Flame นักรบเพลิงมายา (เปลวเพลิงมายา)

ตอนที่ 38 : มายาที่ 36 แผนการของมิดไนท์ <= [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,636
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    13 ส.ค. 51

 

มายาที่ 36

แผนการของมิดไนท์

 

            ห้องทำงานของอลันยังคงมีแสงสว่างส่องลอดออกมาจากช่องว่างใต้ประตูอยู่ถึงแม้ว่าเวลามันจะผ่านเลยเที่ยงคืนมานานแล้วก็ตาม อากาศในคืนนี้นั้นหนาวจนแสบผิวกาย เสียงฟืนที่ปะทุในเตาผิงขนาดย่อมดังอย่างสม่ำเสมอ

 

            มือเหี่ยวย่นของอลันยังคงทำการพลิกหน้ากระดาษไปมาอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีทีท่าว่าจะเหนื่อย เปลวไฟจากเตาผิงไหววูบตามแรงของลมที่พัดผ่านเข้ามาทางหน้าต่าง ทั้งๆที่อากาศของคืนนี้ออกจะหนาวเหน็บ แต่อลันกลับเลือกที่จะเปิดหน้าต่างเอาไว้ เหมือนตั้งใจเปิดไว้รอใครซักคน

 

            สายลมพัดกรรโชกแรง ตามมาด้วยร่างของมิดไนท์ที่ยืนสงบนิ่งอยู่ที่ขอบหน้าต่าง อลันเงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มน้อยๆให้มิดไนท์ จากนั้นจึงก้มหน้าลงไปอ่านเอกสารที่อยู่ในมือของตนต่อ

 

            มิดไนท์กระโดดเข้ามาภายในห้อง ทันทีที่มันสะบัดหาง หน้าต่างก็ปิดฉับ อากาศในห้องเริ่มอุ่นขึ้นมาบ้าง

 

            รู้ดีจริงนะว่าข้าจะมาหาเจ้า มิดไนท์เอ่ยขึ้นมาลอยๆ อลันหลุดหัวเราะทันทีที่โดนรู้ทัน ที่อลันเปิดหน้าต่างเอาไว้ทั้งๆที่อากาศออกจะหนาวเหน็บก็เพราะรอการมาของมิดไนท์นี่แหละ

 

            ท่านมิดไนท์มีเรื่องอะไรหรือขอรับถึงได้มาหาข้า อลันกล่าวถาม มิดไนท์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ อลันเบิกตากว้างด้วยความสงสัยระคนงงงวย นานๆทีเขาถึงจะเห็นมิดไนท์ถอนหายใจอย่างหนักหน่วง เรื่องอะไรกันนะที่ทำให้มิดไนท์ไม่สบายใจ

 

            มีอะไรไม่สบายใจหรือท่าน อลันถามกลับอย่างเป็นห่วง ดวงตาสีทองของมิดไนท์จ้องตรงไปยังอลันเขม็ง

 

            เจ้าจำสงครามเมื่อสิบห้าปีที่แล้วได้ไหม มิดไนท์ถามเกริ่น อลันพยักหน้ารับด้วยใบหน้าที่แสดงออกถึงความเศร้าสร้อย สงครามครั้งนั้นสร้างความสูญเสียให้กับมหานครอย่างมาก ถึงจะอยากลืมแค่ไหนก็ลืมไม่ลง

 

            แล้วเจ้าจำอัญมณีทั้งสองชิ้นที่เกิดขึ้นหลังจากสงครามครั้งนั้นได้ไหม จบคำของมิดไนท์ ดวงตาสีอเมธิสต์ของอลันก็เบิกกว้าง

 

            อัญมณีทั้งสองชิ้นที่มิดไนท์พูดถึงก็คือ ศิลาจอมแผ่นดินและหินจ้าวแห่งวารี อัญมณีทั้งสองชิ้นนี้เกิดขึ้นจากดวงวิญญาณของคุน ไดมันด้า กษัตริย์ผู้ทำการผนึกจอมปีศาจลูซิเฟอร์

 

            ในการผนึกครั้งนั้น คุนได้ใช้เวทย์มนต์แสงที่มีพลังสูงมาก สูงมากเกินกว่าที่ร่างกายและวิญญาณของคุนจะรับไหว เมื่อทำการผนึกเสร็จแล้ว วิญญาณของคุนจึงแตกออกเป็นสองเสี่ยง และเกิดเป็นอัญมณีทั้งสองชิ้น ซึ่งพลังของอัญมณีแต่ละชิ้นก็มีมากพอที่จะทำลายมหานครทั้งมหานครได้ภายในคืนเดียว มิดไนท์กับอลันเกรงว่าโลกมืดจะนำอัญมณีทั้งสองชิ้นไปใช้เพื่อการนั้น ทั้งคู่จึงทำการผนึกอัญมณีทั้งสองชิ้นไว้ในที่ที่ไม่มีใครรู้นอกจากทั้งคู่

 

            มีอะไรหรือขอรับ อย่าบอกนะว่า... อลันกล่าวทิ้งช่วงไป นึกอธิษฐานในใจว่าเรื่องที่มิดไนท์กำลังจะบอกคงไม่ได้เป็นจริงดั่งความคิดของตน

 

            อนามันสั่งให้คนของโลกมืดจำนวนหนึ่งพันคนออกตามหาอัญมณีทั้งสองชิ้นแล้ว อลันถึงกับสะดุ้งโหยงเมื่อได้ยินดังนั้น สิ่งที่เขากลัวกำลังจะกลายเป็นจริง ถ้าโลกมืดได้อัญมณีทั้งสองไปล่ะก็ มหานครไม่มีโอกาสรอดแน่

