Flame นักรบเพลิงมายา (เปลวเพลิงมายา)

ตอนที่ 12 : มายาที่ 10 เข็มกลัดอันที่ 2 <= [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,028
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    1 มี.ค. 51

 

มายาที่ 10

เข็มกลัดอันที่ 2

 

            ท่านแม่ ท่านเป็นอย่างไรบ้างขอรับ เสียงเครียดๆของเจ้าชายหนุ่มผู้เพิ่งเดินทางมาถึงพระราชวังหลวงดังขึ้นทักผู้เป็นมารดาที่นอนพักอยู่บนเตียงในห้องบรรทม ดวงตาสีเงินมีเค้าแห่งความหม่นหมอง

 

            เคียร์ร่า อิน หญิงสาวที่ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดในเมืองโอรอสย่า ตอนนี้ตามร่างกายของเธอนั้นเต็มไปด้วยผ้าพันแผลสีขาวสะอาด กลิ่นยาที่ใช้ทำแผลก็ส่งกลิ่นที่ไม่น่าพิสมัยนัก เรือนผมสีเงินยาวที่มักจะเป็นประกายสวยกลับดูหมองมัว ดวงตาคู่สีเงินก็ดูไม่ค่อยสดใสเท่าใดนัก

 

            เจ้าชายหนุ่มทรุดกายลงนั่งด้านข้างเตียงของมารดา จากนั้นก็ค่อยๆสูดลมหายใจเข้าปอดอย่างช้าๆเพื่อให้หายเหนื่อย ผู้เป็นมารดายิ้มกลับอย่างอ่อนโยนก่อนจะขยับริมฝีปากตอบคำถามของเจ้าชายหนุ่มด้วยเสียงอบอุ่น

 

            แม่ไม่เป็นอะไรแล้ว จานา เมื่อได้ฟังคำตอบจากผู้เป็นมารดา เจ้าชายจานาก็ถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก ในอกรู้สึกสบายใจ

 

            ค่อยยังชั่วหน่อย ว่าแต่ ท่านแม่เห็นหน้าตาพวกสี่แฟนธ่อมที่มันพยายามลอบสังหารท่านแม่รึเปล่าขอรับ จานาเอ่ยถาม สายตาของเขาเปี่ยมไปด้วยความโกรธแค้น เคียร์ร่าส่ายหน้าปฏิเสธเบาๆ

 

            แม่ไม่เห็นหรอก พวกมันใส่ผ้าคลุมหน้าเอาไว้ แต่ดูจากท่าทางน่าจะยังเป็นเด็กอยู่เลยนะ เคียร์ร่าเอ่ยพลางทำท่าครุ่นคิด

 

            คนหนึ่งเป็นผู้หญิง ใช้ธนู อีกคนเป็นผู้ชาย ใช้ขวาน

 

            สองคน? แต่ข้าเคยได้ยินว่ากลุ่มแฟนธ่อมมีสี่คนไม่ใช่หรือขอรับ จานาขมวดคิ้วอย่างสงสัย ดวงตาสีเงินเป็นประกายจ้องมองผู้เป็นมารดาอย่างครุ่นคิด

 

            อีกสองคนโดนธนูของแม่ได้รับบาดเจ็บไปตอนแรก แต่มีคนหนึ่งใช้เพลิงได้ น่าจะชื่อเฟลมนะ เคียร์ร่าเอ่ยพลางพยายามใช้ศอกดันตัวเองให้ลุกขึ้นนั่ง จานาประคองเคียร์ร่าให้ลุกนั่งพร้อมกับวางหมอนนุ่มไว้ด้านหลังเพื่อให้เคียร์ร่าได้ใช้พิง แต่ความสงสัยก็ยังคงมีอยู่เต็มอก

 

            เฟลม? ท่านแม่รู้ได้ยังไงขอรับ

 

            แม่ได้ยินหนึ่งในพวกมันบอกว่า เฟลม สร้างบาร์เรียให้หน่อย น่ะ เคียร์ร่าเอ่ย คิ้วเรียวมุ่นลงน้อยๆ

 

            หรือว่าลูกรู้จักคนที่ชื่อเฟลม จานาเพียงแค่ส่ายหน้า

 

            ข้าไม่แน่ใจหรอกขอรับ รู้เพียงแต่ว่าที่โรงเรียนไดมอน มีเด็กปีหนึ่งคนนึงที่มีชื่อว่าเฟลม ดูท่าจะเก่งด้วย จานาเอ่ยตอบมารดา

 

            จะยังไงก็แล้วแต่ เจ้าต้องระวังตัวเอาไว้ให้มากๆนะ ในเมื่อพวกโลกมืดรู้แล้วว่าแม่ใช้เวทย์ได้ มันก็คงจะรู้แล้วล่ะว่าเจ้าก็ใช้ได้ เคียร์ร่าเอ่ยเตือนจานาด้วยเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความห่วงใย จานาก้มหน้ารับคำของมารดาแล้วยิ้มตอบ

 

            ข้าจะระวังตัวขอรับ ท่านแม่พักผ่อนเถอะนะ เดี๋ยวข้าจะต้องกลับโรงเรียนแล้ว วันนี้มีพิธีรับน้องด้วย จานาเอ่ยพลางประคองเคียร์ร่าให้นอนลงอีกครั้ง หลังจากห่มผ้าห่มให้กับผู้เป็นมารดาเรียบร้อยแล้ว จานาจึงเดินออกไปจากห้องบรรทมของเคียร์ร่าด้วยเสียงฝีเท้าที่แสนจะแผ่วเบา ประตูห้องถูกแง้มปิดลงพร้อมกับไฟในห้องที่ดับมืด

 

……….

