Goodnight Sleep tight #ฝันดีของคุณ (yaoi) END

ตอนที่ 8 : Chapter 07 :: You caught me

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,289
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 491 ครั้ง
    30 ต.ค. 62


Chapter 07

You caught me

 

            นอกจากจะเป็นนักแคสเกม กิจกรรมเยอะจนแทบไม่มีเวลานอน ความสามารถพิเศษอีกอย่าง ก็คงเป็นการเนรมิตสิ่งที่ต้องการได้ดั่งใจ

            ฝันมองผู้ชายผิวแทนสูงยาวเข่าดีตรงหน้าที่กำลังส่งยิ้มเจิดจ้าไปทั่วห้องรับแขก ผู้ชายคนนี้เป็นเพื่อนของชินและจะมาเป็นโค้ชของทีมฝันนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป คนอารมณ์ดีตรงหน้าอายุยี่สิบหกปี มีชื่อว่า ที จบปริญญาตรีวิศวะคอมพิวเตอร์ กำลังเรียนต่อปริญญาโทด้านเทคโนโลยีเกม มีทักษะด้านการเล่นเกมและความรู้เกี่ยวกับการจัดทีมแข่ง รวมไปถึงเคยเป็นโค้ชให้ทีมอื่นมาก่อน นอกจากนั้นก็ยังพ่วงตำแหน่งจีเอ็มเกมออนไลน์สัญชาติเกาหลีที่กำลังจะเปิดตัว

            โปรไฟล์สุดยอดจนน่าอิจฉา อายุห่างกันแค่ปีเดียวแท้ๆ ไม่แปลกใจที่เป็นเพื่อนกับคุณชิบะบอยได้ ชินเองก็ใช่เล่นซะที่ไหน สองปีที่หายตัวไป ปากบอกหมดไฟจากการแคสเกม ก็หานู่นหานี่ทำไม่ยอมหยุดนิ่ง ไม่ใช่ว่าทำเล่นเป็นงานอดิเรกหรือทำไปเพื่อฆ่าเวลา แต่จริงจังกับทุกอย่าง ถึงขั้นรับงานมาทำเป็นเรื่องเป็นราว

            ไปเอาพลังมากมายมาจากไหนกันนะคนพวกนี้ ฝันหันมองตัวเองแล้ว เขายังไม่ก้าวไปไหนแม้แต่นิด สามปีที่ผ่านมายังคงยืนอยู่ที่เดิม เป้าหมายเดิม ทำแต่สิ่งเดิมๆ ปีนี้พิเศษหน่อยที่ความฝันเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง คิดว่าถ้าพลาดปีนี้ ก็คงโยนความฝันทิ้งเอาไว้แล้วเดินหน้าต่อไปในทางอื่นเสียที 

            นักแข่งสี่คนเริ่มแนะนำตัวทีละคน เริ่มจากชื่อเล่น อายุ ประสบการณ์ ความถนัดต่างๆ พอแนะนำตัวเป็นพิธีจบ ทีหันไปคุยอะไรบางอย่างกับชิน กระซิบกระซาบกันอยู่สองคน คุยเสร็จโค้ชก็หันมาส่งยิ้มดูมีเลศนัยจนฝันรู้สึกเสียวสันหลัง

            พร้อมแล้วก็ไปเปลี่ยนชุดเลย

            เปลี่ยนชุด? ทั้งสี่ชีวิตหันมองกันพร้อมกับเครื่องหมายคำถามเหนือศีรษะ ฝันก้มมองเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงขาสั้นบนร่างกายของตัวเอง ทำไมต้องเปลี่ยนชุด หรือว่าที่ใส่นี่มันเหมือนชุดนอนจนเกินไปโค้ชเลยไม่ชอบ

            “เปลี่ยนชุดทำไมเหรอครับพี่ทีกายถามขึ้น ฝันเริ่มเห็นลางไม่ดีบางอย่าง โดยเฉพาะตอนที่มองหน้าชินแล้วอีกฝ่ายเบือนหน้าหนีราวกับกำลังปกปิดอะไรไว้ ไม่อยากให้เขาได้รับรู้

            ไปโรงพยาบาลครับ

            โรงพยาบาล

            “ไปทำไมอ่ะโค้ช ใครเป็นอะไรเหรอปอนด์ขมวดคิ้วสงสัย ไม่เข้าใจว่าการฝึกซ้อมเกี่ยวอะไรกับโรงพยาบาล

            ในฐานะโค้ชแล้ว พี่ไม่อยากเห็นคนในทีมเป็นอะไรไปก่อนการแข่งขันนัดสำคัญ ดังนั้นวันนี้เราจะไปตรวจสุขภาพกัน จะได้รู้ว่ามีโรคประจำตัวมั้ย ถ้ามีจะต้องเตรียมพร้อมกับมันยังไง คงไม่มีใครอยากนั่งแข่งอยู่แล้วเพื่อนล้มตึงลงไป จริงมั้ย

            ฝันเข้าใจถึงความสำคัญของการตรวจสุขภาพก่อนการแข่งขัน โดยเฉพาะในอนาคตถ้าเข้าร่วมการแข่งขันใหญ่ คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ลึกๆ ในใจค้านหัวชนฝา ไม่อยากไป โรงพยาบาลคือสถานที่แห่งฝันร้ายของเขา

            เอ้อ…”

            คนหัวรั้นอ้าปากเตรียมหาข้ออ้างเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสุขภาพ อย่างน้อยก็ขยับการตรวจออกไปจนกว่ามือจะหายเจ็บ ทีรีบพูดขัดขึ้นทันที

ไม่มีข้ออ้างนะ นัดหมอไว้แล้ว ถ้าอยากให้ผมโค้ชให้ ก็ต้องไปตรวจสุขภาพ ไม่งั้นไม่โค้ชให้นะ ผมเองก็มีการมีงานต้องทำ ทีสิสก็ยังไม่เสร็จ สละเวลาสุดๆ แล้วนะเนี่ย

ริมฝีปากซุกซนเบะออกเล็กน้อยอย่างไม่ชอบใจ แบบนี้มันมัดมือชกกันชัดๆ

จะเถียงก็เริ่มกลัวว่าคนตรงหน้าจะไม่โค้ชให้ตามที่ปากบอก จะให้ไปหาโค้ชคนใหม่ก็ไม่มีปัญญา สถานการณ์ตอนนี้ โค้ชคนเดียวสามารถชี้ชะตาได้เลยว่าการแข่งโปรลีกจะมีโอกาสชนะหรือไม่ชนะ มือใหม่อย่างพวกเขา ยังไงก็ต้องมีโค้ชที่ช่วยจัดการอะไรให้เป็นระบบระเบียบ  

ทั้งสามคนจำใจหันหลังกลับขึ้นห้องเพื่อไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมตัวออกไปตรวจสุขภาพ เหลือเพียงแค่ฝันที่ยืนจับแขนซ้ายอันสั่นเทาของตัวเองเอาไว้ ริมฝีปากเล็กเม้มเข้าหากัน

เอายังไงดีล่ะ

            ฝัน ไม่เปลี่ยนชุดเหรอ ไปทั้งแบบนี้เลยก็ได้นะ

            “เดี๋ยวกูคุยเอง

            ชินไม่ปล่อยให้ทีได้ซักถามใครอีกคนมากไปกว่านั้น เจ้าตัวขยับเดินเข้ามาหาฝัน ใช้น้ำเสียงทุ้มขึ้นจมูกนั่นเป็นตัวล่อให้ใครอีกคนยอมทำตาม

            ไปเปลี่ยนชุดไป

            คนหัวดื้อไม่แม้แต่จะขยับตัว

            “ไม่ต้องห่วง เรื่องมือ เพื่อนคุณไม่รู้หรอก

            ไม่ครั้งนี้ฝันไม่ได้กลัวว่าโก๋จะรู้ แต่กลัวว่าคนตรงหน้าจะรู้ ว่าอาการที่มือซ้ายของเขามันสาหัสเกินกว่าอาการเจ็บปวดธรรมดา ถ้าเป็นแบบนั้นจะทำยังไงล่ะ ตัดเขาออกจากทีม สั่งให้เขาเลิกแข่งเพราะอาจจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างนั้นหรือเปล่า

ฝันนึกสภาพทีมที่ไม่มีตัวเองตอนนี้ไม่ออกแม้แต่นิด รู้แค่ว่าถ้าไม่มีฝัน โก๋ก็คงไม่ไปแข่งและคงไม่มีโอกาสได้เอื้อมถึงระดับโลกอีกแล้ว ถ้าไม่มีโก๋ ปอนด์ก็คงถอนตัวออกจากทีมกลับไปช่วยแม่ขายข้าวแกง หลังจากนั้นกายจะเป็นยังไงต่อ ทิ้งการแข่งที่แสนสำคัญเอาไว้แล้วกลับไปเรียนอย่างนั้นเหรอ หรือเลือกหาทีมใหม่ที่ดูมั่นคงกว่านี้

            อะไรหลายอย่างตีกันอยู่ในหัวสมองจนกระทั่งชินวางมือลงบนบ่าของฝัน

            ทุกอย่างจะโอเค เชื่อดิ

            น้ำเสียงทุ้มขึ้นจมูกนั่น ทำเอาความกังวลที่มีคลายตัวลงไปบ้าง ฝันพยักหน้าอย่างว่าง่าย หมุนตัวกลับเดินขึ้นไปชั้นสอง จากที่ไม่คาดหวัง เริ่มจะคาดหวังในตัวชินขึ้นมาบ้าง

            หวังว่าชินจะช่วยเขาปกปิดความลับเรื่องมือ

            หวังว่าถ้าชินรู้ความลับเรื่องมือซ้ายของเขา จะไม่โกรธที่เอาอนาคตของกายมาฝากไว้กับฝัน

            หวังว่าจะไม่ไล่เขาออกจากทีม เพราะถ้าเป็นแบบนั้น ฝันคงรู้สึกแย่มากแน่ๆ

 

