Goodnight Sleep tight #ฝันดีของคุณ (yaoi) END

ตอนที่ 7 : Chapter 06 :: When I felt sad

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,479
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 563 ครั้ง
    7 ต.ค. 62


Chapter 06

When I felt sad

 

            เนื่องจากวันนี้เป็นวันหยุดพักผ่อน ฝันและโก๋จึงกลับบ้านเพื่อมาเยี่ยมแม่กาน ทุกเช้าแม่กานจะชอบมายืนรดน้ำคุณนายตื่นสายอยู่ข้างกำแพงบ้านก่อนออกไปทำงาน แม่บอกว่าคุณนายตื่นสายเป็นดอกไม้ที่แม่ชอบ และเป็นดอกไม้ที่ระลึกถึงพ่อของโก๋ที่เสียไปก่อนโก๋จะเกิดด้วยซ้ำ

อีกฟากหนึ่งของกำแพง หญิงวัยหกสิบปีหน้าตาบึ้งตึง สวมเสื้อลายดอกสีม่วงสีประจำของเธอ พอเห็นว่าโก๋และฝันเดินเข้ามาในบริเวณบ้าน บทสนทนาของทั้งคู่ก็หยุดลงโดยอัตโนมัติ

            ดีแม่ ดีครับป้าศรี

            “ดีครับแม่กาน ดีครับป้าศรี

            โก๋และฝันยกมือไหว้ผู้ใหญ่สองคน ทักทายพอเป็นพิธีแล้วเดินเข้าบ้าน ยังไม่ทันจะพ้นขอบประตูบ้าน เสียงซุบซิบนินทาก็ดังขึ้น

            ลูกชายเธอยังเล่นเกมอยู่อีกเหรอ

            เล่นค่ะพี่

            เพื่อนสนิทของฝันไม่ค่อยถูกกับป้าศรีเท่าไร เพราะป้าศรีชอบเอาอะไรมายัดใส่หัวแม่กานบ่อยครั้ง อย่างเช่นพวกความเชื่อผิดๆ ดีที่แม่กานเป็นคนแยกแยะออกว่าอะไรควรเชื่อ อะไรไม่ควรเชื่อ

            โก๋ถอนหายใจเสียงแผ่ว เดินไปเปิดตู้เย็น คว้าน้ำอัดลมออกมาหนึ่งกระป๋องแล้วเดินขึ้นไปชั้นสองของบ้าน ส่วนฝันยืนนิ่งอยู่กับที่ คอยฟังว่าวันนี้ป้าศรีจะคุยอะไรกับแม่กานอีก คงไม่พ้นเรื่องการงานของโก๋อีกตามเคย

            ไม่หาการหางานทำเหรอ เรียนก็ไม่จบนี่

            เห็นไหมล่ะ เดาผิดที่ไหน

            “ถือว่าเรียนจบนะคะ ตั้งใจเรียนมาตั้งสี่ปี แค่ไม่มีใบปริญญาเพราะส่งทีสิสไม่ทันแม่กานพูดพลางหัวเราะ

ก็ไม่จบนั่นแหละ แล้วนี่นั่งอยู่บ้านเล่นเกมเฉยๆ เหรอ

เจ้าโก๋มันก็เล่นเกมได้เงินอยู่ค่ะพี่ ล่าสุดแข่งก็ได้มาหลายหมื่นอยู่ ตั้งแต่เรียนจบออกมาก็เห็นแข่งไม่หยุดเลย

            “แต่มันไม่ใช่งานนะเธอ แล้วอย่างนี้ถ้ามีใครมาถามว่าทำงานอะไร เธอจะตอบยังไงล่ะ ตอบว่าเล่นเกมอยู่กับบ้านน่ะเหรอ ฉันว่าอายุขนาดนี้แล้ว น่าจะทำงานเป็นชิ้นเป็นอันได้แล้วนะ

            ช่างเขาเถอะค่ะพี่ แค่เขามีความสุขกับสิ่งที่ทำก็พอแล้ว

            “จริงๆ เลยนะเธอเนี่ย ให้ท้ายลูกชายเกินไป ถ้าเกิดวันหนึ่งเธอทำงานไม่ไหวขึ้นมา จะทำยังไง ใครจะเลี้ยงดู

            “ก็คงจะอยู่บ้านทำขนมขายล่ะมั้งคะ หรือถ้าเขาไม่อยากดูแล บ้านพักคนชราก็มีเพื่อนเยอะดีค่ะพี่

            ป้าศรีแกไม่เบื่อหรือไงนะ เวลาถามคำถามเรื่องโก๋ทีไร แม่ก็ตอบเหมือนเดิมทุกครั้ง สงสัยคงอยากจะถามไปเรื่อยๆ จนกว่าแม่กานจะเปลี่ยนคำตอบไปอีกแบบ คำตอบที่แกได้ยินแล้วพอใจ ซึ่งฝันคิดว่ามันคงไม่มีวันนั้นหรอก

ฝันเดินหนีจากบทสนทนาของคนสองคนหน้าบ้าน ไปหยิบน้ำเปล่าในตู้เย็นมากระดกดื่ม ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่สามปี บ้านโก๋ก็เหมือนเป็นบ้านของฝันไปแล้ว แม่กานเองก็ใจดีกับฝันมาก มากซะจนเกรงใจ

ระหว่างที่ฝันกำลังเล่นกับปลาทองในโหลแก้ว แม่กานก็บ่นพึมพำเข้ามาในบ้าน

            สุดท้ายก็คือจะอวดว่าลูกตัวเองเป็นอาจารย์หมอนั่นแหละ ใครอยากรู้กัน อ้าว น้องฝัน

            “สบายดีมั้ยแม่

            “สบายดีจ้ะ น้องฝันล่ะ ไปอยู่บ้านนั้นเป็นยังไงมั่งผู้หญิงตัวเล็กเดินผ่านฝันไปหยุดที่โต๊ะกินข้าว เหมือนว่าแม่กานจะห่อเกี๊ยวค้างไว้อยู่ วันนี้แม่ไม่ได้ไปทำงาน เวลาไม่ทำงาน ก็จะหานู่นหานี่มาทำโดยเฉพาะของกินหรือขนม ไม่เคยปล่อยตัวเองให้ว่างเลยสักวัน

            ก็ดีครับ หลังใหญ่ดี

            “โก๋ล่ะ

            “ข้างบนนู่นพูดพลางพยักพเยิดหน้าไปยังชั้นสองของบ้าน

            จริงๆ เลย มาถึงก็ไปหมกอยู่ข้างบน

            ฝันคลี่ยิ้ม ก่อนจะขยับไปยืนด้านหลังเก้าอี้เพื่อดูว่าแม่กานกำลังทำอะไร

            เกี๊ยวทอดหรือเกี๊ยวน้ำอ่ะแม่

            “เกี๊ยวซ่า ช่วยแม่ห่อมั้ย

            “ได้ครับ!” ตัวซนประจำบ้านถอดถุงมือออกจากมือข้างซ้าย รีบวิ่งไปล้างมือแล้วมานั่งห่อเกี๊ยวอยู่ที่โต๊ะอาหาร

            ใส่ไส้ไปประมาณนี้นะ มันจะได้ไม่เยอะไป ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวเกี๊ยวแตกหมดแม่กานใช้ช้อนตักหมูสับผสมต้นหอมปรุงรสเสร็จสรรพแล้ววางลงบนแป้งเกี๊ยว ก่อนจะบรรจงห่อมันออกมาอย่างสวยงาม ฝันวางแป้งเกี๊ยวลงบนฝ่ามือซ้ายของตัวเองที่ถอดผ้าพันแผลออกไปเมื่อสองสามวันก่อน ค่อยๆ ตักไส้มาวางไว้บนแป้งเกี๊ยวพลางห่อด้วยความระมัดระวัง

            กานดามองแผลเป็นบนหลังมือซ้ายของเพื่อนลูกชาย เพียงแค่แวบเดียวสายตาก็หันมาสนใจกับการห่อเกี๊ยวต่อ เธอไม่เคยชินกับการเห็นแผลเป็นที่น่าสงสารนั่นเลยสักครั้ง