 

            แล้วพวกมันรู้ได้อย่างไรขอรับว่าพวกเรานำอัญมณีไปซ่อนไว้ที่ไหน อลันส่งคำถามอย่างร้อนรน ดวงตาสีอเมธิสต์ไหววูบเพราะความวิตกนั้นมีมากเหลือ

 

            พวกมันยังไม่รู้หรอกว่าอัญมณีอยู่ที่ไหน แต่อนามันได้สั่งให้คนของโลกมืดกว่าหนึ่งพันคนออกตามหาทั่วมหานครแล้ว อย่างไงก็ตาม ข้าคาดว่าคงยังหาไม่เจอในเร็วๆนี้หรอก มิดไนท์ว่าเสียงเครียด อลันพยักหน้าเห็นด้วย ไม่มีใครในมหานครแห่งนี้รู้ที่ซ่อนของอัญมณีทั้งสองชิ้น จะมีก็แต่มิดไนท์กับอลันเท่านั้น ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องไปกังวลว่าพวกโลกมืดจะหาที่ซ่อนของอัญมณีเจอในเร็วๆนี้

 

            แล้วก็อีกเรื่องหนึ่ง เจ้าจำได้ไหมว่าอนามันได้สั่งให้นักฆ่าของโลกมืดไล่ฆ่าผู้ที่มีพลังเวทย์ในมหานครเป็นว่าเล่นน่ะ อลันผงกหัวรับคำ คิ้วสีขาวสะอาดทั้งสองข้างขมวดเข้าหากันอย่างสงสัย

 

            ท่านรู้รึขอรับว่าอนามันทำไปเพื่ออะไร อลันถามอย่างมีความหวัง มิดไนท์พยักหน้านิด

            เพื่อใช้ในการทำนายตำแหน่งของอัญมณียังไงล่ะ อัญมณีทั้งสองชิ้นมีพลังเวทย์ที่สูงมาก ดังนั้นเจ้าอนามันจึงจำเป็นต้องใช้คนที่มีพลังเวทย์สูงทั้งหมดสองพันคนในการทำนายตำแหน่งของอัญมณี

 

            ถ้าข้าจำไม่ผิดล่ะก็ ตอนนี้ยอดของผู้เคราะห์ร้ายทั้งหมดในมหานครอยู่ที่พันหนึ่งร้อยยี่สิบหกคนแล้วนะขอรับ เหลืออีกไม่มากแล้วสิ อลันกล่าวพลางก้มลงดูเอกสารในมือ มันคือเอกสารรายงานจำนวนของผู้ใช้เวทย์ที่โดนโลกมืดลอบสังหารอย่างเลือดเย็น

 

            ใช่ เหลืออีกไม่กี่คนมันก็จะทำการทำนายได้แล้ว แต่พิธีทำนายก็ต้องใช้เวลาถึงเจ็ดวันเจ็ดคืนเชียวนะ ดังนั้นข้าจึงเชื่อว่าพวกเราน่าจะไวกว่าพวกมันอย่างแน่นอน มิดไนท์กล่าวพลางผงกหัวขึ้นลงอย่างมั่นใจ อลันผงกหัวคล้อยตาม แต่แล้วคิ้วทั้งคู่ก็ต้องมุ่นลง

 

            ไวกว่า? ในเรื่องอะไรขอรับ อลันกล่าวถามด้วยความสงสัย

 

            ข้าจะให้พวกเฟลมไปเอาอัญมณีทั้งสองชิ้นนั้นมาเก็บรักษาไว้ที่นี่ กล่าวจบ ดวงตาของอลันก็เบิกกว้าง อลันส่ายหน้าไม่เห็นด้วย มิดไนท์มุ่นหัวคิ้วลงพลางทำหน้าตาประหลาดใจ

 

            ทำไมรึ เสียงของมิดไนท์ออกแววห้วนอย่างไม่สบอารมณ์เล็กน้อย

 

            มันอันตรายนะขอรับที่จะให้รานินไปคนเดียว อลันกล่าวด้วยเสียงเป็นห่วงเป็นใย มิดไนท์หลุดก๊ากออกมาน้อยๆ ดวงตาสีทองฉายแววขบขันอย่างปิดไม่มิด

 

            ข้าไม่คิดจะส่งเฟลมไปเสี่ยงคนเดียวอยู่แล้ว ข้าจะให้พวกองค์รัชทายาททั้งห้าไปด้วย แล้วก็มีเพื่อนๆของมันอีกซักคนสองคน มิดไนท์กล่าวเสริม แต่สีหน้าของอลันก็ยังคงเต็มไปด้วยความสงสัยอยู่ดี

 

            ทำไมต้องเอาองค์รัชทายาททั้งห้าไปด้วยล่ะขอรับ มันอันตรายนะขอรับ อลันกล่าวติง มิดไนท์เองก็มีความคิดเหมือนอลัน ให้องค์รัชทายาททั้งห้าองค์ที่โดนโลกมืดหมายหัวอยู่ในตอนนี้ออกเดินทางไปไหนมาไหน ไม่ใช่ความคิดที่ดีเลยซักนิด ถ้าเป็นไปได้ มิดไนท์เองก็ไม่อยากให้ทั้งห้าออกเดินทางไปไหนมาไหนเหมือนกัน แต่เพราะมันจำเป็นน่ะสิ

 