            ***

ไม่มีใครหรอกที่ชอบโรงพยาบาล ทีเข้าใจข้อนี้เป็นอย่างดี แต่ก็ต้องยอมรับว่าเหตุสุดวิสัยเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา บางคนเห็นสุขภาพแข็งแรง อึดถึกทน เอาเข้าจริงข้างในอ่อนปวกเปียก ถ้าขืนเป็นลมเป็นแล้งขึ้นมาวันแข่ง ทีนี้จะมานั่งโอดครวญกันทีหลังไม่ได้ว่ารู้แบบนี้ ไปตรวจสุขภาพตั้งแต่แรกซะก็ดี

รถเก๋งสี่ประตูไม่สามารถจุผู้ชายตัวเขื่องหกคนเข้าไปได้ จึงต้องเปลี่ยนมานั่งรถตู้สีดำของโค้ชทีแทน ทุกคนนั่งพูดคุยกันปกติ ถึงจะโดนลากไปตรวจสุขภาพ ปอนด์ก็ยังคงเจื้อยแจ้วไม่ต่างจากเดิม กายหัวเราะกับมุกตลกฝืดของปอนด์ โก๋นั่งบ่นอะไรพึมพำอยู่คนเดียวกับโทรศัพท์ คนผิดปกติคือฝันที่นั่งเงียบมาตั้งแต่ขึ้นรถ คนที่ร่าเริงตลอดเวลาอย่างฝัน นั่งเงียบหน้าบูดบึ้งไม่พูดจากับใคร ย่อมเป็นที่สังเกตอยู่แล้ว

ทีละสายตาจากกระจกมองหลัง มองเพื่อนที่นั่งอยู่ข้างตัวเขา

คนนั้นใช่ป่ะที่มึงบอก ที่ใส่แว่นตา

อือ

ดูเหมือนจะแขยงโรงพยาบาลเข้าไส้เลย

ใครๆ ก็ไม่ชอบโรงพยาบาลป่ะวะ ว่าจะให้ไปตรวจมือด้วย เก็บไว้ไม่ดีเท่าไร

ดีแล้วเหรอที่ไม่บอกเขา ขืนรู้จะโกรธเอานะเว้ย

ดีแล้ว ถ้าขืนบอกคงไม่ยอมมา เห็นแบบนั้นหัวรั้นกว่าไอ้กายอีก

แล้วตั้งแต่เมื่อไร ที่ชิบะบอยแคร์คนอื่นนอกจากคนสนิทวะทีกระทุ้งศอกเข้าแขนเพื่อนจนชินต้องเบี่ยงตัวหนี

เขาเป็นหัวหน้าทีม ถ้าขืนลงแข่งไม่ไหว ทำกายเสียโอกาสขึ้นมา กายจะเสียใจขนาดไหน

อ๋อเป็นห่วงกาย

ขับรถไปเหอะมึงอ่ะ

ดวงตาซึมๆ ด้านหลังกรอบแว่นมองสองคนที่คุยซุบซิบกันอยู่ด้านหน้าตรงที่นั่งคนขับ ฝันถอนหายใจ หันออกไปมองวิวนอกตัวรถ สายตาค่อยๆ เลื่อนลงมองมือซ้ายของตัวเองภายใต้ถุงมือสีดำ

ทำไมต้องตอนนี้ด้วยนะ

ถ้าตรวจร่างกายปกติคงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง แต่อะไรบางอย่างบอกเขาว่าการมาโรงพยาบาลครั้งนี้ ไม่ใช่การตรวจร่างกายธรรมดา ถ้าฝันเป็นโค้ช การมีสมาชิกเจ็บมือถือเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรู้ทางหนีทีไล่ ว่าควรจะทำอย่างไรเพื่อจะให้การแข่งออกมาราบรื่น

ขืนตรวจมือล่ะก็ ความลับแตกแน่ หรือเขาควรจะแกล้งปวดท้อง บ้าหรือไงฝัน รถกำลังมุ่งตรงไปยังโรงพยาบาล แกล้งปวดท้องขึ้นมาก็เข้าทางโจรเลย หรือกระโดดลงรถไปซะตอนนี้เลยดีมั้ย ให้ได้แผลซักสามสี่แผล จะได้ไปโฟกัสอาการเจ็บปวดตรงอื่นนอกจากมือซ้าย

สารพัดความคิดที่จะหนีพรั่งพรูเข้ามาในหัวสมอง จนกระทั่งเพื่อนสนิทสะกิดแขนเขา

ทำหน้าเหมือนปวดขี้โก๋ละสายตาจากโทรศัพท์มาสนใจเพื่อนที่นั่งถอนหายใจมาสิบกว่าครั้งนับตั้งแต่รถออกจากบ้าน กูรู้ว่ามึงไม่ชอบโรงพยาบาล แต่ไปตรวจหน่อยก็ดี ไม่ได้ตรวจมาหลายปีละ ตั้งแต่จบจากมหาลัย ไม่ดิ กูไม่จบ

อะไรของมึงเนี่ยฝันบ่น

เออ ทำใจให้สบาย นอนหลับไปก็ได้ เดี๋ยวถึงแล้วปลุก

สบายก็แย่แล้ว

นั่งอมพะนำอยู่ได้พักหนึ่ง ปอนด์ก็ร้องออกมาเสียงดัง เด็กเสื้อฮาวายลดระดับเสียงลงเมื่อกลายเป็นเป้าสายตา ส่งเสียงหัวเราะแห้งใส่สองหนุ่มที่นั่งอยู่ด้านหน้า ก่อนจะรีบแทรกหน้าผ่านเบาะรถมาหาฝัน ปอนด์ยื่นโทรศัพท์มาตรงหน้าเขาพร้อมหน้าตาตื่นเต้น เจ้าตัวป้องปากซุบซิบเสียงแผ่ว

เห็นมั้ยบอกแล้ว ผมว่าผมจำไม่ผิด

จำไม่ผิดอะไรฝันไม่มีอารมณ์จะเล่นหรือฟังมุกตลกของน้องตอนนี้ เขาปวดหัวจนแทบระเบิด

ผมจำหน้าได้ พี่แกเคยไปโผล่ในรูปแข่งเมื่อสองปีที่แล้ว คนนี้ๆปอนด์ชี้ให้ดูคนในรูป ผู้ชายตัวสูงที่ยืนอยู่ข้างบูมเมอแรง แม้เค้าโครงหน้าจะเปลี่ยนไปเล็กน้อยเพราะโตขึ้น แต่ก็ชัดเจนว่าเป็นคนเดียวกับคนที่กำลังขับรถอยู่

นักแข่งเหรอโก๋ถาม กายส่ายหน้ายิกๆ

ไม่ใช่ครับ เคยได้ยินว่าแกมีปัญหาที่มือเลยไม่ได้แข่ง

มีปัญหาที่มือ?”

ครับ เพราะเล่นเกมไม่ได้ เลยผันตัวไปเป็นโค้ช ตอนแรกที่คุยกับพี่ชินไม่รู้ว่าจะเป็นทีเดียวกัน ไม่รู้ว่าไปสนิทกันตอนไหน

ไม่ใช่ว่าทีมบูมมีโค้ชอยู่แล้วเหรอ โค้ชนนท์อะไรนั่นฝันถาม เท่าที่รู้มา โค้ชคุมทีมชาติไม่ใช่เด็กอายุยี่สิบต้นๆ แต่เป็นโค้ชอายุสามสิบปลายๆ ที่มีชื่อเสียงอยู่พอสมควร

พี่ทีเป็นโค้ชพิเศษให้พี่บอสสึโนว่าครับ

หา พี่บอสต้องมีโค้ชพิเศษด้วยเหรอปอนด์เลิกคิ้วสงสัย

ก็พี่บอสเป็นคนที่สมองวุ่นวายอยู่ตลอด เลยต้องมีโค้ชที่คอยช่วยจัดการอะไรให้เป็นแบบแผน แต่เหมือนพี่ทีเขาจะไม่ค่อยอยากเป็นโค้ชที่ต้องออกหน้าสักเท่าไร ก็เลยไม่ค่อยได้ยินชื่อ

สุดยอด

ใช่ สุดยอด ทั้งที่เล่นเกมไม่ได้ แต่ก็ยังสามารถเดินสายอาชีพเกี่ยวกับเกมต่อไปได้ แถมยังดูท่าว่าจะมีแต่คนเคารพนับถือ ไหนจะความสามารถ การศึกษา อายุพอกับฝันแท้ๆ กลับก้าวไปถึงจุดที่ตัวเองต้องการแล้ว

แต่รอบนั้นได้ที่สามมาไม่ใช่เหรอโก๋โพล่งขึ้น กายพยักหน้าหงึกหงักเพื่อตอบรับ

ใช่ครับ ว่ากันว่าในทีมมีผู้เล่นไม่พร้อมคนนึง ผมไม่รู้รายละเอียดมากเพราะตอนนั้นผมเองก็แข่งอยู่อีกที่

            การแข่งขันระดับโลกเมื่อสองปีที่แล้ว เคยเป็นหัวข้อฮือฮาในเว็บบอร์ดเกมมาก่อน

ทีมไทยคว้าที่สามในรายการ Nations Cup ทั้งที่ความจริงคะแนนอยู่หัวตารางมาตลอดแบบนั้นน่าจะคว้าที่หนึ่งได้ด้วยซ้ำ แต่เพราะความผิดพลาดบางอย่างภายในทีม ทำให้ชวดที่หนึ่งไปอย่างน่าเสียดาย

            ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น มีเพียงแค่ข่าวลือหนาหูว่าผู้เล่นคนหนึ่ง เล่นไม่ดีจนพาทีมแพ้ คลิปการแข่งขันเมื่อสองปีที่แล้วก็ถูกลบออกไปจากช่องภายในสามวันหลังจากการถ่ายทอดสด ช่อง official ของเกมออกมาแถลงว่า ทีมงาน official มีปัญหากับทีมแข่งของบูม เลยลอยคอทีมที่เต็มไปด้วยนักเล่นมีฝีมืออย่างทีม Legend ประจวบกับบูมเกิดเรื่องทะเลาะวิวาท ถูกปลดออกจากทีมชาติ ถูกแบนไม่ให้แข่งขัน ทำให้ไม่เหลือทีมในตำนานอย่างทีมเลเจนด์อีกต่อไป

            น่าเสียดาย ทีมเลเจนด์เป็นไอดอลให้กับเด็กรุ่นใหม่แท้ๆ

            มัวแต่คิดนู่นคิดนี่ เลยไม่ทันสังเกตว่ารถตู้จอดลงยังที่จอดรถของโรงพยาบาลแล้ว ฝันมองเพื่อนที่ทยอยเดินลงจากรถ ถอนหายใจอีกครั้ง เอาให้อากาศหมดไปจากปอด เลือกได้ก็จะขอเอาเข็มขัดนิรภัยรัดคอตายซะตรงนี้ จะได้ไม่ต้องลงไปตรวจสุขภาพ ขายาวก้าวลงจากรถตู้อย่างอืดอาด ถ่วงเวลาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพียงแค่สายตาหันไปเจอชื่อโรงพยาบาลตัวใหญ่ ฝันก็ถอยกรูดจนชนประตูรถ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ

            เป็นไรวะพี่ปอนด์หันมาถามคนพี่ที่เกาะประตูรถเป็นตุ๊กแก ส่งผลให้คนอื่นหันมามองเขาเป็นตาเดียว ฝันรีบดึงตัวเองออกจากรถ ปัดเสื้อสีขาวของตัวเองที่เปรอะเปื้อนฝุ่นเล็กน้อยแก้อาการผิดปกติ ส่งเสียงหัวเราะแห้งจนแทบหายไปในลำคอ

            “ไม่มีไร

            “งั้นก็ ป่ะ ตรวจสุขภาพกัน!”

            ทีปลุกความฮึกเหิมจากคนในทีมอย่างอารมณ์ดี พาพวกเด็กๆ เดินนำเข้าไปที่โรงพยาบาล ส่วนฝันนั้นอยากจะร้องไห้ออกมาให้ตายไปเสียตรงนี้

            โรงพยาบาลมีเป็นร้อยเป็นพัน ทำไมถึงเลือกโรงพยาบาลที่พี่ชายของเขาทำงานอยู่

            โลกมันกลมขนาดนั้นเลยหรือไง!?

           

            ***

            ระหว่างที่คนอื่นกำลังเอกซเรย์ปอดและวัดคลื่นหัวใจ ทีก็เดินมาเรียกฝันที่เสร็จทุกอย่างเป็นคนแรก

            “ฝัน

            “หือ

            “คุยอะไรด้วยหน่อยสิ

            คนหัวรั้นเดินตามโค้ชทีต้อยๆ อย่างไร้เรี่ยวแรง จนกระทั่งเจอกับชินที่ยืนกอดอกรออยู่ไม่ไกล

            มีอะไรเหรอฝันถามเจ้าของดวงตาเรียวรีตรงหน้าที่ส่งสีหน้าเคร่งเครียดมาให้ ชินไม่ได้ตอบ แต่เดินเข้ามาใกล้ แขนยาวๆ ล็อคแขนขวาของฝันเอาไว้แน่น เจ้าตัวถลึงตาโตด้วยความตกใจ ยิ่งตกใจเข้าไปอีกเมื่อทีล็อคแขนซ้ายของเขาเอาไว้ ฝันหันมองซ้ายมองขวาสลับไปมา

            ทำไรอ่ะ

            “พาไปเที่ยวทีส่งยิ้มมาให้ รอยยิ้มที่ทำให้ฝันเริ่มเสียวสันหลัง

เที่ยว? เที่ยวอะไร?” โรงพยาบาลอะไรมีที่ให้เที่ยว โกหกชัดๆ

            “เดี๋ยวถึงก็รู้เองแหละน่า

            ฝันพยายามดิ้นให้หลุดจากการเกาะกุม แต่ลำพังแรงของเขาคนเดียวจะไปสู้อะไรกับแรงของผู้ชายตัวโตกว่าถึงสองคน ฝันโดนลากไปยังลิฟต์แก้ว ขึ้นไปยังชั้นที่แสนคุ้นเคย ความกลัววิ่งแล่นเข้าสู่หัวใจของเขา

            ขอให้ไม่ใช่อย่างที่คิด บนชั้นนี้มีหลายแผนก คงไม่ใช่หรอก

            พอโดนลากมาหยุดอยู่หน้าห้องกระจกใส ตัวอักษรหน้าห้องบ่งบอกชัดเจนว่า ใช่เลย สถานที่ที่ฝันเพิ่งมาเหยียบเมื่อไม่นานมานี้ สถานที่แห่งฝันร้ายกับบอสซอมบี้ใส่แว่นสี่เหลี่ยมตัวเขื่อง

            ไม่ ไม่เข้า

            “เอาน่า ตรวจแค่แปปเดียวนะ ขอร้องล่ะทีเริ่มเข้าใจถึงสาเหตุที่เพื่อนไม่ยอมบอกฝันว่าจะพามาตรวจพิเศษ ก็คนหัวรั้นเล่นกางแขนกางขาขวางประตูไม่อายชาวบ้านชาวช่องซะขนาดนี้ ถ้าไม่ใช่โรงพยาบาลที่งดใช้เสียง คงจะแหกปากร้องลั่นเหมือนเด็กเพิ่งโดนจับฉีดยาครั้งแรกแน่ๆ

            “ไม่ ปล่อยนะ!”

            อย่าดื้อดิ ตรวจให้รู้ว่าเป็นอะไรจะได้หาทางแก้ไงชินดุ ฝันหันไปมองตาขวาง

            ทำไมต้องที่นี่ แค่มาตรวจสุขภาพก็ตรวจข้างล่างสิ ขึ้นมาทำไม

            “อ้าว น้องฝันชายหนุ่มสามคนที่ฉุดกระชากลากถูกันอยู่หน้าประตูกระจกนิ่งไปเมื่อเสียงพยาบาลคนสวยดังขึ้น ตาของฝันจะหลุดออกจากเบ้าก็วันนี้ โรงพยาบาลคุ้นเคยยังไม่พอ ผู้ช่วยของพี่ชายยังเดินดุ่มๆ เข้ามาหาพร้อมใบหน้าสงสัย

            พี่นิล…”

            “ทำไมสภาพเป็นงั้น แล้วนี่เพื่อนเหรอชายหนุ่มสองคนที่ล็อคแขนฝันเอาไว้รีบปล่อยมือจากคนที่ตัวเล็กกว่า ฝันขยับเสื้อยืดยับยู่ยี่ของตัวเองให้เข้าที่ ดันแว่นเบี้ยวๆ ให้กลับมาอยู่ในสภาพตรงเหมือนเดิม ก่อนจะรีบพุ่งเข้าไปหาพี่นิลพลางขอความช่วยเหลือ

            พี่เฟิร์สอยู่มั้ยครับฝันส่งเสียงกระซิบให้นางพยาบาลที่นับถือเหมือนพี่สาว คาดหวังคำตอบว่าพี่ชายจะไม่อยู่

            อยู่สิ มาหาหมอเฟิร์สเหรอ

            ทำไมถึงได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันขนาดนี้ ไม่คิดจะหยุดบ้างหรือไง!

            เขาหาหมอที่นี่ประจำเหรอครับแล้วทีก็ดันหูดี ได้ยินสิ่งที่พี่นิลพูด ถึงได้จับใจความว่าฝันรู้จักกับหมอที่นี่

            ใช่ค่ะ พี่ชายของน้องฝัน หมอเฟิร์ส

            ‘เพียะ

            เสียงตบหน้าผากตัวเองดังลั่น

            ฝันหันไปมองคาดโทษพยาบาลคนสวย แม้เห็นใบหน้าแล้วจะโกรธไม่ลงก็เถอะ พี่นิลไม่รู้เรื่องอะไร ดังนั้นฝันไม่มีสิทธิ์จะไปโกรธเธอเลยสักนิด เธอก็แค่ตอบตามสิ่งที่เธอรู้

            ถ้าอย่างนั้น ขอรอพบหมอเฟิร์สได้มั้ยครับ เพื่อนผมอยากมาตรวจนิดหน่อย

            “น้องฝันอยากมาตรวจเหรอคะนิลขมวดคิ้วสงสัย ร้อยวันพันปีเลือดตกยางออกแค่ไหนเด็กคนนี้ก็ไม่เคยคิดจะมาตรวจ ต้องให้สุดวิสัยจริงๆ เท่านั้นแหละถึงจะลากสังขารมาหาคนพี่

            “มะ…” ฝ่ามือของทีปิดปากฝันเอาไว้ ไม่ยอมให้ได้ท้วง

            ครับ

            ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวพี่ดูคิวให้นะ นั่งรอก่อนนะคะ

            “ขอบคุณครับ

            ใครจะบ้านั่งรอ ได้โอกาสก็เผ่นสิครับ

            ฝันทำท่าจะวิ่งหนีออกจากห้องรอตรวจ แต่โดนชินกระชากคอเสื้อเอาไว้ แล้วลากมานั่งรอดีๆ ที่เก้าอี้รอพบแพทย์ ข้างซ้ายคือทีที่ตัวสูงกว่าเขามากพอควร ข้างขวาคือชินที่ตัวสูงกว่าฝันอยู่เล็กน้อย ถึงเล็กน้อยก็นับว่าสูงกว่าอยู่ดี

            ทำไมถึงกลัวขนาดนั้น พี่ชายน่ากลัวเหรอทีถามติดตลก ตอนนี้ฝันไม่รู้สึกตลกด้วยเลยสักนิด

            จะพามาก็บอกดีๆ ดิ ลากมาแบบนี้มันฝืนใจกันชัดๆ

            “จะโทษก็โทษผม ไม่ต้องไปโทษทีมัน ผมเป็นคนบอกให้พามาหาหมอสมองเอง

            ฝันมองชินอย่างตัดพ้อ มือเจ็บ ก็ไปหาหมอมือ ทำไมต้องมาหาหมอสมอง

            “คุณก็หาหมอสมองอยู่ไม่ใช่หรือไง

            คำพูดของชินทำฝันสะอึก รู้ได้ยังไง

            “ขอโทษที่ละลาบละล้วง ผมเคยเห็นถุงยาที่คุณกิน เลยคิดว่าคุณน่าจะมีหมอประจำที่นี่

            “ก็เลยลากผมมา ไม่บอกอะไรผมสักคำอ่ะนะ?”