            เป็นไงแม่ฝันยื่นเกี๊ยวที่ห่อเสร็จแล้วให้แม่กานดู หญิงสาวตรงหน้าดูประหลาดใจ

            ทำเก่งดีนี่เรา เมื่อก่อนแม่ขวัญสอนเหรอ

            คำถามของแม่กานทำฝันนิ่งไป

            ครับ

            เมื่อครั้งยังเด็ก สิ่งหนึ่งที่ตัวซนอย่างเขาชอบทำ คือการช่วยแม่ทำอาหาร คุณแม่ของเขาเป็นแม่ครัวเบอร์หนึ่ง ทำอาหารเก่ง และมักจะมีฝันเป็นลูกมือเสมอ แม้ว่าโตขึ้นฝันจะไม่ค่อยได้เข้าครัว อาศัยกินอาหารแช่แข็งหรือไม่ก็อาหารตามสั่งจากร้าน แต่ก็ต้องยอมรับว่าทักษะที่แม่เคยสอนมา ไม่เคยห่างหายไปเลย

            ใกล้วันครบรอบแล้วไม่ใช่เหรอน้องฝัน

            ริมฝีปากสีสวยเม้มแน่น ฝันพยักหน้าหงึกหงักให้กับผู้หญิงตรงหน้า

            อยากเอาไปฝากคุณพ่อคุณแม่หน่อยมั้ย

            ผมคงไม่ได้เข้าไปที่บ้านแล้วล่ะครับ

            “ไม่อยากไปเหรอ

            “ครับ

            “งั้นก็ไม่เป็นไร เอาไปฝากเพื่อนๆ ที่บ้านนู้นแล้วกันเนอะ

            ห่อเกี๊ยวเสร็จ แม่ฝันก็จัดการนำเกี๊ยวไปลงทอด ปล่อยให้ฝันนั่งเล่นกับแมวอยู่หน้าบ้าน ฝันเกาคอเจ้าแมวสีครีมตัวอ้วนที่มีชื่อว่า ครีมเจ้าตัวนี้ชอบแวะมาบ้านโก๋บ่อยๆ ไม่รู้ติดใจอาหารเม็ดที่นี่ หรือติดใจการพังสวนคุณนายตื่นสายของแม่กานกันแน่ เจ้าครีมไม่มีเจ้าของ แต่เป็นแมวจรที่คนในหมู่บ้านรักและเอ็นดู จึงชอบโผล่ไปบ้านนู้นบ้านนี้ ไม่มีบ้านเป็นของตัวเอง  

ไม่ต่างจากฝัน

            ตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุตอนอายุ 18 ปี ฝันไม่เคยอยู่ติดบ้าน อยู่โรงพยาบาลรักษาตัวหลายเดือน ออกจากโรงพยาบาลเข้าเรียนมหาวิทยาลัยก็เลือกอยู่หอพัก เมื่อเรียนจบมหาวิทยาลัย ตัดสินใจออกจากบ้าน หาเช่าที่พักราคาถูกโดยใช้เงินเก็บสะสมจากน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง ก่อนจะเจอกับโก๋ผ่านทางเฟสบุ๊ค พูดคุยกันอยู่พักหนึ่ง ถึงได้ย้ายมาอยู่บ้านโก๋ สามปีที่ผ่านมา บ้านโก๋กลายมาเป็นบ้านหลังที่สองของฝัน และตอนนี้ก็ย้ายไปนอนอยู่บ้านชิน

            ไม่มีที่ไหนเลยที่เป็นของตัวเอง

            เสียงฝีเท้าดังขึ้นด้านหลังพร้อมกับแม่กานที่ทิ้งตัวนั่งลงข้างฝัน กลิ่นเกี๊ยวซ่าติดตัวแม่มาด้วย

            แม่ขอโทษที่พูดเรื่องแม่ขวัญนะ

            “ไม่เป็นไรเลยแม่

            “โก๋บอกแม่ว่า ฝันไม่ชอบให้พูดถึงเรื่องครอบครัว

            ฝันหันมองใบหน้าของหญิงวัยห้าสิบกลางๆ ฝ่ามือที่เริ่มจะเหี่ยวย่นของแม่กานวางลงบนไหล่ของฝัน บีบเบาๆ

            แม่แค่จะบอกว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น บ้านหลังนี้ต้อนรับฝันเสมอนะ

            “ขอบคุณนะครับ

            “ไม่ต้องรู้สึกว่าตัวเองถูกทิ้ง เข้าใจมั้ย

            “ครับ

            “อ้อ รอนี่แปปนึงแม่กานทำท่าเหมือนนึกอะไรออก รีบรุดกลับเข้าไปในบ้าน ฝันและเจ้าครีมมองตามผู้หญิงวัยกลางคนที่ดูกระปรี้กระเปร่าเรี่ยวแรงเต็มร้อยอยู่ตลอดเวลา พลางส่ายหน้าพร้อมกับรอยยิ้ม ส่วนเจ้าครีมอ้าปากหาวเหมือนกับเห็นความร่าเริงของหญิงสาวคนนี้เป็นเรื่องชินตาไปแล้ว

            ไม่นานแม่กานก็ออกมาจากบ้าน พร้อมกับกำไลลูกปัดหินเส้นหนึ่ง

            เนี่ย มีคนที่ทำงานให้แม่มา

            กำไลลูกปัดหินสีฟ้าอ่อน ให้ความรู้สึกเยือกเย็นและสงบ แม่กานจับมือซ้ายของฝันวางไว้บนตัก ก่อนจะสวมใส่กำไลนั่นไว้ที่ข้อมือซ้ายของเด็กที่เปรียบเสมือนลูกชายคนที่สองของเธอ

            ให้ผมเหรอ

            “ใช่ ไอ้เจ้าโก๋มันไม่ใส่หรอก ให้น้องฝันไว้น่ะดีแล้ว สีฟ้าทำให้ใจเย็น ช่วยขจัดความวุ่นวายภายในใจ

            ฝันมองเจ้ากำไลสีฟ้าอ่อนที่ตัดกับสีผิวขาวของตัวเอง

            ขอบคุณครับ

            “ไม่เป็นไรจ้ะ ฝันก็เหมือนลูกชายแม่อีกคนนั่นแหละ

            เพราะแบบนี้ยังไงล่ะ เขาถึงอยากจะย้ายออกไป ติดที่โก๋ไม่ยอมให้ไปสักที

            แม่กานเป็นผู้หญิงที่ใจดีจนฝันรู้สึกกลัว กลัวว่าความใจดีเหล่านั้น จะหายไปในวันหนึ่ง กลัวว่าตัวเองจะกลายมาเป็นตัวโชคร้ายที่นำพาความเลวร้ายมาสู่บ้านหลังนี้ เหมือนครั้งที่ยังอยู่กับครอบครัวตัวเอง

            แล้วเงินล่ะ พอใช้กันมั้ย

            ฝันรีบยกมือสองข้างขึ้นเป็นกำบัง เพื่อห้ามสิ่งที่แม่กานกำลังคิดอยู่

            พอครับแม่ ไม่ต้องให้นะ ถึงพวกผมจะเล่นเกม แต่มีเงินใช้พออยู่แล้วครับ

            ถ้าไม่พอใช้บอกแม่ได้นะ

            “พอครับ พออยู่แล้ว

            เมื่อพูดถึงเรื่องเงิน ฝันก็ย้อนไปนึกถึงประโยคที่ป้าศรีชอบพูดกรอกหูแม่กานบ่อยๆ ทั้งเรื่องการงานของลูกชาย เรื่องการทดแทนบุญคุณ เรื่องการเลี้ยงดูพ่อแม่ในยามแก่เฒ่า ป้าศรีทำให้ฝันนึกถึงพ่อของตัวเอง

ทั้งชีวิตของพ่ออยู่บนแท่นที่เรียกว่าศักดิ์ศรี พ่อบอกว่าคนทุกคนเกิดมา ต้องทำให้ตัวเองมีค่า ต้องประสบความสำเร็จในชีวิต ต้องเชิดหน้าชูตา ต้องมีการงานที่ดี ต้องเลี้ยงดูพ่อแม่ เพราะแบบนั้นเมื่อครั้งยังเด็ก ฝันจึงถูกตราหน้าว่าเป็นเด็กเนรคุณ ไม่รู้จักตั้งใจเรียน เอาแต่ไปเล่นเกมไร้สาระ ทั้งที่ฝันไม่เคยโดดเรียนเลยสักครั้ง งานทำส่งครบ คะแนนสอบไม่ได้แย่ ก็แค่ไม่เคยถึงเกณฑ์ที่ทำให้พ่อพอใจ

