่มผู้เป็นเจ้าของชื่อกาโอเดินลากกระเป๋าใบใหญ่เข้ามาภายในห้องแล้วร้องทักเสียงดัง

 

            อ้าว ทัส โชดดีจังแฮะได้อยู่ห้องเดียวกันด้วย กาโอกล่าวเสียงร่าเริงกับทัส เมื่อสังเกตเห็นว่าในห้องมีเฟลมซึ่งเป็นเพื่อนใหม่อยู่ด้วย กาโอก็ยิ้มอย่างร่าเริงปนดีใจ

 

            ว้าว โชคดีจังแฮะ เจ้าก็อยู่ห้องนี้ด้วยเหรอ กาโอว่าเหมือนกับดีใจที่ว่าอย่างน้อยตัวเองก็ไม่ต้องมานั่งปวดหัวเรื่องที่ทัสอาจจะก่อคนเดียว

 

แล้วเจ้าตัวแสบนั่นล่ะ ตกลงเรียนที่นี่รึเปล่า ตอนเขาเรียกประชุมข้าไม่เห็นหน้ามันเลย ทัสถามหานีออน เฟลมพยักหน้ารับเบาๆ

 

เรียน เฟลมตอบรับสั้นๆ แล้วสมาชิกห้อง 110 ทั้งสามคนก็เริ่มดำเนินการจัดข้าวของสัมภาระให้เข้าที่อย่างเงียบๆโดยมีเสียงคุยของทั้งสามดังขึ้นเป็นครั้งคราวเพื่อทำลายความเงียบ

 

            เมื่อจัดข้าวของเสร็จเวลาก็เดินถึงตอนเที่ยงตรงพอดี ทั้งสามจึงตัดสินใจลงไปกินข้าวกลางวันพร้อมกันที่โรงอาหารใหญ่ของทางโรงเรียน

 

……….

 

            อุ๊ย! แมวใครน่ะน่ารักจังเลย

 

            นั่นสิ

 

             เสียงหวานๆที่ดังขึ้นทางด้านหลังระเบียงทางเดินเรียกความสนใจจากทั้งสามคนให้หันกลับไปมองในทันที

 

            เมื่อเฟลมเห็นภาพเบื้องหน้า เฟลมก็ต้องรีบสกัดกลั้นเสียงหัวเราะของตนเองในทันทีเพราะเจ้าของเสียงนั้นเป็นเด็กสาวตัวเล็กน่ารักสองคนพร้อมกับแมวดำตัวน้อยที่กำลังดิ้นพล่านไปมาในอ้อมแขนของเด็กสาวผมยาวสีน้ำตาลอ่อน

 

            เอ่อ... นั่นแมวข้าเอง ช่วยปล่อยมันลงได้ไหม มันไม่ชอบให้ใครอุ้มซักเท่าไหร่ เฟลมกล่าวเสียงนุ่มปนขบขันที่ได้เห็นเจ้าแมวดำตัวแสบออกแรงดิ้นจนสุดฤทธิ์แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่สามารถหลุดรอดออกจากอ้อมแขนของเด็กสาวได้ จนกระทั่งเด็กสาวค่อยๆคลายอ้อมแขนออก มิดไนท์จึงได้รับอิสระ

 

            หลังจากได้รับอิสระ มิดไนท์ก็วิ่งพุ่งเข้าหาเฟลมและกระโดดขึ้นเกาะบนไหล่ขวาในทันที เฟลมลอบขำน้อยๆอย่างพอใจ นานๆทีจะได้เห็นมิดไนท์ทำตัวไม่ถูกซักที

 

            ขอโทษนะ ข้าไม่รู้ว่าแมวนั่นเป็นของเจ้า เด็กสาวผมยาวสลวยสีทองกล่าวเสียงหวาน ดวงตาสีทองจ้องมองไปทางพวกของเฟลมก่อนจะถามต่อ

 

            ว่าแต่พวกเจ้าชื่ออะไรกันบ้างน่ะ

 

