Flame นักรบเพลิงมายา (เปลวเพลิงมายา)

ตอนที่ 10 : มายาที่ 8 ลอบสังหารเคียร์ร่า <= [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,133
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    1 มี.ค. 51

 

มายาที่ 8

ลอบสังหารเคียร์ร่า

 

            เสียงย่ำเท้าตามทางเดินของเหล่าอาชาหนุ่มดังกุบกับไปทั่วบริเวณป่ากว้าง ป่าที่ถูกชาวเมืองโอรอสย่าขนานนามว่าป่าปีศาจ ป่าที่มีข่าวลือกันว่าเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของเหล่าปีศาจทั้งหลาย และป่าที่เต็มไปด้วยอันตรายที่ไม่มีใครคาดถึง

 

            ต้นไม้ในป่าแห่งนี้นั้นค่อนข้างหนาแน่น แต่ละต้นนั้นอยู่ห่างกันไม่มากนัก หมู่ใบไม้หนาทึบจนแสงแดดแทบส่องลงมาไม่ถึงพื้นป่า เศษใบไม้แห้งกองเป็นหย่อมๆตามพื้น

 

            อากาศในป่าแห่งนี้เริ่มอุ่นขึ้นเรื่อยๆเมื่อดวงอาทิตย์ของวันใหม่เริ่มทอแสงตะวัน หมอกที่เคยปกคลุมป่ากว้างเริ่มจางหายไปทีละน้อย ทีละน้อย ภายใต้หมอกจางยังปรากฎเงาของกลุ่มคนสี่คนที่กำลังควบม้ากันอย่างช้าๆ ต่างคนต่างอยู่ภายใต้ผ้าคลุมสีดำสนิท

 

            เด็กสาวภายใต้เรือนผมสีนิลสวยค่อยๆกระชับเสื้อคลุมสีดำตัวหนาเพื่อกันความหนาวเหน็บอีกครั้งก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ เธอกระตุกบังเหียนม้าของเธอเพื่อกระตุ้นให้มันเดินเร็วขึ้นในทางที่วกวนไปมา เสียงสัตว์ป่าเริ่มดังเข้ามาในประสาทหูของเธอทีละน้อย บ่งบอกเธอว่าป่าแห่งนี้ได้ถูกแสงอาทิตย์ปลุกให้ตื่นแล้ว

 

            เร็วเข้าเถอะจิน เดี๋ยวปีศาจร้ายจะมาเห็นพวกเราเข้า เด็กหนุ่มผมยาวสีน้ำตาลเข้มที่ควบม้าอยู่ด้านหลังส่งเสียงเร่งเด็กสาวด้วยเสียงไม่ค่อยสบายใจ เด็กสาวทำหน้ายู่เล็กน้อยก่อนจะเอ่ยกลับอย่างหัวเสีย

 

            ข้ารู้แล้วล่ะน่าเดซัน เจ้าไม่ต้องย้ำ เด็กสาวพูดอย่างหงุดหงิดก่อนที่จะหันนัยน์ตาคู่สีเงินสวยของตัวเองให้ไปสบกับนัยน์ตาสีฟางข้าวของบุรุษผู้ที่ตนเองเรียกว่า เดซัน

 

            อย่าทะเลาะกันน่า พวกเราต่างก็มีความทรงจำที่ไม่ดีกับป่าปีศาจกันทั้งนั้น ใช่ไหมเฟลม เด็กสาวผู้มีเรือนผมสีน้ำเงินเข้มเอ่ยเสียงกลั้วหัวเราะแล้วหันหน้าไปยิ้มขอความเห็นจากเด็กหนุ่มผมสีแดงเพลิงที่นั่งทำหน้าเซ็งอยู่บนหลังม้าด้านข้าง

 

            อย่ารื้อความทรงจำนั่นได้ไหม มาซาร์ เฟลมกล่าวขอเด็กสาวนามมาซาร์เสียงจริงจังก่อนจะตบเท้าไปที่สีข้างของม้าแรงๆเพื่อกระตุ้นให้ม้าของตนเดินนำหน้ากลุ่มคนสามคนตรงนี้ไป

 

            จริงดังที่เด็กสาวว่า เมื่อปีก่อนพวกเขาทั้งสี่เคยเหยียบย่างเข้ามาในป่าแห่งนี้และเกือบจะเอาชีวิตไม่รอดเมื่อ จิน เด็กสาวผมสีนิลข้างหน้าดันไปเหยียบหางของเสือดำปีศาจเข้า ดีที่เสือดำปีศาจตัวนั้นเป็นเพื่อนกับมิดไนท์พวกเขาถึงรอดมาได้

 

            ไม่นานนัก พวกของเฟลมก็เดินทางมาถึงชายป่าปีศาจโดยมีเสียงคุยดังทำลายความเงียบตลอดเวลา

 

            พวกเจ้าเลิกคุยกันได้แล้วน่า เห็นตัวเหมืองทุนซาแล้ว เฟลมกล่าวเสียงเอือมระอาพลางชี้นิ้วไปทางเหมืองใหญ่ที่ตั้งอยู่เบื้องหน้า เหมืองทุนซา เหมืองชื่อดังแห่งเมืองโอรอสย่า และอีกไม่ช้าก็จะกลายเป็นหลุมศพชั่วคราวของพระราชินีเคียร์ร่าแห่งเมืองโอรอสย่า