สำหรับฝันแล้ว เขาไม่เคยคิดว่าเกมเป็นสิ่งที่ไร้สาระ ถ้ารู้จักใช้มันในด้านดี ก็จริงที่บางคนติดเกมจนไม่เป็นอันทำอะไร มีตัวอย่างให้เห็นถมเถ แต่โลกใบนี้มันมีสองด้าน อีกด้านหนึ่ง เกมมอบโอกาสดีๆ ให้กับใครหลายคน เกมมอบชีวิตใหม่ มอบหน้าที่การงาน มอบความฝันให้กับพวกเขา หลายคนประสบความสำเร็จจากการเล่นเกมด้วยซ้ำ ยกตัวอย่างเช่นชิน ชิบะบอย ไอดอลของฝัน ที่ตอนนี้มีทั้งบ้านทั้งรถ ที่สร้างมาจากน้ำพักน้ำแรงของตัวเองจากการแคสเกม

ฝันและโก๋ไม่ได้เล่นเกมไปวันๆ ไม่ทำงานทำการ หรือใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายไปกับเกมออนไลน์จนติดหนี้ชาวบ้านเขา พวกเขามีความฝันที่อยากจะวิ่งตาม เงินรางวัลแต่ละครั้งที่เข้าแข่ง ทำให้ฝันสามารถใช้ชีวิตและดูแลตัวเองได้ แม้จะไม่มีเงินเก็บมากมาย แต่ก็พอที่จะไม่ทำให้ตัวเองอดตาย โก๋เองก็ไม่ต่างจากเขา แม้รายได้จากการสตรีมเกมจะไม่มาก แต่ก็ถือว่ามีรายได้เข้าตลอด ยิ่งพอช่วงหลังกลายเป็นที่สนใจเพราะฝีมือจากพรีเมียร์ลีก ทำให้ผู้คนติดตามเพิ่มมากขึ้น รายได้ก็เพิ่มตามลำดับความนิยม   

มีหลายคนที่ยังเข้าใจผิด ว่าการเล่นเกมนั้น คือการบ่อนทำลายสมอง หรือทำให้เสียอนาคต แต่ความจริงแล้ว ถ้าเราใช้มันให้ถูกทาง ในยุคที่วงการอีสปอร์ตเติบโตขนาดนี้ การเล่นเกมให้ผู้คนดู การเอนเตอร์เทนให้ผู้คนรู้สึกสนุก การรีวิวเกมต่างๆ การเข้าแข่งขันชิงเงินรางวัลทั้งหลายนั้น มันก็กลายมาเป็นอีกอาชีพหนึ่งที่ผู้คนต่างให้ความสนใจ

แม่

หืมแม่กานเกาพุงเจ้าครีมจนมันส่งเสียงครางอยู่ในลำคอ

เรื่องที่ป้าศรีพูด แม่กังวลหรือเปล่า

เรื่องอะไร เรื่องโก๋น่ะเหรอ

ครับ

ใช่ว่านี่เป็นครั้งแรกที่ป้าแกพูด พูดจนแม่ชินไปแล้ว อีกอย่างแม่รู้ดีว่าโก๋ทำอะไรอยู่

แม่ฝันสบตากับผู้หญิงวัยกลางคนด้วยแววตาจริงจัง ทุกวันนี้มีอาชีพใหม่เกิดขึ้นเยอะแยะ นั่งกินให้คนดูยังได้เงินก็มี แม่ไม่ต้องห่วงนะว่าโก๋มันจะเลี้ยงแม่ไม่ได้ ทุกวันนี้แฟนคลับโก๋ก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หนทางนี้ไม่ใช่หนทางมืดมนเลยนะแม่ มันสว่างกว่าที่แม่คิด โก๋มันเดินต่อได้อีกหลายทาง…”

แม่กานหัวเราะเมื่อเด็กข้างตัวอธิบายยาวเหยียด คงกลัวว่าเธอจะอคติต่อเกมที่เจ้าตัวรัก

ฝัน แม่ไม่ได้คลอดโก๋มาเพื่อเป็นเครื่องมือเลี้ยงดูแม่นะ

“…”

โก๋ก็มีชีวิตของโก๋ ถ้าโก๋จะดูแลแม่ ก็อยู่เป็นเพื่อนแม่เวลาเหงาดีกว่า อย่างที่ฝันได้ยิน ถ้าโก๋ไม่ดูแลแม่ แม่ก็ไปอยู่บ้านพักคนชราก็ได้ เงินเก็บแม่เยอะแยะ หรือถ้าไม่อยากให้แม่ไป แม่ก็อยู่บ้านทำขนมขายก็ยังได้ บ้านหลังนี้ก็ผ่อนหมดแล้ว ชีวิตแม่ก็ไม่มีหนี้ ไม่มีเรื่องอะไรน่ากังวลเลยสักนิด

ฝันผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอก ดีใจที่แม่ไม่เกลียดสิ่งที่พวกเขากำลังทำอยู่

คนที่ต้องกังวลน่ะ คือพวกหนูต่างหากแม่กานลุกขึ้นยืน ปล่อยให้เจ้าครีมกระโดดหนีไปบ้านอื่น ฝ่ามือบอบบางของแม่วางลงบนศีรษะของฝัน ลูบเบาๆ อย่างรักใคร่

ใช้ชีวิตให้มีความสุข ดูแลตัวเองให้ดี หนทางของพวกหนูยังอีกยาวไกล จะมาอะไรกับคนที่ใช้ชีวิตคุ้มแล้วอย่างแม่กัน หื้ม เลิกคิดได้แล้ว ปวดหัว เข้าบ้านไปกินเกี๊ยวซ่ากันดีกว่า

ริมฝีปากสีสวยคลี่ยิ้ม ฝันกระเด้งตัวรีบเดินตามแม่กานเข้าไปในบ้าน

ดีจังเลยนะ คนที่เข้าใจ

ถ้าพี่เฟิร์สกับพ่อเข้าใจแบบนี้บ้าง ก็คงจะดีไม่ใช่น้อยเลย

 

***

มันไม่ใช่ว่ากูไม่อยากหางานทำเป็นหลักเป็นแหล่งนะ

โก๋ปิดประตูรถแท็กซี่ลง ก่อนเดินนำเข้าไปในบ้านชิน ฝันถือถุงเกี๊ยวซ่าที่แม่กานทำมาเผื่อซะเยอะแยะไว้ที่มือขวา มองดูรถเก๋งคันสีดำที่จอดอยู่หน้าบ้าน

ชินไม่ได้ออกไปไหนเหรอวันนี้

มึงก็ไม่ต้องไปฟังป้าศรีมากหรอก แกคงไม่เข้าใจอ่ะ

พูดทุกวัน พูดจนประสาทจะกิน

ฝันได้แต่หัวเราะแห้งกับประโยคนั้น ใช่ว่าฝันไม่เคยเจอเรื่องราวแบบนี้มาก่อน เขาเข้าใจดี ดีมากเลยด้วยว่าผู้ใหญ่บางคนอาจจะยังไม่เข้าใจว่าการเล่นเกมสามารถทำเป็นอาชีพได้ ไม่ใช่นั่งเล่นใช้เวลาทิ้งไปเฉยๆ  

เถียงไปก็เท่านั้น สิ่งที่ต้องทำคือพิสูจน์ให้พวกเขาเห็น ว่าเราสามารถทำมันได้

กูก็ผิดเองอ่ะที่เสือกส่งทีสิสไม่ทัน มันสุดวิสัยจริงๆ แล้วอาจารย์ก็ไม่เข้าใจ อันนี้กูเข้าใจว่าทำให้แม่เสียใจ แต่กูไม่เข้าใจว่าป้าศรีจะมายุ่งอะไรกับชีวิตกูนักหนา ชวนคุยทีไรก็มีแต่อวดว่าลูกชายได้เป็นอาจารย์หมอ จบโทเมืองนอก อย่างงั้นอย่างงี้ ทำไมวะ คนที่ประสบความสำเร็จต้องเป็นคนที่จบสูง เป็นหมอ หาเงินได้เยอะๆ แค่นั้นเหรอ

