Flame นักรบเพลิงมายา (เปลวเพลิงมายา)

ตอนที่ 35 : มายาที่ 33 ลังเล <=[100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,603
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    9 ส.ค. 51

 

มายาที่ 33

ลังเล

 

            ดวงอาทิตย์ยามอัสดงลาลับขอบฟ้าไปได้ชั่วโมงกว่าแล้ว หิมะเริ่มตกโปรยปราย ความมืดเริ่มเข้าครอบคลุมทั่วทั้งมหานคร อากาศภายนอกอาคารนั้นหนาวจนอุณหภูมิติดลบ

 

            ห้องโถงประชุมรวมของนักเรียนชั้นปีหนึ่งแน่นขนัดและเต็มไปด้วยเสียงคุยดังเซ็งแซ่ ห้องโถงที่เมื่อกลางวันถูกใช้เป็นห้องสอบตอนนี้ได้ถูกเนรมิตให้กลับมาเป็นห้องโถงประชุมรวมอีกครั้งเรียบร้อยแล้ว กองฟืนในเตาผิงที่ปะทุน้อยๆส่งเสียงดังสม่ำเสมอ อากาศภายในห้องโถงนั้นค่อนข้างอบอุ่น

 

            นักเรียนแต่ละคนต่างส่งเสียงคุยกันให้แซ่ด หัวข้อการสนทนาก็แทบจะเหมือนกันทุกคน ซึ่งนั่นก็คือเรื่องของการสอบในวันนี้และช่วงเวลาแห่งการปิดเทอมที่เฝ้ารอมานาน ต่างคนต่างตื่นเต้นที่จะได้ปิดเทอม ทัสเองก็เหมือนกัน ดูเจ้าตัวจะกระตือรือร้นมากเป็นพิเศษเสียด้วย

 

            ตั้งแต่สอบเสร็จ ทัสก็วิ่งวุ่นไปทั่ว นั่งไม่ติดที่ พูดจ้อจนลิงยังเบื่อ ขนาดนีออนที่ชอบทำตัวป่วนคนโน้นคนนี้ไปทั่วยังรำคาญทัสเลย แล้วเอาอะไรกับคนอื่นล่ะ

 

            ประตูห้องโถงเปิดกว้างออก เผยให้เห็นร่างของหลินและร่างของสามพี่เลี้ยงที่เดินเข้ามาภายใน เมื่อเห็นดังนั้น ทัสจึงยอมนั่งลงในที่สุด และนั่นก็ทำให้เพื่อนทั้งสายชั้นรู้สึกดีใจเป็นล้นพ้น เพราะต่างคนต่างก็รำคาญทัสจนอยากจะฆ่าทิ้ง

 

            นักเรียนทั้งหมดลุกขึ้นค้อมกายทำความเคารพหลินน้อยๆตามมารยาทก่อนจะนั่งลงตามเดิมอย่างเป็นระเบียบ หลินเผยรอยยิ้มอย่างพอใจ จานา โอริ และเบลล์เดินเข้าไปแจกเอกสารฉบับหนึ่งให้กับเหล่ารุ่นน้อง เมื่อทุกคนได้เอกสารเรียบร้อยแล้ว หลินก็เริ่มกล่าว

 

            สวัสดียามค่ำเหล่านักเรียนปีหนึ่งทั้งหลาย ก่อนอื่นข้าต้องขอแสดงความยินดีกับพวกเจ้าทุกคนด้วยที่ไม่มีคนสอบตกเลยแม้แต่คนเดียว หลินประกาศเสียงก้อง เรียกเสียงฮือฮาจากนักเรียนได้เป็นอย่างดี เพิ่งจะทำข้อสอบเสร็จไปเมื่อเช้า ทำไมมันตรวจเสร็จเร็วอย่างงี้ล่ะ ข้อสอบของแต่ละคนก็ใช่ว่าจะน้อย คนละแปดร้อยข้อ แล้วมีเด็กตั้งสามสิบคนในชั้นปีหนึ่ง ตรวจเสร็จได้ไงเนี่ย เมื่อเห็นสีหน้างงงวยของเหล่านักเรียน หลินหลุดหัวเราะออกมานิด

 

            พอดีปีนี้ท่านอลัน ข้า เอียน แล้วก็ไดอาน่าช่วยกันใช้มนตราในการตรวจน่ะ ผลสอบมันก็เลยออกมาค่อนข้างเร็ว หลินเอ่ยเฉลยข้อสงสัยที่มีอยู่ในอกของเหล่านักเรียน แต่อย่างนี้มันไม่เรียกว่าค่อนข้างเร็วแล้วล่ะ มันเรียกว่าเร็วสุดๆต่างหาก สอบเสร็จตอนเที่ยง รู้ผลตอนเย็น

 

            เอาล่ะ เรามาพูดกันเรื่องปิดเทอมกันดีกว่า หลินเกริ่น ทำให้นักเรียนแต่ละคนฉีกยิ้มกว้าง โดยเฉพาะทัส เจ้าตัวเล่นฉีกยิ้มซะกว้างกว่าใครเพื่อนเลย

 

