Flame นักรบเพลิงมายา (เปลวเพลิงมายา)

ตอนที่ 36 : มายาที่ 34 ตัดสินใจ <= [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,903
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    12 ส.ค. 51

 

มายาที่ 34

การตัดสินใจ

 

            อากาศยามเช้าวันใหม่ให้ความรู้สึกสดชื่นไม่น้อย หิมะที่ตกประปรายเมื่อคืนวานยอมหยุดลงได้เสียที อากาศวันนี้ดูอบอุ่นกว่าทุกวันที่ผ่านมา เสียงปักษาตัวน้อยร้องเพลงขับขานช่วยปลุกให้เด็กหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีแดงเพลิงตื่นขึ้นมาพร้อมความสดชื่น

 

            เด็กหนุ่มลุกขึ้นนั่งยืดตัวปิดขี้เกียจอย่างเกียจคร้าน จากนั้นก็ต่อด้วยหาวอีกวอดใหญ่ ดวงตาสีแดงเพลิงดูสดใสและเป็นประกายเมื่อต้องกับแสงอาทิตย์ นานแล้วที่ไม่ได้นอนตื่นสายแบบนี้ เพราะต้องไปฝึกช่วงเช้าทุกๆวัน เวลาตื่นปรกติของเฟลมจึงเป็นประมาณตีห้ากว่าๆ

 

            เมื่อวานหลังจากที่กาโอลองไปขอหลินหยุดพัก หลินก็อนุญาต ตัวแทนทั้งห้าจึงได้พักผ่อนตั้งหนึ่งวัน ถึงจะน้อย แต่ก็ได้พักบ้าง

 

            เฟลมยังไม่ได้เล่าเรื่องที่มิดไนท์พูดให้กับใครฟัง เรื่องที่มิดไนท์เล่าให้ฟังเมื่อวานทำให้เฟลมถึงกับคิดไม่ตก คิดยังไงก็คิดไม่ออกเสียทีว่าจะตัดสินใจอยู่ฝั่งไหนกันแน่ ใจหนึ่งก็ไม่อยากทรยศอนามัน แต่อีกใจหนึ่งก็ไม่ต้องการให้มหานครแห่งนี้ตกเป็นมหานครของปีศาจร้าย

 

            วันนี้เฟลมตัดสินใจแล้วว่าจะเล่าความจริงทั้งหมดให้สองแฝดและเพื่อนๆของเขาฟัง ถึงแม้จะยังมีความลังเลใจอยู่นิดหน่อย แต่เฟลมก็ตัดสินใจที่จะพูด

 

            เด็กหนุ่มหันดวงตาสีแดงเพลิงมองตรงไปยังนาฬิกาบนผนังห้อง แปดโมงตรงแล้ว มิน่าล่ะ แสงแดดถึงได้แรงนัก

 

            เฟลมหยัดกายลุกขึ้นจากเตียงอย่างเชื่องช้า ขาทั้งสองข้างก้าวเข้าห้องอาบน้ำอย่างไม่ค่อยเต็มใจซักเท่าไหร่ ถึงแม้ว่าวันนี้อากาศจะอบอุ่นกว่าทุกวัน แต่อากาศก็ยังหนาวอยู่ดี ขี้เกียจอาบน้ำจริงๆ

 

            หลังจากเฟลมจัดการชำระล้างร่างกายเสร็จเรียบร้อยแล้ว เวลาก็ล่วงเลยไปเป็นแปดโมงสิบห้านาที แต่เจ้าเพื่อนหนุ่มทั้งสองคนก็ยังคงหลับสนิท ไม่มีทีท่าว่าจะตื่นในเร็วๆนี้เลย เฟลมส่ายหน้าไปมาอย่างเอือมๆ ถ้าเจ้าสองตัวนี้ไปสายละก็ คงได้เดินตามง้อเปมินกับนีออนขาลากกันแหงมๆ เฟลมเคยเห็นตอนที่นีออนและเปมินงอนสองตัวนี้แล้ว กว่าจะคืนดีกันได้ เล่นให้ตามง้อเป็นวัน

 

            ตื่นได้แล้วกาโอ ทัส วันนี้เจ้านัดพวกผู้หญิงไว้ตอนเก้าโมงเช้าไม่ใช่เหรอ เฟลมเดินไปปลุกเพื่อนร่วมห้องทั้งสองที่ยังคงหลับเป็นตายอยู่บนเตียงนุ่ม เสียงลมหายใจของทั้งคู่สม่ำเสมอ เฟลมถอนหายใจยาว

 

            กาโอ ทัส ตื่นได้แล้ว แปดโมงสิบห้าแล้วนะ กาโอขยับตัวเล็กน้อย แต่ทัสยังคงนิ่งเงียบ ผู้เป็นนาฬิกาปลุกจำเป็นกลอกตามองเพดานอย่างปวดหัว

 

            กาโอ ข้ารู้นะว่าเจ้าตื่นแล้ว ลุกได้แล้ว เฟลมเอื้อมมือของตนไปดึงผ้าห่มของเพื่อนหนุ่มออก กาโอดึงกลับก่อนจะซุกตัวลงไปใต้ผ้าห่มผืนหนา

 

            จะตื่นดีๆหรือจะให้ข้าใช้กำลังปลุก เฟลมกล่าวขู่เสียงลอดไรฟัน กาโอกระเด้งตัวลุกขึ้นอย่างเสียไม่ได้ก่อนจะหันมายิ้มเจื่อนๆให้กับเฟลม เขาเคยโดนเฟลมปลุกโดยใช้กำลังมาแล้ว และเขาก็ไม่อยากจะโดนอีก วิธีปลุกมีตั้งเยอะไม่ใช้ ดันใช้วิธีจุดไฟเผาที่นอน เจริญจริงๆ