 

            จะกลับแล้วหรือ จานา ทันทีที่เจ้าชายหนุ่มเดินออกมาจากห้องบรรทม เสียงนุ่มๆของบุรุษวัยกลางคนก็ดังทักขึ้น จานาหันหน้ากลับมามองทางต้นเสียงก่อนจะค้อมกายลงทำความเคารพอย่างนอบน้อม

 

            ขอรับท่านพ่อ วันนี้ที่โรงเรียนข้ามีพิธีรับน้อง ข้าคงต้องรีบกลับ จานาเอ่ยตอบผู้เป็นบิดา

            อืม งั้นพ่อจะบอกให้ทหารเตรียมขบวนให้นะ บุรุษวัยกลางคนเจ้าของนัยน์ตาสีเงินมองดูบุตรชายอย่างเอ็นดู ผมยาวประบ่าสีเงินดูยุ่งเหยิง คงยุ่งกับเรื่องของเคียร์ร่ามากจนไม่ได้ดูแลเป็นแน่

 

            ไม่ต้องหรอกขอรับท่านพ่อ ข้าขอแค่ทหารติดตามแค่สองคนพอ ไปเป็นขบวนมันช้าน่ะขอรับ จานาเอ่ยตอบด้วยความเกรงใจ มานากษัตริย์ผู้ปกครองเมืองโอรอสย่าพยักหน้าเห็นด้วยก่อนจะตะโกนเรียกหาทหารสนิททั้งสองนาย

 

            ซอร์ด ชิลด์ มานี่หน่อย สิ้นเสียงเรียกหาของมานา จานาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าที่วิ่งตรงมาทางตนอย่างรีบเร่ง แล้วทหารรับใช้เจ้าของนามทั้งสองก็ปรากฎกาย คนแรกเป็นชายหนุ่มร่างกายกำยำ คนที่สองเป็นชายวัยกลางคน ถึงแม้จะตัวเล็ก แต่แววตากลับแผงไว้ซึ่งความน่าเกรงขามและความรอบรู้

 

            ท่านมานามีอะไรให้พวกข้ารับใช้ขอรับ ชายหนุ่มนามซอร์ดกล่าวถามพลางก้มศีรษะเพื่อเตรียมน้อมรับคำสั่ง

 

            เจ้าสองคนไปส่งจานาไปที่โรงเรียนไดมอนที ระวังให้ดี อย่าให้ลูกข้าเป็นอะไรไป เมื่อมานาสั่งการจบ ซอร์ดและชิลด์ก็ค้อมหัวรับคำสั่งพร้อมกับออกเดินนำจานาไปทางโรงเก็บม้า

 

..........

 

            ผลัวะ!!!

 

            ตุ้บ !!!

 

            เสียงของหนักๆหล่นลงพื้นดังขึ้นหลังจากที่เฟลมจัดการกระแทกหมัดเข้าใส่ท้องของเด็กหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีส้มอ่อนนาม ไอริส ดาริก้าเสียเต็มรัก

 

            เพื่อนร่วมทีมของเด็กหนุ่มอีกสามคนหยิบอาวุธเตรียมโจมตีกันเป็นพัลวันเมื่อเห็นเจ้าเด็กปีหนึ่งผมแดงเพลิงคนนี้ต่อยเพื่อร่วมทีมของตนเองเสียล้มกลิ้ง

 

            ลินนะดึงดาบออกจากฝักแล้วกระชับเตรียมเข้าร่วมวงต่อสู้ด้วย เฟลมชักมีดสั้นออกจากที่เหน็บมีดข้างเอวแล้วยกขึ้นระดับอก

 

            ขอพูดอีกครั้งนะ ส่งเข็มกลัดมาให้ข้าดีกว่าถ้าไม่อยากเจ็บตัว เฟลมกล่าวพยางแสยะรอยยิ้มที่เล่นเอาคู่ต่อสู้เสียวสันหลังวาบ

 

            เข็ดกลัดอันนี้พวกเฟลมมาช้าไปเพียงเสี้ยววินาที เพราะตอนที่เฟลมเดินเข้ามาในห้องสมุดแห่งนี้ เขากับลินนะก็พบว่าพวกรุ่นพี่ปีสองนั้นหยิบเข็ดกลัดขึ้นมาพอดี ทั้งสองทีมก็เลยต้องมาแย่งเข็มกลัดกันแบบนี้

 

            กะอีแค่เข็มกลัดอันเดียว พวกเจ้ายังเหลืออีกตั้งสองอันไม่ใช่เหรอ เทมส์ โทรันโน เด็กหนุ่มหัวหน้าทีมเจ้าของดวงตาสีทองกล่าวอย่างอารมณ์เสีย

 

            ก็เจ้าบอกข้าเองว่าส่งนิกไปเอาเข็มกลัดที่ซ่อนไว้ที่หอพักของชั้นปีห้า ไม่ต้องให้ข้าเดาข้าก็รู้ว่าเข็มกลัดอันนั้นน่ะนิกได้ไปแล้ว เฟลมกล่าวพลางสืบเท้าก้าวเข้าไปหาเทมส์ช้าๆ