ทำอย่างกับว่าถ้าบอกแล้วคุณจะยอมมาด้วย อีกอย่างแผลเป็นนั่นดูเหมือนเป็นมานานแล้ว มันไม่น่าจะเจ็บ ถ้าไม่ใช่เพราะสมองยังจดจำความเจ็บอยู่

ริมฝีปากของฝันเม้มแน่นจนห้อเลือด นึกไปถึงตอนที่เล่าเรื่องราวให้ชินฟังว่าตัวเองพบเจออะไรมาบ้างก็ยิ่งเจ็บใจ เพราะรู้เหรอว่าแผลเป็นนี่เกี่ยวข้องกับการตายของแม่ ถึงได้พามาหาหมอสมอง จะทำตัวแบบคนอื่นที่สั่งให้ลืมๆ ไปซะหรือไง มันลืมง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ กับการที่เห็นแม่ตัวเองตายต่อหน้าต่อตา คิดว่าหมอมีเครื่องลบล้างความทรงจำหรือไง ถ้ามีจริงฝันจะไม่ร้องไม่งอแงตอนมาโรงพยาบาลเลย

แล้วคุณคิดว่าพามาหาหมอสมองมันจะได้อะไร คุณคิดว่าเรื่องที่ผมเล่าให้ฟัง มันลืมง่ายเหรอ

            “ไม่ใช่ดิคุณ ที่ผมพาคุณมาไม่ใช่เพราะอยากให้คุณลืมอดีต ผมรู้ว่ามันลืมยาก แต่เพราะไม่อยากให้ปล่อยมือที่เจ็บทิ้งไว้แบบนั้น มาหาหมอจะได้รู้ว่าต้องรักษายังไงให้ถูกทาง จะได้ช่วยหาทางแก้ไง

            “คุณไม่ใช่เจ้าของมือ จะมารู้อะไรมากกว่าผมคำพูดของฝันทำเอาคนที่ได้ฟังเงียบลงไป คุณยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมเป็นอะไร ถ้าหาหมอสมองแล้วหาย ผมก็คงหายไปนานแล้ว คุณเห็นถุงยาของผมแล้วนี่ คุณคิดว่านี่เป็นครั้งที่เท่าไรที่ผมมาเหยียบที่นี่

คุณ ผมก็แค่…”

คุณไม่ต้องมาคิดแทนว่าผมจะเป็นอะไร ทุกอย่างจะโอเคอย่างนั้นเหรอ รู้ทั้งรู้ว่าผมจะไม่โอเค คุณก็ยังลากผมมาอยู่ตรงนี้ ผมไม่น่าเล่าเรื่องส่วนตัวให้คุณฟังเลย ผมไว้ใจคุณแท้ๆ

            ชินเงียบนิ่ง ไม่ตอบโต้แต่ใบหน้าแฝงไปด้วยความไม่พอใจกับคำพูดของฝัน ชินลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินหนีหายออกไป ปล่อยให้คนที่กำลังอารมณ์ร้อนสงบสติอารมณ์ตัวเองบ้าง

            จะพูดแบบนั้นก็ไม่ถูกนะฝัน

            “ทำไม จะสั่งสอนอะไรผมอีก

            “ที่ชินพามา ก็เพราะเป็นห่วง

            “ห่วงเหรอ คงห่วงว่ากายจะไม่ได้แข่งมากกว่า

            “ถ้ามันไม่สนิทใจจริงๆ มันไม่สนใจหรอกนะว่าฝันจะเป็นจะตายยังไง

            ฝันถอนหายใจ ไม่อยากจะยอมรับว่าสิ่งที่ทีพูดเป็นความจริง เขาเป็นใคร เขาเป็นเพียงแค่ผู้อยู่อาศัย ไม่ได้มีความสำคัญที่ผู้ชายคนนั้นจะมาห่วงเลยสักนิดว่าจะเป็นจะตายหรือเปล่า

            ก็จริงที่มันห่วงกาย กลัวว่ากายจะไม่ได้แข่ง แต่ถ้ากายไม่ได้แข่ง ชินมันคงจะดีใจมากกว่า ผมว่ามันน่าจะเคยบอกคุณว่ามันไม่อยากให้กายแข่ง ชินหมดศรัทธากับการแข่งพวกนี้ไปแต่ไหนแต่ไรแล้ว

            จำได้ ชินเคยบอกเขาเรื่องที่ไม่อยากให้กายแข่ง ฝันรู้ว่าตัวเองเริ่มทำนิสัยไม่ดีใส่คนอื่น โดยเฉพาะคนที่หวังดีกับตัวเอง แต่ลึกๆ ก็รู้สึกโกรธเคือง 

            “ที่ให้มาหาหมอสมอง เพราะผมเองก็เคยมีอาการเหมือนกับฝันมาก่อน ต่อให้ชินไม่รู้เรื่องโรงพยาบาล ยังไงถ้าผมรู้เรื่อง สุดท้ายก็ต้องพามาหาหมอด้านสมองอยู่ดีนั่นแหละ

            “อาการเหมือนกัน?”

            “คุณคิดว่าแผลที่นิ้วนี่กี่ปีแล้วทียื่นสามนิ้วข้างซ้ายให้ฝันดู นิ้วกลาง นิ้วนาง และนิ้วก้อยมีแผลเป็นลึกจนน่ากลัวไม่ต่างจากฝัน ประมาณห้าปีได้ แต่ผมไม่เคยลืมเลยว่ามันเจ็บขนาดไหน ทั้งที่มันควรจะหายเจ็บไปแล้ว หมอบอกเป็นเพราะสมองยังจดจำความเจ็บปวดอยู่ ดังนั้นถ้าอยากให้หาย ก็ต้องลืมเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดแผลเป็นขึ้น ซึ่งใครจะลืมได้ล่ะ โดยเฉพาะถ้ามันเป็นเหตุการณ์สำคัญของชีวิต จริงมั้ย

            คำพูดของที ทำให้คนที่ร้อนอยู่เมื่อกี้เริ่มนิ่งลง ฝันกอบกุมมือซ้ายของตัวเองที่ซ่อนอยู่ภายใต้ถุงมือสีดำ ลูบไล้มันแผ่วเบา เรื่องที่ทีเล่า คล้ายกับเรื่องของตัวเองจนต้องรับฟังมันเงียบๆ

            ถ้าให้ผมเดา แผลเป็นที่หลังมือนั่น คงยากที่จะลืมใช่มั้ยล่ะ กี่ปีแล้วเหรอ

            ยากที่จะลืมอย่างนั้นเหรอฝันปฏิเสธไม่ได้ ว่าใช่ มันยากที่จะลืม และคงไม่มีวันลืมได้

            “เจ็ดปีแล้วมั้ง

            เยอะกว่าผมอีกแฮะ แทนที่จะเก็บมันไว้คนเดียว แบ่งปันให้คนรอบข้างได้รู้บ้างมันก็ไม่เสียหายนะ

            “แต่ถ้าโก๋รู้ว่าผมเจ็บมือ มันจะเลิกเล่นแน่ๆ

            “สรุปก็คือฝันไม่อยากให้เพื่อนรู้

            “อือ

            “ถ้าอย่างนั้นโก๋ก็จะไม่รู้ จะมีเพียงแค่ผมกับชินและฝันเท่านั้นที่รู้ความลับนี้ ข้อเสนอเป็นไง ดีมะทีพูดพลางคลี่ยิ้มอ่อนโยนมาให้ ฝ่ามือของเจ้าตัววางลงบนมือสองข้างของฝันที่กอบกุมกันอยู่ ราวกับต้องการให้กำลังใจ

            ถ้าฝันอยากจะไปอยู่บนเวทีระดับโลก แน่นอนผมช่วยฝันได้ ผมช่วยให้ทุกคนไปอยู่บนเวทีระดับโลกได้ แต่ฝันเอง ก็ต้องช่วยผมเหมือนกัน

            “ช่วยยังไง

            “เข้าไปหาหมอ ทำตามที่หมอบอก ช่วยกันคนละครึ่งนะ

 

            ***

            กลับมาอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมแสบตาอีกครั้ง คราวนี้ฝันไม่ได้มาคนเดียว ทำให้ไม่ค่อยเกร็งเวลาเจอสายตาเรียบนิ่งของพี่ชายตัวเอง เฟิร์สมองฝันผ่านกรอบแว่นทรงสี่เหลี่ยม ก่อนจะเบนสายตามองผู้ชายอีกคนข้างตัวของน้องชาย

            ดีครับหมอ

เฟิร์สรับไหว้ทีอย่างมีมารยาท พร้อมส่งสายตาถามเชิงว่า แล้วคุณเป็นใคร ทำไมถึงมาอยู่กับน้องชายของเขาได้

คือผมเป็นโค้ชของฝัน

            “โค้ช? เล่นถึงขั้นมีโค้ชแล้วหรือไง

            ฝันกัดริมฝีปากตัวเองย้ำๆ คำประชดประชันของพี่ชายทำเอาเขาอยากจะหนีออกไปจากห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ นี่ซะตอนนี้ แต่ที่ต้องอยู่เพราะความจำเป็น

            ทีไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างสองพี่น้อง ดูจากบรรยากาศคุกรุ่นแล้วน่าจะไม่ลงรอยกัน เขาเองก็ไม่ได้ตั้งใจว่าจะมาเคลียร์ความสัมพันธ์ให้สองพี่น้องนี่ เขาอยากรู้อาการเจ็บปวดที่มือซ้ายของฝันมากกว่า

            ผมอยากรู้เรื่องอาการเจ็บที่มือซ้ายของน้องชายคุณหมอ พอบอกให้ฟังได้มั้ยครับ จะได้จัดตารางการซ้อมถูก

            “แนะนำว่าให้เลิกเล่นดีกว่า

            คำพูดของคุณหมอ ราวกับมีดที่กำลังเชือดเฉือนเนื้อของฝันออกเป็นชิ้นๆ

            เลิกเล่นเหรอครับ ไม่ถึงขนาดนั้นมั้งครับหมอ

            “อาการที่ฝันเป็น คืออาการควบคู่ระหว่างมือและสมอง เพราะสมองยังจดจำความเจ็บปวดอยู่ เลยส่งผลให้บางครั้งรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมา ซึ่งในฐานะหมอสมอง ผมบอกได้ว่ามันคืออาการปกติ

            ทีถอนหายใจ อาการคล้ายกับเขา ดังนั้นสิ่งที่ต้องทำคือพยายามอย่าไปรื้อฟื้นความหลังสินะ แต่พอได้ยินประโยคต่อมาจากปากคุณหมอ กลับทำให้โค้ชหนุ่มถึงกับขมวดคิ้ว

            ที่ไม่ปกติ คืออาการเจ็บปวดที่เพิ่งมาเป็น

            “อาการเจ็บปวดที่เพิ่งมาเป็นเหรอครับ

            ฝันอยากจะสลายกลายเป็นผงซะตอนนี้ ความลับที่ปิดบังมากำลังจะถูกเปิดโปงราวกับเขาเป็นผู้ร้ายกระจอกในละครหลังข่าว เข้าใจความรู้สึกของพวกโจรกระจอกนั่นเลย ว่าอกสั่นขนาดไหน

            เส้นเอ็นและเส้นประสาทบนมือบางส่วนถูกทำลายไป แน่นอนว่ามือฝันใช้การไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์เหมือนอย่างเคย แต่เพราะความดื้อ ไม่ฟังหมอ ทำให้กล้ามเนื้อมือเสื่อมถอย

            “ดื้อเหรอครับ

            “เขาควรจะทำกายภาพบำบัด ไม่ก็พักเล่นเกมบ้าง แต่เขาไม่ยอมพัก พอไม่ยอมพักมันก็เหมือนระเบิดเวลา รอวันที่เวลาจะหมดลงเรื่อยๆ ถึงเวลานั้นมืออาจจะใช้การไม่ได้เลยด้วยซ้ำ ทีนี้ก็ต้องโทษตัวเขาเองแล้วล่ะที่ไม่รู้จักพอ

            ดวงตาซุกซนของคนดื้อหลุบมองต่ำ ไม่กล้าแม้แต่จะสบตาพี่ชายในเวลานี้

            “ไม่หรอกครับหมอฝันเงยหน้ามองที มันก็ถูกของพี่ชายเขาแล้วไม่ใช่หรือไง ฝันคงดื้อด้านมากเกินไป ถ้าทำกายภาพบำบัดตั้งแต่แรก หยุดเล่นเกมบ้าง มือซ้ายอาจจะยังอยู่กับฝันได้นานกว่านี้

            ไม่มีอะไรแก้ตัวเลยสักนิด

            ผมพูดไม่ถูกเหรอเฟิร์สขมวดคิ้วมองที เจ้าของผิวแทนเกาแก้มนิดๆ

            ถ้าหมอรักอะไรสักอย่าง มันก็เลิกทำสิ่งนั้นไม่ได้จริงมั้ยล่ะครับ ต่อให้ต้องเจ็บปวดหรือต้องฝืนขนาดไหน ก็ยังอยากจะทำมันให้สำเร็จ เพราะสิ่งนั้นอาจจะเป็นสิ่งสุดท้ายที่เขาเหลืออยู่ก็ได้

            ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ เฟิร์สมองน้องชายที่นั่งเงียบมาตลอดตั้งแต่เข้ามาในห้อง ไม่เหมือนกับฝันที่เขาคุ้นเคย ไม่ทะเล้นทะลึ่งเหมือนเด็กกะโปโลคนนั้น คงถึงคราวจำเป็นจริงๆ แล้วล่ะมั้ง ถึงได้ยอมเปิดเผยความลับให้คนอื่นรู้ เก็บงำมาได้คนเดียวตั้งนานไม่ใช่หรือไง

            มันก็ไม่ได้ถึงกับจะเสียมือไปขนาดนั้นเฟิร์สโพล่งขึ้น ทำเอาคนที่นั่งสลดมาตลอดเริ่มมีความหวัง แววตาทอแสงเป็นประกายด้านหลังกรอบแว่นทรงกลมนั่น แม้จะแค่แปปเดียวก่อนที่จะเบือนหลบสายตาของเขาไป แต่เฟิร์สก็สังเกตเห็นมันได้

            กลัวเป็นแล้วหรือไง

            แต่ต้องทำกายภาพบำบัดทุกวัน จำกัดการเล่นวันละเพียงแค่สามชั่วโมง ถ้าตั้งใจทำ ไม่ฝืนตัวเอง หัดรู้ลิมิตของตัวเองบ้าง มือก็อาจจะใช้งานไปได้อีกนาน

            “จริงนะครับคุณหมอ ได้ยินมั้ยฝัน ยังใช้ได้อีกนานเลยนะทีหันมองคนข้างตัวด้วยความตื่นเต้น

            ผมจะจ่ายยาที่จำเป็นให้ พวกยาแก้ปวด ยาคลายกล้ามเนื้อ ส่วนยานอนหลับ…”

            “ไม่ต้องฝันโพล่งขึ้นหลังจากเงียบมานาน ยานอนหลับไม่ต้อง

            “โอเค แล้วก็ อยากให้นัดหมอกายภาพบำบัดให้มั้ยเฟิร์สถามอีกคนที่ยืนอยู่เคียงข้างน้องชายของเขา ทีส่ายหัวเป็นการปฏิเสธ

            ผมมีเพื่อนเป็นหมอกายภาพบำบัดอยู่ ขอบคุณมากครับ

            “ถ้าอย่างนั้นรอรับยาด้านนอกเลยครับ

            “ขอบคุณครับหมอทีวางมือลงบนกลุ่มผมของฝัน ขยี้ซะจนมันยุ่งเหยิงก่อนจะฮัมเพลงออกจากห้องไปอย่างอารมณ์ดี ทิ้งให้บรรยากาศภายในห้องกลับมาขุ่นมัวอีกครั้ง

            เฟิร์สมองกลุ่มผมของน้องชายที่ชี้ไปคนละทิศละทาง ภาพเมื่อกี้ทำให้เขาหวนคิดเมื่อครั้งยังรักและเอ็นดูเด็กตรงหน้า แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าจะมีคนทำหน้าที่พี่ชายแสนดีแทนซะแล้ว

            ไปนะคนน้องทำท่าจะหมุนตัวออกจากห้อง เฟิร์สได้แต่พึมพำเสียงแผ่ว มั่นใจว่าน้องชายจะได้ยินมัน

            ต่อให้ต้องเจ็บปวดก็ต้องทำให้สำเร็จเหรอ

            “พี่จะห้ามผมอีกหรือไง พี่ก็รู้ว่าผมเหลือแค่เกม ชีวิตผมไม่เหลืออะไรแล้ว

            พูดจบก็เดินออกจากห้องพร้อมปิดประตูลง ปล่อยให้คุณหมอนั่งจมอยู่กับความคิดเพียงลำพัง

            ชีวิตไม่เหลืออะไรแล้วอย่างนั้นเหรอ

            เขาปล่อยให้เด็กคนนั้นอยู่คนเดียวนานเกินไปหรือไง ถึงได้ลืมไปว่าสิ่งที่ยังเหลือน่ะ ไม่ใช่แค่เกมอย่างเดียว

            ด้านหน้าประตูที่ถูกปิดลง ฝันไม่ได้ขยับตัวไปไหน เขายืนเหม่อมองเท้าตัวเองอยู่พักหนึ่ง

            โลกมันไปถึงไหนต่อไหนแล้ว เมื่อไรพี่ชายหัวดื้อจะยอมรับสักทีว่าเกมไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด

            “พี่เราน่ะ เขาห่วงเรานะน้ำเสียงใสๆ ของพยาบาลผู้ช่วยดังขึ้นข้างตัวจนฝันต้องละสายตาจากรองเท้าผ้าใบของตัวเอง นิลส่งยิ้มอ่อนโยนให้กับฝัน เด็กที่รักเหมือนน้องชายคนหนึ่ง

            ห่วงอะไรล่ะพี่นิล ทำหน้าอย่างกับจะเชือดคอกันตลอดเวลา

            “ห่วงสิ ที่นัดหมอตรวจสุขภาพครั้งที่แล้ว ก็หมอเฟิร์สนี่แหละนัดให้ฝัน

            “จะมานัดให้ผมทำไม ก็รู้ว่าผมไม่มาแน่

            “เขาห่วงว่าฝันจะไปใช้ยาเสพติด พี่เลยบอกว่าไม่ต้องห่วง น้องฝันไม่ใช่คนแบบนั้นหรอก

            ฝันถึงกับหัวเราะเหอะๆ ในลำคอ

            ยาเสพติดเนี่ยนะ คิดอะไรของเขา อย่างกับผมเป็นเด็กใจแตก

            “เอาน่ะ เราอ่ะดูแลตัวเองดีๆ แล้วกัน ถ้ามีอะไรอยากให้พี่ช่วยบอกได้ตลอดนะ กลับบ้านดีๆ ครับพี่นิลแง้มประตูแล้วหนีเข้าไปยังห้องของหมอเฟิร์ส ปล่อยให้ฝันยืนเบะปากอยู่หน้าห้อง