 

            ข้าไม่เข้าใจเลยว่าทำไมท่านพ่อถึงได้สั่งให้พวกเรามาลอบสังหารองค์ราชีนิเคียร์ร่าโดยไม่มีเหตุผล จินบ่นกระปอดกระแปดพลางเหวี่ยงตัวลงจากหลังม้าแล้วผูกบังเหียนไว้กับต้นไม้ใหญ่ด้านข้าง เฟลมเหวี่ยงตัวตามลงมาแล้วพยักหน้ารับเล็กน้อยในขณะที่ผู้ร่วมทางอีกสองคนต่างขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างสงสัย

 

            นี่มาสเตอร์ไม่ได้บอกพวกเจ้ารึว่าทำไม เด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลเข้มนาม เดซัน บลาวน์หรือผู้ที่โลกมืดขนานนามว่า Phantom of Hopeless เอ่ยถามก่อนจะเหวี่ยงตัวลงจากหลังม้าและตามมาด้วยเด็กสาวผมสีน้ำเงินเข้มและดวงตาสีฟ้าอ่อนนามว่า มาซาร์ เอลิ ผู้ที่มีฉายาว่า Phantom of Painful

 

            ชู่ว์ มาสเตอร์สั่งว่าไม่ให้บอกใครไม่ใช่เหรอเดซัน มาซาร์เอ่ยปรามเสียงดุ และนั่นทำให้คิ้วของเฟลมกับจินพุ่งเข้าชนกันกลางหน้าผากในทันที

 

            หมายความว่าไงที่ท่านพ่อบอกว่าห้ามบอกน่ะ จินถามเสียงเรียบแล้วเลิกคิ้วสูงตามด้วยมุ่ยแก้มตามแบบฉบับของเด็กที่ชอบเอาแต่ใจตัวเอง

 

 

            โทษทีนะจิน แต่มาสเตอร์บอกว่าห้ามบอกจริงๆ ข้าบอกเจ้าไม่ได้หรอก มาซาร์เอ่ยตอบเสียงเอ็นดูพลางลูบหัวจินเบาๆ จินทำหน้าบู้เพราะงอนเล็กน้อยแต่ก็ยอมให้มาซาร์ลูบหัวของตนแต่โดยดี

 

            ดูๆไปแล้วคู่นี้ก็เหมือนพี่น้องกันเสียจริง มาซาร์กับเดซันมีอายุมากกว่าจินและเฟลมอยู่สองปี จินและเฟลมจึงจำเป็นต้องเคารพทั้งสองคนบ้างในบางเรื่องตามมารยาท แต่ก็ใช่ว่าจะทั้งหมด เพราะเฟลมกับจินไม่ใช่คนที่ยอมคนง่ายๆ

 

            เลิกคุยกันได้แล้วล่ะ พวกของพระราชินีมาแล้ว เฟลมยกนิ้วขึ้นจุ๊ที่ปากพร้อมส่งสัญญาณให้พวกจินหมอบลงกับพื้นหลังพุ่มไม้สูงเพื่อซ่อนตัว ไม่นานนักพวกเฟลมก็สังเกตเห็นองค์ราชินีผู้งามล้ำที่มีนามว่าเคียร์ร่า อิน เดินมาทางหน้าเหมืองด้วยชุดกระโปรงยาวสวย ตามมาด้วยสององครักษ์คู่กาย ซิลล์และโกลด์

 

            ทางด้านหลังขบวนเสด็จเป็นเหล่าทหารตามเสด็จที่เดินตามมาในภายหลัง ราวๆสิบคนของทหารเหล่านั้นเป็นนักฆ่าของโลกมืดที่แฝงตัวเข้าไปในขบวนเสด็จ เมื่อเห็นดังนั้นเฟลมก็ยิ้มน้อยๆ

 

            เฟลมจุดไฟดวงเล็กๆที่นิ้วชี้ก่อนจะชูขึ้นโบกไปมาเบาๆเพื่อให้สัญญาณแก่เหล่านักฆ่า เมื่อแน่ใจว่าเหล่านักฆ่าได้รับสัญญาณแล้ว เฟลมจึงดับมันลงแล้วก้มลงซ่อนตัวหลังพุ่มไม้หนา

 

            แผนการล่ะ จินเอ่ยถามมาซาร์ที่นั่งอยู่ด้านข้าง หญิงสาวตรงหน้าเป็นคนเจ้าแผนการ การลงมือลอบสังหารแต่ละครั้งก็จะมีเธอนี่แหละที่เป็นคนทำให้งานเป็นไปอย่างราบรื่น

 

            ไม่มีอะไรมาก แค่รอให้พระนางเคียร์ร่าเข้าไปในเหมือง จากนั้นพวกเราก็ช่วยกันถล่มเหมือง มาซาร์กล่าวด้วยเสียงเรียบง่ายพร้อมกับพยักหน้าขึ้นลงสองสามครั้ง แผนการคราวนี้ทำเอาจินและเฟลมงง ถล่มเหมือง พูดอย่างกับว่ามันทำกันได้ง่ายๆงั้นแหละ

 