 

            แล้วเจ้ารู้ได้ยังไง เทมส์เอ่ยถามเสียงสั่นห้วนแล้วยกขวานเล่มโตคู่กายขึ้นเตรียมสู้

 

            เอาเป็นว่าข้ารู้ละกันเพราะข้ารู้จักนิกดีกว่าพวกเจ้า เฟลมกล่าวตอบอย่างขอไปที สิ้นเสียงของเฟลม เทมส์ก็พุ่งตัวทะยานเข้าใส่เฟลมอย่างรวดเร็ว เฟลมเบี่ยงกายหลบได้อย่างสวยงามก่อนจะถีบเข้าที่หลังของเทมส์จนเทมส์ไถลไปหาลินนะที่ยืนรออยู่ ลินนะกระแทกสันดาบลงไปที่สีข้างของเทมส์ทำเอาเทมส์ทรุดฮวบ

 

            เทมส์!!!” ไรน์ เจนาออส เด็กหนุ่มผู้อยู่ภายใต้เรือนผมสีเขียวแก่ และ วินดี้ มินนะ เด็กสาวคนเดียวในกลุ่มผู้เป็นเจ้าของเรือนผมสีฟ้าอ่อนตะโกนออกมาพร้อมกันเมื่อเห็นเทมส์ล้มลงไปนอนกองอยู่กับพื้น เฟลมหันปลายมีดใส่สองคนที่เหลือแล้วขยับยิ้มอย่างอารมณ์ดี

 

            ว่าไงรุ่นพี่ จะให้เข็มกลัดข้าดีๆ หรือว่าจะต้องให้ข้าแย่งพวกท่านตอนหมดสติ เฟลมกล่าวคล้ายๆจะขู่แล้วเดินเข้าหาทั้งสองอย่างเชื่องช้า แรงกดดันของเฟลมทำเอาทั้งสองก้าวถอยหลังหนีโดยไม่รู้ตัว

 

            เจ้าไม่มีทางชนะพวกข้าได้หรอก ไรน์ตะโกนเสียงดังลั่น แม้ในใจจะสั่นกลัวมากกว่าสั่นสู้ก็ตาม เฟลมส่ายหน้าน้อยๆพร้อมกับพุ่งเข้าหาไรน์

 

             ไรน์ยกหอกสั้นอาวุธประจำกายขึ้นแล้ววาดเป็นแนวยาวกลางอากาศเพื่อกันการโจมตีของเฟลม แต่ดูท่าว่ามันจะไม่ได้ผล เฟลมหยุดตนเองได้ก่อนที่จะโดนหอกนั้นฟัน เฟลมกระโดดอ้อมไปทางด้านหลังไรน์ จากนั้นจับมือขวาของไรน์ล็อคไพล่หลังไว้ เข่าขวาของเฟลมกดไรน์ให้นอนคว่ำลงกับพื้น

 

            วินดี้ที่ยืนอยู่ข้างๆเล็งธนูเข้าหาเฟลมแต่ก็โดนลินนะใช้ดาบฟันคันธนูหักอย่างง่ายดาย ลินนะวาดดาบจ่อคอวินดี้ไว้แล้วส่งยิ้มหวาน ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนดูอารมณ์ดี

 

            ข้าขอเข็มกลัดเถอะนะ ลินนะกล่าวกับวินดี้ด้วยเสียงหวานใส วินดี้กัดฟันกรอดด้วยความโมโห แต่เมื่อมองไปยังเพื่อนๆอีกสามคนที่ล้วนแต่นอนกองอยู่กับพื้นก็ต้องถอดใจ วินดี้เอื้อมมือไปหยิบเข็มกลัดของโรงเรียนไดมอนที่มีสีทองสวยออกจากกระเป๋าเสื้อและส่งให้ลินนะอย่างจำยอม

 

            ขอบคุณมากเจ้าค่ะ รุ่นพี่วินดี้ ลินนะเอ่ยขอบคุณพลางเดินมาหาเฟลม จังหวะเดียวกันกับที่ประตูห้องสมุดเปิดกว้าง นีออน ทัส และกาโอเดินเรียงแถวเข้ามาในห้องด้วยความรีบร้อน แต่เมื่อทัสเห็นสภาพภายในห้องแล้วก็ได้แต่ยืนเอ๋อ

 

            นี่พวกเจ้าสองคนจัดการเองหมดเลยเหรอ ทัสถามเสียงสูงอย่างสงสัยในขณะที่กวาดสายตามองทั่วอดีตห้องสมุด เฟลมกับลินนะพยักหน้าหงึกๆก่อนจะชูเข็มกลัดสีทองอร่ามให้พวกทัสดู ลินนะยิ้มอย่างภูมิใจ

 

            ได้มาแล้ว แล้วทางพวกเจ้าล่ะ ลินนะส่งคำถามอย่างอารมณ์ดี ทัสกับกาโอหัวเราะแห้งๆ สายตาของทั้งคู่ไปหยุดอยู่ที่นีออน ลินนะและเฟลมหันไปมองทางนีออนเช่นเดียวกัน เมื่อโดนสายตาจากเพื่อนๆทั้งสี่คาดคั้น นีออนก็เริ่มขยับริมฝีปากบาง

 

