Goodnight Sleep tight #ฝันดีของคุณ (yaoi) END

ตอนที่ 25 : Chapter 24 :: And say goodnight, to my sweetest dream (END)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,141
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 478 ครั้ง
    29 มี.ค. 63


Chapter 24

And say goodnight, to my sweetest dream

 

            ชิน

            เสียงเรียกยามเช้าทำเอาคนที่เพิ่งได้นอนสะลึมสะลือตื่นขึ้น เจ้าของกลุ่มผมสีเข้มผงกศีรษะขึ้นจากตุ๊กตาหมาชิบะตัวใหญ่บนโซฟา ดวงตาที่ยังไม่เปิดดีทำท่าจะปิดลงอีกครั้ง

            ชิน

            อืออ

            ครางตอบก่อนศีรษะจะร่วงจุ่มกลับลงที่เดิม หนำซ้ำยังขยับใบหน้าหนีไปอีกฝั่ง กำลังฝันดีอยู่เลยแท้ๆ ฝันว่าเห็นแฟนตัวเองใส่หูแมวแล้วร้องเหมียวใส่ แน่นอน ในความเป็นจริงนั้นไม่มีทางเกิดขึ้น นอกจากจะไม่ใส่หูแมวแล้ว ยังจะไม่ร้องเหมียวอีกต่างหาก

            ตื่นหน่อยสิ

            ขอนอนต่ออีกนิดนะ

            แต่ว่ามีของขวัญมาให้นะ

            คนได้ยินขมวดคิ้วแปลกใจ ส่งเสียงงัวเงียออกไปจากลำคอด้วยความไม่เข้าใจ

            ของขวัญอะไรเหรอ

            ของขวัญที่ชินอยากได้มาตลอดไง

ของขวัญที่อยากได้มาตลอด? หรือว่าหูแมว...

ผงกศีรษะขึ้นจากหมอนรอบที่สอง ดวงตาเรียวดุปรือเปิดขึ้นอย่างเชื่องช้า คาดหวังว่าจะได้เห็นหูแมว

            บ๊อก!’

            ลิ้นของเจ้าสิ่งมีชีวิตตรงหน้าเลียปลายจมูกของเขา ชินสะดุ้งถอยหลังด้วยความตกใจ ดวงตาเบิกกว้างตื่นเต็มตา เขาขยี้ตาสองสามครั้งเพื่อปรับโฟกัส เคลื่อนสายตาขึ้นมองใบหน้าของคนรัก ฝันสวมแว่นทรงกลม สวมเสื้อเชิ้ตและกางเกงยีนส์ขายาว การแต่งกายเหมือนเพิ่งจะกลับจากที่ไหนมา

            ไม่ใช่หูแมว แต่เป็นอะไรที่เซอร์ไพร์สมากกว่าหูแมวเสียอีก

            ในมือของฝันนั้นขนปุกปุยสีน้ำตาล อุ้งเท้าสีขาว จมูกดำๆ กับลิ้นเล็กๆ สีชมพู

            หมา

            ลูกหมาชิบะอินุวัยกำลังน่ารักน่าชัง

            แฮปปี้เบิร์ทเดย์!”

            ฝันยื่นเจ้าลูกหมาชิบะอินุให้กับชินที่หยัดตัวขึ้นมานั่ง ดวงตาคู่ดุนั่นยังคงดูมึนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น ถึงกระนั้นก็ยอมรับลูกหมาไปไว้ในอ้อมกอดแต่โดยดี

            ทำไมถึง…”

            ไม่รอให้อีกฝ่ายได้ถามอะไรมากมาย ตัวซนประจำบ้านก็ฉีกยิ้มหวานจนแก้มปริ

            อยากเลี้ยงไม่ใช่เหรอ อะไรหลายๆ อย่างก็เริ่มเข้าที่แล้ว จะเลี้ยงก็ไม่เสียหายอะไรนี่นา

            ฝันมองคนที่เอาแต่จดจ้องเจ้าลูกหมาซุกซนในอ้อมแขน

            ชินชอบสุนัขพันธุ์ชิบะอินุมาก ถึงขนาดนำมาตั้งเป็นชื่อชาแนลของตัวเอง ชาแนลที่คนติดตามตอนนี้ทะลุห้าล้านคนขึ้นไปแล้ว แต่เจ้าตัวไม่มีโอกาสได้เลี้ยงเพราะยังไม่มั่นใจว่าจะดูแลมันได้ดีมั้ย

            ในตอนนี้ บ้านหลังใหญ่มีฝันเข้ามาอยู่อีกคน ดังนั้นเขาช่วยชินเลี้ยงเด็กคนนี้ได้แน่นอน

            ขอบคุณนะมือใหญ่ๆ ขยี้กลุ่มขนนุ่มนิ่มของเจ้าลูกหมานั่นอย่างมีความสุข แค่เห็นอีกฝ่ายมีความสุข เขาก็มีความสุขจนเก็บกลั้นไว้ไม่ไหว

            ตั้งชื่อกัน

            ลูกหมาชิบะตัวเล็ก ขนสีน้ำตาลอ่อนสวย บริเวณใต้คางและท้องเป็นสีขาว อุ้งเท้าทั้งสี่สวมถุงเท้าสีขาว ปลายหางสีขาวดูแปลกตา แถมยังม้วนเป็นพุ่มเหมือนทรงโดนัท ส่งผลให้เจ้าเด็กคนนี้ดูน่ารักน่าเอ็นดู ไม่ต่างอะไรจากตุ๊กตาชิบะอินุที่ตั้งอยู่ทุกมุมบ้าน

            อยากได้ชื่ออะไรมั้ยชินหันมาถามความเห็น

            อืมม คุณอยากได้ชื่อแบบไหนล่ะ

            นิ้วเรียวของฝันสัมผัสกับจมูกชื้นแฉะเล็กๆ ที่ฟุดฟิดไปมาของเจ้าหมาตาแป๋ว

            สกาย

            สกายเหรอ

            ครับ ท้องฟ้า

            นั่นสินะ สกาย ชื่อที่ชินชอบมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว

            สกายที่แปลว่าท้องฟ้า ท้องฟ้ากว้างใหญ่ไร้กำแพงกั้น ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยอิสระ

            ถ้าอย่างนั้น ยินดีต้อนรับสู่บ้านหลังนี้นะ สกาย~”

 

            ***

            สกาย! โอ๊ย!”

            โฮ่ง!’

            ฝันลื่นก้นกระแทกกับพื้นโรงรถ ส่วนเจ้าตัวต้นเหตุกระโจนใส่เจ้าของบ้านทั้งที่ฟองยังฟอดเต็มตัวไปหมด ชินยกข้าวของหนีเจ้าหมาวัยกำลังโต ส่งเสียงดุเล็กน้อย

            สกาย นี่ของแม่เขา เรากินไม่ได้เดี๋ยวไม่สบาย

            ดวงตากลมซุกซนมองคนขายาวที่กอดถุงไก่ทอดเอาไว้แนบตัว โดยมีหมาชิบะตัวเท่าหน้าแข้งกระโดดกระเด้งเกาะขาเพราะได้กลิ่นไก่ทอดหอมฉุย

            สกาย มานี่เดี๋ยวนี้เลยนะไอ้หมาดื้อ

            ฟัดพอหอมปากหอมคอกันอยู่พักใหญ่ ชินถึงสามารถหนีเข้าบ้านไปเก็บไก่ทอดได้ ส่วนฝันนั้นนั่งขัดสมาธิลงกับพื้น เมินเก้าอี้ตัวเล็กด้านหลังไป เพราะต่อให้นั่งบนเก้าอี้ก็ไร้ประโยชน์ ตัวเขาเปียกชุ่มไปหมดแล้ว กับอิแค่จับหมาตัวเล็กตัวเดียวอาบน้ำ ทำไมมันถึงวุ่นวายขนาดนี้กัน!

            อยู่นิ่งๆ อย่าดื้อ เข้าใจมั้ย

            นิ้วเรียวชี้เป็นคำสั่ง แต่ลูกหมาวัยกำลังซนเหรอจะเชื่อฟัง สกายหมุนตัวไปมา ฟองสีขาวกระเด็นหลุดปลิวไปในอากาศ ในที่สุดฝันก็หมดความอดทน เขาคว้ากะละมังสีดำที่ตั้งอยู่ไม่ไกลมาใส่น้ำ อีกมือโอบกอดเจ้าลูกหมาจอมแสบไว้แนบอก รองน้ำประมาณครึ่งกะละมัง ก่อนจะวางเจ้าตัวซนลงไปดังจ๋อม

            ได้ผล

            พอน้ำนิ่ง ไอ้เด็กที่เห็นอะไรขยับเป็นกัดหมดก็ยอมนิ่งลง เมื่อกี้เขาใช้สายยางอาบน้ำให้ คงเป็นเพราะเห็นสายน้ำขยับไปมา ก็เอาแต่อ้าปากไล่งับน้ำไม่ยอมหยุด

            มือเรียววักน้ำขึ้นทีละนิด ล้างคราบฟองสบู่ที่ติดอยู่บนตัวหมาดื้อออกไปช้าๆ

            เราต้องทำข้อตกลงกัน ตอนอาบน้ำห้ามซน ไม่อย่างนั้นโดนจับลงกะละมังทุกครั้งแน่

            รู้ว่าพูดไปหมาก็ไม่เข้าใจหรอก แต่ก็อยากจะพูด

            ตั้งแต่มีสกายเข้ามาในชีวิต บ้านจากที่เงียบกลับมาวุ่นวายอีกครั้ง

สมาชิกคนที่สาม ไม่สิ ต้องเป็นสมาชิกตัวที่สาม ตัวเล็กไม่ถึงเข่าของเขา ดันซนยิ่งกว่าลิง

ฝันใช้น้ำเช็ดใบหูของเจ้าตัวซน พอเห็นดวงตาแป๋วๆ นั่นแล้ว จากที่หัวอุ่นๆ อยู่เมื่อกี้ ใจก็อ่อนยวบยาบ

ชินและเขาใช้เวลาไปเล่นที่คาเฟ่ชิบะอินุมาหลายเดือน ทุกครั้งที่ไป ความคิดหลายอย่างวนเวียนอยู่ในหัว ชินดูมีความสุขเวลาเล่นกับน้องหมา เป็นความสุขที่ออกแนวผ่อนคลาย และอีกอย่าง ถ้าวันไหนฝันไม่อยู่บ้าน ชินจะได้ไม่เหงา จะได้มีเพื่อนเล่นด้วย

นานวันเข้า ฝันจึงตัดสินใจว่าจะเลี้ยง เขาใช้เวลานั่งเลือกเจ้าตัวเล็กนี่อยู่อีกหนึ่งเดือนเต็มๆ ดูฟาร์มนู้นฟาร์มนี้ ในที่สุดก็ไปรับสกายกลับบ้านในเช้าวันเกิดของชิบะบอย

            ในชีวิตของเขาไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะได้มาเลี้ยงสุนัขแบบนี้ นอกจากความฝันที่อยากจะเล่นเกมให้ถึงระดับโลกแล้ว ความฝันอย่างอื่นก็แทบจะไม่เป็นรูปเป็นร่าง อนาคตไม่ชัดเจนสักอย่าง