            ถล่มเหมืองเนี่ยนะ?” จินเอ่ยถามอย่างสงสัยสุดขีด ปกติถ้าไม่ร่ายเวทย์สะกดให้หลับก็จะลอบเข้าไปฆ่าเงียบๆ แต่ไหงรอบนี้ถึงได้ทำอะไรอึกทึกครึกโครมล่ะ

 

            ใช่ เดี๋ยวมาซาร์จะช่วยทำให้ดินนุ่ม ส่วนข้าก็จะถล่มดิน จินกับเฟลม เจ้าสองคนช่วยเก็บกวาดขยะทีนะ เดซันออกคำสั่ง เฟลมพยักหน้ารับอย่างไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่นัก จากนั้นก็ค่อยๆลุกขึ้นเพื่อสังเกตการณ์

 

            พวกขององค์ราชินีเริ่มเดินเข้าไปในเหมืองแล้ว เหล่านักฆ่าเริ่มเดินแยกตัวออกมาช้าๆ จนกระทั่งขบวนเสด็จของพระราชินีเข้าไปในถ้ำจนหมด นักฆ่าคนหนึ่งก็ชูมือขึ้นสูงเป็นสัญญาณว่าให้ลงมือได้ พวกเฟลมไม่รอช้า กระชับผ้าคลุมสีดำสนิทให้คลุมหน้าก่อนจะกระโดดออกจากที่ซ่อนตัวไปยืนที่หน้าเหมืองแล้วเริ่มแผนการทันที

 

            แย่แล้ว พวกนักฆ่... หนึ่งในคนงานเหมืองส่งเสียงร้อง แต่เสียงนั้นก็ขาดช่วงลงเพราะโดนเฟลมใช้มีดสั้นตัดคอเสียขาดวิ่นไปเสียแล้ว นักฆ่าที่เหลือเริ่มลงมือสังหารคนงานอย่างเหี้ยมโหด คนงานต่างพากันล้มตายเหมือนใบไม้ร่วง

 

            เสียงเมฆเริ่มตั้งเค้า ตามมาด้วยฝนห่าใหญ่ที่กระหน่ำเทลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา มาซาร์กำลังควบคุมฝน เธอเป็นนักรบที่สามารถควบคุมสายน้ำและสายฝนได้อย่างอิสระ เธอกำลังยกมือขึ้นสูงเหนือศีรษะพลางพึมพำอะไรบางอย่าง ไม่นานนัก ฟ้าก็ผ่าลงมาบนตัวเหมืองเกิดเสียงดังสนั่นไปทั่ว

 

            เดซันไม่รอให้โอกาสหลุดลอยไป เดซันคือนักรบที่สามารถควบคุมศิลาและผืนดินได้ตามใจนึก เขาค่อยๆแตะมือทั้สองข้างลงไปบนพื้นดินหน้าเหมืองที่เปียกชุ่มแล้วเริ่มพึมพำบางสิ่งบางอย่าง แผ่นดินเริ่มแยกตัว เหมืองเริ่มสั่นคลอน และ...

 

            ครืน!!!

 

            เหมืองใหญ่ทุนซาถล่มลงมาในที่สุด เกิดฝุ่นควันลอยคละคลุ้งไปทั่ว ด้านหน้าเหมืองเต็มไปด้วยศพของคนงานมากมายที่นอนจมกองเลือด ส่วนเหมืองก็พังลงแล้ว งานครั้งนี้เสร็จสิ้นแล้ว เฟลมดีดนิ้วเป๊าะ เพลิงสีแดงฉานค่อยๆกลืนกินร่างของคนงานทีละนิด จนในที่สุด ศพทั้งหมดก็หายลับไปจากสายตาพร้อมกับเปลวเพลิงที่มอดดับลง

 

            งานคราวนี้ง่ายชะมัด จินบ่นเสียงเศร้าแล้วยกมือขึ้นฟ้าก่อนจะตะโกนลั่น

 

            ข้าขอสั่งให้สายลมจงพัดพาเมฆฝนไปให้ไกล จินตะโกน สิ้นเสียงของเด็กสาว เมฆฝนที่มืดครึ้มก็ถูกสายลมพัดพาไป ท้องฟ้าเริ่มสว่างอีกครา

 

            จินเป็นนักรบที่มีความสามรถในการควบคุมสายลม การบังคับสายลมให้พัดพาเมฆฝนไปนั้นไม่ใช่เรื่องยากสำหรับจิน จินฉีกยิ้มอย่างอารมณ์ดี

 

            ฟ้าว...

 

            เฟลมได้ยินเสียงอะไรบางอย่างตัดผ่านสายลม และ...

 

            ฉึก

 

            โอ๊ย!”