 

            ปลุกทำไมแต่เช้าล่ะ เปมินนัดตอนเก้าโมงที่โรงอาหารไม่ใช่เหรอ กาโอบ่นอุบ มือหนายกขึ้นสางเส้นผมสีเขียวอ่อนที่พันกันยุ่งเหยิงอยู่บนหัวอย่างรำคาญใจ

 

            แล้วเจ้าจะไม่อาบน้ำรึไง เฟลมถามกลับเรียบๆ

 

            ก็ได้ๆ ลุกก็ได้ กาโอตอบกลับเสียงไม่เต็มใจนัก แต่เขาก็ยอมลุกไปอาบน้ำแต่โดยดี ปัญหาเรื่องเวลาไม่ได้อยู่ที่กาโอ แต่อยู่ที่เจ้าองครักษ์ตัวแสบต่างหาก อาบน้ำทีเกือบชั่วโมง ไม่รู้เข้าไปทำอะไร

 

            หลังจากที่กาโอเดินหายเข้าไปในห้องน้ำแล้ว เฟลมก็หันกลับมามองตัวเจ้าปัญหาตรงหน้าต่อ ในสมองนึกคิดวิธีปลุกไปต่างๆนานา เจ้าตัวนี้น่ะตื่นยากชะมัด คราวก่อนขนาดเอาไฟลนยังไม่ยอมตื่นง่ายๆ กว่าจะตื่นก็เล่นเอาเตียงไหม้ไปทั้งหลัง น่าปวดหัวจริงๆ

 

            ทัส ตื่นได้แล้ว เฟลมกล่าวพลางเอื้อมมือไปดึงผ้าห่มออกจากร่างของเด็กหนุ่ม ทัสครางเสียงต่ำก่อนจะยกขาขึ้นถีบเฟลมเสียเต็มรัก เล่นเอาเฟลมจุกไปเลย

 

            ทัส ตื่นเดี๋ยวนี้นะ!” เฟลมตวาดเสียงดัง ทัสพลิกกายหนีแล้วส่งเสียงกรนต่อ เส้นเลือดในสมองของเฟลมเริ่มเต้นตุ้บๆ บรรยากาศรอบกายเริ่มส่อเค้ามาคุ

 

            โวยวายอะไรกันน่ะเสียงดังเชียว มิดไนท์ที่เพิ่งกระโดดเข้ามาในห้องพักทางหน้าต่างถามอย่างฉงน ส่งเสียงดังเอะอะโวยวายกันตั้งแต่เช้า ไม่มีอะไรที่สร้างสรรค์กว่านี้ทำแล้วหรือไงนะ

 

            อ้าวมิดไนท์ คือพอดีว่าเจ้าทัสมันไม่ยอมตื่นน่ะ เฟลมเอ่ยเสียงเอือมระอา มิดไนท์พยักหน้าหงึกๆ

 

            เดี๋ยวข้าจัดการเอง มิดไนท์กล่าวอาสา ไม่ใช่อยากช่วยปลุก แต่มิดไนท์ไม่อยากเห็นเฟลมทำอะไรแปลกๆอย่างเช่นเผาห้องนี้ให้กลายเป็นจุณไปต่างหาก คราวที่แล้วก็เล่นเผาเตียงซะไหม้ทั้งหลัง แถมยังไม่มีใครว่าอะไรอีก ตอนเย็นหลินก็เอาเตียงใหม่มาเปลี่ยนให้ โรงเรียนนี้มันบ้าๆบอๆยังไงไม่รู้

 

            มิดไนท์สะบัดหางเรียวเล็กของตนครั้งหนึ่ง เกิดสายลมพัดโบก สายลมนั้นหอบยกร่างของทัสที่อยู่บนเตียงขึ้นสูง มิดไนท์สะบัดหางอีกทีหนึ่ง สายลมที่รองรับร่างของทัสก็หายไป ร่างของทัสหล่นลงปะทะกับพื้นส่งเสียงโครมดังลั่น

 

            แอ้ก!” ทัสส่งเสียงร้องคล้ายกบโดนเหยียบพลางกระเด้งตัวลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว ในหัวรู้สึกมึนงงไปหมด เขาจำได้ว่าเขานอนอยู่บนเตียง แล้วไหงตกลงมานอนอยู่บนพื้นได้ล่ะเนี่ย

 

            ตื่นแล้วสินะ เฟลมเดินเข้าไปส่งรอยยิ้มเย็นๆให้กับองครักษ์จอมงี่เง่า ดวงตาสีน้ำเงินเข้มยังคงลืมไม่เต็มที่

 

            งืม ข้าลงมานอนอยู่บนพื้นได้ไงเนี่ย ทัสส่งคำถามเสียงยาวยาน มิดไนท์กับเฟลมมองหน้ากันอย่างระอา ไอ้นี่มันขี้เซาขนานแท้ ไม่รู้ตัวเลยว่าใครทำอะไรกับตัวเองตอนหลับไว้บ้าง ถ้าไปสนามรบจริงคงตายก่อนใครเพื่อนเป็นแน่

 

            ไม่ต้องถามมาก ไปเตรียมตัวอาบน้ำได้แล้ว นี่มันแปดโมงจะครึ่งแล้วนะ เฟลมกล่าวสั่งก่อนจะเดินไปเก็บที่นอนของตนต่อ ทัสพยักหน้ารับด้วยท่าทีงัวเงีย แล้วดวงตาสีน้ำเงินเข้มก็ค่อยๆปรือลง และปิดสนิทในที่สุด

 

..........

