Flame นักรบเพลิงมายา (เปลวเพลิงมายา)

ตอนที่ 39 : มายาที่ 37 ภารกิจใหม่ของตัวแทนทั้ง10 <=[100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,384
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    16 ส.ค. 51

 

มายาที่ 37

ภารกิจใหม่ของตัวแทนทั้ง 10

           

            เปลวเพลิงสีแดงเข้มลุกโชนและมอดดับลงอย่างรวดเร็ว ร่างของเฟลมและลินนะปรากฏขึ้นด้านหน้าห้องประชุมเล็ก เฟลมออกแรงผลักประตูไม้ที่เก่าคร่ำครึ แล้วดวงตาสีแดงเพลิงก็เหลือบเห็นร่างของอลันและผู้เข้าร่วมประชุมร่วมสิบคน

 

            ชายชราผู้เป็นคนเรียกประชุมอย่างกะทันหันในครั้งนี้นั่งยิ้มกว้างอยู่ที่หัวโต๊ะ เอียนและหลินนั่งอยู่สองฝั่งซ้ายขวา และที่นั่งถัดจากหลินและเอียนลงมาก็คือจานา โอริ กาโอ เปมิน ทัส นีโอ และนีออน เฟลมและลินนะค้อมกายทำความอาจารย์ทั้งสามอย่างนอบน้อม

 

            อลันผายมืออนุญาตให้เฟลมและลินนะเดินไปนั่ง เฟลมเดินไปนั่งที่ที่ว่างด้านข้างทัสส่วนลินนะเดินไปนั่งข้างๆเปมิน

 

            มากันครบแล้วล่ะขอรับ อยู่ๆอลันก็เอ่ยออกมา ทำเอาผู้เข้าร่วมประชุมทั้งหมดงงงันกันไปตามๆกัน สายลมพัดวูบเล็กน้อยในห้องปิด เฟลมรู้ทันทีว่าเป็นสายลมของใคร กลิ่นสายลมที่หอมเหมือนอากาศบริสุทธิ์ในยามค่ำคืนแบบนี้ เป็นสายลมของมิดไนท์อย่างแน่นอนไม่ต้องสงสัย ว่าแต่ว่า มิดไนท์จะมาทำไมล่ะ?

 

            เมื่อสายลมสงบลง ร่างเล็กของเจ้าแมวดำดวงตาสีทองอร่ามก็ปรากฏโฉม มิดไนท์ยืนอยู่บนโต๊ะด้วยท่าทีสง่างาม ดวงตาสีทองสวยกวาดมองเหล่าผู้เข้าประชุมที่นั่งงงกันอยู่จนทั่ว ถึงแม้จะเคยเห็นมิดไนท์อยู่บ่อยๆและรู้ว่ามิดไนท์เป็นปีศาจ แต่พวกกาโอก็ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่ามิดไนท์เป็นปีศาจที่สามารถใช้เวทย์มนต์ได้

 

            เฟลมตีสีหน้างุนงง ไม่ได้งงที่เห็นมิดไนท์โผล่มาจากอากาศธาตุ แต่งงที่ว่าอยู่ๆมิดไนท์มาเผยตัวเองให้คนอื่นเห็นทำไม

 

            อลันปรบมือเรียกความสนใจสองสามครั้งเมื่อเห็นผู้เข้าประชุมทั้งหลายนั่งอ้าปากหวอเพราะความฉงน

 

            เอาล่ะทุกคน ข้าขอแนะนำให้รู้จัก ท่านผู้นี้คือท่านมิดไนท์ เป็นหัวหน้าเผ่าเสือดำปีศาจในปัจจุบัน และจะเป็นผู้นำทางพวกเจ้าไปยังทะเลสาบจันทรา อลันเอ่ยแนะนำมิดไนท์แก่ผู้เข้าร่วมประชุมทั้งหมด

 

            หา!!! มิดไนท์เนี่ยอ่ะนะเป็นหัวหน้าเผ่าเสือดำปีศาจ ทัสตะโกนออกมาอย่างลืมตัว ดวงตาสีอเมธิสต์ของอลันหันขวับมามองทัสเชิงตำหนิ

 

            อย่าเสียมารยาททัส ท่านมิดไนท์น่ะเป็นถึงผู้มีบุญคุณต่อมหานครเชียวนะ อลันติติง ทัสก้มหน้างกๆขอโทษ มิดไนท์หัวเราะออกมานิด

 

            ช่างมันเถอะอลัน เพราะตั้งแต่ข้ารู้จักมันมา เจ้าองครักษ์แห่งเคนตาเซียคนนี้มันก็ไม่เคยมีมารยาทเลยซักครั้ง ทัสหัวเราะเจื่อนๆเมื่อโดนมิดไนท์หลอกด่าต่อหน้าคนจำนวนมาก กาโอส่ายหน้าระอา

