Flame นักรบเพลิงมายา (เปลวเพลิงมายา)

ตอนที่ 34 : มายาที่ 32 สอบปลายภาค <= [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,720
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    4 ส.ค. 51

 

มายาที่ 32

สอบปลายภาค

 

            ต่อไปเป็นกฎข้อที่ 129 ของมหานครนะ เสียงใสๆปนแก่นแก้วของนีออนช่วยทำให้ช่วงเวลาสายๆอย่างนี้ไม่เงียบมากนัก นีออน นีโอ ลินนะ เปมิน และทัสกำลังนั่งติวหนังสือกันอย่างเคร่งเครียดภายในห้องพักหมายเลข 101

 

            ลินนะและเปมินนั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างเตียง หูทั้งสองข้างฟังนีออนสาธยายเรื่องกฎหมายต่างๆของมหานครอย่างมุ่งมั่นตั้งใจ นีออนนั่งอยู่บนเตียงสีขาวสะอาดของเธอโดยมีองครักษ์เจ้าของฉายาแสนงี่เง่าใช้ตักเธอต่างหมอน ร่างหนาขยับยุกยิกไปมา ถึงแม้ว่าจะรู้สึกรำคาญ แต่ลึกๆแล้วเจ้าตัวแสบก็แอบรู้สึกดีใจเหมือนกัน

 

            ส่วนนีโอที่เป็นเจ้าของความคิดที่ว่าจะมาติวหนังสือกันที่ห้องของลินนะนั้นพอเข้ามาถึงห้องปุ๊บก็หลับปั๊บ ร่างหนานอนแผ่หลาอยู่บนโซฟาอย่างมีความสุข ดูท่านีโอจะไม่สนใจกับการสอบเลยด้วยซ้ำ

 

            แต่มันก็ต้องแน่นอนอยู่แล้วล่ะ ก็พวกของนีโอเป็นนักฆ่าของโลกมืด ทำงานเสร็จเมื่อไหร่ก็จะหายตัวไปเมื่อนั้น การเรียนในโรงเรียนจึงดูไม่ค่อยจะมีความหมายสำหรับนีโอซักเท่าไหร่ และการสอบก็เช่นกัน

 

            กฎข้อที่ 129 ว่าด้วยเรื่องของการทะเลาะวิวาท ถ้ามีเรื่องไม่พอใจกัน ชาวเมืองจะต้องไม่ใช้กำลังตัดสินโดยเด็ดขาด นีออนเอ่ยขึ้นเรียบๆ ดวงตาสีนิลสวยจับจ้องไปยังหนังสือ ว่าด้วยกฎหมายมหานครเล่มหนาอย่างเบื่อหน่าย ลินนะและเปมินพยักหน้าคล้อยตาม

 

            ต่อไปเป็นคำถามนะ ถ้าเกิดว่าชาวเมืองเกิดทะเลาะกันอย่างรุนแรงขึ้นมา คนที่ทะเลาะกันนั้นจะเป็นอย่างไร นีออนเอ่ยถามพลางเงยหน้าขึ้นมาจากหนังสือเล่มโต ร่างบางสั่นสะท้านเล็กน้อยเพราะความหนาวเหน็บของฤดูกาลที่ผันเปลี่ยน ถึงแม้จะมีเตาผิงที่กำลังปะทุไฟอยู่ในห้อง แต่ความหนาวก็ยังรุนแรงอยู่ดี

 

            เปมินตอบ นีออนเอ่ยเรียกให้เปมินเอ่ยตอบคำถาม เปมินมีทีท่าลังเลอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยตอบคำถามด้วยเสียงหวาน

 

            คนที่ทะเลาะกันก็จะถูกส่งตัวไปหากษัตริย์ของเมืองที่ตนอาศัยอยู่ทันที ซึ่งคนๆนั้นจะต้องได้รับโทษอย่างแน่นอน ไม่หนักก็เบา เมื่อเปมินพูดจบ นีออนก็พยักหน้าอย่างพอใจ

 

            ถูกต้อง มีอะไรไม่เข้าใจเกี่ยวกับกฎข้อนี้ไหม นีออนเอ่ยถามพลางขดตัวน้อยๆเพราะหนาวกาย สองสาวส่ายหน้าเพื่อบอกว่าไม่มีข้อสงสัย แต่เจ้าจอมงี่เง่าที่อยู่บนตักของนีออนนั้นยังนิ่งเฉย ไม่มีคำตอบรับสำหรับคำถามของนีออน

 

            ทัส เข้าใจหรือเปล่า นีออนเอ่ยถามเสียงเข้ม แต่เจ้าของชื่อยังคงนิ่งเงียบ นีออนถอนหายใจอย่างระอาพลางใช้มือเล็กๆของตนสะกิดทัสเบาๆ

 

            ครอก...

 

            ปึ้ด!!!