 

            เสียงฝีเท้าที่ดังขึ้นตามระเบียงทางเดินนั้นบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าผู้ที่เป็นเจ้าของเสียงฝีเท้ากำลังเร่งรีบ แปดโมงกับอีกห้าสิบแปดนาที ถ้าไม่รีบล่ะก็ ได้โดนพวกผู้หญิงงอนกันอีกแน่

 

            มิดไนท์ที่เกาะอยู่บนไหล่ขวาของเฟลมนั้นถึงกับปวดหัวอย่างหนัก นึกสงสารเฟลมว่ามันทนอยู่กับเจ้าองครักษ์จอมงี่เง่านั่นได้ยังไงตั้งหลายเดือน

 

            คราวจริงแล้วความผิดทั้งหมดก็ต้องยกให้ทัสมันคนเดียว กาโอนั้นอาบน้ำเสร็จภายในสิบนาที แต่เจ้าองครักษ์ตัวดีนี่สิมันดันไม่ยอมตื่น กว่าจะงัดมันเข้าห้องน้ำได้ก็ปาเข้าไปแปดโมงสี่สิบนาที แถมมันดันเข้าไปหลับในห้องน้ำต่ออีก ผลเลยออกมาเป็บแบบนี้ ได้วิ่งออกกำลังกายกันแต่เช้า

 

            เมื่อเข้าไปถึงโรงอาหาร เฟลมก็สังเกตเห็นว่าพวกผู้หญิงทั้งสามคนนั้นมารอพวกตนอยู่เรียบร้อยแล้ว นีโอเองก็อยู่ด้วย นีออนกำลังนั่งมองนาฬิกาพกด้วยอารมณ์ที่ไม่ค่อยดีนักเท่าไหร่นัก คิ้วข้างขวากระตุกอย่างหงุดหงิด เมื่อดวงตาสีนิลเหลือบเห็นทัส เสียงหวานใสก็เริ่มต้นแหวในทันที

            สายไปหนึ่งนาที นีออนเกริ่นด้วยเสียงเรียบๆ

 

            ทัสมันสายนะ ไม่ใช่พวกข้า เฟลมและกาโอตอบพลางชี้ไปทางทัสอย่างพร้อมเพรียง ราวกับฝาแฝดก็ไม่ปาน

 

            เอาน่าๆ สายแค่นาทีสองนาทีเองไม่เป็นไรหรอก มากินข้าวกันเหอะนะ ลินนะไกล่เกลี่ย ซึ่งเฟลมเองก็เห็นด้วยกับลินนะอย่างยิ่งเพราะเหล่าพยาธิในห้องของเฟลมเริ่มส่งเสียงประท้วงกันแล้ว

 

            แล้วจะมาคิดบัญชีกับเจ้าทีหลัง นีออนกล่าวหนี้ ทัสหัวเราะเหะๆอย่างเสียวไส้ สงสัยหลังอาหารได้มีการฆ่าหั่นศพกันอีกแล้วแน่

 

            มื้ออาหารเช้าของวันนี้เต็มไปด้วยความสนุกสนานและความปวดหัวอีกเล็กน้อยเหมือนเช่นเคย กาโอ เปมิน ลินนะ และทัสต่างพากันเล่าเรื่องงานเทศกาลที่พวกตนเคยไปมาในแต่ละปีอย่างสนุกสนาน ทัสมักจะกล่าวแขวะนีออนอยู่เป็นประจำเรื่องที่เธอไม่เคยไปงานเทศกาล และนั่นแหละที่ทำให้เกิดสงครามเล็กๆบนโต๊ะอาหารขึ้น

 

            เมื่อมื้ออาหารเสร็จสิ้น เวลาก็เลยผ่านมาจนเกือบถึงสิบโมงเช้า โรงเรียนในวันนี้ค่อนข้างเงียบสงบ เพราะในเมืองมีงานเทศกาล นักเรียนส่วนมากจึงออกไปเที่ยวกัน แถมปิดเทอมยังไม่มีการบ้านอีก ช่างเป็นเวลาที่แสนจะสำราญจริงๆ

 

            หลังจากเก็บของและเตรียมตัวกันเรียบร้อยแล้ว ทั้งหมดก็เริ่มออกเดินทางสู่งานเทศกาลทันที ระหว่างทางเดิน เฟลมได้ดึงสองแฝดให้มาคุยกับตนด้วย เฟลมเล่าเรื่องทั้งหมดที่เขารู้มาจากมิดไนท์ให้สองแฝดฟัง เมื่อฟังจบ เฟลมก็รู้สึกว่าทั้งสองมีสีหน้าที่ลังเลมากเลยทีเดียว

 

            มาสเตอร์เล่นแรงเกินไปแล้วนะ ข้าไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขาจะทำการปลุกชีพจอมปีศาจ นีออนบ่นเสียงหวาดๆ นีโอถึงกับขนลุกชัน

 

            พวกเจ้าอย่าเพิ่งไปบอกเรื่องนี้ให้เจ้าสี่คนนั้นรู้ล่ะ มิดไนท์เอ่ยขอร้อง สองแฝดพยักหน้ารับคำ

 

            แล้วเจ้าตัดสินใจหรือยังเฟลม ว่าจะอยู่ฝ่ายเดียวกับมาสเตอร์ หรือว่าจะอยู่ฝ่ายเดียวกับมหานคร นีโอเอ่ยถาม เฟลมส่ายหน้าน้อยๆเป็นคำตอบ เขาเองก็ยังไม่รู้เหมือนกัน ในใจมีแต่ความลังเลเต็มไปหมด 