 

            ว่าแต่ว่า ที่ท่านอลันบอกว่าท่านมิดไนท์เป็นผู้มีบุญคุณต่อมหานครน่ะ หมายความว่ายังไงขอรับ จานาเอ่ยถาม

 

            ท่านมิดไนท์น่ะเคยเข้าร่วมสงครามเมื่อสิบห้าปีก่อน เป็นผู้นำกองทัพเสือดำปีศาจ และยังได้มอบพลังเกือบทั้งหมดของท่านให้แก่องค์ราชาคุนเพื่อทำการผนึกลูซิเฟอร์อีกด้วย ถ้าไม่มีท่านมิดไนท์ล่ะก็ มหานครแห่งนี้ก็คงตกเป็นของเหล่าปีศาจไปแล้วล่ะ อลันเล่าประวัติของมิดไนท์อย่างคร่าวๆ เมื่อได้ยินชื่อลูซิเฟอร์ เจ้าองครักษ์ขี้สงสัยก็ขมวดคิ้วมุ่น

 

            ลูซิเฟอร์? ใครกันขอรับนั่น ทัสปั้นหน้างง นีออนกระทุ้งศอกเข้าที่สีข้างของทัสทีหนึ่ง

 

            เมื่อวานนีโอเพิ่งจะเล่าให้ฟังเองไม่ใช่เหรอว่าลูซิเฟอร์เป็นใครน่ะ นีออนหันไปแว้กใส่ทัส เจ้าตัวทำหน้าเบ้

 

            ก็ข้าลืมแล้วนี่นา คำตอบของทัสทำเอานีออนถึงกับอึ้ง อะไรความทรงจำมันจะสั้นขนาดนั้น เพิ่งจะเล่าให้ฟังเมื่อวานเองนะ

 

            เจ้าเป็นปลาทองรึไงถึงได้ขี้ลืมขนาดนี้น่ะ

 

            ข้าไม่ใช่ปลาทองซักหน่อย หล่อขนาดนี้น่ะเป็นปลาทองไม่ได้หรอก ทัสเถียงกลับโดยไม่สนใจผู้เข้าร่วมประชุมที่เหลือ กาโอก้มหน้าด้วยความอาย องครักษ์ของเขาคนนี้ทำอะไรได้น่าขายหน้าชะมัด

 

            อี๋ นี่น่ะนะที่เจ้าเรียกว่าหล่อ อย่างงี้ที่บ้านข้าเค้าเรียกว่าอัปลักษณ์หรอก ทั้งคู่เถียงกันอย่างดุเดือด มิดไนท์ส่ายหน้าอย่างระอา ถึงแม้จะรู้ว่าเจ้าสองตัวนี้ชอบกัดกันเป็นประจำ แต่ก็ไม่นึกว่าจะกล้ากัดกันต่อหน้าอลันและอาจารย์อีกสองคน

 

            ว่าไงนะ เจ้านั่นแหละที่อัปลักษณ์ ทัสเถียงกลับ นีออนแยกเขี้ยวกว้างอย่างมีน้ำโห

 

            ถ้าข้าอัปลักษณ์เจ้าก็โคตรอัปลักษณ์แล้ว นีออนตอกกลับ คิ้วของจานากระตุกอย่างไม่สบอารมณ์

 

            เงียบได้แล้ว! จะบ้ารึไงมาทะเลาะกันอย่างนี้น่ะ ถ้ายังไม่หยุดข้าจะจับพวกเจ้าโยนออกนอกห้องแล้วนะ จานาตวาดลั่น นีออนและทัสหุบปากฉับทันที มิดไนท์ลอบยิ้มพอใจในการกระทำของจานา

 

            งี่เง่า กาโอแขวะทัสเสียงเบา ทัสตีสีหน้าปุเลี่ยนๆ

 

            ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจะกล้าทะเลาะกันต่อหน้าอาจารย์ตั้งสามท่าน จานาบ่นอย่างระอา จากนั้นก็หันไปหามิดไนท์

 

            ลูซิเฟอร์ที่ท่านพูดถึงหมายถึงเสือดำปีศาจที่คิดจะครอบครองมหานครทั้งหมดและเป็นตัวต้นเหตุของสงครามเมื่อสิบห้าปีก่อนใช่ไหมขอรับ มิดไนท์พยักหน้าตอบรับคำถามของจานา

 