            ข้าให้นิกไปแล้ว นีออนพูดออกมาด้วยเสียงที่แสนจะเรียบง่าย

 

            กะแล้วเชียว เฟลมกล่าวออกมาเมื่อเห็นว่าสิ่งที่ตนเองคิดไว้กับสิ่งที่นีออนทำเป็นเรื่องจริง

 

            ให้ไปแล้ว? ทำไมล่ะ ผู้ที่ส่งคำถามออกมาคือลินนะ

 

            ข้าไม่อยากประมือกับนิก เจ้านั่นเก่งจะตายนีออนกล่าวอย่างขอไปทีแล้วหันมาหาเฟลมที่ยืนกอดอกอยู่ข้างลินนะ

 

            นิกบอกว่าเข็มกลัดอันสุดท้ายอยู่ที่ห้องสมุดต้องห้าม นีออนกล่าว เฟลมยู่หน้าอย่างไม่พอใจ ในขณะที่ลินนะและเหล่ารุ่นพี่อีกสี่คนพากันมองตากันเลิ่กลั่ก

 

            ทำไมนิกมันไม่ยอมบอกข้า แต่มันกลับบอกเด็กปีหนึ่งพวกนี้ เทมส์กล่าวอย่างหัวเสียในขณะที่พยายามยันตัวให้ลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก ไรน์กับไอริสเดินมาสมทบเทมส์กับวินดี้พลางพยักหน้าเห็นด้วย

 

            อันนี้ข้าไม่รู้ พวกท่านต้องไปถามนิกเอง นีออนกล่าวแล้วหันไปหาเฟลมอีกครั้ง

 

            สรุปคือ ตอนนี้พวกเรามีเข็มกลัดหนึ่งอัน รุ่นพี่มีหนึ่งอัน ดังนั้นคงต้องตัดสินกันที่เข็มกลัดอันสุดท้าย นีออนเว้นช่วงเล็กน้อยแล้วจึงกล่าวต่อ

 

            เข็มกลัดอันสุดท้ายอยู่ที่ส่วนกลางห้องสมุดต้องห้าม แต่ข้ากับพวกกาโอไม่อยากเข้าไปเอา เจ้าเข้าไปเอามาก็แล้วกันนะ นีออนเอ่ยสรุปง่ายๆ เล่นเอาเฟลมอ้าปากค้าง ฟังดูง่ายนะที่จะให้เข้าไปหยิบเข็มกลัดจากห้องสมุดต้องห้ามเนี่ย แต่ความจริงมันไม่หมูเลยนะ

 

            เฮ้ย ไหงพูดงี้ ไปเอาด้วยกันเด้ เฟลมส่งเสียงค้านอย่างอารมณ์เสีย นีออนยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์เล็กน้อยแล้วกล่าวตอบ

 

            งั้นข้าจะบอกจินว่าเจ้านอกใจจิน นีออนกล่าวอ้าง เฟลมสะดุ้งเฮือก นึกไม่ถึงว่าเจ้าตัวแสบจะกล้าเอาชื่อจินมาอ้าง

 

            เฮ้ย ข้าไปนอกใจจินตอนไหนกัน แล้วก็นะ ถึงบอกไปจินก็ไม่เชื่อเจ้าหรอก เฟลมเริ่มลนลาน นีออนหัวเราะร่วนอย่างสะใจแล้วกล่าวต่อเมื่อเห็นเจ้าเพื่อนซี้ตรงหน้าเริ่มทำตัวไม่ถูก

 

            คิดว่างั้นเหรอ แต่ข้าว่าจินน่าจะฟังข้ามากกว่าเจ้านะ นีออนยังคงจ้อต่ออย่างอารมณ์ดีในขณะที่หน้าของเฟลมเริ่มซีดเผือดลงทุกทีที่นีออนเอ่ยปาก

 

            แล้วก็นะ...

 

            พอแล้วๆ ตกลงข้าจะไปเอาเข็มกลัดให้ เฟลมกล่าวตัดบทสนทนาอย่างเหลืออด ในขณะเดียวกัน เพื่อนทั้งสามและรุ่นพี่อีกสี่คนกลับอ้าปากค้างด้วยความสงสัย

 

            หนอย อย่าให้ข้ารู้จุดอ่อนของเจ้าบ้างก็แล้วกันนีออน เฟลมขู่นีออนทิ้งท้ายแล้วเดินกระแทกเท้าตึงตังออกไปทางประตูห้องสมุด

 

            เฟลม ข้าจะไปเป็นเพื่อนนะ ลินนะเอ่ยขึ้นแล้ววิ่งไปหาเฟลม เฟลมพยักหน้ารับ ไม่นานนักทั้งคู่ก็เดินหายไปจากห้องสมุด

 

            แล้วรุ่นพี่ไม่คิดจะไปเอาเข็มกลัดอันที่สามเหรอ นีออนหันมากล่าวกับเทมส์ เทมส์ขู่แฮ่แล้วกัดฟันกรอดอย่างโมโหปนไม่พอใจ

 

            ไม่ต้องบอกก็รู้แล้วน่า จบประโยค เทมส์ก็กระทืบเท้าเดินนำเพื่อนๆอีกสามคนออกไปจากห้องสมุดด้วยอารมณ์ที่หงิกสุดขีด นีออนหัวเราะชอบอกชอบใจจนน้ำตาเล็ด

 

            การปั่นหัวคนเนี่ยสนุกสุดๆไปเลยว่ามะ นีออนหันมาถามความเห็นจากเด็กหนุ่มสองคนที่ยืนนิ่งเงียบมาตลอด กาโอกับทัสมองหน้ากันด้วยสายตาปริบๆแล้วพยักหน้าให้กับอย่างเข้าใจ

 

            ... จะไม่ขอมีเรื่องกับยัยนีออนเด็ดขาด...