 

            ทันทีที่ได้ยินเสียงกรนของทัส เส้นความอดทนของเจ้าตัวแสบก็ขาดผึงลงทันที

 

            ทัส! นีออนตวาดดังลั่น ดังเสียจนนีโอยังสะดุ้งตื่น เพื่อนสาวทั้งสองหัวเราะแห้งๆอย่างเหนื่อยใจ เด็กหนุ่มเจ้าของชื่อกระเด้งตัวลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นดวงตาอาฆาตของสาวจอมยุ่ง ทัสก็ตีหน้าเหยเก

 

            โทษที เผลอหลับไปนิด ทัสหัวเราะแห้งๆพลางเอ่ยแก้ตัว นีออนแยกเขี้ยวกว้างพลางยิ้มเย็นยะเยือกอย่างน่ากลัว เส้นเลือดในสมองเต้นตุ้บๆ หมัดเล็กกำแน่นอย่างหงุดหงิด

 

            แสดงว่าเข้าใจหมดแล้วสินะเรื่องกฎหมายน่ะถึงได้มีเวลางีบ นีออนตวาดถามเสียงดัง ทัสส่ายหน้าไปมาอย่างหวาดๆ ทัสเป็นคนขอให้นีออนติวเรื่องกฎหมายให้เขาเอง แต่ทัสดันมาหลับคาตักเจ้าตัวเล็กเสียได้ ถ้านีออนไม่โกรธก็โลกแตกแล้วล่ะ

 

            แต่ก่อนที่นีออนจะเริ่มต้นวิ่งไล่ฆ่าหั่นศพทัส นาฬิกาแขวนบนผนังห้องก็ส่งเสียงเตือนบอกเวลาเที่ยงตรงเสียก่อน เปมินลุกขึ้นอย่างกระตือรือร้น นีออนส่งยิ้มให้เปมินอย่างมีเลศนัย

 

            แหม พอเลิกปุ๊บก็ไปรับปั๊บเลยนะ นีออนกล่าวแซว ลินนะแอบขำน้อยๆเมื่อเห็นหน้าของเปมินเริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อ ทัสฉีกยิ้มกว้างพลางค่อยๆสาวเท้าหนีให้พ้นเงื้อมมือของนีออนที่กำลังจะจับคอเสื้อตนไว้ เปมินก้มหน้าหลบสายตาทั้งสามคู่ที่จ้องมาทางตน

 

            อย่ามาล้อข้าสิ เปมินเอ่ยด้วยเสียงเขินอาย

 

            แหม ก็มันน่าอิจฉานี่นา เจ้ากับกาโอน่ะสวีทกันจะตาย แต่ดูคู่ของข้าซิ วันๆเอาแต่จะฆ่ากัน ทัสเอ่ยขึ้นมาอย่างขำๆ แต่แล้วก็ต้องมานึกเสียใจทีหลังเมื่อเจ้าจอมยุ่งของทัสหันกลับมามองทัสด้วยสายตาคาดโทษ บอกได้คำเดียวว่า งานนี้ถ้าไม่ตายก็เลี้ยงไม่โต

 

            ไม่เอาน่า อย่าทะเลาะกันสิ ไปได้แล้วล่ะเปมินเดี๋ยวกาโอจะรอนาน แล้วเจอกันที่โรงอาหารนะ ลินนะเอ่ยห้ามศึกของสองจอมแสบก่อนจะหันไปโบกมือให้กับเปมิน เปมินพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะเดินหายออกไปจากห้องพักเพื่อไปรับกาโอที่เพิ่งเลิกฝึกพิเศษ

 

            กาโอและเฟลมต้องไปฝึกพิเศษทุกวันตั้งแต่หกโมงเช้าจนถึงเที่ยงตามคำสั่งของหลิน ทั้งสองจึงไม่ค่อยได้ติวหนังสือกันเสียเท่าไหร่ ส่วนมากฝึกเสร็จก็นอนแผ่อยู่ที่ห้องพักเพราะเหนื่อยล้า เปมินจึงต้องไปคอยช่วยทั้งสองติวหนังสือที่ห้อง ความจริงเรียกว่าไปติวให้กาโอคนเดียวจะดีกว่า เพราะส่วนมากเฟลมจะชอบแวบออกมานอนฟังพวกลินนะติวหนังสือกันเป็นประจำ

 

            ตั้งแต่วันที่อลันคัดเลือกตัวกาโอและเฟลมไปเป็นตัวแทนนั้น เวลาก็ผ่านมาได้เกือบสองสัปดาห์แล้ว พรุ่งนี้ก็จะเป็นวันสอบปลายภาคที่ทุกคนต่างไม่อยากให้มันมาถึง ระเบียงทางเดินในโรงเรียนนั้นเงียบสงบเพราะมีแต่คนติวหนังสือกันที่ห้องอย่างเคร่งเครียด แต่ยังไม่ทันจะได้เดินพ้นโซนหอพักฝั่งตะวันออกดี เปมินก็ได้ยินเสียงโครมครามดังเล็ดลอดออกมาจากห้องพักของเธอ

 

            ไม่ต้องให้เดาก็รู้ได้ว่านีออนคงซัดทัสไปหลายหมัดเลยทีเดียว เปมินส่ายหน้าอย่างระอา แล้วขาเรียวก็ก้าวเดินต่อไป

 

..........