            ใช่ และตอนนี้ข้าก็สืบทราบมาว่าเจ้าแห่งโลกมืดกำลังจะทำการคืนชีพให้ลูซิเฟอร์ ดังนั้นข้าจึงอยากจะให้พวกเจ้าทำภารกิจ ภารกิจหนึ่งให้กับข้าหน่อย เมื่อได้ยินคำว่าภารกิจ คิ้วของทุกคนก็มุ่นลงทันที

 

            ภารกิจ?” ทั้งหมดประสานเสียงกันอย่างพร้อมเพรียง มิดไนท์พยักหน้าหงึกๆ

 

            ใช่ ภารกิจที่ข้าจะให้พวกเจ้าไปทำก็คือ ไปที่ทะเลสาบจันทราเพื่อนำอัญมณีศักดิ์สิทธิ์ทั้งสองชิ้นมาเก็บรักษาไว้ที่นี่

 

            อัญมณีศักดิ์สิทธิ์?” ทั้งหมดประสานเสียงถามอย่างพร้อมเพรียงกันอีกครั้งราวกับนัดแนะกันมา

 

            ใช่ มันคือศิลาจอมแผ่นดินและหินจ้าวแห่งวารี

 

            แล้วมันคืออะไรกันละนั่น เจ้าองครักษ์จอมขี้สงสัยออกปากถาม ถึงจะเบื่อหน่ายที่เจ้าทัสมันไม่มีมารยาท แต่มิดไนท์ก็ยอมเล่าประวัติของอัญมณีทั้งสองชิ้นให้ทัสฟังแต่โดยดี

 

            อัญมณีทั้งสองชิ้นนี้เกิดขึ้นจากดวงวิญญาณของคุน ไดมันด้า ตอนที่ทำการผนึกจอมปีศาจลูซิเฟอร์ คุนได้ใช้เวทย์มนต์แสงที่มีพลังสูงมาก สูงมากเกินกว่าที่ร่างกายและวิญญาณของคุนจะรับไหว เมื่อทำการผนึกเสร็จแล้ว วิญญาณของคุนจึงแตกออกเป็นสองเสี่ยง และเกิดเป็นอัญมณีทั้งสองชิ้น ซึ่งพลังของอัญมณีแต่ละชิ้นก็มีมากพอที่จะทำลายมหานครทั้งมหานครได้ภายในคืนเดียว มิดไนท์เว้นช่วงไปนิด

 

            ข้ากับท่านมิดไนท์เกรงว่าโลกมืดจะนำอัญมณีทั้งสองชิ้นไปใช้เพื่อทำลายมหานคร ข้ากับท่านมิดไนท์จึงนำอัญมณีทั้งสองชิ้นไปเก็บไว้ที่ใต้ทะเลสาบจันทรา อลันอธิบายเสริม

 

            ด้วยอำนาจเวทย์มนต์ของข้าและอลันทำให้น้ำในทะเลสาบจันทราเป็นน้ำแข็งตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็จะไม่ละลาย หากต้องการให้ละลายก็ต้องนำเลือดขององค์รัชทายาททั้งห้าไปปลดผนึก

 

            แล้วทำไมถึงต้องนำมาเก็บรักษาไว้ที่นี่ด้วยล่ะขอรับ จากที่ท่านเล่ามา ข้าว่าเก็บไว้ที่ทะเลสาบจันทราก็น่าจะปลอดภัยแล้วนี่ขอรับ โอริเอ่ยถามเสียงเครียด มิดไนท์ส่ายหน้า

 

            แต่ก่อนน่ะใช่ แต่ตอนนี้น่ะไม่ใช่แล้ว อนามันได้สั่งให้คนในโลกมืดระดมหาอัญมณีทั้งสองชิ้นแล้ว และถ้าพวกมันเจอละก็ มหานครอันตรายแน่ มิดไนท์ตอบเสียงกร้าว เฟลมหรี่ตาลงไม่เข้าใจ

 

            เดี๋ยวนะมิดไนท์ เจ้าเพิ่งบอกเองไม่ใช่เหรอว่าน้ำในทะเลสาบน่ะเป็นน้ำแข็งตลอดทั้งปี ไม่ว่าอะไรก็ทำให้ละลายไม่ได้

 

            ก็ใช่ แต่เจ้าอย่าลืมสิว่าอนามันเป็นผู้ใช้มนต์ดำ มนต์ดำของเจ้าอนามันน่ะสามารถแทรกซึมผ่านได้แทบทุกสิ่ง ซึ่งข้าก็แน่ใจว่ากะอีแค่แผ่นน้ำแข็งหนาๆแผ่นหนึ่ง มนต์ดำของเจ้าอนามันน่ะผ่านได้อย่างง่ายดายอยู่แล้ว มิดไนท์ว่าอย่างมั่นใจ เฟลมเองก็เห็นด้วย พลังมนต์ดำของอนามันนั้นน่าสะพรึงกลัวจริงๆ