 

..........

 

            ไม่มีคำว่าขอโทษ เจ้าพวกไร้ประโยชน์!!!” เสียงตวาดของอนามันดังลั่นคับห้องทำงานที่แสนจะมืดสลัวจนผู้ที่ก้มหัวกล่าวขอโทษอยู่ถึงกับตัวสั่นสะท้าน

 

            จินที่นั่งก้มหน้าอยู่ที่เก้าอี้ด้านข้างอนามันยกมือขึ้นปาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม มาซาร์และเดซันที่ยืนก้มหัวอยู่ด้านหน้าอนามันกำลังหายใจหอบระรัวด้วยความหวาดกลัวที่มีต่อชายเบื้องหน้า

 

            อีกฝ่ายเป็นถึงองค์ราชินี เจ้ารู้ไหมว่าการที่เจ้าทำงานพลาดมันทำให้โลกมืดต้องเดือดร้อนแค่ไหน!” อนามันยังคงส่งเสียงตวาดไม่หยุด มาซาร์และเดซันก้มหน้าต่ำลงแล้วเริ่มเดินถอยหลังหนี

            ท่านพ่อ ขะ.. ข้าขอโทษ จินกล่าวด้วยเสียงสั่นเครือเนื่องจากเธอกำลังร้องไห้ อนามันหันมามองลูกสาวของตนเองพลางลูบหัวปลอบโยน

 

            ข้าไม่ได้ว่าเจ้า จิน ข้าว่าเจ้าสองตัวนี่ต่างหาก อนามันกล่าวพร้อมกับหันไปมองมาซาร์และเดซันด้วยสายตาอาฆาต ทั้งสองสะดุ้งจนตัวโยน ภายในใจสั่นกลัวจนไม่รู้จะกลัวอะไรแล้ว ทำให้อนามันโกรธ ไม่ใช่สิ่งที่ควรจะคิดถึงเสียดด้วยซ้ำ

 

            เจ้าตัวไร้ประโยชน์ อนามันยังคงตวาดเสียงดังลั่น ร่างของทั้งสองยังคงสั่นเทา

 

            พวกข้าขอโทษจริงๆขอรับ ทั้งๆที่รู้ว่ามันเป็นผู้ใช้เวทย์ แต่ก็ยังประมาทปล่อยให้หนีไปได้ เดซันกล่าวขอโทษด้วยเสียงแหบแห้งเนื่องจากแรงกดดันที่ได้รับจากอนามันนั้นทำให้เดซันแทบจะไม่มีแรงยืน อนามันแยกเขี้ยวกว่างก่อนจะตวาดต่อด้วยเสียงกราดเกรี้ยวอีกครั้ง

 

            เจ้าพวกไร้ประโยชน์ อนามันกล่าวพลางกำหมัดแน่น ไอประหลาดสีดำสนิทปรากฎขึ้นพร้อมกับแรงกดดันมหาศาลที่กดลงบนร่างของทั้งสอง มาซาร์และเดซันล้มตึงเข่ากระแทกพื้น ทั้งสองหอบหายใจแรงขึ้นกว่าเก่าด้วยความหวาดกลัว ร่างของทั้งคู่สั่นเทิ้มจนน่ากลัว

 

            ท่านพ่อ ข้าก็ผิดด้วยที่ข้าประมาท อย่าโทษแต่มาซาร์กับเดซันสิ ข้าก็ผิดนะ เฟลมก็ผิดด้วย จินกล่าวเร็วรัวพลางเช็ดน้ำตาที่ยังคงไหลไม่หยุด อนามันลูบหัวปลอบบุตรสาวอย่างอ่อนโยนแล้วกล่าวกับจินด้วยเสียงอบอุ่น แตกต่างจากเสียงตวาดเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง

 

            เจ้ากับเฟลมไม่ผิดหรอก พวกเจ้าไม่รู้ว่านางเป็นผู้ใช้เวทย์ ดังนั้นเจ้าไม่ผิด อนามันกล่าวก่อนจะใช้นิ้วโป้งที่แข็งกระด้างของตนเช็ดน้ำตาให้กับบุตรสาว จินส่งเสียงสะอื้นน้อยๆ

 

            ผิดที่เจ้าสองตัวนี่ รู้ทั้งรู้ว่านางเป็นผู้ใช้เวทย์แต่ก็ยังประมาทปล่อยให้นางหนีไปได้!” อนามันหันกลับไปตวาดทั้งสองคนอีกครั้ง คราวนี้ทำเอามาซาร์และเดซันถึงกับตัวสั่นมากกว่าเดิม ลมหายใจติดๆขัดๆ

 

            พวกข้าน้อมรับการลงโทษขอรับ เดซันกล่าวด้วยเสียงสั่นเครือ อนามันหันมามองหน้าทั้งสองด้วยสายตาประดุจจะกินเลือดกินเนื้อปนเค้าความเหยียดหยาม