 

            โรงอาหารประจำโรงเรียนไดมอนที่มักจะเต็มไปด้วยเหล่าเด็กนักเรียนกลับว่างโล่ง มีกลุ่มเด็กนักเรียนอยู่เพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ยังนั่งกินข้าวกันอยู่ที่โรงอาหาร แถมยังกินแบบรีบร้อนสุดๆเสียด้วยสิ

 

            เฟลมกวาดดวงตาสีแดงเพลิงไปทั่วโรงอาหารเพื่อมองหากลุ่มเพื่อนของตน แล้วดวงตาของเฟลมก็ไปสะดุดเข้ากับภาพที่ทำให้เขาต้องปวดหัว นีออนกับทัสกำลังทะเลาะกันด้วยเสียงที่ดังลั่นโดยมีลินนะและนีโอคอยห้ามศึกอยู่ข้างๆ ดวงตาข้างขวาของทัสมีรอยช้ำที่ค่อนข้างน่ากลัว ไม่ต้องสงสัยเลยว่าฝีมือใคร ฝีมือของจอมแสบอย่างแน่นอน

 

            นั่นมันของข้านะ นีออนวีนด้วยเสียงแหลมสูง แหลมจนกระทั่งเฟลมต้องยกมือขึ้นปิดหู ไม่รู้จะแหลมอะไรมากมาย

 

            ไม่เห็นเป็นไรเลยนี่ อย่าทำเป็นงกไปหน่อยเลย ถือว่าเป็นค่าทำขวัญเมื่อกี้ก็แล้วกัน ทัสเอ่ยตอบโดยที่ในปากยังคงเต็มไปด้วยเนื้อไก่ชิ้นโต ถ้าเดาไม่ผิด เฟลมคิดว่าทัสน่าจะไปขโมยไก่มาจากนีออน นีออนก็เลยว้ากใส่เข้าให้

 

            ทะเลาะกันด้วยเรื่องงี่เง่าอีกแล้ว ...

 

            เป็นสิ ก็นั่นมันของข้านี่ นีออนแยกเขี้ยวกว้างพลางส่งเสียงขู่ต่ำๆในลำคอเหมือนแมว ทัสทำหน้าตาไม่แยแสแถมยังเคี้ยวไก่ตุ้ยๆเหมือนพยายามยั่วนีออน

 

            ก็ข้าบอกว่ามันเป็นค่าทำขวัญไง เมื่อกี้ต่อยข้าซะแรงเชียว ทัสกล่าวโต้ เฟลมยกมือขึ้นกุมขมับอย่างปวดเศียรเวียนเกล้า ไม่รู้จะทะเลาะกันทำไมกะอีแค่เนื้อไก่ชิ้นเดียว เฟลมก้าวฉับๆไปหาเพื่อนทั้งสี่ของตนทันที

 

            แค่เนื้อชิ้นเดียวเอง ไปหยิบใหม่เอาก็ได้นี่นีออน ส่วนเจ้า ทัส คิดยังไงถึงไปแย่งผู้หญิงกินซะล่ะ เฟลมถามขึ้นด้วยเสียงที่ดังฟังชัดพลางทิ้งตัวลงนั่งข้างๆลินนะอย่างหมดอารมณ์ จานข้าวกระแทกลงบนโต๊ะส่งเสียงเคร้งดังลั่น สองตัวป่วนสะดุ้งโหยง

 

            ง่า... ทัสถึงกับพูดไม่ออกเมื่อโดนเฟลมว่า แต่มันก็จริงอย่างที่เฟลมบอกนั่นแหละ ทัสเลยไม่รู้ว่าจะแก้ตัวยังไงดี

 

            เลิกทะเลาะกันได้แล้วข้ารำคาญ เป็นคู่รักกันภาษาอะไรทะเลาะกันอยู่ได้ทุกวี่ทุกวัน เฟลมกล่าวแขวะ สองตัวแสบปั้นหน้าเหยเก นีโอถึงกับหลุดขำเสียยกใหญ่เมื่อเห็นน้องสาวของตนปั้นหน้าบูด

 

            น่านะ แล้วกาโอกับเปมินล่ะ ลินนะเอ่ยถามเฟลมหลังจากที่กวาดสายตามองหาทั้งคู่มาได้พักหนึ่งแล้ว

 

            เจ้ากาโอมันเหนื่อยมากเลยจะขอนอน เปมินเลยอยู่เฝ้าน่ะ เฟลมกล่าวตอบ ลินนะพยักหน้ารับเบาๆ

 

            แล้วเจ้าไม่เหนื่อยบ้างเหรอลินนะถามเสียงห่วงใย เฟลมส่ายหน้าช้าๆพลางส่งข้าวคำต่อไปเข้าปาก

 

            ไม่เหนื่อยมากหรอก แค่เพลียนิดๆเท่านั้นเอง

 

            แล้วมื้ออาหารกลางวันก็ดำเนินไปอย่างเงียบๆปนอึกทึกครึกโครมเล็กน้อย สาเหตุก็มาจากสองตัวยุ่งประจำโต๊ะนั่นแหละ แป๊บๆทะเลาะกัน แป๊บๆกัดกัน ไม่รู้ว่าจะทะเลาะอะไรกันนักหนา เรื่องที่ทะเลาะก็ใช่ว่าจะมีสาระมากมาย

 

            หลังจากเสร็จมื้ออาหารที่แสนจะวุ่นวายไปอีกหนึ่งมื้อ นีออนและนีโอก็ตกลงกันว่าจะไปเดินเล่นที่สวนหลังโรงเรียนเพื่อเป็นการคลายเครียด และที่แน่ๆคือทัสก็ต้องขอตามไปด้วย เฟลมกับลินนะจึงต้องกลับไปติวหนังสือที่ห้องกันสองคน เพราะจะไปติวกับกาโอก็กลัวว่าจะไปขัดจังหวะสวีทจ๊ะจ๋า ทั้งสองก็เลยตัดสินใจไปติวกันที่ห้องของลินนะ

 

……….