 

            แล้วทะเลสาบจันทราที่ท่านจะให้พวกเราไปนั้นอยู่ที่ไหนเหรอขอรับ กาโอเอ่ยถามโดยมีพวกเฟลมพยักหน้าคล้อยตาม เพราะตั้งแต่เกิดมา พวกเขายังไม่เคยได้ยินชื่อทะเลสาบนี้เลยซักครั้ง

 

            ทะเลสาบจันทราเป็นทะเลสาบศักดิ์สิทธิ์ อยู่ใจกลางป่ามายา พอได้ยินคำว่าป่ามายา หน้าของทุกคนก็เริ่มซีดเผือด ไม่มีใครในมหานครอยากจะเข้าไปเดินเล่นที่ใจกลางป่ามายานักหรอก เพราะในป่ามีแต่ปีศาจและอมนุษย์เต็มไปหมด ถึงแม้ว่าชายป่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของเมืองเคนตาเซีย แต่ในป่ากลับเต็มไปด้วยสิ่งที่ไม่น่าพิสมัยมากมาย พวกเฟลมกลืนน้ำลายลงคอดังเอื๊อก

 

            ทะ.... ท่านหมายความว่าจะให้พวกเราเดินทางเข้าไปในป่ามายางั้นเหรอขอรับ ทัสเอ่ยถามเสียงตะกุกตะกัก มิดไนท์พยักหน้ารับพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

 

            ใช่ เจ้าไม่คิดว่ามันคุ้มเหรอ ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเชียวนะ หนึ่งคือได้ไปเอาอัญมณีมาเก็บไว้กับตัว และสอง ได้ฝึกฝนการต่อสู้กับพวกปีศาจไง รับรองว่าต้องเก่งขึ้นเป็นกองแน่ เฟลมหัวเราะเจื่อนๆให้กับความคิดของมิดไนท์ ไอ้เก่งขึ้นน่ะเก่งแน่เพราะได้สู้กับปีศาจ แต่ก่อนจะเก่งเฟลมเกรงว่าจะตายซะก่อนน่ะสิเพราะในป่ามายาเล่นมีปีศาจเป็นหมื่น

 

            แล้วท่านจะให้พวกข้าไปกันแค่เก้าคนแค่นี้เหรอขอรับโอริถามเสียงใคร่รู้ มิดไนท์พยักหน้าหงึกหงัก

 

            อืม ยิ่งไปมากก็จะยิ่งยุ่งยาก แต่ก็ไม่ได้ไปกันแค่พวกเจ้าเก้าคนหรอก ข้าจะให้หลินไปด้วย รวมทั้งหมดเป็นสิบคน คงไม่มีปัญหานะทุกคนพยักหน้ารับคำของมิดไนท์

 

            แล้วจะเริ่มออกเดินทางกันวันไหนเหรอเจ้าคะ ลินนะที่นั่งเงียบมานานเป็นฝ่ายถามบ้าง

 

            ข้าจะให้พวกเจ้าออกเดินทางในตอนเช้ามืดของวันที่ 26 เดือนนี้อลันเอ่ยตอบ แต่จานากลับทำหน้าไม่พอใจ

 

            แล้วมันจะไปทันโลกมืดเหรอขอรับท่านอลันจานาถามเสียงไม่สบอารมณ์ เมื่อกี้มิดไนท์เพิ่งบอกพวกเขาเองว่าโลกมืดได้เริ่มทำการค้นหาอัญมณีทั้งสองชิ้นแล้ว ถ้าโลกมืดเจอก่อนพวกเขา มหานครตกอยู่ในอันตรายแน่

 

            ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนไปหรอก พวกโลกมืดมันยังไม่รู้ที่ซ่อนของอัญมณี กว่ามันจะรู้พวกเราก็คงไปถึงทะเลสาบจันทราแล้วล่ะเพราะว่าพิธีทำนายน่ะมันใช้เวลาตั้งเจ็ดวันเจ็ดคืน มิดไนท์ตอบกลับ

 

            ทำนาย?” พวกเฟลมถามกลับทันทีที่ได้ยิน

 

            พวกเจ้าจำได้ไหมว่าอนามันได้สั่งให้นักฆ่าของโลกมืดไล่ฆ่าคนที่มีพลังเวทย์ในมหานครเป็นว่าเล่นน่ะ พวกเฟลมผงกหัวรับ

 