 

            ได้ ข้าจะลงโทษพวกเจ้าอย่างสาสม คำพูดที่เปล่งออกมาจากปากอนามันทำเอาจินและพวกของเดซันสะดุ้งเฮือก

 

            ท่านพ่อ ได้โปรด ข้าขอร้อง จินกล่าว มือทั้งสองข้างกำแขนของอนามันแน่น อนามันหันกลับมามองบุตรสาว

 

            ได้โปรด อย่าลงโทษพวกเค้า จินกล่าว เสียงสั่นเครือเหมือนอยากจะร้องไห้อีกครั้ง อนามันชะงักไปครู่หนึ่ง ดวงตาขี้เถ้าขุ่นมัวไหววูบเมื่อเห็นบุตรสาวเริ่มจะร้องไห้อีกครั้ง

 

            พ่อทำอย่างนั้นไม่ได้จิน นักฆ่าธรรมดาทำงานพลาดพ่อยังลงโทษ นี่เป็นถึงแฟนธ่อมแต่ทำงานพลาด พ่อคงยกเว้นโทษให้เจ้าพวกนี้ไม่ได้ อนามันกล่าวด้วยเสียงจริงจัง

 

            ถ้างั้นลงโทษข้ากับเฟลมด้วย จินตอบด้วยเสียงจริงจังเช่นเดียวกับอนามันในขณะที่น้ำตายังคงไหลนองหน้า

 

            ว่าไงนะ อนามันเอ่ยทวนอย่างไม่เชื่อหูตนเอง

 

            ข้ากับเฟลมก็เป็นหนึ่งในสี่แฟนธ่อม ดังนั้นถ้าท่านพ่อจะลงโทษเดซันกับมาซาร์ ท่านพ่อต้องลงโทษข้ากับเฟลมด้วย จินกล่าวกับอนามัน ดวงตาสีเงินฉายแววมั่นคง บ่งบอกว่าเธอเอาจริง

 

            เฮ่อ ตกลง ข้าจะลงโทษพวกเจ้าทั้งสี่สถานเบา อนามันถอนหายใจยาว มือหยาบกร้านยกขึ้นลูบหัวจินอย่างอารมณ์ดี

 

            โทษของพวกเจ้าทั้งสี่คือ ไปแก้ตัวซะ ฆ่าเคียร์ร่าให้ได้ภายในหกเดือน ถ้าเลยกำหนด พวกเจ้าทั้งสี่จะต้องกลายเป็นดาร์กเดม่อน เข้าใจนะ อนามันกล่าวพลางหันมาหาพวกเดซันที่นั่งอยู่กับพื้น เดซันกับมาซาร์พยักหน้ารับอย่างหวาดๆในขณะที่จินพยักหน้ารับทั้งน้ำตา

 

            จินรู้ดีว่าโทษที่พวกเขาทั้งสี่ทำงานผิดนั้นไม่ใช่โทษเบาขนาดนี้ มันเป็นโทษที่หนักนัก แต่อนามันคงไม่อยากเห็นลูกสาวคนเดียวของเขาต้องได้รับความทุกข์ทรมานเป็นแน่ เขาถึงได้ลดโทษให้ซะมากมาย

 

            ตกลงเจ้าค่ะท่านพ่อ หกเดือน จินกล่าวแล้วกอดอนามันแน่น อนามันถอนหายใจอีกครั้งแล้วลุกขึ้น

 

            ข้าจะไปทำธุระซักหน่อยนะ อนามันกล่าวทิ้งท้ายแล้วเดินออกจากห้องทำงานไปอย่างเงียบกริบ มาซาร์และเดซันหยัดกายให้ลุกขึ้นช้าๆ

 

            ขอบใจเจ้ามากนะจิน มาซาร์กล่าวขอบคุณจินหลังจากที่เสียงฝีเท้าของอนามันเงียบหายไป จินพยักหน้าให้มาซาร์และเดซันก่อนจะงุ้มหน้าลง

 

            ข้าไม่ชอบเลยที่ท่านพ่อโทษแต่พวกเจ้าสองคน ข้ากับเฟลมเองก็ผิดนี่ ทำไมท่านพ่อชอบลำเอียงอยู่เรื่อยนะ จินกล่าวด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด มือทั้งสองข้างยกขึ้นเช็ดน้ำตาอีกครั้ง

 

            ก็มาสเตอร์เค้ารักเจ้านี่นา เจ้าเป็นลูกสาวเค้านี่ มาซาร์เอ่ยพลางยกมือขึ้นมาเช็ดน้ำตาให้กับจิน จินพยักหน้ารับก่อนจะกล่าวเสียงร่าเริง

 

            ข้าว่าพวกเรารีบมาวางแผนลอบสังหารเคียร์ร่ากันดีกว่า ข้าไม่อยากทำให้ท่านพ่อต้องผิดหวังอีก ว่าแล้ว ห้องทำงานที่มืดสลัวของอนามันก็เต็มไปด้วยเสียงคุยกันอย่างแผ่วเบา

 

..........

 

            แอ้ด !!!