 

            ห้องพักหมายเลข 101 นั้นดูเงียบและสงบไปถนัดตาเมื่อไม่มีสองตัวยุ่งอยู่ด้วย ลินนะนั่งลงบนเตียงนุ่มของตนพลางพลิกหน้ากระดาษของหนังสือเล่มหนาอย่างเอาเป็นเอาตาย เฟลมนั่งลงบนเก้าอี้ด้านข้างเตียง ดวงตาสีแดงเพลิงกวาดมองกองหนังสือร่วมสิบเล่มที่อยู่บนโต๊ะอย่างเซ็งๆ

 

            เจอแล้ว วันนี้เจ้าจะติวกันเรื่องเมืองมิตรทั้งห้าต่อใช่ไหม ลินนะเอ่ยถามเสียงหวานใส เฟลมพยักหน้ารับพลางเคลื่อนกายเข้ามาใกล้ลินนะ

 

            เมื่อวานเราคุยค้างกันไว้ที่สถานที่ท่องเที่ยวของเมืองเคนตาเซียสินะ อืม.. เมืองเคนตาเซียนั้นมีสถานที่ท่องเที่ยวที่เลื่องชื่ออยู่ทั้งหมดสามสิบสี่ที่ แต่ที่มีชื่อเสียงและคนชอบไปกันมากที่สุดก็คือตลาดเวสลาน่าแล้วก็ป่ามายา ลินนะกล่าวโดยที่สายตายังคงไม่ละไปจากหนังสือเล่มโต เฟลมพยักหน้ารับก่อนจะขีดเขียนอะไรลงไปบนกระดาษอย่างลวกๆ

 

            ป่ามายานั้นชาวเมืองเคนตาเซียเชื่อกันว่าเป็นป่าที่พระเจ้าทรงสร้างขึ้น เพราะป่านี้เป็นป่าที่แสนจะอุดมสมบูรณ์ ให้ชีวิตและทุกๆสิ่งแก่มนุษย์ เป็นป่าที่เป็นต้นกำเนิดของทุกสรรพสิ่งในมหานครแห่งนี้ ลินนะอธิบายโดยมีเฟลมนั่งฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ

 

            แต่ป่านี้ก็มีอันตรายอยู่มากเหมือนกันนะ มีทั้งปีศาจเอย อมนุษย์เอย สัตว์ป่าเอย เยอะแยะไปหมด และที่ได้ชื่อว่าป่ามายาก็เพราะว่าป่านี้ชอบสร้างภาพลวงตากับหมอกที่ทำให้คนหลงทางกันบ่อยๆ น่ากลัวจัง ลินนะกล่าวพลางทำหน้าตาหวาดๆ เฟลมถึงกับหลุดขำออกมานิดๆเมื่อเห็นสีหน้ากังวลของลินนะ

 

            จะไปกลัวทำไมล่ะ เราไม่ได้ไปสอบปลายภาคกันที่นั่นซักหน่อยนี่ เฟลมกล่าวล้อ หน้าของลินนะเริ่มขึ้นสีระเรื่อ

 

            ก็มันน่ากลัวนี่นา ลินนะแก้ตัว เฟลมขมวดคิ้วน้อยๆก่อนจะส่ายหน้าไปมาอย่างขำๆ

 

            เป็นถึงเจ้าหญิงคนเก่งของท่านฮิเอ็น แต่ดันขี้กลัวซะนี่ เฟลมว่าพลางหัวเราะร่วน ลินนะป่องแก้มอย่างไม่พอใจ มือบางเงื้อขึ้นเตรียมทำร้ายร่างกายของเฟลม

 

            เฮ้ยๆ ข้าล้อเล่น เฟลมกล่าวพลางโยกตัวหลบฝ่ามือพิฆาตของลินนะ ลินนะยังคงฟาดมือไม่หยุด เฟลมลุกจากเก้าอี้เตรียมวิ่งหนี ลินนะลุกขึ้นตาม และ...

 

            ว้าย!”

 

            เฮ้ย!”

 

            โครม!!!

 

            เท้าของลินนะสะดุดเข้ากับผ้าคลุมเตียงอย่างจัง ร่างบางเซจะล้มลงไปจับกบกับพื้น แต่ด้วยสิ่งใดไม่รู้ทำให้เฟลมรีบพุ่งเข้าไปรับ แต่เท้าเจ้ากรรมของนักฆ่าคนเก่งก็ดันไปสะดุดกับขอบเตียง เฟลมจึงร่วงลงไปนอนกองอยู่ที่พื้นก่อนที่ลินนะจะร่วงลงไปเสียอีก เฟลมนอนแผ่สามสลึงอย่างหมดแรง แล้วร่างของลินนะก็ล้มทับเฟลมดังแอ้ก เล่นเอาเฟลมจุกจนพูดไม่ออก

 

            ลินนะรู้สึกว่าในหัวมึนตึ้บเพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นรวดเร็วนัก แต่โชคก็ยังเข้าข้างลินนะ เธอไม่ได้ลงไปนอนกองอยู่บนพื้น แต่เธอล้มลงไปนอนทับร่างของเฟลมที่นอนแผ่หลาอยู่ต่างหาก เฟลมคงจะจุก เพราะไม่มีเสียงใดๆเล็ดลอดออกมาจากปากของเด็กหนุ่มเลยแม้แต่น้อย