            จะว่าไป ตั้งแต่ได้มาอยู่กับชิน ตั้งแต่คบกับคนคนนี้ ความฝันที่ไม่เป็นรูปเป็นร่างพวกนั้น กลับชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ อนาคตที่ดูพร่ามัว ก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นทุกวัน

            จากที่คิดว่าคงจะใช้ชีวิตอยู่ตัวคนเดียว หาเลี้ยงตัวเองไปวันๆ ทำสิ่งที่ตัวเองชอบ ตอนนี้ก็เริ่มเห็นอนาคตที่มีใครอีกคนเข้ามาร่วมด้วย อนาคตที่อยากสร้างให้มันมั่นคง

            คิดภาพไม่ออกเลยแฮะถ้าวันหนึ่งไม่มีชินอยู่ข้างตัว

            ไว้ตอนเย็นไปเดินเล่นกันนะสกาย วันนี้จะพาไปเจอบอสซอมบี้ด้วย ไปแนะนำตัวกัน

            ไปหาเฟิร์สเหรอ

            เสียงทุ้มขึ้นจมูกดังขึ้นด้านหลัง ชินลากเก้าอี้พลาสติกตัวเล็กมานั่งด้านหน้าของฝัน มองดูคนกับหมาที่มีสภาพไม่ต่างกันเท่าไร ดวงตาเรียวดุมองสกายที่นั่งนิ่งพลางแลบลิ้น เนื้อตัวเปียกแฉะ เหลือฟองสีขาวอยู่บนศีรษะของเจ้าลูกหมาเล็กน้อย พอเคลื่อนสายตาขึ้นมองคนตรงหน้าแล้ว เขาก็เผลอหลุดขำ

            บนศีรษะของฝันเอง มีฟองสีขาวติดอยู่ไม่ต่างกัน นอกจากนั้นฟองก็ยังติดอยู่ที่ปลายคิ้วและปลายคาง

            ทำไมถึงเห็นสุนัขหนึ่งตัว แมวหนึ่งตัวกันนะ

            สภาพคุณก็ไม่ต่างอะไรจากหมาเลย

            สกายซนต่างหากเล่า

            ชินยื่นมือไปเช็ดฟองสีขาวบนกลุ่มผมของอีกฝ่ายออกอย่างเบามือ ก่อนจะปาดฟองออกจากปลายคิ้ว และปลายคางของฝันจนสะอาดเอี่ยมอ่อง

            ซื้อไก่ทอดมาให้ อาบน้ำเสร็จเข้าบ้านไปกินกัน

            ดวงตากลมสดใสฉายแวววาววับเป็นประกาย ไม่ต่างอะไรจากลูกหมาที่กำลังแช่น้ำอยู่ในกะละมัง

            ว่ากันว่าสุนัขก็เหมือนเจ้าของ ชินเชื่อแล้วล่ะวันนี้

            อ้อ เมื่อเช้ากายโทรมาฝันก้มหน้าก้มตาล้างตัวให้สกายต่อ ชินเลิกคิ้วแปลกใจ

            โทรหาคุณเหรอ

            ใช่

ทีกับพี่มันไม่เห็นจะเคยโทรมา

แหม ทำเป็นน้อยใจเสียงหัวเราะเล็กๆ ส่งออกจากลำคอของฝัน ริมฝีปากสีสวยคลี่ยิ้มอย่างมีความสุข ประจวบเดียวกับที่อาบน้ำให้เจ้าหมาตัวซนเสร็จพอดี กายบอกว่าจะมาช่วยที่คาเฟ่

            หือ จริงเหรอ

            อื้อ

            ดีจัง เท่านี้ก็นับหนึ่งได้แล้วนะ คนเก่ง

            ฝ่ามือหนักๆ วางลงบนศีรษะของฝันพร้อมกับคำชมที่ทำให้คนฟังตัวลอยได้ทุกครั้ง

            ถึงจะมีร้านแล้ว ปัญหาติดอยู่ตรงที่ว่ายังไม่มีคนช่วย ลำพังคนเดียวก็พอไหวอยู่หรอก ที่อยากหาคนช่วย คือคนที่รู้เรื่องคอมพิวเตอร์เป็นอย่างดี ซึ่งการได้กายมาช่วย เป็นสิ่งที่เขาไม่เคยคาดฝันเลยแม้แต่นิด

            เด็กคนนั้นมีทักษะหลายอย่างที่น่าทึ่ง ทั้งเล่นเกมเก่ง อัธยาศัยดี พูดจาไพเราะ มีน้ำอดน้ำทน รวมไปถึงเก่งด้านโปรแกรมและด้านคอมพิวเตอร์พอๆ กับโก๋เลยก็ว่าได้

            ตั้งแต่กลับไปเรียนมหาวิทยาลัย กายก็แทบไม่ได้โผล่มาที่บ้าน เด็กคนนั้นนอกจากจะงานยุ่ง กิจกรรมก็เยอะจนหัวหมุน จะมีก็แต่เล่นเกมกันในวันหยุดบ้าง โทรคุยกันบ้าง จนล่าสุดที่ฝันกำลังกลุ้มเรื่องหาคนช่วยที่ร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่ สวรรค์ก็ส่งนางฟ้ามาร์ชเมลโล่วมาช่วยชีวิตของเขาเอาไว้

            กายตัดสินใจมาทำพาร์ทไทม์ที่ร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่ของฝัน อินเตอร์เน็ตคาเฟ่ที่ต่อจากนี้ไป จะเป็นทางเดินใหม่ของเขา

            ดีจังเลยเนอะสกาย

            ในที่สุด เป้าหมายต่อไปก็ใกล้จะเป็นจริงแล้วล่ะ

            เอ๊ะ ว่าแต่ ชื่อสกายกับชื่อกายนี่คล้ายกันเลยแฮะ ฝันจ้องดวงตาแป๋วๆ ของสกาย พร้อมทั้งคิดถึงดวงตาแป๋วๆ ของน้องกาย ก่อนจะก้มมองดวงตาแป๋วแหววของสกาย และเงยหน้านึกถึงดวงตาแบ๊วๆ ของน้องกาย

            เฮ้ย!” เสียงนุ่มร้องออกมาด้วยความประหลาดใจ

            หืม

            ดูสิ คุณดู สกายอ่ะ ตาเหมือนน้องกายเลยไม่ใช่เหรอ

            ฝันอุ้มเจ้าสกายขึ้นมาพร้อมชูไปด้านหน้าชิน พ่อนักแคสเกมจดจ้องดวงตานั่นอยู่สักพักก่อนจะร้องเฮ้ยออกมาเช่นเดียวกัน

            เฮ้ย! นี่มันไอ้กายเบอร์สองชัดๆ

 

            ***

            เอาเสื้อคลุมมั้ย

            ฝันส่ายหน้าให้กับคนข้างตัว

            เขาก้าวขาลงจากรถพร้อมกับอีกหนึ่งชีวิต แค่เห็นสถานที่แปลกใหม่ ไอ้หมาจอมซนก็หูตั้งหางชี้ด้วยความประหลาดใจในแสงสี ชินนั่งยองๆ กระชับผ้าพันคอสีส้มบนคอของสกายให้เข้าที่ วางมือขยี้หัวลิงในคราบหมาน้อยแล้วเดินนำฝันออกไป

            ฝันมีนัดกับพี่ชายที่มอลล์เล็กๆ ในชานเมืองช่วงเย็น เลยถือโอกาสพาสกายออกมาเดินเล่นและซื้อของกินเข้าบ้าน

มีมอลล์น้อยที่ที่อนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงเข้าอย่างอิสระ สำหรับที่นี่นั้น เจ้าของจะต้องรับผิดชอบในด้านความสะอาดและอันตรายที่จะเกิดขึ้น ยกตัวอย่างเช่นต้องระวังไม่ให้สุนัขไปกัดใคร รวมถึงต้องระวังไม่ให้สัตว์เลี้ยงส่งเสียงดังจนรบกวนลูกค้าท่านอื่น ดังนั้นสุนัขที่นำมาเดินเล่นจะต้องเป็นสุนัขที่เชื่องและเคยชินกับคน รวมถึงสุนัขทุกตัวจะต้องมีสายจูง ไม่อย่างนั้นพี่ยามจะเป่านกหวีดและวิ่งสี่คูณร้อยเข้ามาหาทันที

            ผมลืมบอกไปเรื่องนึง

            หือหันมองคนข้างตัวที่กำลังจับสายจูงสีแดง สกายเดินไปรอบๆ เพื่อสำรวจกลิ่นของพื้นที่ใหม่ๆ

            บูมมันอยากชวนคุณไปแข่ง

            แข่ง?” ดวงตากลมกะพริบปริบด้วยความแปลกใจ

            เห็นว่าแข่งกับพวกสตรีมเมอร์ ไม่ได้แข่งเป็นทางการหรอก แข่งแมตช์เล็กๆ อยากไปแข่งหรือเปล่า

            ฮืมคนถูกถามทำท่าคิด ไม่ใช่ว่าไม่อยากแข่งหรอก แต่เขาตัดสินใจวางมือไปแล้ว ตอนนี้ก็เล่นเอาสนุกอย่างเดียว อีกอย่างช่วงนี้กำลังวุ่นวายเรื่องร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ด้วย ไม่ดีกว่า

            แน่ใจนะ

            อื้อ ไว้อนาคตอยากจะแข่งอีก ค่อยลงแข่งก็ได้ แต่ตอนนี้อยากโฟกัสเรื่องร้านก่อน

            ชินยกยิ้มอย่างชอบอกชอบใจกับคำตอบนั่น ยิ้มแบบมีเลศนัยจนคนเห็นต้องขมวดคิ้ว

            ในทีมมีคนที่คุณไม่ชอบหรือไง

            หื้มมไม่วายส่งเสียงกวนใส่ บ่งบอกชัดเจนว่าในทีมของบูมนั้นต้องมีคนที่ชินไม่ชอบหน้าอยู่แหง ใครกันนะ จะใช่อะมาเกดอนที่ผันตัวมาญาติดีกับบูมช่วงหลังๆ หรือเปล่า

            หรือจะไปแข่งดีน๊า

            พอโดนกระตุ้นเข้าหน่อย ชิบะบอยจึงรีบตอบคำถามโดยไว ไอ้ช้าง...