 

            แล้วพวกเจ้าล่ะ เฟลมถามกลับ สองแฝดสะอึกไปเล็กน้อยก่อนจะงุ้มหน้าลง ความลังเลใจของพวกเขามีมากกว่าความมั่นใจหลายเท่านัก

 

            ข้าให้เวลาพวกเจ้าคิดถึงวันที่ 24 นี้นะ ตัดสินใจได้ว่ายังไงก็มาบอกข้า หวังว่าความคิดของพวกเราคงจะเหมือนกันนะ เฟลมกล่าวทิ้งท้ายก่อนจะเดินแซงหน้าสองแฝดไปหาพวกของลินนะที่เดินนำไปได้ไม่ไกลนัก มิดไนท์มองทั้งคู่ด้วยสายตาเชื่อมั่น นีโอกับนีออนมองหน้ากันอย่างวิตก

 

            หลังจากที่เดินคุยกันมาได้ซักพัก ทั้งเจ็ดก็มาถึงวงแหวนกลางเมืองเอราเดส ร้านรวงตั้งกันเต็มสองข้างทาง ถนนทางเดินถูกปกคลุมด้วยหิมะสีขาวสะอาด บ้านเรือนแต่ละหลังถูกประดับประดาด้วยธงหลากหลายสีสันและของประดับมากมาย พ่อค้าแม่ค้าส่งเสียงร้องเรียกลูกค้ากันอย่างไม่เกรงใจใคร วงแหวนกลางเมืองถูกเนรมิตให้กลายเป็นสถานที่จัดงานเทศกาลที่แสนสวยงาม ถึงแม้ว่าตอนนี้จะยังมีร้านรวงไม่เต็มที่ก็เถอะ

 

            ว้าว นี่น่ะเหรอสิ่งที่เค้าเรียกกันว่างานเทศกาลน่ะ นีออนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ดวงตาสีนิลของเธอเป็นประกายเมื่อเห็นแววความสนุก ทัสแอบหัวเราะน้อยๆ นีออนในตอนนี้น่ะน่ารักจริงๆ

 

            เสียงเพลงของงานเทศกาลที่เปิดคลอเบาๆนั้นพาให้ทุกคนรู้สึกผ่อนคลาย มิดไนท์สูดลมหายใจเข้าปอดลึกเพื่อสูดอากาศบริสุทธิ์ กลิ่นของหิมะให้ความรู้สึกสบายจริงๆ

 

            เฟลม ข้าขอไปเดินเล่นตามลำพังละกันนะ ไม่อยากเดินกับพวกเจ้าซักเท่าไหร่ อยู่ด้วยแล้วปวดหัว มิดไนท์กล่าว ยังไม่ทันที่จะได้รับคำตอบจากเฟลม ร่างเล็กของเจ้าแมวดำคู่หูก็หายลับไป

 

            เปมิน ไปเดินกับข้านะ กาโอกระซิบข้างหูชวนเปมิน เปมินพยักหน้าน้อยๆ แต่นั่นก็ไม่อาจรอดพ้นไปจากสายตาของนีออนได้อยู่ดี

 

            แหมๆ หวานกันจังนะ นีออนกล่าวแซว หน้าของเปมินเริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อ

 

            อย่าไปแซวเขาเลย เจ้าก็มากับข้าดีกว่า นีโอ ข้าขอยืมตัวน้องสาวเจ้าหน่อยนะ แล้วเจอกันตอนสี่โมงเย็นที่นี่นะ ไม่รอช้า พอจบประโยค มือหนาก็คว้าหมับเข้าที่ข้อมือบางแล้วพาเจ้าของร่างวิ่งหายไปในตรอกทันที เพื่อนๆพากันหัวเราะเสียยกใหญ่

 

            เชื่อไหม ทัสมันจะต้องกลับมาพร้อมกับรอยแผลที่โดนนีออนไล่ประทุษร้ายแน่นอน นีโอกล่าวเสียงติดตลก เพื่อนแต่ละคนต่างพยักหน้าเห็นด้วย ทัสมันกล้ามากจริงๆที่ฉุดนีออนไปแบบนั้น แล้วไม่นาน เพื่อนๆทุกคนก็ได้ยินเสียงร้องโหยหวนของทัส คงโดนเข้าไปแล้วแหงๆ

 

            งั้นข้าไปบ้างดีกว่า ไปนะ กาโอกล่าวพร้อมกับลากตัวแฟนสาวหายไป สุดท้าย ก็เหลือกันอยู่แค่สามคนเท่านั้น

 

            งั้นพวกเราไปเดินเล่นพร้อมกันสามคนดีกว่านะ คนมีคู่เค้าก็ไปกันหมดแล้ว ลินนะเอ่ยพลางยิ้มกว้าง แต่นีโอกลับส่ายหน้าปฏิเสธ

 

            ไม่ล่ะ นานๆจะได้ออกมานอกโรงเรียนซักที ข้าไปหาข่าวที่ร้านขายหนังสือ มงมง ดีกว่า นีโอกล่าวด้วยความกระตือรือร้น แต่มันก็ควรจะเป็นอย่างนั้นอยู่แล้วล่ะ นักข่าวที่ไหนชอบให้ถูกจำกัดข่าวสารบ้างล่ะ อยู่ในโรงเรียนนั่นก็เหมือนกับถูกกักอยู่ในกรง ข่าวสารไม่ค่อยจะได้อัพเดตซักเท่าไหร่ พอมีโอกาสก็ขอซักหน่อยก็แล้วกัน

 