ฝันส่ายหน้า

ทำอย่างกับโลกนี้มีอาชีพเดียวคือหมอ

เออน่า ปล่อยผ่านไปเหอะ คนที่มึงควรสนใจมีแค่แม่กานคนเดียวเว้ย

มึงก็รู้ฝัน เราสองคนไม่ได้เล่นเกมไปวันๆ แบบไม่มีจุดหมาย

เออกูรู้ ทำไงได้วะ ไม่ใช่ทุกคนที่จะเข้าใจนี่

ก็กะอยู่ว่าหลังแข่งจบคงหางานทำ จะได้ไม่มีใครมาพูดว่าลูกชายไม่ทำอะไรเลย อยู่บ้านเอาแต่เล่นเกม แม่จะได้ไม่ต้องไปนั่งตอบคำถามเดิมซ้ำๆ ซากๆ ไม่เบื่อหรือไงก็ไม่รู้

บ่นเสร็จก็ถอนหายใจเสียงดัง

ฝันเองก็วางแผนชีวิตหลังการแข่งไว้คร่าวๆ ว่าคงจะหาเช่าหอพักอยู่ตัวคนเดียว เพราะไม่อยากรบกวนใครมากไปกว่านี้ และคงหางานทำเป็นหลักแหล่งอย่างเช่นพวกบริษัทเกม ว่างๆ เล่นเกมบ้าง แข่งขันแมตช์เล็กเก็บเงินไว้เปิดอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ มันคงจะดีไม่ใช่น้อย  

กูเอง หลังแข่งก็คงหางานทำแหละ ไม่ก็หาเป้าหมายอื่น แค่ตอนนี้ไปแข่งระดับโลกเป็นเป้าหมายสูงสุด ภาพตอนไปทำอย่างอื่นเลยไม่ชัดเท่าไร

จะไปทำงานอะไรเพื่อนสนิทถามระหว่างที่ฝันวางถุงเกี๊ยวซ่าลงบนโต๊ะกระจกใส

ก็คงเกี่ยวกับเกม คนชอบเกม จะทำอะไรนอกจากเกมได้วะ

อย่าฝืนตัวเองก็แล้วกันมึงอ่ะ

ห่ะๆ ชอบพูดเหมือนเขาเป็นเด็กที่ดูแลตัวเองไม่ได้ตลอด เจ้าเพื่อนบ้านี่

หายไปทั้งวันเลยน๊าเสียงเจื้อยแจ้วดังมาจากทางด้านหลัง ปอนด์โปะผ้าเช็ดศีรษะลายใบไม้ไว้บนกลุ่มผมที่เปียกลู่ไปกับใบหน้า พลางกระโดดเข้าใส่พี่ทั้งสอง มองสิ่งที่ฝันเอากลับมาบ้านด้วยแววตาอยากรู้อยากเห็น

ไรอ่ะ แม่กานทำเหรอ

เออ เกี๊ยวซ่า จะกินมั้ย เพิ่งทอดมาร้อนๆโก๋ดันหัวเปียกๆ ของปอนด์ออกห่างตัวเล็กน้อย พลางหยิบเกี๊ยวซ่ากล่องหนึ่งออกมาจากถุง

กินสิๆ

บริเวณห้องนั่งเล่นไม่มีใครอยู่ บ้านเปิดไฟไว้แต่เงียบกริบเหมือนป่าช้า นาฬิกาบนหัวตู้เย็นบอกเวลาสามทุ่มกว่า ที่กลับช้าก็เพราะช่วยแม่กานทอดเกี๊ยวซ่าอีกชุดเพื่อเอากลับมาแบ่งคนที่บ้านนี้

ฝันมองโก๋และปอนด์ที่ยกจานเกี๊ยวซ่าขึ้นไปชั้นสองเพื่อแบ่งกันกินกับกาย ส่วนเจ้าของบ้านคงจะหมกตัวอยู่ห้องนอน ไม่ก็ห้องทำงานส่วนตัว ฝันชั่งใจว่าควรจะไปเคาะประตูห้องทำงานของชินดีหรือเปล่า แต่เกี๊ยวซ่าถ้าไม่กินตอนร้อนๆ ล่ะก็ มันจะไม่อร่อยเอานี่สิ คิดได้แบบนั้น ฝันก็จัดการเทเกี๊ยวซ่าใส่จาน ก่อนจะเดินไปหยุดหน้าประตูที่มักจะเห็นคนคนนั้นหายเข้าไปทีหลายชั่วโมง หลังมือเคาะลงบนบานประตูสามครั้ง

ก๊อกๆๆ

ฮัลโหล คุณอยู่ข้างในหรือเปล่า

เงียบ ไม่มีเสียงตอบรับ ไม่ได้ยินหรือเปล่านะ

ฝันรัวมือลงไปอีกครั้ง

ก๊อกๆๆ

ก็ยังคงเงียบ หรือว่าจะอยู่ห้องนอนข้างบนกัน ปกติกว่าจะกลับบ้านก็ล่อไปหลังเที่ยงคืน ได้ยินเสียงประตูห้องนอนปิดก็ตีสองตีสามนู่น วันนี้นึกครึ้มอะไรขึ้นห้องซะเร็ว ฝันกำลังจะพลิกตัวไปยังบันไดบ้าน ก่อนประตูจะถูกแง้มเปิดออก ชินชะโงกหน้าออกมาจากห้อง

อ้าว ก็อยู่ในห้องนี่

มีอะไร

ฝันคลี่ยิ้มเมื่อเห็นว่าเจ้าของบ้านไม่ได้มีท่าทีรำคาญใจอะไร ดูจะแปลกใจมากกว่าที่มีคนมาเคาะประตูห้อง

อยู่ในนั้นไม่กลัวโจรบุกขึ้นบ้านหรือไงทั้งกายทั้งปอนด์ก็อยู่ข้างบนกันหมด รั้วบ้านก็ไม่ล็อค ประตูบ้านก็เปิดโล่งโจ้ง

ชินใช้นิ้วชี้ไปยังกล้องวงจรปิดที่ติดอยู่บนเพดานห้องนั่งเล่น

คุณคิดว่านั่นคือของตกแต่งบ้านหรือไงล่ะ

โอ้ะ ฝันไม่ทันสังเกตเลยว่าในบ้านมีกล้องวงจรปิด

แล้วมีอะไร ผมทำงานอยู่

ทำงานเหรอ

รบกวนหรือเปล่า

ไม่เป็นไร ทำเรื่อยๆ

พอดีแม่โก๋ทำเกี๊ยวซ่ามาฝาก มันยังร้อนอยู่ เดี๋ยวเย็นแล้วไม่อร่อย

ชินมองเกี๊ยวซ่าในจานบนมือฝัน แล้วคุณกินยัง

หะ ผมเหรอ กินไปแล้วตอนเช้า

แล้วข้าวเย็นล่ะกินยัง

ยังฝันส่ายหน้า ก็กะว่าจะกลับมากินเกี๊ยวซ่าที่บ้านนี่แหละ

เข้ามากินด้วยกันป่ะ ผมคงกินคนเดียวไม่หมดพูดจบคนตัวโตกว่าก็ผลักบานประตูให้เปิดออกกว้างแล้วอ้าปากหาวเดินนำเข้าไปในห้อง ฝันขมวดคิ้วกับพฤติกรรมแปลกประหลาดนั่น

ปกติเข้าห้องปุ๊บก็ปิดประตูขังตัวเองอยู่ในนั้น นึกว่าในห้องจะเป็นความลับซะอีก

ขออนุญาตครับ

ฝันก้าวเข้าไปในห้องทำงานของชิน แค่ก้าวเข้ามาความเย็นภายในห้องก็กระทบร่างกายจนหนาวสั่นไปหมด 

            ห้องสี่เหลี่ยมไม่เล็กไม่ใหญ่ ให้ความรู้สึกเป็นห้องทำงานอย่างชัดเจน มู่ลี่สีขาวตรงหน้าต่างถูกปิดสนิท มีเพียงแค่ไฟบนโต๊ะทำงานที่ถูกเปิดทิ้งไว้ บนโต๊ะทำงานไม้สีอ่อน มีโน้ตบุ๊คเครื่องเล็กตั้งอยู่ นอกจากนั้นก็ยังมีฟิกเกอร์ตัวการ์ตูนหลากหลายแบบตั้งเป็นระเบียบ ผนังด้านขวาของห้องมีชั้นหนังสือสูงติดเพดาน เรียงรายไปด้วยหนังสือหลายเล่ม ทั้งการ์ตูน นิยาย วิชาการ ประวัติศาสตร์ ฝันทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟากำมะหยี่สีเทานุ่มนิ่มทั้งที่สายตายังละไปจากตู้หนังสือนั้นไม่ได้ เขาวางจานเกี๊ยวซ่าไว้บนโต๊ะน้ำชาขนาดเล็กตรงหน้าแล้วมองคนที่นั่งหันหลังให้