 

            ใบหน้าของทั้งคู่อยู่ห่างกันเพียงแค่คืบ ใกล้จนรู้สึกถึงลมหายใจที่ถูกผ่อนออกมาอย่างช้าๆ ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนจ้องดวงตาสีแดงเพลิงอยู่นานสองนาน มีแต่ความสงบนิ่ง

 

            หน้าของเฟลมเริ่มเปลี่ยนสี เลือดสูบฉีดอย่างคลุ้มคลั่ง หน้าของเฟลมแดงแจ๋ ไม่รู้เป็นเพราะอะไร แต่ตอนนี้เฟลมกำลังรู้สึกว่าหัวใจของตนนั้นเต้นเร็วและแรงเหลือเกิน เหมือนกับมีคนมาตีกลองศึกอยู่ที่หัวใจยังไงยังงั้น

 

            นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง

 

            อ๊ะ ข้าขอโทษ ลินนะเอ่ยทำลายความเงียบในที่สุด ร่างเล็กกระเด้งออกมาจากร่างของเฟลมที่ตนนอนทับอยู่นานสองนาน เฟลมลุกขึ้นนั่งพลางเสสายตามองไปทางอื่น ใบหน้ายังคงแดงและร้อนฉ่า

 

            ไหงหัวใจมันถึงได้เต้นแรงอย่างงี้ฟะ

 

            หลังจากที่ใช้ความพยายามเป็นอย่างหนักในการปรับอัตราการเต้นของหัวใจให้เข้าจังหวะได้แล้ว เฟลมก็เพิ่งรู้ตัวว่าได้ทำอะไรเสียมารยาทลงไปซะแล้ว เล่นหันหน้าหนีลินนะแบบนั้น แล้วลินนะจะโกรธเขาไหมล่ะเนี่ย

 

            เอ้อ ขอโทษนะ เมื่อกี้ข้าไม่ได้ตั้งใจจะหันหน้าหนีเจ้านะ เฟลมกล่าวแก้ตัวพลางหันหน้ามาทางลินนะ หน้าของลินนะแดงแจ๋จนน่ากลัว แดงกว่าหน้าของเฟลมในตอนนี้เสียอีก

 

            ง่า... เฟลมถึงกับพูดอะไรไม่ถูก ลินนะเองก็เช่นกัน

 

            เงียบกันไปอีกครู่หนึ่ง

 

            เอ่อ เมื่อกี้ขอโทษนะ ข้าซุ่มซ่ามไปหน่อย ลินนะเอ่ยทำลายความเงียบอีกครั้ง เฟลมพยักหน้ารับคำขอโทษนั้นเบาๆ

 

            ข้าก็ต้องขอโทษด้วยนะที่... เฟลมอยากจะพูดต่อว่าหันหน้าหนี แต่ปากก็พูดไม่ออก เฟลมเกาท้ายทอยแกรกๆอย่างงงๆ

 

            เอาเป็นว่าเรามาท่องหนังสือกันต่อเหอะนะ เฟลมกล่าวชวนหลังจากทำการประมวลข้อมูลมานาน ลินนะผงกหัวรับคำ เฟลมยันกายให้ลุกขึ้นก่อนจะส่งมือให้ลินนะช้าๆ

 

            ขอบใจจ้ะ ลินนะว่าพลางพยายามดึงตัวเองขึ้น แต่ดูเหมือนข้อเท้าของลินนะจะไม่ค่อยเป็นใจซักเท่าไหร่ ลินนะล้มพับลงไปอีกรอบ

 

            โอ๊ย!”

 

            เฮ้ย!”

 

            โครม!!

 

            มันจะไม่เป็นอะไรเลยถ้าลินนะล้มลงไปคนเดียว แต่นี่เธอดันดึงเฟลมให้ลงไปนั่งจุ้มปุ๊กอยู่กับพื้นอีกรอบนี่สิ แถมหน้าผากยังชนกันอีก เฟลมถึงกับตีหน้าซื่อบื้อ หัวใจเต้นแรงอีกแล้วแฮะ

 

            ขอโทษนะ ขอโทษ ข้านี่ซุ่มซ่ามจริงๆเลย ลินนะเอ่ยขอโทษ เฟลมหัวเราะเจื่อนๆเป็นการกลบเกลื่อน ดวงหน้าร้อนผ่าวอย่างไม่รู้สาเหตุ เฟลมยันตัวให้ลุกนั่ง

 

            ดูเหมือนข้อเท้าจะแพลงนะ เฟลมกล่าววิเคราะห์พลางจับข้อเท้าของลินนะเบาๆ ลินนะพยักหน้ารับอย่างอายๆ

 

            ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวข้ารักษาเอง ลินนะว่าพลางวางมือเหนือข้อเท้าขาว ริมฝีปากบางพึมพำบางสิ่งอย่างแผ่วเบา เกิดวงแหวนสีฟ้าขึ้นเหนือข้อเท้าของลินนะ มีเสียงวิ้งตามมา และแสงสีฟ้าก็หายเข้าไปในข้อเท้า ลินนะผ่อนลมหายใจยาว

 