            เอางั้นก็ได้ แล้วเจอกันที่วงแหวนตอนสี่โมงเย็นนะ เฟลมกล่าวนัดเวลานีโอ นีโอพยักหน้ารับ สายลมพัดโบกแผ่วเบา แล้วร่างของเด็กหนุ่มก็เลือนหายไปพร้อมกับสายลม

 

            เอาละสิ ทีนี้ก็เหลือแค่เฟลมกับลินนะแค่สองคนแล้ว

 

            เอ่อ งั้นเราก็ต้องไปเดินเที่ยวงานกันสองคนน่ะสิ ลินนะถาม เฟลมพยักหน้าหงึกๆ ในหัวแอบสงสัยเล็กน้อยว่าจะถามทำไม มันก็เห็นๆกันอยู่แล้วว่าเหลือกันสองคน

 

            งั้นข้าให้เจ้านำเที่ยวก็แล้วกันเพราะข้าไม่เคยมาเที่ยวงานเทศกาลเลยซักครั้ง เฟลมกล่าวเสียงคล้ายขอร้อง ลินนะพยักหน้ารับคำ แล้วทั้งคู่ก็เดินกันไปตามทางเดิน

 

            ดวงตาสีทองอร่ามของเจ้าแมวดำจ้องมองไปยังทั้งคู่อย่างพอใจ เขาต้องขอบคุณลินนะเป็นอย่างมาก ลินนะทำให้ความเยือกเย็นที่อยู่ในใจเฟลมละลายลง ถ้าเฟลมไม่ได้เจอลินนะ เฟลมคงลงมือฆ่าเหล่าองค์รัชทายาททั้งห้าได้อย่างไม่ลังเลแน่นอน แต่ลินนะทำให้เฟลมลังเลที่จะฆ่าคน มิดไนท์ขยับรอยยิ้ม สายลมไหววูบ ร่างเล็กหายลับไปพร้อมกับกระแสลมบริสุทธิ์

 

..........

 

            เจ้ามีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าเฟลม เห็นทำหน้าตาไม่ค่อยสบายใจตั้งแต่เมื่อเช้าแล้ว ลินนะเอ่ยทักขณะที่ทั้งคู่เดินกันมาได้พักหนึ่ง เฟลมหันมามองหน้าลินนะอย่างแปลกใจเล็กน้อย เขาไม่นึกเลยว่าลินนะจะดูออกว่าเขากำลังไม่สบายใจ ใช่ เขากำลังไม่สบายใจอยู่จริงๆนั่นแหละ

 

            มีเรื่องที่ข้าต้องตัดสินใจน่ะ แต่ข้าก็ยังไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่นักว่าจะตัดสินใจยังไงดี เฟลมกล่าวด้วยเสียงแผ่วเบา ดวงตาสีแดงเพลิงสบกับดวงตาสีน้ำตาลอ่อน

 

            สายลมยามฤดูหนาวพัดผ่าน ความหนาวที่ถูกสายลมหอบนำมาทำให้ลินนะต้องคู้กายลงเพราะความหนาว ถึงแม้จะมีเสื้อคลุม แต่ความหนาวก็ยังลอดผ่านมาได้อยู่ดี

 

            เส้นผมสีน้ำตาลอ่อนปลิวไสวตามแรงของลมที่พัดผ่าน ลินนะรวมผมของเธอด้วยมือที่เรียวเล็ก ปรกติเธอจะมัดผมไว้ แต่เพราะวันนี้เธอออกมาเที่ยว ลินนะจึงปล่อยผมให้ระเอวบาง สายตาของเฟลมมองค้างอยู่ที่ลินนะอยู่นาน แล้วจู่ๆหน้าก็ดันแดงขึ้นมา

 

            ... อีกแล้ว ความรู้สึกแบบนี้ ...

 

            เฟลมสะบัดหัวไปมาเพื่อไล่ความรู้สึกแปลกๆ แต่มันก็ไม่มีประโยชน์อะไร หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นแรงขึ้นมาอีกต่างหาก เส้นผมสีแดงเพลิงของเฟลมสะบัดไปตามแรงเหวี่ยง ดูท่ามันจะยาวขึ้นเยอะด้วย เพราะจากเดิมที่เคยยาวระต้นคอ ตอนนี้มันเริ่มเลยบ่าหนาของเฟลมแล้ว

 

            เป็นอะไรหรือเปล่า ลินนะเอ่ยถามเสียงหวาน แล้วดวงตาสีน้ำตาลก็เหลือบไปเห็นร้านขายอุปกรณ์ทำผมที่อยู่เบื้องหลังเฟลม ลินนะยิ้มน้อยๆพลางดึงเฟลมให้เดินไปที่ร้านนั้น

 

            รับอะไรดีจ๊ะสาวน้อย เสียงของคุณป้าเจ้าของร้านนั้นให้ความรู้สึกอบอุ่นมากเลยทีเดียว เฟลมหันหน้ามองลินนะสลับกับอุปกรณ์ทำผมที่วางอยู่บนโต๊ะอย่างสงสัย หรือว่าลินนะอยากได้ที่รัดผมอันใหม่กัน

 

            ข้าขออันนี้จ้ะป้า ลินนะเอ่ยเสียงหวาน มือบางเอื้อมไปหยิบที่รัดผมสีทองที่วางอยู่บนโต๊ะ ผ้าที่ใช้ทำนั้นเป็นผ้าเนื้อดีเลยทีเดียว แต่เฟลมก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าลินนะจะอยากได้ที่รัดผมอันใหม่ไปทำไม เพราะที่รัดผมของลินนะนั้นยังคงสวยอยู่ทุกเส้น

 