            ดูเหมือนชินจะชอบอ่านหนังสือแฮะ

            ปิดประตูด้วยสิชินออกคำสั่ง ฝันสะดุ้งเล็กน้อยแล้วรีบกระเถิบตัวไปดันประตูห้องให้ปิดลง

            นอกจากกลิ่นเกี๊ยวซ่าที่เพิ่งนำเข้ามา ภายในห้องยังมีกลิ่นหอมจากเทียนหอมที่ถูกจุดไว้บนโต๊ะทำงาน เทียนหอมกลิ่นกาแฟ ทำให้บรรยากาศของห้องดูเหมือนร้านกาแฟที่ดูผ่อนคลาย

            ถ้าไม่ติดที่ว่าเจ้าของห้องเปิดแอร์ซะจนหนาวสั่นไปหมดน่ะนะ

            ฝันหันมองตุ๊กตาหมาชิบะตัวโตที่นอนอยู่ริมโซฟาที่เขานั่ง ไม่ว่าจะที่ไหนในบ้าน ล้วนมีตุ๊กตาชิบะวางอยู่ทุกที่ ทำให้ฝันเริ่มอยากจะรู้ที่มาของชื่อชาแนล ชิบะบอย เคยได้ยินจากคลิปของชินว่าเจ้าตัวน่ะชอบหมาชิบะ แต่นอกจากชอบหมาชิบะแล้ว มีอะไรที่ซ่อนอยู่อีกหรือเปล่านะ

            เจ้าของดวงตาซุกซนไม่ได้คิดจะถามออกไป แต่กวาดสายตาเก็บรายละเอียดรอบห้องอยู่เงียบๆ ชินนั่งจ้องเจ้าโน้ตบุ๊คนั่นอยู่พักหนึ่งจนฝันกลัวว่าแอร์เย็นจัดภายในห้องจะทำให้เกี๊ยวซ่าเย็นชืด จากที่ไม่อยากเรียก ฝันเลยต้องออกปากเรียกชิน

            มากินก่อนมั้ย แอร์ห้องคุณอย่างเย็น เกี๊ยวซ่าจะกลายร่างเป็นพรานทะเลแล้วเนี่ย

            ชินขยับตัวเล็กน้อยตอบสนองต่อคำเรียกของฝัน เจ้าตัวปล่อยเมาส์แล้วหมุนเก้าอี้เลื่อนมาหน้าโต๊ะน้ำชา รับส้อมที่ฝันเตรียมมาไปไว้ในมือแล้วจัดการจิ้มเกี๊ยวซ่ากิน ฝันมองคนที่เคี้ยวแก้มตุ่ย

            อร่อยแฮะ เหมือนซื้อจากร้านเลย

            “ใช่มะ แม่กานทำอะไรก็อร่อยฝันอมยิ้มอย่างภูมิใจ ผมห่อเองด้วยอันนั้นไม่ลืมที่จะอวดว่าตัวเองก็เป็นคนช่วยห่อเกี๊ยว แม้ว่าการห่อเกี๊ยวจะไม่ค่อยส่งผลต่อความอร่อยสักเท่าไร

            ห่อเป็นด้วยเหรอ

            “เห็นผมแบบนี้ผมก็ทำอาหารใช้ได้อยู่นาคนขี้อวดจิ้มเกี๊ยวซ่าเข้าปากบ้าง ความกรอบ หอม นุ่ม ตัวไส้เค็มกำลังดี แถมยังชุ่มฉ่ำไม่ฝืดคอ เข้ากันได้ลงตัวกับน้ำจิ้มออกรสชาติเปรี้ยวเล็กน้อย เหมือนกับได้กินเกี๊ยวซ่าจากร้านอาหารดีๆ สักร้าน อาหารฝีมือแม่กาน เป็นสิ่งที่ฝันชอบมาก เคยคิดไว้ว่าวันหนึ่งจะทำอาหารให้ได้เก่งแบบนี้ แต่มือซ้ายขยับไม่ได้ดั่งใจนึก เลยมักจะทำนู่นทำนี่พังอยู่เสมอ

            ระหว่างที่ชินกำลังเคี้ยวเกี๊ยวซ่าแก้มป่องอยู่ สายตาของฝันก็เผลอไปเห็นสิ่งที่อยู่บนหน้าจอโน้ตบุ๊ค อะไรบางอย่างทำให้รู้โดยอัตโนมัติว่าชินกำลังทำสิ่งที่เรียกว่า กราฟฟิคดีไซน์ อยู่

            “ที่บอกว่าทำงานนี่คืออะไรเหรอ

            ฝันถาม คอยสังเกตอาการของคนตรงหน้าเพราะกลัวว่าจะละลาบละล้วงเรื่องส่วนตัวจนเกินไป

            ก็รับพวกงานกราฟฟิค อย่างพวกโฆษณาเล็กๆ น้อยๆ

            “ทำเป็นด้วยเหรอ

            “คุณคิดว่าชีวิตผมจะอยู่เฉยๆ หรือไง

            เปล่าสักหน่อยได้ยินมาจากกายว่าชินหมดไฟกับการเล่นเกม เลยหาอย่างอื่นทำ ทั้งเล่นสเก็ตบอร์ด ปั่นจักรยาน ขี่มอเตอร์ไซค์ ลองทำอาหาร เล่นตู้เกม คีบตุ๊กตาจนคล่อง นี่ยังทำกราฟฟิคดีไซน์เพิ่มอีก

            คนคนนี้เป็นยอดมนุษย์หรือเปล่านะ

            เก่งจังเลย ทำตั้งหลายอย่าง

            “ไม่ได้เก่งทุกอย่างหรอก อยากลองหาอะไรอย่างอื่นทำดูบ้าง

            “แล้วเป็นไงอ่ะ ชอบมั้ย

            ปกติแล้วชินจะบอกว่า ก็ชอบนะ หรือ ก็ทำได้ แต่เหมือนสิ่งนี้จะไม่ใช่แนวของเขาเท่าไร เพราะเจ้าตัวส่ายหน้า

            ไม่ชอบ แต่สนุกดี ท้าทายดี ว่าจะกำหมัดใส่ลูกค้าเมื่อไร

            ฝันหัวเราะ งานจำพวกฟรีแลนซ์โดยเฉพาะกราฟฟิคดีไซน์หรือพวกคอมพิวเตอร์กราฟฟิค เป็นงานที่ต้องเอาใจลูกค้าอยู่ตลอด ถ้าลูกค้าสั่งให้แก้ ก็ต้องแก้ เล็กๆ น้อยๆ จนอยากจะกำหมัดใส่ก็ต้องแก้ ฝันยังนึกสภาพไม่ออกด้วยซ้ำ กับคนที่มักจะทำตามใจตัวเองอย่างชิน มานั่งทำงานตามคำสั่งลูกค้า

            คุณนี่ใช้ชีวิตคุ้มดีเนอะ

            “ก็คนเราเกิดมามีชีวิตเดียวนี่กินเสร็จก็เดินมาทิ้งตัวนั่งข้างฝัน หยิบตุ๊กตาชิบะตัวใหญ่มาวางไว้บนตัก ฝันแอบหันมองเจ้าของกลุ่มผมสีเข้มที่ทิ้งศีรษะไปกับพนักพิง พอโดนอีกคนมองกลับจึงรีบละสายตามองจานเกี๊ยวซ่าที่เหลืออยู่สามสี่ชิ้น

            คุณเคยถามว่าผมจะกลับไปแคสเกมมั้ย

            “อ่า ผมไม่ได้บังคับอะไรคุณนะ

            “เปล่า คือผมมานั่งคิดว่า ถ้าอายุมากขึ้น จะให้นั่งเล่นเกมไปตลอดก็คงไม่ได้

            ฝันพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของชิน

            ตั้งแต่สมัยเด็กๆ ผมไม่เคยทำได้ดีในสิ่งที่ต้องการเลยสักอย่าง เรียนก็ห่วย กีฬาก็พอถูไถ ผมก็แค่ชอบเล่นเกมมาก คิดว่าเกมคือสิ่งที่ทำได้ดีที่สุด หลังจากนั้นก็เลยเล่นเกมมาตลอด พอมาถึงจุดหนึ่งที่เริ่มรู้สึกว่าเกมมันไม่ใช่แล้ว ก็เลยหันมาลองทำอย่างอื่นดูบ้าง เผื่อจะทำได้ดีกว่าเล่นเกม ที่คุณเห็นนี่ยังไม่ถึงครึ่งของที่ผมทำตลอดสองปีเลย