            อืม ข้าเฟลม การ์ไดแอน เฟลมกล่าวแนะนำตัวแล้วก้มหัวลงต่ำเล็กน้อยตามมารยาท

 

            ข้ากาโอ ฮาเวสท์ เจ้าชายแห่งเมืองเคนตาเซีย กาโอกล่าวแนะนำตัวต่อและตามมาด้วยทัสที่เริ่มส่งสายตาหลีหญิงงามแล้ว

 

            ข้าทัส ไซแอนเทียร์ เป็นองครักษ์เจ้าชายกาโอ ทัสเก๊กเสียงหล่อตามมาด้วยรอยยิ้มงดงาม แต่น่าเสียดายที่ดูท่าทางว่าเด็กสาวสองคนจะไม่ค่อยสนใจทัสซักเท่าไหร่

 

            ว้าว เนี่ยเหรอเจ้าชายกาโอที่ล่ำลือกันว่ารูปงามแถมยังเก่งกาจด้านธนูยิ่งนัก แต่เจอตัวจริงแล้วยิ่งกว่าคำล่ำลืออีกนะเนี่ย เด็กสาวผมทองกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นแล้วเริ่มแนะนำตัวบ้าง

 

            ยินดีที่ได้รู้จักนะเจ้าชายกาโอ ข้าเปมิน เอเมร่า เจ้าหญิงแห่งเมืองเมไวย์น่าจ้ะ เปมินแนะนำตัวเสียงร่าเริงพลางใช้นิ้วเรียวสวยรวบผมสีทองยาวที่ปลิวสยายตามแรงลม ดูดีๆแล้วเธอก็ดูเป็นเด็กสาวที่น่ารักเอาการเลยทีเดียว

 

            สวัสดีจ้ะ ข้าลินนะ ไดมันด้า เจ้าหญิงแห่งเมืองเอราเดสจ้ะ เด็กสาวเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนแนะนำตัวอย่างร่าเริง

 

            เส้นผมสีน้ำตาลอ่อนของเธอถูกปล่อยยาวสยายเลยเอวบาง ดวงตากลมโตมีสีน้ำตาลสีเดียวกับเรือนผมที่เป็นประกาย ใบหน้ากลมมนเข้ากับเสียงหวานใส คงใช้คำว่าน่ารักอธิบายไม่ได้ เธอยิ่งกว่าน่ารักเสียอีก คงต้องใช้คำว่าสวยจึงจะเหมาะสม

 

            นี่ ตั้งแต่นี้ต่อไปเรามาเป็นเพื่อนกันเถอะนะ เปมินกล่าวเสียงร่าเริง ท่าทางข่าวลือที่ว่าเจ้าหญิงแห่งเมืองเมไวย์น่าเป็นคนแก่นๆจะเป็นเรื่องจริง

 

            ได้สิ ได้เลยทัสตอบเสียงใสพลางกระโดดไปมาอย่างตื่นเต้น เด็กหนุ่มอีกสองคนก็พยักหน้ารับตาม

 

            นี่ก็เที่ยงกว่าแล้ว ข้าว่าเราไปกินข้าวกันดีกว่า จะได้ทำความรู้จักกันให้มากกว่านี้ด้วย กาโอกล่าวเสนอความคิดเห็น

 

            อื้ม ก็ดีเหมือนกันนะ เด็กสาวสองคนออกเสียงรับคำ

 

            ว่าแต่ เพื่อนฝาแฝดตัวแสบของเจ้าไปไหนซะล่ะ ข้ายังไม่เห็นเลยนะวันนี้น่ะ ทัสเอ่ยถามเฟลมอีกครั้งพลางเหลียวมองซ้ายทีขวาที

 

            ความจริงการจะหาเจ้าสองฝาแฝดตัวแสบน่ะมันไม่ยากนักหรอก แค่มองดูว่าแถวไหนมีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้น ตรงนั้นแหละจะเป็นที่ที่สองแฝดอยู่ แต่นี่มันดันไม่มีตรงไหนที่มีเรื่องวุ่นวายนี่สิ เฟลมเลยยังหาตัวสองแฝดไม่เจอเสียที

 

            ช่างเหอะ เดี๋ยวหิวพวกนั้นก็โผล่หน้าไปที่โรงอาหารเองแหละ พวกเราไปกินกันก่อนเถอะ ว่าแล้วทั้งหมดก็เริ่มออกเดิน จุดมุ่งหมายคือที่โรงอาหารของโรงเรียนไดมอน

 

..........