            เรียบร้อยแล้วล่ะ ลินนะกล่าวพลางยิ้มกว้าง และนั่นก็ดันทำให้หัวใจเจ้ากรรมของเฟลมเต้นโครมครามขึ้นมาอีกรอบ เฟลมทุบลงไปที่อกด้านซ้ายของตัวเองแรงๆ แล้วก็รู้ตัวว่าไม่น่าทำไปเลยเมื่อลินนะมองมาทางเฟลมด้วยสายตาเหมือนจะเป็นห่วง

 

            เป็นอะไรหรือเปล่า ลินนะเอ่ยถาม เฟลมตีหน้างง

 

            อ่ะ ไม่เป็นไรๆ

 

            จริงนะ

 

            อื้ม เฟลมพยักหน้ารับอย่างเต็มที่

 

            ไม่เป็นไรก็ดีแล้วล่ะ ลินนะยิ้มกว้าง เฟลมเองก็ยิ้มเช่นกัน

 

            แล้วประตูห้องก็เปิดกว้างออก ปรากฏร่างของเพื่อนทั้งห้าคนที่เดินเข้ามาภายในห้อง ดวงตาของเพื่อนๆทั้งห้าคู่จ้องมองไปทางเฟลมและลินนะที่นั่งกองอยู่บนพื้นอย่างสงสัยปนงงงวย

 

            เดี๋ยวนี้พวกเจ้ามีรสนิยมชอบลงไปนั่งติวหนังสือกันบนพื้นแล้วเหรอ กาโอเอ่ยถามอย่างสงสัย เฟลมกระเด้งตัวลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วราวถูกดีด แล้วลินนะก็ลุกตามขึ้นมาติดๆ

 

            เปล่า มีอุบัติเหตุนิดหน่อยน่ะ เฟลมกล่าวแก้ตัว ขาทั้งสองข้างพาเดินไปหยิบสมุดจดโน้ตของตนที่หล่นอยู่บนพื้น สองแฝดยิ้มกว้างอย่างเจ้าเล่ห์ เมื่อเห็นรอยยิ้มนั้น เฟลมก็เห็นแววมีเรื่องปวดหัวขึ้นมาทันที

 

            ข้ารู้นะว่าเมื่อกี้พวกเจ้าทำอะไรกันน่ะ นีโอเกริ่น เมื่อเจ้าเพื่อนตัวดีที่นานๆจะแสบซักทีเป็นคนเริ่มเรื่อง เพื่อนคนอื่นก็หูผึ่งทันที เฟลมกรอกตามองเพดานอย่างเหนื่อยใจ ลมหายใจถูกผ่อนออกมาอย่างยาวยืด

 

            อะไรเหรอนีโอ อะไรเหรอ ทัสถามเร่งด้วยความอยากรู้อยากเห็น เปมินและกาโอพยักหน้าคล้อยตาม

 

            ก็เมื่อกี้เจ้าเฟลมกับลินนะน่ะ... นีออนกล่าวบ้าง เฟลมเริ่มกัดฟันอย่างโกรธเคือง ส่วนลินนะก็ได้แต่นั่งแข็งทื่อเป็นรูปปั้นหิน

 

            พวกเจ้าอยากมีเรื่องกันมากใช่ไหม!!!” สิ้นเสียงขู่ของเฟลม ทั่วทั้งห้องก็ตกอยู่ภายใต้ความวุ่นวาย โดยมีเฟลมและสองแฝดวิ่งไล่กันให้วุ่น มีเสียงหัวเราะดังขึ้นไม่ขาดช่วง แล้วบ่ายวันนั้นก็จบลงโดยที่ไม่ได้อ่านหนังสือติวกันยกกลุ่ม!!!

 

..........

 

            โรงเรียนไดมอนในวันนี้ช่างเงียบสงบเสียเหลือเกิน นักเรียนทั้งโรงเรียนต่างกำลังเคร่งเครียดอยู่กับข้อสอบที่พูดได้คำเดียวว่ายากอย่างสุดซึ้ง อาจารย์ที่ยืนคุมสอบหน้าห้องก็ตีหน้าขึงขัง และนั่นก็ยิ่งทำให้นักเรียนยิ่งเครียดกันเข้าไปใหญ่

 

            การสอบภาคทฤษฎีนั้นเริ่มขึ้นในตอนแปดโมงเช้าและจะจบลงในเวลาเที่ยงตรง สี่ชั่วโมงกับข้อสอบสี่วิชา วิชาละสองร้อยข้อ แค่คิดก็สยองแล้ว

 

            ห้องโถงประชุมกลางของนักเรียนชั้นปีหนึ่งถูกเนรมิตให้เป็นห้องสอบไปเรียบร้อยแล้ว โต๊ะแต่ละตัวอยู่ห่างกันไกลสุดกู่ ดังนั้นเรื่องการจะลอกข้อสอบกันจึงต้องถูกปัดออกจากสมองไปในที่สุด

 

            ขอบตาของเฟลมและผองเพื่อนออกจะติดคล้ำๆเล็กน้อย เป็นเพราะเมื่อวานไม่ได้ติวหนังสือกันในช่วงบ่าย เวลาแห่งการติวก็เลยถูกยกมาอยู่ในช่วงดึกและล่วงเลยมาจนถึงเช้ามืด อ่านหนังสือโต้รุ่ง นั่นจะเป็นสิ่งสุดท้ายที่เฟลมจะนึกถึง

 