            “คุณทำอะไรได้อีกมั่งล่ะ นั่งสมาธิ ดำน้ำ ปลูกปะการัง ทำสวน เล่นโยคะ…”

            “เรียนภาษาญี่ปุ่น ภาษาเกาหลี วาดรูป เล่นกีต้าร์ ตีกลอง เล่นเปียโน ร้องเพลง เล่นโยโย่ อ่านหนังสือ เล่นบาส ว่ายน้ำ เล่นปิงปอง

            คนฟังถึงกับอึ้ง

            “ยังมีอีกนะ

            “พอแล้วฝันยกมือห้าม ก่อนที่บทสนทนาในวันนี้จะกลายเป็นเหมือนโฆษณาประกันชีวิตเข้าไปทุกที

            ชินหัวเราะออกมานิดๆ เป็นเสียงหัวเราะขึ้นจมูกครั้งแรกตั้งแต่เจอตัวจริง ที่ฝังเข้าไปยังส่วนลึกภายในสมองของฝัน ฝันมองริมฝีปากของคนข้างตัวที่อมยิ้มเล็กน้อย

            ได้เห็นแล้ว รอยยิ้มของชิน สุดยอดไปเลย แค่เพียงรอยยิ้มเล็กๆ บนมุมปาก กลับทำให้ห้องที่เปิดไฟสลัว สว่างสดใส

            แล้วคุณล่ะ ตั้งใจจะเล่นเกมไปตลอดเลยเหรอ

            คำถามของชิน เหมือนกับคำถามของพี่ชายที่ถามเขามาตลอด กับพี่เฟิร์ส ฝันมักจะมอบความประชดประชันกลับไปให้ แต่เมื่ออยู่กับชิน มันให้ความรู้สึกราวกับว่าฝันสามารถพูดสิ่งที่ใจคิดออกไปได้ และคนตรงหน้าจะไม่พูดจาทำร้ายจิตใจกลับมา

            ไม่หรอก ผมแค่อยากทำตามความฝันให้ได้ แล้วหลังจากนั้นก็คงหาอย่างอื่นทำ

            “ดีจังเลยนะ คนที่มีความฝันแรงกล้าอย่างคุณ

            “ดีเหรอฝันหัวเราะ บางคนคิดว่ามันไร้สาระด้วยซ้ำ

            “ขึ้นชื่อว่าความฝัน มันไม่มีอะไรไร้สาระหรอก

            “แต่พ่อผมบอกว่ามันไร้สาระมาตลอด

            “พ่อไม่ชอบให้เล่นเกมเหรอ

            เจ้าของดวงตาซุกซนพยักหน้าตอบ พูดถึงเรื่องครอบครัวทีไร บางครั้งมือก็จะรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมา ฝันลูบมือซ้ายของตัวเองเบาๆ เพื่อปลอบประโลมจนใครอีกคนสังเกตเห็น ชินนิ่งเงียบคอยฟังว่าคนข้างตัวจะพูดอะไรต่อ

            คุณไม่เจอปัญหานี้บ้างเหรอ แบบว่าพ่อคิดว่าเกมเป็นสิ่งไร้สาระ อะไรเกี่ยวกับเกมก็ไร้สาระทั้งหมด

            “พ่อแม่ผมแยกทางกัน พ่อมีภรรยาใหม่ แม่มีสามีใหม่ ทิ้งผมให้ยายเลี้ยง

            ฝันสะอึกไปเมื่อได้ยินแบบนั้น ชินพูดเรื่องครอบครัวออกมาง่ายดาย ราวกับไม่ใช่ความลับอะไรที่ต้องปิดบัง

            ขอโทษ

            “ไม่ต้องขอโทษหรอก เรื่องปกติของชีวิต ผมใช้ชีวิตอยู่กับยายมาตลอด จนเมื่อสามปีที่แล้วยายก็เสีย

            ยายเสียเมื่อสามปีที่แล้วเหรอสามปีที่แล้วชินยังแคสเกมอยู่เลยด้วยซ้ำ ตอนนั้นฝันไม่รู้เลยว่าผู้ชายคนนี้จะมีความทุกข์ รู้เพียงแค่ว่าชินยังคงหัวเราะสดใส เขานึกมาตลอดว่าชินน่ะ เป็นขุมพลังบวกที่มหาศาล พอมารู้ว่าชีวิตเจอมรสุมอะไรมาบ้าง ก็อยากจะตีตัวเองที่ดันไปตัดสิน ไม่มีใครหรอกจะมีความสุขได้ตลอดเวลา เพราะพวกเราคือมนุษย์ที่จิตใจแสนซับซ้อน

            ตอนนี้ก็เลยอยู่คนเดียว รับผิดชอบชีวิตตัวเอง

            เข้มแข็งจังเลยนะคุณน่ะ

            “ไม่หรอก เพราะอยู่คนเดียวเลยต้องเข้มแข็ง ความจริงแล้วผมอ่อนโยนบอบบางยิ่งกว่าสบู่เด็ก

            “ขนาดนั้นเลยดิฝันหัวเราะ

            แล้วคุณล่ะ ที่พูดมาว่าพ่อไม่ชอบให้เล่นเกม ทำไมถึงจับพลัดจับผลูมาแข่งเกมได้

            ฝันไม่ชอบพูดถึงเรื่องครอบครัว ไม่ชอบขุดถึงอดีตเก่าๆ เขามักจะคิดว่าอะไรผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไป ซึ่งความจริงนั้น เขากำลังหลอกตัวเอง ที่ยังเจ็บมือซ้ายอยู่ทุกวันนี้ คืออาการทางสมองล้วนๆ สมองสั่งให้จดจำความเจ็บปวด ทั้งที่ร่างกายควรจะหายเจ็บไปตั้งนานแล้ว

            คนหัวรั้นกลืนน้ำลายเมื่อลำคอรู้สึกแห้งผาก ถึงใจจะสั่งให้หยุดคิดเรื่องเก่าๆ รู้ตัวอีกทีริมฝีปากก็พร่ำพรรณนาออกไปให้คนข้างตัวได้ยิน

            “ถ้ายังอยู่บ้านก็คงไม่ได้เล่นหรอก แต่ผมออกจากบ้านมาหลังเรียนจบมหาลัย มาอยู่กับโก๋สามปีละ

            “ไม่ได้กลับบ้านเลยเหรอ

            ไม่ไม่รู้จะกลับไปทำไม ไม่รู้จะกลับไปหาใคร เพราะไม่มีใครเหลือแล้ว

            แม่ผม เสียไปเมื่อตอนผมอายุสิบแปด

            ชินเงียบนิ่งลงไปเมื่อได้ยินบาดแผลในใจของอีกฝ่าย

            ขอโทษที ถ้าคุณไม่อยากเล่าก็ไม่เป็นไรนะ

            ไม่ทันแล้ว ต้องโทษความอบอุ่นของชิน ความอบอุ่นนั่นกำลังละลายกำแพงของฝันทีละเล็กทีละน้อย ฝันไม่รู้สึกกลัวที่จะเล่าเรื่องราวของตัวเอง ราวกับล่วงรู้ได้ว่าถ้าเจ็บปวด จะมีคนที่คอยปลอบอยู่ข้างกาย

            ปลอบอย่างนั้นเหรอ ฝันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าชินจะปลอบเขาหรือเปล่า ก็แค่พอจะมั่นใจว่าคนข้างตัวคงไม่ลุกหนีหายไปไหน ขอแค่นั่งอยู่ข้างๆ ก็เพียงพอ

            พ่อผมตรอมใจตายตามแม่ตอนผมอายุยี่สิบ ส่วนพี่ชายตอนนี้ก็เหมือนคนไม่รู้จักกัน พ่อผมไม่เคยชอบให้ผมเล่นเกม เขาอยากให้ผมเป็นหมอแบบพี่ชายมากกว่า