 

            พระอาทิตย์สีแดงฉานยามอัสดงค่อยๆคล้อยต่ำลงพร้อมๆกับบรรดาสัตว์น้อยใหญ่ที่ทยอยกลับเข้าสู่รังนอน

 

            เสียงคุยจ้อกแจ้กจอแจยังคงดังเล็ดลอดออกมาจากหอพักหลังใหญ่เป็นช่วงๆ เสียงหัวเราะที่บ่งบอกความรู้สึกสนุกสนานดังขึ้นคลอกับเสียงนกร้องในยามเย็น

 

            ไฟดวงน้อยค่อยๆถูกจุดขึ้นทีละดวงจนกระทั่งสว่างไสวไปทั่วหอพัก แต่ภายในห้องพักหมายเลข ‘110’ นั้นมีแค่เพียงแสงไฟสีส้มอ่อนๆที่ให้ความสว่างเพียงน้อยนิดเท่านั้น

 

            เปลวเพลิงไหววูบเล็กน้อย เงาของผู้ที่อยู่ในห้องทั้งสองเงาไหววูบตามราวกับภาพมายา

 

            ตกลงจะให้ข้าไปบอกข่าวกับอนามันว่าไง เสียงเรียบๆของเจ้าแมวดำเอ่ยขึ้น เด็กหนุ่มค่อยๆหย่อนตัวนั่งลงบนเตียงถัดจากหน้าต่างพร้อมกับเจ้าแมวดำคู่หูที่กระโดดขึ้นนั่งบนตักของเด็กหนุ่มอย่างเคยชิน

 

            บอกว่าตอนนี้ข้าเจอตัวเป้าหมายของงานคราวนี้ครบแล้ว เฟลมกล่าวเสียงใส แต่เจ้าแมวดำมิดไนท์ยังคงเอียงคอฉงน

 

            ครบแล้ว? หมายความว่าไง เมื่อตอนบ่ายข้าเห็นแค่สามคนเองนะ มิดไนท์กล่าวท้วง เฟลมหัวเราะเบาๆก่อนจะตอบคำถามของเจ้าแมวดำเพื่อนซี้

 

            เจ้าหญิงลินนะ ไดมันด้า จากเมืองเอราเดส เจ้าหญิงเปมิน เอเมร่า จากเมืองเมไวย์น่า เจ้าชายกาโอ ฮาเวสท์ จากเมืองเคนตาเซีย สามคนนี้เจ้าเจอไปแล้วใช่ไหม เฟลมถามทวน มิดไนท์พยักหน้าแรงๆสามครั้งก่อนขมวดคิ้วมุ่น ก็แค่สามคน แล้วอีกสองคนไปไหน

 

            แล้วอีกสองคนล่ะ มิดไนท์ถามเร่ง เฟลมยิ้มเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อ

 

            อีกสองคนคือ เจ้าชายจานา อิน จากเมืองโอรอสย่า และเจ้าชายโอริ ทีดา จากเมืองเซ็นโอซ่า สองคนนี้เป็นพี่เลี้ยงนักเรียนปีหนึ่ง เฟลมอธิบายแล้วสรุปเข้าเรื่อง

 

            อยากให้เจ้าไปบอกมาสเตอร์ทีว่า ข้าเจอเป้าหมายทั้งห้าคนแล้ว สามารถสั่งลงมือได้ตลอดเวลา เข้าใจนะ เฟลมทวนเสียงสูง มิดไนท์พยักหน้ารับแล้วจึงกระโดดหายไปในความมืดอย่างรวดเร็วทางหน้าต่างบานใหญ่ที่ถูกเปิดอ้าไว้

 

            หลังจากร่างเล็กของมิดไนท์หายไป เฟลมก็ล้มตัวลงนอนบนเตียงนุ่มของตนโดยไม่ลืมที่จะปิดหน้าต่างก่อน

 

..........