            อ้อถึงว่าล่ะไม่อยากให้ไปแข่ง ฝันหัวเราะคิกคักอยู่ในลำคออย่างนึกสนุก ชอบนักล่ะเวลาเห็นชินทำท่าไม่พอใจเด็ก ElephantWhere นั่น แค่พูดถึงชื่อ หน้าคุณชิบะบอยก็บึ้งตึงเป็นหมีกินผึ้งทันที

ถ้าถามความเห็นว่าชอบใครมากกว่าระหว่างอะมาเกดอนกับช้าง ชินคงบอกว่าไม่ชอบทั้งคู่ ทว่าคงเอนเอียงไปด้านอะมาเกดอนมากกว่า อะมาเกดอนแค่อยากเป็นเพื่อนกับฝัน ในทางกลับกัน ช้างแสดงออกชัดเจนว่าชอบเขา ถึงจะไม่ใช่ในเชิงรักใคร่ แต่ออกเป็นแนวรุ่นน้องแอบแซวรุ่นพี่มากกว่าก็เถอะ

แกล้งชิบะบอยคนคูลสักหน่อยดีไหมน๊า~

แต่ก็น่าสนใจเหมือนกันนะ ยังไม่เคยเล่นกับช้างเลย อาจจะเล่นเข้ากันดีก็ได้

            ฝันเสียงทุ้มขึ้นจมูกคำรามในลำคอใส่เขา

            เอายังไงดีน๊า

            ชินเงียบไปพักหนึ่ง อยากแข่งก็ได้

            จริงเหรอ~” คนขี้แกล้งยิ้มกริ่ม

            แต่แข่งเสร็จ ผมจะจูบคุณยันสว่างเลย

            ฝันหันขวับมองคนที่ส่งเสียงแข็งใส่เขาเมื่อตะกี้ คนดื้อเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ คำพูดของอีกฝ่ายทำให้ความร้อนจำนวนมากพวยพุ่งขึ้นมาบนใบหน้าจนร้อนผ่าว

บ้า

ไม่เชื่อก็ลองดู

ไอ้หยาใครจะกล้าลอง ดูหน้าก็รู้แล้วว่าตั้งใจจะทำแบบนั้นจริงๆ อยู่ด้วยกันมาพักหนึ่งแล้วทำไมจะไม่รู้ว่าทุกคำที่ผู้ชายคนนี้พูด มักจะพูดจริงและทำจริงเสมอ

โดนกอดทั้งคืนก็โดนมาแล้ว ถ้าจะโดนจูบทั้งคืน คงไม่ใช่เรื่องน่าเหลือเชื่อสักเท่าไรหรอก

            น้องฝัน

ยังไม่ทันจะได้พูดคุยอะไรกันต่อ เสียงใสๆ ก็ดังขึ้นด้านหน้า

คุณพยาบาลคนสนิทของพี่ชายอยู่ในชุดเดรสลายดอกไม้สีขาวสดใส ข้างกันนั้นมีอีกคนที่ทำให้ฝันรู้สึกแปลกใจที่ได้เจอ ไม่ได้เจอพี่รินมานานแค่ไหนแล้วนะ น่าจะตั้งแต่ช่วงหลังแข่งระดับโลกนั่นแหละ พี่รินอยู่ในชุดเสื้อยืดง่ายๆ กับกางเกงยีนส์คล่องตัว โบกมือทักทายอย่างเป็นกันเอง ส่วนบอสซอมบี้ที่อยู่ด้านหลังสุดนั้นขมวดคิ้ววุ่นเมื่อเห็นสมาชิกใหม่วิ่งง่วนจนสายจูงพันแข้งพันขาของฝัน

            ดีครับพี่นิล ดีครับพี่รินฝันยกมือไหว้หญิงสาวทั้งสอง ส่วนชินทำเพียงแค่โค้งหัวเล็กน้อยเพื่อแสดงความเคารพต่อคนอายุมากกว่า

            ดีจ้าสุดหล่อ เลี้ยงหมาแล้วเหรอ พี่เฟิร์สไม่เห็นบอกพี่เลย คุณพยาบาลอมลมเข้าแก้ม หันไปทำหน้างอนใส่อดีตคุณหมอข้างกายที่ตอนนี้กลายมาเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องคนสนิทกันเรียบร้อย

            ใครจะไปรู้

            พี่นิลกับพี่รินนั่งยองๆ ลงไปเล่นกับสกายพลางส่งเสียงหัวเราะชอบอกชอบใจ

            ได้ข่าวแว่วๆ จากโค้ชทีมาว่าพี่รินแอบชอบพี่นิล ไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองคนตอนนี้ไปถึงไหนกันแล้ว ทั้งที่ตอนแรกฝันนึกว่าคุณพยาบาลชอบพี่ชายของเขาเสียอีก แต่ดูจากท่าทีที่ทั้งคู่สนิทชิดเชื้อกัน ก็พอจะเดาออกว่าทุกอย่างคงไปด้วยดี จะมีก็เพียงชายหนุ่มวัยสามสิบกว่าๆ ที่ยืนหน้าบูดเป็นตูดนั่นแหละที่ยังเปิดไฟว่างอยู่

เฟิร์สยังคงเป็นโสด ไม่คิดจะมีใครเข้ามาในชีวิต หรืออาจจะมีเข้ามาแต่ผลักออกไปทั้งหมดก็ได้ ก็แหม ทำตัวเหมือนบอสซอมบี้ทุกเวลาซะขนาดนั้น

            มีเรื่องจะคุยด้วยหน่อยคนพี่โพล่งขึ้นพร้อมทั้งปรายสายตาไปมองชินที่ยืนอยู่ด้านหลัง แค่สองคนคำว่าแค่สองคน ทำให้ชิบะบอยถึงกับหลุดยิ้มแห้ง

เอาอีกละ จนป่านนี้แล้ว เฟิร์สก็ยังเขม่นใส่ชินทุกครั้งที่มีโอกาส โรคหวงน้องขึ้นสมองนี่ แก้ยังไงก็ไม่หายสินะ

ฝันหันไปหาชินพร้อมกับตบแขนเบาๆ แฟนของเขาไม่เคยชินสักทีกับท่าทีของพี่ขี้หวง ถึงกระนั้นก็ไม่ใช่ว่าเฟิร์สไม่ยอมรับในตัวชิน เพียงแค่ยังไม่รู้ต้องจัดการกับสีหน้าตัวเองยังไง จะให้ลั้ลลาวิ่งมากอดคอทักทาย นั่นก็ไม่ใช่นิสัยของเฟิร์สสักเท่าไรล่ะนะ

            รอตรงนี้แปปนึงนะ ฝากสกายด้วยล่ะ

            ครับ อยากกินอะไรมั้ย เผื่อแวะไปสั่งไว้ก่อน

            บะหมี่เย็นก็ได้

สองพี่น้องเดินห่างออกมาจากทั้งสามชีวิต เดินไปตามทางเดินอิฐสีเทา สองข้างทางเรียงรายไปด้วยร้านอาหาร มีเสียงเพลงคลาสสิคคลอเบาๆ แสงไฟสีส้มสลัวให้ความรู้สึกผ่อนคลาย

ไม่ได้มาเดินเล่นกันแบบนี้นานแค่ไหนแล้วนะ ล่าสุดที่ได้เดินเล่นข้างๆ กันแบบนี้ ก็ตอนที่ฝันยังซนเป็นลิง ตอนนั้นน่ะ ฝ่ามือของพ่อกับแม่ที่จับมือของเขาอบอุ่นมาก นอกจากพ่อกับแม่ที่หายไป รอยยิ้มบนใบหน้าของเฟิร์สก็หายไปเหมือนกัน ถึงจะมียิ้มบ้าง แต่ก็ไม่เคยเต็มที่เหมือนเมื่อครั้งยังเด็ก ถ้าวันหนึ่งเฟิร์สได้เจอคนที่ทำให้รอยยิ้มนั้นกลับมาได้ ก็คงจะดีไม่ใช่น้อย

            คาเฟ่ไปถึงไหนแล้วเสียงทุ้มของพี่ชายถามขึ้น

            ใกล้จะเสร็จแล้ว อีกอย่างได้คนช่วยแล้วด้วย

            อย่างนั้นเหรอ

            เฟิร์สถอนหายใจเบาๆ ซึ่งฝันไม่รู้ว่านั่นมีความหมายว่าอะไร

            พี่ชายไม่ได้ต่อต้านการทำอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ของเขา แต่ก็ไม่ได้แสดงท่าทีสนับสนุนอะไรมากนัก ทว่าคอยถามไถ่อยู่เสมอว่าดำเนินการไปถึงไหนบ้าง ต่อเติมใกล้เสร็จหรือยัง หรือได้คนช่วยบ้างไหม ทำคนเดียวจะเหนื่อยหรือเปล่า บลา บลา บลา แหงล่ะ เฟิร์สเป็นประเภทคิดถึงอนาคตเป็นหลัก คงอยากเห็นเขาทำอะไรเป็นรูปเป็นร่างจะได้ไม่ต้องห่วง

ถึงอย่างนั้นพอน้องชายเริ่มลงมือทำอะไรสักอย่างเข้าจริงๆ ความเป็นห่วงก็พุ่งพรวดขึ้นมาจนอยู่ไม่สุข ทั้งที่บอกไปหลายต่อหลายครั้งแล้วว่าดูแลตัวเองได้ แต่พี่ชายคนนี้ก็ยังเห็นฝันเป็นเด็กอยู่วันยังค่ำ

            ถ้าชอบก็ทำไปนั่นแหละ แต่ก็ห่วงอยู่ดี

            อดีตคุณหมอนั่งลงที่ม้านั่งยาวหน้าร้านอาหารญี่ปุ่น พลางตบข้างตัวเบาๆ ให้น้องชายนั่งลงด้วย

            มีอยู่เรื่องนึงที่อยากพูด พี่ไม่ได้แช่งนะ

            อือ

            ถ้าหุ้นกับชิน แล้ววันนึงเกิดเลิกกัน ฝันจะทำยังไง

            เลิกกันเหรอ

            เขาเคยคิดข้อนี้อยู่หลายครั้ง ไม่ใช่ไม่เคยคิด เคยคุยกับชินแล้วด้วยว่าถ้าเลิกกันขึ้นมา ร้านจะไปต่อยังไง จะให้ใครเป็นคนดูแล แน่นอนล่ะตอนนี้พวกเขายังรักกันดีอยู่ แต่ในอนาคตมันไม่มีอะไรบอกได้ว่าจะอยู่ด้วยกันไปตลอดรอดฝั่งไหม

            ทว่าในเมื่อความคิดที่จะทำอินเทอร์เน็ตคาเฟ่เดิมทีเป็นของฝัน ดังนั้นมันก็เป็นที่แน่นอนอยู่แล้วว่าถ้าวันหนึ่งเกิดเลิกกัน แยกทางกันไปใช้ชีวิตของใครของมัน ร้านนี้ก็จะเป็นร้านของฝันแน่นอน

            ก็คงทำต่อ

            คุยกันแล้วเหรอ

            ก็เคยคุยกันบ้างแหละ ผมเป็นคนอยากทำ เขาก็แค่มาช่วยหุ้น ดังนั้นถ้าเลิกกันไป เขาจะถอนหุ้นไปผมก็ไม่ว่าอะไร แต่ยังไงผมก็ตัดสินใจแล้วว่าจะทำมัน พี่ก็รู้ถ้าผมอยากจะทำอะไรสักอย่างยังไงก็ต้องทำให้สำเร็จ

            งั้นก็ดี

            แต่ยังไง ผมก็ไม่มีวันเลิกกับชินหรอก

            ฝันพูดพร้อมรอยยิ้ม ทำเอาคนเป็นพี่นิ่งไป

            มั่นใจขนาดนั้น?”