            ที่อนามันสั่งให้ฆ่าคนที่มีพลังเวทย์ก็เพราะมันจะนำไปใช้ในพิธีทำนายตำแหน่งของอัญมณียังไงล่ะ อัญมณีทั้งสองชิ้นมีพลังเวทย์ที่สูงมาก ดังนั้นเจ้าอนามันจึงจำเป็นต้องใช้คนที่มีพลังเวทย์สูงทั้งหมดสองพันคนในการทำนายตำแหน่งของอัญมณี มิดไนท์อธิบาย สีหน้าของแต่ละคนเริ่มเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด

 

            มิดไนท์ เมื่อกี้เจ้าบอกว่าต้องใช้เวลาทั้งหมดเจ็ดวันในการทำนายที่อยู่ของอัญมณีใช่ไหม วันนี้วันที่ 17 อีกเจ็ดวันก็วันที่ 24 แต่พวกเราออกเดินทางวันที่ 26 นะ ยังไงก็ช้ากว่าโลกมืดอยู่ดีเฟลมท้วง มิดไนท์ส่ายหน้า

 

            ไม่ช้ากว่าหรอก เพราะตอนนี้โลกมืดยังรวบรวมคนได้ไม่ครบเลย แล้วกว่าจะครบก็ต้องเตรียมการอีกเยอะ

 

            แล้วทำไมไม่ไปพรุ่งนี้เลยขอรับล่ะ ทำไมต้องไปวันที่ 26 ด้วยนีโอเอ่ยถาม

 

            ก็เพราะว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่ป่ามายามีพลังเวทย์สูงมากน่ะสิ พวกเจ้าคงจะรู้ใช่ไหมว่าป่ามายาน่ะเป็นป่าที่มีพลังเวทย์ปกคลุมอยู่ตลอดทั้งปี และพลังเวทย์พวกนั้นก็จะทำให้พวกเจ้าไม่สามารถเดินทางได้ แต่จะมีอยู่ช่วงหนึ่งที่พลังเวทย์ของป่ามายาลดลงจนเดินทางได้ นั่นก็คือคืนหลังวันพระจันทร์เต็มดวงสองวัน ซึ่งก็คือวันที่ 26 เดือนนี้มิดไนท์อธิบายเสริม

 

            โอเคเข้าใจแล้ว 26 ก็ 26” เฟลมว่า

 

            อ้อ ที่สำคัญ พวกเจ้าอย่าลืมฝึกปรือฝีมือกันด้วยล่ะ เพราะข้าคิดว่ายังไงซะเดินทางคราวนี้ต้องได้ปะทะกับโลกมืดแน่ มิดไนท์เอ่ยอย่างมั่นใจ เฟลมและสองแฝดเองก็มั่นใจเช่นนั้น

 

            ข้าฝากด้วยล่ะทุกคน อนาคตของมหานครขึ้นอยู่กับพวกเจ้าทั้งสิบแล้วนะอลันเอ่ยเสียงดังฟังชัด ทั้งหมดลุกขึ้นค้อมกายทำความเคารพอลันอย่างนอบน้อม

 

            พวกข้าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวังขอรับ หลินประกาศเสียงก้อง อลันขยับยิ้มอย่างพึงพอใจ แล้วผู้เข้าร่วมปะชุมทั้งหมดก็ทยอยเดินออกไปจากห้องประชุมอย่างเงียบๆ

 

            อลันถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วงหลังจากเสียงฝีเท้าข้างนอกเงียบลง มิดไนท์หันกลับมามองอลันอย่างเข้าใจ

 

            สังหรณ์ใจไม่ดีงั้นเหรอ มิดไนท์เอ่ยถาม อลันพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มเศร้าหมอง

 

            ขอรับ ข้าสังหรณ์ใจค่อยไม่ดีเลย ข้ารู้สึกว่าจะต้องมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นแน่อลันว่าเสียงเครียด มิดไนท์ถอนหายใจยาว

 

            ข้าเองก็รู้สึกเหมือนกับเจ้าแหละ แต่ข้าเชื่อมั่นในตัวเฟลมนะ ข้าเชื่อว่าเจ้านั่นมันจะต้องทำตามคำทำนายได้อย่างแน่นอนมิดไนท์เอ่ยพร้อมรอยยิ้ม อลันค้อมหัวลงเป็นการตอบรับคำของมิดไนท์

 

            มิดไนท์สะบัดหางร่ายเวทย์ สายลมพัดโบกอย่างแผ่วเบา กลิ่นหอมของสายลมทำให้รู้สึกสดชื่น มิดไนท์สะบัดหางอีกครั้งหนึ่ง แล้วร่างของมิดไนท์ก็จางหายไปพร้อมกับสายลมที่สงบลง

 

            ดวงตาสีอมเธิสต์ของอลันไหววูบเล็กน้อย ชายชรายกมือที่มีแต่รอยเหี่ยวย่นขึ้นกุมหน้าผากอย่างหนักใจ ลมหายใจถูกผ่อนออกมาอย่างยาวยาน

 

            ข้าจะพยายามเชื่อมั่นในคำทำนายของท่านเอราสนะขอรับท่านมิดไนท์ คำทำนายที่บอกว่ารานินคือผู้พลิกชะตาของมหานคร ไฟในห้องประชุมดับลงทีละดวงอย่างแช่มช้า สายลมพัดวูบ ห้องทั้งห้องพลันมืดสนิท แล้วร่างของอลันก็หายลับไป

 

..........