            “ส่วนแผลเป็นนี่…” ฝันเผลอบีบมือซ้ายของตัวเองลงไป เป็นอุบัติเหตุที่ผมลืมไม่ลง เพราะมันทำให้แม่ตาย

            อุบัติเหตุเกิดขึ้นในเย็นวันศุกร์ที่ท้องฟ้ามืดครึ้ม ฝันเพิ่งแข่งขันเกมเสร็จ แถมได้เงินรางวัลก้อนหนึ่งกลับบ้านอย่างภาคภูมิใจ แม่มักจะมารับฝันหลังโรงเรียนแล้วเดินไปขึ้นรถเมล์กันที่อู่รถ ซึ่งทางไปอู่รถต้องผ่านซอยแคบ

            วันนั้น ระหว่างที่ทั้งแม่และฝันกำลังมีความสุขกับชัยชนะของฝัน ช่วงเวลาที่ฝนพรำลงมาจากฟากฟ้า กลุ่มวัยรุ่นปิดหน้าปิดตากลุ่มหนึ่งวิ่งพรวดพราดเข้ามา ฝันจำได้แม่น ช่วงเวลาที่มีดสปาต้าถูกง้างขึ้นมาหมายจะฟันเข้าที่ร่างกายของเขา ส่งผลให้มือซ้ายยกขึ้นป้องกันตัวเองโดยอัตโนมัติ อาจจะเป็นความโชคดีในความโชคร้าย ที่มีดนั้นไม่คมถึงขนาดที่จะฟันมือเขาขาด ฝันถูกตีลงไปนอนกองที่พื้น สะบักสะบอมช้ำระบมไปทั้งตัว

            พวกมันไม่ยุ่งกับแม่ แต่เพราะสัญชาติญาณคนเป็นแม่ เมื่อเห็นลูกถูกทำร้ายจึงหมายจะเข้าไปช่วย และแล้วสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เสียงปืนนัดหนึ่งดังขึ้นจนหูอื้ออึง กลุ่มวัยรุ่นแตกกระเจิงออกไปคนละทางพร้อมกับเสียงสบถเป็นเชิงว่าปืนลั่น ดวงตาของเด็กหนุ่มวัย 18 ปี เลื่อนขึ้นมองคนเป็นแม่ที่ควรจะยืนอยู่ไม่ไกล ก่อนจะพบว่าแม่ล้มลงคุกเข่า เลือดสีแดงสดจำนวนมากไหลบ่าออกจากช่วงอก

            แม่!”

            “แม่รักหนูนะ

            ฝันจำได้ทุกอย่าง ตั้งแต่ตอนที่แม่ล้มลงนอนนิ่ง ฝนที่ตกลงมาปะปนกับหยดน้ำตาของเขา เลือดที่ไหลเจิ่งนองไปตามพื้น และเสียงร้องแทบขาดใจของตัวเอง

            หลังจากการตายของแม่ ตำรวจไม่สามารถจับผู้ร้ายได้เพราะไม่มีกล้องวงจรปิด ฝันไม่สามารถระบุรูปพรรณสัณฐานของผู้ร้ายได้ เพราะพวกนั้นปิดหน้าปิดตา แถมตัวเขายังโดนซ้อมจนสะบักสะบอม มองไม่ออกว่าใครเป็นใคร รู้เพียงแค่เป็นกลุ่มเด็กวัยรุ่น พ่อสรุปว่ากลุ่มคนพวกนั้นคืออริที่แข่งเกมกับฝันแล้วแพ้ จากที่เกลียดเกมอยู่แล้ว พ่อเกลียดมากกว่าเดิม ถึงขนาดสั่งให้ฝันเลิกเล่นเกมถาวร โทษว่าฝันเป็นตัวการทำให้แม่ตาย โทษว่าเกมก่อให้เกิดความรุนแรง

            ไม่กี่ปีต่อมา พ่อตรอมใจตาย คราวนี้คนที่โทษฝัน กลับกลายมาเป็นพี่ชาย พี่เฟิร์สโทษว่าฝันเป็นตัวการทำให้ทั้งพ่อและแม่ตาย ฝันจึงหนีออกจากบ้าน หนีได้ไม่เท่าไรก็โดนตามกลับไปเรียน พี่เฟิร์สให้ข้อเสนอว่าต้องเรียนให้จบ มันเป็นความฝันของพ่อ แล้วถ้าเรียนจบ จะไปไหนก็ไป

            ฝันตั้งหน้าตั้งตาเรียนให้จบ พอเรียนจบก็ออกจากบ้านโดยไม่พกอะไรติดตัวแม้กระทั่งเศษเงินจากพี่ชาย จนทุกวันนี้ก็ไม่เคยกลับไปเหยียบบ้านอีก

            ไม่มีสิ่งไหนที่ทำให้ฝันรู้สึกมีค่า ยกเว้นเกม ฝันกลับมาเล่นเกมอีกครั้ง แข่งขันทุกรายการเพื่อไปเหยียบระดับโลก เพื่อพิสูจน์ว่าตัวเองก็มีค่า เพื่อพิสูจน์ให้แม่เห็นว่าฝันทำตามความฝันได้ แม่ไม่ได้ตายอย่างไร้ค่า เพื่อพิสูจน์ให้พ่อเห็นว่าเกมไม่ได้เลวร้าย และเพื่อพิสูจน์ให้พี่ชายเห็นว่า เกม ไม่ได้ฆ่าครอบครัว แต่เป็นกลุ่มวัยรุ่นที่ไร้สติต่างหาก ที่ฆ่าครอบครัว

            โอ้ยฝันร้องโอ้ยเมื่อความเจ็บแล่นริ้วขึ้นสู่สมองจนต้องหยีตา หันไปมองคนที่ปล่อยให้เขาตกอยู่ในภวังค์มาพักใหญ่ ก่อนจะพบว่าชินหลับคอพับไปแล้ว

            ง่วงก็ไม่บอก

            ความเย็นภายในห้อง ทำให้ฝันต้องเดินไปเพิ่มอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศ มือเรียวสวยหยิบเสื้อคลุมที่แขวนอยู่บนเก้าอี้มาถือเอาไว้ ค่อยๆ วางคลุมไว้บนร่างกายของคนที่หลับไปเพราะกลัวจะเป็นหวัด ฝันมองใบหน้าของชินที่หลับตาพริ้ม ลมหายใจเข้าออกเป็นจังหวะ กลุ่มผมสีเข้มปรกใบหน้าเล็กน้อยดูน่าเอ็นดูเหมือนเด็กๆ

            ตั้งแต่แม่เสียไป ก็ไม่เคยเจอใครที่ให้ความรู้สึกสบายใจเมื่อได้อยู่ใกล้เหมือนคนตรงหน้า ขนาดว่าโก๋เป็นเพื่อนสนิทก็ยังไม่รู้สึกสบายใจที่จะบอกทุกอย่างออกไป แต่กับชินแล้ว ถึงจะดูเย็นชาในบางครั้ง ดุในบางที กลับรู้สึกว่าถ้าพูดอะไรออกไป คนตรงหน้าคงเลือกที่จะรับฟังมากกว่าซัดสาดอารมณ์เข้าใส่

            ฝันหยิบจานเปล่าขึ้นมาถือเอาไว้ เปิดประตูห้องออกพลางหันมองคนที่หลับสนิทไปแล้ว แสงไฟจากด้านนอกสาดส่องเข้ามาภายในตัวห้อง ริมฝีปากสีสวยคลี่ยิ้มให้กับคนที่กอดตุ๊กตาชิบะตัวใหญ่ไว้บนตัก

            ในใจนึกขอบคุณคนที่ไม่ลุกเดินออกไปจากห้อง แม้ว่าฝันจะมัวแต่นั่งเงียบระลึกถึงความหลังอันแสนเจ็บปวด

            แค่นั่งอยู่ข้างๆ ก็พอแล้วล่ะ

            ฝันดีนะ ชิน

            ประตูถูกปิดลง ภายในความมืด บนโซฟากำมะหยี่สีเทา คนที่หลับตาพริ้มลืมตาขึ้นมา ดวงตาเรียวรีจดจ้องมองแสงสว่างอันน้อยนิดบนโต๊ะทำงาน