            มั่นใจสิ แล้วก็อยากให้พี่มั่นใจด้วย

            เพราะชินน่ะ ทำให้ฝันมั่นใจครั้งแล้วครั้งเล่า ว่าต่อให้มีอะไรเกิดขึ้นก็จะไม่ทิ้งกัน จะหันหน้าคุยกัน

            การจะหาคนที่คุยได้ทุกเรื่อง คนที่คอยเติมเต็มกันและกันแบบนี้น่ะ มันหนึ่งในล้านชัดๆ แล้วจะให้ปล่อยทิ้งไปง่ายๆ น่ะเหรอ ไม่มีทางซะล่ะ

            อย่างนั้นหรอกเหรอสำหรับคนที่ไม่เคยมีความรักอย่างเฟิร์สนั้น คงไม่ค่อยเข้าใจเท่าไรหรอก ว่าทำไมฝันถึงได้มั่นใจในตัวผู้ชายคนนั้นมากนัก

            พูดง่ายๆ คือเฟิร์สไม่เชื่อเรื่องความรักเลยก็ว่าได้

            ว่าแต่พี่เหอะ ห่วงแต่คนอื่น ตัวเองอ่ะเป็นยังไงบ้าง

            ตั้งแต่เฟิร์สลาออกจากการเป็นหมอ แม้ทางโรงพยาบาลจะโทรมาขอร้องให้กลับไปทำงานอีกครั้ง แต่เฟิร์สเลือกปฏิเสธเพราะอยากจะทำอย่างอื่น ซึ่งนับตั้งแต่ตอนลาออกมาก็นานพอสมควร ตอนนี้คุณพี่ชายย้ายออกจากบ้านของลุงภาคไปอยู่คอนโดย่านตัวเมืองกับเพื่อน หารายได้เพิ่มเติมโดยการเป็นติวเตอร์ให้กับน้องๆ ที่กำลังจะสอบหมอ

            อย่างไรก็ตาม ถ้าเฟิร์สอยากจะพักยาวๆ กินๆ นอนๆ ใช้เงินไปกับการเที่ยว ฝันก็ไม่มีสิทธิ์ไปว่าอะไรพี่ชายคนนี้อยู่ดี เขารู้ว่าพี่ชายดูแลตัวเองได้ดี พักหน่อยก็ได้ ที่ผ่านมาทำงานแทบไม่เคยพัก สุขภาพจะแย่เข้าสักวัน

            จริงๆ แล้ว ลุงภาคเสนอให้พี่ไปเป็นผู้จัดการร้านอาหารให้เขาที่อังกฤษ

            ฝันหันขวับมองหน้าพี่ชายอย่างไวจนคอแทบหลุด

            ห้ะ จริงดิ?!”

            อือ

            ไปสิ

            ไม่อยาก มันไกลฝ่ามือของคนพี่ขยี้กลุ่มผมน้องชายอย่างมันเขี้ยว พี่ไปใครจะดูแลเรา

            โอ้ย โตเป็นควายแล้วไม่ต้องมาห่วงหรอกน่า

            ไม่อ่ะ มีเพื่อนเก่าคนนึงมาชวนทำร้านอาหารอยู่เหมือนกัน ว่าจะลองทำดู แต่ก่อนหน้านั้น…”

            อะไรฝันกลืนน้ำลายลงคอเมื่อเห็นสายตาเจ้าเล่ห์ของพี่ชายที่เหมือนจะมีแผนอะไรเก็บไว้ในใจ ระแวงว่าคำพูดหลังจากนี้จะมีอะไรไม่ชอบมาพากล

            ขอไปทำงานที่คาเฟ่ด้วยสิ

            หา!!!”

 

            ***

            จองเวรจองกรรมกับชีวิตเหลือเกิน!”

            ฝันนั่งเอนคอไปกับพนักพิงของเก้าอี้ม้านั่งยาว ผ่อนลมหายใจออกอย่างเหนื่อยหน่าย

            บทจะได้คนช่วยก็เข้ามาไม่หยุดหย่อน แถมยังเป็นพี่ชายตัวปัญหาอีก ถึงใจหนึ่งจะบอกว่าไม่อยากให้มาทำ อีกใจหนึ่งกับระริกระรี้ตื่นเต้นเสียเต็มประดา ริมฝีปากคลี่ยิ้มจนหุบไม่ลง ค่อนข้างแปลกใจที่เฟิร์สพูดออกมาแบบนั้น คนคนนั้นน่ะนะมาขอทำงานด้วย ผีเข้าหรือเปล่าก็ไม่รู้ คนอย่างเฟิร์สไม่ใช่ประเภทจะชอบมาพึ่งพาใครสักเท่าไร

ที่ผ่านมาเขาและพี่ชายห่างเหินกันมาตลอด พอคิดภาพว่ามาอยู่ใกล้กันแล้ว ความทรงจำเมื่อสมัยเด็กก็ไหลพรั่งพรูเข้ามาไม่หยุดหย่อน

            เขาน่ะติดพี่ชายมาแต่ไหนแต่ไร อยากเล่นด้วยทุกครั้งที่มีโอกาส เฟิร์สไม่รู้หรอกว่าตอนที่ตัวเองปิดประตูหนีหายเข้าไปอ่านหนังสือในห้อง ฝันนั่งเล่นคนเดียวหน้าห้องมานานแค่ไหน

            ยิ้มอะไร

            ใบหน้าคมคายของชินชะโงกมองคนที่นั่งยิ้มแก้มปริ ฝันสะดุ้งโหยง รีบกลับมานั่งตัวตรงหลังตรง มองชินที่ทิ้งตัวนั่งลงด้านข้างพร้อมกับถุงบรรจุข้าวเย็นของวันนี้

            เฟิร์สบอกจะมาช่วยที่ร้านด้วย

            หา!”

            ชิบะบอยร้องเสียงหลงอย่างหลุดมาด ไม่ต่างจากเขาตอนที่ได้ยินครั้งแรก

            ใช่มั้ยล่ะ คนอย่างเฟิร์สอ่ะนะจะมาขอทำงานด้วย แปลกคน

            คงจะมาจับผิดผมล่ะสิท่า

            จับผิด?”

            ใช่ หวงจังเลยนะน้องอ่ะชินทำท่ากำหมัดเหมือนเด็กๆ ที่กำลังแสดงท่าทีไม่พอใจ

            มือของฝันยื่นไปกอบกุมมือใหญ่ของอีกคนเอาไว้พลางนึกขำ ก็จริงที่เฟิร์สชอบเขม่น แต่ความจริงแล้วคนคนนั้นไม่คิดอะไรหรอก ออกจะขอบคุณด้วยซ้ำที่คุณช่วยให้ผมทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันได้ ถ้าไม่มีคุณล่ะก็ ป่านนี้ผมคงลอยไปลอยมา หาที่ลงไม่ได้สักที่นั่นแหละ

            เฮ้อ

            เอาอย่างนี้มั้ย ผมจะสั่งห้ามเฟิร์สเขม่นใส่คุณ ถ้าเฟิร์สทำ ผมจะไล่เฟิร์สออก

            คุณกล้าไล่พี่คุณออกเหรอ

            อืมนึกถึงหน้าตอนที่เฟิร์สโดนไล่ออกแล้วก็

            คงจะหลุดมาดน่าดู

            น่าสนุกดีเหมือนกัน

            ชินดีดนิ้วชี้ลงบนหน้าผากมนของไอ้ตัวซนข้างๆ

            ขี้แกล้งนักนะ คุณเองก็ดีใจไม่ใช่เหรอที่พี่ชายมาอยู่ใกล้ตัว ไม่อย่างนั้นคงไม่นั่งยิ้มจริงมั้ย

            ก็จริง

            ถ้าได้สนิทกับเฟิร์สมากขึ้นบ้างก็คงจะดี พี่ชายจะได้หายเหงาลงบ้าง

            ทั้งคู่นั่งมองผู้คนด้านหน้าที่ค่อนข้างบางตา ส่วนสกายนั้นนอนราบไปกับพื้นเหมือนหมดแรง บ่งบอกว่าถึงเวลากลับบ้านได้แล้ว ฝันหยัดตัวลุกขึ้นยืน บิดขี้เกียจเล็กน้อย มือขวาจูงสายจูงสีแดงของสกายเอาไว้

            กลับบ้านกัน หิวข้าวแล้ว

            พอจะก้าวขาเดินออกไป ไอ้ลูกหมากลับไม่ขยับ

            สกาย

            เหนื่อยเหรอชินหันมองเจ้าก้อนขนสีน้ำตาลที่ทำตาแป๋วนอนราบท้องติดพื้น แม้ฝันจะดึงสายจูงจนไขมันมากองที่คอ ไอ้ตัวซนก็ยังไม่คิดจะขยับ

            ไม่ใช่หรอก ไม่น่าเหนื่อยขนาดนั้น…” ฝันพึมพำ

            พยายามดึงสกายอยู่สามสี่ครั้ง ก็ยังไม่ขยับ จนชักจะเริ่มมั่นใจแล้วว่าไอ้ที่คนขายเตือนมานี่มันเริ่มจะเป็นความจริง ตอนที่เขาไปรับสกายที่ฟาร์มสุนัข ได้มีโอกาสพูดคุยกับคนที่เลี้ยงชิบะอินุบ้าง ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าสุนัขพันธุ์นี้ เป็นพวกไม่ชอบสายจูง ถ้ามีโอกาสไปเดินเล่นแล้วใช้สายจูงล่ะก็ น้องจะถือโอกาสทิ้งตัวนอนกับพื้น ต่อให้ใช้ช้างมาฉุดก็จะไม่เดินเป็นอันขาด จนกว่าจะปลดสายจูงออก

            แต่ก็เป็นแค่บางตัวนั่นแหละ ไม่นึกว่าสกายจะติดนิสัยนั้นมาด้วย

            ตอนแรกก็ปกติดีนี่นาชินถามด้วยความสงสัย

            คงเพิ่งเคยใช้สายจูงครั้งแรก เลยยังงงๆ อยู่ล่ะมั้ง พอเริ่มชินถึงได้รู้ว่า ใช้สายจูงไม่สนุกเลย หนูอยากวิ่งเล่น หนูไม่อยากโดนจูงฝันพูดเสียงสอง ตัดสินใจเข้าไปอุ้มไอ้ตัวแสบขึ้นแนบอก พอโดนอุ้ม ลิ้นเล็กๆ ก็แลบออกมา ทำท่ามีความสุขล้นจนเริ่มสงสัยแล้วว่า สรุปไม่ชอบสายจูงหรือว่าขี้เกียจเดินกันแน่นะ

            ร้ายนัก ร้ายเหมือนพ่อมันไม่มีผิดเพี้ยน

            ทั้งคู่เดินกลับไปที่รถ ฝันปล่อยสกายไว้ที่เบาะหลังพร้อมกับปลดสายจูงออก ส่วนชินนั้นเตรียมขับรถกลับบ้าน

            ชีวิตประจำวันไม่มีอะไรแปลกใหม่มากนัก ส่วนมากฝันมักใช้เวลาอยู่ที่บ้าน ชินเองก็ทำงานติดบ้าน นานๆ ครั้งจะออกมานั่งรถเล่น ส่วนฝันตอนนี้นอกจากวุ่นวายกับร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่แล้ว ก็มีหน้าที่หลักๆ คือทำอาหาร