            อันนี้ป้าขายเป็นคู่จ้ะ คู่ละหกสิบจี คุณป้าเจ้าของร้านกล่าว ลินนะมีทีท่าลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่ท้ายที่สุดลินนะก็พยักหน้ารับ

 

            งั้นข้าเอาคู่นึงจ้ะป้า ลินนะเอ่ยพลางยิ้มหวาน คุณป้าเจ้าของร้านยิ้มรับพลางหยิบที่รัดผมสีทองคู่นั้นใส่ถุงเล็กๆส่งให้ลินนะ ลินนะล้วงมือลงไปในกระเป๋าเพื่อจะหยิบเงินจ่าย แต่เฟลมกลับไวกว่า

 

            นี่ขอรับหกสิบจี เฟลมจัดการจ่ายเงินให้ป้าเจ้าของร้านเสร็จสรรพ คุณป้ารับเงินมาจากเฟลมพลางยิ้มอย่างมีเลศนัย

 

            แฟนเจ้าน่ารักดีนะแม่หนูน้อย ป้าเจ้าของร้านเอ่ยแซว เล่นเอาเฟลมและลินนะหน้าแดงเถือกเป็นลูกตำลึงสุกไปทั้งคู่

 

            เอ่อ ไม่ใช่หรอกขอรับ พวกเราแต่เป็นเพื่อนกันเฉยๆ เฟลมกล่าวแก้ตัว แต่ป้าแกก็ยังไม่ยอมหุบยิ้ม

 

            แหม แน่ใจเหรอจ๊ะว่าแค่เพื่อน เอาเป็นว่าขอให้รู้ความรู้สึกของตัวเองในเร็วๆนี้ก็แล้วกันนะจ๊ะพ่อหนุ่ม กล่าวจบ คุณป้าแกก็หันไปขายของให้กับลูกค้าคนอื่นต่อ เฟลมกับลินนะหันมามองหน้ากันอย่างงงๆ แต่พอดวงตาสองคู่สบกัน ต่างคนต่างก็หน้าแดง หน้าของเฟลมร้อนผะผ่าว

 

            เอ่อ เราไปนั่งเล่นกันที่สวนหลังงานเทศกาลกันดีไหม ลินนะเสนอความคิดเห็น เฟลมก็ได้แต่พยักหน้าเออออไปด้วยเพราะไม่รู้ว่างานเทศกาลนั้นมีอะไรบ้าง       

 

            ไปก็ได้ เฟลมกล่าวตอบ เสียงของคุณป้าเจ้าของร้านยังคงดังก้องอยู่ในหัว ที่ว่าความรู้สึกของตนเองน่ะมันคืออะไรกันแน่นะ หรือว่า ...

 

..........

 

            สวนหลังงานเทศกาลนั้นค่อนข้างเงียบสงบ คงเป็นเพราะผู้คนต่างก็กำลังเดินชมงานกันอย่างสนุกสนาน สวนแห่งนี้จึงไม่มีคนอยู่เลย จะมีก็แต่เฟลมกับลินนะเท่านั้น

 

            ต้นไม้สูงที่เคยมีใบสีเขียวขจีถูกหิมะปกคลุมจนมีแต่สีขาวโพลน หญ้าที่เท้าก็เช่นเดียวกัน หิมะสีขาวสะท้อนรับกับแสงของดวงอาทิตย์เป็นประกายสวยราวอัญมณีล้ำค่า และแม่น้ำด้านหลังเมืองก็ได้กลายเป็นพื้นน้ำแข็งไปเรียบร้อยแล้ว

 

            สวยจังเลยเนอะ ลินนะเอ่ยขึ้น ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนมองทอดไปยังพื้นน้ำแข็งเบื้องหน้า เฟลมส่งเสียงต่ำในคอเพื่อตอบรับ มือหนาทัดเส้นผมสีแดงเพลิงที่ข้างใบหูอย่างรำคาญใจ สงสัยว่าจะต้องตัดบ้างแล้วมั้ง เริ่มยาวรุงรังแล้ว

 

            เอ้อจริงสิ ลินนะเอ่ยเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ มือบางเปิดถุงใส่ที่รัดผมอันเล็กๆออกอย่างรีบร้อน เฟลมมองตามลินนะอย่างไม่เข้าใจเท่าไหร่นัก

 

            มา เดี๋ยวข้ารัดผมให้ ลินนะกล่าวพลางเดินอ้อมไปทางด้านหลังของเฟลม เฟลมตะลึงไปเล็กน้อย

 

            หา เจ้าว่าไงนะ เฟลมถามทวนอย่างไม่ค่อยจะเชื่อหู ลินนะแบมือโชว์ที่รัดผมสีทองให้เฟลมดู มันคือที่รัดผมที่ซื้อมาเมื่อกี้นี้

 

            ข้าเห็นว่าผมเจ้ายาวแล้วก็เลยตั้งใจว่าจะซื้อมารัดให้น่ะ แต่เจ้าดันจ่ายตังค์ก่อนซะนี่ ลินนะเอ่ยเสียงเหมือนจะงอน แต่รอยยิ้มยังคงประดับไว้บนใบหน้า

 

            รัดไม่ได้หรอก ถ้ารัดแล้วมันจะเห็นต่างหู เฟลมกล่าว ถึงแม้จะรำคาญผมขนาดไหนเฟลมก็ไม่เคยรัดผมซักที สาเหตุที่เฟลมไม่รัดผมก็เพราะแบบนี้นั่นแหละ

 