            ทางโรงเรียนของเราจะให้เวลาพวกเจ้าพักประมาณหนึ่งเดือน และจะเปิดเรียนภาคเรียนที่สองในวันที่ 15 มกราคมปีหน้า เมื่อหลินกล่าวจบ มือของนักเรียนหนุ่มคนหนึ่งก็ชูสูงขึ้น หลินพยักหน้าให้หนึ่งครั้งเป็นการอนุญาตให้พูดได้

 

            แล้วพวกเราจะกลับบ้านกันได้ไหมขอรับ เด็กหนุ่มเจ้าของนามทินย่า ลัสติน กล่าวถามหลิน แต่ผู้ที่ตอบคำถามกลับเป็นจานา

 

            ไม่ได้ ทางโรงเรียนไม่อนุญาตให้พวกเจ้ากลับบ้าน แต่พวกเจ้าสามารถไปไหนก็ได้ในเมืองเอราเดสในตอนกลางวัน และห้ามกลับโรงเรียนเกินสองทุ่มเป็นอันขาด จานากล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง ทินย่าทำเสียงฮึดฮัดอย่างไม่พอใจ

 

            ทำไมล่ะรุ่นพี่จานา ปิดเทอมทั้งที ทำไมถึงกลับบ้านไม่ได้ล่ะ ทินย่ายังคงไม่หายสงสัย เพื่อนหลายคนเห็นด้วยกับทินย่า อุตส่าห์ปิดเทอมทั้งที แต่ไม่ให้กลับบ้านเสียนี่

 

            เพราะมันอันตรายยังไงล่ะ ตอนนี้พวกโลกมืดเริ่มเคลื่อนไหวอีกแล้วนะ โอริกล่าว ทำเอาเฟลมและสองแฝดถึงกับหูผึ่ง พวกเขาไม่ได้ข่าวคราวอะไรจากโลกมืดมานานมากแล้ว และก็ยังไม่ได้ข่าวจากอนามันว่าให้เริ่มเคลื่อนไหวอะไรด้วย

 

            กาโอหันมาสบตากับดวงตาสีแดงเพลิงเป็นเชิงคาดคั้นถามว่าโลกมืดทำอะไรลงไป ซึ่งเฟลมก็ได้แต่สายหน้าปฏิเสธ เฟลมเองก็ไม่รู้เช่นกันว่าโลกมืดทำอะไรลงไปบ้างในช่วงที่เขาอยู่ในโรงเรียน กาโอพยักหน้ารับน้อยๆ

 

            แล้วโลกมืดมันทำอะไรเหรอขอรับรุ่นพี่ เพื่อนหนุ่มที่นั่งข้างทินย่าเอ่ยถาม โอริตีสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีเท่าไหร่นัก เบลล์ที่ยืนอยู่ข้างๆโอริถอนหายใจอย่างหนักหน่วง

 

            ลอบสังหารคนที่มีพลังเวทย์สูงยังไงล่ะ ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ถ้าโลกมืดรู้ว่ามีพลังเวทย์สูงล่ะก็ พวกมันก็จะฆ่าทิ้งหมดโดยไม่สนว่าจะเป็นเด็ก ผู้หญิงหรือคนชรา เบลล์กล่าวด้วยเสียงไม่ค่อยจะสู้ดีเท่าไหร่นัก

 

            เหล่านักเรียนพากันตีสีหน้าปั้นยาก นึกเป็นห่วงครอบครัวของตนขึ้นมาใจจะขาด ต่างคนต่างหน้าถอดสี ไม่มีใครเอ่ยคำพูดใดๆออกมา ทั่วทั้งห้องเงียบกริบราวป่าช้า จะมีก็แต่เสียงของฟืนในเตาผิงที่ยังคงปะทุน้อยๆ

 

            สถานการณ์ไม่ค่อยสู้ดีเท่าไหร่ พวกข้าจึงไม่ค่อยอยากให้พวกเจ้าออกไปนอกเขตของโรงเรียน ครั้นจะห้ามเลยก็กลัวว่าพวกเจ้าจะพากันประท้วงพังโรงเรียนซะก่อน กฎจึงออกมาเป็นแบบนี้แหละ หลินกล่าวเหมือนเป็นเรื่องตลก แต่กลับไม่มีนักเรียนคนไหนตลกด้วย ทั่วทั้งห้องโถงมีแต่ความเงียบ เงียบจนน่ากลัว

 

            เอาเป็นว่าปล่อยให้เป็นหน้าที่ของมหานครไปละกัน พวกเจ้ามาสนุกกับการปิดเทอมดีกว่านะ หลินกล่าวเปลี่ยนเรื่องเมื่อเห็นว่านักเรียนแต่ละคนเริ่มเข้าสู่โหมดเคร่งเครียด เมื่อหลินกล่าวจบ เสียงฮือฮาก็ดังขึ้นอีกครั้ง หลินถอนหายใจผ่อนคลาย

 

            เอกสารที่ข้าให้ไปคือแผนที่งานเทศกาลดอกไม้ไฟที่จะมีขึ้นในวันที่ 24 เดือนนี้ ในงานจะมีร้านรวงมากมายให้เจ้าได้เดินซื้อของและเที่ยวเล่นจนเต็มอิ่ม หลินว่า

 