 

            เสียงนั้นดังขึ้นก่อนที่เฟลมจะล้มตึงลงที่พื้น เลือดสีแดงเข้มค่อยๆไหลออกจากบาดแผลที่ไหล่ขวาทีละน้อย เฟลมยกมือซ้ายขึ้นจับบาดแผล และเมื่อหันหน้าไปมอง เฟลมก็พบว่าเขาถูกลูกธนูยาวเรียวปักอยู่ที่ไหล่ขวา ไม่นานนักเสียงนั้นก็ดังขึ้นอีกครั้ง

 

            โอ๊ย!” คราวนี้เป็นเสียงใสๆของมาซาร์ที่ลงไปนั่งกองกับพื้น ที่ท้องมีเลือดไหลทะลัก ลูกธนูอีกแล้ว เดซันมีสีหน้าตื่นตกใจเล็กน้อยพลางก้มลงประคองมาซาร์ที่นั่งทรุดอยู่

 

            เฟลมสร้างบาร์เรียให้หน่อย เดซันหันมาออกคำสั่งกับเฟลมที่เพิ่งจะดึงลูกธนูออกจากหัวไหล่ข้างขวาเมื่อกี๊ เฟลมกัดฟันทนความเจ็บปวดที่แล่นอยู่ภายในกายแล้วยกมือขึ้นวาดไปด้านหน้า

 

            บาร์เรียเพลิง เฟลมตะโกนก้อง

 

            พรึ่บ

 

            ทันเวลาพอดี ลูกธนูดอกที่สามถูกเปลวเพลิงจากบาร์เรียของเฟลมเผาทิ้งก่อนที่จะปักเข้าที่กลางหน้าผากของเดซัน เดซันลุกขึ้นยืนพลางตะโกนเรียกอาวุธคู่ใจ

 

            จ้าวปฐพี สิ้นเสียงของเดซัน ขวานสีน้ำตาลเข้มเล่มยักษ์ก็ปรากฎขึ้นด้านหน้าจากอากาศธาตุ เดซันเอื้อมมือหยิบขวานใหญ่อาวุธคู่กายก่อนจะหันไปหามาซาร์ มาซาร์เป็นคนรักของเดซัน เขาจะไม่มีวันปล่อยให้มาซาร์เป็นอะไรไปอีกแน่

 

            อยู่ตรงนี้นะมาซาร์ เฟลมดูแลมาซาร์ด้วย เดซันกล่าวเสียงแค้นระคนห่วงใย เฟลมพยักหน้ารับแล้วจึงหันไปหาจินที่ยืนทำหน้าอึ้งอยู่ จินไม่เคยเห็นใครมีฝีมือในการยิงธนูแบบนี้มาก่อน

 

            เร็วมาก ข้ายังมองตามไม่ทันเลย จินกล่าวเสียงสั่น มือทั้งสองข้างสั่นน้อยๆเพราะความตะลึง

 

            อย่ามัวแต่อึ้งสิจิน ในโลกนี้ไม่มีใครเก่งธนูเกินเจ้าแล้วนะ เชื่อมั่นหน่อย เจ้าคือแฟนธ่อม ออฟ เดธนะ เฟลมกล่าวให้ความมั่นใจแก่จิน จินสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อฟังจบก่อนจะหันมายิ้มให้เฟลม

 

            นั่นสินะ ขอบใจมากนะ จินกล่าวก่อนจะแผดเสียงลั่น

 

            อินทรีฟ้า จินกล่าวเรียกอาวุธคู่กาย สายลมเริ่มพัดหมุนวนพร้อมๆกับที่ธนูสีฟ้าคันงามปรากฎขึ้นเบื้องหน้าผู้เป็นเจ้าของ จินเอื้อมมือไปหยิบธนูคันนั้นไว้ก่อนจะขึ้นสายธนู จินแบมือขวาออกด้านข้างลำตัว บังเกิดกระบอกบรรจุลูกธนูขึ้น จินสะพายมันไว้ที่หลังแล้วหันไปหาเดซัน

 

            ไปเถอะ จินกล่าว เดซันพยักหน้าเล็กน้อย แล้วทั้งคู่ก็กระชับผ้าสีดำให้คลุมหน้าก่อนจะกระโจนหายไปจากบาร์เรียเพลิงที่เฟลมสร้างขึ้น เฟลมหันหน้าไปมองมาซาร์ที่นอนกุมท้องอยู่ด้านข้างด้วยความเป็นห่วงแล้วชักมีดออกจากที่เหน็บข้างเอวเพื่อทำการเอาลูกธนูออก

 

            ทนหน่อยนะมาซาร์ เดี๋ยวข้าจะเอาลูกธนูออกให้ เฟลมกล่าวแล้วนั่งลงด้านข้าง มาซาร์พยักหน้าแล้วหลับตาลง แต่ก่อนที่เฟลมจะลงมีด บาร์เรียสีเพลิงเข้มก็แยกออกพร้อมๆกับที่ผู้มาใหม่สาวเท้าเข้ามาด้านใน

 

            เจ้า... เฟลมกล่าวด้วยความตะลึงงัน

 

..........