 

            เสียงฝีเท้าดังขึ้นอย่างต่อเนื่องตามระเบียงทางเดิน ระเบียงทางเดินแน่นขนัดไปด้วยนักเรียนมากหน้าหลายตาที่ยืนส่งเสียงคุยกันดังกระหึ่ม

 

            เฟลมเสียงๆหนึ่งดังขึ้นมาลอยๆ เฟลมหันซ้ายแลขวาเพื่อหาที่มาของเสียง แต่ก็ไม่พบว่ามีเพื่อนคนไหนเรียกเขาเลยซักคน เฟลมขมวดคิ้วมุ่น

 

            เฟลม เจ้าได้ยินข้าหรือเปล่า เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้ง ซึ่งคราวนี้เฟลมค่อนข้างแน่ใจว่าใครเป็นคนเรียกเขา

 

            มีอะไรเหรอเฟลม เห็นหันซ้ายหันขวาตั้งแต่เมื่อกี้แล้วลินนะเอ่ยถามเมื่อเห็นเฟลมหันไปหันมา เฟลมส่ายหน้าน้อยๆ

 

            มาหาข้าหน่อย พาเจ้าสองแฝดมาด้วยคราวนี้เสียงนั้นดังขึ้นอย่างชัดเจนในสมอง เฟลมแน่ใจในทันทีว่าเสียงนั้นคือเสียงของอนามันอย่างแน่นอน อนามันเป็นคนที่มีพลังเวทย์สูงมากจนน่ากลัว ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่อนามันจะคุยกับคนอื่นผ่านทางจิตได้

 

            ไม่มีอะไรหรอก พวกเจ้ากลับไปกันก่อนนะ เดี๋ยวข้ากับสองแฝดจะตามไปทีหลัง โดยไม่รอคำตอบรับจากเพื่อนๆ เฟลมดึงตัวสองแฝดให้ออกเดินตามไปทันที

 

            มีอะไรเหรอเฟลม นีออนเอ่ยถามเสียงฉงน

 

            มาสเตอร์เรียกหาน่ะเฟลมเอ่ยตอบ เมื่อเดินมาถึงที่ที่ลับตาผู้คนแล้ว เฟลมก็ดีดนิ้ว เปลวเพลิงสีแดงเข้มลุกโชนขึ้นห่อหุ้มร่างของทั้งสามไว้ เปลวเพลิงไหววูบเล็กน้อยก่อนจะมอดดับลงพร้อมกับร่างของทั้งสามที่จางหายไป

 

..........

 

            ห้องทำงานของอนามันยังคงมืดสลัวเหมือนอย่างเคย มีเพียงแสงไฟจากเทียนไขเล่มเล็กเท่านั้นที่ไหววูบไปมาให้แสงสว่าง ร่างหนาของชายวัยกลางคนเอนพิงพนักเก้าอี้อย่างผ่อนคลาย ดวงตาทั้งสองข้างปิดสนิท

 

            เปลวเพลิงสีแดงเข้มลุกโชนขึ้นกลางห้อง ตามมาด้วยร่างของเด็กหนุ่มสาวสามคน เฟลมสะบัดมือวูบ เปลวเพลิงมอดดับลงอย่างรวดเร็ว เฟลมและสองแฝดค้อมกายลงทำความเคารพอนามันทันที

 

            มาสเตอร์เรียกพวกข้ามามีธุระอะไรเหรอขอรับ เฟลมกล่าวถาม อนามันหันกายมาทางทั้งสามอย่างรวดเร็ว ดวงตาสีขี้เถ้าจ้องทั้งสามนิ่ง

 

            พวกเจ้าคงจำได้สินะว่าวันที่ 24 เดือนนี้พวกเจ้าต้องทำอะไรกันบ้าง อนามันถามเกริ่น ทั้งหมดพยักหน้ารับ

 