            ร้านค้าต่างๆจะเริ่มต้นตั้งร้านขายของกันตั้งแต่วันพรุ่งนี้ไปจนถึงวันที่ 25 ของเดือนนี้ซึ่งเป็นงานเทศกาลขอบคุณเทพธิดาหิมะ พวกเจ้าสามารถออกไปเดินชมงานได้ เพราะจากการรายงาน โลกมืดจะลงมือเฉพาะในช่วงกลางคืนเท่านั้น จานากล่าวเสริม เล่นเอาเฟลมและสองแฝดงงไปตามๆกัน งานเทศกาลขอบคุณเทพธิดาหิมะ อะไรกันล่ะนั่น

 

            สรุปก็คือพวกเจ้าสามารถเดินชมงานได้ตั้งแต่วันพรุ่งนี้จนถึงวันที่ 25 เดือนนี้ ขอให้สนุกกับงานเทศกาลกันนะ เบลล์กล่าวเสียงหวานใส หลินยิ้มน้อยๆ แล้วหลินและเหล่าพี่เลี้ยงทั้งสามก็เดินออกไปจากห้องประชุมอย่างเงียบกริบ ห้องประชุมกลับมามีเสียงดังอึกทึกอีกครั้ง

 

            ลินนะ งานขอบคุณเทพธิดาหิมะคืออะไรเหรอ เฟลมหันไปถามลินนะด้วยหน้าตาใสซื่อ สองแฝดเองก็มีหน้าตาเหรอหราเช่นกัน ลินนะเหลือบมองเพื่อนทั้งสามอย่างไม่อยากจะเชื่อ ช่างเป็นนักฆ่าที่ซื่อดีจริงๆ

 

            งานเทศกาลขอบคุณเทพธิดาหิมะจะจัดขึ้นในวันที่ 25 ธันวาคมของทุกปี งานนี้จัดขึ้นเพื่อขอบคุณเทพธิดาหิมะที่ประทานหิมะให้กับพวกเรา ในวันนั้น ทุกๆคนจะร่วมกันสวดมนต์ขอบคุณเทพธิดาหิมะกันในตอนหกโมงเย็น ลินนะเอ่ยอธิบายงานเทศกาลให้กับเหล่านักฆ่าผู้แสนซื่อฟัง

 

            และเทพธิดาหิมะก็ยังเป็นคนประทานความรักให้กับหมู่มวลมนุษย์อีกด้วยนะ เค้าว่ากันว่า ถ้าใครได้รับดอกกุหลาบสีขาวจากชายผู้เป็นที่รักในวันนั้น ชีวิตคู่ของทั้งคู่จะมีความสุขตลอดไปด้วยล่ะ เปมินเอ่ยเสริมบ้าง เฟลมถึงกับตีหน้าเหยเก เขาไม่ชอบนวนิยายรักโรแมนติกของพวกผู้หญิงเอาเสียเลย

 

            แต่ก็ใช่ว่าทุกคนจะได้มอบดอกกุหลาบสีขาวให้กับผู้หญิงนะ เพราะถ้าไม่จริงใจหรือไม่ใช่เนื้อคู่กันจริงๆ สายลมก็จะพัดพาเอาดอกกุหลาบหลุดจากมือของผู้ชายไป แล้วความรักของคนคู่นั้นก็จะจบลงล่ะ คราวนี้กาโอเป็นคนเสริมต่อ เล่นเอาเฟลมและสองแฝดถึงกับงงกันไปเลย ไม่นึกว่ากาโอก็จะเป็นคนโรแมนติกกับเขาด้วย

 

            แล้วปรกติพอถึงวันงาน พวกเจ้าทำอะไรกันบ้างล่ะ นีโอเอ่ยถามอย่างสงสัย

 

            ปรกติข้าก็จะมาเดินเล่นกันแถวๆวงแหวนกลางเมืองเอราเดสน่ะ เพราะเอราเดสเป็นศูนย์กลางของงานทั้งหมด พอหกโมงเย็น ข้าก็จะมาสวดมนต์ร่วมกันกับชาวเมืองที่หน้าพระราชวังหลวงเมืองเอราเดส หลังจากนั้นก็เป็นเวลาโรแมนติกสำหรับพวกหนุ่มสาวล่ะ ทัสเอ่ยเหมือนคนช่ำชองการเที่ยวงานเทศกาล

 

            ก็ประมาณนั้น กาโอกล่าวยืนยัน

 

            น่าเที่ยวแฮะ นีออนเอ่ยจากใจจริง นีออนไม่เคยได้เที่ยวเลยซักครั้ง แน่นอนว่าต้องรวมเฟลมและนีโอด้วย เพราะทั้งสามเป็นคนของโลกมืด จะให้มาเที่ยวงานเทศกาลก็เป็นไปไม่ได้ นอกจากจะมาลอบสังหารใครในงานเทศกาลเท่านั้นแหละ

 

            งั้นพรุ่งนี้เราไปเดินเที่ยวงานกันไหม พรุ่งนี้เป็นวันแรก คนคงยังไม่เยอะเท่าไหร่ เปมินกล่าวชวน นีออนพยักหน้ารับอย่างดีใจ นีโอเองก็มีสีหน้าดีใจเช่นกัน จะมีก็แต่เฟลมกับกาโอเท่านั้นที่ตีสีหน้าหนักใจ