            ชินก้มมองเสื้อคลุมบนร่างกายของเขา ปรายตามองไปยังบานประตูที่ถูกปิดสนิท ริมฝีปากเข้ารูปขยับพึมพำเสียงแผ่วกับตัวเอง

            ฝันดี

            



// ขอบคุณทุกคนที่ติดตามกันมาเรื่อยๆ

วันนี้ฝันดีราตรีสวัสดิ์ รักมากๆเลยนะคะ >_<    

           


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 563 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,215 ความคิดเห็น

  1. #1178 theskyandsea (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 กันยายน 2563 / 01:28
    แงงงง น้องฝันมีอดีตที่เจ็บปวด แต่ก็ขอบคุณมากๆ ที่น้องได้เจอเพื่อนที่ดีอย่างโก๋และแม่กาน ตอนนี้เพิ่มชินมาอีกคนได้มั้ยนะ
    #1,178
    0
  2. #1176 Choo_only (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2563 / 06:50
    นี่เข้าใจทั้งพี่เฟิร์สทั้งน้องฝันนะ น้องไม่ผิดเลยนะ คนที่ผิดคือพวกเ-้ยนั่น พี่เฟิร์สก็คงเสียใจอะแหละ เสียทั้งพ่อทั้งแม่ไปเลยนะ อีกคนที่ผิดคือพ่อ พ่อไม่ควรไปพูดถึงสิ่งที่ลูกชอบว่าไร้สาระด้วยซ้ำ ทำไมสิ่งที่เราชอบมันถึงไร้สาระ? ทั้งๆที่มันเป็นความสุขของเรา
    #1,176
    0
  3. #1175 millun (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2563 / 23:40
    สงสารน้องมากๆเลยอะ;-;
    #1,175
    0
  4. #1172 kkkggg0401 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2563 / 08:10
    พี่นี่ก็เกินไปป ทั้งๆที่ควรให้กำลังใจน้อง กลับมาซ้ำเติม ถ้าน้องจิตใจอ่อนแอขึ้นมาแล้วมาถูกย้ำแบบนี้ไม่เป็นโรคซึมเศร้า ก็โรคเครียด หรือเป็นคนเก็บตัวละนะ มาๆ น้อนน กอดๆ
    #1,172
    0
  5. #1160 pphang (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2563 / 18:09
    พ่อก็เกินไป ส่วนพี่ก็ไม่ไหวนะ
    #1,160
    0
  6. #1134 CallistoJpt (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2563 / 14:52
    อยากจะดึงฝันมากอดปลอบเลย สิ่งที่น้องเจอมามันหนักมากจริงๆ
    #1,134
    0
  7. #1049 peachusomuch (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 เมษายน 2563 / 22:50
    สงสารน้องฝันมากๆเลย ㅠㅠ
    #1,049
    0
  8. #1046 Jinjoo.K (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 เมษายน 2563 / 15:55
    แต่รักแม่กานมากเลย แม่ดีเด่นแห่งปี
    #1,046
    0
  9. #1045 Jinjoo.K (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 เมษายน 2563 / 15:53
    โห ปมน้องฝันคือแบบ อยากดึงมากอด จะร้องไห้แทนแล้วตอนนี้
    #1,045
    0
  10. #1028 Ginn28 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 เมษายน 2563 / 00:33
    ฮือออ ฝันลูกกก:-:
    #1,028
    0
  11. #959 Darin56 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 มีนาคม 2563 / 22:45
    ง่าาาา ขอให้ข้อมูลเผื่อมีเด็กๆ มาอ่านแล้วเข้าใจผิดได้มั้ยคะ คือในกรณีที่ส่งธีสิสไม่ทัน มันไม่ได้หมายความว่าไม่มีสิทธิ์จบนะคะ มันลงทะเบียนวิชานี้ซ้ำใหม่ได้นะลูก แค่จบไม่พร้อมเพื่อนเท่านั้น อย่าทิ้ง 4 ปี ที่เรียนมาเพราะความเข้าใจผิดนะคะ นี่บอกเอาไว้ เผื่อมีใครเจอปัญหาแบบโก๋ แล้วหายไปเลย ไม่เรียนต่อ ย้ำอีกครั้ง ไม่ผ่านธีสิส เทอมนี้ สามารถลงทะเบียนเรียนใหม่เทอมหน้าได้จ้าาา
    #959
    0
  12. #951 baekbow (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563 / 11:00
    ฝันน่าสงสารจัง ก็เข้าใจที่พ่อจะโทษว่าเป็นเพราะเกมในตอนแรกนะ แต่จริงๆแล้วมันก็แค่ส่วนหนึ่งไหมอ่ะ ทำไมต้องโทษว่าเป็นความผิดฝันด้วย คือไม่รู้สิ เราแค่คิดว่าเหตุการณ์นี้ฝันก็ไม่ได้อยากให้มันเกิดขึ้นหรือป่าว ทำไมพ่อไม่มองความจริงบ้าง แล้วพอ-พี่เฟิร์สก็มาทำแบบนั้นอีก ไม่แปลกใจหรอกที่ฝันจะหนีออกมา บ้านที่ไม่เหมือนบ้าน ใครจะอยากอยู่ // ในเวลาที่ทุกข์ใจแค่มีใครสักคนที่รับฟังมันก็พอแล้วจริงๆ
    #951
    0
  13. #947 Sasitron24092547 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:16

    อ่านตอนนี้ตั้งแต่3ทุ่งกว่าตอนนี้4ทุ่มพึ่งอ่านจบ...หน่วงหน่อยๆนะเนี่ยน้ำตาคลอพร้อมไหลมาก
    #947
    0
  14. #917 pinkpeach🍑 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:38
    อ่าาา น้องฝันเก่งแล้วลูกกก
    #917
    0
  15. #898 mileyduchess (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:51
    แอบคิดไว้ว่ารอยแผลเป็นที่มือน้องฝันต้องเกี่ยวข้องกับครอบครัว และเป็นเหตุผลที่ทำให้พี่เฟิร์สเป็นแบบนี้ โอ๋ๆ นะน้องฝัน ทำยังไงดีอยากดึงน้องมากอดมากๆ ที่ผ่านมาน้องจะเจ็บปวดแค่ไหนกันนะที่ไม่มีใครอยู่ข้างๆ เลย แม้กระทั่งครอบครัว ยิ่งรู้เหตุผลแบบนี้ก็ยิ่งอยากให้น้องฝันแข่งชนะทุกรายการเลย สู้ๆ นะน้องฝัน
    #898
    0
  16. #820 PJMinn (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 มกราคม 2563 / 01:55
    สงสาร น้องงงงงงง
    #820
    0
  17. #587 Dak บ๊องๆๆ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2562 / 21:55
    ที่เราคิดไว้ไม่ผิด อะไรจะทำให้เราเกลียดน้องชายตัวเองที่เรารัก ยอมเจ็บแทนทุกอย่างขนาดนั้นกัน //ยิ้มร้าย
    #587
    0
  18. #521 chachap (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2562 / 00:38
    แงงงง น้องฝันนน กอดนะคะ
    #521
    0
  19. #458 TTHHUUNNDDEERR (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 / 19:37
    เเง้น้อง เข้มเเข็งมากเลยหนูทั้งสองสู้ๆนะลูก
    #458
    0
  20. #450 Red_Bunny (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 / 00:06
    ฝันนนน หนูลูกไม่เป็นไรนะ;-;) ฉันอยากจะกระโดดเข้าไปกอดเธอไว้แน่ๆจัง
    #450
    0
  21. #417 รออยู่ที่เดิม (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 / 00:16
    น้องไม่ต้องโทษตัวเองนะ กอดๆเจ้าฝันนนน
    #417
    0
  22. #416 pencil900 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2562 / 17:43
    สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความผิดของฝันเลย คิดบวกเข้าไว้นะนู๋ สู้ๆฮับ
    #416
    0
  23. #410 Beztherday (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 15:34
    น้องงงงงง น่ารักอ่ะ ชอบเวลาเขาสองคนอยู่ด้วยกัน มวลความอบอุ่นสีชมพูมันลอยเต็มไปหมดอ่ะ ใจฟูยิ้มตามเลยยยยย
    #410
    0
  24. #363 ppvs_ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2562 / 22:24
    ฝันนนนนนㅜㅡㅜ
    #363
    0
  25. #324 +++DOUBLE B++++ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 / 00:36
    น้องฝันสู้ๆนะ หนูทำได้แน่นอนน
    #324
    0