            จำได้ขอรับ สิ่งที่พวกข้าต้องทำก็คือลอบสังหารองค์รัชทายาททั้งห้า นีโอเป็นผู้ตอบคำถามของอนามัน ผู้เป็นนายขยับยิ้มพอใจก่อนจะปรบมือสองสามครั้ง ไม่นานนักกลุ่มนักฆ่ากลุ่มหนึ่งก็เดินเข้ามาภายในห้องทำงานของอนามัน เฟลมกวาดสายตามองอย่างละเอียดถี่ถ้วน คงประมาณซักห้าสิบคนได้

 

            นี่คือผู้ช่วยของพวกเจ้า อนามันอธิบาย แต่เฟลมและสองแฝดกลับทำหน้างุนงง

 

            ผู้ช่วยเหรอเจ้าคะ?” นีออนโพล่งถาม อนามันพยักหน้าหงึกหงัก

 

            ใช่ ข้าต้องการทำให้การลอบสังหารครั้งนี้ดูเหมือนอุบัติเหตุ ดังนั้นข้าจึงสั่งให้เจ้าพวกนี้ไปไล่ฆ่าชาวบ้านเพื่อก่อความวุ่นวายในวันงานเทศกาล พอเจ้าพวกนี้ลงมือแล้ว พวกเจ้าก็แกล้งทำเป็นพาพวกองค์รัชทายาททั้งห้าไปหลบในที่ปลอดภัยแล้วก็สังหารเสีย เข้าใจไหม อนามันเล่าแผนการให้ทั้งสามฟัง เฟลมตีสีหน้าหนักใจ ส่งนักฆ่าร่วมห้าสิบคนไปไล่ฆ่าชาวบ้านบริสุทธิ์ โหดเหี้ยมจริงๆ

 

            อ้อ นี่เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นนะ ในวันจริงข้าจะส่งไปมากกว่านี้ประมาณสองเท่า ได้ยินดังนั้น ทั้งสามก็สะดุ้งเฮือก นี่อนามันกะจะทำให้เมืองเอราเดสกลายเป็นทะเลเลือดรึไงกันนะ

 

            เจ้าพวกชั้นต่ำทั้งหลาย จำหน้าของทั้งสามคนนี้ไว้ให้ดี สามคนนี้คือคนที่จะมาเป็นนายของพวกเจ้า ห้ามใครขัดคำสั่งเด็ดขาดเข้าใจไหม อนามันหันกลับไปหาเหล่านักฆ่าที่ยืนเรียงแถวหน้ากระดานกันหน้าสลอน หลายคนพยักหน้าเข้าใจแต่ก็มีบางส่วนที่ส่ายหน้าปฏิเสธ

 

            สามคนนี้เป็นใครเหรอขอรับมาสเตอร์ ทำไมพวกเราถึงต้องไปฟังคำสั่งของพวกมันด้วย นักฆ่าคนหนึ่งเอ่ยถามเสียงดัง และมีอีกเสียงหลายเสียงดังสนับสนุนตามมา

 

            เจ้าพวกงี่เง่า ที่ยืนอยู่หน้าพวกเจ้าก็คือแฟนธ่อม ออฟ ดาร์กเนส ส่วนสองคนที่ยืนขนาบข้างก็คือสองพี่น้องตระกูลทวินส์ อนามันกล่าวเสียงเหี้ยม นักฆ่าที่เป็นคนถามถึงกับหน้าซีดเผือด ถ้าพูดถึงแฟนธ่อม ออฟ ดาร์กเนส กับสองพี่น้องทวินส์แล้วล่ะก็ ก็คงหนีไม่พ้นกลุ่มนักฆ่าที่ขึ้นชื่อว่าเก่งและได้รับการไว้วางใจจากอนามันที่สุด

 

            ขออภัยขอรับ ข้าไม่ทราบว่าท่านเป็นถึงหนึ่งในสี่แฟนธ่อม นักฆ่าคนเดิมเอ่ยขอโทษเฟลม เฟลมพยักหน้ารับคำขอโทษแบบขอไปที

 

            แต่ข้าไม่ให้อภัย อนามันกล่าวพร้อมกับยื่นมือไปด้านหน้า พลังเวทย์สีดำสนิทพุ่งตรงออกมาจากฝ่ามือของอนามัน แต่ก่อนที่พลังเวทย์จะถูกตัวเป้าหมาย เฟลมก็สะบัดมือขวับ เกิดกำแพงเพลิงขึ้นกันพลังของอนามันได้อย่างพอดิบพอดี พลังเวทย์ทั้งสองปะทะกันส่งเสียงดังครืนก่อนจะจางหายไป อนามันชักสีหน้าหงุดหงิด

 

            ไปช่วยมันทำไมเฟลม อนามันกระชากเสียงถาม เฟลมก้มหัวขอโทษ

 