 

            เฟลมผลักประตูบานใหญ่หน้าห้องสมุดต้องห้ามออกอย่างแผ่วเบาแล้วค่อยๆเดินนำลินนะเข้ามาภายใน เฟลมยกตะเกียงในมือขึ้นเพื่อให้แสงไฟช่วยส่องทางข้างหน้า ทั้งคู่เริ่มออกเดินไปตามทางภายใน เทมส์และพรรคพวกของเขาเดินตามหลังเฟลมมา

 

            วินดี้ ไรน์ และไอริสหยุดชะงักอยู่ที่หน้าประตูอย่างกลัวๆก่อนจะสะกิดเทมส์ซึ่งเดินนำหน้าให้หยุด ห้องสมุดต้องห้ามในเวลาธรรมดาก็ดูน่ากลัวอยู่แล้ว นี่ยิ่งเป็นตอนสามทุ่มกว่าๆแถมบรรยากาศรอบๆก็มืดสนิท เป็นใครก็ต้องกลัวจนขนลุกซู่ ที่ยืนอยู่ได้ก็นับว่าเก่งมากแล้ว

 

            เทมส์ ข้าไม่อยากเข้าไปเลยแฮะ ไรน์กล่าวด้วยเสียงสั่นๆ ในขณะเดียวกัน วินดี้และไอริสก็พยักหน้าเห็นด้วยจนน่ากลัวว่าหัวจะหล่นลงมาเสียก่อน

 

            อย่ากลัวไม่เข้าเรื่องน่า เด็กปีหนึ่งยังไม่กลัวเลย เทมส์กล่าวให้กำลังใจแต่พวกไรน์ยังคงส่ายหน้าปฏิเสธ

 

            ไม่เอา พวกข้าขอรออยู่ข้างนอกดีกว่า เจ้าเข้าไปเอาเองก็แล้วกันนะ ไรน์กล่าวแล้วทำท่าจะเดินถอยหลังหนี เทมส์ดึงแขนไรน์ไว้ก่อนตวาดเสียงดัง

 

            เจ้าอยากแพ้นักรึไง ไรน์เบ้หน้าทันทีที่ถูกตวาด แน่นอน เขาไม่อยากแพ้ แต่เขาก็ไม่อยากเข้าไปในห้องสมุดต้องห้ามเหมือนกัน

 

            ข้าไม่สนใจแล้ว ที่ข้าลงแข่งก็เพราะข้าอยากจะออกไปเดินเล่นนอกโรงเรียนได้ แต่ตอนนี้ไม่อยากแล้วล่ะ ถ้าเจ้าอยากเจ้าก็เข้าไปเอาเถอะนะ ไรน์กล่าวพร้อมสะบัดมือของเทมส์ที่ดึงอยู่ออก วินดี้และไอริสเองก็พยักหน้าเห็นด้วยกับไรน์

 

            เฮ่อ เอางั้นก็ได้ เดี๋ยวข้าจะเข้าไปเอง พวกเจ้าไปรอข้าที่โถงประชุมรวมของชั้นปีเราก็แล้วกัน ที่นี่มันมืด อันตราย เทมส์กล่าวอย่างระอาก่อนจะวิ่งเข้าไปในห้องสมุดต้องห้ามที่มืดสนิท

 

..........

 

            เฟลมเดินนำลินนะเข้ามาเรื่อยๆตามทางเดิน แสงไฟจากตะเกียงนั้นให้ความสว่างได้ไม่มากนัก แต่ก็พอที่จะทำให้เห็นทางเดินได้ เมื่อเดินเข้ามาลึกมากขึ้น บรรยากาศรอบตัวก็เริ่มหนาวขึ้นเรื่อยๆ

 

            กลิ่นแปลกๆเริ่มลอยมาเตะจมูกของลินนะและเฟลม ลินนะจำกลิ่นนี้ได้อย่างดี มันเป็นกลิ่นคล้ายๆซากศพเน่า กลิ่นของดาร์กเดม่อนที่อยู่ในห้องสมุดต้องห้าม

 

            ทำไมพี่จานาถึงเลือกมาซ่อนเข็มกลัดในที่แบบนี้นะ ลินนะบ่นเสียงอู้อี้พลางยกมือขึ้นโบกที่จมูกเพื่อไล่กลิ่นเหม็นชวนคลื่นไส้

 

            ทางเดินในนั้นยังคงเต็มไปด้วยฝุ่นเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ทั้งคู่เดินมาตามทางเรื่อยๆ ความเงียบทำให้ลินนะเริ่มรู้สึกเครียด

 

            นี่เฟลม ข้าขอถามอะไรหน่อยสิ ลินนะชวนเฟลมคุยแล้วหันหน้าไปทางเฟลมที่เดินอยู่ด้านข้าง

 

            อะไรล่ะ เฟลมถามกลับเสียงเรียบๆ ความมืดและความเงียบสงบไม่ได้ทำให้เฟลมรู้สึกกลัวแต่อย่างใด

 

            เจ้ามีคนรักแล้วงั้นเหรอ ลินนะเอ่ยถามเสียงซื่อ พอได้ยินดังนั้น เฟลมก็สะดุดเข้ากับเท้าของตัวเองอย่างจังจนเกือบล้มหน้าคว่ำ เมื่อตั้งตัวได้แล้ว เฟลมจึงหันมาส่งสายตาดุๆให้กับลินนะ

            ยัง เฟลมตอบเสียงเรียบปนดุ แววตามั่นคงจริงจัง ลินนะเลิกคิ้วน้อยๆ

 