 

            ทันทีที่พุ่งตัวออกจากบาร์เรียได้ จินก็มุ่งหน้าไปทางทิศทางที่ลูกธนุพุ่งมาทันที จินเห็นเพียงเสี้ยววินาทีว่าลูกธนูทั้งสองดอกนั้นพุ่งออกมาจากทางเหมืองที่เพิ่งจะถล่มไปได้ไม่นาน

 

            เดซันวิ่งตามหลังจินเล็กน้อยเพราะเดซันนั้นมีรูปร่างที่ค่อนข้างใหญ่โตเทอะทะ รูปร่างนั้นทำให้เดซันช้ากว่าจินเล็กน้อย แต่ถ้าหากจะให้สู้กันด้วยเรื่องของพละกำลังละก็ เดซันไม่เป็นที่สองรองใครอย่างแน่นอน จินชะงักตัวเล็กน้อยก่อนจะตะโกนบอกเดซันที่วิ่งตามมาให้ก้มลง

 

            ก้มลง!” จินกล่าวแล้วทิ้งตัวลงกับพื้นอย่างรวดเร็ว ลูกธนูสองดอกพุ่งเฉี่ยวหัวของทั้งคู่ไปเพียงเล็กน้อย เดซันปาดเหงื่อที่ผุดขึ้นตามหน้าผากก่อนถอนหายใจเฮือกใหญ่ ถ้าจินบอกไม่ทันละก็... ได้ไปพบยมบาลแล้วแน่ๆ

 

            ข้างหลัง

 

            ฉัวะ !!!

 

            สิ้นเสียงเตือนของจิน ผ้าคลุมสีดำของเดซันก็ชุ่มไปด้วยเลือดที่ไหลทะลัก หลังของเจ้าของเสื้อคลุมถูกของมีคมกรีดเป็นแนวยาวลึก เดซันทรุดลงกับพื้นพลางหายใจหอบระรัว จินเงยหน้าขึ้นมองผู้ลอบทำร้ายแล้วก็ต้องตกใจ ผู้ที่ทำร้ายเดซันคือ โกลด์ องครักษ์ขององค์ราชินีเคียร์ร่าที่น่าจะตายไปแล้วในเหมือง

 

            ดวงตาสีทองของชายหนุ่มนามโกลด์จ้องมองทั้งคู่อย่างพิจารณา เส้นผมสีทองเต็มไปด้วยดินและเหงื่อ

 

            อะไรกัน เด็กหรือเนี่ย โกลด์พูดเสียงเหมือนจะผิดหวังแล้วพาดขวานเล่มใหญ่ไว้ที่ไหล่ขวาก่อนที่จะนั่งลงด้านหน้าเดซันอย่างไม่หวั่นเกรง จินกัดฟันกรอดที่ถูกหยามแล้วเตรียมพร้อมที่จะพุ่งเข้าใส่โกลด์

 

            แต่ทว่า แขนขาวนวลภายใต้ผ้าคลุมทั้งสองข้างก็ถูกตรึงไว้ด้วยแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของผู้มาใหม่อีกคนหนึ่ง จินหันหน้าไปดูอย่างรวดเร็วและนั่นก็ทำให้จินยิ่งตกใจ ซิลล์ ผู้ที่น่าจะกลายเป็นศพไปแล้วใต้เหมืองทุนซากำลังตรึงแขนทั้งสองข้างของเธออยู่

 

            ดวงตาสีเงินนั้นออกจะโกรธเกรี้ยว เขาคงโกรธที่โดนลอบทำร้าย เส้นผมสีเงินเต็มไปด้วยเศษดินเช่นเดียวกับโกลด์

 

            เจ้าเป็นใคร แล้วใครใช้เจ้ามา โกลด์ถามเสียงเย็นยะเยือกในขณะที่มือซ้ายกำลังพยายามดึงผ้าคลุมหน้าของเดซันออก

 

            โอ๊ย!” โกลด์ส่งเสียงร้องเมื่อมือของเขาที่พยายามจะเอาผ้าคลุมออกกลับโดนสันขวานสีน้ำตาลเล่มโตกว่าของตนเองเกือบเท่าตัวของเดซันฟาดเข้าเต็มๆหลังมือ กระดูกส่งเสียงดังกร๊อบเป็นสัญญาณบ่งบอกว่ากระดูกมือคงจะหักไปเรียบร้อยแล้ว

 

            หนอย ไอ้เจ้าเด็กนี่ โกลด์ส่งเสียงสบถแล้วลุกขึ้นเพื่อจะเตะเดซัน แต่เดซันไวกว่า เด็กหนุ่มลุกขึ้นยืนแล้วฟาดสันขวานไปที่ท้องของโกลด์เสียเต็มรัก คราวนี้โกลด์เป็นฝ่ายทรุดลงบ้าง เมื่อซิลล์เห็นเพื่อนของตนทรุดลงไปที่พื้นก็ชักมีดสั้นขึ้นจ่อที่คอของจินเพื่อขู่เดซัน

 

            หยุด ทิ้งขวานนั่นลงซะไม่งั้นข้าจะฆ่าเพื่อนของเจ้าซิลล์กล่าวเสียงแข็งแล้วกดมีดสั้นลงที่คอของจิน ปลายมีดกดลงโดนเนื้อสีขาวสวยทำให้เลือดสีแดงใสเริ่มไหลริน จินถอนหายใจให้กับการกระทำที่แสนโง่เขลาของซิลล์ ยั่วโมโหนักฆ่า ไม่ตายก็เลี้ยงไม่โต

 

            คิดว่านักฆ่าเค้าห่วงเพื่อนกันด้วยเหรอ จินถามด้วยท่าทีขำๆ ซิลล์มองหน้าจินอย่างไม่เข้าใจ

 