 

            มีอะไรเหรอ เปมินกล่าวถาม แล้วก็นึกขึ้นมาได้ว่ากาโอและเฟลมยังคงต้องฝึกพิเศษในช่วงเช้า ปิดเทอมทั้งทียังต้องมาฝึกตอนเช้าอีก น่าสงสารจริงๆแฮะ

 

            พวกเจ้ามีฝึกพิเศษกันแค่ช่วงเช้านี่ เราไปกันตอนบ่ายก็ได้ เปมินเอ่ยปลอบ และนั่นยิ่งทำให้ทั้งสองเงียบหนักกว่าเก่าซะอีก

 

            อาจารย์หลินบอกว่า ตั้งแต่ปิดเทอมเป็นต้นไป พวกเราต้องฝึกทั้งวัน เฟลมกล่าวเรียบๆ เล่นเอาเพื่อนทั้งกลุ่มพูดไม่ออก ต่างคนต่างนึกสงสารเพื่อนทั้งสองอย่างจับใจ

 

            หยุดวันหนึ่งคงไม่เป็นไรหรอกมั้ง อาจารย์ไม่น่าจะว่าอะไรนะ นีออนกล่าวเสนอ กาโอและเฟลมเองก็เห็นด้วยกับนีออน นานๆหยุดซักทีคงไม่เป็นไรมั้ง

 

            งั้นเดี๋ยวพวกข้าไปบอกอาจารย์ก่อนนะว่าจะขอหยุดวันหนึ่ง กาโอเอ่ยพลางลุกขึ้นยืน เฟลมลุกขึ้นยืนตาม สายลมพัดโบกเล็กน้อย ตามมาด้วยกลิ่นที่แสนจะเหม็นอับ เฟลมขมวดคิ้วมุ่นอย่างไม่พอใจ สองแฝดเองก็รู้สึกเช่นกัน แต่ดูท่าเพื่อนๆของพวกเขาจะยังไม่มีใครรู้

 

            เอ่อกาโอ เจ้าไปบอกอาจารย์ให้หน่อยละกันนะ เดี๋ยวข้ากับสองแฝดขอตัวไปทำธุระแป๊บหนึ่งนะ เฟลมกล่าวพร้อมกับสาวเท้าเดินออกไปจากโถงประชุมอย่างรวดเร็วโดยไม่รอคำตอบรับจากเพื่อนๆ ทำเอากาโอถึงกับงงอย่างสุดๆ

 

            มีเรื่องอะไรกันเหรอ ลินนะเอ่ยถามอย่างใคร่รู้ นึกสงสัยว่าธุระของเฟลมจะใช่เรื่องเกี่ยวกับโลกมืดหรือเปล่า และก็ดูเหมือนนีโอจะรู้ว่าลินนะกำลังคิดอะไรอยู่

 

            พอดีแมวของเจ้าเฟลมมันกลับมาแล้วน่ะ พวกข้าก็เลยจะไปหามันซักหน่อย นีโอโกหกคำโต เขารู้ดีว่าเจ้าของสายลมเมื่อครู่ไม่ใช่มิดไนท์อย่างแน่นอน มิดไนท์ไม่มีสายลมที่เหม็นอับแบบนี้ กลิ่นสายลมของมิดไนท์เป็นกลิ่นหอมของยามค่ำคื่น

 

            แล้วพวกเราไปหาด้วยไม่ได้เหรอ ลินนะเอ่ยถามพาซื่อ

 

            เอ่อ มันเป็นเรื่องส่วนตัวน่ะนะ แต่ถ้าเกิดว่ามีอะไรเกี่ยวกับพวกเจ้า พวกข้าจะรีบมาบอกละกัน สัญญาด้วยเกียรติของข้าเลย นีออนกล่าวด้วยเสียงจริงจัง ทัสแทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจอมป่วนจะพูดอะไรได้เป็นการเป็นงานแบบนี้ เมื่อได้ยินนีออนยืนยัน ลินนะก็พยักหน้ารับหงึกๆ

 

            ก็ได้จ้ะ ลินนะเอ่ย แล้วทั้งสองก็วิ่งตามเฟลมไปอย่างรวดเร็ว

 

.........

 

            ระเบียงทางเดินนั้นเงียบสงบ ไม่มีนักเรียนเดินไปมาขวักไขว่เหมือนฤดูร้อน คงเป็นเพราะอากาศที่หนาวยะเยือกและหิมะที่ตกอยู่ประปราย ทำให้นักเรียนแทบไม่อยากจะก้าวขาออกมาจากห้องพักที่แสนจะอบอุ่น

 

            เฟลมก้าวเท้าฉับๆอย่างรวดเร็วไปตามทางเดิน สองแฝดเดินตามมาด้านหลังอย่างเงียบๆ เมื่อเลี้ยวตรงหัวมุมที่จะพาเข้าสู่ทางเดินหลังโรงเรียน ทั้งสามก็เจอกับชายชราเจ้าของนามคาห์

 