            ความว่างทำให้เขาได้ลองทำอาหารและขนมหลากหลายอย่าง ตอนนี้เริ่มทำอาหารยากๆ ได้บ้างแล้ว อย่างเช่นพวกแกงกะหรี่ญี่ปุ่น หรือแกงเขียวหวานที่มักจะถ่อไปเรียนกับแม่กานอยู่บ่อยครั้ง ส่วนเรื่องขนม นอกจากบลูเบอร์รี่ชีสพายของโปรดของชินแล้ว ตอนนี้ฝันกำลังหัดทำช็อคโกแลตลาวาอยู่

            พูดถึงช็อคโกแลตลาวาที่อร่อยๆ อยากกลับไปกินร้านนั้นอยู่เหมือนกันแฮะ ร้านที่พ่อขอแม่แต่งงาน ร้านที่ฝันตัดสินใจว่าจะกลายมาเป็นครอบครัวของชิน

            นึกถึงเรื่องเก่าๆ ทีไร ก็ชอบมานั่งมองมือซ้ายของตัวเองตลอด

            อาการที่มือซ้ายนั้นหายเป็นปลิดทิ้ง หลงเหลือเพียงแค่แผลเป็นที่ไม่จำเป็นต้องใช้ถุงมือปกปิดมันอีกต่อไป พอมานั่งหวนนึกถึงเรื่องในอดีต ฝันก็มักจะคิดว่าตัวเองเก่งเหลือเกินที่ผ่านเรื่องราวพวกนั้นมาได้

            ฝันร้ายพวกนั้น หายไปราวกับปาฏิหาริย์ เพียงเพราะผู้ชายคนเดียว

            ชิบะบอยมียาวิเศษหรือยังไงกันนะ

            คิดถึงเรื่องเก่าๆ เหรอ

            ระหว่างรถติดไฟแดง ชินที่เหลือบเห็นว่าฝันจ้องมองมือซ้ายของตัวเองมานานสองนานทักถามขึ้น

            นิดหน่อย

เจ็บหรือเปล่า

ไม่เจ็บแล้ว หายเจ็บไปได้พักใหญ่ๆ แล้วล่ะ

ทำไมจู่ๆ ถึงคิดเรื่องเก่า

คนถูกถามทำหน้านึกคิด ไม่รู้เหมือนกัน บางทีมันก็แวบเข้ามาในหัวเอง แล้วก็คิดว่าผมนี่เก่งจังเลยน๊า สู้มาได้ถึงขนาดนี้ เก่งใช่มั้ยล่ะเรียวคิ้วขยับขึ้นลงอย่างกวนๆ

            เก่งสิ

            เพราะได้ชินด้วยแหละ ไม่อย่างนั้นจะมาถึงนี่ได้ยังไง จริงมั้ย ชินน่ะ เป็นฝันดีที่สุดในชีวิตเลย

            พูดพลางส่งรอยยิ้มสดใสไปให้กับเจ้าของรถ รอยยิ้มที่เหมือนแสงอาทิตย์ยามเช้านั่น ทำให้อีกฝ่ายเผลอตัวเสมอ ชินขยับปรับองศาใบหน้าของตัวเอง เขาไม่อยากพลาดเอาจมูกไปชนกับแว่นทรงกลมนั่นแล้วหลังจากนั้นทุกอย่างคงไม่เป็นดั่งใจ พอมั่นใจว่าเข้าที่เข้าทางแล้วจึงประกบริมฝีปากจูบเรียวปากเล็กๆ คนโดนจูบสะดุ้งหดคอหนี จูบแผ่วเบาทว่าชัดเจนทุกสัมผัส ใช้เวลาไม่นานจึงถอนออกไป

            อะไรเนี่ยฝันยกหลังมือมาปิดริมฝีปากของตัวเองด้วยความประหลาดใจ

            จู่ๆ อยากจะจูบก็จูบ ไม่คิดจะให้ตั้งตัวกันหน่อยหรือไงเล่า!

            เวลาเธอยิ้มทีไร ห้ามใจไม่อยู่ทุกทีเลย

            ก็เลยจูบว่างั้น

            อือฮึพูดพลางเลียริมฝีปากไปด้วย

            คายออกมาเลยนะ

            หืม

            คายชินคนขี้เขินหูแดงคนนั้นออกมาเดี๋ยวนี้ฝันเขย่าคอคนข้างตัว

            อ่อก จะขาดอากาศแล้ว

            คายออกมา ชินคนนั้นอยู่ไหน!”

            ที่รัก คอจะหลุดแล้ว

            หัวใจที่เต้นรัวอยู่ใต้แผ่นอกส่งผลให้เลือดสูบฉีดไปทั่วร่างกาย ประจวบเดียวกับที่ไฟจราจรเป็นสีเขียว มือเรียวปล่อยลำคออีกคนเป็นอิสระ ชินหันกลับไปสนใจการขับรถต่อ บนใบหน้ามีรอยยิ้มแต่งแต้มอย่างกุมชัยชนะ ปล่อยให้คนรักของตัวเองนั่งกอบกุมหัวใจที่เต้นไม่ตรงจังหวะ

            คนเดียวกันนี่แหละ

            โกหก

            ถ้ามัวแต่เขิน ก็ไม่ได้ทำอะไรกันพอดี

            ฝันถอดแว่นออกแล้วลูบใบหน้าของตัวเองแรงๆ ฝ่ามือปิดบังใบหน้าที่เห่อร้อนจนแทบไหม้ ริมฝีปากงึมงำกับตัวเองยกใหญ่ ทำไมถึงมีแต่เขา ที่วันแรกจนถึงวันนี้ ก็ยังคงเขินกับทุกการกระทำของอีกคน

ไม่แฟร์เลย

            พอนึกว่าตัวเองจะต้องพ่ายแพ้ จึงฉวยโอกาสที่รถติดไฟแดงครั้งที่สองดึงคอเสื้อของคนรักเข้ามาใกล้ แตะจูบแผ่วเบาที่ริมฝีปากของชินแล้วรีบถอนออก พร้อมจ้องใบหน้าของคนหน้าตายตรงหน้า จ้องให้รู้ไปเลย ว่าสรุปแล้วคนขี้เขินคนนั้นหายไปไหน

            ชินเบิกตากว้าง ไม่นานนักสิ่งที่ซ่อนอยู่ก็แสดงออกมาให้เห็น ใบหูของพ่อนักแคสเกมกลายเป็นสีแดงจัด ริมฝีปากขยับอย่างยากลำบาก กว่าจะเปล่งเสียงออกมาได้ก็เล่นเอาไฟเขียวอีกครั้ง

            ไม่ได้หายไปไหนจริงๆ ด้วย

            คนขี้เขินจนหูแดงคนนั้น ยังคงอยู่ตรงนี้ อาจจะเป็นเพราะฝันไม่ใช่ฝ่ายรุกใส่ล่ะมั้ง ถึงไม่ค่อยเห็นอาการเคอะเขินนั่น แต่เท่านี้ก็พึงพอใจแล้วล่ะ

            ไม่มีใครทั้งนั้นแหละ ที่เปลี่ยนไป

            ชินก็ยังเป็นชินคนเดิม เหมือนกับวันแรกที่ได้เจอ

           

            ***

            กินข้าว อาบน้ำเสร็จเรียบร้อย ก็ถึงเวลาผ่อนคลาย ฝันทิ้งตัวนอนแผ่บนโซฟาภายในห้องเก็บเสียง สกายนอนเล่นอยู่ที่พื้น ดูเหมือนจะหมดแรงเพราะตื่นเต้นเมื่อได้ออกไปเจอสถานที่ใหม่ๆ

            เขาเปิดเช็กไลน์เรื่องร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่เล็กน้อย เมื่อมั่นใจว่าไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง จึงเปลี่ยนมานอนตะแคงเล่นโทรศัพท์ เปิดคลิปแคสเกมล่าสุดจากช่องชิบะบอยขึ้นมา

            เกมล่าสุดเป็นเกมผี และไม่ใช่ผีธรรมดา มันคือผีไทย... เกมที่ทำเอาคนเล่นไม่ได้หลับไม่ได้นอนก่อนวันเกิดตัวเองนั่นแหละ เพราะชินเล่นลากยาวหลายชั่วโมงจนกระทั่งจบเกม

            ไม่มีครั้งไหนที่ฝันได้ดูคลิปก่อนคนอื่นๆ เขาไม่ชอบเข้าไปยุ่งวุ่นวายตอนที่ชินกำลังทำงานหรือตัดคลิป อาจจะเป็นเพราะตัวเองเป็นแฟนคลับมาตลอด จึงเคยชินว่าจะต้องรอดูตอนที่ชิบะบอยเอาคลิปลงช่องเท่านั้น จะได้ตื่นเต้นไปพร้อมกับคนอื่นด้วย

            เขามักจะเลื่อนคอมเมนต์อ่านระหว่างการดูเสมอ เพราะอยากรู้ว่าทุกคนคิดแบบเดียวกันหรือเปล่า และนั่นคือความบันเทิงอย่างหนึ่งที่หาไม่ได้ถ้าดูก่อนชาวบ้านชาวช่องเขา

            นอนฟังเพลินๆ ไม่นานนัก ประตูห้องก็ถูกเปิดเข้ามา กลิ่นแชมพูหอมๆ เป็นสิ่งแรกที่ลอยมาแตะจมูก แม้จะใช้แชมพูขวดเดียวกัน แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเวลาอยู่บนร่างกายของใครอีกคนนั้น ได้กลิ่นชัดเจนกว่า

            ฝันชอบกลิ่นผลไม้ แย่หน่อยที่ไม่มีใครคิดจะทำยาสระผมกลิ่นสับปะรด เลยเลือกซื้อแชมพูกลิ่นแตงโมมาแทน

            ดวงตาซุกซนแอบเลื่อนมองคนที่โปะผ้าขนหนูผืนเล็กไว้บนหัว กลุ่มผมสีดำสนิทนั่นเปียกลู่ลงบนใบหน้า ชินขยี้ผ้ากับกลุ่มผมสองสามครั้งพลางเดินตรงมายังโซฟาแล้วทิ้งตัวนั่งลงที่พื้น

            ไม่หนาวเหรอแอร์ในห้องเก็บเสียงเปิดอยู่ที่ยี่สิบสี่องศา สำหรับฝันนั้นหนาวจนต้องมีผ้าห่มประจำตัวติดไว้ในห้อง แต่สำหรับชินแล้ว อากาศแบบนี้เรียกว่ากำลังดี

            ไม่หนาว ดูคลิปเมื่อวานอยู่เหรอ

            อือ น่ากลัวโคตร

            สายตาหันไปจับจ้องบนหน้าจอโทรศัพท์อีกครั้งหนึ่ง ดูได้ต่อเพียงแค่ไม่กี่นาที โทรศัพท์ก็ถูกวางทิ้งไว้บนโซฟา มือเรียวยื่นไปจับผ้าขนหนูผืนเล็กที่อีกฝ่ายปล่อยมันโปะไว้บนหัวนิ่งๆ