            เจ้านั่นมันบอกว่านักฆ่าไม่ห่วงเพื่อนกันหรอก เดซันกล่าว นิยามของนักฆ่าแห่งโลกมืดก็คือ เครื่องจักรสังหารเครื่องจักรจะไม่มีวันมีความรู้สึก ถึงแม้ในเวลาปกติพวกเขาจะดูเหมือนคนธรรมดา แต่ถ้าต้องทำงานเมื่อไหร่ พวกเขาก็จะเปลี่ยนเป็นเครื่องจักรสังหารทันที

 

            ปึ้ก

 

            เสียงของหนักๆกระทบกับศีรษะของซิลล์ดังขึ้นหลังจากที่จินก้มหัวลงเพื่อให้เดซันฟาดสันขวานลงที่ดั้งของซิลล์ได้สะดวกขึ้น ซิลล์ทรุดฮวบลงกับพื้นและหมดสติไปในทันที หน้าตาหล่อเหลาของซิลล์เต็มไปด้วยเลือดสีแดงสด โกลด์ที่นอนจุกอยู่เงยหน้าขึ้นมองทั้งคู่ก่อนจะกัดฟันลุกขึ้นยืนอีกครั้ง

 

            พวกเจ้าเป็นใครกัน โกลด์ตะโกนถามอีกครั้ง จินถอนหายใจยาวก่อนจะตอบคำถามด้วยเสียงที่บ่งบอกถึงความรำคาญ

 

            ข้า แฟนธ่อม ออฟ เดธ คนในพระราชวังอย่างเจ้าน่าจะรู้ว่าข้าเป็นใคร จินตอบ

 

            ข้า แฟนธ่อม ออฟ โฮพเลซ เดซันกล่าวก่อนจะเงื้อขวานขึ้นเพื่อเตรียมลงมือสังหารโกลด์

 

            พวกข้ามาเพื่อลอบปลงพระชนม์องค์ราชินีเคียร์ร่าและขบวนเสด็จ สิ้นเสียงของเดซัน ขวานเล่มใหญ่ก็ถูกวาดลงไปยังคอของโกลด์

 

            แต่ก่อนที่ลมหายใจของโกลด์จะดับลง ลูกธนูดอกหนึ่งก็ลอยมาจากทางด้านหลังและปักเข้ากลางหลังของเดซันอย่างจัง ความแรงของลูกธนูนั้นทำเอาเดซันล้มลงอย่างรวดเร็ว จินถลึงตาโตด้วยความตกใจ เมื่อหันหลังกลับไปดูก็พบว่าเจ้าของธนูดอกนั้นก็คือองค์ราชินีเคียร์ร่าที่น่าจะสิ้นพระชนม์ไปแล้ว นางกำลังกำธนูคันสวยคู่มือไว้ในใจพลางเล็งธนูอีกดอกมาทางจิน ที่หน้าของเธอมีเลือดไหลเป็นแนวยาว เส้นผมสีเงินโบกไหวตามแรงลม ดวงตาสีเงินดูแข็งกร้าว

 

            ขอบใจที่ช่วยบอกข้าว่าพวกเจ้าเป็นใครมาจากไหน เอาล่ะ ทีนี้บอกข้ามาด้วยว่า จะสังหารข้าไปเพื่ออะไร เคียร์ร่ากล่าวพลางค่อยๆสืบเท้าเข้ามาใกล้จิน จินสาวเท้าถอยหลังเล็กน้อยก่อนที่จะหยุดชะงักเพราะมีร่างของโกลด์มากั้นไว้

 

            ตอบมา เคียร์ร่ากล่าวอีกครั้งด้วยเสียงทรงอำนาจ

 

            ข้าไม่ตอบ จินกล่าวแล้วพลิกตัวกลับหลังพร้อมกับกระแทกธนูคันสวยสีฟ้าของตนลงไปที่แผลเก่าที่ท้องของโกล์อย่างจัง

 

            เคียร์ร่าไม่รอให้โอกาสหลุดลอยไป นางปล่อยลูกธนูในมือให้พุ่งเข้าหาจินในทันที แต่ทว่า ลูกธนูดอกนั้นกลับถูกสายลมพัดออกจากเป้าหมาย จินหันมายิ้มเยาะเล็กน้อยแล้วกล่าวด้วยเสียงร่าเริง

 

            ลืมแล้วรึไงว่าข้าคือ แฟนธ่อม ออฟ เดธ ปีศาจผู้ใช้สายลม จินกล่าวแล้วเล็งธนูคู่ใจไปทางเคียร์ร่าที่กำลังหยิบลูกธนูดอกใหม่จากซองด้านหลัง จินเร็วกว่าเคียร์ร่า ลูกธนูพุ่งทะลุต้นขาขวาของเคียรร์ร่าจนนางล้มทรุดลง

 

            และข้าก็คือปีศาจผู้บัญชาผืนดิน เสียงของเดซันดังขึ้นตามมาด้วยเสียงขวานเล่มใหญ่ที่แหวกอากาศตัดร่างของโกลด์จนขาดเป็นสองท่อน เดซันยื่นมือไปด้านหน้า ทันใดนั้น ร่างของซิลล์ที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นก็ถูกผืนดินสูบหายไปอย่างไร้ร่องรอย

 

            ข้าคงต้องขอให้พระองค์ตายที่นี่ เดซันกล่าวและชี้ขวานไปทางเคียร์ร่า เคียร์ร่าหันมองซ้ายมองขวาอย่างหนักใจ องครักษ์คู่ใจทั้งสองต่างก็สิ้นลมแล้ว ส่วนตัวของนางเองก็ใช่ว่าจะเก่งกาจด้านการต่อสู้นัก