            ในมือของคาห์มีถุงใส่มีดสั้นอยู่ถุงหนึ่ง คาห์ยิ้มให้ทั้งสามพลางค้อมหัวลงต่ำเป็นการทำความเคารพ เฟลมพยักหน้ารับการทำความเคารพอย่างเรียบๆก่อนจะหันไปหาสองแฝด สองแฝดยกมือขึ้นตั้งฉากกับพื้น ปากพึมพำบางสิ่ง บังเกิดกำแพงสายลมที่มองไม่เห็นขึ้นห้อมล้อมทั้งสี่ไว้ กำแพงลมนี้จะทำให้คนภายนอกมองไม่เห็นพวกเฟลม

 

            กางเวทย์พลางตาแล้ว นีออนกล่าวเบาๆ เฟลมพยักหน้ารับก่อนจะหันไปสนใจของที่อยู่ในมือของชายชราต่อ

 

            มีอะไรหรือคาห์ เฟลมกล่าวถามเรียบๆ คาห์ยื่นถุงมีดสั้นส่งให้เฟลม เมื่อเฟลมเปิดออก เฟลมก็พบมีดสั้นห้าเล่มถูกบรรจุไว้ภายใน คมมีดแต่ละเล่มเป็นสีดำสนิท ที่ด้ามไม้มีชื่อถูกสลักไว้อย่างจางๆ แต่ละเล่มมีชื่อขององค์รัชทายาทสลักอยู่ไม่ซ้ำกัน

 

            นี่คือมีดสะกดวิญญาณขอรับ คาห์กล่าวเรียบๆ เฟลมหรี่ตาลงจ้องคาห์อย่างไม่เข้าใจ

 

            มีดนี่ผ่านการอาบมนต์ดำมาทั้งหมดสามวันสามคืน ตัวด้ามทำมาจากไม้เนื้อแข็งจากป่ามายา คมดาบทำมากจากเล็บโลหะของสิงโตปีศาจ คาห์กล่าวอธิบายส่วนประกอบ เฟลมพ่นลมหายใจยาวแรงๆ

 

            แล้วเจ้าจะมาบอกส่วนประกอบมันให้ข้ารู้ทำไม บอกมาว่าจะให้ข้าเอาไปใช้ทำอะไร เฟลมเริ่มอารมณ์ไม่ดีแล้ว เขาไม่ชอบคาห์เอาเสียเลย คาห์มีสายลมที่เหม็นอับชื้น เขาเกลียดมันจริงๆ

 

            นำไปใช้สะกดวิญญาณขององค์รัชทายาททั้งห้าขอรับ คาห์เอ่ยเรียบๆ เฟลมเบิกดวงตากว้าง

 

            หมายความว่าไง ที่ว่าสะกดวิญญาณน่ะ นีโอเอ่ยถามเสียงไม่สบอารมณ์

 

            ท่านอนามันต้องการนำวิญญาณขององค์รัชทายาททั้งห้าไปใช้ขอรับ แต่จะนำไปใช้ทำอะไรนั้นข้าบอกไม่ได้ เสียงที่แหบแห้งของคาห์ยิ่งทำให้เฟลมรู้สึกรำคาญเขามากขึ้น

 

            แล้วข้าจะสะกดวิญญาณยังไงล่ะ ข้าใช้มนต์ดำไม่เป็น เฟลมกล่าวตอบเรียบๆ ผู้ที่สามารถสะกดวิญญาณได้จะต้องใช้มนต์ดำได้ แต่เฟลมใช้มนต์ดำไม่ได้ เขาจึงไม่รู้ว่าจะสะกดวิญญาณอย่างไร

 

            ไม่มีปัญหาขอรับ เพียงแต่ท่านใช้มีดสั้นเล่มนี้กรีดลงไปบนเนื้อของเหยื่อตามชื่อที่ถูกสลักไว้ วิญญาณก็จะถูกดึงเข้ามาอยู่ในมีดทันทีขอรับ คาห์เอ่ยอธิบาย

 

            ท่านอนามันบอกว่า ให้พวกท่านลงมือในคืนพระจันทร์เต็มดวงหรือก็คือวันที่ 24 เดือนนี้ขอรับ คาห์กล่าวเสริม เฟลมพยักหน้ารับช้าๆ

 

            ไม่มีอะไรแล้วใช่ไหม เฟลมกล่าวถามเสียงหงุดหงิด คาห์พยักหน้ารับเบาๆ

 

            งั้นไปได้แล้ว ข้าไม่ค่อยชอบหน้าเจ้าซักเท่าไหร่ เฟลมเอ่ยออกมาอย่างไม่เกรงใจ คาห์สะดุ้งน้อยๆแต่ก็พยักหน้ารับ คาห์ดีดนิ้วที่เต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่นของตน เกิดสายลมพัดหมุนวน เมื่อสายลมสงบลง ร่างของคาห์ก็หายไป หลงเหลือไว้เพียงกลิ่นเหม็นอับที่ทำให้เฟลมอยากจะอาเจียนเอาข้าวเย็นออกมา

 

            ปลดเวทย์พลางตาได้แล้ว สิ้นเสียงของเฟลม สองแฝดก็ร่ายมนต์แผ่วเบา มีเสียงเปรี๊ยะดังขึ้นและตามมาด้วยกำแพงลมที่เริ่มร้าว กำแพงลมแตกออกเป็นเสี่ยงๆ สองแฝดมองดูผลงานอย่างพอใจ

 