 

            มาสเตอร์ พวกข้าลอบเข้าไปในโรงเรียนได้แล้วขอรับ เสียงนีโอเอ่ยรายงานดังขึ้นท่ามกลางบรรยากาศรอบกายที่มืดสลัว ภายในห้องทำงานห้องเล็กของอนามันนั้นมีเพียงแสงของเทียนเล่มน้อยๆเท่านั้นที่ส่องให้ความสว่าง

 

            อนามันหมุนกายกลับมาสบตากับเจ้าของคำรายงานอย่างช้าๆ ดวงตาสีเทาขุ่นไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ อนามันพยักหน้ารับก่อนจะหันหน้ากลับเข้าโต๊ะทำงานอีกครั้ง

 

            แล้วเจอนิกกับพวกคนที่ข้าส่งไปรึยัง อนามันเอ่ยถาม สายตาจับจ้องไปที่กองเอกสารกองโตบนโต๊ะ จะเรียกว่าโต๊ะก็คงไม่ถูกนัก ควรจะเรียกว่าที่กองเอกสารมากกว่า นีออนส่ายหน้าปฏิเสธคำถามของอนามันช้าๆ

 

            ยังเจ้าค่ะ พอไปถึงโรงเรียน ข้ากับนีโอก็เดินสำรวจกันก่อนเลย พอได้จังหวะเหมาะ ข้ากับนีโอก็รีบมาที่นี่ทันที ยังไม่ได้เจอนิกหรือเฟลมเลยเจ้าค่ะ นีออนกล่าวรายงาน น้ำเสียงดูมั่นคงจริงจัง ฟังแล้วเหมือนไม่ใช่คนๆเดียวกันกับแม่เด็กสาวจอมแสบที่ดีแต่หาเรื่องชวนปวดหัวมาให้ อนามันพยักหน้าอย่างเข้าใจ

 

            ว่าแต่ว่ามาสเตอร์หมายความว่าไงเหรอขอรับ ที่ว่าคนที่ท่านส่งไป ไม่ใช่มีแค่พวกข้าสี่คนหรอกหรือ นีโอถามอย่างสงสัย เท่าที่นีโอรู้มา คนที่ลอบเข้าไปในโรงเรียนครั้งนี้ก็มีเพียงแค่ เฟลม นีโอ นีออน และนิกเพียงสี่คนเท่านั้น ไม่เห็นรู้เลยว่ามีคนอื่นอีก อนามันหันกลับมาสบดวงตาสีนิสสวยของนีโอก่อนเอ่ยตอบ

 

            ข้าส่งทีมนักข่าวไปเพิ่ม ประมาณ 20 คน อนามันเอ่ยเรียบๆก่อนที่จะก้มหน้าลงไปเขียนเอกสารต่อ

 

            ฝากบอกเฟลมด้วยว่าเตรียมลงมือได้แล้ว ให้เริ่มหาข้อมูลต่างๆและเตรียมลงมือได้ อนามันกล่าว สองแฝดพยักหน้ารับจากนั้นจึงค่อยๆเดินหายออกไปจากห้องทำงานที่มืดสลัว

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,947 ความคิดเห็น

  1. #1906 ลีโอไนดัส (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2555 / 20:00
    แทบไม่มีใครเม้นเลย
    #1,906
    0
  2. #1712 lnwcool (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 เมษายน 2554 / 17:01
    ง่า...เราเม้นคนแรกรึนี่^^;;
    #1,712
    0