            เฟลมหาวอีกวอดใหญ่ กระดาษข้อสอบเบื้องหน้าเหมือนหมุนได้และยังคงขาวโพลน ในหัวมีแต่ข้อสอบที่ตีกันให้ยุ่งวุ่นวายไปหมด

 

            เหลืออีกสามสิบนาทีหมดเวลาสอบช่วงเช้า หลินประกาศด้วยเสียงดังก้อง ดวงตาสีทองที่มักจะฉายแววขี้เล่นกลับดูเคร่งเครียดจริงจัง นักเรียนพากันส่งเสียงฮือฮา บางคนถึงกับถอนหายใจเฮือก ห้องทั้งห้องเต็มไปด้วยความตึงเครียด

 

            เฟลมตัดสินใจมั่วข้อสอบอย่างเต็มที่ คิดในใจว่าอย่างไรเสียผลสอบก็คงไม่มีผลกับตนเองอยู่แล้ว เพราะยังไงหลังจากทำงานเสร็จเขาและสองแฝดก็ต้องลากับเพื่อนๆ จะว่าไปแล้ว เป้าหมายของเฟลมในคราวนี้ก็เป็นเพื่อนของเขาถึงสามคนนี่นา

 

            พอคิดถึงตรงนี้สมองเฟลมก็เริ่มปวดตุ้บๆ เฟลมรู้สึกสับสน ถ้าเป็นเมื่อก่อน เขาคงลงมือฆ่าเป้าหมายทั้งสามได้อย่างไม่ลังเล แต่ตอนนี้เขากลับรู้สึกไม่อยากลงมือ อยากเป็นเพื่อนกับพวกเขาตลอดไป เฟลมไม่อยากกลับไปอยู่โลกมืดอีก

 

            แต่นั่นมันก็ไม่มีทางเป็นไปได้อย่างแน่นอน อนามันไม่มีทางปล่อยเฟลมออกจากโลกมืด ถึงแม้จะอยากแค่ไหน มันก็เป็นไปได้แค่ความต้องการ ไม่มีทางที่มันจะกลายมาเป็นความจริง

 

            เหลืออีกห้านาที หลินประกาศเสียงดัง เฟลมสะดุ้งเฮือก หน้ากระดาษยังคงว่างเปล่าเหมือนเดิม เฟลมหัวเราะกับตัวเองเบาๆเมื่อเห็นว่าตัวเองคิดฟุ้งซ่านไปขนาดไหน

 

            ซวยแล้วไง หลังจากหัวเราะเสร็จ เฟลมก็บ่นกับตัวเองอย่างหัวเสีย มือปั่นข้อสอบอย่างรวดเร็ว ห้านาทีสุดท้าย เอาวะ อย่างน้อยก็ขอแค่เสร็จ

 

            วางปากกาได้ หลินกล่าวเมื่อเวลาผ่านไปครบห้านาทีแล้ว เสียงวางปากกาดังขึ้นพร้อมกับเสียงถอนหายใจยาวอย่างผ่อนคลาย หลินสะบัดมือเบาๆ ข้อสอบทั้งหมดลอยไปอยู่ในมือของหลินอย่างเป็นระเบียบ

 

            ดีมาก แล้วเจอกันตอนบ่ายโมงที่ลานกว้างหลังโรงเรียนนะ หลินกล่าวแล้วเดินหายออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว เสียงคุยกันดังกระหึ่มไปทั่วห้องกว้าง

 

            ไง ทำได้ไหม กาโอถามขึ้นพร้อมกับมือที่วางลงบนไหล่ของเฟลม เฟลมหันกลับมายิ้มเจื่อนๆเป็นคำตอบ

 

            ก็นะ มั่วหมดนั่นแหละ เฟลมกล่าวเสียงกลั้วหัวเราะ เมื่อเพื่อนๆอีกห้าคนเดินมารวมตัวกันครบแล้ว ทั้งหมดก็ออกเดินไปโรงอาหารทันที ในอกรู้สึกโล่งเป็นอย่างมากหลังจากสอบเสร็จ ถึงแม้จะมีสอบรอบบ่ายอีก แต่ก็ไม่ค่อยมีคนห่วงซักเท่าไหร่ เพราะเรื่องการใช้กำลังเนี่ย พวกของเฟลมไม่เป็นสองรองใครอย่างแน่นอน

 

..........

 

            ห้องทำงานของอนามันยังคงมืดสลัวเหมือนอย่างเคย เสียงปากกาที่ขีดเขียนกระดาษดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

            เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆอย่างเกรงใจ อนามันเหลือบหางตาไปมองทางประตูน้อยๆก่อนจะดีดนิ้วเบาๆ ประตูไม้ดีดออกอย่างว่าง่าย ปรากฏร่างของชายชราที่เดินเข้ามาภายใน

 

            ท่านอนามันขอรับ ข้าตีมีดสั้นเสร็จแล้วขอรับ เสียงแหบแห้งของคาห์ที่ดังขึ้นนั้นเรียกรอยยิ้มจากอนามันได้เป็นอย่างดี อนามันหันกลับมามองคาห์ด้วยสายตาพึงพอใจ

 

            ดีมากคาห์ ไหนล่ะ อนามันเอ่ยถามพลางยื่นมือออกไปด้านหน้า คาห์วางมีดสั้นห้าคู่ที่อยู่ในถุงใส่มีดสั้นลงบนมือของอนามัน อนามันฉีกยิ้มกว้างน่ารังเกียจ