            เช็ดให้แห้งก่อนสิ เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก

            คำสั่งที่ไม่มีคำตอบรับ เพราะพ่อหมาชิบะกำลังง่วนกับเกมโทรศัพท์อยู่

            มุมเด็กๆ แบบนี้แหละที่เพิ่งมาเห็นตอนคบกัน

            เมื่อก่อนเขาเป็นฝ่ายถูกดูแลมาโดยตลอด ไม่ว่าจะโดยพี่ชาย ลุงภาค เพื่อนสนิทอย่างโก๋ หรือแม้แต่แม่เพื่อนอย่างแม่กาน แม้กระทั่งพยาบาลคนสนิทของพี่ชายอย่างพี่นิล ยังมักจะเห็นฝันเป็นเด็กที่ไม่โตอยู่เสมอ จนกระทั่งได้มาเจอชิน

            อะไรหลายอย่างทำให้เขาต้องปรับตัว ไม่ว่าจะการกิน การนอน หรือแม้แต่การเอาใจใส่ในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ

            ชีวิตคู่มันต่างจากการอยู่กับเพื่อน ต่างจากการอยู่คนเดียว จากที่เป็นฝ่ายถูกดูแล ก็เริ่มพยายามเป็นฝ่ายดูแลบ้าง โดยเฉพาะบางอย่างที่ชินทำเป็นกิจวัตร แต่ไม่รู้ตัวเลยว่าสิ่งนั้นกำลังทำร้ายตัวเองอยู่ ไม่ว่าจะเรื่องกินน้ำอัดลมบ่อย เรื่องนอนเช้า เรื่องนอนตากแอร์แบบไม่ยอมห่มผ้า รวมถึงเรื่องชอบหัวเปียกๆ เข้ามานั่งตากแอร์ในห้องแอร์เย็นฉ่ำแบบนี้

            เป็นหวัดมาล่ะจะหยิกให้

            เช็ดผมจนกระทั่งหมาด ไม่มีหยดน้ำหยดให้รำคาญใจ ดวงตากลมๆ จึงมองผ่านเลนส์แว่นไปดูเกมที่อีกคนกำลังเล่น พอเห็นว่าเกมกำลังตึง ฝันจึงละสายตามานอนดูคลิปต่อ

            ความยาวของคลิปนั้นกินเวลาหลายชั่วโมง จึงเลือกเปลี่ยนไปนั่งดูที่คอมพิวเตอร์เครื่องใหญ่แทน ดูจนกระทั่งนาฬิกาบอกเวลาตีสองกว่าๆ และตอนนี้เจ้าของบ้านหายไปจากห้องเก็บเสียงแล้ว

            เดี๋ยวนะหายไปตอนไหน

            ฝันมองซ้ายมองขวาด้วยความหวาดหวั่น ไม่รู้ตัวเลยว่าชินขอตัวไปนอนเมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้ว เสียงเงียบรอบกายหลังจากคลิปจบลงทำเอาคนขี้กลัวเริ่มจินตนาการไปต่างๆ นานา

            ปกติเวลาดูคลิปเกมผี ฝันจะเปิดดูแค่ครึ่งจอแล้วทำอย่างอื่นไปด้วย แต่เพราะเกมนี้เป็นเกมที่ฝันสนใจมาตั้งแต่แรก จึงเปิดเต็มจอ แถมยังดูทุกฉาก สะดุ้งจนหัวใจจะวายไปหลายครั้ง

            พอเกมใกล้จะจบ เสียงหาวของชิบะบอยทำให้เขารู้สึกสงสาร เลยปล่อยให้ชินกลับห้องไปนอนเพราะคิดว่าช่วงท้ายคงไม่มีอะไรโผล่มาให้ตกใจเล่น ก็ไม่มีตามที่ชินบอกนั่นแหละ

            แต่ไอ้อาการหวาดระแวงหลังดูจบเนี่ย มันเริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

            ฝันรีบปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ หันมองหาสกายที่ไม่อยู่ในห้อง ขาสองข้างรีบจ้ำออกจากห้องเก็บเสียงโดยไว ก่อนจะเปิดประตูออกไปพบกับความมืดบริเวณทางเดินกลับห้องนอน

            ฮือ ใครใช้ให้ปิดไฟเนี่ยไอ้หมาบ้า!

            บอกให้เปิดไฟไว้แท้ๆ เชียว ลืมหรือไงนะ

            ไฟฉายจากโทรศัพท์ถูกเปิดขึ้น ฉายไปยังรอบๆ บริเวณผนังสีขาว ฝันรีบควานหาสวิตช์ไฟเป็นอันดับแรก พอเปิดไฟแล้วก็ค่อยเบาใจขึ้นหน่อย ขาเรียวยาวก้าวกลับไปที่ห้องของตัวเอง ห้องที่อยู่คนละฝั่งกับห้องของชิน

            ตั้งแต่คบกัน ยังไม่มีสักครั้งที่ได้นอนเตียงเดียวกัน ฝันมีห้องส่วนตัวของตัวเอง ชินก็มีห้องส่วนตัวของตัวเอง พวกเขามักจะให้ความเป็นส่วนตัวแก่กันและกันเสมอ ดังนั้นขาสั่นแค่ไหนก็ต้องกลับไปนอนที่ห้อง

            แค่ก้าวเข้าไปในห้องนอน เสียงอะไรบางอย่างด้านนอกก็ดังขึ้น ดวงตากลมเบิกโตด้วยความตกใจ ไม่รู้ล่ะว่าอะไร แต่รีบกระโดดขึ้นเตียงก่อนเป็นอันดับแรก ซุกตัวใต้ผ้าห่มแล้วคลุมโปงจนเหงื่อซึมเต็มตัว

            ลมด้านนอกแรงส่งผลให้ใบไม้กระทบหน้าต่างส่งเสียงดังแกร่กๆ ยิ่งเพิ่มความสยองขวัญเป็นเท่าตัว

            พยายามฝืนหลับครั้งแล้วครั้งเล่าก็ไม่เป็นผล จินตนาการถึงภาพผีนางรำมายืนอยู่ปลายเตียงไม่พอ ยังจินตนาการว่ามีใครโผล่มาจากเพดานอีกต่างหาก เกือบชั่วโมงที่ฝันนอนขดอยู่ใต้ผ้าห่ม อากาศเริ่มน้อยลง...และใกล้จะหายใจไม่ออก

            ในที่สุด ความอดทนก็ขาดสะบั้นลงเมื่อมีเสียงดัง ตึง ดังขึ้นจากบนหลังคา ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีเสียงแบบนี้ แต่เป็นครั้งแรกที่มีเสียงแบบนี้ในคืนที่เขาเพิ่งดูเกมผีจบ มือเรียวคว้าหมอนกอดไว้กับตัว กระโดดลงจากเตียง รีบเปิดประตูห้องวิ่งสี่คูณร้อยไปยังห้องของเจ้าของบ้าน หลังมือเคาะลงบนบานประตูหนักๆ สามครั้ง

            ก๊อกๆๆ

            ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ

            น้ำตาพลันจะไหลออกมาให้ได้ ภาพผีนางรำวิ่งตามออกมาจากห้องนอนไหลเข้ามาในหัวสมอง

            ฮือ เปิดประตูหน่อยเถอะ กลัวจะแย่แล้ว

            เปลี่ยนจากเคาะประตูเพราะเกรงใจ กลายเป็นทุบประตูเสียงดัง ปึงๆใช้เวลาไม่นานนักบานประตูก็ถูกเปิดออกด้วยสภาพงัวเงียของชิน กลุ่มผมสีดำชี้ไปคนละทิศละทาง ฝันไม่รอให้อีกฝ่ายได้อ้าปากถาม แทรกตัวเล็กๆ ของตัวเองเข้าไปในห้องอย่างถือวิสาสะ

            นอนด้วยนะ!”

            เขายื่นคำขาด เล่นเอาคนที่กำลังงัวเงียตื่นเต็มตา

            คนกลัวผีเดินตรงไปยังเตียงกว้าง ซุกตัวเข้าไปใต้ผ้าห่ม ไม่รอขอคำอนุญาตใดๆ

            เป็นอะไร เหงื่อเต็มตัวเลยชินเดินตรงมาที่เตียง ชะโงกมองคนที่นอนซุกอยู่ในผ้าห่ม มือใหญ่ๆ เช็ดเหงื่อที่ผุดซึมบนใบหน้าเนียนออกไป

            กลัวผี

            หือ

            กลัวอ่ะ ขอนอนด้วยนะ

            เสียงสั่นบ่งบอกว่ากลัวจริงๆ

            ชินไม่ได้ปฏิเสธอะไร เดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าแล้วหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กออกมาก่อนจะยื่นให้กับฝัน หลังจากนั้นจึงกลับมาทิ้งตัวนอนลงบนเตียง

            ถึงจะไม่บอกปฏิเสธ แต่หัวใจของเจ้าของห้องกลับเต้นรัวเป็นกลอง ไม่ต้องบอกเลยว่าดีใจแค่ไหนที่จะได้นอนด้วยกันเป็นครั้งแรก เพราะกลัวฝันไม่ได้รับความเป็นส่วนตัว เลยเสนอห้องนอนแยกให้กับอีกฝ่าย แม้ว่าในใจนั้นอยากให้มานอนด้วยกันมากมายแค่ไหนก็ตาม

            ดีใจจนตื่นเต็มตา

            ทางด้านฝันที่เช็ดหน้าเช็ดตาเสร็จเรียบร้อย พอมีคนนอนข้างๆ ก็ใจชื้นขึ้นมาบ้าง เหงื่อที่ผุดซึมเริ่มจางหายไปเพราะความเย็นของเครื่องปรับอากาศภายในห้องนอนของมนุษย์ขี้ร้อน ความกลัวที่อัดแน่นอยู่ในอกเมื่อกี้ ลดลงทีละเล็กละน้อย มีคงเหลืออยู่บ้างเพราะยังจำภาพผีนางรำติดตาอยู่

            คนที่นอนตะแคงออกจากเตียง ขยับพลิกตัวนอนตะแคงไปอีกฝั่ง ก่อนจะสบตากับดวงตาเรียวดุของเจ้าของห้องที่มองมาอยู่ก่อนแล้ว ฝันกะพริบตาปริบๆ สมองเพิ่งประมวลผลว่า

            กำลังนอนอยู่บนเตียงเดียวกับแฟนตัวเอง

            ไฟสลัวจากหัวเตียงทำให้เห็นใบหน้าของชินได้ชัด สีหน้าที่ดูเหมือนไม่พอใจนั่นทำให้ฝันยิ้มแห้ง

            แหะ

            กลัวขนาดนั้นเลยเหรอ

            อือ เหมือนผีนางรำจะพุ่งออกมาตลอดเวลา

            ก็เลยมานอนด้วย?”