            ข้าแค่ไม่อยากลดจำนวนคนลงน่ะขอรับ เฟลมกล่าวตอบ อนามันส่งเสียงจิ๊จ๊ะอย่างไม่พอใจแต่ก็ยอมลดมือที่กำลังจะร่ายเวทย์ลง เฟลมถอนหายใจโล่งอก ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ที่เขารู้สึกเกลียดการฆ่าคน

 

            แล้วถ้าทำงานเสร็จแล้วจะให้พวกข้านำมีดสั้นมาให้ท่านที่นี่หรือว่าท่านจะให้คนไปรับเจ้าคะ นีออนเปลี่ยนเรื่อง

 

            นำมาส่งให้ข้าที่นี่ภายในวันที่ 30 เข้าใจนะ อนามันออกคำสั่ง

 

            ขอรับ/เจ้าค่ะทั้งสามผงกหัวรับคำอย่างพร้อมเพรียง

 

            ไปได้แล้ว สิ้นเสียงของอนามัน เฟลมก็สะบัดมือร่ายเวทย์ เปลวเพลิงสีแดงเข้มลุกไหม้ก่อนจะมอดดับลงพร้อมกับร่างของทั้งสามที่จางหายไป อนามันโบกไม้โบกมือเป็นเชิงไล่เหล่านักฆ่าที่ยืนเรียงกันหน้าสลอน เมื่อทั้งหมดออกไปแล้ว อนามันก็ร้องเรียกหาบุตรสาวทันที

 

            จิน มาหาพ่อที เมื่อพูดจบ สายลมก็พัดโบกเล็กน้อยและตามมาด้วยร่างเล็กของเด็กสาวเจ้าของนามจิน เด็กสาวค้อมกายลงทำความเคารพผู้เป็นบิดาอย่างนอบน้อม

 

            มีอะไรเหรอเจ้าคะท่านพ่อ จินเอ่ยถามเสียงหวาน

 

            จิน พ่ออยากให้เจ้าพาพวกไปคอยจับตาดูเจ้าเฟลมไว้หน่อย พ่อรู้สึกว่ามันแปลกๆไป เด็กสาวขมวดคิ้วมุ่นในคำของผู้เป็นพ่อ

 

            แปลกไป? ยังไงเหรอเจ้าคะ

 

            ปรกติถ้าพ่อจะฆ่าใครแล้วเจ้าเฟลมมันจะไม่เคยห้ามหรือขัดขวางพ่อเลยซักครั้ง แต่ครั้งนี้มันกลับไม่ยอมให้พ่อฆ่าคน พ่อรู้สึกว่ามันแปลกไป อนามันเอ่ยเสียงเครียด จินค้อมกายรับคำของอนามันอย่างว่าง่าย

 

            เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ ข้าจะไปคอยจับตาดูเฟลมให้ สิ้นเสียงหวานใสของเด็กสาว ร่างของจินก็จางหายไปพร้อมกับสายลมที่พัดโบก

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,947 ความคิดเห็น

  1. #1833 I'm sone M.Seo >O< (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 27 มีนาคม 2555 / 23:22
    สนุกมากอ่ะ ^^
    อยากได้เล่มสองจังค่ะ ไรท์เตอร์ =w=
    #1,833
    0
  2. #1726 lnwcool (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 3 เมษายน 2554 / 22:08
    ง่า...แทนที่จะทำตัวให้เป็นปกติทำไม่ได้ง่ายๆสินะ-_-
    #1,726
    0
  3. #1606 jane (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 11 เมษายน 2553 / 13:29
    love fiam&linna
    #1,606
    0
  4. #1530 BicoUe_Darkness (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2552 / 21:03
    งานงอกและเฟรมเอ๋ย



    จินยิ่งชอบเฟรมอยู่ด้วย



    แย่ล่ะงานนี้
    #1,530
    0
  5. #1286 ฟิ้ววว (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2552 / 22:50
    เฟลมซวยเเย้วจิเนี่ย- -"

    อนามันจาจับได้มั้ยเนี่ย

    เหอะๆ

    ลุ้นจริงๆ
    #1,286
    0
  6. #1064 Dark_JOKER (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 24 มีนาคม 2552 / 10:22
    หนุกมากมายจริงๆเลย
    น่าจะซื้อเก็บให้หมด
    เป็นนิยายที่น่าจะซื้เก็บมากหลาย
    #1,064
    0
  7. #540 -*- (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 6 กันยายน 2551 / 14:23
    หนุกสุดๆๆ รอเล่ม 2 อยู่นะกั๊ฟฟฟฟฟฟฟ



    ออกมาเร็วๆนะกั๊ฟ เล่มแรกอ่านจบแล้ว



    ชอบมากเลยยยย ^^~ L๏V~
    #540
    0