 

            นางเก่งกาจในด้านของธนูก็จริง แต่ระยะใกล้ๆอย่างนี้ ธนูรึจำสู้ขวานได้ นางกระชับธนูในมือก่อนจะร่ายคาถาบางอย่างเสียงดัง

 

            ข้าแต่เทพธิดาแห่งกาลเวลา ขอท่านจงนำข้ากลับไปยังวังหลวงแห่งเมืองโอรอสย่าในบัดดล สิ้นเสียงของนางเคียร์ร่า แสงสีเหลืองนวลอร่ามก็ห่อหุ้มร่างกายของนางไว้ในทันที ร่างของนางค่อยๆจางหายไปจากหน้าของพวกจินที่ยืนอึ้งอย่างช้าๆ ในที่สุด ร่างของเคียร์ร่าก็หายไป จินได้แต่มองหน้าเดซันด้วยความแปลกใจ

 

            บ้าน่า นี่นางเป็นผู้ใช้เวทย์งั้นเหรอ จินกล่าวอย่างไม่เชื่อสายตาตนเอง ในสมัยนี้ไม่น่าจะมีคนที่ใช้เวทย์ได้นอกจากคนของโลกมืด จินหันไปสบกับดวงตาสีฟางข้าวของเดซัน เดซันพยักหน้าให้เธอเล็กน้อย

 

            อืม สาเหตุที่มาสเตอร์ให้มาสังหารพระองค์ก็เพราะว่านางเป็นผู้ใช้เวทย์นั่นแหละ ว่าแต่ว่าอย่าบอกเรื่องนี้กับเฟลมนะ เดซันย้ำ จินขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจ

 

            ทำไมล่ะ เฟลมก็เป็นหนึ่งในแฟนธ่อมนะ ทำไมถึงบอกไม่ได้ จินคาดคั้น เดซันตีสีหน้าเบื่อหน่าย

 

            ก็มาสเตอร์เขาบอกมาว่างี้นี่ เจ้าก็ไปถามมาสเตอร์เองสิว่าทำไม เดซันกล่าวก่อนจะเดินนำหน้าจินกลับไปยังที่ที่เฟลมสร้างบาร์เรีย

           

……….

 

            เฟลม!” เดซันตะโกนเสียงดังลั่นเมื่อเห็นว่าเฟลมนั่งพิงต้นไม้อยู่โดยมีมาซาร์ที่กำลังตกอยู่ในนิทรานอนหนุนตัก

 

            ทำไมออกมานอกบาร์เรียแบบนี้ เดซันกล่าวเสียงคล้ายจะตำหนิ แต่เมื่อนัยน์ตาคู่สีฟางข้าวเหลือบไปเห็นมิดไนท์ที่นั่งอยู่ด้านข้างเฟลม ความกังวลใจก็หายไปในทันที

 

            ท่านมิดไนท์ จินกล่าวเสียงแปลกใจ

 

            ทำไมท่านมาอยู่ที่นี่ เดซันเป็นฝ่ายเอ่ยถาม มิดไนท์หันมาสบดวงตาสีเงินของจินก่อนจะเลื่อนสายตาไปยังเดซันแล้วจึงตอบคำถามด้วยความระอา

 

            พวกเจ้าลืมไปแล้วรึไงว่าข้าอาศัยอยู่ที่ใจกลางของป่านี้ พอข้าได้กลิ่นเลือดของเฟลม ข้าก็เลยเดินมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น มิดไนท์กล่าวเสียงเรียบแล้วหันไปมองมาซาร์ที่นอนอยู่

 

            พอมาถึง ข้าเห็นว่ามาซาร์กับเฟลมได้รับบาดเจ็บก็เลยรักษาให้แล้ว ส่วนบาร์เรียนั่นข้าก็ให้เฟลมเอาลง เพราะยังไงข้าก็พอจะมีแรงคุ้มกันเด็กสองคนล่ะน่า มิดไนท์เอ่ย เดซันถอนหายใจด้วยความโล่งอกก่อนจะกล่าวขอบคุณมิดไนท์

 

            ขอบคุณท่านมิดไนท์มากที่ช่วยรักษามาซาร์ เดซันกล่าวพร้อมกับก้มหัวลงอย่างสุภาพ มิดไนท์พยักหน้ารับอย่างขอไปที

 

            แล้วตกลงใครกันที่ทำร้ายพวกเราเฟลมเอ่ยถาม สงสัยจริงๆว่าใครกันที่รอดออกมาจากเหมืองได้

 

            โกลด์ ซิลล์ แล้วก็พระนางเคียร์ร่า คำตอบที่ได้จากจินทำเอาเฟลมเหวอไปเลย

 

            ว่าไงนะ?” เฟลมถามเสียงสูง รอดมาได้ไง

 

            ไม่รู้ว่ารอดมาได้ยังไง แต่เท่าที่ข้าดู น่าจะรอดมาได้แค่สามคน ข้าฆ่าเจ้าองครักษ์สองตัวนั่นไปแล้ว แต่เคียร์ร่าหนีไปได้ เดซันกล่าวตอบ