            อือ คืนเดียวพอนะ พรุ่งนี้จะพยายามกลับไปนอนที่ห้องให้ได้พูดไปก็ร้องไห้ในใจไปด้วย ของแบบนี้มันหายกลัวกันวันสองวันซะที่ไหนกัน เขายังจำได้อยู่เลยตอนที่ดูหนังผีกับโก๋ นอนไม่หลับไปเป็นอาทิตย์

            ถ้ากลัว…”

            ฝันมองพ่อนักแคสเกมที่ใบหูเริ่มขึ้นริ้วสีแดง แม้ตอนนี้จะไม่ได้สวมแว่นสายตาอยู่ ก็พอเห็นชัดว่ามันแดงขึ้นจริงๆ

            ถ้ากลัวขนาดนั้นจะมานอนด้วยกันก็ได้

            งั้นขอหนึ่งอาทิตย์หนึ่งอาทิตย์น่าจะพอหายกลัวแล้ว

            นิ้วของชินยื่นมาบีบจมูกรั้นๆ ของเขา

            ไม่ต้องหนึ่งอาทิตย์ จะมานอนกี่วันก็มานอน

            จริงเหรอ นึกว่าไม่อยากให้นอนด้วยซะอีกฝันยิ้มแก้มปริเมื่อได้ยินแบบนั้น ดีจังเลยน๊า ตอนแรกนึกว่าพ่อหมาชิบะต้องการความเป็นส่วนตัวมากซะอีก ได้ยินแบบนี้ค่อยสบายใจขึ้นมาหน่อย

            ทุกอย่างก็ปกติดีนั่นแหละ จนกระทั่งชินเงียบไป ดวงตาเรียวมองสบกลับมาด้วยความจริงจัง

            อยาก...อยากให้มานอนด้วยทุกคืน

            เสียงทุ้มขึ้นจมูกนั้นติดแหบเล็กน้อย เล่นเอาคนฟังถึงกับหน้าขึ้นสี

            ดวงตากลมโตเคลื่อนไปซ้ายทีขวาทีอย่างเลิ่กลั่กทำตัวไม่ถูก ชินนอนตะแคงเข้าหาเขา เรียวขายาวๆ ที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้าห่มชนกันจนรับรู้ถึงไออุ่นจากร่างกายของอีกฝ่ายที่แผ่ออกมา

            ไหนจะความใกล้ของใบหน้า ที่ไม่จำเป็นต้องใส่แว่นก็เห็นรายละเอียดชัดเจนนี่อีก

            อ่า ถ้าในละคร ฉากแบบนี้คงไม่พ้นเรื่องแบบนั้น

            ป๊อง

            เสียงอะไรบางอย่างแตกกระจายในหัวสมองของฝัน ราวกับขนมสายไหมที่ฟูฟ่องขึ้นเรื่อยๆ ภาพตรงหน้ามัวไปหมดเพราะความร้อนที่พุ่งขึ้นสูงภายในเสี้ยววินาที ริมฝีปากเอ่ยเสียงตะกุกตะกักออกไปไม่เป็นภาษา

            อ่ะ เอ่อ อ่า

            ชินจับมือที่ขยุกขยิกไปมาใต้ผ้าห่มเอาไว้ คว้าขึ้นมากอบกุมไว้ใกล้ๆ ริมฝีปาก

            ถ้าฝันร้าย ก็มานอนด้วยกัน

            นอนด้วยกัน…” ใช่ นอนไง คิดอะไรล่ะ นอนด้วยกันเฉยๆ ก็เป็นเรื่องปกติที่แฟนกันจะนอนด้วยกัน

            นอนด้วยกันไง คิดอะไรอยู่

            อ่า ใช่ นอนไง นอน ฮ่าๆคนคิดลึกหัวเราะกลบเกลื่อน

            หรืออยากทำมากกว่านอน

            บ้า ผีทะเลร้องเสียงหลงจนคนฟังหลุดหัวเราะ ชินกดริมฝีปากลงบนมือซ้ายของฝัน จูบแผ่วเบาที่ปลายนิ้วส่งผลให้หน้าของเขาเห่อร้อนมากขึ้นไปอีก

            ผมเป็นฝันดีของคุณไม่ใช่หรือไงฝันจดจ้องดวงตาคู่สวยของอีกฝ่ายไว้ ไม่กล้าหลบสายตาแม้แต่นิด

            ใช่ เป็นฝันดีของเขา ทั้งน้ำเสียง ทั้งใบหน้า ทั้งคำพูด ทั้งการกระทำ ทุกอย่างที่เป็นชิน คือฝันดีของฝันทั้งหมด

            ตั้งแต่วันแรกและต่อไปเรื่อยๆ นั่นแหละ

            ริมฝีปากของอีกฝ่ายคลี่ยิ้ม รอยยิ้มที่ทำให้คนมองนิ่งอึ้ง รู้ตัวอีกทีก็ไปอยู่ในอ้อมกอดของชินแล้ว

            คุณเองก็เป็นฝันดีของผมเหมือนกัน

            จะว่ายังไงดีล่ะ

            มันให้ความรู้สึกนุ่มฟูแบบแปลกๆ ฟูๆ ฟ่องๆ นุ่มๆ เหมือนกำลังลอยตุ๊บป่องอยู่บนก้อนเมฆ ราวกับว่าตัวเองกำลังบินอยู่บนท้องฟ้า นี่น่ะเหรอที่เขาเรียกว่าเขินจนตัวลอย

            ฝันกำลังตั้งตารอคำสุดท้ายก่อนจะเข้าสู่นิทราในค่ำคืนนี้ พอทุกอย่างผ่อนคลายลง ความง่วงก็เข้าครอบงำ ถึงอย่างนั้นชินก็ยังไม่พูดคำนั้นออกมาสักที

            อ้อมกอดอบอุ่น เสียงทุ้มๆ กลิ่นแชมพูหอมๆ จมูกรั้นซุกเข้าหาไออุ่นนั่น ลืมไปหมดแล้วว่าตัวเองวิ่งมาเคาะประตูเสียงดังเพราะกลัวผี และคงจะหลับไปอย่างง่ายดาย ถ้าไม่ใช่เพราะว่า

            อะไรบางอย่างขยุกขยิกที่ปลายเท้า ค่อยๆ เคลื่อนขึ้นมาบนขา

            ชิน…”

            หืม

            อะไรอยู่ที่ขา…” ไม่กล้าแม้แต่จะก้มหน้าลงไปมอง คนที่สวมกอดอยู่นิ่งไปเล็กน้อย

            มะ…”

            มือเหรอ!!! มือผีเหรอ!!!” ฝันโผกอดร่างกายของชินแน่น แน่นจนอีกฝ่ายแทบกระอัก

            ความกลัวแล่นขึ้นสู่สมองอีกครั้ง แต่ไม่นานนักทุกอย่างก็ถูกเฉลย

            หงิง

            เสียงครางของลูกหมาดังขึ้นบนร่างกายของเขา ดวงตาค่อยๆ ปรือเปิดขึ้น สบเข้ากับนัยน์ตาใสแจ๋วของเจ้าลูกหมาชิบะอินุที่นอนอยู่บนเตียงตั้งแต่แรกแล้ว

            สกายฝันคว้าตัวเจ้าลูกหมามานอนกอดเอาไว้อย่างโล่งอก

            มืออะไร หมาต่างหาก

            โถ่ ก็พูดให้เร็วๆ สิทีหลังอ่ะ

            ชินหลุดหัวเราะออกมาเสียงดัง ดูจะชอบอกชอบใจที่เห็นฝันกลัวจนขี้หดตดหาย ฝ่ามือหนักๆ วางลงบนกลุ่มผมนุ่มนิ่มของเขาพลางขยี้เบาๆ

            นอนได้แล้ว

            ฝ่ามืออบอุ่นทำให้คนถูกสัมผัสเคลิบเคลิ้ม ฝันวางเจ้าลูกหมาลงที่พื้น ใช้นิ้วแตะจมูกไอ้ตัวซนเบาๆ ไม่อยากให้นอนบนเตียงด้วยกัน กลัวว่าจะเผลอนอนทับ

            ฝันดีนะชิน

            นอนตะแคงกลับไปหาอีกคนที่ยังคงใช้มือเท้าใบหน้าบนหมอน ชิบะบอยขยับใบหน้าเข้ามาใกล้ กดจมูกลงบนหน้าผากมนที่แสนรักแสนหวงนั่นเป็นการอวยพรก่อนเข้านอน ด้วยน้ำเสียงที่ฝันตกหลุมรักมาหกปี และจะตกหลุมรักใหม่อีกครั้ง ในทุกๆ วัน

            “Goodnight Sleep Tight ฝันดีราตรีสวัสดิ์ครับ

            ถ้านี่เป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งในสถานะแฟนกันล่ะก็

            คงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดในชีวิตของเขาเลยล่ะ

            ไม่มีอะไรที่มีความสุข

เท่ากับการที่ความฝันกลายมาเป็นจริงอีกแล้ว

           

            Goodnight Sleep Tight

            ฝันดีราตรีสวัสดิ์ครับ

 

 


 

// จบแล้ววว จบจริงๆ แบบไม่จกตา ถือว่าจบบริบูรณ์ ส่งท้ายความสัมพันธ์ของชินฝัน และความสัมพันธ์ของสองพี่น้องที่คงดำเนินไปในทิศทางที่ดีขึ้นหลังจากนี้

ขอบคุณทุกคนที่คอยติดตามกันตั้งแต่ตอนแรกจนถึงตอนสุดท้าย ขอบคุณที่คอยเป็นกำลังใจให้เสมอมา ขอโทษด้วยถ้าบางครั้งอาจจะแผ่พลังลบใส่ไปบ้าง ใจจริงอยากให้มีความสุขกับทุกตัวอักษรที่เราเขียนลงไป ขอบคุณที่ไม่ทิ้งกันไปไหนนะคะ

ใช้เวลาเขียนตอนจบไปเกือบเดือน เพราะความเครียดที่สั่งสมหลายอย่าง ขอโทษด้วยจริงๆ ค่ะ ตั้งใจจะจบตั้งแต่กุมภา นี่เลยมาปลายมีนาเฉยเลย ช่วงนี้สถานการณ์บ้านเมืองไม่ค่อยโอเค หวังว่าตอนจบนี้จะช่วยเยียวยาพวกคุณได้นะคะ เราเองก็หวังว่าจะกลับมาเขียนงานได้อย่างราบรื่นอีกครั้ง ฮึบไปด้วยกันค่ะ

สำหรับเรื่องหนังสือเรายังให้คำตอบไม่ได้ ไม่มั่นใจแล้วอ่ะว่าควรทำมั้ย ทั้งเศรษฐกิจ ทั้งโรคภัย ทุกอย่างแย่ไปหมด แต่อย่างน้อยก็ยังมีพวกคุณที่ยังรอคอยเรากลับมา รักมากๆ เลยค่ะ

ติดแท็กบอกลาเด็กๆ พูดคุยเพิ่มเติมได้ในทวิตเตอร์นะคะ ยังคงรอคอยอ่านความเห็นของพวกคุณอยู่เสมอ

รักนะ ดูแลตัวเองด้วยนะคะ

คืนนี้ Goodnight Sleep Tight ฝันดีราตรีสวัสดิ์น๊า


ป.ล. ไม่รู้มีใครเห็นไหม แต่ชื่อตอนทั้งหมดต่อกันนะ ขออภัยด้วยถ้าภาษาอังกฤษไม่ถูก แต่ลองเอาไปรวมกันดูนะคะ <3

           

           

            

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 478 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,214 ความคิดเห็น