            ทำไมต้องโกรธด้วยล่ะลินนะเอ่ยเสียงเหมือนจะงอน เฟลมหันหน้าหนีลินนะอย่างอายๆ

 

            แล้วคนที่ชื่อจินล่ะ ที่นีออนพูดถึงน่ะ ลินนะซักต่อ

 

            อ๋อ เจ้านั่นน่ะเป็นเพื่อนวัยเด็กของข้า มันชอบข้า แต่ข้าไม่ได้ชอบมัน แต่ข้าก็ต้องยอมคบกับมันไปเพราะข้าเกรงใจพ่อของเจ้านั่นมัน เฟลมตอบอย่างไม่ปิดบังด้วยเสียงเรียบง่าย

 

            จินซึ่งเป็นลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของอนามันหลงรักเฟลมเข้าอย่างหัวปักหัวปำ แต่เฟลมไม่ได้รักจิน เฟลมไม่เคยรู้สึกกับจินมากกว่าคำว่าเพื่อนร่วมงานเลยแม้แต่นิดเดียว แต่เฟลมต้องทำเป็นว่ารักและแกล้งเป็นแฟนกับจินก็เพราะว่าเขาเกรงใจอนามัน

 

            ทำไมล่ะ พ่อของเค้าเป็นใครเหรอ ทำไมเจ้าถึงต้องเกรงใจเค้าขนาดนั้นล่ะ ลินนะยังคงถามเสียงซื่อ เฟลมนึกสงสัยอยู่น้อยๆว่าทำไมลินนะถึงได้อยากรู้เรื่องของเขานัก แต่ถึงจะเล่าไปมันก็ไม่ได้เสียหายอะไร เฟลมเงยหน้าขึ้นมองเพดานที่ดำมืด จากนั้นก็ก้มหน้าลงมาจ้องดวงตาสีน้ำตาลอ่อนของลินนะเขม็ง

 

            ข้าเคยบอกเจ้ารึยังว่าข้าเป็นเด็กกำพร้า พ่อของจินดูแลข้ามาตั้งแต่เด็กๆ ข้าก็เลยเกรงใจเค้าน่ะเฟลมตอบเสียงเบา แววตาสีแดงเพลิงสวยดูขุ่นมัวลงเล็กน้อยเมื่อเอ่ยถึงเรื่องที่ตนเป็นเด็กกำพร้า ลินนะยกมือขึ้นปิดปากอย่างตกใจ

 

            เอ่อ ขอโทษนะที่ถาม ลินนะเอ่ยขอโทษเสียงเบา เฟลมมองหน้าลินนะอย่างงงๆเพราะไม่รู้ว่าเธอขอโทษเขาเพราะอะไร แต่เมื่อพิจารณาดีๆแล้ว เฟลมจึงเข้าใจว่าลินนะขอโทษตนเพราะลินนะทำให้ตนต้องนึกถึงความทรงจำที่ไม่ดี ความทรงจำเรื่องที่เฟลมไม่มีพ่อแม่ แต่เขาก็ไม่เคยคิดมากเรื่องนี้อยู่แล้ว เขาชินแล้ว ชินที่ต้องอยู่โดยไม่มีครอบครัวเหมือนคนอื่น แต่จะว่าไป เขาก็มีครอบครัวอยู่คนหนึ่งนะ มิดไนท์ไง

 

            อือ ไม่เป็นไรหรอก ข้าไม่ถือ เฟลมตอบกลับพลางแค่นหัวเราะออกมา ถึงแม้จะหัวเราะกลบเกลื่อนเก่งแค่ไหน แต่ลินนะก็รู้อยู่ดีว่าลึกๆแล้วเฟลมก็รู้สึกโดดเดี่ยวและเหงา

 

            แสงสีทองส่องประกายมาจากทางด้านใน เฟลมสะกิดลินนะแล้วชี้นิ้วไปทางเข็มกลัดที่ถูกวางอยู่


           
ว้าว เจอแล้ว ลินนะเอ่ยเสียงใสพร้อมกับวิ่งเข้าไปหยิบเข็มกลัด

 

            ได้มาแล้วล่ะ ลินนะกล่าวอย่างดีใจพร้อมกับชูเข็มกลัดในมือให้เฟลมดูอย่างร่าเริง เฟลมพยักหน้าแล้วยิ้มให้ลินนะ

 

            ฮื่อ!!!

 

            กรร!!!

 

            เสียงบางอย่างดังขึ้นมาจากทางด้านหลังของลินนะ ลินนะหันกลับไปมองตามสัญชาตญาณและก็พบว่ามันเป็นดาร์กเดม่อนที่มีร่างกายใหญ่โต ใหญ่โตกว่าที่ลินนะเคยเจอก่อนหน้านี้หลายเท่า

 

            ลินนะ วิ่งมาทางนี้เร็ว เฟลมตะโกนแล้วชักมีดสั้นขึ้น ดาร์กเดม่อนเงื้อขวานเล่มโตขึ้นเหนือศีรษะที่เป็นศีรษะของวัวกระทิง

 

            กรี๊ด!!!” ลินนะกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว ขวานเล่มยักษ์ถูกวาดลงมาอย่างรวดเร็ว

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,947 ความคิดเห็น

  1. #1719 lnwcool (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 เมษายน 2554 / 18:37
    ทำไมเรื่องนี้ออกแนวรักหลายเศร้า-__-^
    #1,719
    0