            ไม่เห็นเป็นไรเลย เดี๋ยวข้าทำให้ ลินนะว่าพร้อมกับเดินเข้าไปรัดผมให้เฟลม แต่ลินนะก็ต้องเขย่งเล็กน้อยและเฟลมก็ต้องก้มตัวลงบ้างเพราะลินนะสูงแค่ระดับสายตาของเฟลมเท่านั้น มือบางทำการรัดผมให้เฟลมอย่างตั้งใจ เฟลมเผยรอยยิ้มน้อยๆ รู้สึกดีใจเหมือนกันแฮะ

 

            เห็นไหม มันเห็นต่างหู เฟลมว่าพร้อมกับชี้ไปที่ต่างหูสีเงินบริสุทธิ์ ลินนะยิ้มให้เฟลมอย่างมีเลศนัย มือบางเอื้อมไปหยิบมีดสั้นข้างเอวที่เฟลมมักพกติดตัวไว้เสมอ ลินนะลงมือซอยผมข้างหูให้เฟลมอย่างตั้งอกตั้งใจ

 

            เฮ้ย!” เฟลมร้องเสียงหลงด้วยความงงงวยอย่างสุดขีด ลินนะได้แต่หัวเราะน้อยๆอย่างพอใจ ไม่นานนัก ผมข้างหูของเฟลมก็ถูกซอยให้สั้นจนลงมาปิดต่างหูได้ แต่ผมด้านหลังก็ยังยาวอยู่เหมือนเดิม

 

            เป็นไงฝีมือข้า เก่งใช่ม้า ลินนะกล่าวอวดฝีมือของตนเอง เฟลมยิ้มกว้างอย่างมีความสุข เขารู้สึกมีความสุขเมื่อได้เห็นรอยยิ้มของลินนะ ตอนนี้เขารู้แล้วว่าสิ่งที่คุณป้าเจ้าของร้านพูดคืออะไร

 

            ส่วนอีกเส้นข้าขอนะ ลินนะกล่าวพร้อมกับลงมือรัดผมที่ยาวระเอวบางของตนด้วยที่รัดผมสีทองที่เหมือนกับของเฟลม ลินนะฮัมเพลงอย่างมีความสุข

 

            มือหนาของเฟลมเอื้อมไปจับเอวลินนะแล้วดึงให้เข้ามาใกล้ตน ลินนะมีสีหน้าตกใจเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร เฟลมจ้องมองดวงตาสีน้ำตาลอ่อนของลินนะอยู่นานสองนาน แล้ววงแขนของเฟลมก็คลายออก ลินนะเอียงคอมองเฟลมอย่างสงสัย

 

            ลินนะ จำได้ไหมที่ข้าบอกว่าข้ามีเรื่องต้องตัดสินใจ เฟลมเกริ่น ลินนะพยักหน้ารับเบาๆ

 

            ข้าไม่ได้เข้ามาในโรงเรียนไดมอนเพื่อเรียนหนังสือหรอกนะ แต่ข้าเข้ามาทำภารกิจอย่างหนึ่ง ลินนะมองหน้าเฟลมอย่างครุ่นคิด ร้อยวันพันปีไม่เห็นเฟลมจะเคยพูดเรื่องภารกิจต่อหน้าเธอเลยซักครั้ง แล้ววันนี้เฟลมคิดอะไรอยู่กันแน่นะ

 

            ภารกิจของข้าคือลอบสังหารองค์รัชทายาททั้งห้าเมืองใหญ่ เฟลมเอ่ยเฉลย ลินนะสะดุ้งโหยง หัวใจกระตุกวูบ

 

            มาสเตอร์ต้องการให้ข้านำวิญญาณของพวกเจ้าทั้งห้าไปเป็นเครื่องสังเวยให้แก่จอมปีศาจ มาสเตอร์กำลังจะทำการปลุกชีพจอมปีศาจ

 

            แล้วเจ้า... ลินนะพูดไม่ออก ในสมองมีแต่ความสับสน หรือว่าวันนี้เฟลมจะลงมือสังหารเธอกันนะ

 

            แต่ข้าไม่อยากทำอย่างนั้น ข้าอยากทรยศต่อโลกมืด แต่ข้าไม่มั่นใจว่าข้าจะทำได้สำเร็จหรือเปล่า เฟลมกล่าวระบายความในใจออกมา ลินนะยังคงนิ่งเงียบ เฟลมตัดสินใจแล้ว เฟลมตัดสินใจหันหลังให้กับโลกมืด

 

            ข้าไม่ค่อยมั่นใจเลย เจ้าช่วยมอบความมั่นใจให้กับข้าหน่อยได้ไหม เฟลมกล่าวพร้อมกับรอยยิ้มที่แสนจะอบอุ่น รอยยิ้มของเฟลมนั้นไม่เหมือนรอยยิ้มของนักฆ่าเลยแม้แต่น้อย ระยะเวลาไม่กี่เดือนที่เฟลมอยู่กับลินนะและเพื่อนๆทำให้เฟลมเปลี่ยนไป เปลี่ยนไปมากเสียด้วย

 

            เจ้าจะอยู่เคียงข้างข้าได้ไหม ข้าจะได้มั่นใจว่าสิ่งที่ข้าเลือกนั้นมันไม่ผิด เฟลมกล่าว หน้าของลินนะเริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อ

 

            ลินนะ ข้าชอบเจ้านะ พอพูดจบ เลือดในกายของนักฆ่าหนุ่มก็สูบฉีดอย่างหนัก หน้าของเฟลมร้อนผ่าวและมีสีแดงแจ๋ หัวใจเต้นโครมครามจนเหมือนมันจะหลุดออกมา ลินนะงุ้มหน้าลงก่อนจะเงยหน้าขึ้นอย่างเชื่องช้า