            เฟลม ข้าชักจะลังเลซะแล้วสิ นีออนกล่าวออกมาด้วยเสียงไม่มั่นใจ นีโอหันกลับมามองหน้าน้องสาวอย่างเป็นห่วง เขาไม่เคยเห็นน้องสาวของเขามีอาการลังเลแบบนี้มาก่อน และดูท่าจะลังเลมากเสียด้วยสิ เพราะนีออนดูซึมลงไปถนัดตา

 

            เจ้าหมายความว่าเจ้าไม่อยากจะลงมืองั้นเหรอ เฟลมกล่าวถาม เฟลมเองก็ไม่อยากลงมือเช่นกัน แต่เฟลมเป็นถึงแฟนธ่อม ออฟ ดาร์กเนส เป็นหนึ่งในสี่นักฆ่าที่อนามันไว้วางใจมากที่สุด เขาจะทำงานครั้งนี้พลาดไม่ได้เด็ดขาด

 

            พวกเราจะต้องฆ่าเจ้าพวกนั้นจริงๆน่ะเหรอ คราวนี้กลับกลายเป็นนีโอที่เอ่ยขึ้นมา เฟลมพยักหน้ารับอย่างแผ่วเบา ความเงียบเริ่มโรยตัวช้าๆ

 

            พวกเราเป็นคนของโลกมืดนะ เราอยู่กับพวกเขาไม่ได้หรอก อย่าลืมสิว่าพวกเรามีตราบาปติดตัว ไม่ว่าทำอย่างไร มันก็ลบไม่ออกหรอกนะ เฟลมกล่าวทำลายความเงียบ สองแฝดพยักหน้าเห็นด้วย พวกเขายังจำได้ดี เมื่อสองปีก่อน เด็กสาวนามบีบี และหมู่บ้านเล็กๆของเธอ

 

            ความทรงจำนั้นช่วยย้ำเตือนให้ทั้งสามรู้ว่าพวกเขาไม่สามารถใช้ชีวิตแบบคนธรรมดาทั่วไปได้ พวกเขาเป็นนักฆ่า ไม่ใช่สามัญชน

 

            แต่ถ้าพวกเจ้าคิดจะหันหลังให้กับโลกมืดล่ะก็ ข้าก็จะปล่อยไปนะ เฟลมกล่าวพร้อมกับรอยยิ้ม แต่มันเป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความลังเลและกังวลใจ ในหัวมึนตื้อคิดอะไรไม่ออก

 

            หมายความว่าไง สองแฝดโพล่งออกมาพร้อมกัน

 

            ข้าให้เวลาพวกเจ้าถึงวันก่อนวันงานเทศกาลดอกไม้ไฟ มาบอกข้าว่าพวกเจ้าจะเอายังไง ถ้าจะหันหลังให้โลกมืด พวกเจ้าก็จงไปซะ ข้าจะกลับไปรับโทษจากมาสเตอร์เองที่ปล่อยให้พวกเจ้าหนีไปได้ แต่ถ้าเจ้าคิดจะอยู่โลกมืดต่อ ก็ตัดใจจากเพื่อนๆซะ แล้วมาลงมือพร้อมกับข้า เฟลมกล่าวอธิบาย เล่นเอาสองแฝดถึงกับพูดไม่ออก นักฆ่าทั้งสามชักสีหน้าหนักใจ

 

            แล้วทำไมเจ้าถึงไม่คิดจะหันหลังล่ะ นีโอเอ่ยถามเสียงเครียด ดวงตาของเฟลมดูหนักใจ

 

            ข้าติดหนี้บุญคุณมาสเตอร์อยู่นะ ถ้าไม่มีมาสเตอร์ ข้าก็ไม่มีวันนี้ เฟลมกล่าวเสียงอ่อย สองแฝดถึงกับหัวเสีย

 

            พวกข้าก็ติดหนี้มาสเตอร์เหมือนกันนั่นแหละ ถ้าเราจะไป เราก็จะไปด้วยกัน ถ้าเราจะอยู่ เราก็จะอยู่ด้วยกัน ฝาแฝดทั้งสองเอ่ยออกมาพร้อมๆกัน เฟลมเผยรอยยิ้มจางๆ

 

            ขอบใจพวกเจ้ามากนะ แต่ยังไงก็ลองกลับไปคิดดูละกันว่าจะเอายังไง

 

            เจ้าก็ด้วยล่ะเฟลม กลับไปคิดดูว่าจะเอายังไง ไม่ต้องเป็นห่วงพวกข้า เป็นห่วงตัวเจ้าเองจะดีกว่านะ นีออนเอ่ย เฟลมพยักหน้ารับน้อยๆ

 

            แล้วเจอกันพรุ่งนี้นะ ไม่รู้เจ้ากาโอมันจะขอได้รึเปล่า เฟลมกล่าวเสียงกลั้วหัวเราะ แต่ในใจยังคงสับสน คิดอะไรไม่ออก ดูเหมือนสองแฝดก็จะเป็นเช่นเดียวกัน แววตาของทั้งคู่ดูไม่สดใสเหมือนก่อน

 

            อื้ม แล้วเจอกัน กล่าวจบ สายลมก็พัดโบก ร่างของทั้งคู่หายไปพร้อมกับสายลม เฟลมดีดนิ้วเบาๆ เปลวเพลิงสีแดงเข้มลุกโชนโอบอุ้มร่างของเฟลมเอาไว้ เปลวเพลิงค่อยๆมอดดับลง และหายไปพร้อมกับร่างของเด็กหนุ่มเจ้าของดวงตาสีแดงเพลิง

 

.........