 

            ดีมาก อนามันกล่าวชม มือที่เต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่นเอื้อมไปหยิบมีดสั้นออกมายลโฉม

            มีดสั้นนั้นมีด้ามจับเป็นไม้สีดำสนิท คมมีดทำจากเหล็กกล้าและมีสีดำขลับ อนามันหัวเราะร่วนอย่างชอบใจ

 

            ดีมากๆ อนามันกล่าวอีกครั้ง คาห์ค้อมหัวรับคำชมนั้นอย่างนอบน้อม

 

            เจ้าช่วยเอาไปให้เฟลมหน่อยได้ไหม อนามันกล่าวขอร้อง คาห์พยักหน้ารับ

 

            ขอรับ ข้ายินดีทำทุกอย่างเพื่อท่าน คาห์กล่าว

 

            งั้นจงไปได้แล้ว บอกเฟลมว่าข้ามั่นใจว่ามันจะไม่ทำให้ข้าผิดหวัง อนามันกล่าวกำชับ คาห์ค้อมกายรับคำจากอนามันก่อนจะเดินหายออกไปจากห้องทำงานที่มืดสลัว อนามันเผยรอยยิ้มที่แสนจะน่ารังเกียจอีกครั้ง

 

            อีกไม่นานเพื่อนรัก อีกไม่นาน อนามันกล่าวพึมพำกับตนเองด้วยเสียงแผ่วเบา

 

            ดวงตาสีทองของมิดไนท์นั้นวาววับ มันไม่ชอบเลยกับสิ่งที่อนามันกำลังจะทำ สิ่งนั้นจะทำให้มหานครทั้งมหานครต้องล่มสลาย

 

            เมื่อวานก่อน ตอนที่อนามันออกไปจากห้องนี้ มิดไนท์ได้ทำการสำรวจห้องนี้และโต๊ะทำงานของอนามันอย่างละเอียดถี่ถ้วน และมิดไนท์ก็ได้รับรู้ความจริงว่าอนามันต้องการจะทำอะไรบ้าง สิ่งที่อนามันจะทำทำให้มิดไนท์โกรธอย่างสุดขีด

 

            สายลมพัดไหวเล็กน้อยยามที่มิดไนท์สะบัดหางของมันเบาๆอย่างอารมณ์เสีย ร่างของมิดไนท์ค่อยๆจางหายไปพร้อมกับสายลมที่พัดโบก แต่ทว่าในห้องทำงานของอนามันนั้นยังคงหลงเหลือดวงตาอยู่อีกคู่หนึ่ง เจ้าของดวงตาคู่นั้นซ่อนตัวอยู่ในความมืดได้อย่างมิดชิด แต่เมื่อแสงไฟจากเชิงเทียนไหววูบ ดวงตาคู่นั้นก็หายลับไป หลงเหลือไว้เพียงความว่างเปล่าและความมืดมิด

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,947 ความคิดเห็น

  1. #1916 。◕‿◕。 Iris_Jung &# (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 13 มีนาคม 2556 / 11:36
    เชียร์คู่นี้มากค่ะ ตั้งแต่เมื่อานแล้ว คู่ของเฟลม กับ ลินนะ^^
    #1,916
    0
  2. #1828 I'm sone M.Seo >O< (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 27 มีนาคม 2555 / 22:14
    เขินแทนเลย 555+
    #1,828
    0
  3. #1722 lnwcool (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 3 เมษายน 2554 / 19:14
    ง่า..รักต้องห้ามเหรอดันตกหลุมรักเป้าหมายซะนี่-__-
    #1,722
    0
  4. #1570 Black_Cupid (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 29 มกราคม 2553 / 12:15
     รักเฟลม กะ ลินนะที่สุดค่า 
     ตอนนี้ที่บ้าน เรื่องนี้เล่ม 1 ก็นอนสบายอยู่บนเตียงได้สี่เดือนแล้ว เมื่อไหร่เล่ม 2 จะวางแผงอ่ะคะ?
    #1,570
    0
  5. #1522 BicoUe_Darkness (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2552 / 14:48
    อุ๊ยๆๆๆ



    ลินนะ เฟรม งัยกาน



    น่ารักจัง กาโอ เปมินก็หวานซะ



    เหลือแต้ทัส กะนีออน หวานยาก



    สนุกมากๆๆค่ะ
    #1,522
    0
  6. #1268 ทายาทรัตติกาล (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2552 / 17:16
    อ้ากกกกกก...=o=๐

    น่ารักเมิ่กๆๆๆคร้า

    คู่ของเฟลมกับลินนะเนี่ย

    แต่ไม่รู้ว่าจะเป็นเยี้ยงไรต่อไปเน้อ
    #1,268
    0
  7. #1195 #-# (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 20 เมษายน 2552 / 09:29
    หึหึหึ....น่าสนุกแล้วซิ....หึหึหึ
    #1,195
    0
  8. #1094 Dark_JOKER (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 26 มีนาคม 2552 / 10:22
    ฮะๆๆๆน่ารักอ่า
    เฟลมก็สวีทเป็นกับเค้าด้วยพระเจ้าเลย
    แต่ว่ารู้สึกว่าจะแต่งได้
    น้ำเน่าเงาจันทร์ดีแฮะ
    ฮะๆๆๆสนุกเจ้าค่ะ
    ฮุ ฮุ ฮุ
    #1,094
    0