 

            อื้ม ข้าจะขออยู่เคียงข้างเจ้า ข้าจะช่วยทำให้เจ้ามั่นใจเองว่าสิ่งที่เจ้าเลือกนั้นถูกต้องแล้ว ดวงตาทั้งสองคู่สบประสาน สายลมไหวโบกอย่างอ่อนโยน เฟลมก้มหน้าลง แล้วประทับริมฝีปากของตนลงบนริมฝีปากเรียวสวยของลินนะอย่างแผ่วเบา

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,947 ความคิดเห็น

  1. #1830 I'm sone M.Seo >O< (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 27 มีนาคม 2555 / 22:43
    เขินวุ้ย >///<
    กาโอ๋จ๋าาาาาาาาา ถ้าไม่มีคู่ ก็ยังมีเราอยู่นะ =..=
    #1,830
    0
  2. #1763 Ninzile (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2554 / 15:18
     กรี๊ดกร๊าด 
    นีโอไร้คู่ 
    ไม่เป็รนไรๆ
    คู่เราได้ นังไม่สาย
    ก๊ากๆๆๆๆๆๆๆ
    #1,763
    0
  3. #1662 dreaknass (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2553 / 12:01
    พอดีมาอ่านตอนเก่านะ

    เฟลมไมให้มันนานกว่านั้นอ่ะ

    ที่หลังขอแบบดูดดื่มนะ

    อิอิ
    #1,662
    0
  4. #1647 jack (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2553 / 22:25
    หวานเจี๊ยบเลย พะยะค่ะ
    #1,647
    0
  5. #1571 Black_Cupid (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 29 มกราคม 2553 / 12:21
     ในที่สุดฉากที่ข้าน้อยรอคอยก็มาถึง!!!!!!
    #1,571
    0
  6. #1525 BicoUe_Darkness (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2552 / 20:43
    อ๊ากกกกกกกกก



    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดลั่นบ้านน





    ชอบกันแล้ว จูบกันแล้ว



    ว้าววววรอมานาน





    มาถึงซักที





    ชอบคู่นี้





    รักเฟรม5555+
    #1,525
    0
  7. #1426 niwa09 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 29 กันยายน 2552 / 10:12
    พึ่งมาอ่านตอนที่ 34 ค่ะ เฟลมนายแน่มาก!!
    #1,426
    0
  8. #1285 ฟิ้ววว (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2552 / 21:44
    อู้ยยย~~

    อ่านไปเสียวเเทน

    หวานกันจริงๆ



    อิจฉาว้ อ ยยยยยยT^T

    เอาใจช่วยนะ
    #1,285
    0
  9. #1270 ทายาทรัตติกาล (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2552 / 17:37
    ว้ากกกก...\(#O#)/

    โรแมนติกขั้นเทพ -W-

    แหม.....

    ชักจะไม่แน่ใจซะแล้วสิ

    ว่านิยายเรื่องนี้มันแนวแฟนตาซี หรือโรแมนติกกัลล..แน่ *-*+
    #1,270
    0
  10. #1199 อัคคีกาฬ (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 20 เมษายน 2552 / 16:53

    โอ้ววว  นานๆทีจะมีฉากสวีทนะนี่ 555+

    #1,199
    0
  11. #1196 #-# (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 20 เมษายน 2552 / 10:23
    เลื่อนนนนนนนน~~~~~~~~~~~~~มากกกกกกกกกเลยยยยยยยยยยยยคร้าบบบบบบบบ~~~~~~~~~~~~~
    #1,196
    0
  12. #1152 Dark_JOKER (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 8 เมษายน 2552 / 15:15

    เอ่อคนเรานี่มันบ้าก็บ้าจริงๆนะ
    พอดีย้อนกลับมาอ่านตอนเก่าน่ะ
    มันเน่าได้ใจดี

    อ่านตอนมันส์ๆไม่ชอบชอบอ่านตอนเน่าๆ
    ฮๆๆๆๆ
    อันที่จริงอยากมาเม้นให้เฉยๆ

    แต่ตอนใหม่ก็ยังไม่ออกเลยมาอ่านตอนเน่าๆให้หมดน่ะเจ้าค่ะ
    ฮุ ฮุ ฮุ

    #1,152
    0
  13. #1144 -o~ PaieZ ~o- (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 6 เมษายน 2552 / 22:14
    --////////////////////////////////////////-- อ่ะๆๆๆ  อ๊อกกกกกกกก   อ้วกกกกก  เลี่ยนอ่ะ 
    #1,144
    0
  14. #1093 Dark_JOKER (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 26 มีนาคม 2552 / 10:14

    แม่เจ้า   หนูอยากกรี๊ด

    เฟลมน่ารักอ่า

    เป็นนักฆ่าแท้ๆ แต่กลับทำเรื่องแบบนี้ได้

    แต่ก็สวีทนะเจ้าค่ะ

    ฮุ ฮุ ฮุ

    #1,093
    0
  15. #1011 bew (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 12 มีนาคม 2552 / 14:43
    สงสารนีโอไม่มีแฟน ทำไมไม่จัดหาแฟนให้มานม่างงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง

    อยากเหนนนเฟลมตอนมัดผมจางเลยยยยยยยยเนอะ
    #1,011
    0
  16. #996 เอสทราน่า (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 9 มีนาคม 2552 / 19:01
    สวีทสุดๆ
    #996
    0
  17. #683 sakura_haruhi (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2551 / 12:41
    อ่า...อ๊ากๆๆๆ หวานกันจางงงงง อึ้ยย เขิน --///--
    #683
    0