            ข้ารู้ว่ามันอันตราย แต่ถ้าไม่พาไปด้วยก็จะปลดผนึกไม่ได้นะ อย่าลืมสิว่าข้าตั้งพันธะสัญญาในการปลดผนึกไว้ว่าอะไร มิดไนท์ถามเตือนความจำของอลัน อลันยอมพยักหน้ารับอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก ดวงตาสีอเมธิสต์มีร่องรอยแห่งความกังวลใจอยู่มากโข

 

            การปลดผนึกอัญมณีทั้งสองชิ้นนั้น มิดไนท์ได้ผูกพันธะสัญญาเอาไว้ว่า จะต้องใช้โลหิตสดๆของผู้ที่สืบสายเลือดของกษัตริย์ทั้งห้าเมืองเท่านั้น ซึ่งก็คือเลือดขององค์รัชทายาททั้งห้านั่นเอง

            แล้วจะให้ออกเดินทางกันเมื่อไหร่ขอรับ อลันถามอย่างใคร่รู้

 

            ข้าจะให้ทั้งหมดออกเดินทางในเช้ามืดของวันที่ 26 เพราะวันที่ 24 เป็นคืนวันพระจันทร์เต็มดวง พลังเวทย์ของป่าที่ใช้ซ่อนอัญมณีทั้งสองชิ้นนั้นจะยังมีมากอยู่ มันอันตรายเกินไปสำหรับเจ้าพวกนั้น

 

            แล้วทำไมไม่ให้ไปวันที่ 25 ล่ะขอรับ

 

            เพราะว่าที่นั่นมักมีพลังเวทย์สูงสุดในคืนวันพระจันทร์เต็มดวง และวันก่อนและหลังคืนพระจันทร์เต็มดวงน่ะสิ ดังนั้นวันที่ 25 ก็ยังอันตรายอยู่ดี อลันพยักหน้ารับคำของมิดไนท์

 

            อ้อ เจ้าอย่าลืมไปบอกฮิเอ็นเรื่องนี้ด้วยล่ะ และอย่าลืมว่าเรื่องนี้ก็ต้องเป็นความลับระหว่างพวกเรา เข้าใจนะ มิดไนท์ถามพร้อมกับส่งแววตาดุดันมาทางอลัน อลันค้อมหัวลงอย่างเคารพ

 

            ได้ขอรับ แล้วพรุ่งนี้ข้าจะรีบไปเรียนให้ท่านฮิเอ็นทราบ อลันกล่าวยืนยัน มิดไนท์คลี่ยิ้มอย่างพึงพอใจ หางเรียวเล็กสีดำสนิทสะบัดอย่างรวดเร็ว สายลมพัดโบก แล้วร่างของมิดไนท์ก็เลือนหายไปจากสายตาของอลัน

 

..........

 

            แสงอาทิตย์ของเช้าวันใหม่ทอแสงสีทองเป็นประกาย เฟลมกับเหล่าตัวแทนทั้งสี่คนยังคงต้องฝึกซ้อมกันอย่างหนักเฉกเช่นทุกวัน แต่วันนี้นั้นแตกต่างไปจากทุกทีอยู่เล็กน้อย เพราะมีเหล่าเพื่อนๆมานั่งให้กำลังใจติดถึงขอบสนาม เมื่อไม่มีการสอบปลายภาคแล้ว ต่างคนต่างก็ว่างเต็มที่ คนที่ขี้เกียจไม่อยากจะออกไปเที่ยวไหนก็เลยลงมานั่งดูพวกของเฟลมซ้อมกันอย่างสนอกสนใจ

 

            ฝีมือการใช้ดาบของกาโอดีขึ้นมากเลยทีเดียว ทั้งๆที่เมื่อก่อนจับดาบยังไม่ค่อยจะเป็น แต่เดี๋ยวนี้กลับใช้ดาบได้อย่างคล่องแคล่ว ขนาดนีออนที่ไม่ชอบชมใครยังออกปากชมเลยว่าฝีมือของกาโอนั้นดีขึ้นมากจริงๆ

 

            ฝีมือของเฟลมเองก็ดีขึ้นมากเช่นกัน จากแต่ก่อนที่ใช้ดาบคู่ได้ไม่ค่อยคล่อง แต่ตอนนี้กลับใช้ได้อย่างคล่องแคล่ว เรียกได้ว่าฝีมือพัฒนาไปค่อนข้างมากทีเดียว

 

            การฝึกซ้อมในวันนี้เป็นการซ้อมการต่อสู้ หลินและเอียนได้สั่งให้เหล่าตัวแทนทั้งห้าคนจับฉลากเพื่อสู้กัน และเฟลมก็ได้สู้กับกาโอ

 

            ลินนะ เปมิน ทัสและสองแฝดก็มานั่งดูพวกของเฟลมซ้อมเช่นเดียวกับเพื่อนๆในชั้นปีหลายคนที่ไม่รู้จะทำอะไรในช่วงปิดเทอม ในใจก็ลุ้นไปด้วยว่ากาโอกับเฟลมใครจะเก่งดาบกว่ากัน ถึงแม้จะมั่นใจไปมากกว่าเก้าสิบเปอร์เซ็นต์แล้วก็เถอะว่าเฟลมเก่งกว่าแน่นอน

 

            เฟลมแกว่งดาบคู่ในมือไปมาอย่างรวดเร็ว ที่มือขวานั้นเป็นดาบมังกรเงินที่มีคมดาบยาว ส่วนที่มือซ้ายนั้นก็เป็นดาบที่ไปขอยืมมาจากเอียน เฟลมวาดดาบทั้งสองได้อย่างคล่องแคล่ว เสียงคมดาบแหวกตัดอากาศดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