            จริงๆ เลย เคยคิดอะไรดีๆ เกี่ยวกับน้องชายคนนี้บ้างไหม? ไม่ติดเกมก็ติดยา เหอะ เดี๋ยวก็ติดยาคูลท์ให้ดูเลยนี่

            ฝันส่ายหัวพลางเดินหนีออกจากแผนกตรวจสมอง รีบเดินตามโค้ชตัวสูงที่เดินก้าวฉับๆ อย่างรีบร้อน ดวงตาซุกซนหันซ้ายหันขวามองหาใครอีกคนที่หายตัวไปตั้งแต่ตอนทะเลาะกัน กำลังจะอ้าปากถามโค้ชที ปอนด์ก็ดันวิ่งเข้ามาหาเขาเสียก่อน

            รอผลไม่กี่ชั่วโมง ก็ได้ผลตรวจสุขภาพคร่าวๆ ออกมา โก๋และปอนด์แข็งแรงอย่างที่คาดไว้ มีก็แค่ปอนด์ที่ดูจะน้ำตาลสูงไปนิดเลยโดนสั่งลดน้ำตาล คงเป็นผลมาจากการกินพิซซ่าและชานมไข่มุกบ่อยๆ แต่ไม่อ้วนเพราะใช้สมองเยอะ ส่วนกายนั้นดูเหมือนว่าจะเป็นภูมิแพ้ฝุ่น ก็แค่อาจจะคัดจมูกเวลาเจอฝุ่นเยอะ แต่ไม่ได้มีอาการหอบหืดน่าเป็นห่วง ฝันเองก็ร่างกายแข็งแรงดี ยกเว้นก็แต่มือซ้ายที่หลังจากนี้คงต้องทำกายภาพบำบัดทุกวัน แถมโดนจำกัดเวลาเล่นเกมเหลือสามชั่วโมงต่อวันอีก

ออกจากโรงพยาบาลหลังเที่ยง แวะกินข้าวให้เสร็จเรียบร้อย พอรถจอดลงหน้าบ้าน เจ้าเด็กแสบสองคนก็วิ่งไล่กันเข้าไปในบ้านเพราะจะรีบไปเล่นเกมกัน โก๋อ้าปากหาวยืนบิดขี้เกียจอยู่หน้าบ้าน เดินตัวเหี่ยวขึ้นไปชั้นสองเพื่อไปทำงานต่อ ปล่อยให้ฝันยืนนิ่งมองดูใครอีกคนที่เดินผ่านเขาไปราวกับฝันเป็นอากาศธาตุ ชินเปิดประตูห้องทำงานก่อนจะหายเข้าไปในนั้น

            โกรธจริงๆ แล้วล่ะนั่น

            โดนงอนแล้วเหรอทีพูดติดตลกหลังจากเดินเข้ามาเห็นเพื่อนเดินหนีเข้าห้องส่วนตัวไป ขนาดนั่งกินข้าวยังจ้องแต่โทรศัพท์ราวกับกำลังสนทนาธุรกิจพันล้าน ไม่ยอมเงยหน้ามามองใครนอกจากเมล็ดข้าวในจาน

            ผมคงว่าเขาแรงไป

            “ให้มันโดนซะบ้างก็ดี

            โค้ชคนแรกในชีวิตของฝันเดินไปทิ้งตัวบนโซฟา ตบเบาะให้ฝันนั่งลงข้างตัวเขา

ฝันต้องรักษามือข้างนี้ให้ดีเท่าชีวิตรู้มั้ย จะละเลยไม่ได้แล้วนะ

อือ

อย่าอือสิ ระหว่างเล่นเกมได้บ้างกับเล่นไม่ได้อีกตลอดไปเลย จะเลือกอะไรล่ะ

ก็ต้องเล่นเกมได้บ้างอยู่แล้ว

เออดิ ต้องอย่างนี้ ทีนี้ฟังนะ เราต้องไม่มีความลับต่อกันและกัน ถ้าเจ็บให้บอกว่าเจ็บ ถ้าทนไม่ไหวให้บอกว่าทนไม่ไหว โอเคมั้ย

ฝันชั่งใจอยู่พักหนึ่ง มาถึงขนาดนี้แล้ว ก็คงต้องโอเคแล้วล่ะ

โอเค

ดีมาก ไม่ต้องห่วงหรอกว่าซ้อมน้อยจะชนะไม่ได้ มีผมมาช่วยแล้ว ไม่ต้องแบกอะไรไว้คนเดียวอีกแล้วนะ

ขนาดนั้นเลยคนหัวรั้นเริ่มกลับมาซนอีกครั้ง

เออดิ เดี๋ยวพาไปถึงแชมป์โลกให้ดูเอง

ไอ้ที!” คุยกันไม่ทันไร เสียงตะคอกก็ดังขึ้นจากห้องทำงานของชิน ฝันและทีสะดุ้งจนตัวโยน เมื่อจู่ๆ ประตูห้องถูกเปิดออกพร้อมกับเจ้าของดวงตาดุที่แทรกใบหน้าออกมาจากห้อง

อะไร เรียกซะกูตกใจ

คนเขาไม่รับความหวังดี มึงก็ไม่ต้องไปสะเออะหวังดีกับเขา

หะ

หูหนวกเหรอ โตจนหมาเลียตูดไม่ถึงแล้วน่าจะแยกออกนะ ว่าหวังดีกับหวังร้ายมันไม่เหมือนกัน

มึงด่าใครเนี่ย

ด่ามึงไง เข้ามานี่ มีไรจะคุยด้วยบ่นจบก็ปิดประตูดังปัง หายหัวกลับเข้าห้องไป ปล่อยให้ฝันและทีหันมองหน้ากันก่อนที่ทีจะยิ้มแห้งออกมาเพราะรู้ดีว่าเพื่อนตัวเองกำลังด่าใครอยู่

อย่าไปถือสามันเลยนะ

ไม่หรอก โดนด่าก็ถูกแล้ว ถ้าไม่โดนลากไปวันนี้ ผมคงไม่รู้ว่าตัวเองดื้อด้านขนาดไหน

ฝันพูดเสร็จก็เดินหนีขึ้นชั้นสอง ปล่อยให้ทีตะโกนไล่หลังใส่ชินอยู่ด้านล่าง

สัสชิน มึงนี่มัน โว้ว เบิ้ดคำสิเว้า! ฮ่วย!”

 

***

            ฝันนั่งอยู่บนม้าหินภายในสวนหน้าบ้าน มือซ้ายทำกายภาพบำบัดกับลูกบอลตามคำแนะนำของที เห็นว่าพรุ่งนี้ช่วงเย็นหมอกายภาพบำบัดที่เป็นรุ่นพี่ของทีจะเข้ามาช่วยดูให้ แต่ทั้งหมดต้องถูกเก็บเป็นความลับจากเพื่อนร่วมทีม ฝันเงยหน้ามองฟ้าที่ไร้แสงดาวในยามค่ำคืน พลางคิดถึงบทสนทนาที่เคยพูดคุยกับแม่เมื่อครั้งยังเด็ก

แม่ ถ้าฝันเล่นเกมแล้วประสบความสำเร็จกับมัน แม่จะภูมิใจมั้ย

ภูมิใจสิ ฝันตั้งใจกับมันนี่นา

แต่พ่อบอกว่ามันไม่คุ้มถ้าจะทิ้งการเรียนไว้ข้างหลัง

เกรดเฉลี่ยสามจุดห้าน่ะเหรอทิ้งการเรียน พ่อเพ้อเจ้อ

พ่อบอกว่าสามจุดห้าน้อยไป ถ้าไม่เล่นเกมอาจจะได้เยอะกว่านี้

อย่าไปฟังพ่อเยอะ ขอแค่ลูกตั้งใจเรียนในห้อง เรียนให้จบ เอามันติดตัวไปแค่นั้นก็ดีแล้ว คิดในแง่ดี เผื่อในอนาคตเกิดหนูเปลี่ยนใจ จะได้มีวุฒิการศึกษารองรับ

หรือฝันไปสอบหมอแบบพี่เฟิร์สดีแม่

หยุดเลยนะ ฝันชีวิตเป็นของฝัน พ่ออาจจะสั่งหนูได้ตอนนี้ แต่อนาคตแม่กับพ่อไม่ได้อยู่กับหนูตลอดเวลา หนูต้องออกไปใช้ชีวิตของตัวเอง ถ้าหนูใช้ชีวิตอยู่กับสิ่งที่หนูไม่ชอบ แล้วหนูทนทุกข์กับมัน หนูคิดว่าแม่จะดีใจเหรอ

ไม่

ก็ใช่ไง ทีนี้ถ้าฝันคิดว่าฝันไปสุดด้านเกมได้ ก็ทำซะ ทำให้พ่อเห็นไปเลยว่าเล่นเกมก็ประสบความสำเร็จได้

แล้วถ้าฝันทำไม่ได้ล่ะแม่

คนเราน่ะ ล้มก็ต้องลุก ไม่มีใครหรอกที่ไม่เคยล้ม เมื่อหนูลุกขึ้นยืนได้ บาดแผลจะสอนให้หนูเป็นคนแข็งแกร่ง

แม่เชื่อนะ ว่าฝันทำได้

มือที่กำลังบีบลูกบอลนิ่งลงไป ฝันปล่อยลูกบอลไว้ข้างตัวก่อนจะถอดถุงมือออก นิ้วเรียวลูบลงบนแผลเป็นหลังมืออย่างแผ่วเบา ก่อนจะรู้สึกได้ถึงความเย็นบางอย่างที่แนบลงบนต้นคอจนสะดุ้งถอยหนี หันไปก็พบกับเด็กวัยสิบเก้าพร้อมรอยยิ้มสดใส กายนั่งลงข้างตัวฝัน ในมือมีแก้วน้ำองุ่นของโปรดของเจ้าตัว