 

            ห้องพักหมายเลข 110 ยังคงเงียบสงบ ไร้ซึ่งร่างของเพื่อนร่วมห้องทั้งสอง เฟลมเดินไปเปิดห้องอย่างเหนื่อยล้า ไม่ได้ล้ากาย แต่ล้าที่สมอง เขายังคงคิดไม่ตก ใจหนึ่งก็ไม่อยากสูญเสียเพื่อนที่เชื่อใจตน แต่อีกใจหนึ่งก็ไม่คิดที่จะทรยศอนามัน

 

            เมื่อไฟสว่างขึ้น เฟลมก็สังเกตเห็นร่างของแมวดำคู่หูที่นั่งอยู่บนเตียงนอนของตน ร่างเล็กขยับกายลุกขึ้นยืน ดวงตาสีทองจ้องตรงมาทางเฟลม

 

            มิดไนท์ มาตั้งแต่เมื่อไหร่น่ะ เฟลมร้องถามเสียงหลง ทำเอามิดไนท์ถึงกับสงสัยอย่างหนัก ปรกติเฟลมมักจะรู้ถึงการมาของมิดไนท์เสมอ แต่คราวนี้เฟลมกลับไม่รู้ว่ามิดไนท์อยู่ในห้อง และท่าทางของเฟลมก็ดูแปลกไปมากทีเดียว

 

            เป็นอะไรหรือเปล่าเฟลม มิดไนท์เอ่ยถามเมื่อสังเกตเห็นดวงตาสีแดงเพลิงของเฟลมไม่สดใสเหมือนเคย เฟลมยิ้มน้อยๆพลางทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงขาวอย่างเหนื่อยล้า ลมหายใจถูกผ่อนออกมาอย่างยาวเหยียด

 

            มิดไนท์ ข้าเริ่มตัดสินใจไม่ถูกแล้วล่ะ เฟลมเอ่ยเริ่มเรียบๆ มิดไนท์กระโดดขึ้นไปนั่งบนตักของเฟลมอย่างเคยชิน ดวงตาสีทองจ้องลึกลงไปในดวงตาสีแดงเพลิงอย่างค้นหา

 

            เล่ามาสิ อะไรที่ทำให้เจ้าลังเล มิดไนท์กล่าว เฟลมพยักหน้ารับ แล้วเรื่องราวทั้งหมดที่ทำให้เฟลมลังเลก็ถูกถ่ายทอดเข้าสู่สมองมิดไนท์

 

            เฟลมลังเลที่จะลงมือทำงานในครั้งนี้ เขารู้สึกผูกพันกับเพื่อนกลุ่มนี้เป็นอย่างมาก เขาไม่อยากเสียเพื่อนไป แต่เขาก็ไม่ต้องการทรยศอนามัน ไม่ใช่แค่ไม่อยากทรยศ แต่เขาไม่อยากเห็นเหตุการณ์เหมือนที่หมู่บ้านของบีบีอีก เขาไม่อยากฆ่าคนเพราะความโกรธแค้นอีก

 

            มิดไนท์ตั้งใจฟังสิ่งที่เฟลมเล่าเป็นอย่างดี เขารู้ว่าเฟลมรู้สึกสับสน เขาไม่น่าให้เฟลมมาเป็นนักฆ่าเลย แรกเริ่มเดิมทีเฟลมไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นนักฆ่า เฟลมเกิดมาเพื่อเป็นนักรบของมหานครต่างหาก แต่เพราะสถานการณ์มันพาไป ทำให้มิดไนท์ต้องยอมให้เฟลมมาเป็นนักฆ่า ไม่เช่นนั้น ชีวิตของเฟลมก็คงจบลงตั้งแต่ 12 ปีก่อน

 

            เมื่อคิดถึงอดีต ดวงตาสีทองของมิดไนท์ของฉายแววกร้าว มิดไนท์มีท่าทีโกรธ และดูเหมือนจะโกรธจัดเสียด้วย

 

            มิดไนท์ เจ้าโกรธข้าเหรอที่ข้าลังเล เฟลมเอ่ยถามอย่างเกรงๆ มิดไนท์สะดุ้งตัวเล็กน้อยก่อนจะส่ายหน้าปฏิเสธ

 

            เปล่าๆ ข้าไม่ได้โกรธเจ้า

 

            เงียบไปครู่หนึ่ง

 

            เฟลม เจ้ารู้ไหมว่าอนามันจะนำวิญญาณขององค์รัชทายาททั้งห้าไปทำอะไร มิดไนท์กล่าวถาม เฟลมส่ายหน้า เฟลมไม่รู้หรอกว่าอนามันต้องการอะไรกันแน่ เขารู้เพียงแต่ว่าถ้าอนามันต้องการให้เขาฆ่า เขาก็ต้องฆ่า

 

..... ดาร์กเดม่อน สองตน ต้องมนตรา

 

ห้าวิญญา เลือดกษัตริย์ พิสุทธิ์ใส

 

เครื่องสังเวย ทั้งสองสิ่ง จะนำไป

 

ปลุกเทพไท เหล่าปีศาจ ให้ฟื้นคืน …..