            กาโอเอี้ยวตัวหลบคมดาบของเฟลมที่พุ่งเข้ามาได้อย่างรวดเร็ว แถมยังยกดาบขึ้นกันการโจมตีของเฟลมได้อย่างแม่นยำอีก ฝีมือเก่งขึ้นจนเห็นได้ชัดเลยทีเดียว

 

            เฟลมทิ้งดาบที่มือซ้ายลงกับพื้น และเปลี่ยนมากระชับดาบมังกรเงินในมือขวาให้แน่นแทน เมื่อมีดาบเดียวแล้วเฟลมก็รู้สึกว่าเคลื่อนไหวได้สะดวกกว่ากันเยอะ การเคลื่อนไหวของเฟลมพริ้วและค่อนข้างเร็ว

 

            เฟลมวาดดาบลงหวังฟันเข้าที่ไหล่ซ้ายของกาโอ กาโอสะบัดมือซ้ายไปด้านข้างลำตัว ปรากฏกำแพงน้ำแข็งสีฟ้าอ่อนขึ้นกันคมดาบมังกรเงิน กาโอถีบตัวถอยหลังออกมาเพื่อให้ตนเองพ้นจากรัศมีดาบของเฟลม จากนั้นก็สะบัดมืออย่างรวดเร็วพร้อมกับตะโกนก้อง

 

            ตราตรึง! ศัตรูข้า!” สิ้นเสียง ขาของเฟลมก็หยุดนิ่ง น้ำแข็งเริ่มก่อตัวและเกาะตรึงขาของเฟลมเอาไว้แน่น มันทำให้เฟลมไม่สามารถขยับไปไหนได้ เฟลมส่งเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอ อารมณ์ของเฟลมเริ่มคุกรุ่นอย่างไม่พอใจ

 

            เสร็จข้าละ กาโอประกาศชัยชนะพร้อมกับวิ่งเข้าใส่เฟลม เฟลมทำหน้าตาเหลอหลา จากนั้นก็เปลี่ยนมาเป็นแสยะยิ้ม มือขวายกมังกรเงินที่ติดไฟขึ้น

 

            อย่าลืมสิว่าน้ำแข็งน่ะแพ้ไฟ กล่าวจบ เฟลมก็วาดดาบเข้าใกล้น้ำแข็งที่เกาะขาของตน น้ำแข็งส่งเสียงลั่นเปรี๊ยะพร้อมกับแตกกระจายออก กาโอชะงักกึก เฟลมถีบเท้าทะยานตัวพุ่งเข้าหากาโอทันทีที่ได้รับอิสระ ดาบของสองหนุ่มปะทะกันส่งเสียงดังสนั่น กาโอรู้สึกว่าแขนของเขาสั่นน้อยๆเนื่องจากแรงปะทะจากเฟลมนั้นค่อนข้างหนักหน่วง

 

            เฟลมกระแทกร่างของกาโอออก จากนั้นก็กระทืบเท้าลงพื้นดังลั่น เปลวเพลิงพุ่งปะทุขึ้นมาจากพื้น ล้อมรอบตัวของกาโอไว้ไม่ให้ไปไหน

 

            ฝ่ายกาโอที่ติดอยู่ในคุกเพลิงของเฟลมก็ได้แต่เหงื่อตก จะสร้างกำแพงน้ำแข็งขึ้นก็ไม่ได้ เพราะพลังเวทย์ของกาโอนั้นสู้เฟลมไม่ได้ ถึงจะพยายามสร้างแค่ไหน อยู่ได้ไม่ถึงสิบวินาทีก็ละลายแล้ว

 

            แต่อยู่ๆคุกเพลิงของเฟลมก็ค่อยๆมอดลง กาโอกระชับดาบในมือแน่น นึกสงสัยว่าเจ้าเพื่อนตัวดีจะมาไม้ไหน เมื่อเพลิงทั้งหมดมอดดับกาโอก็รีบสร้างกำแพงน้ำแข็งขึ้นป้องกันตัวเองก่อนทันที

 

            ทันทีที่กำแพงน้ำแข็งเสร็จสมบูรณ์ ดาบเพลิงของเฟลมก็ปะทะเข้ากับกำแพงนั้นทันที กาโอถึงกับเหงื่อตกรอบสอง เพราะถ้าเขาสร้างกำแพงไม่ทันละก็ ดาบของเฟลมได้ลิ้มรสเลือดของเขาไปแล้ว

 

            เฟลมแสยะยิ้มอีกครั้ง ก่อนจะดีดนิ้วเรียวยาวของตน เปลวเพลิงปรากฏขึ้นห่อหุ้มกำแพงน้ำแข็งของกาโอ กำแพงน้ำแข็งส่งเสียงลั่นเปรี๊ยะเหมือนจะประท้วง จากนั้นกำแพงก็แตกกระจาย

 

            กาโอกระโดดหลบฉากออกมา มือซ้ายยกขึ้นสูงเหนือศีรษะ ริมฝีปากหนาขยับร่ายเวทย์เร็วรัว

 

            ลิ่มน้ำแข็ง! ทำลายล้าง!” กาโอตะโกน เฟลมที่ทำท่าจะพุ่งเข้าใส่กาโอกระโดดถอยออกมาทันทีที่ได้ยินเสียงร่ายเวทย์ เฟลมกวาดเท้าวาดวงกลมรอบกาย เปลวเพลิงสีแดงเข้มลุกโชนขึ้นและกลายเป็นบาร์เรียห่อหุ้มรอบกายของเฟลม

 