ทำไมมานั่งข้างล่างคนเดียวล่ะครับ

เบื่อๆ น่ะ

แย่เลยนะครับ โดนลดเวลาเล่นเหลือแค่วันละสามชั่วโมงเอง

ยังไม่มีใครรู้ถึงสาเหตุแท้จริงที่ฝันโดนลดเวลาเล่นเหลือสามชั่วโมง ในขณะที่คนอื่นยังต้องซ้อมหกชั่วโมงเป็นปกติ ทีบอกทั้งสามคนแค่ว่า ฝันแม่นเรื่องการเล่นแล้ว ดังนั้นสามชั่วโมงที่เหลือจะต้องเรียนทฤษฎีตัวต่อตัวกับเขา

ซึ่งสามชั่วโมงแห่งทฤษฎีนั่น ฝันไม่ได้เรียนทฤษฎีบ้าบออะไรหรอก แต่ไปทำกายภาพบำบัดต่างห่าง

เรียนกับพี่ทีเป็นไงบ้างครับ

เพราะรู้ว่าจะต้องโดนถามคำถาม ทีเลยสอนอะไรให้ฝันอยู่บ้างตอนที่กำลังทำกายภาพบำบัด อย่างเช่นเบื้องหลังการทำเกม การจำแผนที่ให้แม่น ทริคเล็กๆ น้อยๆ ระหว่างการเล่น แต่นั่นก็แค่สิบนาที เวลาที่เหลือโค้ชที่โดนเรียกตัวมาทั้งที่ยังเรียนปริญญาโทอยู่ใช้ไปกับการนั่งทำทีสิสจนหัวปั่น

ก็ดี ปวดหัวดี

กายหัวเราะ ฝันคว้ากระป๋องน้ำอัดลมที่วางอยู่ข้างตัวมาถือ กระดกดื่มเป็นการอำลาน้ำรสซ่า หลังจากพรุ่งนี้จะโดนงดน้ำอัดลม เนื่องจากไม่ดีต่อสุขภาพ ในช่วงระยะเวลาที่กำลังรักษาอาการเจ็บปวดที่มือ ต้องกินอาหารที่มีประโยชน์ ขนมถุง น้ำอัดลมนี่ตัดไปได้เลย

แล้วกับพี่ชิน เป็นไงบ้างครับ

พรวด

แค่กๆฝันสำลักน้ำอัดลมจนออกทางจมูก กายตกใจที่จู่ๆ คนพี่ก็สำลักออกมาน้ำหูน้ำตาไหล

พี่ฝัน โอเคมั้ยเนี่ย

โอ แค่กๆ โอเค

ตกใจอะไรขนาดนั้น ผมก็แค่เห็นพี่ชินไม่คุยกับพี่ฝันเลยตั้งแต่กลับถึงบ้าน ขนาดกินข้าวเย็นยังไม่มองหน้ากันเลยอ่ะ โกรธอะไรกันเหรอครับ

ฝันโบกมือหยอยๆ เป็นเชิงปฏิเสธว่าไม่มีอะไร ไม่ใช่เรื่องที่กายต้องมากังวลเลยสักนิด

ไม่มีไร คิดมาก

แต่มันชัดจริงๆ นะ ก่อนพี่ทีมา พี่สองคนก็ออกไปเที่ยวห้างกันบ่อยๆ

พรวด

พี่ฝัน!!!”

แค่กๆโอ้ย ฝันอยากจะตายวันละสิบรอบ

ไม่อยากจะพูดหรือได้ยินชื่อคนคนนั้นตอนนี้เลย ความรู้สึกผิดมันจุกอกไปหมด

ไม่มีไร น้ำอัดลมไม่อร่อยเลยอ่ะวันนี้ ซ่าเกินจะทน

ยังไม่ทันที่ทั้งสองคนจะได้คุยอะไรกันเพิ่มเติม คนที่หายออกไปจากบ้านตั้งแต่หลังกินข้าวเย็นเสร็จก็จอดรถลงหน้าบ้าน เสียงเปิดปิดประตูปึงปังดังขึ้นหลังจากที่รถจอดนิ่งสนิท ชินเดินเข้ามาในบริเวณบ้าน ถือข้าวของเต็มสองมือจนกายต้องวิ่งเข้าไปช่วยถือ

ซื้ออะไรมาเยอะแยะเนี่ยกายมองดูของในถุงอย่างตื่นเต้น ชินชอบซื้อของกินมาฝากเวลาไปห้าง นอกจากของกินส่วนตัว ก็จะมีของชอบของแต่ละคนติดมือมาเสมอ

เยอะแยะ มีน้ำองุ่นที่มึงชอบด้วย

หูย ใจป๋า

ดวงตาเรียวรีหันมาสบกับดวงตาซุกซนของฝัน ก่อนทั้งคู่จะเบือนหน้าหนีไปคนละทาง กายสังเกตเห็นความผิดปกติอย่างชัดเจน เริ่มจะมั่นใจแล้วว่าทั้งสองคนทะเลาะกันจริงๆ แต่ไม่รู้ว่าใครเป็นฝ่ายโกรธใครกันแน่

เฮ้ย มีพุดดิ้งด้วยเหรอถุงกระดาษของร้านน้ำร้านโปรดของฝันถูกแหวกออกพร้อมกับถ้วยพุดดิ้งที่กายชูขึ้นมา

กาแฟ ชาเขียว โกโก้ ไม่มีของพี่ฝันเหรอกายถามคนพี่ที่กำลังถอดรองเท้าจะเดินเข้าบ้าน

พุดดิ้งมันไม่มีชามะนาว ต่อให้มีก็คงไม่มีใครกิน

ก็ซื้ออย่างอื่นมาดิ พี่ฝันกินอะไรได้มั่งอ่า กินโกโก้ได้มั้ย พี่ชินซื้อมาตั้งเยอะแต่มีซ้ำอยู่แค่สามรส

พี่กินอะไรก็ได้แหละกาย

ถ้าอยากกินรสอื่นนอกจากนี้ ก็ไปซื้อเอง

ฝันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เต็มปอด เริ่มเข้าใจแล้วว่าไม่ควรอย่างยิ่งที่จะทำให้ผู้ชายคนนี้โกรธ

เย็นชาระดับสิบไปเลยทีนี้

พี่ชิน

            “มึงก็ด้วย กูซื้อของกินมาให้ก็เพราะหวังดี ถ้าดูถูกความหวังดีของกู วันหลังกูจะไม่ซื้อมาให้อีก

            “หะ ผมพูดอะไรตอนไหนเนี่ย

            “พรุ่งนี้ไม่อยู่บ้านนะ ตอนเช้าหาอะไรกินเอาเอง

            ไม่ทำให้แล้วเหรอ

            “ไม่ล่ะ คนแถวนี้คงไม่อยากกินฝีมือพี่ เพราะคงจะเกลียดพี่เข้ากระดูกดำ

ประชดเสร็จก็สะบัดตูดหายเข้าไปในบ้าน ปล่อยให้กายหันมามองหน้าฝันพร้อมกับคำถามเสียงแผ่ว

ทำพี่ชินโกรธเหรอครับ

อื้อคนหัวรั้นตอบเสียงเบา

แนะนำว่าง้อดีกว่านะ

ลมหายใจถูกผ่อนออกมาอย่างหนักหน่วง ฝันรู้ว่าตัวเองผิดที่พูดจาไม่ดีใส่ชิน แต่ชินเองก็ผิดที่ลากฝันไปแบบนั้น เขาควรจะเป็นคนโกรธไม่ใช่หรือไง ไม่รู้ทำไมต้องเย็นชาเป็นน้ำแข็งขนาดนั้นด้วย

นั่งย้อนแย้งกับความคิดตัวเอง สุดท้ายก็ยอมรับผิดแต่โดยดี ใครจะไม่โกรธ ดูถูกความหวังดีของอีกฝ่ายไปซะเต็มเปาขนาดนั้น ไม่โดนไล่ตะเพิดออกจากบ้านก็บุญแค่ไหนแล้ว

ถ้าพี่ฝันไม่ง้อล่ะก็ เจอเจ้าชายน้ำแข็งของจริงล่ะทีนี้

ไม่ใช่ว่าไม่อยากง้อ ฝันอยากง้อจะตาย แต่ไม่มีช่องว่างให้เขาแทรกเข้าไปขอโทษเลยสักนิด

แล้วพี่ต้องง้อยังไง มีอะไรที่ชินชอบเป็นพิเศษมั้ยตั้งแต่รู้จักกันมา ก็รู้แค่ว่าชินชอบหมาชิบะ นอกจากนั้นก็ยังไม่มีโอกาสได้ทำความรู้จักคนคนนั้นเป็นพิเศษ ไม่รู้ว่าชอบกินอะไร ไม่รู้ว่าชอบน้ำอะไรหรือพุดดิ้งรสอะไร

ยังมีหน้าเรียกตัวเองว่าแฟนคลับหกปีได้อีกเหรอวะไอ้ฝันเอ้ย

แค่ขอโทษก็คงพอมั้งครับ แกไม่ได้ใจร้ายขนาดนั้นหรอก

ฝันมองกายที่เดินตามชินเข้าไปในบ้าน ก่อนเขาจะตบปากตัวเองสามที

จำไว้นะฝัน วันหลังอย่าปากพล่อยอีก อย่าดูถูกความหวังดีของใครโดยใช้อารมณ์ เข้าใจมั้ย

สมควรโดนแล้วล่ะเรา

 




// ดื้อดีนัก โดนโกรธเลยไงไอ้ตัวแสบ


พูดถึงเรื่องดื้อเวลาตื้อให้ไปโรงพยาบาลก็นึกถึงคุณพ่อตัวเองเลยค่ะ ขานั้นถ้าไม่หนักจริงก็ไม่ไป หัวเด็ดตีนขาดยังไงก็ไม่ไป ขนาดหมอบอกว่าหัวใจผิดปกติ ก็ยังดื้อไม่ฟัง บอกผมไม่เป็นอะไรอยู่นั่น ไม่ต่างจากเจ้าฝันเล้ย