 

            หนี? ได้ยังไง เฟลมถามแล้วขมวดคิ้วเป็นโบกลางหน้าผาก สองคนนี้ไม่น่าจะมีฝีมือต่ำขนาดปล่อยให้เหยื่อหนีไปได้นี่

 

            แฟนธ่อมสองคนแต่เหยื่อดันหนีไปได้เนี่ยนะ เฟลมถามย้ำอีกครั้ง เดซันย่นจมูกไม่พอใจแล้วเริ่มแถ

 

            ข้าบาดเจ็บ ส่วนจินก็... เดซันพยายามสร้างเรื่องโกหก เขาจะบอกเฟลมไม่ได้เด็ดขาดว่าพระนางเคียร์ร่าเป็นผู้ใช้เวทย์ ถ้าเขาบอกเฟลมไปอนามันคงตัดคอเขาเป็นแน่

 

            ข้าหมดสติไป จินเอ่ยเสริม เดซันรีบพยักหน้าเห็นด้วย เฟลมหรี่ตาลงเหมือนพยายามจับผิด แต่แล้วก็ต้องตัดใจเมื่อทั้งสองต่างก็หลบสายตาไม่ยอมมองด้วย

 

            ช่างเหอะ ว่าแต่บาดเจ็บตรงไหนล่ะ เฟลมถาม เดซันนั่งลงแล้วหันหลังให้เฟลมดูบาดแผลที่ได้รับมา เลือดหยุดไหลไปแล้วเนื่องจากเดซันใช้ดินปิดปากแผลเอาไว้ เฟลมตีสีหน้าตลก

 

            คิดยังไงใช้ดินปิดปากแผลเนี่ย เดี๋ยวก็เชื้อโรคเข้าแผลตายหรอก เฟลมว่าแล้วหันไปมองหน้ามิดไนท์ มิดไนท์กระโดดมาดูแผลก่อนจะวางขาหน้าลงบนบาดแผลอย่างนุ่มนวล บาดแผลค่อยๆจางหายไป

 

            เสร็จแล้ว มิดไนท์เอ่ยเสียงเรียบแล้วหันไปมองจิน

 

            แล้วเจ้าล่ะจิน เห็นว่าหมดสติไปไม่ใช่รึ มิดไนท์ถามเด็กสาวที่ยืนอยู่ จินส่ายหน้าปฏิเสธอย่างรวดเร็วจนเฟลมกลัวว่าหัวมันจะหลุดออกมาเสียก่อน

 

            ข้าไม่เป็นไรมากหรอก แค่หัวโดนกระแทกนิดหน่อยเอง หายเจ็บแล้วด้วย ขอบคุณท่านมากที่เป็นห่วงข้า จินกล่าวพลางก้มหัวขอบคุณอย่างนอบน้อม

 

            ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว พวกเจ้ากลับไปรายงานมาสเตอร์ด้วยนะว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ส่วนข้าก็ขอกลับโรงเรียนละ เฟลมกล่าวพลางใช้มือสะกิดปลุกมาซาร์

 

            เออ แล้วเจอกันก็แล้วกัน อย่าให้แผนแตกล่ะ เดซันกล่าวย้ำพลางเหวี่ยงตัวขึ้นหลังม้า มาซาร์กับจินก็เช่นกัน สองสาวพยักหน้าให้กำลังใจเฟลมก่อนที่จะเริ่มกระตุกบังเหียนเบาๆ เสียงฝีเท้าของม้าค่อยๆจางหายไปกับสายลม

 

            เฟลมหันไปหามิดไนท์และเหวี่ยงตัวขึ้นม้า มิดไนท์กระโดดขึ้นเกาะที่ไหล่ขวาของเฟลมได้อย่างง่ายดาย เฟลมใช้ขากระทุ้งสีข้างของอาชาหนุ่มเบาๆแล้วกระตุกบังเหียนให้มันออกเดิน

 

            ข้าได้ข่าวมาว่าวันนี้เจ้ามีพีธีรับน้องอะไรไม่ใช่เหรอ เย็นนี้ด้วยนี่ ไม่รีบไปล่ะ มิดไนท์กล่าวถาม เฟลมหัวเราะเบาๆ

 

            สายข่าวของเจ้าไม่เคยพลาดเลยนะ จับให้แน่นล่ะ ข้าจะซิ่งแล้วนะ เฟลมกล่าวแล้วกระแทกเท้าลงที่สีข้างของม้าเพื่อกระตุ้นอีกครั้ง อาชาหนุ่มกระทืบเท้าลงกับพื้นก่อนจะยกขึ้นสูง แล้วมันก็ออกวิ่งด้วยความเร็วสูงสุด จุดมุ่งหมายของทั้งคู่คือโรงเรียนไดมอนแห่งเมืองเอราเดสที่ใช้เวลาเดินทางจากที่นี่ถึงจุดหมายประมาณเกือบหกชั่วโมง ไม่รีบไม่ได้แล้วสิ

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,947 ความคิดเห็น

  1. #1717 lnwcool (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 เมษายน 2554 / 18:10
    น่าเบื่อจัง=_= เบื่อที่เฟรมไม่ได้บทเยอะเท่าไรนัก(เหตุผลช่าง...=_=;;)
    #1,717
    0