            ทันเวลาพอดี เมื่อบาร์เรียสร้างเสร็จ ลิ่มน้ำแข็งที่มีปลายแหลมน่ากลัวก็ร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้าเบื้องบนราวห่าฝน ลิ่มน้ำแข็งที่หล่นลงกระทบกับพื้นนั้นทำให้พื้นดินสั่นสะเทือน ผู้ที่ดูการต่อสู้ของทั้งคู่ต่างพากันถอยกรู ลิ่มน้ำแข็งทำให้บาร์เรียเพลิงของเฟลมเริ่มเสียหาย

 

            ปกปักษ์!” เสียงของเฟลมดังขึ้นและตามมาด้วยร่างของเฟลมที่ทะลึ่งพรวดออกมาจากบาร์เรียเพลิง ทั่วร่างของเฟลมนั้นมีไอสีแดงเพลิงลอยวนอยู่รอบๆ ลิ่มน้ำแข็งที่ตกลงมาละลายหายไปเมื่อต้องกับไอสีแดงนั้น กาโอตีสีหน้าตกใจ มือทั้งสองกระชับดาบในมือแน่นเตรียมปะทะ

 

            ดาบทั้งสองเล่มปะทะกันอีกครั้ง กาโอต้องยอมถอนเวทย์ลิ่มน้ำแข็งออก เพราะใช้ไปก็ไม่มีประโยชน์ในเมื่อคู่ต่อสู้อยู่ในระยะประชิดขนาดนี้ ขืนดื้อดึงใช้ต่อไป เขานั่นแหละที่จะพรุนเป็นคนแรก

 

            แรงของกาโอเริ่มตกลงเรื่อยๆทุกครั้งที่ดาบปะทะกัน ความเร็วค่อยๆหมดลงทีละน้อย แต่เรี่ยวแรงของเฟลมยังคงมีอยู่อย่างเหลือเฟือ

 

            ข้าชนะแล้วหละ เฟลมกล่าวประกาศชัยชนะเมื่อเห็นโอกาส ร่างกายของกาโอนั้นล้าจนแทบจะขยับไปไหนไม่ได้อยู่แล้ว แต่เจ้าตัวก็ยังคงดื้อสู้ต่อ เฟลมกวาดขาของตนเป็นแนวยาว กาโอกระโดดหลบ แต่แรงกระโดดของกาโอนั้นมีน้อยเกินไป ทำให้กระโดดได้ไม่พ้น ปลายเท้าของกาโอถูกขาของเฟลมขัดไว้ กาโอล้มหงายหลัง

 

            ร่างของกาโอล้มลงส่งเสียงตึงดังลั่น ดาบที่ยืมทัสมากลิ้งหลุดจากมือไปไกล กาโอพยายามใช้ศอกหยัดกายให้ลุกขึ้น แต่เฟลมก็เร็วกว่า ร่างของเฟลมหายไปและไปโผล่อยู่ด้านหน้าของกาโออย่างรวดเร็ว ดาบยาวมังกรเงินถูกวาดทาบที่ลำคอของกาโอ มือซ้ายมีลูกไฟปะทุอยู่ เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าเจ้าตัวนั้นเตรียมพร้อมโจมตีกลับเต็มที่เมื่อกาโอคิดจะโจมตีใส่

 

            ทั่วทั้งสนามนิ่งเงียบไปชั่วขณะ

 

            เก่งมากๆ หลินกล่าวทำลายความเงียบพร้อมกับปรบมือแสดงความยินดี เมื่อได้ยินดังนั้น ผู้ชมที่ยืนอยู่ทั่วบริเวณรอบลานกว้างก็เริ่มปรบมือตาม เฟลมเอื้อมมือไปดึงกาโอให้ลุกขึ้น จากนั้นทั้งคู่ก็ส่งโค้งงามๆไปให้เหล่าผู้ชม

 

            ข้าให้เวลาพักครึ่งชั่วโมง หลินกล่าวให้รางวัลแก่ทั้งคู่ เฟลมและกาโอก้มหัวทำความเคารพหลิน จากนั้นจึงเดินออกไปหากลุ่มเพื่อนของตนที่มานั่งรออยู่ด้านข้างลานกว้าง

 

            สุดยอดเลยเฟลม เจ้าเก่งสุดยอดเลย เสียงเพื่อนผู้หญิงร่วมชั้นปีคนหนึ่งพูดขึ้น

 

            กาโอก็เก่งนะ แต่วันนี้แค่ประมาทไปหน่อยก็เลยแพ้ต่างหาก เสียงเพื่อนผู้หญิงอีกคนหนึ่งพูดเสริม และตามมาด้วยเสียงอีกหลายเสียง สาวบางคนก็วิ่งเข้ามารุมทั้งคู่ไว้ เพราะมัวแต่ฝึกซ้อมเป็นบ้าเป็นหลัง เฟลมและกาโอจึงไม่เคยได้สังเกตตัวเองเลยว่ามีสาวๆทั้งชั้นปีเดียวกันและคนละชั้นปีติดตรึม ก็เก่งซะขนาดนั้น ไม่มีสาวหลงก็แปลกแล้ว

 

            สาวๆส่วนมากนั้นมักจะไปนัวเนียอยู่กับเฟลมมากกว่า เพราะรู้ว่ากาโอมีแฟนแล้ว แถมยังเป็นเจ้าหญิงจากเมืองเมไวย์น่าอีกต่างหาก เฟลมก็เลยได้รับเคราะห์ในการโดนผู้หญิงตามติดไปแทน

 

            ไงกาโอ ไม่เคยชนะเฟลมได้เลยนะ เปมินกล่าวแซวพร้อมกับเดินเบียดกายผ่านเหล่าสาวๆแฟนคลับทั้งหลายเข้าไปหากาโอ กาโอตีสีหน้าเศร้าก่อนจะออกอาการงอน