คืนนี้ฝันดีราตรีสวัสดิ์กันทุกคนเลยนะคะ 

ส่วนใครที่ลุ้นกับความรักของสองคนนี้ รอลุ้นไปพร้อมกันนะคะ 

รักนะหอมๆ


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 491 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,214 ความคิดเห็น

  1. #1209 ppangnoey (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 มกราคม 2564 / 19:37
    เอาจริงๆนะ เราเข้าข้างฝัน เรารู้ว่าชินเป็นห่วง เเต่จิตใจฝันมันบอบบางอ่าาา
    #1,209
    0
  2. #1204 mitra (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2563 / 09:08
    ชินหวังดีก็จริงแต่คิดว่าที่ตัวเองทำน่ะถูกเหรอ เอาจริงมันคือการหักหลังความไว้ใจของฝันอย่างที่ฝันบอกนั่นแหละ ไม่พอตอนนี้ยังเอาความผิดไปโถมที่ฝัน ไม่ต่างกับพ่อกับพี่ของฝันสักนิดที่ใช้คำว่าหวังดีมากลบการยึดความคิดตัวเอง มีตั้งหลายวิธีที่จะพาฝันมาโดยไม่หลอกแท้ๆ
    #1,204
    0
  3. #1135 CallistoJpt (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2563 / 16:15
    คุยกันดีๆนะทั้งสองคน
    #1,135
    0
  4. #1125 realthitikan (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2563 / 22:59
    เป็นเนื้อเรื่องที่น่ารักมากๆเลยค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #1,125
    0
  5. #1110 Sivapark (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2563 / 15:46
    อ่านแล้วบอกไม่ถูกแต่ร้องไห้55555
    #1,110
    0
  6. #1098 rnhaha (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 01:20
    น่ารัก5555555555
    #1,098
    0
  7. #1047 Jinjoo.K (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 เมษายน 2563 / 16:16
    ชินงอนนะ แต่แต่งอนยังไงให้น่ารักขนาดนี้อ่ะ55555555 แต่เราเข้าใจเหตุผลทั้งคู่นะ เราเป็นฝันเราก็คงโกรธที่โดนหลอกไปแบบนั้น ยิ่งไปที่ๆเจอพี่ชายที่ไม่ลงรอยกันด้วย ส่วนชิน โดนตอกหน้าหักความหวังดีขนาดนั้นก็โกรธเเหละ
    #1,047
    0
  8. #952 baekbow (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563 / 11:40
    55555 ชินงอนได้น่ารักจัง แต่คนโดนงอนคงไม่น่ารักด้วยนี่สิ เข้าใจที่ฝันโกรธนะ เป็นเราเราก็โกรธ แต่ที่พูดออกไปมันก็แรงอยู่อ่ะ ชินก็แค่หวังดี ง้อสิคะรอไร เป็นไอดอลด้วยนี่แค่นี้ไม่ยากหรอกมั้ง
    #952
    0
  9. #919 pinkpeach🍑 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2563 / 08:15
    คุณชินเย็นชามาก ประชดประชันเก่งจนสงสารน้องไปหมด แงงงง อย่างอนน้องนาน
    #919
    0
  10. #899 mileyduchess (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 / 12:29
    จริงๆ สำหรับเรามองว่าไม่มีใครผิดนะ เพราะทุกคนต่างมีเหตุผลของตัวเอง ฝันก็มีเหตุผลที่ไม่อยากไปโรงพยาบาล เพราะไม่อยากให้เพื่อนรู้ ไม่อยากให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ ตอนโดนลากไปหน้าห้องตรวจของพี่เฟิร์ส ถ้าเราอยู่ในสถานการณ์ตอนนั้นเราก็โกรธนะ เหมือนเป็นการมัดมือชกเลย ในส่วนของชินก็เข้าใจเหมือนกัน เพราะว่าหวังดีกับฝันทั้งนั้นเลยทำแบบนั้นไป อีกอย่างชินก็ไม่รู้ว่าฝันมีพี่ชายเป็นหมอ แล้วก็ไม่รู้ว่าฝันมีปัญหากับพี่ชายอีกต่างหาก เพราะฉะนั้นดีกันเร็วๆ นะ อย่างอนกันนานนักเลย
    #899
    0
  11. #823 EveFaRis (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 มกราคม 2563 / 23:47
    ฝันก็ผิดจริงๆแหละที่พูดแรงขนาดนั้น ดูถูกความหวังดีของชิน แต่เราคิดว่าชินก็ผิดนะ ไม่มีสิทธิไปงอนเขาด้วยซ้ำ การที่คนๆนึงยอมเล่าปมตัวเองให้ใครอีกคนฟังเป็นการระบาย นั่นคือเขาเชื่อใจคุณว่าคุณจะเก็บความลับนี้ไว้ แต่พอคุณไปบอกคนอื่น มันก็เหมือนทรยศความเชื่อใจอ่ะ มันไม่โอเค ทรยศความเชื่อใจกับดูถูกความหวังดี อันไหนมันร้ายแรงกว่ากันล่ะ?
    #823
    0
  12. #588 Dak บ๊องๆๆ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2562 / 23:09
    ติดใจกับแผนกที่พี่ชายอยู่ นี้ขนาดไม่รักน้องเลยนะ ไม่รัก ไม่ห่วงเล๊ยยยยยย คิดอย่างเดียวทิฐิคุณพี่ชายแน่นอนอ่ะ ไม่งั้นไม่ลงทุนมาอยู่แผนกที่น้องช้ายต้องมา แล้วไปมองคนที่เข้ามาด้วยว่าเป็นใครอีก มันน่านัก... น้อนอ่ะน้อนที่น่ารักของพี่เฟิร์สนั้นอ่ะ น้อนนั่นแหละ น้อนฝันอ่ะ เข้าใจทุกคนจริงนะเรา ไม่เข้าใจ ไม่นุ่มนิ่มอยู่คนเดียว 'ครอบครัว'

    ส่วนชินกับฝันนั้น ชินงอน+โกรธ+ประชดได้น่าตีมากเลยยย55555 ดีกันแล้วเข้าห้องอนยู่ด้วยกันสามวันสามคืนเลยนะ!จะเอาแม่กุญแจไปคล้องเอง!!!
    #588
    0
  13. #522 chachap (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2562 / 00:58
    งอนเก่งงงงง 5555555
    #522
    0
  14. #365 ppvs_ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2562 / 22:37
    งอนเก่งมาก55555
    #365
    0
  15. #354 Unun7889 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2562 / 00:40
    ไม่ควรทำให้ชินโกรธจริงๆ

    ประชดเก่งจริงๆเลยคนๆนี้
    #354
    0
  16. #260 doublendoubleo (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2562 / 00:27
    ง้อเขาก่อนเจ้่าฝัน
    #260
    0
  17. #225 plumfloral (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2562 / 01:51
    รู้สึกดีที่มีทีเข้ามาอีกคนด้วย ดูเป็นผู้ชายโตมากๆ ทัศนคติดี เป็นผู้ใหญ่มากเลยㅠㅡㅠ
    #225
    0
  18. #224 plumfloral (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2562 / 01:50
    แอบร้องไห้ตอนพี่เฟิร์สมองฝันแล้วคิดในใจคนเดียว คนเป็นพี่เป็นน้องยังไงก็ตัดไม่ขาดจริงๆ นี่คิดว่าพี่เฟิร์สน่าจะเข้าใจน้องสักนิด แค่1% ก็โอเคแล้วอะ ดีกว่าทำให้ฝันรู้สึกเจ็บปวดทุกครั้งที่ต้องเจอหน้าพี่ชายตัวเอง แอบร้องไห้ช็อตฝันนึกถึงบทสนทนากับคุณแม่ด้วย แง อ่อนไหวจริงๆเลยเรา55555 พี่ชินงอนซะแล้ว~ ประชดแรงด้วยอะคนเรา ง้อให้สำเร็จนะเจ้าฝันคนเก่ง คืนนี้ฝันดีนะคะ
    #224
    1
    • #224-1 DARKyuki❄❄(จากตอนที่ 8)
      1 พฤศจิกายน 2562 / 03:00
      ร้องเหมือนกัน อินค่ะ คือแม่เหมือนเป็นคนเดียวที่เข้าใจน้องพอเสียแม่ไปพ่อกับพี่ก็พากันเย็นชาใส่หมด แล้วน้องจะเหลือใคร ยังดีที่มีแม่กานและเพื่อนๆอยู่ด้วย
      #224-1
  19. #208 mikeyagubian (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 06:26
    งอนตัวเท่าบ้านแปะอยู่บนหน้าผาก กรุณาง้อด่วนนะคะ พี่เค้าประชดใหญ่แล้ว 5555555
    #208
    0
  20. #206 Mindchth_Y (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 23:16
    ฝันนรีบง้อพี่เขาเร็วๆน้าาา พี่เขารอให้ง้ออยู่อ่าา คริๆ
    #206
    0
  21. #204 Y'O'Y (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2562 / 15:30
    ฝันจะง้อเจ้าชายน้ำแข็งยังไงล่ะทีนี้
    #204
    0
  22. #203 Zerojump! (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2562 / 19:38
    น้องฝันคนดื้ิอ โดนงอนเลยทีนี้
    #203
    0
  23. #202 tamhcp51 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2562 / 18:44
    รอนะคะ
    #202
    0
  24. #201 pimoraz (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2562 / 10:05

    รอฉากง้อเลยอะ อิอิ

    #201
    0
  25. #200 chichaaaaaaaaaaa (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2562 / 23:48
    หือออออพี่ชิน ประชดเก่งงงงงงงง งอนแรงเลยนะ 55555
    #200
    0