  1. #1210 ppangnoey (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 3 มกราคม 2564 / 19:08
    เเง ดีมากๆเลยค่ะ เเต่ทำไมฝันไม่ชวนปอนด์มาทำพาร์ทไทม์อะ...
    #1,210
    0
  2. #1202 linmin (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2563 / 15:14
    เนื้อเรื่องดีมากเลยค่ะ เหมือนเป็นกำลังให้เราอีกทางนึงเลย ;-;
    #1,202
    0
  3. #1201 Dark Nigth (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2563 / 13:18

    น่ารักมาก ภาษาสวย ไม่ต้องมีnc.ก็อิ่ม ขอบคุณนะคะที่แต่งมาเพื่อเป็นกำลังใจและแบ่งปันความสุขให้นักอ่านที่ผ่านทางมา
    #1,201
    0
  4. #1199 aomm_choco (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2563 / 18:51
    เราเหมือนดูหนังดีๆ 1 เรื่องเลยแหล่ะค่ะคุณ ขอบคุณสำหรีบนิยายดีๆ 1 เรื่องนะคะ อบอุ่นใจมากเลยยยยย
    #1,199
    0
  5. #1197 kwangB (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2563 / 18:52

    ขอบคุณที่แต่งนิยายดีๆแบบนี้มาให้อ่านนะคะ

    ชอบมากๆเลยค่ะ ดีมากๆ เราแบบอินมากกก หลายๆประโยคจี้ใจเราแบบอยากร้องไห้เลยค่ะ ;-; ส่วนตัวเราก็เคยมีความฝันที่ไม่สามารถทำได้ อ่านไปร้องไห้ไปแง เรื่องนี้น่ะน่ารักมากๆๆๆเลยค่ะ ทุกฉากดีหมดเลย เวลาน่ารัก เวลาเศร้าก้เศร้า ชอบมากๆๆๆๆค่ะ งงว่าทำไมถึงพึ่งมาเจอ(´;︵;`) อยากให้ทุกคนได้อ่านนิยายดีๆแบบนี้เยอะๆเลย!!!!
    #1,197
    0
  6. #1194 theskyandsea (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 16 กันยายน 2563 / 00:47
    อีกหนึ่งอย่างที่ชอบมากคือชื่อตอนที่ไรท์บอกในทอร์ค คือน่ารักมากๆ เลยค่ะ เป็นเรื่องราวมากๆ สุดยอดดดด
    #1,194
    0
  7. #1193 theskyandsea (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 15 กันยายน 2563 / 21:18
    ขอบคุณมากๆ เลยนะคะสำหรับฟิคดีๆ เรื่องนี้ แบบอ่านแล้วมันทัชใจไปหมดเลยค่ะ ยังคงชอบการบรรยายของไรท์มากๆ ฉากที่บรรยายการเล่นเกมนี่คือนั่งนึกตามเป็นฉากๆ ลุ้นแทนคนเล่นเลย มิตรภาพความสัมพันธ์เรื่องนี้คือดีมากๆ แบบทุกคนมีความสำคัญหมดเลย ความตั้งใจของแต่ละคนในจุดหมายเดียวกันคือเป็นพลังมากๆ ตอนที่ใครมีปัญหาทุกคนก็คอยช่วยเป็นห่วงกันมากๆ คนรอบตัวฝันคือดีหมดเลย พี่เฟิร์สก็น่ารัก ขรึมมาหแต่รักน้องมากด้วย ที่ขาดไม่ได้คือฝันและชินขอบคุณที่คอยอยู่ข้างกัน คอยเยียวยาดูแลกันเสมอ ชอบความรักที่ดำเนินไปแบบเรื่อยๆ คอยมีกันอยู่ข้างๆ สนับสนุนกันตลอด และขอบคุณฝันที่พาตัวเองมาถึงฝั่งฝันอย่างที่ตั้งใจไว้ สุดท้ายคือขอบคุณไรท์มากๆ เลยนะคะ และเป็นกำลังใจให้เสมอสำหรับทุกเรื่องเลยนะคะ
    #1,193
    0
  8. #1165 bang-SP28 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2563 / 01:01
    แฮปปี้มีความสุ๊ขขข
    #1,165
    0
  9. #1152 CallistoJpt (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2563 / 11:43
    ขอบคุณสำหรับนิยายนะคะ อ่านสนุกมากๆค่ะ พาเราทั้งสุขและเศร้าไปกับตัวละครด้วยเลย เป็นตอนจบที่อบอุ่นมากค่ะ หลุดขำบอสซอมบี้จอมขี้หวงน้องชายตอนขอมาทำงานกับน้องเลยเอ็นดูพี่เฟิร์ส จะรอเรื่องต่อไปนะคะ เป็นกำลังใจให้คุณคนเขียนน้าาาาา ^^ //แอบอยากอ่านเรื่องของน้องกายด้วยค่ะ ><
    #1,152
    0
  10. #1124 Sivapark (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2563 / 16:08
    จบแล้วมีความสุขกันสักทีนะ:D :D :D :D
    #1,124
    0
  11. #1123 Moontoyou (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2563 / 13:02
    เรื่องนี้ดีมากๆเลยค่ะ ขอบคุณไรท์มากเลยนะคะ ที่ทำให้เรายิ้มออก ครบรสจริงๆ ตอนเศร้าก็เศร้ามากจนน้ำตาไหลเป็นทาง ตอนมีความสุขก็ยิ้มจนเเก้มปริ เรื่องนี้ดีจริงเลยน้าาา
    #1,123
    0
  12. #1118 Silver_pen (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2563 / 18:54

    ขอบคุณที่แต่งเรื่องนี้มาได้ดีขนาดนี้นะคะ ชอบทุกตัวอักษรทุกรายละเอียด ทุกตัวละคร ชอบทุกอย่างในเรื่องเลย อบอุ่นและน่ารักที่สุด นิยายเรื่องนี้เหมือนเป็นฝันดีให้เราเหมือนกันนะคะ ขอบคุณไรท์มากจริงๆ ไม่ว่าจะมีปัญหาอะไรขอให้ไรท์สู้ๆนะค้าา เราจะคอยเป็นกำลังใจให้><
    #1,118
    1
    • #1118-1 jiwinil(จากตอนที่ 25)
      9 มิถุนายน 2563 / 21:32
      ขอบคุณเช่นกันนะคะ <3
      #1118-1
  13. #1115 โกลัญญา เกรียงไกรเลิศ (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2563 / 03:07

    ทำไมดีขนาดนี้ค่ะ เก่งมากๆเลยค่ะ เราชื่นชอบมากเลยค่ะ อบอุ่นสุดๆเลย แงงงงงงงงงงงง ดีทุกตอนเลย เป็นกำลังใจเล็กๆให้ตลอดนะคะ😍😍😍😍😍😍😍😍😍เก่งทิสุดเรยคุณนักเขียน💓🥺
    #1,115
    1
    • #1115-1 jiwinil(จากตอนที่ 25)
      9 มิถุนายน 2563 / 07:44
      ขอบคุณมากๆเลยนะคะ 💓🥺
      #1115-1
  14. #1114 prinntt (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2563 / 22:30
    ขอบคุณมากๆๆๆเลยนะคะที่แต่งขึ้นมา นี่เรามาจากเรื่องกวีผู้มีรักนะคะ ชอบการเขียนบรรยายมากๆเลยค่ะ
    #1,114
    1
    • #1114-1 jiwinil(จากตอนที่ 25)
      9 มิถุนายน 2563 / 07:45
      ขอบคุณมากเลยค่าTT
      #1114-1
  15. #1107 blackunicorn2 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2563 / 01:32
    ติดลมบน อยากอ่านไปเรื่อยๆไม่อยากให้จบเลย ดีมากๆเลยค่ารู้สึกเหมือนเติมเต็มสุดๆ ทุกวันนี่ก็ติดดูคลิปแคสเกมตกหลุมรักในเสียงใช้เป็นเพื่อนแก้เหงา พอมาอ่านแบ้วเหมือนคอมพลีท ชั้นคือน้องฝันนนนน
    #1,107
    0
  16. #1106 มีนานูน่า (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2563 / 06:39
    ชอบมากเลยค่ะ

    เราอ่านรวดเดียวจบเลย
    #1,106
    0
  17. #1105 warissadea55 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2563 / 10:48

    น่ารักมากเลยฮือออ;-; ภาษาของไรท์ก็ดีมากๆๆๆ มันดีแบบดีมากๆๆๆๆๆทุกตอนเลย;-;ขอบคุณมากๆนะคะที่แต่งเรื่องนี้ขึ้นมา🥰🥰🥰🥰🥰
    #1,105
    0
  18. #1103 fernfern04 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2563 / 23:02

    อ่านมาจนถึงตอนจบคือดีมากกกก แล้วยิ่งอ่านชื่อตอนรวมทั้งหมดแล้วคือ..หงิงเลย ร้องหงิงเลย เขินนนนนน
    #1,103
    0
  19. #1102 hello_gik (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 00:32
    น่ารักมากจิงๆ
    #1,102
    0
  20. #1087 fujikawaisanami (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 15:03

    คิดคำไม่ออกเลย แต่อยากจะบอกว่ามันดีมากๆ ดีแบบมากๆเลย ขอบคุณนะคะ ขอบคุณที่แต่งเรื่องนี้ออกมา🥺
    #1,087
    0
  21. #1086 AeyAatcharaporn (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2563 / 13:34

    ดีมากกกมายย
    #1,086
    0
  22. #1084 mejay_ (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 04:45
    ฟังเพลงpuzzle pieceเด็กดรีมแล้วนึกถึงนิยายเรื่องนี้ขึ้นมาเลยค่ะ มีอิทธิพลต่อใจมากๆจริงๆ(╥﹏╥) เนื้อหาทำให้นึกถึงน้องฝันกับพิ่ชินเลยแง
    #1,084
    0
  23. #1081 opal-twt (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 23:18
    ไม่อยากใช้คำหยาบนะคะ แต่เรื่องนี้อ่ะ โครตดีเลย เราชอบภาษาของไรท์มาก แบบมากๆจริงๆ ยิ่งตอนที่ชินบอกราตรีสวัสฝันเหมือนคลิปมันยิ่งแบบดีมากๆเลย เราอธิบายเป็นคำพูดไม่ถูก แต่อ่านเรื่องนี้แล้วยิ้มตลอดการอ่านเลย รอติดตามเรื่องต่อๆไปอยู่นะคะ เป็นกำลังใจให้
    #1,081
    0
  24. #1076 เอ็นโออีวาย (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 22:55

    ดีจังเลยค่ะ ดีมากๆๆๆๆ ขอบคุณนะคะ
    #1,076
    0
  25. #1074 MonsterNatsu (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 10:19

    ฮือออออ ไม่ไหวแล้วว

    อยากไปอยู่ใต้เตียงเขา เลยมันน่ารักเกินไปจนอยากเก็บเป็นเล่มแงงงงงงง

    รักมากกชอบสุดดด

    อยากมีพี่ชินเป็นของตัวเอง

    ขอบคุณไรท์มากๆค่ะที่แต่งเรื่องแบบนี้ออกมาให้อ่าน และด้วยความที่เป็นสายเกมอยู่แล่วยิ่งอิน5555555 รอเรื่องๆต่อไปของไรท์ทุกเรื่องนะคะ <3
    #1,074
    0