 

            แหม ก็ใช่สิ แฟนของเจ้ามันไม่มีอะไรดีซักอย่างเลยนี่ กาโอกล่าวอย่างงอนๆ ทำเอาเฟลมกับเปมินตีสีหน้าเหยเก ผู้ชายงอน เห็นแล้วตลกชะมัด

 

            แหม พูดแค่นี้ทำเป็นงอนไปได้ ผู้ชายอะไรขี้ใจน้อยชะมัด ว่าแล้ว เปมินก็สะบัดหน้าเดินหนีไป ปล่อยให้กาโอยืนงงอยู่คนเดียว แทนที่เขาจะเป็นฝ่ายงอนให้เปมินง้อ แต่เปมินกลับกลายเป็นฝ่ายงอนให้เขาง้อซะนี่ ไหงเป็นงั้นไปได้ก็ไม่รู้

 

            เปมินรอด้วย ข้าขอโทษ กาโอตะโกนเรียกเปมินพร้อมกับออกวิ่งตามสาวเจ้าไป

 

            ทีนี้ก็เหลือแค่เฟลมคนเดียวแล้วสิที่ยืนเป็นหุ่นนิ่งให้สาวๆแฟนคลับห้อมล้อมพร้อมกับหว่านเสน่ห์ใส่ เฟลมหันไปมองลินนะเป็นเชิงขอร้องให้ช่วย แต่ลินนะกลับหัวเราะเบาๆอย่างชอบอกชอบใจ ลินนะรู้สึกว่าหน้าตาของเฟลมเวลาทำอะไรไม่ถูกนี่น่ารักดีชะมัด

 

            เฟลมขยับยิ้มด้วยความเบื่อหน่ายอย่างสุดซึ้ง เขาไม่ชอบเลยที่จะต้องมายืนอยู่ท่ามกลางวงล้อมของคนนับสิบ มีนักฆ่าที่ไหนบ้างล่ะที่ชอบอยู่ท่ามกลางผู้คน

 

            เด็กอะไรไม่รู้ทั้งหล่อทั้งเก่ง น่าจับมาทำแฟนชะมัด เสียงแหลมๆเสียงหนึ่งดังลอดออกมา ทำเอาเฟลมขนลุกเกลียว

 

            นั่นสิ เสียงอีกเสียงหนึ่งดังสนับสนุนขึ้น เฟลมส่ายหน้าไปมาด้วยความเอือมระอา แทนที่จะท้วง ดันมีเสียงสนับสนุนซะนี่ เห็นแล้วปวดหัวจริงๆ

 

            นี่ เจ้ามีแฟนรึยังเฟลม หญิงสาวที่ดูท่าทางจะเป็นรุ่นพี่เอ่ยถาม หน้าของเฟลมขึ้นสีระเรื่อ

 

            ยังใช่ม้าเงียบไปแบบนี้น่ะ งั้นมาเป็นแฟนข้าเถอะนะ รุ่นพี่อีกคนกล่าวพร้อมกับดึงแขนของเฟลมไปแล้วทำท่าจะควง เฟลมหันกลับไปมองลินนะ สองแฝดและทัสอีกครั้งหนึ่ง และอุณภูมิของเฟลมก็เริ่มสูงขึ้นเรื่อยๆเมื่อเห็นว่าทุกคนมัวแต่ขำ ไม่มีใครคิดจะมาช่วยเขาเลยซักคน โดยเฉพาะลินนะ เห็นแฟนตัวเองโดนแทะโลมแบบนี้ยังยืนขำได้อีก มันน่านัก

 

            ขอโทษทีนะ ข้ามีแฟนแล้วล่ะ เฟลมประกาศออกมาโต้งๆ ดวงตาสีแดงเพลิงจ้องไปทางลินนะอย่างคาดโทษ ดวงตาของสาวๆแฟนคลับร่วมหลายสิบคู่หันไปมองลินนะเป็นตาเดียว ลินนะสะดุ้งโหยงก่อนจะส่งยิ้มแหยๆให้กับเฟลม ส่วนสองแฝดและทัสนั้นก็เผ่นหายไปตั้งแต่เฟลมมันหันมามองทางนี้แล้ว คงรู้แล้วล่ะว่าเฟลมคิดจะทำอะไร

 

            ไม่คิดจะช่วยกันเลยนะเจ้าตัวเล็ก เฟลมจัดการเปลี่ยนสรรพนามเรียกลินนะเสียเสร็จสรรพ จากนั้นก็เดินเบียดเหล่าสาวๆเข้าไปคว้าข้อมือลินนะทันที

 

            ขอคุยด้วยหน่อยสิ ว่าแล้ว ร่างบางของลินนะก็ถูกเฟลมกระชากให้ออกเดิน เหล่าสาวๆแฟนคลับส่งเสียงโอดครวญกันระงมเมื่อเห็นว่าเฟลมมีคนรักแล้ว แล้วร่างของทั้งคู่ก็หายลับไปจากสายตาในที่สุด

 

..........