 

             มิดไนท์ร่ายกลอนให้เฟลมฟัง เฟลมหรี่ตาลงอย่างสงสัย อะไรคือเทพไทของเหล่าปีศาจกัน

 

            หมายความว่าไงมิดไนท์

 

            อนามันกำลังจะคืนชีพให้ลูซิเฟอร์ ข้าบังเอิญไปเจอบทกลอนนี้ที่ห้องทำงานของอนามันเข้า ดาร์กเดม่อนสองตนต้องมนตรา ก็คือดาร์กเดม่อนที่สร้างจากเคียร์ร่าและนิสย่า ส่วนห้าวิญญาเลือดกษัตริย์พิสุทธิ์ใส ก็คือวิญญาณขององค์รัชทายาททั้งห้ายังไงล่ะ มิดไนท์เอ่ยอธิบาย

 

            แล้วลูซิเฟอร์เป็นใครกัน

 

            เป็นปีศาจที่คิดจะปกครองมหานครน่ะสิ เมื่อสิบห้าปีก่อนมันถูกผนึกไปรอบหนึ่งแล้ว ถ้ามันคืนชีพขึ้นมาได้ล่ะก็ มหานครต้องพินาศแน่ เมื่อรู้ความจริง เฟลมก็ถึงกับช็อกพูดอะไรไม่ออก

 

            เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การทรยศนะเฟลม แต่มันขึ้นอยู่กับความเป็นความตายของคนทั้งมหานครเลยนะ ตัดสินใจดูให้ดีๆ เจ้าจะเลือกมหานคร หรืออนามัน มิดไนท์กล่าวเสียงเครียด เฟลมเองก็เครียดเช่นกัน ความคิดทั้งหมดปะปนวุ่นวายกันไปหมด

 

            ข้าจะทำยังไงดีมิดไนท์

 

            ข้าไม่รู้ รู้แต่ว่าถ้าเจ้าจะอยู่ข้างเดียวกับอนามัน เราก็จะเป็นศัตรูกัน แต่ถ้าเจ้าจะเป็นศัตรูกับอนามัน เจ้าก็อยู่ข้างเดียวกับข้า มิดไนท์กล่าว เฟลมหรี่ตาลงอย่างครุ่นคิด

 

            ขอเวลาข้าหน่อยเถอะนะมิดไนท์ ตอนนี้ในหัวของข้ามันขาวโพลนไปหมดแล้ว เฟลมเอ่ยเสียงค่อย มิดไนท์ขยับยิ้มบาง

 

            ข้าจะไม่เร่งให้เจ้าตัดสินใจหรอกนะ คิดให้ดีๆก็แล้วกัน มิดไนท์ว่า เฟลมพยักหน้ารับ

 

            ข้าขอตัวไปทำธุระหน่อยนะ เจ้าเองก็พักผ่อนได้แล้วล่ะ เมื่อมิดไนท์กล่าวจบ สายลมก็พัดวูบ ร่างของมิดไนท์หายไปพร้อมกับสายลม ดวงตาสีแดงเพลิงของเฟลมไหววูบอย่างหนักใจ

           

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,947 ความคิดเห็น

  1. #1829 I'm sone M.Seo >O< (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 27 มีนาคม 2555 / 22:29
    เฮ้อ อนามัน ช่างงงงงงงง ...= =^
    #1,829
    0
  2. #1723 lnwcool (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 3 เมษายน 2554 / 21:23
    เรารู้ว่าเฟรมเลือกข้างที่ได้อยู่กับมิดไนท์แน่นอน^^
    #1,723
    0
  3. #1698 0.0 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 21 มกราคม 2554 / 14:43
    อยากโหลดเก็บไว้จัง

    ทำไงดีอะ

    #1,698
    0
  4. #1688 Oo แว่นน้อย oO (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2553 / 22:32
    ช่างน่าหนักใจจิงๆ
    แล้วเฟลมจะเลือกข้างไหนเนี่ย
    #1,688
    0
  5. #1269 ทายาทรัตติกาล (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2552 / 17:19
    ฮือๆๆๆๆๆ Y^Y

    ช่างน่าสงสารอะไรเยี่ยงนี้

    ท่านแต่วนิยายได้ยอดเยี่ยมมั่กคร้า

    ข้าน้อยขอนับถือ (_ _) (- -)
    #1,269
    0
  6. #1225 ปักษาอัคคี (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 23 เมษายน 2552 / 22:37
    สงสารเฟลมจัง
    ต้องฆ่าคนที่ตนเองเรียกว่าเพื่อน
    แล้วก็คนที่ทำให้หัวใจเต้นแรง (ลินนะไง)
    #1,225
    0
  7. วันที่ 6 พฤศจิกายน 2551 / 20:18
    wow!!!
    อิจฉาโว้ย!!!!!!
    (คนไม่แฟน)

    ปล.1 :กำลังรับสมัครอยู่ครับ

    ปล.2 : ล้อเล่น
    อิอิ
    #770
    0