 

            ภายในห้องพักหมายเลข 110 นั้นเงียบสงบ เฟลมดีดนิ้วจุดไฟในเตาผิงเพื่อเพิ่มความอบอุ่น ลินนะนั่งลงบนเตียงนุ่มสีขาวสะอาดของเฟลมพลางถูมือไปมา เด็กหนุ่มเดินหายไปในห้องครัวก่อนจะเดินกลับมาพร้อมน้ำอุ่นๆสองแก้ว เฟลมส่งน้ำให้ลินนะ ลินนะยิ้มรับ

 

            ขอบใจจ้ะ ลินนะยิ้มกว้าง เฟลมยิ้มรับก่อนจะถอนหายใจยาวเหมือนกำลังมีเรื่องหนักใจ ลินนะเอียงคอฉงน

 

            เป็นอะไรไปเหรอเฟลม มีเรื่องอะไรไม่สบายใจเหรอ ลินนะเอ่ยถามเสียงเป็นห่วง เฟลมหันมาแยกเขี้ยวให้เด็กสาว

 

            ข้ากำลังคิดหนักอยู่ว่าจะลงโทษเจ้ายังไงดี เมื่อกี้ไม่ช่วยข้าเลยนะ เฟลมว่าเสียงเจ้าเล่ห์ ลินนะขยับยิ้มแห้งๆ

 

            ก็แหม หน้าเจ้าตอนทำอะไรไม่ถูกมันน่ารักดีนี่นา ลินนะเอ่ยพลางหัวเราะเบาๆ เฟลมขยับยิ้ม แต่ไม่นานรอยยิ้มก็หายไป ดวงตาสีแดงเพลิงฉายรอยกังวล

 

            เป็นอะไรไปเฟลม ลินนะเอ่ยถามอีกครั้ง เฟลมหย่อนกายลงนั่งข้างเด็กสาว

 

            คือ... ข้ามีเรื่องไม่สบายใจนิดหน่อยน่ะเฟลมเอ่ยตอบพร้อมถอนหายใจอีกเฮือกใหญ่

 

            ที่บอกว่าจะขอคุยกับข้าก็คือเรื่องนี้สินะ

 

            อือ

 

            แล้วเจ้ากำลังไม่สบายใจเรื่องอะไรกันล่ะ ลินนะวางแก้วน้ำลงบนโต๊ะพลางหันหน้าไปหาเฟลม ดวงตาของเฟลมไหววูบเล็กน้อย

 

            ข้ากำลังกลัวว่าพวกเจ้าจะได้รับอันตรายเพราะพวกข้าน่ะสิ เฟลมเอ่ยตอบเสียงเบา ลินนะส่ายหน้าไม่เข้าใจ

 

            ข้าไม่เข้าใจสิ่งที่เจ้ากำลังพูดเฟลม เฟลมเงียบไปนิดก่อนจะเอ่ยปากพูดต่อ

 

            เจ้ารู้ใช่ไหมว่าใครก็ตามที่หันหลังให้กับโลกมืดน่ะจะต้องโดนเก็บทุกคน เฟลมถามเกริ่น ลินนะพยักหน้ารับ

 

            ไม่เห็นจะต้องไปกลัวเลยนี่นา เจ้ากับสองแฝดเก่งกันจะตาย พวกเจ้าไม่โดนเก็บง่ายๆหรอก ลินนะพูดให้กำลังใจพลางยิ้มหวาน เฟลมมองหน้าลินนะแล้วยิ้มแห้ง

 

            ข้าไม่ได้กลัวที่พวกข้าจะถูกตามเก็บ แต่ข้ากลัวที่พวกเจ้าจะต้องถูกตามเก็บไปด้วยต่างหาก เฟลมเว้นช่วงไปนิด

 

            ไม่ว่าใครก็ตามถ้าได้ข้องเกี่ยวกับคนของโลกมืดแล้ว คนๆนั้นไม่มีทางมีชีวิตรอดแน่นอน เสียงของเด็กหนุ่มต่ำลงเพราะความเครียด ลินนะเอื้อมมือเล็กๆของตนไปสัมผัสแก้มของเฟลมอย่างอ่อนโยน

 

            ไม่เห็นเป็นไรเลยนี่นา แต่เดิมพวกข้าก็ถูกโลกมืดเล็งไว้ตั้งแต่แรกแล้ว แถมตอนนี้พวกข้ายังมีเจ้าและนีโอกับนีออนอีก ไม่เห็นมีอะไรน่ากลัวเลย ลินนะกล่าว แต่เฟลมยังคงตีหน้าเครียด

 

            ไม่ต้องไปกลัวหรอกเฟลม ขนาดพวกข้ายังไม่กลัวเลย ตราบใดที่พวกข้ายังมีพวกเจ้าอยู่เคียงข้าง พวกข้าก็จะไม่มีวันกลัวโลกมืดอย่างเด็ดขาด ลินนะยิ้มหวาน เฟลมพยักหน้ารับ ก็จริงอย่างที่ลินนะว่า ขนาดพวกลินนะยังไม่กลัวที่โดนโลกมืดตามไล่ล่าเลย แล้วเขาจะกลัวไปทำไมกัน

 

            จริงอย่างที่เจ้าว่า ขอบใจมากนะลินนะ เฟลมเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม

 

            ไม่เป็นไรหรอก ว่าแต่ว่า เมื่อตอนนั้นเจ้าเรียกข้าว่าตัวเล็กใช่ไหม ทำไมถึงเรียกอย่างงั้นล่ะ พูดจบเฟลมก็ยิ้มกว้างด้วยท่าทางเจ้าเล่ห์ ลินนะยิ้มเจื่อน

 

            อยากรู้จริงเหรอ ลินนะพยักหน้าหงึกๆ

 

            ก็เมื่อวานตอนที่ข้าจูบเจ้า ข้ารู้สึกว่าเจ้าตัวเล็กน่าทะนุถนอมปกป้องดีก็เลยเรียกเจ้าว่าตัวเล็กซะเลย พอรู้สาเหตุที่เฟลมเรียกตนว่าเจ้าตัวเล็ก หน้าของลินนะก็ขึ้นสีแดงระเรื่อ เฟลมหัวเราะชอบใจเมื่อได้แกล้งลินนะ

 

            ตาบ้า พูดออกมาได้ไม่อายปากเลยนะ ลินนะพูดแก้เขิน เฟลมระเบิดหัวเราะร่วน ลินนะก้มหน้างุดด้วยความอาย

 

            ลินนะ ข้าเป็นคนของโลกมืดที่ถูกเลี้ยงดูมาเพื่อเป็นเครื่องจักรสังหารตามคำสั่งของมาสเตอร์เท่านั้น ข้าไม่เคยตัดสินใจทำอะไรเองเลย ดังนั้นข้าจึงไม่รู้ว่าสิ่งที่ข้าตัดสินใจไปนั้นมันจะถูกต้องรึเปล่า เฟลมว่าเสียงเบา ลินนะเงยหน้าขึ้นมามองเด็กหนุ่ม

 

ดังนั้น เจ้าช่วยอยู่เคียงข้างข้า เพื่อยืนยันว่าสิ่งที่ข้าตัดสินใจลงไปมันถูกต้องที่สุดแล้วทีนะ เฟลมโน้มตัวลงก่อนจะประทับริมฝีปากของตนลงบนริมฝีปากบางของลินนะ ลินนะจูบรับความรู้สึกของเฟลมด้วยความเต็มใจ เฟลมถอนริมฝีปากออกอย่างแช่มช้า

 

ข้าสัญญาเฟลม ข้าจะคอยอยู่เคียงข้างเจ้าเพื่อยืนยันว่าทางที่เจ้าเลือกเดินนั้นคือทางที่ถูกต้องแล้ว คำพูดของลินนะทำให้เฟลมรู้สึกใจชื้นขึ้นมามากทีเดียว เมื่อวานหลังจากตัดสินใจได้แล้วเฟลมก็ยังรู้สึกกังวลอยู่นิดหน่อย แต่ตอนนี้เขาไม่กังวลแล้ว เขาจะไม่คิดอะไรให้มากมายอีก

 

ก๊อกๆๆ

 

เฟลม อยู่รึเปล่า ไม่ทันที่เจ้าของห้องจะได้ตอบรับ ประตูไม้บานหนาก็ถูกผลักออกพร้อมกับร่างของเพื่อนซี้เจ้าของเรือนผมสีเขียวอ่อนที่โผล่หน้าเข้ามาภายในห้อง

 

มีอะไรเหรอกาโอ เฟลมเอ่ยถามอย่างสงสัย เวลาพักก็ยังไม่หมดซักหน่อย

 

ท่านอลันเรียกประชุมที่ห้องประชุมเล็กน่ะ ลินนะด้วยนะ กาโอกล่าว เฟลมกับลินนะมองหน้ากันอย่างงงๆ ประชุมอะไรอีกล่ะเนี่ย

 

ไปละ ข้าต้องไปตามพวกนีออนอีก กล่าวจบ กาโอก็วิ่งหายไปอย่างรวดเร็ว

 

ไปกันเถอะ เฟลมกล่าวพร้อมกับยื่นมือไปที่ด้านหน้าของลินนะ ลินนะมีท่าทีเขินอาย แต่ก็ยอมวางมือลงบนฝ่ามือของเฟลมแต่โดยดี เฟลมกุมมือเรียวเล็กของลินนะไว้ เด็กหนุ่มดีดนิ้วหนึ่งครั้ง เปลวเพลิงสีแดงเข้มปรากฏขึ้นก่อนจะมอดดับลงพร้อมกับร่างของทั้งสองที่หายลับไป

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,947 ความคิดเห็น

  1. #1832 I'm sone M.Seo >O< (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 27 มีนาคม 2555 / 23:12
    เจ้าตัวเล็ก >///<

    #1,832
    0
  2. #1725 lnwcool (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 3 เมษายน 2554 / 21:58
    ฮ่าๆๆจะสงสารดีมัยเนี่ยโดนผู้หญิงรุม^0^
    #1,725
    0
  3. #1598 T_T (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 14 เมษายน 2553 / 21:03
    เฟลมโชคร้ายอีกแล้ว
    #1,598
    0
  4. #1593 เฟเรียน่า (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 25 มีนาคม 2553 / 12:55
    เฟรมน่าร้ากกกกมากกกกเลยเจ้าค่ะ
    #1,593
    0
  5. #1529 BicoUe_Darkness (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2552 / 20:33
    OoOจูบอีกแล้วอ่ะ



    น่ารักจังเลย



    ส้ๆๆนะเฟรม
    #1,529
    0
  6. #1197 (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 20 เมษายน 2552 / 11:05
    หหหหหหหหิคคคคคคคคคคคคคคคสสะจพพพพพพพพจจจจจจจจะคสสสคิหลปบบ้ททลกันไข

    นนนน๖๖๖๖๑๐๐
    #1,197
    0
  7. #1066 พลอย (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 24 มีนาคม 2552 / 11:26
    ดีที่เฟรมมีความกังวลอะไรก็หาคนปรึกษาจะได้หายกังวล

    และเห็นด้วยกับความคิดเห็นที่ 1076
    #1,066
    0
  8. #1063 Dark_JOKER (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 24 มีนาคม 2552 / 09:59
    โอ้ว~กรี๊ดดดดด
    น่ารักดีจริงๆเจ้าค่ะ
    รักเฟรมและลินนะมากขึ้นเลยอ่า
    #1,063
    0